Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
ขอโทษที แต่ตอนนี้ฉันคือยมฑูต
Narybee
บทที่ 4อดีกของเฟียร่า และ งานเลี้ยงของกลุ่ม 9
5
04/11/2554 17:02:16
328
เนื้อเรื่อง

       บทที่ 4อดีกของเฟียร่า และ งานเลี้ยงของกลุ่ม 9
 

 

            เมื่อเฟียร่าและ จัตตินกลับถึงบ้าน เฟียร่าก็บอกให้แม่บ้านช่วยจัดเตรียมทุกอย่างให้ ส่วนตัวเธอเมื่อเสร็จเรื่องทุกอย่างแล้ว เธอก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซึ่งแน่นอนว่ายังคงความขาวและความเป็นโลลิต้าไว้ไม่เปลี่ยนแปลง หลังจากนั้นเธอก็ลงมาดูที่สถานที่จัดเลียงที่จัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในเวลาต่อมา พวกคาโอ้ และเคนโซก็มาถึง เมื่อคาโอ้มาถึงก็ทวงทันทีว่า
 
            “เฟียร่า.. น้องบอกว่าจะเล่าให้พี่ฟัง ”
 
            “ค่ะ หนูจำได้ ถ้ายังไงไปที่ห้องสมุดของปราสาทดีกว่านะค่ะ ”
 
            พูดจบเธอก็เดินนำทุกคนไปที่ห้องดนตรี เมื่อมาถึงเธอก็บอกให้ทุกคนรออยู่ที่กลางห้อง แล้วจึงเดินเข้าไปที่โต๊ะทำงานและหยิบของบางอย่างออกมา และตอนนี้สิ่งที่เธอหยิบออกมาก็ปรากฏสู่สายตาของทุกคน คทาด้ามยาวสีขาวที่สลักลวดลายสวยงามส่วนที่เป็นพู่มีขนของฟินิกซ์ผูกอยู่ ส่วนปลายของคทาเป็นอัญมณีสีแดงกลม เธอเดินออกมาพร้อมกับบอกคำตอกกับทุกคนที่ส่งสายตามาประมาณว่า มันคืออะไร แล้วจะเอามันมาทำไม
 
            “นี่คือคทาประจำตัวของฉัน มันมีชื่อว่า คทาเปลวเพลิงสวรรค์ ฉันจะให้พวกนายได้ดูอดีตของฉันด้วยตัวเอง ช่วยมารวมตัวกันตรงนี้ ให้ยืนรอบ ๆ ฉันเป็นวงกลม ”
 
            ทุกคนก็ที่อยู่ ณ ที่นี้ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเฟียร่าที่ยืนอยู่ตรงกลางก็ยกคทาขึ้นแล้วกระแทกมันลงที่พื้นห้องพร้อมกับร่ายเวทว่า
 
            “ห้วงเวลาที่ดำเนินผ่านไปมิเคยหยุดนิ่ง วันเวลาที่ลวงเลยผ่านมาพร้อมกับอดีตที่ผ่านไป บัดนี้ข้าจะขอยื่นเจตจำนง.... ”
 
            เมื่อเธอร่ายบทลำนำจบก็เกิดวงเวทขึ้นรอบ ๆ ตัวของคนทั้ง 4 เฟียร่าจึงรายเวทต่อ
 
            “บัดนี้ อดีตของข้าที่ถูกปิดไปพร้อมห้วงเวลา ข้าจักขอเปิดมันออกให้แก่ คนทั้งสาม ผู้อยู่ต่อหน้าข้าได้รับรู้ :เดอะ ไทม  ดิส'โคลส ”
 
            หลังจากนั้นก็เกิดแสงสว่างขึ้นรอบวงเวทแสงนั้นสวางมากจันพวกเคนโซต้องหลับตา เมื่อพวกเขาลืมตาขึ้นเคนโซก็พูดขึ้นมาว่า
 
            “ที่นี่มันบ้านของเฟียร่าที่โลกมนุษย์นี่ ”
 
            “ใช่..แต่มันในช่วงเวลาเมื่อ 6 ปีก่อน ”
 
            เฟียร่าตอบตอนนี้พวกเขาเห็นก็คือ หญิงกับเด็กผู้ชายกำลังเล่นกันอยู่ที่สวนหลังบ้าน
 
            “พี่เวีย เมื่อไรคุณพ่อจะมาเล่นกับเราเสียทีอะ ”
 
