Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Blackmail ต้นเหตุรัก แผนร้ายกับยัยประหลาด Update Episode 12 Nymphomania กับความจริง [ไรเตอร์สำนึกผิดแล้วที่หายหัวไป TT^TT 40% แรกค้าบ... ]
kyo
Blackmail Episode 10 อึดอัด Upload 100%
11
08/04/2555 19:04:26
1254
เนื้อเรื่อง
               สองอาทิตย์ที่ผ่านมาฉันกลายเป็นคนติดโทรศัพท์อย่างไม่น่าเชื่อ ในตอนเช้า หกโมงครึ่งฉันต้องโทรไปปลุกอิตาดารานรกนั่น ก่อนเข้าเรียนครึ่งชั่วโมง อิตาดารานั่นจะโทรมากวนอารมณ์ก่อนเข้าเรียน ตอนเที่ยงตรง อิตาบ้านั่นก็จะโทรมายั่วโมโหอีก ประมาณสองทุ่มครึ่งอิตานั่นก็จะมาเขย่าประสาทก่อนนอน พฤติกรรมการคุยโทรศัพท์แบบนี้ พี่บอยถึงขั้นออกปากว่างอนน้องสาวอย่างฉัน เพราะให้ความสนใจอิตานั่นมากกว่าตัวเอง
                ฉันไปให้ความสำคัญอิตาดารานั่นมากกว่าพี่บอยตรงไหน กับอิตาดาราบ้ากามนั่นฉันแค่คุยโทรศัพท์ แต่กับพี่บอย ฉันต้องไปดูหนังเป็นเพื่อนแทบจะวันเว้นวันเลย พักหลังๆ นี้พี่ดูปวดประสาทกับอะไรซักอย่าง ที่น่าแปลกคือเรื่องปวดประสาทนั่นไม่ใช่เรื่องของฉัน (⊙_⊙)  
                มองในอีกแง่ ก็ดีนะ พี่บอยกับแซมทะเลาะกันน้อยลง เพราะพี่มัวแต่ไปหมกมุ่นกับวิสกี้แล้วก็เรื่องอะไรซักอย่างที่ฉันไม่รู้ (แล้วก็ไม่อยากรู้ด้วย)
 
                หลังจากที่ฉันวางแผนขยายธุรกิจ ด้วยการเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนเข้าไปในบริษัททัวร์ แล้วเปิดตลาดทัวร์ในประเทศที่กำลังมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วตามการเติบโตของเศรษฐกิจและรายได้ประชากร ทุ่มเงินประชาสัมพันธ์ทั้งการท่องเที่ยวของไทยและต่างประเทศ กระแสตอบรับการท่องเที่ยวทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นไปได้ดีมาก ครอบครัวฉันและแซมจึงตัดสินใจจับมือกันร่วมธุรกิจ พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ ฉันจัดทัวร์ แล้วให้ไปลงที่โรงแรมในเครือ T siam ให้หมด ทั้งในไทยและต่างประเทศ
                ตอนนี้แซมก็เลยอยู่ไม่ค่อยติดบ้านซักเท่าไหร่ นอกจากที่จะต้องคอยวางแผนการตลาดสำหรับโรงแรมในไทย ต้องคอยดูแลลูกค้าสองส่วน ทั้งส่วนที่เป็นแขกโรงแรมโดยเฉพาะ หรือลูกค้าที่มาจากทัวร์ ยังต้องสำรวจประเทศที่กำลังมีการขยายตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่กำลังพุ่งสูง เพื่อขยายสาขา T siam เข้าไป และเพื่อจะดึงทัวร์ของฉันเข้าไปด้วย
                การเป็นนักธุรกิจนี่มันเหนื่อยซะเหลือเกิน (>﹏<)     
 
                ฉันต่อสายหาพี่ชายทันทีที่ล้มตัวลงนอนบนเตียง หลังจากที่กลับจากประชุมใหญ่หารือเรื่องการเปิดตัวทัวร์ในประเทศน้องใหม่กว่าสามประเทศ และไม่ต้องปล่อยให้ต้องรอนาน ปลายสายก็กดรับทันที
                (เป็นไงบ้าง)
                เสียงพี่ชายที่คุ้นเคย ถึงแม้จะไม่ใช่คำหวานใดๆ แต่ทำให้ฉันรู้สึกหายเหนื่อยได้เสมอ
                “เหนื่อยมากเลยพี่บอย ฉันเหมือนจะไม่สบายด้วย”
                (กินข้าวกินยารึยัง)
                “เรียบร้อยแล้ว”
