Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
Tricky Boy รักล้นๆเต็มหัวใจให้นายเจ้าเล่ห์
Phwang-ka
ข่าวใหม่
4
03/11/2554 21:35:17
562
เนื้อเรื่อง

3

                                                                                                                        ข่าวใหม่

(23 พฤษภาคม 25XX)
                     ฉันเดินมานั่งรอพี่ซันจินที่ม้านั่งใต้ร่มไม้ใกล้อาคารเรียน ช่วงเช้าบรรยากาศของที่นี่ก็ร่มรื่นดี ปลอดผู้คนและบรรดานักเรียนที่ส่วนมากจะมากันสายๆหน่อย แต่พวกหกคนนี่กลับมากันแต่เช้าตรู่ รักเรียนดีจังนะ
ฉันยกเอาการบ้านที่ทำยังไม่เสร็จตั้งแต่เมื่อวานขึ้นมาทำรอพวกเขา ยากเป็นบ้า!ฉันก็ไม่ใช่พวกหัวดีที่ไหน ดังนั้นจึงต้องทำความเข้าใจให้มากหน่อย ถ้าเกรดออกมาไม่ดี พ่อเอาตายแน่!!
                พรึบ!!!
                เงาของใครสะท้อนมาบังแสงแดดอ่อนตอนเช้าของฉันกันล่ะเนี่ย ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองผู้มาเยือนตรงหน้า ฌะฮมีผมสีดำขลับ แต่ตัดเป็นทรงบ๊อบเท ตาโตๆนั่นยิ่งทำให้เธอน่ารัก ถ้าจำไม่ผิดล่ะก็เธออยู่ห้องเดียวกับฉัน และก็นั่งข้างๆนาย
เยซุนอีกด้าน
                “ไง พาราโบลา”
                เธอนั่งลงม้านั่งตรงข้ามและเอ่ยขึ้น
                “หวัดดี...”
                “ซูชิ”
                “อืม ซูชิ ว่าแต่เธอมีธุระอะไรกับฉันเหรอ”
                ฉันหยุดเขียนหนังสือและเงยหน้าขึ้นถามเธอ
                “เธอเป็นอะไรกับหกคนนั่น”
                เธอทำหน้าอยากรู้อยากเห็นเกินเหตุไปป่ะเนี่ย
                “ซันจินเป็นพี่ชายฉัน” ฉันอ้อมแอ้มตอบไป
                “ว้าว สุดยอดไปเลยพารา”...โบลา
                “ว่าแต่ว่าไอ้ที่สุดยอดมันหมายถึงอะไรกัน” ฉันก็ยังงงอยู่ดี
               “ก็แบบว่า...”
               และฉันก็ได้ข่าวใหม่จากปากของซูชิมา นี่ฉันมันโง่ใช่มั้ยเนี่ยที่มองพวกเขาทั้งหกคนไม่ออกตั้งแต่แรก ถึงว่าทำไมพวกเขาถึงหล่อเหลาอย่างกับหนุ่มๆ 2pm ที่ฉันชื่นชอบและเคยคิด ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง
                พวกเขาทั้งหกคนเป็นนักร้องซูเปอร์สตาร์ที่อายุน้อยที่สุดของไทย เข้าวงการตั้งแต่อายุสิบห้า และในเวลาไม่เกินสามปี พวกเขาก็ดังกระฉูดจนฉุดไม่อยู่  โดยใช้ในนามชื่อวงเป็น White*Black ที่แปลว่าขาวกับดำ อันนี้สงสัยคงจะแบ่งออกตามนิสัยของแต่ละคนล่ะมั้ง งั้นก็แสดงว่ามีฝั่งละสามคนน่ะสิ ฮ้า~ วงนี้ฉันเคยได้ยินเพลงของพวกเขานะ มีแต่เพลงเพราะๆทั้งนั้นเลย ขนาดว่าฉันไม่ค่อยชอบฟังเพลงน่านะ ยังแอบรับรู้เสียงเพลงของพวกเขาเลย
                “แต่มีอีกอย่างนะที่ฉันอยากให้เธอระวัง” จู่ๆซูชิก็กระซิบข้างหูฉันพอได้ยินกันสองคน ฉันไม่ปลอดภัยงั้นเหรอ...
