Guest   
 
Username:
Password:




 


  
 



 
อ่านเรื่อง
สาปสกาว
สการินวดี
ใกล้กัน...ยิ่งหวั่นไหว
4
04/11/2554 22:35:15
527
เนื้อเรื่อง
       คณาร้องลั่นห้องนอนของสกาวและลุกพรวดขึ้นจากเตียงด้วยความตกใจสุดชีวิต  สกาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจมากกว่ารีบลุกขึ้นตามคณา 

 “เป็นอะไรอ่ะ  เค้าบีบให้แรงไปหรอ” 

“ป่าว  เค้าบ้าจี้อ่ะ  ไม่ต้องนวดให้เค้าหรอกนะ  ขอบใจมาก  เค้าไม่เมื่อยๆ”  คณายิ้มเจื่อนๆ  แต่สกาวกลับระเบิดเสียงหัวเราะเสียงดังออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ 

“เย้!!!!  มีทางจะแกล้งคณาแล้ว  ไอน้องจะต้องสวามิภักต่อตัวพี่ ฮ่าๆๆๆ”  สกาวเดินวนไปวนมารอบตัวคณา และมองคณาอย่างมีเล่ห์  คณามองสกาวด้วยความระแวง 

“อย่าเลยนะครับ  น้องกลัวแล้วนะ”  คณาทำท่าตั้งรับ  สกาวแค่ยกมือขึ้น  คณาก็รีบเอามือป้อง  สกาวจึงแกล้งจี้เอว  คณาร้องลั่นและวิ่งหนีไปอีกมุมของห้อง  สกาวนึกสนุกจึงแกล้งวิ่งไล่จี้คณา คณาบ้าจี้ขั้นร้ายแรงร้องจนน้ำตาเล็ดเลยทีเดียว  คณาใช้เรี่ยวแรงหนุ่มชายฉกรรจ์รวบมือสกาวไว้ได้ทั้งสองข้าง 

“พอเหอะๆ  เห้อๆๆ  เหนื่อยมาก  อย่าแกล้งเค้าเลยนะ  เค้าเหนื่อยแล้ว” 

“ฮ่าๆๆๆ  เหนื่อยเหมือนกัน  แต่ตลกเธอมากๆเลยอ่ะ  เธอบ้าทุกจุดบนแผ่นหลังเลยรึไงหะ  แตะตรงไหนก็ร้อง” 

“มันก็แล้วแต่จังหวะอ่ะนะ แต่ตอนนี้เค้าระแวงเธอมากเลย”  คณาจับมือสกาวไว้แน่นและจ้องหน้าสกาวประมาณจะแกล้งคืน 

“ทำไมจะทำไม  เธอทำอะไรเค้าไม่ได้หรอกเพราะเค้าไม่บ้าจี้  ฮ่าๆๆๆๆ”  คณาจึงลองเอามือจี้เอวสกาว  สาวน้อยรู้สึกเล็กน้อยแต่ทำเกร็งว่าไม่รู้สึกใดๆ  และยิ้มอย่างผู้มีชัย 

“ไม่เอาดิ  เธอไม่บ้าจี้งั้นเธอก็ได้เปรียบสิสกาว” 

“เอาล่ะไม่แกล้งล่ะ  เหนื่อย  ไหนขอลองจับจุดหน่อยว่าจุดไหนเธอบ้าที่สุด”   

“ไม่ๆพอเลย  เค้าบ้าทุกจุดล่ะจังหวะนี้อ่ะ  พอเถอะนะค๊าบพี่สกาวสุดสวย” 

“ฮ่าๆๆๆ  ตลกเธอว่ะ”  สกาวหัวเราะก้องห้องเล็กๆ 

“สบายใจแล้วสินะ”  คณายิ้มอย่างสุขใจ  สกาวค่อยๆหุบยิ้มและมองคณาด้วยแววตาซึ้งในน้ำใจ 

“อืม  ดีขึ้นมากเลยล่ะ  ขอบใจมากนะคณา” 

“ดีแล้ว  อย่างน้อยเค้าก็มีประโยชน์สำหรับเธอบ้าง”  คณายิ้ม ร่า  สกาวยิ้มตอบ  

 “งั้นเค้ากลับแล้วนะ เธอจะได้ทำงานต่อ  มากวนเธอนานแล้วเดี๋ยวงานเธอไม่เสร็จ” 

 

            คณาเดินตรงไปยังประตู สกาวเดินตามหลังนึกสนุกจึงจี้หลังคณาอีกรอบตบท้าย  คณาสะดุ้งหันหลังกลับมารวบมือสกาว แต่สกาวรู้ทันจึงเอามือไขว้หลัง  คณาจึงอ้อมแขนทั้งสองไปด้านหลังสกาวเพื่อจับมือไว้

 

“แกล้งเค้าอีกแล้วนะ  แสบมาก” คณารวบมือสกาวไว้ได้

            ไปๆมาๆคณาประดุจกับกอดสกาวไว้หลวมๆ  สกาวหัวเราะขำขันแต่เมื่อรู้สึกตัวอีกทีว่าอยู่ในอ้อมกอดของคณาโดยบังเอิญ  ทำเอาเธอหน้าแดงกร่ำ  คณาเองก็อึ้งไปเล็กน้อยแต่ก็จ้องหน้าสกาว  หญิงสาวใจเต้นระส่ำรีบหลบสายตาและผลักคณาออกเบาๆ 

“ปะๆ  ไปส่งข้างล่าง”   

            สกาวผลักหลังคณาเชิงไล่  และลงไปส่งคณาด้านล่างหอ  สกาวโบกมือหงิกๆยิ้มร่ากลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ก่อนจะเดินอมยิ้มคนเดียวขึ้นมาบนห้อง

 

