Guest   
 
Username:
Password:




 


  
 



 
อ่านเรื่อง
สาปสกาว
สการินวดี
อยากรู้..แต่ไม่อยากถาม
3
04/11/2554 22:27:23
431
เนื้อเรื่อง
  ทุกค่ำคืนของการทำงาน คณาทำโปรเจคอยู่ในคณะ ส่วนสกาวอยู่หอของเธอ  แต่ทั้งสองคุย MSN กันตลอด จนรู้สึกได้ว่าใกล้กัน เมื่อคณากลับหอก็ต้องบอกกล่าวกับสกาว ทั้งที่สกาวไม่ได้บังคับ

คณา : เค้ากลับมาหอแล้วนะสกาว

สกาว : อ่ะจ่ะ  จะนอนเลยปะเนี่ย

คณา : ยังๆ เดี๋ยวกะจะเปิด RUNING MAN ดูซะหน่อยอ่ะ รายการตลกของเกาหลี  ตลกดี  จะได้อยู่เป็นเพื่อนเธอด้วย

สกาว : ขอบใจนะที่อยู่เป็นเพื่อน  เค้าเครียดมากเลย คิดงานไม่ออก

คณา : สู้ๆนะคับ  มันยากสินะ  อย่าเครียดๆส่งกี่โมง

สกาว : เที่ยงๆอ่ะ พรุ่งนี้เรียนบ่ายสาม พอมีเวลาทำช่วงเช้าอีก

คณา : เหมือนกันเลย  เค้าก็เรียนบ่ายสาม  ไปกินนมที่ร้านเปิดใหม่ที่คณะวิทยาศาสตร์กันมั้ย

สกาว : อ้อร้านสยาม อ่านะ  อร่อยปะอ่ะ  ไปดิๆอยากไปลอง เห็นเพื่อนบอกว่าชาเขียวไม่อร่อยเลย

คณา : แต่เค้าเคยไปกินกาแฟเอสเปรสโซ อร่อยดีนะ  ไว้พรุ่งนี้ไปกินกันเถอะ

สกาว : ได้ๆเด๋วโทรหาแล้วกันนะ

 

            เที่ยงวันต่อมา  สกาวรีบปั่นงานสุดชีวิต เพื่อไปส่งตอนบ่าย  คณาทักเข้ามาใน Facebook

คณา : ตื่นยังงงงง

สกาว : ตื่นแล้วปั่นงานหัวยุ่งเลย

คณา : เอ้าสู้ตายๆ ไปส่งให้ทันล่ะ  เสร็จแล้วบอกละกัน

 

 

            สกาวรีบนำงานไปส่งที่คณะได้ทันเวลา  และเธอไม่ลืมนัดที่นัดไว้กับคณา ว่าจะไปกินนมที่ร้านสยามด้วยกัน

“คณาเค้าส่งงานเสร็จแล้วนะ  เธออยู่ไหนจะไปเลยมั้ย”  สกาวโทรหาคณาทันทีที่ส่งงานเสร็จ

“เค้าอยู่โต๊ะห้องข้างโรงอาหารนี่ล่ะ  เดินมาเลยครับ”

            สาวน้อยสกาวเดินก้าวข้ามเขตแดนคณะสถาปัตยกรรมเข้าสู่คณะวิศวกรรม ซึ่งอยู่ติดกัน เธอมองเห็นคณานั่งอยู่ที่โต๊ะห้อง  ทั้งที่เธอเคยเดินผ่านโต๊ะนี้บ่อยครั้ง แต่เธอกลับไม่เคยเจอคณาเลยสักครั้ง

“คณา!”

            สกาวเรียกคณาเสียงดัง จนทั้งโต๊ะที่เต็มไปด้วยหนุ่มๆเกือบสิบคนหันมองสกาวเด็กสาวต่างคณะเป็นตาเดียว ทำเอาสกาวเสียความมั่นใจลงไปไม่น้อย คณาเดินออกจากโต๊ะมาหาสกาวในทันที และเดินเคียงข้างกันไป  ทุกสายตาก็ยังคงจับจ้องมาที่สกาวไม่ลดละ

“เพื่อนๆเธอมองแปลกๆเนอะ”  สกาวเปิดประเด็น

“ก็งี้แหละ  พวกมันก็มองคนสวยไง”

“ตลกสิ  โทรมจะแย่  ได้นอนไปสองชั่วโมงเอง”

“ไหนหันหน้ามาซิ”  คณาจ้องเขม่งมาที่หน้าสกาว

“โทรมจริงด้วย เธอดูแลตัวเองด้วยสิ”

“จ้า  ใครจะไปหล่อเลิศ สาวกรี๊ดเหมือนคณาล่ะคะ”

“กรี๊ดอาร๊ายย  มีก็ดีสิครับ  แค่พี่สกาวกรี๊ดดก็ดีพอแล้ว”

             คณายังเย้าหยอกสกาวตามระยะทางจากคณะวิศวะกรรมศาสตร์ ไปจนถึงคณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะต้องข้ามถนนใหญ่ที่มีรถพลุกพล่าน  คณาและสกาวยืนมองรถซ้ายขวาอย่างใจเย็น  เมื่อถนนว่าง คณาจับมือของสกาวข้ามถนน  สกาวถึงกับขนลุกขึ้นมาทันที  ความเขินแผ่ซ่านทั่วใบหน้า  เมื่อถึงอีกฝั่งสกาวรีบปล่อยมือและเอามือบังแดดแก้เขิน

“โอ๊ย! แดดแรงเนอะ ตัวดำหมด”  สกาวบ่นแก้เขินไป

“นั่นสิ  เค้าดำอยู่แล้วอ่ะ  ยิ่งดำไปอีกสินะ”

