Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
เล่ห์รักร้าย นายลูกหนี้
TGpegasus
ตอนที่ 7
8
04/11/2554 08:32:39
310
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 7
            “ตาบ้านี่ นายอยากตายรึไง!นี่มันที่ของฉัน ฉันนั่งอ่านตรงนี้มาหลายชาติแล้วยังไม่มีใครมาว่าเลย”
            โห!เสียงนั่นที่ผมบอกว่านุ่มนั้นกำลังด่าผมอยู่ ผมเพิ่งรู้ว่าเธอปากจัด หึ! แบบนี้ต้องจัดการ ทนไม่ได้แล้วโว้ย!!! จากนั้นผมก็เถียงๆๆ กัยยัยนี่ อืม...เถียงกันยังไงยัยเพี้ยนนี่คงบรรยายไปหมดแล้วล่ะ ฮ่าๆๆ แล้วเรื่องก็จบลงตอนที่คินเดินมาบอกว่าเจอหนังสือเจ้าปัญหาเล่มนั้นแล้ว แต่ยัยนี่ก็พูดพึมพำที่ทำให้ผมถึงกับอึ้ง!!!
             “พวกนายเป็นคู่เกย์กันเหรอเนี่ย”
             “เฮ้ย!บ้าเหรอคิดได้ไง” ดูคินจะตกใจไม่แพ้กันนะ
            “เธอเอาตาส่วนไหนดูเนี่ย” ถ้าเป็นเพศเดียวกันผมชกปากไปแล้วนะเนี่ย
            “ก็ตาสวยๆ คู่นี้แหละ จะทำไม”เธอพูดกับผมอย่างไม่เกรงกลัว หึ! ยัยม้าพยศเอ้ย!
            “เธอคงไม่เคยตายจริงๆ สินะ”
            “แน่น้อน...ถ้าเคยตายฉันคงไม่มายืนเถียงกับนายอยู่ตรงนี้หรอก งี่เง่าชะมัด”ที่เธอพูดก็ถูกแฮะ แต่ผมยอมไม่ได้
            “เธอว่าใคร” ผมเดินไปหาเธอ แต่ปากแดงๆ แบบนี้น่าจะจับจูบซะให้เข็ด และก่อนที่ผมจะได้ทำอะไรยัยนั่นก็...
            “เอ่อ...พี่คะๆ เพื่อนหนูบอกให้มาขอเบอร์ค่า...คือเขาปิ๊งพี่น่ะแต่ไม่กล้าบอก...เอ่อ คนนั้นค่ะเสื้อสีขาว”
            ตายล่ะหว่า ผมอึ้งไปเลยเมื่อเห็นเธอรีบแจ้นไปหาเพศที่สามตัวใหญ่ๆ ที่กำลังเดินหาหนังสือตรงช่องเย็บปักถักร้อย ป๊าดด!มาซื้ออะไรไม่เข้ากับตัวเลยจริงๆ แล้วยัยเฟรชจะทำอะไรนั่น หรือว่า...
            “นี่เธอ!”
            “โอ๊ะ!จริงเหรอคะคุณน้องจดสิคะ จดๆๆ”ก่อนที่ผมจะหายอึ้งและได้พูดอะไรกะเทยคนนั้นก็รีบกุลีกุจอบอกเบอร์ใหญ่เลย
            “เอ่อ...คุณพี่ไปบอกเขาเองดีกว่าค่ะ หนูไปก่อนนะคะ” ยัยนั่นส่งสายตาแบบที่อยากจะได้อวัยวะล่างข้างขวาไปยัดปากจริงๆ
            “นี่เธอหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!” ผมวิ่งไปหายัยนั่นได้แค่นั้นแหละแล้วอะไรไม่รู้ควายๆ ก็มาบังผมไว้
            “เดี๋ยวสิคะ คุณน้องสุดหล่อ~~~ อย่าเพิ่งปาย~~~”
            “ฉันไปล่ะ ขอให้นายโชคดีนะมังกรเปรต แบร่~~~” 
            เฮ้ย!ยัยนั่นหนีไปจนได้ และกว่าผมจะรอดออกมาจากอ้อมกอดอันน่าอึดอัดนั่นก็เสียหอมให้ยัยกะเทยนี่ไปหลายฟอด อึ๋ย!!!คิดแล้วก็ขนลุกขึ้นมาอีก เพราะยัยนั่นคนเดียว!!!!!
 
            วิ้ดวิ้ว~~~วันนี้คิโด้ ปิ้ก แล้วนายแฮ็คเตอร์เพื่อนสนิทในโรงเรียนของผมจะพาไปหาที่เที่ยวใหม่ๆ ซึ่งนัดกับนายคินแล้วก็สองสหายรุ่นน้องจากโรงเรียนมันอีก ฮ่าๆๆ และก่อนที่จะเดินไปถึงรถเมล์ฝั่งตรงข้ามสายตาอันเฉียบคมของผมก็ดันไปเจอกับคนๆ หนึ่ง
            “เฮ้!พวกนายดูนั่นสิยัยบ้าที่ไหนหลุดออกมาจากศรีธัญญารึเปล่าวะ ร้องไห้อยู่ได้” คำพูดของผมทำเอาทุกคนถึงกับงง
            “ไหนวะ ฉันเห็นแต่คนเดินยิ้ม”คิโด้ยังมองหาต่อไป
            “ไอ้เซ่อ!ก็ยัยบ้านั่นแหละ”เธอยังคงเดินต่อไปเช่นกัน ต้องหยุดไว้ล่ะ!