ไม่ได้นะสกาว  เราจะหวั่นไหวไม่ได้  ต้องเป็นคำสาปที่จ้องเล่นงานเรา  ไม่มีทางหรอก  อย่าหวังว่าครั้งนี้เราจะมีน้ำตาให้เหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา

            ความคิดภายในใจของสกาวกำลังท้าทายกับอำนาจมืดที่คอยปั่นป่วนชีวิตเธอในทุกๆวัน  โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ว่ามันคือ “คำสาป”  หรือ  “เวรกรรม”  กันแน่

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

            เช้าวันใหม่  สกาวตื่นแต่เช้าไปเรียนด้วยอาการง่วงนอนและไม่แจ่มใส  นั่งเรียนไปหลับไปจนถึงเวลาพักเที่ยง  เธอไปทานข้าวเที่ยงที่โรงอาหารวิศวะกรรมศาสตร์อย่างเช่นทุกวันกับเพื่อนๆในกลุ่ม

“ไม่ได้นอนหรอ สกาว  ทำไมดูอึนๆแบบนี้”  ปีโป้ เพื่อนสาวหัวใจแมนทักในระหว่างเดินมาโรงอาหาร

“โทรมมากปะแก”  สกาวจับใบหน้าด้วยความวิตก

“แหมๆๆๆ  กลัวน้องบางคนจะเห็นสภาพแย่ๆหรอออออ”  ยิปซีแซวเสียงสูง

“ป้าววว  เมื่อคืนน้องก็เห็นสภาพที่แย่กว่าตอนนี้แล้วล่ะ”

“เมื่อคืน!!!!!!!!   นี่หมายความว่าไงเนี่ย”  มีนาคิ้วขมวด

“ป่าว  อย่าคิดไกล  คือว่า.......” 

            สกาวเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เพื่อนๆได้รับรู้ก่อนถึงโรงอาหาร  สกาวหันไปมองทางโต๊ะประจำของคณา  หนุ่มคณาหันมามองพร้อมด้วยเพื่อนๆในโต๊ะหลายคนราวกับได้ยินเสียงเรียกในใจสกาว   สกาวยิ้มให้คณาก่อนจะเข้าโรงอาหารไป

            สาวๆสั่งอาหารมารับประทานกันอย่างหิวโหย  สกาวมองไปเห็นคณาเดินมาซื้อน้ำชาเขียวเจ้าประจำกับที่เธอเองชอบซื้อ

“ฉันว่าน้องคณาแกนี่เดินแปลกๆนะ”  นิชาพูดขึ้น  เมื่อเห็นคณาเดินผ่านไป  ทำให้ทั้งโต๊ะหันไปมองคณาเป็นตาเดียว  หนุ่มคณารีบเดินกลับโต๊ะห้องในทันที

“ใช่!  คณาเดินหลังค่อม”  สกาวเห็นด้วยกับนิชา

“ถึงจะค่อมแต่สกาวก็ชอบสินะ  กินเด็กซะละเพื่อนเรา”  ดาต้าแซวขึ้นมาทันที

“ระวังนะจะเป็นแบบเดิมๆ”  ยิปซีเปลี่ยนน้ำเสียงมาจริงจัง

“อืม!  ระวังอยู่  คิดว่าคงไม่มีอะไรมากกว่าการเป็นพี่น้องไปแบบนี้  คณาก็รักแฟนมันดี”

“สงสารแฟนคณานะเว้ย”   ปีโป้รีบออกความเห็นเพราะเคยผ่านเหตุการณ์ของแฟนนอกใจมาก่อน

            สกาวเขี่ยเศษอาหารในจานพร้อมครุ่นคิดว่าเธอเองจะไม่ยอมให้คำสาปเล่นงานได้เหมือนกัน

“เอ้อ! เพื่อนๆ  มีขนมมาให้กิน  พี่ฉันซื้อช๊อคโกแลตคิตแคทรสชาเขียวมาฝากจากญี่ปุ่น  เอามาฝากคนละกล่อง  กล่องนึงมีสองชิ้น  อร่อยดี”  นิชาหยิบขนมในกระเป๋ามาให้เพื่อนๆกินตบท้ายอาหารเที่ยง

            สกาวเก็บขนมไว้หนึ่งชิ้นและเดินเอาไปให้คณาที่โต๊ะในระหว่างที่รอเพื่อนๆเดินกลับคณะของเธอเอง 

“คณา!” 

            สกาวเรียกคณาให้เดินออกมาจากโต๊ะ  คณารีบเดินออกมาพร้อมสายตาเพื่อนๆในโต๊ะที่จ้องมองเหตุการณ์  สกาวยังคงรู้สึกถึงสายตาแปลกๆเหล่านั้น

“นี่ขนม เค้าให้  กินซะจะได้อ้วนๆนะ”  สกาวยื่นช็อคโกแลตรสชาเขียวแก่คณา

“ขอบคุณครับ”  คณายิ้มเขิน  สกาวโบกมือลาทันทีเพราะเธอเองก็เขินเช่นกัน

“กับเพื่อนนี่ไม่เคยแบ่ง  กับผู้ชายนี่ทุ่มจิ๊ง”  ดาต้าแซวสกาวทันทีที่เดินกลับมาหาเพื่อนๆ

“แหมของอย่างนี้  ฮ่าๆๆๆ”  สกาวเดินหัวเราะร่าเริงไปกับเพื่อนกลับคณะของเธอ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