             คณาอาจแค่จูงมือข้าม  คงไม่ได้รู้สึกเหมือนที่เรารู้สึกหรอก  มันเหมือนไฟฟ้าสถิตไงบอกไม่ถูกเลยจริงๆ’

  

  

            สกาวเดินตามหลังคณาเข้าไปในร้านสยาม

            ร้านสยามเป็นร้านนมเล็กๆตกแต่งด้วยงานไม้สีพาสเทล  สกาวไปสั่งชาเขียวที่เคาน์เตอร์ ส่วนคณาก็สั่งกาแฟเอสเปรสโซของโปรด  ก่อนทั้งคู่จะมานั่งที่มุมเล็กๆของร้าน  ม้านั่งเล็กๆดูแล้วรู้สึกอึดอัดแต่ก็ดูอบอุ่น

            คณานั่งยิ้มมองหน้าสกาวอย่างเพ่งพินิจ  ทำเอาสกาวเขินทำอะไรไม่ถูก  ก้มกด BB แก้เขิน  คณานั่งมองและยิ้ม

“ดูแลตัวเองบ้างนะสกาว  พักผ่อนเยอะๆ”

“รู้แล้วค่ะ  แต่มันไม่มีเวลาให้นอนนี่สิ  อยากนอนตลอดเวลา”

“เค้าโทรมปะ”  คณาถามสกาวเมื่อรู้สึกว่าตัวเขาเองก็นอนน้อยเช่นกัน

“ไม่เลย  หล่อมากคับน้อง  ฮ่าๆ”  สกาวยิ้มแย้ม  คณาอมยิ้ม

“แกล้งตลอด นี่แน่”  คณาแกล้งตีมือสกาวเบาๆ

“โอ๊ย  โดนทำร้ายอ่ะ  แจ้งความได้ 500 นะเนี่ย  ฮ่าๆๆ”

“ไม่ใช่ละสกาว  เวอร์ไปๆ  เออนี่เธอว่าเค้าแต่งตัวแบบนี้ดูเหมือนเกย์ปะ”  สกาวรีบเพ่งพินิจการแต่งตัวของคณา ซึ่งเป็นเสื้อแขนกุดสีดำลวดลายร๊อค และกางเกงยีนขาเดป

“ไม่นี่  โอเคนะเค้าชอบเท่ดีออก  ดูเป็นชาวร๊อคดี”  สกาวทำท่าชาวร๊อค จนคณาหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

“เพื่อนเค้าบอกว่าเหมือนเกย์อ่ะ  ไม่ค่อยมั่นใจ  แถมพุงยังออกอีก”

“ก็อย่าไปแคร์ใส่แล้วสบายใจก็ใส่  คนเรามองไม่เหมือนกัน  บางคนอาจไม่ชอบแต่ก็อาจมีคนชอบ มั่นใจหน่อยไอน้อง”

“แค่พี่สกาวบอกว่าเท่ก็เริ่มมั่นใจละ  ฮ่าๆๆ”

            ทั้งสองนั่งพูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย  สกาวนึกอยากถ่ายรูปจึงให้คณาถ่ายให้  และเธอก็ถ่ายรูปคณาด้วยมือถือของเธอกันอย่างสนุกสนาน

“อี๊! ถ่ายไงเนี่ยคณา  ทำไมหน้าฉันอ้วนขนาดนี้”

“โทษเค้าหรอ ฮ่าๆๆๆ”

ติ๊ด ติ๊ดๆๆ  ตี่ ติด..............

“ฮัลโหลครับ”  คณารับโทรศัพท์ด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปเป็นวิตก

“ตื่นแล้วหรอ  ไหนบอกให้เค้าปลุกแกบ่ายสองไง  ตื่นเองก็เป็นนะเนี่ย  ไออ้วนเก่งจริงๆ”  สิรันกรอกเสียงใส

“ใช่ตื่นแล้วๆ  เดี๋ยวก็ไปเรียนแล้วล่ะแวะมาซื้อกาแฟ  จะได้ยาวๆ”

“แล้วเลิกกี่โมงล่ะเนี่ยวันนี้  เรียนถึงค่ำปะ”

“ไม่แน่ใจเหมือนกันแล้วแต่อารมณ์อาจารย์เลยเธอ  แล้วเธอกินไรยัง”

“กินอยู่เนี่ย กินส้มตำกับเปรย  เดี๋ยวเข้าไปแล๊ปแล้ว”

“กินเยอะๆนะจะได้อ้วนๆ”

            คณารับสายสิรันต่อหน้าสกาว  ไม่ได้มีท่าทีปิดบังใดๆ  สกาวได้เพียงนั่งนิ่งๆทำเป็นกด BB แต่จริงๆแล้วแอบฟัง คณา 

            ‘คณาดีอย่างที่ไม่ปกปิด  ค่อนข้างเปิดเผย  แต่อาจเพราะไม่คิดอะไรกับเราก็เลยไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไร’

 

            ถึงเวลาบ่ายสาม คณาและสกาวต่างแยกย้ายไปเรียนโดยคณาแยกกับสกาวหน้าคณะวิทยาศาสตร์ สกาวเดินกลับมาคณะของเธอผ่านโต๊ะห้องของคณาอีกครั้ง   และเช่นเดิมหนุ่มๆในโต๊ะมองสกาวด้วยสีหน้าประหลาด  ซึ่งสกาวเองก็ไม่เข้าใจว่าสายตาเหล่านั้นหมายถึงอะไร

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

            ตกกลางคืนสกาวก็ต้องนั่งปั่นงานอย่างเช่นทุกวัน  เมื่อยามอยู่คนเดียวเธอก็มักจะคิดถึงเปรมทุกครั้งไปและอดไม่ได้ที่จะโทรหา

“ฮัลโหลค่ะ พี่เปรมไม่ว่างนะคะขับรถอยู่”