            “นี่เธอ!หันมาหน่อยซิ”
            ผมสั่งยัยนั่น ใช่แล้วครับยัยเฟรชหันมา แต่ดูสายตาเธอสิไม่น่าไว้ใจชะมัด อ๊ากก!มองเพื่อนผมยังกับจะกลืนกิน ทีกับผมงี้ตาเหยียดเชียว
            “ไงยัยทึ่ม!  ทำไมฉันต้องมาเจอเธอด้วยเนี่ย ซวยซะมัด แล้วเมื่อกี้ทำอะไร หึ!กำลังส่งสายตาแทะโลมพวกฉันอยู่สินะ” ผมเสหันไปทางอื่น หันไปแบบที่ใครๆ ก็ต้องบอกว่าเท่ห์ ยกเว้นยัยตาถั่วคนนี้
            “นายมังกร หน้ายักษ์!!!”ดูสิ!ดูเธอทักผมเซ่!!!
            “ใครมังกรหน้ายักษ์ ฉันดรากอนหน้าหล่อ!!!” บอกตรงๆ ว่าผมไม่ชอบให้ใครมาเรียกชื่อผิดๆ เลย แต่พอเจอกับยัยนี่ครั้งใดผมก็ได้ชื่อไม่เคยจะซ้ำกันสักชื่อ
            “เออ!ยังไงก็เพิ่มไปอีกชื่อละกัน แหวะ!คนอะไรหลงตัวเองชะมัด”เธอทำหน้าแบบไม่ใส่ใจ นั่นทำให้เจ้าพวกบ้านี่หัวเราะจะเป็นจะตายผมโกรธแล้วนะ!!!
            “เธออยากตายรึไง!...พวกนายหุบปากได้แล้ว มันน่าตลกตรงไหนวะทำอย่างกับไอ้แฮ็คแต่งหญิงไปได้”
            “ฉันแต่งหญิงแล้วไง นี่เหรอคนบ้าของแก น่ารักชะมัด”
แฮ็คเตอร์พูดนิ่งๆ เหมือนปกติ แต่มันชมยัยนั่น แล้วดูเธอจะชอบแฮะดูสิหน้าแดงเชียว แต่ก็น่ารักแบบที่มันว่านั่นแหละ หึๆ!แล้วพวกนี้ก็ยังเถียงกันกับเรื่องตลกของผมกับแฮ็คเตอร์ต่อไป ผมเลยเอ็ดให้พวกมันหยุดก่อนจะชวนไปเสียทีขืนยังยุ่งกับยัยบ้านี่ผมได้เป็นตัวตลกของเพื่อนๆ แน่ แต่ดูพระเจ้าคงเห็นผมเป็นตัวตลกไม่พอสินะเลยเจาะปากยัยนั่นให้หยุดขาผมไว้ด้วยคำพูดแสบๆ        
            “อะ อ้าว!จะไปแล้วเหรอเจ้าหน้าแหลมไม่อยู่กัดกันก่อนล่ะ”
            ยัยนี่ว่าผมหน้าแหลมอะ ฮึ่ย! ยอมไม่ได้ นี่ถ้าเป็นคนอื่นผมซัดไปแล้วนะ ถึงจะเป็นผู้หญิงก็เถอะ แต่กับยัยเบ๊อะนี่ผมไม่กล้าแฮะ อ๊ะ!อย่าถามว่าทำไมเลยครับ ผมก็ไม่รู้แฮะ งั้นเอาคำพูดเจ็บๆ ไปก่อนละกัน หึๆ
            “คงไม่สะดวกหรอก เพราะวันนี้ฉันมีธุระที่มันเจริญหูเจริญตากว่ากัดกับเป็ดขี้เหร่แถวนี้”
            “อะ อ๊าก!!!นี่นายว่าให้ฉันเหรอ ไอ้...ไอ้ถั่วต้ม”ถั่วต้มงั้นเหรอ
            “เธอว่าใครเป็นถั่วต้มนะ”
            ผมหันไปตามสายตาของเธอ เฮ้ย! นั่นมันรถเข็นถั่วต้มอ่ะ หึ!ยัยนี่ช่างสรรหาคำสารพัดมาว่าให้ผมหน้าแตกจริงๆ
            “แมวแถวนี้แหละ...”ผมจับแขนเธอ แต่เพราะตัวคงจะเบาเกินไปจึงเหมือนเป็นว่าผมกระชากเธอซะงั้น
            “เฮ้ย!!!นายอย่าทำอะไรผู้หญิงนะ มันผิดกฎเหล็ก”
            คิโด้โบกพัดในมือแล้วตะโกนขึ้น และก่อนที่ผมจะได้ทำอะไรเสียงใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น
            “ถั่วต้มมั้ยจ๊ะพ่อรูปหล่อเมื่อกี้ป้าได้ยินเสียงแว่วๆ ว่าถั่วต้ม”รถเข็นถั่วต้มคันนั้นมาจอดอยู่ตรงหน้าพวกเราแล้วยัยเฟรชก็ยิ้มร่าทันที
            “อ๊ะ!ใช่ค่ะป้านายถะ เอ้ย เพื่อนๆ หนูเขาบ่นว่าอยากกิน... เอ่อ งั้นเหมาหมดนี้เลยนะคะ ฮิฮิ”ดูเธอจะเอาตัวรอดด้วยคำพูดได้อีกแล้ว พวกผมจึงได้แต่ยืนอึ้ง คิดได้ไงวะเนี่ย