                “ว่ามาสิ”
                เธอหันซ้ายหันขวาก่อนจะกลับมากระซิบฉันอีกครั้ง “เธอก็รู้ว่าถ้าเรื่องพวกนี้ถึงหูแฟนคลับของพวกเขาล่ะก็ เธอคงจะไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขแน่ๆ”
                “จริงของเธอ”
                “อืม ฉันมาเตือนแค่นี้ล่ะ เจอกันที่ห้อง”
                “จ้า”
                ก็อย่างที่ซูชิบอกนั่นล่ะ ฉันต้องโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้กับความโง่ที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าของพวกเขา             
โง่จริงๆเลย
                ฉันเก็บสมุดหนังสือทั้งหมดลงกระเป๋า เดินเข้ามาในห้องน้ำ มีผู้หญิงอยู่ประมาณสามสี่คนเห็นจะได้ พวกเธอปรายหางตาเหลือบมามองฉันนิดหนึ่งก่อนที่จะกลับไปซุบซิบกันกับเพื่อนตัวเอง จะนินทาฉันก็ขอให้ไปนินทาในที่ที่ฉันไม่อยู่เลยไม่ได้รึไง กลัวว่าฉันจะไม่รู้รึไงว่าพวกหล่อนหมั่นไส้ฉันน่ะ ชิ!
ฉันทำธุระในห้องน้ำประมาณห้านาที สงสัยสี่คนนั่นคงจะพากันออกไปแล้วล่ะทั้ง ค่อยยังชั่วหน่อย ฉันยังไม่อยากมีเรื่องกับใครตอนนี้
                แต่...
                แอด~
               มันกลับไม่เป็นดังที่คาดเมื่อฉันเงยหน้าขึ้นมอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีสี่คน แต่ตอนนี้มันไม่ใช่!!มันกลายเป็นหกคน หกคนเชียวนะ ฉันจะไม่ว่าอะไรเลยถ้าหากว่าฉันดันได้กลิ่นตุๆแห่งความหายนะมาเยือนใกล้จมูกซะแล้วสิ แต่ละคนเนี่ยก็มีแต่คนกล้ามใหญ่ๆ สันใหญ่ๆ อย่างกับหมี (ไม่อยากใช้คำว่าควายเดี๋ยวใหญ่เกิน) สรุปแล้วมันเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายฟะ
              แต่ช่างเหอะ เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ฉันควรที่จะรีบเดินออกจากห้องน้ำเส็งเคร็งนี่ซะ ก่อนที่จะกลายเป็นศพเฝ้าห้องน้ำเพราะยัยหกคนนี่
อึ๋ย!แอบเสียวสันหลังอ่ะ
              ใครมันจะไปมีแรงสู้ได้ฟะ หนึ่งต่อหกเนี่ยนะ โฮ้ว~ มีแต่เดจาวูเท่านั้นล่ะที่จะช่วยฉันได้ แง~
               “เดี๋ยว!!!จะรีบไปไหนยะ”
              สองในหกคนนั่นจับแขนฉันให้หมุนตัวกลับไปหาพวกหล่อน อีกสองคนยืนเฝ้าสังเกตการอยู่ที่หน้าประตูใหญ่ของห้องน้ำ และอีกสองคนที่เหลือนั่งกอดอกไขว่ห้างอยู่บนขอบชั้นอ่างล้างหน้า
              “พวกเธอจะทำอะไร” ฉันถามออกไป
              “เฮอะ!มาวันแรกก็ซ่าเลยนะยะ”
              สงสัยยัยนี่คงจะเป็นหัวหน้ากลุ่มสินะ ถึงได้ดูจะมั่นอกมั่นใจนัก
              “ฉันไปทำอะไรให้พวกเธอฮะ”
              ปากพยายามต่อรอง ส่วนมือก็พยายามที่จะสะบัดให้หลุดออกจากพันธนาการบ้าๆนี่ได้เลย
ทำไมมันแน่นอย่างกับเอาเชือกมัดอย่างนี้ล่ะฟะ ถามจริง? นี่มันมือคนหรือกาวตราช้าง (วะ)
              “หน็อย~ ปากดีนักนะ”
              เธอจับผมฉันแน่น
               “จัดการมันเลย!!!”