            เสียงผู้หญิงรับสายอีกตามเคย  สกาววางสายไปทันทีพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงไหล  ทั้งที่เธอไม่ควรจะโทรไป เมื่อโทรไปได้รับรู้ว่าเปรมอยู่กับใครอีกคนเธอก็ต้องเสียน้ำตา และพร่ำเพ้อใน Facebook ซึ่ง Facebook ของเธอมีไว้เพื่อระบายความอึดอัดใจในเรื่องต่างๆของเธอ  โดยที่เธอเองก็ไม่ได้สนใจว่าใครจะมารับรู้เห็นอะไรในสิ่งที่เธอเป็น

คณา : สกาวเป็นอะไรไป

สกาว : จ้า ว่าไงทักมานานยัง เค้าแอบงีบไปอ่ะ 555+

คณา : ป่าว....เค้าหมายถึงในเฟสอ่ะ  เห็นโพสอะไรเศร้าๆ 

สกาว : ก็เรื่องเดิมๆคนเดิมๆแหละ  อยู่คนเดียวมันฟุ้งซ่านตลอด  แต่ไม่เป็นไรหายแล้ว

คณา : เค้าไม่อยากเห็นเธอเศร้าเลยอ่ะ

สกาว : ไม่ได้เศร้าแล้วล่ะ กำลังทำงานอย่างเคร่งเครียด  วันนี้อารมณ์ไม่ดีคิดงานไม่ได้เลย

คณา : เหมือนกันเลย  วันนี้เค้ารู้สึกอารมณ์ไม่ดีเหมือนกัน

สกาว : เป็นอะไร ระบายได้นะ  ทะเลาะกับแฟนหรืองานไม่เดิน

คณา : รู้สึกช่วงนี้ยุ่งๆ แบกหลายงานไว้คนเดียวเลย

สกาว : โปรเจคอ่ะนะ  ทำไงดีล่ะช่วยไงดี  ไปเต้นให้ดูเอามะ  555+

คณา : ไม่เป็นไรค๊าบ  แท้งกิ้วๆ ตอนนี้ก็อยู่ห้องโปรเจคคนเดียว

สกาว : ดูคนอวดผีกัน อยู่คนเดียวได้บรรยากาศมากเลย

คณา : ไม่ดีมั้ง  หลอนซะ  ว่าจะกลับแล้วล่ะ แต่ไม่มีแรงลุกเดินไปไหนเลย  แฟนก็ติดงาน คุยโทรศัพท์ไม่ได้อีก  จะบ้า

สกาว : อาการหนักนะเนี่ย  ทำไงดีล่ะ

คณา : ช่ายหนักเลย  แฟนเรียนพยาบาลได้เจอแค่บางเสาร์อาทิตย์  อย่างตอนนี้เค้าก็ไม่ว่างคุย  อยากมีเพื่อนคุยแก้เซงก็ไม่ได้อีก

สกาว : เค้าช่วยไรไม่ได้เลยอ่ะ  อย่าคิดมากนะ

คณา : ไม่เป็นไรจ้า  ยังดีที่อยู่คนเดียวเก่ง  ไม่ใช่ประเภทที่ขาดเพื่อนไม่ได้

สกาว : เบื่อๆก็มาดูคนอวดผีห้องเค้าได้นะ  จะได้มีเพื่อน  เวลาแบบนี้มีเพื่อนไว้น่าจะอุ่นใจกว่า

คณา : จิงอ่า  รบกวนเธออ่ะดิเธอทำงานอ่า

สกาว : ไม่เป็นไร อยากมีเพื่อนดูเหมือนกัน  เดี๋ยวดึกๆต้องออกไปร้าน SODA วันเกิดบลูอ่ะ  ต้องเอาการ์ดไปให้  ดูคนเดียวเดี๋ยวไม่กล้าไปพอดี

ครา : งั้นเดี๋ยวเค้าไปดูเป็นเพื่อนละกันนะ

 

 

            เมื่อรายการโทรทัศน์ยอดนิยมซึ่งเป็นรายการผีๆมาถึง  สกาวบอกคณาให้มาดูด้วยกัน  คณาก็มาที่ห้องของสกาวเป็นครั้งที่สอง ทั้งสองดูรายการคนอวดผีด้วยกันบนเตียงนุ่มๆอย่างตั้งใจ  

 

“น่ากลัวอ่ะ”  คณาบ่นพึมพำ

“เธอกลัวผีปะ” สกาวหันไปถามชายหนุ่มที่นั่งพิงหัวเตียงข้างๆ

“มากอ่ะเธอ แต่วันนี้ไม่น่ากลัวเท่าไหร่  เคยเจอผีที่ห้องโปรเจคด้วยอ่ะ  มาแบบเป็นเสียงอ่ะ  เวลาอยู่คนเดียวก็จะหลอนๆ”

“แต่เธอก็กล้าอยู่คนเดียวนะเนี่ย ก็ถือว่าใจเด็ดอยู่นะ” สกาวยิ้มร่า  ทั้งคู่พูดคุยวิพากวิจารณ์รายการไปอย่างสนุกสนาน

            ช่วงจังหวะที่คณาบิดขี้เกียจและมือมาโดนมือของสกาว  สกาวต้องขยับตัวออกห่างคณา แม้จะอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ  แต่คณาไม่มีท่าทีจะล่วงเกินสกาวใดๆ จนกระทั่งรายการคนอวดผีจบลง

“เธออยู่คนเดียวได้มั้ยเนี่ย” คณาหันมองสกาว  สกาวหันไปหาคณาเพื่อจะตอบ  ใบหน้าคนทั้งคู่ใกล้กันจนสกาวต้องรีบดีดตัวเองออกจากเตียง