            “เก็บตังค์ที่พวกนี้เลยนะป้า” เธอพูดเสร็จก็กระชากแขนกลับแล้ววิ่งหนีไปเลย
            “นี่เธอ!!!...”ฮึ่ย!!!ฝากไว้ก่อนเถอะ
            “นายจะซื้อจริงๆ เหรอดรากอน”
            “คงงั้นแหละปิ้ก เก็บหน้างงเป็นอากงสะอึกลูกคิดของนายไว้เลย เอ้า!เอาไปคนละ 5-6 ถุง ฉันเลี้ยง” แล้วพวกนั้นก็รับไป
            “แล้วนายจะให้ไปหาไอ้คินด้วยสภาพนี้เหรอวะ” แฮ็คเตอร์เกาหัว
            “อือ”
            “ว้าว!ก็ดีเหมือนกัน ฮุๆ กินไปเดินไปก็คงหมดเองล่ะ”
            แล้วปิ้กก็โยนถั่วต้มใส่ปาก น่าสมเพชจริงๆ เฮ้อ!ยัยนั่นทำเอาผมหมดเงินไปตั้งหลายร้อยแน่ะ ฮึ! เอาตัวรอดเก่งจริงๆ นะ ไว้คราวหน้าแล้วกันยัยเฟรช
            “อย่าเพิ่งมาอาฆาตแค้นตอนนี้เลยเพื่อนรถเมล์มาแล้ว” แฮ็คเตอร์ทำหน้านิ่งๆ เหมือนเคย (แต่ตามันไม่นิ่งอ่ะ คงแอบขำผมอยู่ล่ะสิ) ก่อนจะเอามือที่ถือถุงถั่วต้มมากมายมากอดบ่าผมและรีบไปยังรถเมล์
            “จะว่าไปยัยหน้าใสนั่นก็แสบใช่เล่นเลยนะ นายไปรู้จักเธอได้ไงอ่ะ” คิโด้ถามขึ้นระหว่างนั่งกินถั่วต้มบนรถเมล์
            “หึ!ไม่รู้โว้ย แต่ที่แน่ๆ เจอยัยนั่นทีไรฉันซวยทุกที”
            “อ่า แบบนี้มันเป็นบุพเพอาละวาดรึเปล่าหนอดรากอน”
            “บุพเพบ้าบออะไรของนายนั่งกินไปเลยไป” ผมเอาถั่วต้มยัดใส่ปากปิ้ก
            “เจ้าบ้า! งั้นก็ฆ่าฉันยังจะดีกว่า เปลือกก็ไม่แกะ” ปิ้กสำลักพร้อมกับเสียงหัวเราะของพวกที่เหลือ
            ปู้ดดดดดดด!
            เอาล่ะสิ เสียงมาพร้อมกับกลิ่น เราสี่คนหันมามองหน้ากันโดยอัตโนมัติส่วนปากก็หยุดเคี้ยวทันที
            “ใครตดวะ!”
            ปิ้ก แฮ็คเตอร์ และผมพูดขึ้นพร้อมกัน แต่อีกคนรีบเอาพัดประจำกายขึ้นมาปิดหน้าทันที
            “ไอ้คิโด้ @#$#@-_-!”
            “อ่า แฮ่ๆ พวกนายหยุดด่าฉันได้แล้ว ขอโต้ดน๊า มันคงอยากออกมาจริงๆ นั่นแหละ ฮะๆๆ”
            “หึๆ เพราะกินถั่วนี่ใช่มั้ยล่ะ” แฮ็คเตอร์ยักคิ้วให้มัน
            “อือ” คิโด้ยังหน้าแดงก่ำเกาหัวแกร็กๆ
            “ช่างเหอะนายไม่ต้องอายแล้ว เพราะแก๊สของฉันก็อยากจะออกมายังโลกภายนอกเหมือนกัน” แฮ็คเตอร์ พูดจบก็ปล่อยเสียงและกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาพร้อมกันกับทำหน้าตายเหมือนอย่างเคย
            “พวกนายกล้าตดใส่หน้าฉันงั้นเหรอ หึ!เรื่องแบบนี้ยอมไม่ได้แล้วโว้ย ข้าขอมีส่วนทำให้โลกร้อนโดยการปล่อยแก๊สมีเทนออกจากตัวบ้างแล้วกัน”
            ปู้ดดดดดดดดดด!
            ผมตดปิดท้าย ฮ่าๆๆ แน่นอน...มันดังกว่าและเหม็นกว่าพวกนี้สามเท่า ฮะๆ พวกเราเลยแยกย้ายไปนั่งกันคนละมุม รถ ดีนะที่ตอนนี้ไม่มีคนแล้ว เหลือแต่ป้ากางเกงแดงลายดอกที่นั่งอยู่หน้าสุดและคนขับรถเมล์เท่านั้น
            “หึๆ นายจะตดก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอกนะคุณชาย คุณหญิงหม่อมแม่ไม่ได้อยู่ตรงนี้นี่นา จะได้แชร์ๆ กันแต่ถ้านายทนดมจนถึงป้ายรถเมล์ก็ตามใจเหลืออีกหลายป้านอยู่นา” ดิโด้พูดอย่างมีความสุข