              พวกที่เหลือพูดเสริมทัพ
              ฮึ!ไม่อ้าปากบอกฉันก็รู้หรอกย่ะว่าพวกหล่อนคงจะไม่ปล่อยฉันออกไปจากที่นี่ง่ายๆ หรอก
              “บังอาจมายุ่งกับ White*Black ของพวกเรา”
              ยัยคนเดิมพูดขึ้น
              “แต่ฉันเป็นน้องสาวซันจินนะ”
             ฉันเถียงขึ้นบ้าง พวกเธอพากันหัวเราะคิกคักเมื่อฉันตอบออกไป อ้าว!อย่างนี้ก็สวยอ่ะเด่ะ
              เออ...มีแต่คนสวยๆ ...สวยจนไม่มีอะไรจะกิน
              แง~ ยัยพวกบ้าเอ๊ย!!!
              “เฮอะ! น้องสาว กล้าพูดนะยะ”
              หล่อนใช้มือทึ้งผมฉันให้เพิ่มความเจ็บมากยิ่งขึ้น ผมจะหลุดแล้วนะเฟ้ย
              “ทำไมฉันจะพูดไม่ได้”
              “พวกฉันสืบประวัติบ้านนอกๆของเธอมาหมดแล้ว หรือถ้าไม่เชื่อที่พวกเราพูดเธอกล้าพอที่จะไปตรวจดีเอ็นเอมั้ยล่ะ”
              อึก...ฉันรู้สึกจุกอกในอกขึ้นมาทันที จริงอย่างที่พวกเธอว่าซันจินไม่ใช่พี่ชายแท้ๆของฉัน เพราะแม่ของพี่ซันจินเป็นน้องสาวของพ่อฉัน
              “ถึงจะยังไงพี่ซันจินก็เป็นญาติฉันอยู่ดี พวกเธอไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำกับฉันแบบนี้ รู้ตัวไว้ซะยัยหน้าเห็ด”
              “กรี๊ด แกกล้าด่าฉันเรอะ”
              ยัยคนเดิมตะคอก
              “เออ!!!!จะทำไม”
              ตอนนี้ฉันก็เริ่มเดือดแล้วนะ ผมนี่ก็ดึงทึ้งอยู่ได้ ถึงฉันจะเป็นใครมาจากไหนพวกเธอมีสิทธิ์ที่จะมาทำกับฉันเหมือนหมูเหมือนหมาแบบนี้เหรอ มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด
              เจ็บอ่ะToT
              “งั้นก็ตายซะเถอะยัยหน้าโง่”
              เพี๊ยะ!!
              ฝ่ามือหนักๆของยัยนี่กระทบลงบนแก้มขาวใสของฉัน ทำให้ใบหน้าหันไปตามแรงตบ และยัยคนที่นั่งกอดอกอีกคนก็เดินมาตบหน้าฉันซ้ำอีกรอบ คราวนี้เปลี่ยนจากซ้ายไปขวาแทน
              เพี๊ยะ!!