“ได้สิ  ไม่ได้ขี้กลัวเหมือนเธอสักหน่อยคุณน้อง”

“แหมพี่สาวทำมาปากดี  ใช่ว่าเค้ากลับไปจะร้องไห้ขี้มูกโป่งนะ”

“ไม่มีทางย่ะ  เก่งกว่าเธอเยอะขอบอก  เธอไปฉันก็คงไป SODA แล้วล่ะ”

“อื้ม  ไงเค้ากลับหอก่อนนะ  ถ้าอยู่คนเดียวไม่ได้ก็บอก  แล้วถ้าไปงานวันเกิดพี่บลูก็อย่าเมาล่ะ  ตั้งใจทำงานด้วยรู้มั้ย”

“ค่า  บ่นยาวเชียวนะ  ท่องมาปะเนี่ย” 

            สกาวเดินไปส่งคณาด้านล่างหอของเธอ  เมื่อคณาจากไปสกาวก็เข้าโหมดเศร้าอีกครั้ง  เมื่อเธอก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไป SODA ดีหรือไม่

บลู : สกาวจะมาวันเกิดบลูมั้ยเนี่ย  อยากให้มามากเลยอ่ะ

 

            บลูทักเข้ามาใน BB     ทำเอาสกาวสองจิตสองใจ  หากเธอไปแล้วต้องเห็นเปรมอยู่กับผู้หญิงของเขา  เธอคงต้องร้องไห้กลับมาอีกแน่ๆ

สกาว : พี่เปรมอยู่ร้านรึป่าวบลู  สกาวไม่อยากไปเจอเลยอ่ะ

บลู : อยู่นะ  อยู่กับพี่ๆน้องๆเค้าอ่ะแหละ

สกาว : มีเด็กๆเค้าอยู่ปะ

บลู :  ไม่มี  รับประกัน พี่เปรมรู้จักกับเมทา  เค้ายังเข้ามาทักทายเมทาอยู่เลย

สกาว : ถ้างั้นสกาวไป ก็อาจไปไม่นานหรอกนะ  เพราะต้องกลับมาทำงานต่อ  เดี๋ยวเอาการ์ดไปให้นะจ๊ะ

บลู : รีบมาเลยอยากเต้นกับสกาวจะแย่

  

  

            สกาวรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า  ความสับสนในใจเริ่มกระจ่าง  เมื่อเปรมไม่มีสาวข้างกาย เธอจึงอยากจะไปพบเจอเปรมด้วยความคิดถึงมหาศาล

“ตี 1 แล้ว  จะไปไงล่ะ  วินมอไซด์หน้าหมู่บ้านหมดไปตั้งแต่ห้าทุ่ม  แท็กซี่ก็ไม่มี”  สกาวบ่นพึมพำ เมื่อเห็นช่องทางว่างเปล่าที่จะออกจากหมู่บ้านไป SODA ในเวลาแบบนี้

“คณาไง  ให้คณาช่วยไปส่งคงไม่เป็นไรหรอก”  สกาวรีบโทรหาคณาในทันที

“ฮัลโหล ว่าไง”  คณารับสายโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว

“ว่างป่าวอ่ะคณา  มีเรื่องรบกวน”  สกาวลุ้นกับคำตอบ

“ว่างครับ  แฟนเพิ่งวางสายไปเมื่อกี้เอง  มีอะไรอ่ะ”

“คณาไปส่งสกาวที่ SODA หน่อยดิ  สกาวไม่มีรถออกจากหมู่บ้านอ่ะ  รบกวนหน่อยนะ”

“ได้สิ  ว่าแต่สกาวไปนานมั้ยอ่ะ”

“ไม่นานหรอก จะตี 2 แล้ว  SODA ใกล้ปิดแล้ว”

“งั้นเอางี้ เดี๋ยวเค้าไปเป็นเพื่อนเธอดีปะ”

“ดีๆ  ไปกันเถอะ”

            คณาขับมอไซด์มารับสกาวหน้าหอ  และมุ่งตรงไปยังร้าน SODA

“ขอบใจนะคณา ที่ไปเป็นเพื่อน”

“ไม่เป็นไรหรอก อยากให้รบกวนบ่อยๆ  ไม่อยากให้เธอเศร้าอ่ะสกาว  มีอะไรบอกได้นะ  เค้าทำให้ได้จะทำให้”

            สกาวนั่งยิ้มซึ้งใจกับคำพูดของคณา  และการกระทำตรงหน้าที่ดูแลเทคแคร์เธอดีเหลือเกิน  ไม่เหมือนคนอื่นๆที่เธอเคยพบมา สกาวเริ่มเผลอใจรู้สึกดีกับหนุ่มมีเจ้าของคนนี้เข้าแล้วในใจคนเดียว

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

            ภายในร้าน SODA มีลูกค้าจำนวนมาก ทำให้ร้านเล็กๆดูแคบลงไปถนัดตา  สกาวเอาการ์ดอวยพรวันเกิดไปให้บลู  และดื่มเหล้าในระยะเวลาครึ่งชั่วโมงสุดท้าย

“อ้าว!  ทำไมคณามาด้วยล่ะ สกาว”  บลูถามขึ้นเมื่อเห็นคณาเดินตามหลังสกาวเข้ามาในร้าน  โดยอยู่ในสายตาของเปรม

“คณามาเป็นเพื่อนน่ะ”  สกาวยิ้มและหันไปทางบาร์เห็นเปรมยืนคุยกับน้องๆในโต๊ะของเขา

“เมทาบอกบลูว่าเดี๋ยวพี่เปรมจะเอาบัตรเหล้าฟรีมาให้ที่โต๊ะด้วยล่ะ”

“จริงหรอ  พี่เปรมเห็นสกาวอาจไม่มาก็ได้นะ”