            “ไอ้พวกอุบาทว์ ว่างๆ ก็อย่าเอาแต่รับคำท้าหาเรื่องตีกันล่ะ หาสมบัติผู้ดีมาอ่านกันซะบ้างนะ ทำอะไรไม่เข้ากับหน้าตาเลยว่ะ”
            คุณชายปิ้กหยุดกินแล้วบ่นหน้ามุ่ย ฮ่าๆๆ เป็นเพราะมันนั่งอยู่ตรงมุมหนีก็ไม่ได้ ปิดจมูกก็จะขาดอากาศหายใจ รถก็เป็นปรับอากาศ เลยจำยอมย้ายก้นไปนั่งหลังคุณป้ากางเกงแดงยุคหกสิบคนนั้น
           
            หลายวันผ่านไป ผมก็มาโรงเรียนเหมือนเช่นทุกวันแต่วันนี้ไม่ได้เรียนหรอกครับ เพราะความชั่วร้ายของพวกผมเลยโดดเรียนกันมาทำหน้าเครียดอยู่ริมสระน้ำหลังโรงเรียน
            “เฮ้!เจ้าสามคนนั่นมากันรึยัง”
            “มาแล้วๆๆๆ” สิ้นเสียงของผมเสียงหอบของคิน แฟรงก์ และเชก็มาแทนที่
            “อืมดี คราวนี้เป็นแก๊งสายรุ้ง...” แล้วผมก็อ่านคำท้าไปเรื่อยๆ จนจบ
            “พวกนายรู้ใช่มั้ยว่าต้องทำยังไงคราวนี้ไม่มีพรรคพวกนะ ไปกันแค่นี้แหละ”
            “กระจอกน่า” แฮ็คเตอร์ดับบุหรี่
            “โอเค ไปคาราโอเกะกันเถอะ” คิโด้ยืนขึ้น
            “นี่พวกนายเรียกฉันสามคนมาฟังแค่คำท้าน่ะเหรอ บอกแล้วไงว่าให้รับไปเลย แล้วค่อยมาบอกว่าที่ไหน” คินทำหน้าไม่สบอารมณ์เหงื่อยังไม่หมดไปจากใบหน้า
            “ไม่ได้!ทุกคนคือสมาชิกของแก๊งปีศาจขาวก่อนจะรับคำท้าต้องอยู่กันครบก่อนสิ” ผมทำสีหน้าจริงจัง
            “ตอนสี่ทุ่มดีมั้ย” ปิ้กเสนอ
            “ผมว่าก็ดีนะเราไปดื่มกันก่อนแล้วค่อยลุย” แฟรงก์ลูบปาก
            “ใช่ๆ ผมจะได้ใช้หมัดเมาซักที” เชทำท่าชกอากาศ
            “แล้วที่พูดมาน่ะพวกนายมั่นใจรึไง ไม่ใช่เมาแล้วไปล้มพับแทบเท้ามันหรอกนะ ฮ่าๆๆ”
            “โธ่!พี่คิโด้...” รุ่นน้องสองคนทำหน้ามุ่ย
            “ฮ่าๆๆ ตกลงคืนนี้ 4 ทุ่มที่เดิม”
            แล้วผมก็ปิดการประชุม ก่อนที่เราทั้งหมดจะเดินเถียงกันด้วยเรื่องไร้สาระไปร้านคาราโอเกะในเมือง หึๆ คงจะสงสัยกันล่ะสิ ว่าสมองแต่ละคนมีครบกันมั้ย อันนี้ผมก็ไม่รู้หรอก รู้แต่ว่าเวลาเอาจริงขึ้นมาเจ้าพวกนี้ก็ใช่เล่นเลยล่ะ
            และแล้วก็มาถึงเวลานัดของพวกเรากับแก๊งสายรุ้ง เจ้าหัวแดงที่ยืนเป็นตออยู่ตรงหน้าพวกเราคือหัวหน้าของพวกมัน ดูหน้าหมอนี่แล้วคงเอาเรื่องใช่เล่นเลยแฮะ เรื่องนี้สนุกล่ะ ฮ่าๆๆ
            “ว่าไงพวก มีกันแค่นี้น่ะเหรอ ถุย!!!” เจ้างั่งนั่นยิ้มเยาะพวกเรา หึ!ใจเย็นไว้ดรากอน
            “อยากจะลองดูมั้ยล่ะ” ผมแสยะยิ้มให้พวกมัน
            “ก็ดี หน้าอ่อนๆ อยากพวกเอ็งจะสู้อะไรกับพวกข้าได้ จริงมั้ยวะ ฮ่าๆๆ”  แล้วมันก็หันไปหัวเราะกับคนที่เหลือ
            “ทนไม่ได้แล้วโว้ย!!!” คิโด้งเก็บพัดก่อนจะเขวี้ยงใส่เจ้าหัวสีเพลิงนั่น
            “หึ!กล้าดีนี่ ข้าจะนับ 1-3 การต่อสู้จะเริ่มขึ้น ใครชิงเอาธงของอีกฝ่ายมาได้ก็ชนะไป 1...2...3!”