              ฉันเหลือบขึ้นไปมองตัวเองบนกระจก แว้กกกกกก นะ...หน้าช้านนนนน มองยังไงก็เป็นรอยมือแดงเถือกเต็มไปหมด หน้าฉันไม่ได้บินข้ามน้ำข้ามทะเลไปศัลยกรรมเหมือนพวกเธอนะยะ โฮ~
              ยัยสองคนที่ยืนจับแขนของฉันไว้เดินตรงไปที่ถังใส่น้ำ เฮือก!!! อย่าบอกเชียวนะว่า...
              ซ่า...
หมดกันชีวิตฉัน ในเวลานี้ใครจะโสโครกกว่าฉันมีอีกมั้ยLนั่นมันน้ำล้างห้องน้ำนะ แต่พวกหล่อนเอามันมาสาดราดตัวฉันน่ะเหรอ อี๋! เชื้อโรคกี่ล้านตัวแล้วเนี่ย อย่างนี้เห็นทีจะยอมไม่ได้ซะแล้วสิ เหอะ
              ความอดทนถึงขีดสุด
              พวกแก...ตาย!!!
              ฉันสะบัดแขนจนหลุดออกจากยัยสองคนข้างๆที่ตอนแรกมือเหนียวหนึบอย่างกับกาวตราช้างก็ไม่ปาน วิ่งหน้าตั้งตรงไปยังถังใส่น้ำล้างห้องน้ำที่เหลืออยู่ทันที ขอบอกเลยล่ะว่าถังน้ำที่เหลือสีดำกว่าเยอะ อิๆ นั่นมันก็บ่งบอกเป็นอย่างดีว่าถังที่เหลือนี่สกปรกกว่าถังพวกแรก
              เสร็จอ่ะดิงานนี้...
              ฟิ้ว~ฟิ้ว~
             ซ่า...
             ไม่อยากจะบรรยาย (บรรยายก็ได้เดี๋ยวคนอ่านจะน้อยใจ) สี่คนที่ว่ามีสภาพไม่ต่างกัน ผมกระเซอะกระเซิง หน้าตาที่ถูกแต่งแต้มมาเป็นอย่างดีในตอนแรก แต่ตอนนี้ยิ่งกว่าช่วงช่วงกับหลินฮุ่ยเวอร์ชั่นคนซะอีก ฮ่ะๆๆๆๆ  สะจาย~
เกือบลืมไป อีกสองคนที่อยู่หน้าประตูเผ่นแนบไปตั้งนานแล้ว ฉันหันขวับกลับไปหาพวกที่เหลือ พวกหล่อนทั้งสี่คนวิ่งกรี๊ดๆตรงมายังฉัน คราวนี้ไม่มีถอยเลยด้วย
             เข้ามาเลย~
             พวกเราห้าคนต่างตะลุมบอลตบตีแต่ละฝ่าย โดยที่ฝ่ายฉันมีแค่ฉันคนเดียว แต่พวกบ้านี่มีตั้งสี่คน มีแต่พวกกล้ามใหญ่ๆ สันใหญ่ๆ เป็นผู้ชายไปแปลงเพศมารึเปล่าฟะ
             ก๊อกๆ
             “ใครอยู่ในนั้น”
             พวกเราทั้งหมดหยุดชะงักลงทันทีเมื่อมีใครมาเคาะประตูห้องน้ำ ใครกัน? เสียงผู้ชายซะด้วย หรือว่าจะเป็นผู้ฉิง*
             “...” พวกเราทั้งหมด
             “ฉันถามว่าใครอยู่ในนั้น”
            เสียงผู้ชายดังขึ้นอีกครั้ง เป็นคนละคนกับเสียงเมื่อกี้ด้วย แต่พวกเราก็ยังไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกไปสักคำเดียว
            ก๊อกๆ
             ปัง!!!
             เฮือก!!
