Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
ขอโทษที แต่ตอนนี้ฉันคือยมฑูต
Narybee
บทที่ 2 เยือนยมโลก และ การเที่ยวตลาดยมโลกแสนสนุก(หรือเปล่านะ)
3
03/11/2554 15:24:25
405
เนื้อเรื่อง

            บทที่ 2 เยือนยมโลก และ การเที่ยวตลาดยมโลกแสนสนุก(หรือเปล่านะ)
 

 

            เมื่อมาถึงบ้าน เฟียร่าก็บอกกับดิม่าให้ไปเก็บของให้เธอ คนอื่น ๆ ก็ให้รอที่ห้องรับแขก ส่วนเธอก็ไปยังห้องสมุด เธอเดินไปที่ชั้นหนังสือที่ตั้งอยู่ด้านในสุดของห้องแล้วจึงดึงหนังสือที่ชื่อ กุญแจลับและหีบส่วนตัว เมื่อดึงออกหนังสือที่อยู่ถัดไปก็เลื่อนลงและมีหีบขนาดเล็กเท่าหนังสือขึ้นมาแทนเธอหยิบหีบนั้นและเดินมาหาเคนโซกับจัตตินเพื่อรอดิม่าที่ไปเก็บของให้เธอ เมื่อดิม่าเก็บของให้เฟียร่าเรียบร้อยแล้วทั้งสามก็เดินออกมาที่สวนหน้าบ้าน เคนโซก็จัดการเปิดประตูสู่ยมโลก เขาพูดด้วยภาษาที่เฟียร่าไม่รู้จัก เมื่อเขาพูดจบก็เกิดรอยแยกสีดำปรากฏออกมาพื้น แล้วเขาก็พูดว่า
 
            “เราไปกันเถอะ ”
 
            “อืม ”
 
            เมื่อเฟียร่าพูดจบจัตตินก็เดินไปก่อนตามมาด้วยเฟียร่าและเคนโซ  เมื่อเฟียร่าเดินเข้ามา เธอก็มาอยู่หน้าปราสาทแห่งหนึ่ง เฟียร่ารู้ได้ทันทีว่าที่นี่คือบ้านของเคนโซ เพราะเธอเคยเห็นแล้วจากในหนังสือเล่มที่เธอให้เขาดู พร้อมกันนั้นก็มีหญิงสาวในชุดสาวใช้สีดำเดินออกมาและพูดว่า
 
            “ยินดีต้อนรับค่ะ ท่านเฟียร่า ยินดีต้อนรับกลับค่ะคุณชาย และ เออ... ”
 
            “จัตตินนะ เป็นเพื่อนของฉันเอง ”
 
            “ค่ะ งั้นขอเชิญท่านทั้งสามมาด้านในก่อนนะค่ะ ”
           
            พูดจบเธอก็เดินนำทั้งสามคนเข้าไปในบ้านและพาไปยังห้องทำงานของคน ๆ หนึ่งชายคนนั้นหันมา เขาเป็นชายวัยกลางคน อายุประมาณ 30 –35 ปี ผมสีดำและในตาสีชานั้นดูอบอุ่น แต่ก็ทรงอำนาจมากในเวลาเดียวกัน เขามองมาที่เธอพร้อมกับพูดว่า
 
            “สวัสดีหนูเฟียร่า ฉันชื่อ ฮิวาอิ  โซตะ เป็นพ่อของเคนโซ และเป็นเพื่อนของพ่อของหนู ”
 
            “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณฮิวาอิ ..เออ.. หนูอยากทราบเรื่องเกี่ยวกับคุณพ่อของหนู คุณพอจะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้หนูฟังได้หรือเปล่าค่ะ ”
 