            สกาวและคณาต่างคุยกันใน Facebook และ MSN ตามปกติเหมือนเช่นทุกวันจนรู้สึกขาดไม่ได้

คณา : เค้ากลับมาหอแล้วคับ ^^

สกาว : จ้า

คณา : งานถึงไหนละ

สกาว : ไปทีละนิด  คิดเยอะอ่ะเธอ  ปวดหัวมาก

คณา : ดื่มน้ำให้ใจเย็นๆนะค่อยๆคิดล่ะ  สู้ๆนะครับ

สกาว : คร้า T T

คณา : อ๊ะ โอ๋ๆๆๆ

สกาว : หัวใจเต้นแรงมว๊ากก  เหนื่อยอ่ะ

คณา : ไปทำอะไรมา

สกาว : ไม่บอกเดี๋ยวโดนด่า 5555+

คณา : บอกมาๆ  สัญญาว่าจะไม่ด่า

สกาว : กิน M 150 ไป 1 ขวด

คณา : งี้เธอก็ดีดเลยอ่ะดิเธออ่ะ  ไม่ง่วงแล้วก็ลุยโลด

สกาว : อื้ม พรุ่งนี้ไปโต๊ะรึป่าว

คณา : ไปแหละแต่คงเย็นๆ เพราะเค้าจะไปเอาเสื้อบอลที่สั่งไว้ที่สนามกีฬา  ไปคนเดียวเลยอ่า

สกาว : ทำไมงั้นล่ะ  ไม่ให้ใครไปเป็นเพื่อน

คณา : เพื่อนไม่ว่างกันอ่ะ  เค้างี้เสมอล่ะ  เพื่อเพื่อนทำได้หมดล่ะ  เค้าเป็นคนเกรงใจคนอื่นอ่ะ  T^T แต่บางทีก็เหนื่อยนะ

สกาว : สละชีพเพื่อชาติมากอ่ะเธอ  พ่อคนดี  วันหลังสละเพื่อเค้าบ้างนะ

คณา : จะให้ทำไรล่ะ  ขอแค่บอกมาเลย ทำให้หมดล่ะ

            สกาวนั่งมองตัวหนังสือที่แล่นผ่านสายตา เธอพลางคิดในใจว่าทำไมคณาถึงดูทุ่มเทเพื่อเธอขนาดนี้  แต่เมื่อได้รู้ว่าคณาก็ทุ่มเทแบบนี้กับเพื่อนๆ  เธอจึงรู้สึกผิดหวังเล็กๆ

สกาว : งั้นมาช่วยเก็บกวาดห้องตอนเค้าไม่อยู่ 9 วันนะ

คณา : จะไปไหนง่า

สกาว : เค้าไปทัศนศึกษาสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นภาคเหนืออ่ะ  ไปหมดกันทั้งภาคเรียนเลย ตั้ง 9 วัน

คณา : งี้ก็ไม่ได้เจอเธอเลยดิ

สกาว : ช่าย  ก็มาทำความสะอาดให้ห้องเค้าซะ เค้ากลับมาจะได้สะอาดๆ

คณา : จะเข้าไงล่ะค๊าบ  เอาเป็นว่าเธอกลับมาจะไปช่วยเก็บ โอเคร๊

สกาว : ล้อเล่นหน่าจะทำเป็นจริงจัง

คณา : อ้อ  ก็จริงจังกับเรื่องเพื่อนๆ เสมอล่ะ >

สกาว : อ่ะจ่ะ

 

 

            สกาวถอนหายใจเฮือกใหญ่และบอกตัวเองว่าควรจะเตือนสติตัวเองให้มากกว่านี้อย่าไปคิดอะไรกับแค่ตัวหนังสือ  เธอนั่งทำงานไปเพลินๆ  พิพัท เพื่อนร่วมโต๊ะของคณาก็ทักทายเข้ามาใน Facebook

พิพัท : ทำไรเจ๊

สกาว : ทำงานสิยะ >

พิพัท : ช่วงนี้อินเลิฟกะเพื่อนผมหรอ

สกาว : อินเอินอะร๊ายยยย  พี่น้องกันย่ะ  ไปเอาข่าวมั่วๆมาจากไหน

พิพัท : ไม่รู้เดาเอา 55+

สกาว : มีเรื่องคณาเผาให้ฟังบ้างดิ

พิพัท : เยอะเลยล่ะ  คณานี่นะจะบอกว่าคนดีมาก  แบบว่าลูกคนเดียวทำอะไรไม่ค่อยเป็น  ขับมอไซด์ไม่เป็นยังให้พวกผมสอนขับเลย  มันจะไปส่งสาวไรงี้  แล้วอีกเรื่องนะ มันปอกเงาะไม่เป็น  ให้ผมสอนปอกให้  โคตรจะฮา

สกาว : เห้ยยย  เงาะเนี่ยนะปอกไม่เป็น  เอ้อตลกว่ะ  555+

 

 

            สกาวได้เรื่องจึงรีบทัก MSN คณาที่รอสแตนบายในทันที  เมื่อทักไปคณาก็ตอบกลับมาในทันที

สกาว : ยุ่งอยู่ป่าว

คณา : ไม่เลยครับ  ว่างายๆ

สกาว : นึกว่าคุยกะสาวๆอยู่ 555+

คณา : คุยอาร๊ายย >< หน้าคอมก็ออนคุยกับเธอคนเดียว

สกาว : อ้อ  คือเค้ามีไรให้ช่วยแล้วล่ะ

คณา : คับป๋ม ว่ามาเลยๆ

สกาว : ปอกเงาะให้กินหน่อยดิ ^^

คณา : ที่ห้องเธออ่ะนะ..