            เด็กผู้หญิงคนนั้นถาม เด็กชายเองก็ได้แต่ยิ้มก่อนจะพูดขึ้นว่า
 
            “ทำไมละ อยากให้คุณพ่อมาเล่นกับน้องเหรอ หรือว่าน้องเบื่อพี่แล้ว ”
 
            “ไม่ใช่นะ ๆ เฟียแค่คิดถึงคุณพ่อเอง เปล่าเบื่อพี่เวียเสียหน่อย ”
 
            เมื่อเด็กชายได้ยินคำตอบของน้องสาวก็หัวเราะออกมา คนเป็นน้องที่รู้ตัวว่าโดนหลอกก็ลุกขึ้นวิ่งไล่พี่ชายของตน แต่แล้วจู่ ๆ พี่ของเธอก็วิ่งหายไป เธอเดินตามหาพี่ชายจนทั่วบ้านแต่ก็ไม่เจอ เธอจึงวิ่งไปที่ประตูหน้าบ้านเพราะเป็นที่เดียวที่เธอยังไม่ได้ไป แต่แล้วเธอก็วิงชนกับใครคนหนึ่ง
 
            “อู้ย.. เจ็บจัง ”
 
            “อ่าวเฟีย เป็นอะไรหรือเปล่า ”
 
            ชายคนนั้นถาม เมื่อเฟียร่าในวัยเด็กเงยหน้าขึ้นเธอก็อึ่ง แล้วหลังจากนั้นก็โดดกอดชายคนนั้นพร้อมกับตะโกนว่า
 
            “คุณพ่อออออออออ!!!!! ”
 
            “กลับมาแล้วจ้า~”
 
            โควิล ก็อุ้มเธอขึ้นก่อนจะเดินไปหาลูกชายของตนที่แอบดูอยู่ก่อนที่ทั้งสามจะไปหา ก่อนจะเดินไปหาเรซีน่าแม่มดสาวผู้เป็นภรรยาของตนที่ห้องหนังสือ เมื่อเข้าไปทั้ง 4 ก็พากันไปทานอาหารข้างนอก และไปเที่ยวกัน เวลาก็ผ่านไปจนถึงเวลาเย็นทั้ง 4 ก็กลับมาที่บ้าน ในเวลาค่ำของวันนั้น โควิล ก็บอกกับภรรยาของเขาว่า
 
            “  เลซีน่า วันพรุ่งนี้ผมจะต้องออกไปทำงานบางอย่างคงอีกนานทีเดียวกว่าผมจะกลับมา คุณต้องดูแลตัวเองและลูกดี ๆ นะ ”
 
            “คุณอย่าพูดอย่างนั้นสิค่ะ ฉันรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย มันเหมือนคุณจะจากฉันกับลูกไปในที่ไกลแสนไกล ”
 
            เธอพูดในขณะที่เธอกอดเข้าอยู่ เธอรู้สึกว่าอาจจะต้องสูญเสียชายคนนี้ซึ่งเป็นสามีไป เธอรู้สึกกลั้ว และหลังจากนั้นทังสองก็คุยเรื่องทั่วไปก่อนจะเข้านอน โดยไม่รู้เลยว่าการกระทำทุกอย่างของทั้งสองนั้น ยังมีเด็กอีกสองคนจับตาดูอยู่ตลอดเวลา
 
            หลังจากเห็นคนทั้งคู่เข้านอนแล้ว คนเป็นพี่ชายก็พาน้องสาวของตนไปที่ห้องนอนเข้าจัดการให้เธอนอนลงบนเตียงของเธอแล้วบอกให้เฟียนอนก่อนที่ตัวเองจะไปนอนเช่นกันที่เตียงด้านข้าง ในเวลาไม่นานเวียก็เริ่มหลับไปแต่เฟียร่านั้นคนละเรื่องเธอรู้สึกไม่ดีที่ได้ยินคำพูดเหล่านั้น เมื่อเห็นว่าพี่ชายตัวเองหลับสนิกแล้วเธอก็ลงจากเตียงแล้วเดินไปที่ประตู แล้วออกไปก่อนจะปิดประตู้ให้เบาที่สุดก่อนจะออกไปที่สวนหลังบ้านที่มีทางลัดเชื่อมไปยังสถานทีแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นภาพก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง พวกเข้าทั้งสี่คนเห็นคือ ร่างของเด็กหญิงนามว่าเฟียร่ากำลังเดินเข้าไปในโบสถ์ ซึ่งเคนโซจำได้ดีว่าที่นี่เป็นที่เดียวกับที่ ที่เฟียร่าพาเขาไป เด็กหญิงคนนั้นเดินไปที่เปียโนหลังใหญ่ใจกลางโบสถ์ เธอนั่งลงบนเก้าอี้แล้วจึงลงมือเล่นเปียโน  เธอเล่นมันไปโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังมีคน ๆ หนึ่งดูเธออยู่ เมื่อเพลงเล่นจบ ก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นเธอก็เงยหน้าขึ้นก็พบกับ ร่างของชายคนหนึ่ง ชายที่เธอเรียกเขาว่าพ่อ เข้าเดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับพูดว่า
 