                (เดี๋ยวพี่ไปหาดีกว่า)
                “ไม่ต้องมาหรอก เดี๋ยวเฟิฬก็จะนอนแล้วล่ะ เอ่อพี่บอย พรุ่งนี้ฉันว่าจะหยุดซักวันนึงนะ”
                (ไปไม่ไหวหรอ)
                “มันล้าๆ ยังไงไม่รู้ งานหนักติดกันมาเป็นอาทิตย์เลย”
                (โอเค งั้นถ้ามีอะไรสำคัญเดี๋ยวพี่เก็บไว้ให้)
                “อื้อๆ แล้วงานพี่โอเคดีมั้ย”
                (ก็ไม่มีอะไรที่พี่ทำไม่ได้อยู่แล้ว) เสียงพี่ชายหนักแน่น  (หมดเวลาคุยแล้ว เธอไปนอนได้แล้ว)
                “โอเค งั้นก็ฝันดีผีรอบเตียงแล้วกัน”
                (ฝันดีผีรอบเตียงเหมือนกัน) พี่ว่าจบก็ตัดสายไป
                นี่แหล่ะพี่ฉัน ถึงจะเป็นฝาแฝด แต่ก็ค่อนข้างจะต่างกับฉันไม่ใช่น้อยเลย ถึงเราทั้งคู่จะเป็นคนที่ชอบทำงาน ทนงานหนัก ละเอียดรอบคอบ และมีหัวทางด้านธุรกิจทั้งคู่ แต่สิ่งที่ฉันไม่มีแบบพี่ก็คือ ความมั่นใจ พี่มักมีความมั่นใจที่ล้นเปี่ยมเหมือนว่ามันไม่มีวันหมด ทุกชิ้นงานที่พี่ได้รับมอบหมาย พี่ไม่เคยแสดงออกเลยซักครั้งว่าเกรงกลัวกับชิ้นงานนั้น และทุกครั้ง ผลมันก็ออกมาดีเสมอ ผิดกับฉัน ที่ยังต้องอาศัยกำลังใจจากพี่ชายคนนี้ตลอด พูดชัดๆ ก็คือ พี่คือคนที่สร้างความมั่นใจให้กับฉันเอง
                ฉันที่ถือโทรศัพท์อยู่ในมือ กดเคลียร์รายการตั้งปลุกหกโมงครึ่งที่ตั้งไว้ประจำทุกวันออก ก่อนจะดันตัวเองเข้าไปใต้ผ้าห่มนวมหนา และหลับตาลงรับแสงจันทร์
 
                ฉันปรือตาตื่นรับแสงแดดยามสายที่ทอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องนอน อากาศเย็นจากแอร์คอนดิชั่นเนอร์รวมกับความขี้เกียจ ทำให้ฉันไม่อยากจะลุกออกจากใต้ผ้าห่มนวมหนานี่ซักเท่าไหร่ ฉันจึงขดตัวดึงผ้านวมขึ้นคลุมหัวหนีแสงแดดก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง
                “ไม่คิดจะตื่นมาต้อนรับฉันเลยรึไง”
                เพี๊ยะ!!!!!
                เสียงชายที่ฉันได้ยินผ่านโทรศัพท์ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ตอนนี้ดังขึ้นเบาๆ ที่ข้างหูฉัน ฉันที่สะดุ้งตัวตื่นด้วยความตกใจเลยเผลอตบหน้าเขาไปเต็มแรง
                “เป็นการต้อนรับกลับมาที่น่าทึ่งมาก”
                เขาที่จับใบหน้าตัวเอง บ่นนิดๆ ก่อนจะส่งยิ้มเอือมระอามาให้
                “ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ” ฉันว่าพลางลุกขึ้นนั่งบนเตียง สำรวจใบหน้าเขาว่ายังปกติดีรึเปล่า ซึ่งมันก็ไม่มีอะไรมากไปกว่ารอยแดงทั่วทั้งแก้มขวา “ก็นายอยากมากระซิบข้างหูทำไมล่ะ”
                “ยังจะโทษฉันอีก ตบฉันแล้วยังไม่สำนึกผิด”
                เหอะ แล้วทีตัวเองทำกับฉันไว้ตั้งเยอะ เคยสำนึกผิดบ้างมั้ยล่ะ ไอ้โรคจิต ( ‵□′) 
                “ก็ขอโทษนี่ไง ไม่ได้ตั้งใจซักหน่อย” เขาที่ยิ้มอย่างไม่ถือสา หยิบรีโมตขึ้นเพื่อปิดแอร์ให้ “แล้วนายเข้ามาในห้องฉันได้ยังไง”
                “ป้านิ่มเอากุญแจมาเปิดให้”