            หัวหน้าแก๊งฝ่ายโน้นนับเสร็จก็เกิดการปะทะกันโดยมีแก๊งสายรุ้งกับแก๊งปีศาจขาวของพวกผม ดูเหมือนเจ้าแฟรงก์กับเจ้าเชจะสร่างเมาเลยแฮะ คิโด้ใช้พัดประจำกายเป็นอาวุธ ปิ้กถูกไอ้แยงกี้ผมทองอัดแต่มันก็พลิกเกมขึ้นมาได้ แฮ็คเตอร์สู้ด้วยท่าสบายๆ แล้วผมก็ซัดหัวหน้าแก๊งมันอย่างไม่ทุกข์ร้อน เวลาผ่านไปประมาณสี่สิบห้านาทีทุกคนเริ่มเหนื่อยล้า แล้วเจ้างั่งที่ผมอัดอยู่นี่ก็พูดขึ้นด้วยปากเจ่อๆ
            “เฮ้ย! หมดเวลาแล้ว งานนี้ถือว่าเสมอ แฮ่กๆ ฝีมือใช่ย่อยนี่หว่า” หัวแดงมองหน้าผม
            “แล้วไง หึ!นับจากนี้ไปอีก 3 วันเจอกันที่ซอยสารพัดชิม” ผมเอามือไปไว้ในกระเป๋ากางเกงเหมือนตอนมา
            “ก็ดี วันนี้ถือว่าเกมจบลงอย่างเสมอ คราวหน้าเอาพวกมาด้วยแล้วกัน...ข้างละ 25” หัวเขียวพูด
            “ถึงกับต้องใช้พรรคพวกเลยหรือวะ” ปิ้กถุยเลือดออกจากปาก
            “นายก็เห็นแล้วนี่ว่าฝีมือมันก็พอๆ กัน งานหน้าเลยต้องมีพวก” ที่เจ้ากะหร่องหัวเหลืองนั่นพูดก็ถูกแฮะ
            “ตกลง วันเสาร์ 4 โมงเย็น!!!” แล้วพวกเราก็แยกย้ายกันไป
            “เฮ้ย!จะไปไหนกันต่อวะ”
            “กลับบ้านสิเว้ยคิโด้ ดูหน้าฉันเด่ะ พรุ่งนี้จะตอบคำถามหม่อมแม่ว่าไงวะ” ปิ้กตบบ่าผมแล้วเดินไป
            “โวยวายยังกับเพิ่งโดนแบบนี้ครั้งแรก ก็ตอบไปเหมือนทุกทีสิวะ” แฮ็คเตอร์ส่ายหัวให้ปิ้ก ก่อนจะพูดต่อ
            “ไปล่ะ วันนี้สนุกมาก” แล้วก็แยกจากไป
            “เอางั้นก็ได้ กลับก็กลับ” คิโด้วีพัดในมือแล้วเดินไปอีกทาง
            “แฟรงก์คืนนี้นอนด้วยนะ” เจ้าเชพูดด้วยปากบวมๆ ฮ่าๆๆ ดูตามันสิ
            “อือ ยัยบ้านั่นต้องเล่นงานฉันแน่ เฮ้อ!ช่างเหอะ”
            “ใครวะแฟรงก์” คินถาม
            “พี่สาวมันน่ะ ฮ่าๆๆ อ๊ากกก!เจ็บ” เชหัวเราะกุมท้องแล้วเอามือจับปาก
            “สมน้ำหน้า ว่าแต่พวกพี่จะไปไหนกันอ่ะ”
            “ไปทำแผลบ้านนายไง”
            “เฮ้ย!ไม่ได้ๆ เดี๋ยวยัยนั่นเอาผมตาย”
            “มันจะแค่ไหนกันเชียว” แล้วคินก็โอบบ่าแฟรงก์เดินไป
            “ช่างเถอะผมว่ายัยนั่นคงหลับแล้วล่ะ” แฟรงก์ทำเสียงปลงๆ ก่อนจะเดินตาม ผมมองหน้าเชแล้วยักไหล่
            จะว่าไปบ้านเจ้าแฟรงก์ก็ร่มรื่นดีแฮะ ถึงตอนนี้จะเกือบตีสองแล้วลมยังพัดต้นไม้มาเป็นระลอกๆ ผมปล่อยให้พวกนั้นล้างตัวแล้วตามแฟรงก์ไปยังที่ที่มันบอกว่าเป็นห้องนั่งเล่น ส่วนผมขอล้างหน้าก่อนเถอะ ฮึ่ย!หมอนั่นหมัดหนักชะมัด เจอกันคราวหน้ามันเละแน่
            “คะ ใครน่ะ ใช่ผีรึเปล่า”อยู่ๆ ก็มีเสียงผู้หญิงดังขึ้นข้างหลังผม...ถ้าเป็นผีจริงคงตอบเธอหรอก ถามอะไรปัญญาอ่อนชะมัด ฮะๆๆ
            โครม!!!
            “อ๊าก!เจ็บๆๆ ไอ้โต๊ะบ้านี่ไม่รู้จักหลบเลยจริงๆ ไม่มีตารึไงยะ!!!”ฮะๆๆ ดูซุ่มซ่ามชะมัด เพี้ยนๆ ด้วย พี่สาวนายแฟรงก์รึเปล่าเนี่ย
            และหลังจากที่ไฟเปิดขึ้นผมก็ได้รู้ว่ายัยวุ่นวายนี่คือพี่สาวเจ้าแฟรงก์จริงๆ แต่ที่ทำเอาผมอึ้งเพราะเธอคือยัยซวยนั่น ดูยัยเฟรชจะตกใจใช่น้อยที่เห็นผมอยู่ในบ้านด้วย ผมเถียงเธออยู่ตั้งนานจนพวกที่วิ่งมาดูเดินออกไปนั่นแหละ
            “ทำไม กลัวรึไงยัยบ๊อง หึหึ” เห็นยัยนี่หุบปากอยู่นานผมเลยเอ่ยทำลายความเงียบ
            “ฉันไม่ได้กลัวนายย่ะ จำไว้ด้วย! ล...แล้วอย่าเอาสายตาหื่นๆ แบบนั้นมามองฉันด้วย ไม่ชอบวุ้ย”
            แล้วผมก็เถียงเธอต่อไป ดูยัยนี่จะไม่ยอมแพ้ผมเลยสินะไม่งั้นคงไม่เอากะปิมายัดปากผมหรอก แหวะ!ทั้งเหม็นทั้งแสบ ไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าทำกับผมแบบเธอซักคนเลยนะ มีแต่จะมาสยบแทบเท้า แล้วดูสิ ดูเซ่!!!มาด่าผมปากเน่าปากปลาร้าอีก แบบนี้ต้องจูบซะให้เข็ด ฮึ่ย!!!ผมโกรธแล้วนะ!!!
            “เป็นไงล่ะ กะปิอร่อยดีมั้ย” ดูหน้าเธอสิ...ผมจูบเธอไปแล้วล่ะ กลิ่นกะปิยังอบอวลในปากอยู่เลยแฮะ
            “อย่ามาทำหน้าแบบนั้นนะ ไอ้หื่น!!!”