“สกาว  พี่เปรมมาร้านด้วยนะวันนี้  เจอยัง”  เมทา ทักทายสกาว สกาวได้เพียงยิ้มเจื่อนๆ

“ไม่เจอคงดีกว่าอ่ะเมทา”

“ทำไมล่ะ  เดี๋ยวพี่เปรมเอาบัตรเหล้าฟรีมาให้เรา เดี๋ยวก็ได้เจอกัน”

 

             สกาวยืนนิ่งไม่ได้เต้นร่าเริงเหมือนเช่นทุกครั้ง  แม้ดนตรีจะน่าโยกย้ายมากแค่ไหนก็ตาม  คณายืนข้างๆสกาวและคอยจับตามองอาการของสกาวไม่ขาด

“เป็นอะไรไปสกาว”  คณาเอ่ยถาม  พลางชนแก้วเหล้า

“ป้าว!!!  ไม่ได้เป็นไรสักหน่อย  ไม่เมาเต้นไม่ออกเลย  ฮ่าๆๆ”  สกาวปั้นหน้าร่าเริง  เพื่อปกปิดความรู้สึกภายใน  และเธอก็เห็นเปรมเดินมุ่งตรงเข้ามาที่โต๊ะของเธอ  เพื่อนำบัตรเหล้าฟรีมาให้เมทา ตามที่เมทาบอก

“พี่เปรมเอาบัตรเหล้ามาให้แล้ว”  เมทาร้องขึ้น

            เปรมเดินแหวกลูกค้าจนถึงโต๊ะของบลูและเห็นสกาวนั่งอยู่ โดยมีคณานั่งเคียงข้าง สกาวเงยหน้าสบสายตาที่เย็นชาของเปรม  หนุ่มใหญ่สะบัดหน้าและเดินหนีหายกลับไปยังหน้าบาร์ทันที สกาวถึงกับตัวชาไปเลยทีเดียว

“อ้าว  ไปไหนซะล่ะพี่เปรม”  เมทาร้องเสียงหลงรีบลุกจากเก้าอี้เดินตามเปรมไปทันที

“พี่เปรมเค้าเป็นอะไรอ่ะ”  บลูบ่นพึมพำ

“คงเห็นหน้าสกาวมั้ง”  สกาวยิ้มแห้งๆและดื่มเหล้าจนหมดแก้ว  คณามองเหตุการณ์อยู่ก็เข้าใจได้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น

            ไม่นานนักไฟก็เปิดเป็นสัญญาณว่าร้านปิด  ลูกค้าทยอยกันออกจากร้านไป  บางโต๊ะก็ยังคงนั่งพูดคุยสนทนาประสาคนเมา  เมทาไปคุยกับเปรมที่โต๊ะเปรมด้านหน้าบาร์  สกาวและบลูนั่งคุยกันอยู่ที่โต๊ะ  คณาเดินกลับออกมาจากห้องน้ำพบว่าร้านสว่างโล่ง  แทนที่เขาจะมานั่งข้างสกาวเช่นเดิม  แต่กลับไปนั่งเก้าอี้ว่างๆอีกโต๊ะ สกาวหันไปมองด้วยความแปลกใจแต่ไม่อยากเอ่ยถามใดๆแม้ในใจจะคิดน้อยใจไปแล้ว

            ‘อาจจะมีเพื่อนของคณามาร้านในคืนนี้ เลยต้องทำเป็นไม่ได้มากับเราสินะ  รู้สึกแย่จัง’

“ทำไมไปนั่งตรงนั้นล่ะคณา  มานั่งด้วยกันสิ  นั่งซะไกลเชียว”  บลูกวักมือเรียกคณาด้วยความไม่รู้ใดๆ  คณาจึงเดินกลับมานั่งที่เดิมด้วยสีหน้าลำบากใจ

            ไม่นานบลู เมทา  สกาวและคณาก็ออกมาจากร้าน  ด้วยอาการเมาของบลูและเมทาทำให้สกาวอดเป็นห่วงไม่ได้

“กลับแท็กซี่กันเหอะ  จอดรถไว้นี่ค่อยมาเอา”  สกาวบอกแก่บลู

“ไม่ๆ  บลูขับได้  เดี๋ยวสกาวกลับไงบลูไปส่งนะ”

“เดี๋ยวสกาวกลับกับคณาอ่ะ  คณาเอามอไซด์มาอ่ะจ่ะ”

“สกาวกลับกับบลูก็ได้นะ  คณากลับเองได้”  คณารีบพูดแทรกขึ้นมาทันที  สกาวมองหน้าคณาด้วยความประหลาดใจอีกครั้ง

‘เธอกำลังกลัวอะไรอยู่นะคณา  ไม่เข้าใจเลย  อยากรู้จริงๆว่าถ้าเรากลับกับคณาจะเกิดอะไรขึ้น’

“เดี๋ยวสกาวกลับกับคณาดีกว่า  บลูเมาแล้วไม่อยากให้ขับรถย้อนไปย้อนมา”  สกาวบอกกับคณาและอำลาบลู  เธอรีบเดินนำคณาไปที่รถมอไซด์เป็นการมัดมือชก  คณาเริ่มมีสีหน้าไม่ค่อยดี

“เป็นอะไรเนี่ยคุณน้อง  ทำหน้าอย่างกะเห็นผี”  สกาวพยายามแกล้งหยอก

“ป่าวคับพี่สาว  กลับกันเถอะ” 

            คณาก็รีบปั้นหน้าปกติ  และขับมอไซด์ออกไปอย่างช้าๆ  ด้วยความบังเอิญที่เปรมขับรถเก๋งคันโตออกมาจากลานจอดรถพอดีและเห็นสกาวซ้อนท้ายคณาไป  หนุ่มใหญ่เหยียบคันเร่งเต็มที่ด้วยความไม่พอใจ  แต่สกาวกลับไม่เห็นเปรม