             ฉันสะดุ้งตามสันชาติญาณเมื่อผู้ชายสามคนที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าที่พวกเขาทั้งสามคนกำลังมองมาทางพวกเรา...ที่มีสภาพไม่ได้ต่างจากยาจกข้างถนนเลยสักนิด
             เย...ซุน...เชจุง...พี่...จองวา
             พวกเขาสามคนมาทำอะไรที่หน้าห้องน้ำผู้หญิงกันน่ะ มาหาอะไรกินรึไงนะ ฮ้า ~ นี่มันไม่ใช่เวลามาล้อเล่นนะพาราโบลา แล้วฉันจะทำยังไงต่อไปเนี่ย พวกเขาดูสีหน้าไม่บอกอารมณ์เลยนอกจากนายเชจุงที่ทำหน้าหงุดหงิด
             “นี่เธอ ๐_๐”
             พี่จองวามองมาที่ฉันแล้วอึกอัก จะไม่ให้อึกอักได้ไงน่ะ ดูสภาพของพวกเราตอนนี้สิ เป็นเพราะยัยบ้าพวกนี้แท้ๆเลย
             “เกิดอะไรขึ้น”
             เชจุงทำเสียงตกใจและเดินเข้ามาถามฉัน
             “เอ่อ...”
             “จุ้นจ้านไม่เข้าเรื่องน่ะสิ”
             เยซุนแทรกขึ้น
             “ฉันเปล่านะ”  
             ฉันปฏิเสธออกไป มาหาว่าฉันจุ้นจ้านเนี่ยนะ นี่เขาเอาสมองส่วนไหนคิดกัน
             “เธอไม่รู้รึไงว่ากฎของพวกเราห้ามมีการทะเลาะวิวาทกันน่ะฮะ”
            ที่ไหนมันก็มีกฎแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ ไม่งั้นมันจะควบคุมดูแลบรรดานักเรียนตั้งเป็นร้อยเป็นพันคนได้เรอะ ก็ฉันไม่ได้เป็นคนทำนี่ เพราะฉะนั้นฉันไม่ผิด
             “ฉันไม่ได้เป็นคนเริ่ม”
            ฉันอธิบายให้เยซุนที่ยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงฟัง เขาไม่แม้แต่จะปรายหางตามามองด้วยซ้ำ เฮอะ คงจะเกลียดฉันมากสินะ
...ชาติก่อนฉันเคยเอาขี้ให้นายกินรึไงฟะ
             “ไหนล่ะหลักฐาน”
             เขาตะคอกกลับ นี่เขาไม่เชื่อฉัน หาว่าฉันเป็นคนเริ่มก่อนงั้นเหรอ สี่รุมหนึ่ง ไม่สิ หกรุมหนึ่งต่างหาก ฉันแค่คนเดียวจะสู้หกคนได้ยังไงกัน เขาเอาสมองส่วนไหนคิดกัน เหอะ
             “ไม่มี”
             “เฮอะ ตัวปัญหาสิ้นดี”
             “เฮ่ย!ซุนแรงไปป่ะวะ”
              เชจุงเอ่ยขึ้น
             “ใช่”
              พี่จองวาเห็นด้วยกับเชจุง
             “ไม่เป็นไรหรอก ฉันมันคงเป็นตัวปัญหาอย่างที่เขาว่าจริงๆน่ะแหละ ขอตัวก่อนนะ”
              ฉันเดินเร่งฝีเท้าออกมาจากห้องน้ำ ฉันไม่อยากอ่อนแอต่อหน้าเขา หางตาฉันแอบเห็นเขากำมือแน่นด้วย เหอะ กำแน่นขนาดนั้นจะชกฉันรึไงล่ะ อยากจะให้ลองชกดูเหมือนกัน เผื่อว่าฉันจะได้ดูดีขึ้นบ้างในสายตาเขา
              ตึกตัก ตึกตัก
              ฉันวิ่งเช็ดน้ำตาฝ่าพวกนักเรียนที่พากันมองมาที่ฉันด้วยสายตาสมเพชปนรังเกียจ ชิ!อยากเรียนที่นี่ตายล่ะๆไอ้โรงเรียนบ้านี่
              เอี๊ยดดดดดดดดดดดด
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 344 ท่าน