สกาว : ปอกเป็นหรอเงาะอ่ะ  กร๊ากกกกกกกกกกกก

คณา : แรงง่ะ T^T

สกาว : 5555+ ปอกเป็นหรอ

คณา : เหมือนรู้ว่าเค้าปอกม่ายเป็น  รู้มาจากไหน บอกมานะ T^T

สกาว : ป๊าววว  ไม่รู้เลย 555+  ไม่บอกหรอก  เค้ามีแหล่งข่าวเยอะ

คณา : สำนักข่าวไหนอีกล่ะเธออ่ะ

สกาว : มีหลายแหล่งมากขอบอก เค้ารู้จักคนเยอะ  อยากรู้อะไรรู้หมดล่ะ  แซวได้เป็นอาทิตย์ล่ะเรื่องเงาะเนี่ย  555+

คณา : ฮึ่มมม! ต้องหาทางเอาคืนซะละ  เธออ่ะเอาเรื่องเงาะมาประจาน T^T เศร้าเลย

สกาว : ไม่เห็นเศร้าเลย  คนเราก็ต้องไม่เป็นก่อนจะเป็นกันทั้งนั้นแหละ  แต่ของเธอเป็นช้าเกิ๊นนนนอ่ะ 555+

คณา : ง่ะ  เค้ารู้ว่าเธอใจดีอ่ะ  สอนเค้าด้วยนะค๊าบ

สกาว : ได้ๆ  ไว้มีโอกาสนะ  แต่ขอกัดก่อน  ตลกอ่ะ

คณา : ไหงเอามาล้อเค้าตอนนี้  เพิ่งนึกออกหรอ  เดี๋ยวเถอะไปเอาคืนถึงที่เลยนี่

สกาว : ไม่กลัวหรอกย่ะ  และเธอก็ไม่มีทางเอาคืนได้ด้วย เพราะเธอไม่รู้จักเพื่อนเค้า 55+

คณา : ก็เธอรู้จักคนเยอะนี่  ไม่แฟร์ๆ

สกาว : แน่นอนที่สุดรู้จักคนเยอะรู้อะไรเยอะ  แต่เค้าไม่ชอบฟังคำใครพูดหรอก  เค้าชอบประสบการณ์ตรง  เจอกับตัวเองถึงรู้ชัดเจนกว่า

คณา : เยี่ยมเลย ต้องงี้ดิ  เหมือนเค้าเลยๆ

สกาว : เลียนแบบตลอดอ่ะคนๆนี้  ไม่ได้ๆห้ามเลียนแบบ

คณา : ขอหน่อยน้า  นะค้า  ^^

สกาว : อ้อนจังเลยนะ  ไม่ได้ก็ต้องได้ปะ

คณา : ก็อยากอ้อนบ้างอะไรบ้างอ่ะ  อยากให้เธออนุญาตอ่ะ

สกาว : ขี้อ้อนนะเราอ่ะ  น้องชายเค้าไม่เคยอ้อนเลย

คณา : งั้นก็มีน้องคณาอ้อนแทนแล้วกันนะ  ได้มั้ยพี่สกาว พี่สาวคนสวย

สกาว : ก็ต้องยอมสินะแบบนี้อ่ะ  แล้วไปเอาเสื้อบอลมาทำไมอ่ะ

คณา : เค้ามีแข่งบอลพรุ่งนี้เย็นอ่ะประมาณ 5 โมง  มาดูได้นะไม่คิดตัง

สกาว : เค้าไม่ว่างหรอก

คณา : ส่งแรงใจมาก็ได้ค่า ^^

สกาว : แล้วสิรันไม่มาดูเธอแข่งหรอ

คณา : ถ้าสิรันว่างก็คงมา  เค้าก็ไม่รู้ว่าสิรันจะมาดูรึป่าวอ่ะ

สกาว : ไงก็สู้ๆนะ  เห้อออ...ฝนตกจั๊กๆ

คณา : จั๊กๆ  55+  ชอบคำนี้อ่ะ  ทำไมต้องจั๊กๆด้วยอ่ะ  มันเป็นยังไงกัน

สกาว : ก็ตกแบบไม่หนัก ตกเรื่อยๆ  จั๊กๆ  ไม่เคยได้ยินหรอ

คณา : เคยได้ยินแต่ลิงจั๊กๆอ่ะ

สกาว : อ้อออ  งั้นก็เพิ่มเป็นศัพท์ใหม่ซะนะ  เค้าหิวอ่ะคณา  อยากไปหาอะไรกินง่า  ฝนก็ตกซะ

คณา : เค้าก็หิวเหมือนกันเลยอ่ะ ข้างล่างหอเธอไงมีร้านข้าวขาย

สกาว : ก็คงต้องเป็นงั้นล่ะ 

คณา : ไปสิเดี๋ยวเค้าไปรอข้างล่างหอเธอนะ

สกาว : จะมาไง  มีร่มหรอ

คณา : มีสิๆ  เจอกันๆ

 

            สักพักสกาวเดินลงไปด้านล่าง  คณาก็นั่งรอเธออยู่เพียงลำพังในคืนวันฝนพรำ  คณายิ้มต้อนรับสกาว

“เธอ....ร้านข้าวปิดล่ะอ่ะ”  คณาชี้ไปให้สกาวดู  ทั้งคู่คงต้องไปหาอะไรกินที่อื่น

“โอ้ว  แล้วงี้จะกินอะไรอ่ะ  สงสัยต้องไปร้านสะดวกซื้อหน้าหมู่บ้านแล้วล่ะ”

“อื้มไปสิ”  คณายิ้มอย่างอบอุ่น

            สายฝนตกโปรยปรายไม่หนักมากนัก  ช่างเป็นบรรยากาศที่จะนอนซุกตัวในผ้าห่มอุ่นๆ แต่หนุ่มสาวคู่นี้กลับเดินเตะน้ำฝนเล่นไปตามเส้นทางในหมู่บ้านตามลำพัง 2 คน  สกาวกางร่มเดินไปเคียงข้างกับคณาที่กางร่มของเขาเอง  ทั้งคู่เดินลุยน้ำที่ขังอยู่กันอย่างทุลักทุเล

“ฝนตกจั๊กๆมากเลยเนอะ ฮ่าๆๆๆ”  คณาแซวสกาวกับศัพท์แปลกๆของเธอ

“แล้วไงยะ  ชอบจังเลยนะ  จดลิขสิทธิ์ดีกว่า เธอจะพูดก็จ่ายเงินมาก่อน”