            “หนีมาที่นี่คนเดียวอีกแล้วนะเฟีย ไม่ดีเลยรู้ไหม ”
 
            “... ”
 
            “มีเรื่องอะไรกังวนใจอยู่หรือลูก ”
 
            “....คุณพ่อคะ คุณพ่อจะไปอีกแล้วใช่ไหม ”
 
            “อืม ”
 
            “แล้วคุณพ่อจะกลับมาเมื่อไรคะ เฟียเหงา ..ทั้งพี่เวีย คุณแม่ และตัวเฟียเอง ก็เหงา เฟียรู้ ถึงพวกคุณแม่จะไม่พูด เฟียก็รับรู้ได้ ”
 
            “พ่อเองก็ไม่รู้เหมือนกันเฟียร่า พ่อเองก็เหงา พ่อไม่อยากจะจากไปเลย แต่ว่า...... ”
 
            “เฟียรู้ค่ะว่ามันเป็นหน้าที ....คุณพ่อค่ะ คุณพ่อจะต้องลับมาหาเฟียกับทุกคนนะค่ะ สัญญาสิคะ ”
 
            “อืม...พ่อจะกลับมาให้ได้ ”
 
            เฟียร่าเมื่อได้ยินดังนั้นก็กอดพ่อของเธอ เธอรู้ว่าพ่อของเธอจะต้องไม่ผิดสัญญา เธอเชื่อว่าพ่อของเธอจะไม่มีวันโกหก หลังจาเวลาผ่านไปสักพักทั้งคู่ก็คลายกอดออก โควิลก็หยิบสร้อยเส้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า สร้อยที่ทำจากเงินและจี้รูปกุหลาบสีดำถูกสวมเข้าที่คอของเฟียร่า โควิลสวมมันให้แก่สูกสาวของเข้าพร้อมกับพูดว่า
 
            “พ่อให้ลูก มันเป็นเครื่องร่างจากที่ ๆ พ่อเคยจากมา ย่าของลูกมอบมันให้กับพ่อ ท่าบอกว่าให้พ่อเก็บเอาไว้ให้คนสำคัญ แต่แม่ของลูกใส่มันไม่ได้ เพราะเหตุผลบางประการ พ่ออยากให้ลูกสวมมันติดตัวตลอดเวลา เพราะมันเปรียบเสมอพ่ออยู่กับลูกตลอดเวลา ”
 
            “หนูจะไม่ยอมให้ของสิ่งนี้ห่างตัวเลยค่ะ หนูสัญญา ”
 
            “เอาละเรากลับบ้านกันเถอะ ลูกควรนอนได้แล้ว ”
 
            “คะ ”
 