            “ได้ซิแต่ไม่ใช่วันนี้ หนูเดินทางมาคงจะเหนื่อยฉันจะให้คนของฉันพาหนูไปยังที่พักก่อน.. แต่ไม่ใช่ที่นี่นะ หนูจะได้พักที่บ้านของหนู ส่วนเรื่องงานเดียวฉันจัดกลุ่มให้เอาเป็นว่าวันพรุ่งนี้คอยเริ่มงาน ส่วนวันนี้... หนูก็เดินเล่นดูสิ่งต่าง ๆ รอบ ๆ เมืองกับเพื่อน ๆ ไปก่อนละกัน แล้วก็นี่... ”
 
            โซตะพูดแล้ววางกล่องสีดำขนาดเท่าหนังสือเวทของเธอบนโต๊ะแล้วก็ดันของสิ่งนั้นมาทางเธอและพูดต่อว่า
 
            “นี่ของหนูถ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็ถามเคนโซ หรือไม่ก็ จัตตินก็แล้วกัน พูดถึงจัตติน ลืมบอกไป.. เขาจะเป็นทั้งผู้ช่วย และ ผู้ติดตามของหนูนะ เอาละพวกหนูออกไปได้แล้วละ ”
 
            “ขอบคุณมากค่ะ ”
 
หลังจากนั้นเฟียร่า เคนโซ และ จัตตินก็เดินไปที่สวนหน้าบ้านของเคนโซและขึ้นรถที่มารอรับเมื่อทุกคนขึ้นรถเรียบร้อยแล้วรถก็ออกเดินทางทันที เวลาผ่านไปสักพักพวกเขาก็เดินทางมาถึงปราสาทแห่งหนึ่งที่แตกต่างจากปราสาททั่วไปนั่นคือปราสาทหลังนี้มีสีขาวทั้งหลังแทนที่จะเป็นสีดำ และปราสาทหลังอื่นไม่มีสวนดอกไม้ที่สวยงาม นอกจากนี้ทางเข้าปราสาทหลังยังมี บ่อน้ำใสรอบตัวปราสาทอีกด้วย เมื่อเข้ามาเฟียร่าก็ลงจากรถเป็นคนแรกก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินมาหาเธอแล้วโค้งให้พร้อมกับพูดว่า
 
“ยินดีต้อนรับกลับค่ะท่านหญิงเฟียร่า ดิฉันชื่อ ลิซ เบริน่า ค่ะ ”
 
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะ เธอช่วยเอาของพวกนั้นไปไว้ที่ห้องของฉันทีแล้วก็เตรียมน้ำกับชุดให้ฉันด้วยนะ ขอเป็นชุดสีขาวนะ ”
 
“ได้ค่ะนายหญิงงั้นเชิญพวกท่านมาทางนี้ค่ะ ”
 
พูดจบลิซก็เดินนำทุกคนไปที่ห้องรับแขกแล้วจึงพาเฟียร่าไปที่ห้องใหญ่ซึ่งเป็นห้องของเธอ เฟียร่าจัดการอาบน้ำและแต่งตัว ชุดที่เธอใส่ตอนนี้เป็นชุดโลลิต้าสีขาวเธอเดินออกจากห้องไปยังห้องรับแขกซึ่งพวกเคนโซรออยู่เมื่อมาถึงเฟียร่าก็พูดกับเคนโซและจัตตินว่า
 
“พวกนายช่วยพาฉันเดินดูรอบเมืองหน่อยซิ ”
 
“ฉันว่าไว้เดินดูทีหลังดีกว่านะ วันนี้พวกฉันมีที่จะพาเธอไปเที่ยวแล้วละ ”
 
“เอางั้นก็ได้ รีบพาฉันไปซิ ”
 