“โหดมากเลยพี่สาวอ่ะ”  สกาวหุบยิ้มลงอีกครั้งที่คณามีคำว่าพี่สาวมาเบรกความรู้สึกเธอไว้

            เมื่อทั้งคู่ช๊อบปิ้งอาหารแห้งในร้านสะดวกซื้อเสร็จก็เดินกลับด้วยกัน

“กินมาม่าอ้วนแย่เลยอ่ะเค้าอ่ะ”  สกาวบ่นพึมพำ

“เค้ากินไม่ได้โชคดี  ที่ห้องไม่มีกระติกน้ำร้อน”

“อ่าว  ทำไงอ่ะ  ขึ้นไปต้มห้องเค้าป่าว  เดี๋ยวทำให้กิน”

“ไม่เป็นไรครับผม  ขอบคุณมากนะ  พอดีเค้าไม่ได้ซื้อมาม่ามาหรอกซื้ออย่างอื่นมากินละ  ไว้วันหลังต้มให้กินหน่อยนะครับพี่สาว”

            คณาเดินมาส่งสกาวด้านล่างหอของเธอ

“เอามาม่าเค้าไปก็ได้นะ  เค้าซื้อมาตุนไว้เยอะอ่ะ  เผื่อเธอไม่อิ่ม”

“ไม่เป็นไรครับ  ใจดีจัง”  คณาบีบไหล่สกาวจากด้านหลังหยอกเย้า  ก่อนจะลาและเดินจากไป

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

            บ่ายของอีกวัน สกาวเดินไปหาขนมกินเล่นกับปีโป้ที่โรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์  ชาเขียวของโปรดเธอหมดลง  เธอจึงต้องเลือกดื่มน้ำอื่นซึ่งนั่นคือ เก๊กฮวย  เมื่อได้ขนมและน้ำสาวน้อยเดินออกจากโรงอาหารและบังเอิญพบกับคณาซึ่งกำลังเดินเข้าโรงอาหาร

“กลับมาแล้วหรอ”  สกาวทักทายคณาอย่างสนิทสนมและยื่นน้ำเก็กฮวยในมือป้อนคณา คณาตั้งตัวไม่ทันแต่ก็ดูดน้ำในแก้วไปอึกใหญ่

“เค้าเพิ่งกลับมาน่ะ  เดี๋ยวก็ไปแข่งบอลแล้วล่ะ”

“ไม่ว่างไปดูอ่ะ  แย่จังไปก่อนนะ”  สกาวโบกมือลาและเดินจากไป  คณาไม่ทันได้ตอบอะไร แต่ในใจก็หวังอยากให้สกาวไปดู

            ตกเย็นสกาวส่งงานทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย  ด้วยความอ่อนล้า  มาทั้งวันเดินออกจากห้องส่งงานมาพร้อมดาต้าและนิชา

“ไปเดินตลาดนัดกันเถอะ”  ดาต้าชวนสกาวและนิชา

 “ไม่ได้กดเงินเลยอ่ะ  ต้องไปกดก่อน”  สกาวเอ่ยขึ้น  แต่ในใจจริงๆของเธออยากจะเดินผ่านสนามกีฬาเล็กๆของคณะวิศวกรรมเพื่อไปกดเงินจากตู้ในอาคารใกล้ๆสนามกีฬา

“เดินไปกดไกลถึงตึกวิศวะเลยอ่ะนะ”  ดาต้าร้องขึ้น  “งั้นนิชาไปกับสกาวนะ  ไม่ไปอ่ะเมื่อยขาแย่”

            สรุปสกาวและนิชาเดินไปกันสองคน  สกาวเอามือถือมาส่งข้อความให้คณา

‘ ขอให้ชนะนะคับ  สู้ๆ’

 

            สกาวเห็นสนามกีฬาไกลๆมีคนมุงดูฟุตบอลกันมากมาย  เธอจึงไม่รู้ว่าจะพบกับคณาได้หรือไม่  ดูเหมือนจะยาก

“วิศวะเค้าแข่งอะไรกันอ่ะสกาว”  นิชาเหม่อมองไปในสนามไม่แพ้สกาว

“แข่งบอลน่ะ  คณาก็แข่ง”  สกาวพยายามกวาดสายตามองหา  แต่คนมากมายและเป็นเวลาค่ำแล้ว  เธอจึงมองหาคณาไม่เจอ

“อ้อ! ที่จะมากดเงินถึงนี่เพราะเหตุผลนี้ใช่มั้ยยะ”  นิชาหันไปมองเค้นความจริงจากสกาว  สกาวยิ้มเขินๆ

“ก็ไม่เชิงหรอก  ก็ไปกดเงินไง”  สกาวเดินนำลิ่วเพื่อไปกดเงินในอาคาร  เมื่อเธอเดินออกมาข้างสนามกีฬา  เธอก็ยังมองหาคณา

“ไม่โทรไปล่ะ  จะได้รู้ว่าน้องเค้าอยู่ไหน  มัวเหม่อแบบนี้ไม่เจอหรอกม้าง”  นิชายุแยงตรงตามความต้องการภายในใจของสกาว

“ไม่รู้สิรัน แฟนคณามารึป่าวน่ะสิ  บางทีคณาอาจจะอยู่ข้างๆแฟนก็ได้  หรือไม่อาจฝากมือถือไว้ที่แฟนก็ได้  เดี๋ยวคณางานเข้า”  สกาวหน้างอทันที

“ก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ ก็แกบอกเองว่าแกกับน้องเค้าเป็นพี่น้องกัน  แกจะไปกลัวแฟนเค้าหึงทำไม  หรือว่าแกคิดเกินเลยกับน้องคณาไปแล้ว”  นิชายิ้มกรุ้มกริ่ม