            “อยากโดนอีกรึไง โด่!แค่นี้ก็ถึงกับเข่าอ่อนเชียว”เห็นท่าทางเอามือยันโต๊ะแล้วเธอคงจะไม่เคยจูบสินะ
            “ไอ้สารเลว!!! นายเอาจูบแรกช้านปายยยยยยยย”
            “หึหึ จูบแรกเธอหรอกเหรอ รสชาติไม่เลวนี่กลิ่นกะปิซะด้วย” ผมเดาไม่ผิดแฮะ
            ผลัวะ!
            “นี่เธอกล้าชกฉันเหรอ!!!!" ป้าดดด!หมักหนักเป็นบ้าเลยแฮะ...หนักกว่าไอ้หัวแดงเมื่อกี้อีกอ่ะ     “แล้วเห็นฉันไหว้นายรึไงล่ะ!!!ฮึ่ยยย เพราะนายคนเดียว ไอ้...”
            “หยุดนะ!ถ้าเธอว่าให้ฉันอีกคำเดียวจะไม่ใช่แค่จูบ ผู้ชายเค้าไม่ให้ผู้หญิงด่าฟรีหรอก รู้ไว้ซะ”
            แล้วผมก็เดินออกไปเลยเอาสิ!สักวันผมจะทำให้ยัยนี่มาอ้อนวอนขอรักจากผมให้ได้ ฮึ่ย!!!~ ผู้หญิงอะไรฟะเถียงคำไม่ตกฟาก
 
            และแล้ววันนัดกับแก๊งสายรุ้งก็มาถึง ดูพวกมันแต่ละคนเด่ะ...ทำสีผมซะไม่ดูหน้าตัวเอง เอาล่ะ ผมแบ่งพวกเป็นฝั่ง ฝ่ายแรกให้แฮ็คเตอร์เป็นคนนำไปอีกฝั่งหนึ่ง ส่วนอีกฝั่งผมเป็นคนสั่งการ ฮ่าๆๆ ถ้าเป็นสงครามกรีกผมคงจะเท่ห์แน่ๆ เฮ้ย!นี่ผมคิดอะไรอยู่เนี่ย ดูพวกมันคงพร้อมแล้วล่ะ
            “ลุย!!!”
            ผมสั่งฝ่ายผม ทุกคนจึงเดินเข้ามาประจันหน้ากันแต่อยู่ๆ ยัยซวยคนหนึ่งโผล่มาจากไหนไม่รู้มายืนคั่นกลางระหว่างสองฝ่าย หึ! อยากตายรึไงวะ และถ้าเปลี่ยนแปลงได้ผมจะขอไปอยู่ฝั่งนั้น ฮึ่ย!!!เพราะเวลาต่อมายัยเฟรชก็ทำให้ผมพลาดการสู้ครั้งนี้ไป อ๊ากกก!อยากฆ่าคนโว้ยยยยยย!!!
           
            หลายชั่วโมงผ่านไป หลังจากซดเหล้าย้อมใจหมดไปหลายขวดผมก็เดินออกมาส่งเฟรชหน้าร้านเหล้าจากทีแรกที่คิดจะเดินไปส่งถึงป้ายรถเมล์แต่ผมยังไม่อยากขายหน้าเธอเพราะรู้สึกพะอืดพะอมเหมือนของที่กินจะออกมาทางเดิม เธอส่งสายตาประณามมาเล็กน้อยแต่ผมไม่สนใจเดินไปอ้วกอีกทาง ก่อนจะกลับเข้าไปในร้านเดิม ผมมองไปรอบๆ... เด็กปีหนึ่งปีสองกลับกันหมดแล้วนี่หว่าเหลือแต่เพื่อนๆ ที่คงจะนั่งรอผมนั่นแหละ
            “เอ่อ พี่ดรากอน ผม...ผมขอโทษด้วยนะเรื่องนั้นอ่ะ”
            “อือ” ผมตอบแฟรงก์ไป ดูหน้ามันหงอไปเลยครับ
            “ไม่เอาน่า ไหนๆ เราก็ชนะแล้ว เอ้าธง” ปิ้กโยนธงของพวกแก๊งสายรุ้งมาให้ผม
            “หึๆ” ผมจุดบุหรี่ความโมโหยังกรุ่นๆ อยู่
            “นี่!พวกเรามาเล่นเกมกันมั้ย” แฮ็คเตอร์ที่นั่งนิ่งอยู่นานพูดขึ้น
            “เกมไรของนายอ่ะ เล่นทีไรพวกฉันก็แพ้นายอยู่ดี”
            คิโด้โบกพัดประจำกายของมันก่อนจะโอดเบาๆ เหอะๆ เจ้าพ่อบ้าเกมอย่างเจ้าแฮ็คเตอร์มันจะเอาอะไรมาเล่นอีกล่ะเนี่ย ผมก็อยากรู้เหมือนกันแต่ก็เสียวสันหลังวาบๆ ก็แน่ล่ะทุกเกมของมันถือว่าท้าทายถ้าชนะก็โคตรจะสบาย แต่ถ้าแพ้ หึ!ผมไม่อยากจะคิดเลย
            “อืม...คราวนี้เป็นทีของนาย...ดรากอน” เจ้าชายสารพัดเกมมองมาด้วยสายตานิ่งๆ
            “เฮ้ยๆๆ เกมไรไม่เล่นโว้ยช่วงนี้ฉันยุ่ง”
            “ไม่ได้!ทีคนอื่นเล่นนายยังสนับสนุนจนตัวโก่ง พอทีตัวเองคิดจะเบี้ยวเรอะ!!!” แฮ็คเตอร์ตะโกนเสียงดัง