            หลังจากนั้นวันรุ่งขึ้นโควิลก็ออกเดินทางอีกครั้ง หลังจากนั้นเป็นต้นมา ในเวลาเย็น เธอก็จะออกจากบ้านไปที่โบสถ์และเล่นเพลงที่เธอเล่นให้พ่อของเธอพังทุกวัน หลังจากนั้นภาพทุกอย่างก็ดับไป และปรากฏภาพขึ้นใหม่อีกครั้ง ภาพของสาวน้อยในชุดไปเที่ยวทะเล กับเด็กหนุ่มเล่นกันอยู่ที่ชายหาดอย่างสนุกสนาน ในเวลาเย็นก็มีหญิงคนหนึ่งมาเรียกพวกเขาไปขึ้นรถเฟื่อเดินทางกลับบ้าน พวกเขาออกเดินทางมาได้สักพัก ท้องฟ้าก็เริ่มมืดสนิก ฝนเริ่มตกหนัก แล้วจู่ ๆ ก็มีอะไรสักอย่างเป็นเงาสีดำวิ่งตักหน้ารถไป ทำให้แม่ของเฟียร่าตกใจหักพวงมาลัยหลบจนเสียการควบคุม และด้วยถนนที่ลื้นทำให้รถพลิกคว่ำ แต่ทังสามยังไม่ได้รับบาทเจ็บ แม่ของเฟียร่ารีบพาตัวเองและลูกของตนอีกสองคนออกไป เมื่อทังสามเดินออกห่างจากรถได้เพียงไม่กี่ก้าวก็มีสัตว์ร่างยักสีดำ และมีดวงตาสีแดงเลือด มันกระโจนมาขวางด้านหน้าของทั้งสามแม่ของเฟียร่าพยายามร่ายเวทเพื่อที่จะสู้กับมัน เธอให้เวียพาเฟียร่าหนีไปก่อนแต่ก็ไม่ทัน เพราะระหว่าทีทั้งสามกำลังคุยกันอยู่นั้นเจ้าสัตว์ร้ายก็ใช้เล็บของมันตะปบเข้าที่ร่างของแม่ของเธอ เวียพยายามพาน้องสาวหนี แต่ก็สายไปเพราะเมื่อมันเห็นว่าเยื่อที่เหลือของมันกำลังจะหนี มันก็กระโดเข้ามาขวาง เวียที่เห็นน้องสาวกำลังจะถูกตะปบก็ผลักเธอออกไปแต่เข้าไม่สามารถพาตัวเองออกมาได้ทำให้เข้าโดนเจ้าสัตว์ร้ายตะปบแทน เมื่อมันเห็นว่าเยื่อคนที่สองสิ้นฤต มันก็มองมายังเยื่อรายสุดท้าย เฟียร่านั่นเอง มันเดินเข้ามาหาเธออย่างไม่รีบร้อนนัก แต่เมื่อมันจะเข้าไปตะปบเธอสร้อยคอของเธอก็เปล่งแสงสีคำรอบตัวเธอ เจ้าสัตว์ร้ายตนนั้นสัมผัสโดนกับมานพลังที่อยู่รอบ ๆ ตัวเธอก็ร้องด้วยความเจ็บปวด หลังจากนั้นม้านแสงที่อยู่รอบ ๆ ตัวเธอก็มารวมตัวกันที่ด้นหน้าเธอจนเป็นรูปร่างของภูติ ภูติตนนั้นยกมือขึ้นไปทางเจ้าสัตว์ร้าย ก็เกิดแสงสีดำพุ่งออกจามืนนั้นเข้าสังหารสัตว์ร้ายทันที เมื่อภูติตนนั้นจัดการกับสัตร้ายแล้ว ก็หันมามองเธอแล้วโค้งให้เธอพร้อมกับพูดว่า
 
            “ข้าจะปกป้องท่านจากสิ่งอันตรายทั้งปวง นายแห่งข้า…. ”
 
            แล้วจากนั้นก็หายไป เฟียร่าที่ยังจับต้านชนปลายไม่ถูกก็รีบวิ่งไปทางร่างของพี่ชาย ที่นอนจมกลองเลือดอยู่
 
            “พี่เวีย ๆ ฮือๆๆๆ พ....พะ..พี่เวียตื่นซิ ฟะ..เฟียกลัว ฮือ ๆๆๆ ”
 
            เมื่อพบว่าพี่ของตนไม่ยอมตื่นก็วิ่งไปหาแม่ของตนอีกครั้ง
 
            “ฮือ ๆ ๆ คุณแม่ค่ะฮือ.... พะ..พีเวีย.พี่เวียไม่ยอมตื่น..พี่เวียแกล่งเฟีย ฮือ ๆๆๆ คุณแม่ค่ะ ฮือ... ตื่นซิ ฮือ..... พี่เวีย!!!!~คุณแม่!!!!~ ทุกคนไม่รักเฟียแล้วหรอ ฮือๆๆๆๆๆๆ~~~~ ”
 
            หลังจากนั้นเด็กน้อยนามเฟียร่าก็ร้องไห้ไม่ยอมหยุดอยู่ทามกลางสายฝนที่ตกอย่างหนักไม่ยอมหยุดราวกับว่าท้องฟ้าก็ร้องไห้ตามเธอไปด้วย เช้าวันรุ่งขึ้นก็มีคนมาพบเด็กหญิงสลบอยู่ข้างแขนของผู้เป็นแม่โดยข้าง ๆ กันก็มีร่างของเด็กชายอีกคนนอนจมกองเลือดอยู่เช่นกัน ทางตำตรวจก็เข้ามาสืบเรื่องต่าง ๆ แต่ก็ไม่มีใครเชื่อเรื่องราวที่เด็กหญิงเป็นคนบอก ทางตำตรวจก็สรุปผลว่าทั้งแม่และพี่ชายของเธอเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุรถคว่ำ พวกเขาส่งเฟียร่ามาที่บ้านของเธอ บ้านที่จะเหลือเพียงเธอและสายใช้ แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น หลังจากจัดงานศพให้แม่และพี่ชายของเธอคนใช้ต่าง ๆ ก็พากันขอลาออกจนตอนนี้ เหลือเพียงเธอและพี่เลี้ยงของเธอเท่านั้นเธอเคยบอกให้ พี่เลียงของเธอลาออกไปก็ได้ แต่เขาก็บอกว่า
 