“ไม่นี่ ก็พี่น้องอ่ะแหละ  นั่นสินะจะไปกลัวอะไร  พี่โทรไปให้กำลังใจน้อง  สิรันคงไม่ว่าหรอก”  สกาวจึงโทรหาคณาในทันที

“ฮัลโหลครับ”  คณารับสายช้ากว่าปกติ

“แข่งเป็นไงบ้าง”

“อ้อ...ก็ดี  แพ้อ่ะ ฮ่าๆๆ  แข่งเสร็จแล้วดูคู่อื่นอยู่ตอนนี้”

“จริงอ่ะ  ไม่ไหวเลยนะ  แพ้ได้ไงอ่ะ  แล้วแฟนมาเชียร์ปะ”

“ไม่มาๆสิรันติดงานมาไม่ทันอ่ะ”

“คนเยอะดีเนอะน่าสนุกเชียว”  สกาวพยายามมองหาคณาแต่ก็ไม่เห็นอยู่ดี

“นี่เธออยู่ไหนอ่ะ”  คณามีน้ำเสียงตื่นเต้น

“ข้างหลังเธอมั้ง  ฮ่าๆๆ  อยู่สนามนี่แหละ  แวะมากดเงินที่ตึกอ่ะ  เลยแวะมาดูสักหน่อย  ไหนออกมาหาเค้าซิเธอ  เค้าหาเธอไม่เจออ่ะ”

“อ้อหรอ  อ่าได้ๆ  เดินไปตรงเซเว่นนะ”  คณากลัวว่าเพื่อนๆจะเห็นว่าเขาออกมาหาสกาวจึงนัดให้ไปเจอบริเวณเซเว่นซึ่งห่างจากสนามไปไม่มากนัก

            สกาวเห็นคณาจึงเดินเข้าไปทักทาย  พร้อมกับนิชา  คณามีเหงื่อเต็มใบหน้ายิ้มแห้งๆให้สกาวและไหว้นิชา

“เหนื่อยปะ  เล่นไงแพ้เนี่ย”

“ฮ่าๆๆ  ไม่รู้สิ” 

            คณายังคงยิ้มแห้งๆ จนทำให้สกาวรู้สึกว่าคณากำลังกดดันกับบางอย่าง เธอเห็นเหงื่อคณาไหล  จึงเอื้อมมือไปปาดเหงื่อให้คณาอย่างเบามือ  คณายิ้มเขินและถอยหลังออกเล็กน้อย  สกาวรู้สึกแย่ที่คณาดูเหมือนรังเกียจเธอ

“แล้วมีแข่งอีกปะ”  นิชาถามขึ้นกอบกู้สถานการณ์

“ไม่อ่ะครับ”  คณายิ้มเขินนิชาเพื่อนสาวสกาว  จนทำให้สกาวรู้สึกขุ่นเคืองภายในใจ

“ไปแล้วนะ”  สกาวเดินกลับหลังหันทันที  นิชาโบกมือลาคณา  และเดินตามเพื่อนสาวด้วยความงง  ที่จู่ๆก็เดินกลับออกมา  คณามองสกาวจนลับตาไกล

“เป็นไรไป”  นิชาถามสกาวอย่างห่วงใย

“ไม่รู้สิ  รู้สึกคณากลัวอะไรไม่รู้  รู้สึกปะ”

“หรอ  ก็ไม่นะ  แต่ก็นัดเจอซะไกลสนาม  คงกลัวใครเห็น  แต่จะกลัวทำไม  อย่าไปคิดมากเลยปล่อยเบรอๆไปเหอะ” 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

            สามสาวไปถึงตลาดนัดเดินเลือกซื้อของตามประสาผู้หญิงอย่างสนุกสนาน  แต่ภายในใจของสกาวเกิดความรู้สึกขัดแย้งกันระหว่างความรู้สึกที่แท้จริงของเธอที่มีต่อคณา  เธอกำลังสับสนว่าสรุปแล้วเธอคิดอะไรกับคณาที่มันลึกซึ้งมากเกินกว่าการเป็นพี่น้องหรือไม่

“เดินใจลอยไปไหนแล้วเนี่ย”  ดาต้าหันมาถามสกาวที่เดินตามดาต้าและนิชาอย่างช้าๆ

“ไม่ได้ใจลอยสักหน่อย” สกาวรีบเดินให้ทันเพื่อนสาว

“แกอย่าคิดมากสิ”  นิชารู้ทันว่าสกาวกำลังคิดเรื่องคณา

“มันเป็นอะไร สกาวอ่ะ”  ดาต้าหันมาถามนิชาด้วยความสงสัย

“นั่นสิสกาว  แกเป็นอะไรไป ถามหน่อยว่าแกจะไปแคร์คณาทำไม  ในเมื่อแกก็บอกเองว่าเป็นพี่น้อง  ไม่ได้คิดอะไร  และจะไม่ยอมให้คำสาปบ้าบอของแกเล่นงานได้อีก  คำถามก็คือ เพราะอะไรต้องแคร์ และสนใจขนาดนี้” นิชาตั้งคำถามกดดันสกาวในระหว่างเดินในซอยตลาดนัดแคบๆ  สกาวยิ่งกลัดกลุ้มครุ่นคิด

“คิดดีๆ  ฉันดูออกตั้งนานแล้วว่าแกชอบคณาอย่างแน่นอน”  นิชาฟันธง

“ใช่  แกจะปิดบังพวกเราทำไม  เพื่อนกันอยู่กันมา 5 ปีจะไม่รู้อาการแกเลยหรอ  อีกอย่างแกมัวปิดบังความรู้สึกแบบนี้มันยิ่งเก็บกดนะ”  ดาต้าช่วยเสริม