            “เอ๊ะ!หรือว่านายไม่กล้าวะ โด่!ไอ้ไก่อ่อน” คิโด้เอาพัดมาเคาะหัวผมพร้อมทำสีหน้าเยาะเย้ย
            “ใครบอกว่าฉันไม่กล้าอย่ามาท้านะเว้ย!!!” ผมตอบกลับไปด้วยสีหน้าท้าทาย หึ!ผมไม่ชอบให้ใครมาสบประมาทซะด้วยสิ
            “งั้นฉันขอท้าคนที่ไม่ชอบแพ้ใครอย่างนาย แต่คราวนี้นายจะต้องแพ้ไปกับเกมของฉัน หึ!” แฮ็คเตอร์ทำเสียงมั่นใจเหมือนตอนที่ออกไปเต้นฮิบฮ็อบบนเวทีตอนงานสถาปนาโรงเรียน ใครก็ได้เอาหมอนี่ไปเก็บที
            “ไม่มีทาง นายจะให้ฉันทำไรว่ามาแฮ็ค”
            “เหอะๆ เกมนี้ไม่ยากไม่โหด ถ้านายชนะฉันให้ขออะไรก็ได้บนโลกใบนี้จากฉันได้สองอย่าง แต่ถ้าแพ้ หึๆ นายต้องคุกเข่าขอผู้หญิงที่เข้ามาเกาะแกะนายเป็นแฟนคนละหนึ่งอาทิตย์...ข้อเสนอทั้งหมดนี้พอใจมั้ย”
            น่าสนแฮะ ผมจะต้องเอาชนะให้ได้ ขออะไรก็ได้สองอย่างงั้นเหรอ เมื่อคราวที่แล้วคินเพิ่งได้ไปดูบอลติดขอบสนามถึงอังกฤษ แถมเจ้าคิโด้ยังได้พัดของราชวงศ์ฮั่นที่มันอยากได้จนแทบขาดใจอีก ส่วนเจ้าปิ้กแพ้จึงได้จูบกับกะเทยที่มาหลงรักมัน อึ๋ย!!!สยอง ถึงคราวผมแล้วต้องเอาชนะให้ได้ หึ!ผมไม่อยากได้ยัยพวกนั้นเป็นแฟนหรอกนะแค่นี้ก็รำคาญจะแย่ แล้วการคุกเข่าขอผู้หญิงเป็นแฟนนี่มันเสียศักดิ์ศรีและน่าขายหน้าออกจะตายชาตินี้ผมก็ไม่ทำหรอก
            “โอ้ย!!!เปลี่ยนเป็นผมได้มั้ยพี่แฮ็ค” เชเรียกร้อง
            “ผมด้วยๆๆๆ ผมอยากลอง” แฟรงก์เอาตาม
            “ฮ่าๆๆ พวกนายได้เล่นแน่ แต่คราวนี้ขอฉันเห็นน้ำตาเจ้าดรากอนก่อน ว่าไงล่ะ” มันท้าผมเหรอ
            “อือ ตกลง!ว่าแต่ให้ทำไรวะ” มันจะทำหน้าไงนะ ตอนที่ผมชนะแล้วขอม้าไม้เมืองทรอยจากมัน คึๆ
            “อืม...ก็ไม่ยากว่าแต่เมื่อกี้นายพาใครมานะที่ทำให้นายพลาดการสู้ไปน่ะ” แฮ็คเตอร์ทำท่าคิด
            “นายจะพูดขึ้นมาอีกทำไม ยัยนั่นเกี่ยวไรด้วย” พูดแล้วก็หงุดหงิด
            “เอ่อ...หมายถึงพี่สาวผมน่ะเหรอ” แฟรงก์พูดเสียงอ่อย
            “ใช่!และเธอคือผู้ร่วมเกมของเรา”
            “นายอย่าบอกนะว่า...”
            “ใช่แล้วดรากอน นายต้องคบยัยนั่นเป็นแฟน” นั่นไง!ซื้อหวยผมคงถูกไปแล้ว
            “ทำไมต้องเป็นยัยเพี้ยนนั่นด้วยวะ”
            “ใช่ๆ ทำไมต้องเป็นพี่สาวผมด้วยอ่ะ พี่ดรากอนเจ้าชู้จะตายเดี๋ยวก็ทำให้พี่สาวผมร้องไห้ขี้มูกโป่งหรอกเปลี่ยนคนไม่ได้เหรอพี่แฮ็ค ผมเป็นห่วงพี่ผมนะ” อ้าว!ไอ้นี่
            “เมื่อกี้นายกำลังพล่ามอะไรอยู่ล่ะ พี่สาวนายต้องการแฟนไปอ้างเจ้าไซโคลนไม่ใช่เรอะ ฉันกำลังช่วยอยู่นี่ไง ดรากอนเหมาะสมที่สุดที่จะปกป้องพี่นาย และจากที่เห็นตอนนั้นฉันว่าพี่สาวนายคงไม่ชอบไอ้บ้านี่แน่นอน ฉันแค่อยากรู้ว่าจะเป็นยังไงต่อไป หึ!ฟังแล้วน่าสนุกใช่มั้ยล่ะ”
             หมอนี่คิดได้ไงเนี่ย มันพูดซะยืดยาวแล้วดับบุหรี่จนเจ้าแฟรงก์ทำท่าเออออห่อหมกไปด้วย ส่วนคนอื่นๆ น่ะเหรอ หลับคาโต๊ะไปหมดแล้ว ว่าแต่มันพูดว่าอะไรนะ...