หลังจากนั้นพวกเฟียร่าก็เดินไปที่หน้าปราสาทเพื่อขึ้นรถม้าและแน่นอนที่พวกเขาจะไม่ลืมที่จะเอาเสื้อคลุมด้วย รถที่มารับพวกเฟียร่าออกเดินทางอีกครั้งมุ่งหน้าตรงไปยังใจกลางเมือง เมื่อมาถึง เคนโซก็ออกมาเป็นคนแรกและส่งมือไปช่วยเฟียร่าและตามมาด้วยจัตติน พวกเขาเดินมาจนถึงย่านการค้ามีของมากมายหลายชนิดที่นี่ พวกเฟียร่าเดินดูของมาจนถึงรานขายสัตว์พิเศษเคนโซก็พูดขึ้นว่า
 
“เฟียร่าเธอมีสัตว์พาหนะหรือยัง ”
 
“ยังเลย มันจำเป็นด้วยหรอ ”
 
“จำเป็นมากเลยละ งันเราไปดูสัตว์พิเศษให้เธอกันดีกว่าถึงร้านพอดีเลย ”
 
“อืม ”
 
หลังจากนั้นเฟียร่า เคนโซ และ จัตตินก็เดินไปในร้านขายสัตว์พิเศษทันที เมื่อเข้ามาพวกเฟียร่าก็แยกย้ายกันไปดูสัตว์พิเศษที่ตัวเองชอบ เฟียร่าเดินไปรอบร้านจนมาหยุดอยู่ที่กรงที่ทำขึ้นจากเงินด้านในมีสัตว์ที่มีรูปร่างคลายกับยูนิคอร์น แต่มันไม่ใช่เพราะมันมีปีกสีขาวบริสุทธิ์งอกออกมาจากส่วนของลำตัว ขนของมันขาวสะอาด และท่าทางที่หยิ่งยโสนั้นก็ยิ่งทำให้มันดูสง่างามขึ้นไปอีก เฟียร่ารู้สึกสนใจมันเป็นอย่างมาก เธอจึงเดินเข้าไปหวังจะดูมันใกล้ ๆ เจ้าของร้านที่เดินมาเห็นเข้าพอดี จึงร้องห้ามด้วยความตกใจว่า
 
“คุณหนูครับอย่าเข้าไปใกล้มันนะครับ ”
 
เฟียร่าที่ได้ยินดังนั้นก็หยุดมือที่กำลังจะเอื้อมไปลูบหัวของมันแล้วหันมาถามว่า
 
“ทำไมละค่ะ ”
 
เธอพูดพร้อมกับยื่นมือไปลูบหัวของมันซึ่งมันเองก็ยอมให้เธอจับง่าย ๆ โดยไม่ได้ขัดขืนอะไร และมันดูจะเต็มใจเลยด้วยซ้ำ เจ้าของร้านเมื่อเห็นดังนั้นก็ตกใจหนักเข้าไปใหญ่ แล้วจึงพูดขึ้นอย่างร้อนรนว่า
 
“ระวังนะครับเจ้า เรวิคอร์น ตัวนี้นะมันเป็นตัวอันตรายมากเลย แม้แต่ตัวผมเวลาจะให้อาหารมันแต่ละทีก็เกือบโดนมันฆ่าหลายทีแล้ว ”
 
“งันฉันขอซื้อเจ้า เรวิคอร์น ตัวนี้ได้ไหมค่ะ ”
 
“คุณหนูเอาไปเลยก็ได้ครับ ผมไม่คิดเงิน ”
 
“มันจะดีหรือค่ะ ”
 
“ครับ ดีแล้วละครับ เพราะถ้าคุณหนูไม่เอามันไปวันพรุ่งนี้ผมก็จะส่งมันไปที่โรงฆ่าสัตว์อยู่ดี ”
 
เฟียร่าเงียบไปหลังจากที่ได้ฟัง เมื่อเธอคิดดูอีกที่เธอจึงตอบตกลงไป เจ้าของร้านจึงเตรียมจะจับมันลงไปในหินผนึกที่มีขนาดเท่ากำปั้นแต่มันก็ทำแตกทุกอันจนเฟียร่าสงสัยว่าทำไมนานจังเธอจึงเดินไปดูในห้อง เมื่อเข้ามาเฟียร่าก็อึ่งไปทันทีเพราะสภาพห้องตอนนี้บอกได้คำเดียวว่า เละไม่มีชิ้นดีเลย เมื่อทุกคนหมดหนทางเฟียร่าจึงต้องจัดการเอง หน้าแปลกที่เธอทำเพียงบอกให้มันเข้าไปมันก็ทำตามที่เธอสั่งทันทีโดยที่เธอไม่ต้องออกแรงเลย...
 