“เห้ออ...แต่ฉันจะชอบคณาได้ไง  ฉันยังรักและคิดถึงพี่เปรมอยู่เลย” สกาวพยายามแก้ตัวให้ความรู้สึกของเธอเอง

“สำหรับไอ้พี่เปรมนั่นอ่ะนะ  แกอาจแค่ผูกพัน  แต่กับคณาแกเริ่มจะผูกพัน  แกก็บอกเองนี่ว่าคุยกันตลอดทุกวันทุกคืน  ถ้าวันนึงคณาหายไปแกก็ต้องรู้สึกว่าอะไรขาดหายไป ยอมรับมาเถอะว่าเริ่มชอบคณา  เพราะนิสัยอย่างแกถ้าไม่ชอบก็จะไม่คุยด้วยเลย  จริงมั้ย”  นิชาวิเคราะห์ยาว

“ก็จริง  ฉันอาจชอบน้องจริงๆ  แย่แล้วสิแบบนี้”  สกาวหน้างอ  “คำสาปเล่นงานอีกแล้วอ่ะ”

“ยังหรอก  ฉันว่าไม่เกี่ยวกับคำสาปหรอก  มันอยู่ที่ตัวแกจะเลือก  ถึงแกจะชอบคณา แกก็เลือกได้ว่าจะไปคุยแค่ไหน  ยังรักษาระดับความสัมพันธ์ได้ว่าให้เป็นแค่พี่น้องหรือยังไง  แกต้องวางตัวดีๆ  อย่าไปทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมให้มาก  คำสาปอะไรนั่นจะมาทำอะไรแกได้”  ดาต้าช่วยเสริม เพราะไม่เคยเห็นด้วยกับความเชื่อของสกาวว่าเธอถูกสาปให้รักคนมีเจ้าของ

“แต่มันสามารถดลใจให้ฉันเลือกที่จะทำในสิ่งที่ไม่ถูกนะ มันเป็นคำสาปจริงๆ”  สกาวยังคงเชื่อในสิ่งที่เธอคิดเรื่อยมา

            บทสนทนาที่เคร่งเครียดทำเอาสามสาวไม่ได้ดูของอะไรอย่างจริงจัง  ดาต้าเหนื่อยใจที่จะพูดจึงเดินนำลิ่วไปดูเสื้อผ้า  และโทรศัพท์สกาวก็สั่นขึ้น  หนุ่มคณาโทรเข้ามา

“ฮัลโหลว่าไง คุณน้อง”  สกาวพยายามเรียกสถานะคณาเตือนสติ

“พี่สาวทำอะไรค๊าบ”

“มาเดินตลาดนัดไง  มีอะไรหรอ  มาเดินด้วยกันปะ”

“ไม่ไหวล่ะครับผม  เหนื่อยจะแย่ เนี่ยกลับมาหอละ  จะอาบน้ำนอนพักซักหน่อย”

“กินอะไรมั้ยจะซื้อจากตลาดเข้าไปให้”

“ไม่เป็นไรจ้า  วันนี้ขอบใจนะ”

“เรื่องอะไรอ่ะ”

“ก็ที่มาดูเค้าไง”

“ใครไปดูแกยะ  เค้าเดินผ่านไปเฉยๆ  จะไปกดเงินไม่ได้ตั้งใจไปสักหน่อย”  สกาวพยายามโกหก แต่คณาก็พอรู้ทัน

“อ้าวหรอ  ว้า!นึกว่ามาเชียร์เค้าซะอีก  งั้นก็ขอบคุณเรื่องข้อความละกัน  อันนี้ตั้งใจส่งมารึป่าว”

“เอ่อ!...ก็..ตั้งใจสิ  อื้มม” สกาวเขินพูดอะไรไม่ออก

“วันหลังไปเดินตลาดนัดด้วยกันนะ”  คณาออกปากชวนด้วยความรู้สึกดี

“อื้ม  ได้สิ  คงต้องเป็นหลังจากเค้ากลับจากไปทัศนศึกษานะ”

“ได้เสมอครับ  เค้าไปอาบน้ำก่อนล่ะเหนียวตัวมาก”

“รีบไปเลยค่ะคุณน้อง”

            สกาววางสายคณาไป  เธอก็ยังเพิ่มความสับสนอีกข้อขึ้นมา  นอกจากจะสับสนว่าเธอคิดอย่างไรกับคณากันแน่ แต่กลายเป็นว่าเธอกำลังสับสนอีกว่าคณาคิดอะไรกับเธอมากกว่า “พี่สาว” หรือไม่

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

            ค่ำคืนสุดท้ายก่อนวันที่สกาวจะเดินทางไปทัศนศึกษา  สกาวก็ยังออน Facebook คุยเล่นกับคณาตามปกติ  แต่ที่ไม่ปกติคือ ความรู้สึกของสกาว  ไม่ว่าเธอตั้งโพสอะไรใน Facebook คณาจะต้องเข้ามา comment และกด like เกือบทุกโพส ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเปรมที่สกาวพร่ำเพ้อ  คณาจะคอยถามความเป็นไปของสกาวเสมอ  เมื่อเธอบ่นว่าปวดตา  คณาก็จะมาถามใน MSN ว่าสกาวเป็นอะไร ทุกอย่างที่คณาแสดงทำให้สกาวมีความหวังในใจเล็กๆว่าคณาเป็นห่วงเป็นใยเธอ

            ดาต้าเข้ามาดู Facebook ของสกาวเห็นมีแต่คณามา comment จึงแกล้งไปโพสแซวสกาว

ดาต้า : แหมๆๆๆๆ เด๋วนี้เอาใหญ่แล้วนะ กินเด็ก ไม่บอกไม่กล่าว กินเด็กแล้วมีพลัง แบ่งๆฉันบ้าง 55555

 