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

            สกาวโบกมือลาคณาและเดินขึ้นหอพักไปด้วยรอยยิ้มจางๆ  คณามองสกาวด้วยความเป็นห่วงก่อนจะขับมอไซด์ไปจอดหน้าหอของเขาเองซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหอพักของสกาว

“คณา  ไปไหนมาอ่ะ”  เพื่อนคณาลงมาจากหอพักพอดีทักทายเข้า  คณาถึงกับหน้าซีด

“อ้อ  ไปหาอะไรกินมาน่ะ” คณาฝืนยิ้มร่าเพื่อให้เนียนที่สุด

“ออกไปหาอะไรกินนี่แกต้องใส่เดปเสื้อยืดอย่างหล่อเลยหราวะ”  โดนัทหนุ่มน้อยใส่แว่นมองเพื่อนชายจากเท้าจรดหัว

“เอ่อ.....พอดีไม่ได้ซักผ้าไม่มีอะไรใส่แล้วว่ะ  ฮ่าๆๆ  แล้วนี่จะไปไหนล่ะ” คณารีบเปลี่ยนเรื่อง “จะไปซื้ออะไรกินเหมือนกัน หิวอ่ะ  ไปก่อนนะ” โดนัทเดินจากไปด้วยความสงสัยภายในใจ ส่วนคณาถอนหายใจยกใหญ่ก่อนจะรีบเดินขึ้นหอพักไปอย่างเร่งรีบ

 

            สกาวเดินเข้าห้องด้วยความเสียใจที่กักเก็บไว้ตั้งแต่บนร้าน SODA น้ำตาก็เอ่อไหลอย่างห้ามไว้ไม่ได้เธอทรุดลงบนเก้าอี้โต๊ะทำงานและฟุบลงบนโต๊ะปล่อยโฮออกมา

พี่เปรมรังเกียจเรามากเลยสินะ  แค่มีเราในโต๊ะเขาก็เลือกที่จะไม่เดินเข้ามา  เรามันน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยใช่มั้ย  ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย  พี่เปรมคงโกรธที่เราโวยวายเรื่องผู้หญิงของเขา  จะทำไงดีล่ะ’  

  

  

            หญิงสาวฟุบลงร้องไห้อย่างจะเป็นจะตายหลังจากได้พบกับความเย็นชาจากหนุ่มเปรม  มันเป็นความเสียใจที่เจ็บปวดมากกว่าการที่เปรมอยู่กับผู้หญิงคนอื่น  ความทรมานที่สาวสกาวจะต้องพบเจออยู่ตลอดเวลาในช่วงชีวิตที่ผ่านมา  และเธอต้องทนต่อไป

            สกาวสะดุ้งเมื่อ BB ส่งเสียงร้องของ MSN สกาวเดาได้ดีว่าต้องเป็นคณาอย่างแน่นอน

คณา : อะโยว นอนยังสกาว

สกาว : ยังเลย 

คณา : แล้วทำอะไรอยู่อ่ะ

สกาว : นั่งเฉยๆไม่ได้ทำอะไรเลย T^T

คณา : เป็นอะไรไปอ่า

สกาว : เศร้าใจนิดหน่อย

 

: เค้าว่าไม่นิดละ  เป็นอะไรบอกได้นะ  เมื่อกี้ยังดีๆอยู่เลยนี่นา

สกาว : ตอนนี้ไม่ดีแล้วอ่ะ  คิดมากอ่ะ  ไม่น่าไป SODA เลยคิดผิดจริงๆ

 

คณา : เกิดอะไรขึ้นอ๋อ ไปเจออะไรมา

สกาว : ไม่มีอะไรหรอกจ่ะ เค้าไม่เป็นไร  ร้องไห้แป๊บๆก็ดีขึ้นเองล่ะ

คณา : อย่าร้องสิ  เป็นห่วงอ่ะ อย่าคิดมาก  ให้เค้าไปอยู่เป็นเพื่อนมั้ยจะได้สบายใจขึ้น

สกาว : ไม่เป็นไรหรอก  เค้าร้องไห้เสร็จก็นอนแล้วล่ะ

คณา : แต่เค้าเป็นห่วงเธออ่ะ อยากไปทำให้เธอยิ้มได้

สกาว : ไม่เป็นไร  เกรงใจเธอ  รบกวนป่าวๆ  ดึกแล้วด้วยเธอนอนเถอะ

คณา : เค้ายังไม่นอนหรอก ยังไม่ใช่เวลา  ไม่รบกวนอะไรเลย  มีอะไรก็ขอให้บอก  เค้ายินดีช่วยเสมอล่ะ เดี๋ยวโทรหาดีกว่า

  

  

            คณาเลิกคุยใน MSN แต่เป็นการโทรหาสกาวแทน  สกาวปาดน้ำตาและพยายามทำน้ำเสียงให้ดีขึ้น

“เป็นอะไรบอกได้นะ ไปเจออะไรมาแน่เลยใช่มั้ยที่ SODA อ่ะ”  คณามีน้ำเสียงที่ห่วงใย

“ก็ไม่ได้เจออะไรหรอก  แค่เจออาการเย็นชาของเขา”  สกาวกลั้นน้ำตาไม่ไหวและร้องไห้ออกมาอีกรอบ  คณาได้ยินเสียงร้องไห้จึงยิ่งเป็นห่วง

“สกาวเธอร้องไห้อีกแล้วอ่ะ  เค้าไม่อยากให้เธอร้องไห้นะ  ร้องไห้แล้วแก่เร็วนะพี่สาว”