‘เธอเป็นใครกันแน่นะ ’
 
และนี่คือสิงที่ทุกคน ณ ที่นั้นคิด เมื่อจัดการเรื่องราวต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วเฟียร่าก็เดินไปหาจัตตินที่ยืนรออยู่ที่หน้าเคาเตอร์คิดเงิน ผ่านไปสักพักเคนโซก็เดินมาสมทบพร้อมกับลูกแก้วผนึกที่อยู่ในมือ เมื่อทุกคนได้สิ่งที่ตัวเองต้องการแล้วก็ออกจากร้านไปเดินเที่ยวเล่น แต่ยังไม่ทันจะได้ออกพ้นร้านก็มีคน ๆ หนึ่งวิ่งชนหญิงชราคนหนึ่งพร้อมกับกระชากกระเป๋าของหญิงชราไปด้วย จัตตินที่รับร่างของหญิงชราไว้ทัน เฟียร่าที่เห็นดังนั้นก็รู้สึกหงุดหงิดจึงบอกกับ เคนและจัตตินว่า
 
“พวกนายรอนี่ดูแลคุณยายคนนั้นดี ๆ เดี๋ยวฉันมา ”
 
เมื่อพูดจบเธอก็ออกตัววิ่งตามชายคนนั้นไปทันทีโดยไม่รอคำตอบ เธอเห็นชายคนนั้นวิ่งออกไปจากใจกลางเมืองและเข้าไปยังซอยแคบ ๆ ซึ่งเธอคิดว่าคงเป็นทางลัดอะไรสักอย่าง และมันก็เป็นจริงอย่างที่เธอคิด ทางเส้นนี้นำเธอออกมานอกเมือง เธอเห็นชายคนนั้นก็กระโดดสปริงตัวไปดักอยู่ด้านหน้าของชายคนนั้น เขาดูตกใจมากที่มีคนตามเขามาทัน เฟียร่าหันมาและพูดว่า
 
“ส่งกระเป๋าใบนั้นคืนมาแล้วฉันจะไม่เอาเรื่อง ”
 
“ฉันไม่ให้ ฉันจำเป็นต้องใช้มัน ”
 
“มีเหตุจำเป็นอะไรที่ถึงกับต้องขโมย ”
 
“ไม่ใช่เรื่องของเธอ ”
 
ชายคนนั้นพูดและกอดกระเป๋าใบนั้นแน่นยิ่งขึ้น เฟียร่าจึงพูดขึ้นอีกครั้งว่า
 
“คุณบอกฉันมาเถอะ ฉันอาจช่วยคุณได้ ลองบอกมาก็ไม่เสียหาย ”
 
“อย่างเธอจะไปสู้อะไรได้ พวกขุนนางมีกำลังทหารตั้งเยอะ ”
 
“ถ้าเรื่องนี้เกี่ยวกับขุนนางละก็... มันยิ่งง่ายใหญ่เลย บอกมาเถอะฉันสามารถช่วยคุณได้จริง ๆ นะ ”
 
“เธอจะช่วยฉันได้จริงหรอ ”
 
ชายคนนั้นถามขึ้นอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจ เฟียร่าจึงยิ้มให้และตอบกลับไปว่า
 
“แน่นอน แต่คุณต้องเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฉันฟังนะ ”
 