            สกาวเห็นเช่นนั้นก็เกรงว่าคณาจะมาเห็นแล้วรู้ว่าเธอคิดเกินเลยความเป็นพี่น้อง  เธอจึงรีบตอบดาต้าไปใน comment

สกาว : เด็กที่ไหนอ่ะ  คนไหนดีกว่า 555+  บ้าแล้ว  เป็นพี่น้องกันไม่ได้เป็นอะไรกันสักนิด

 

            และแน่นอนหนุ่มคณาที่ตามติด Facebook ของสกาวไม่มีทางพลาดที่จะเห็นโพสของดาต้าและคำตอบของสกาว  คณาถอนหายใจไปครู่หนึ่งก่อนจะทัก MSN สกาว

คณา : ไงพี่สาว  เพื่อนแซวหรอ

สกาว : อ้อ ใช่  เพื่อนมันเข้าใจผิดอ่ะ  แต่บอกไปแล้วว่าไม่มีอะไร  ไม่ได้เป็นอะไรกัน  จริงๆมันก็รู้แหละแซวเล่นไปงั้นเอง

คณา : นั่นสินะ ไม่ได้เป็นอะไรกัน

 

            คณาเงียบไปพักหนึ่ง  สกาวนั่งมองประโยคที่คณาพิมพ์มาแล้วอยู่ๆน้ำตาเธอก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว สกาวบอกตัวเองอย่างหนักแน่นให้เลิกคิดเกินไปกว่านี้ ต้องดำรงเจตนารมณ์เดิมว่าจะไม่ให้คำสาปเล่นงานได้อีก

สกาว : แล้ววันนี้แฟนไม่มาหาหรอ  ปกติจะมาทุกวันศุกร์นี่

คณา : สิรันไปเที่ยวกับเพื่อนในเมืองอ่ะ  เค้าก็น้อยใจอยู่เหมือนกัน  เค้าอยากให้มาหาเค้าสิรันบอกว่าเหนื่อย  แต่ก็ไปเที่ยวกับเพื่อนได้  น้อยใจอ่ะ

สกาว : อื้ม......สิรันคงเหนื่อยจริงล่ะ  แต่ก็อยากไปผ่อนคลายกับเพื่อนๆด้วยไง

คณา : แต่เห็นโทรมาบอกให้เค้าไปรับเนี่ย  สงสัยต้องนั่งแท็กซี่ไปรับคุณนายเค้าหน่อย

สกาว : ไกลนะเนี่ยนั่งไปคนเดียวทุ่มมากเลยเนอะ ^^

คณา : นั่นสิ  ก็ต้องทุ่มกันหน่อย

สกาว : วันนี้เป็นไรอ่ะ ที่เค้าไปหาที่สนาม  เห็นเหมือนเธอกลัวอะไรเลย

คณา : ไม่กลัวนี่  แต่เค้าเขินพี่นิชาอ่ะ >

สกาว : ก็นิชาน่ารักนี่นา  ก็ต้องเขินเป็นธรรมดา  เค้าก็เป็นเวลาชอบใครมากๆ เวลาเจอคนคนนั้นเราก็จะเขินตัวม้วน

คณา : แต่เค้าไม่ได้ชอบพี่นิชาน้า....แต่ไม่รู้ทำไมมันเขินอ่ะ

สกาว : ก็คือเธออาจชอบไม่รู้ตัวไง  ไม่งั้นจะเขินไปทำไมเนอะ

คณา : ไม่ช่ายยยยย  แต่เวลาเค้าเจอเธอเค้าก็เขินนะ^^

สกาว : จะเขินทำไมยะ  ตลกสิ

คณา : ก็มันเขินอ่ะบอกไม่ถูก ก็อยากจะเขินบ่อยๆด้วยไม่รู้เป็นอะไร

 

            สกาวพยายามคุยให้เป็นปกติทุกอย่าง ทั้งที่เธอนั่งน้ำตาซึมตลอดการสนทนา  ความหวังต่างๆที่มีในใจมันพังทลายไปหมดอย่างคนสิ้นหวัง  แม้คณาจะให้ความหวังเธอตลอดเวลา แต่เธอก็รู้สึกได้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้  เธอพยายามจะไม่คิดอะไรให้มากไปกว่านี้

สกาว : ถามไรหน่อยสิ  ที่เค้าไปคอมเมนท์อะไรเธอในเฟสบุ๊คเธอมากมายอ่ะ  สิรันเค้าไม่ว่าอะไรใช่ปะ

คณา : ไม่เป็นไรเลย สิรันไม่ค่อยเล่นอ่ะนานๆทีเล่นที  กับเค้าสิรันยังไม่ค่อยมาคอมเมนท์เลย

สกาว : เค้าก็แอบรู้สึกว่าเค้าคุยกับเธอมากไปรึป่าว  เกรงใจสิรันน่ะ

คณา : คุยได้เสมอ  ไม่มีอะไรเลยสกาว  โอเคร๊  ว่าแต่เธอเดินทางกี่โมง

สกาว : 7โมงเช้าน่ะ  ไม่อยากไปเลยอ่า

คณา : ไม่อยากให้ไปเหมือนกัน  อย่างนี้ก็ไม่ค่อยได้คุยกันสินะ

สกาว : คุยได้สิ  เค้าก็ออน MSN ตลอดเวลาอยู่แล้วใน BB

คณา : จริงด้วย  เดี๋ยวเค้าจะไปเติมเน็ทมือถือไว้คุยกับเธอ

สกาว : เค้าไม่อยู่อย่าเหงานะ 55555+

คณา : เหงาแน่นอนอ่ะ   อยากกินช๊อกโกแลตที่เธอให้แล้วก็น้ำเก็กฮวยที่เธอป้อนให้  กลับมาป้อนน้ำเค้าอีกเร็วๆนะ

     

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
    มีปัญหาทางเว็บ ติดต่อ [email protected] จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 374 ท่าน

Line PM