            “ไม่ค่ะ คุณหนูดิฉันจะอยู่ดูแลคุณหนูตลอกจนกว่าดิฉันจะหมดลมหายใจ คุณหนูไม่ต้องกลัวนะค่ะ ดิฉันจะไม่ไปไหนเด็จขาดต่อให้คุณหนูไล่ดิฉันยังไง ดิฉันก็จะไม่ไปค่ะ ”
 
            เมื่อเธอไดยินดังนั้นเธอก็ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง เธอไม่เหลือใครแล้วจริง ๆ เธอเหงา เธอกลัว เฟียร่ารู้ดีว่าตัวเองเธอต้องสู้ต่อไป แต่เธอไม่ไหวแล้วจริง ๆ เฟียร่ารู้สึกล้า เธอเจ็บปวด แต่หลังจากเหตุการณ์วันนั้นเธอก็เฝ้ารอพ่อของเธอที่เคยสัญญาว่าจะกลับมาหาเธอ แต่เขาก็ไม่เคยกลับมา............
 
            หลังจากนั้นเวทที่เฟียร่าร่ายก็พาพวกเข้ากลับมายังเวลา ณ ปัจจุบัน เคนโซ จัตติน คาโอ้ และ เฟียร่า ก็เดินมายังที่โซฟาในห้องทำงานของเธอ โดยไม่มีใครพูดอะไรเลย เวลาผ่านไปเฟียร่าก็พูดขึ้นว่า
 
            “ฉันให้พวกนายดูเพื่อรับรู้ จงอย่าได้สงสารหรือสมเพสฉัน เลิกสนใจในสิ่งนั้น รับรู้ไว้เท่านั้นว่านั่นคืออดีต แต่ตอนนี้คือปัจจุบัน ฉันจะไปรออยู่ที่สวน ใครคิดได้แล้วคอยตามไปแล้วกัน ”
 
            หลังจากนั้นเฟียร่าก็เดินออกจากห้องไป และไม่นานนักเคนโซก็ลุกขึ้นแล้วเดินตามเฟียร่าออกไป ในเวลานี้ก็เหลือแค่จัตตินและคาโอ้ที่กำลังทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ เมื่อทั้งคู้คิดว่าตนได้คำตอบของตัวเองเรียบร้อยแล้วก็เดินออกจากห้องทำงานของเฟียร่าแล้วเดินตามทางไปยังสวนที่เฟียร่าบอกเอาไว้ เมื่อไปถึง เฟียร่าก็ไปดันหลังพวกเขาทั้งสอนให้เดินไปตรงกลางสวนแล้วก็พูดว่า
 
            “เอาละทีนี้ก็มากันครบแล้ว เริ่มงานกันได้เลย ”
 
            เมื่อพูดจบอาหารต่าง ๆ ก็ถูกนำเข้ามา กิจกรรมก็ดำเนินไปอย่างสนุกสนาน พวกเคนโซเองก็มีความสุข แต่ว่าวันนี้พวกเข้าก็ได้รู้เรื่องอีกอย่างก็คือเธอที่สดใสคนนี้นั้นเข้มแข็ง แต่ในความเข้มแข็งนั้นก็แฝงไปด้วยความเดียวดาย พวกเคนโซเมื่อได้เห็นจุด ๆ นั้นของเฟียร่า ก็ได้สาบานกับตัวเองว่าพวกเขาจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ จะคอยเป็นกำลังใจ เป็นกำลังให้เธอจนตราบชั่วชีวิต หลังจากงานเลี้ยงเลิก เฟียร่าก็เดินมาส่งทั้งสองคนพร้อมกับพูดว่า
 
            “ถ้าวันพรุ่งนี้มาไม่ทันเวลางานละก็ พวกนายคงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น ระวังด้วยละ แล้วเจอกันนะ ” 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
สนุกมากๆเลยละ
มาอัพเร็วๆนะจะรอ
จากคุณ barbiesky/(barbiesky) อัพเดตเมื่อ 04/11/2554 20:05:37
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 357 ท่าน