            “เฮ้!นายว่าไงนะ เจ้าไซโคลนงั้นเหรอ” ผมมองหน้าแฮ็คเตอร์แล้วมันก็บุ้ยใบ้ไปให้แฟรงก์เล่า อ๋อ!ที่แท้ยัยนั่นมีจุดอ่อนอยู่ตรงนี้นี่เอง หึ!เสร็จล่ะ
            “แค่นี้ใช่ไหม”
            “อะไร”
            “ฉันถามว่าแค่คบกับยัยนั่นเป็นแฟนใช่ไหม”
            “อือใช่!” แฮ็คเตอร์ทำตาเจ้าเล่ห์ แต่ผมรู้นะว่ามันคิดอะไร หมอนี่มันเจ้าแผนการชะมัด
            “นานเท่าไหร่”
            “สามเดือน” คำตอบของแฮ็คเตอร์ทำเอาผมถึงกับอึ้ง...สามเดือน อืม มันก็เท่ากับคบกันจนกว่าจะจบ ม. ปลายน่ะสิ
            “ว่าไงล่ะ ยัยนั่นก็น่ารักดีนะ ถ้านายไม่เล่นเกมนี้ฉันจะช่วยพี่ไอ้แฟรงก์เอง”
            “ตกลง!”
            จบคำพูดของแฮ็คเตอร์ผมก็พูดออกไปอย่างรวดเร็ว ใครจะให้ยัยนั่นเข้าใกล้เสือร้ายอย่างหมอนี่กันล่ะ ถึงภายนอกมันจะนิ่งๆ ไม่สนใจผู้หญิงก็เถอะ แต่มันก็เสือตัวพ่ออย่างที่บอกนั่นแหละ อืม…สามเดือน มันก็น่าลองไม่ใช่เหรอครับ ผมชอบลองสิ่งที่ท้าทายซะด้วยสิ
            “แต่ถ้าเกิดสามเดือนนี้พี่ผมเกิดชอบพี่ดรากอนขึ้นมาจริงๆ ล่ะ”
            “โธ่!ไอ้โง่แฟรงก์พี่นายเกลียดหมอนี่ไม่ใช่เรอะ คงยากอยู่หรอกน่า”
            “แต่อะไรๆ มันก็เกิดขึ้นได้นะฮะ”
            “วุ้ย!รอให้เกิดก่อนละกันฉันจะดามใจพี่นายให้เอง” แฮ็คเตอร์พูดออกมาอย่างรำคาญ แต่คำพูดของมันทำเอาผมไม่สบอารมณ์ ดามใจงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ
            “โห! ยิ่งเป็นพี่แฮ็คผมก็ยิ่งไม่ไว้ใจใหญ่เลย” แฟรงก์พูดเสียงทีเล่นทีจริง
            “อ้าว! ไอ้นี่” เป็นผลให้แฮ็คเตอร์เขกกะโหลกมันไปหนึ่งที
            “แต่ตอนนี้แค่ไม่ให้ไซโคลนมายุ่งกับพี่นายไม่ใช่เหรอ หมอนั่นก็เก่งกาจเรื่องทะเลาะวิวาทใช่ย่อยนี่ไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าคบกับพี่นายหรอกและคนเดียวที่จะช่วยได้คือนักสู้อันดับหนึ่งอย่างเจ้าดรากอนนะ ฉันช่วยนายได้แค่นี้แหละ เอาไปคิดดูดีๆ แล้วกัน” แฮ็คเตอร์ย้ำความตั้งใจอีกรอบ แต่ผมว่ามันอยากเห็นเกมที่ผมเล่นมากกว่า
            “อืม เอางั้นก็ได้ฮะ”
            แฟรงก์เหลือบมองผมนิดหนึ่ง หมอนี่มันเห็นผมน่ากลัวขนาดนั้นเลยรึไงนะ ผมก็ไม่อยากจะเล่นเกมของเจ้าแฮ็คเตอร์เท่าไหร่หรอก แต่เพื่อม้าไม้เมืองทรอยที่ผมจะได้หลังจากชนะเกมต่างหาก หึๆ
            “เกมนี้นายจะแพ้ให้ฉันก็ต่อเมื่อใครคนใดคนหนึ่งเป็นฝ่ายบอกเลิกก่อนครบสามเดือนโดยที่ไม่มีความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน แต่ถ้าพี่ไอ้แฟรงก์หลงรักนายหรือนายไปรักยัยนั่นเข้าก่อนจะครบกำหนดก็เท่ากับว่าเกมสิ้นสุดไม่มีใครแพ้ชนะ ของรางวัลนายก็จะไม่ได้และก็ไม่ต้องไปคุกเข่าขอคบกับผู้หญิงที่นายไม่ชอบด้วย ยุติธรรมป่ะ”
            “อืมดี” ผมเอ่ยอย่างหมายมาด ไม่มีทางซะล่ะที่ผมจะไม่ได้ของรางวัล
            “งั้นตกลงตามนี้นะ”
แฮ็คเตอร์ประกาศเสร็จเราก็จับมือกัน แล้วก็เอาโทรศัพท์แฟรงก์มาเปลี่ยนชื่อผมเป็น ว่าที่พี่เขย หึๆ แจ๋วมั้ยล่ะ ถึงผมอยากจะอ้วกกับสรรพนามนั้นแต่ก็สนุกดีไม่ใช่เหรอถ้ายัยนั่นมาเห็นเข้า
            ฮ่าๆๆ ม้าไม้เมืองทรอยอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ถึงผมจะไม่อยากเล่นเกมของเจ้าบ้าแฮ็คเตอร์สักเท่าไหร่ แต่การลองคบกับยัยนั่นมันคงน่าสนุกไม่น้อย หึๆ ถึงไม่ได้ม้าไม้อย่างที่หวังผมก็ต้องได้หัวใจยัยนั่นไม่มีทางไปคุกเข่าอ้อนวอนขอผู้หญิงคนอื่นคบหรอก
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 238 ท่าน