“ก็ได้ ที่ฉันต้องทำอย่างนี้ก็เพราะว่าฉันไปขอกู้เงินจากเจ้าขุนนางโหดนั้นมันบอกว่าไม่ต้องรีบคืน ฉันทำงานจนตั้งตัวได้และเงินที่ฉันยืมมันมาฉันก็ส่งคืนให้มันตามกำหนดทุกครั้ง จนครบแต่มันกลับบอกว่าฉันติดเงินมันอีกแถมเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว มันบอกว่าครบสัญญาแล้วถ้าหาเงินมาคืนมันไม่ได้มันจะเอาลูกสาวกับภรรยาฉันไปแทนรวมทั้งทรัพย์สินที่ฉันมีทั้งหมดอีกด้วย ฉันไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีแล้วจริง ๆ”
 
หลังจากที่ชายคนนั้นเล่าจบเขาก็ร้องไห้ออกมาทันที เฟียร่าที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดก็รู้สึกสงสารชายคนนี้ขึ้นมาทันที แต่ระหว่างนั้นเธอก็คิดอะไรบางอย่างออกเธอจึงเรียกชายคนนั้นแล้วพูดขึ้นว่า
 
“นี่คุณค่ะ ฉันคิดอะไรดี ๆ ออกแล้วละ แต่คนต้องให้ความร่วมมือกับฉันนะเรื่องนี้จึงจะสำเร็จ ”
 
“ได้ไม่ว่าจะต้องทำอะไรผมจะทำตามที่คุณบอกทุกอย่างเลย คุณต้องช่วยผมนะ ”
 
หลังจากนั้นเฟียร่าก็มาอยู่ที่บ้านของชายคนนั้นเธอบอกให้ลูกสาวของชายคนนั้นไปแอบอยู่ที่ห้องบนหลังคา เฟียร่าจัดการเปลี่ยนชุดมาเป็นชุดของลูกสาวของเขาทันทีเธอแกล้งทำเป็นช่วยแม่หรือก็คือภรรยาของชายคนนั้นทำกับข้าว เมื่อถึงเวลาที่ชายคนนั้นบอกไว้ก็เป็นดังคาดมีนายทหารเข้ามาจับตัวเธอและภรรยาของชายคนนั้นออกไปทุกอย่างดำเนินไปอย่างแนบเนียน พวกทหารจับเธอและภรรยาของชายคนนั้นออกมาที่หน้าบ้าน แล้วพลั่กให้ลมลงกับพื้นตรงหน้าของชายผู้นั้น จากนั้นก็มีชายรูปร่างอ้วนซึ่งบ่งบอกว่ามีความกินดีอยู่ดีมากจนหน้ามั่นไส้ ชายอ้วนเดินมาที่เธอและพูดขึ้นว่า
 
“ลูกสาวแกก็สวยดีนี่ ยกให้ฉันดีกว่าลูกสาวแกจะได้อยู่กินอย่างสบายส่วนแก จะได้ไม่ต้องจ่ายหนี้ให้ฉัน ”
 
“ไม่นะท่านอย่าเอาลูกสาวข้าไปเลย ข้าขอร้องล่ะ ”
 
ชายอ้วนไม่พูดแต่ส่งสัญญาณให้ลูกน้องของตนจับฉันและภรรยาของชายร่างผอมที่ยังคงพยายามเว้าวอนไม่ให้พวกฉันถูกจับไป แต่ก่อนที่พวกทหารจะได้จับตัวเฟียร่า เธอก็ลุกขึ้นก่อนจะใช้ขาของเธอถีบนายทหารที่จะเข้ามาจับตัวเธอ เฟียร่ารายเวทให้ตัวเธอกลับไปอยู่ในชุดเดิมและเรียกเคียวของตัวเองออกมา แล้วก็ใช้สันของด้ามจับฟาดใส่ร่างของนายทหารอีกสองคนให้ออกห่างจากชายร่างผอม หลังจากนั้นเฟียร่าก็ร่ายเวทเรียกตัวลูกสาวของชายคนนั้นออกมาแล้วร่ายเวทกางอาณาเขตรอบคนทั้งสามไว้ทันทีเมื่อเสร็จเธอก็เข้าจัดการกับลูกน้องของชายอ้วนทั้งหมด ชายอ้วนเมื่อเห็นว่าลูกน้องของตนไม่สามารถสู้คนตรงหน้าได้ก็คิดจะหนีทางด้านเฟียร่าที่จัดการกับลูกน้องของชายอ้วนเสร็จก็พุ่งตัวเข้าหาชายอ้วนเอาคมของเคียวเกี่ยวไว้กับตัวของเขาและพูดด้วยนำเสียงเย็น ๆ ว่า
 