“อื้ม.....”  สกาวพูดอะไรไม่ออกเพราะร้องไห้อย่างหนักในห้องนอนเพียงลำพัง

“แบบนี้เค้าไปอยู่เป็นเพื่อนดีกว่า  เดี๋ยวไปถึงจะยิงไปนะลงมาเปิดด้วยล่ะ”  คณาวางสายไปตัดบทจนสกาวปฏิเสธไม่ทัน

            ไม่นานคณาก็มาถึงสกาวยังมีคราบน้ำตาให้คณาได้เห็นลางๆ  สกาวเปิดคอมพิวเตอร์เปิดงานเพื่อให้ดูยุ่งๆกับงานเป็นปกติ  คณานั่งลงบนเตียงและนั่งจ้องหน้าสกาวซึ่งนั่งที่โต๊ะทำงานข้างเตียง

“มองอะไรหะ”  สกาวแปลกใจกับสายตาที่คณาเฝ้าจับจ้อง  สักพักเธอก็รู้สึกเขินขึ้นมา

“นี่จะมานั่งจ้องหน้าฉันทำไมยะ ไอน้อง” สกาวพยายามเรียกสถานะเพื่อเตือนใจคณา และเตือนใจเธอเอง

“ก็พี่สาวร้องไห้อ่ะ  เป็นอะไรไปอย่าร้องเลยนะค้าบบบ”  คณายิ้มกว้าง พาลทำให้สกาวยิ้มออก

“ไม่ร้องแล้ว  ร้องอะไรเยอะแยะทำงานดีกว่า”  สกาวทำทีเป็นเปิดไฟล์งานต่างๆ

“ฟังเพลงเศร้าขนาดนี้ เค้าว่าเธอจะยิ่งเศร้านะ”

“เค้าชอบฟังอ่ะ  ถึงไม่ร้องไห้เค้าก็ฟังเพลงพวกนี้ แต่พอยิ่งฟังตอนเศร้าก็ยิ่งร้องไห้ ร้องออกมาให้หมดจะได้เลิกร้อง”  สกาวน้ำตาไหลออกมาอีกรอบ

“ร้องอีกแล้วอ่ะ  ไม่สวยนะ”  หนุ่มคณาเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้สาวน้อยสกาวอย่างเบามือ อีกมือหนึ่งกุมมือสกาวไว้

“พี่สาวจะต้องเข้มแข็งนะ ตั้งใจทำงานดีกว่า  โอเคร๊” คณายิ้มกว้างแต่สกาวกลับยิ้มไม่ออก  พยายามข่มน้ำตาไม่ให้ไหล

“ไม่เป็นไรหรอกนะ  อย่าตกใจ  สกาวชินแล้วกับชีวิตแบบนี้  ร้องไห้คืนนี้พรุ่งนี้ตื่นมาก็สดใสร่าเริงตามปกติ  เจอเรื่องแย่ๆก็ร้องอีก  วนเวียนไปเรื่อยๆ  ไม่ตายหรอก”

“ทำไมชีวิตเธอมันน่าสงสารแบบนี้  เค้าเห็นใจเธอมากเลยนะสกาว”  คณามองสกาวด้วยสีหน้าของความห่วงใย  สกาวมองสายตาคณาที่สื่อผ่านความเป็นห่วงเป็นใย

‘อย่าดีกับฉันขนาดนี้เลยนะ  ฉันกลัวจะรู้สึกดีไปมากกว่านี้  ฉันจะไม่ยอมให้คำสาปมันเล่นงานฉันได้อีกแล้ว’

 

 

            สกาวครุ่นคิดภายในใจก่อนจะผละมือออกจากมือคณา  และหันหน้าเข้าคอมพิวเตอร์  เธอไม่อยากให้เกิดเรื่องราวซ้ำซากเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมา

“งานเหลือเยอะมั้ย”  คณามองไปยังคอมพิวเตอร์

“เยอะสิ  ค่อยๆทำไปเดี๋ยวก็เสร็จเองล่ะ ว่าแต่เธอตัวแดงอีกแล้วนะ กินเหล้าไป 3 แก้วเองนะ”  สกาวหันไปจ้องหน้าคณาอีกรอบ คณาเอามือจับหน้าตัวเองอย่างแปลกใจ

“แดงมากมั้ยอ่ะ  เค้ากินไปหน่อยเดียวเองจะแดงได้ไง”

“เมารึป่าวเนี่ย”  สกาวจ้องคณาเขม่ง  คณาถึงกับอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อสกาวยื่นหน้ามามองเขาใกล้ๆ

“ไม่เมาค๊าบบ” คณาจ้องสกาวกลับอย่างหวานซึ้ง สกาวขนลุกตั้งรีบหลบตาคณา  หัวใจมันเต้นไม่เป็นจังหวะ มือสั่นกดแป้นคีบอร์ดผิดๆเพี้ยนๆ

            ‘……..เธอจะมีใจรึป่าว  เธอเคยมองมาที่ฉันรีป่าว  ที่เราเป็นอยู่นั้น... คือ อะไร....  เธอ จะมีใจรึป่าว  มันคือ ความจริงที่ฉันอยากรู้  ติดอยู่ในใจ แต่ไม่อยากถาม  กลัวรับมันไม่ไหว....’