“นายชื่ออะไร ”
 
 
“ข้าชื่อ เดรี นาโต้ อย่าทำอะไรข้าเลย ข้ากลัวแล้วเจ้าต้องการอะไรข้าจะให้หมดเลย ”
 
“ลาออกจากราชการเสีย แล้วก็คืนเงินที่โกงมาให้หมด ”
 
“ได้ ๆ ๆ ข้าจะทำตามที่เจ้าบอก ”
 
“พรุ่งนี้ฉันจะรอดู จำไว้ฉันกำลังจับตาดูแกอยู่... ไปได้ ”
 
เธอพูดแล้วจึงเอาเคียวออกจากตัวของชายอ้วน เมื่อเป็นอิสระชายอ้วนก็รีบวิงไปที่รถม้าแล้วสั่งออกรถ เมื่อเสร็จเรื่องเฟียร่าก็เก็บเคียวแล้วเดินไปปลดอาณาเขตที่สร้างไว้ และพูดว่า
 
“เดียวพรุ่งนี้ช่วงเที่ยง ฉันจะมาหานะ ถ้ามันยังไม่คืนของ มันได้มีเรื่องกับฉันแน่ และเพื่อความปลอดภัยฉันจะร่ายเวทกางอาณาเขตไว้มันจะหายไปตอนช่วงเที่ยง และถ้าไม่จำเป็น ก็อย่าออกมาจากบ้าน ”
 
“ครับขอบคุณคุณมาก ขอบคุณจริง ๆ ”
 
แล้วชายคนนั้นก็ปล่อยโฮออกมาอีกรอบภรรยาของเขาก็ถามชื่อของเธอไป เธอรีบนำกระเป๋าที่ได้คืนมาแล้วเรียกเรวิคอร์นออกมาจากลูกแก้วผนึกและบอกให้มันพาเธอไปหาพวกเคนที่รออยู่ระหว่างทางเธอก็ตั้งชื่อให้เรวิคอร์นของเธอตั้งไปตั้งมาก็ได้ชื่อ เรวิค ให้ได้เรียกนั่นเอง เมื่อมาถึงเธอก็จัดการคืนกระเป๋าให้กับหญิงชรา เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นเคนโซและจัตตินก็ลากเฟียร่ากลับปราสาททันที เมื่อกลับถึงปราสาทเธอก็เล่าทุกอย่าให้พวกเคนโซฟัง เมื่อฟังจบทุกอย่าก็ดูเหมือนว่าจะง่ายขึ้นเคนโซก็รับปากว่าจะจับตาดูขุนนางที่ชื่อ เดรี ให้ จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันเธอกลับมาที่ห้องของตัวเองรีบอาบน้ำและเข้านอนทันที เนื่องจากความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นเธอจึงหลับในเวลาไม่นานนัก
  

 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
สนุกค๊าา 
จากคุณ hapless/() อัพเดตเมื่อ 01/12/2554 20:53:39
ความคิดเห็นที่ 2
หนุกดีมาอัพเร็วๆนะจะติดตาม
จากคุณ barbiesky/(barbiesky) อัพเดตเมื่อ 03/11/2554 18:52:55
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 307 ท่าน