            เพลง อยากรู้แต่ไม่อยากถามดังขึ้น  คณาสิงร่างนักร้อง ร้องเพลงนี้คลอไปกับเพลงที่เปิด  สกาวหันไปมองหน้าคณา  ทั้งคู่สบตากันในความเงียบงัน

            ความรู้สึกของทั้งคู่ตรงกับเนื้อเพลง จนไม่ต้องพูดอะไรออกมา  ความรู้สึกผ่านออกมาทางแววตา  มันไม่สามารถเป็นไปได้เมื่อคณา มีสิรันอยู่ทั้งคน  สกาวถอนหายใจเบาๆและหันกลับไปจ้องคอมพิวเตอร์  คณาเอามือแตะเข่าสกาวเบาๆ

“ถอนหายใจอีกแล้ว  ไม่สบายใจขึ้นอีกหรอ”

“สบายใจขึ้นสิ  แต่จะสบายขึ้นไปอีกถ้าคณาเต้นให้ดู”  สกาวพยายามเปลี่ยนเรื่อง

“โอ๊ยยยย ! พี่สกาววว”  คณาก้มหัวลงบนตักสกาวด้วยความรู้สึกท้อแท้ในสิ่งที่สกาวร้องขอ

“เป็นอย่างอื่นได้มั้ยครับ  เต้นไม่เก่งอ่ะ  เขินด้วย”  คณาเงยหน้ามาปั้นหน้าอ้อนสาวสกาว

“อย่างอื่นทำอะไรดีล่ะ”  สกาวทำท่าคิดไปมา  “งั้นร้องเพลงให้ฟังหน่อยสิ  เค้าชอบเพลง ไม่เคย  มากๆเลย”

“ไม่เคย  ของใครอ่ะ”  คณาขมวดคิ้ว

“เดี๋ยวเปิดให้ฟัง  สกาวเข้าเวปโหลดเพลง ไม่เคย ให้คณาฟัง”

“อ้อ!!  เพลงนี้  เค้าร้องไม่เป็นอ่ะเธอ  เอาไว้เค้าไปฝึกก่อนนะแล้วค่อยมาร้องให้ฟัง  นี่เคยดู MVนี้รึป่าว” 

            คณาลุกขึ้นจากเตียงมาด้านหลังเก้าอี้ทำงานที่สกาวนั่งอยู่  และยืนคร่อมหัวสกาวเปิดเพลง  ทำเอาสกาวใจสั่นหวั่นไหวอีกรอบเมื่อถูกหนุ่มคณาโอบล้อมจากด้านหลังเช่นนี้  สกาวนั่งนิ่งแทบหยุดหายใจ

“เค้าชอบเพลงนี้มากเลย เพลง  Snuff  เค้าชอบเพลงของวงนี้ที่สุดอ่ะ”

             คณาเปิดเพลงต่างๆไปเรื่อยๆ  แต่สกาวไม่เป็นอันฟังเพลงที่คณาเปิด  เธอได้ยินเพียงหัวใจตัวเองที่เต้นแรงเสียงดังไม่เป็นจังหวะ  คณาเริ่มเมื่อยจึงเอาคางของเค้าตั้งบนศีรษะของสกาว  สกาวยิ่งรู้สึกอบอุ่นใจเข้าไปมากยิ่งขึ้น

            คณาอมยิ้มที่ได้ใกล้ชิดกับสกาว  แม้ในใจจะเป็นกังวลใจว่าสิรันจะโทรเข้ามาในช่วงจังหวะนี้

            ‘แย่จังที่เรารู้สึกหวั่นไหวกับคณาแบบนี้  ขอร้องล่ะอย่าทำแบบนี้ให้ฉันต้องรู้สึกใดๆ  เพราะฉันไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองหรือเธอเองก็รู้สึกเช่นกัน’

 

 

            สกาวรู้สึกเขินหน้าแดงจึงพยายามลุกขึ้นจากเก้าอี้  และทำท่าบิดขี้เกียจไปมา

“โอ๊ย!  เมื่อยจังเลยอ่ะ  เวลานั่งทำงานนานๆมันเมื่อยเนอะ  เธอว่ามั้ย” สกาวเดินไปดื่มน้ำที่มุมหนึ่งของห้อง  คณานั่งลงที่เตียงเช่นเดิม

“ใช่ๆ  เวลาเค้าทำงานนานๆก็เมื่อยเหมือนกัน  มานี่สิสกาว  เค้านวดให้ เค้าเคยนวดให้สิรันบ่อยๆ”  คณาออกอาสาด้วยความหวังดี  สกาวตริตรองในใจและคิดว่าคงไม่เป็นอะไรก็แค่นวดหลัง  ไม่ได้เกินเลยอะไรมาก

            สกาวเดินไปนั่งที่เตียงหันหลังให้คณา  หนุ่มน้อยใช้มือนวดไหล่ของสกาวอย่างเบามือ และนวดลงมาตามสันหลังอย่างเชี่ยวชาญ  สกาวรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมา

“เอ้อ  หายเมื่อยจริงด้วยอ่ะคณา  ไหนลองเหยียบหลังซิ  เผื่อจะหาย  หายไปจากโลกนี้เลย  ฮ่าๆๆ”  สกาวชวนคุยขำๆ  ทั้งคู่หัวเราะเฮฮากันอย่างมีความสุข

“ไม่ดีมั้งครับ  จะให้น้องใช้เท้ากับพี่ได้ไงกันล่ะ”  คณายิ้มกว้าง  แต่เบื้องหน้าของสกาวที่นั่งหันหลังให้คณากลับหุบยิ้มเบาๆ  ด้วยคำว่า พี่น้อง ที่เธอและคณาผลัดกันพูดตอกย้ำสถานะของแต่ละคน

“มานี่  เดี๋ยวสกาวนวดให้บ้างหันหลัง”  สกาวลุกพรวดและจับไหล่คณาบิดให้คณานั่งหันหลัง

“เอ้ย! ไม่เป็นไร สกาว ไม่ต้องๆ”  คณาร้องเสียงหลง

“เอาหน่า  ให้เค้านวดตอบแทนเธอบ้างไง”  สกาวไม่รอช้ากดมือบีบไหล่คณาเต็มแรง

“อ๊าก!!!!!" ................O.o!!!!!

------------------------------------------------------------------------------------------

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
    มีปัญหาทางเว็บ ติดต่อ [email protected] จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 271 ท่าน

Line PM