                ป้าไปสนิทชิดเชื้อกับอิตาบ้ากามนี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงยอมให้เขาเข้าห้องฉันแบบนี้เนี่ย -_-^
                “แล้วนายกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ”
                “เมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี้เอง”
                เขาตอบพลางไล่ฉันลงจากเตียง จัดการสลัดผ้าห่มนวมแล้วคลุมเตียงจนตึง ดึงฉันเข้าไปในห้องน้ำก่อนจะโยนผ้าขนหนูตามไปให้
                “แล้วทำไมนายไม่กลับไปพักที่บ้าน บ่นว่าเหนื่อยทุกวัน แล้วมาที่นี่ทำไมกัน” ฉันว่าพลางเริ่มวักน้ำขึ้นล้างหน้า
                “บ้านกลับเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ฉันอยากมาที่นี่ก่อน”
                ฉันที่ยืนมองหน้าเขาเป็นเชิงไล่ให้ออกจากห้องน้ำ แต่เขายังคงยืนมองฉันอย่างไม่สนใจ
                “นี่นาย จะอาบน้ำกับฉันเลยมั้ย”
                “ได้หรอ งั้นเดี๋ยวจะได้อาบด้วย”
                อิตาโรคจิตนั่นไม่พูดเปล่า แต่กลับเดินประชิดตัวฉันพร้อมทั้งถอดเสื้อยืดคอกลมสีดำออก เผยให้เห็นแผงอกที่ห่างจากตัวฉันเพียงไม่ถึงคืบ
                อ๊ากกก!!! ไอ้โรคจิต ฉันพนันเลยว่าบรรดาสาวๆ ที่คลั่งอิตานี่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ยืนอยู่ในสภาพเดียวกับฉันตอนนี้เลย <( ̄︶ ̄)/  
                “ออกไปเลยนะไอ้โรคจิต”
                ฉันว่าพลางดันตัวเขาออกไปจากห้องน้ำ เบนสายตาไปด้านข้าง ถ้ามัวแต่มองแผงอกเขาล่ะก็ ฉันคงเลือดกำเดาพุ่งกระจายแน่
                “มือเธอสั่น หน้าเธอแดง แล้วใจเธอ... เต้นแรงด้วยรึเปล่าน่ะ”
                โหย~ยังมีหน้ามาถาม ฉันเป็นผู้หญิงที่ไม่ได้หน้าด้านนะยะ เห็นแบบนี้จิตฉันก็เตลิดเหมือนกันนะ ≧0≦   
                “ออกไปเลยนะ!!”
                เขาที่ถูกฉันดันออกจากห้องน้ำ รวบมือทั้งสองข้างของฉันไว้ ก่อนจะดึงตัวฉันเข้ามาแนบอกของเค้า ฉันได้ยิน ชัดเจน เสียงหัวใจของเค้าที่ดังผ่านอกของเขาออกมา
                “เธอ” เขาเรียกฉันเบาๆ ข้างหู ตัวฉันสั่นสะท้านไปหมด “ใจเธอเต้นแรงมากเลย”
                “ออกไปนะ!!”
                ฉันใช้แรงทั้งหมดผลักเค้าออกไปนอกห้องน้ำ ก่อนจะปิดประตูใส่หน้าเขาอย่างแรง
                ไอ้ผู้ชายนิสัยเสีย กล้าดียังไงมาถอดเสื้อต่อหน้าต่อตากันแบบนั้น กล้าดียังไงมาพูดด้วยน้ำเสียงแบบนั้นข้างๆ หู กล้าดียังไงถึงได้กอดฉันไว้แบบนั้น
                อร๊ายยย~ {{{(>_<)}}}  
                ฉันอาบน้ำเกือบชั่วโมงได้ ออกมานอกห้องน้ำแบบกล้าๆ กลัวๆ ว่าอิตานั่นจะยังไม่ออกไป แต่พอสำรวจดูทุกมุมห้องแล้ว แม้แต่ในตู้เสื้อผ้า สรุปได้ว่า ปลอดภัย อิตานั่นคงจะกลับไปแล้ว
                ฉันแต่งตัวด้วยกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดคอโปโลสีน้ำตาลเข้ม ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ยัดใส่กระเป๋ากางเกง หยิบกระเป๋าสายยาวขึ้นคล้องไหล่ก่อนจะหยิบรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อสีชมพูนู๊ด แล้วเดินออกมาจากห้อง
และที่แต่งตัวแบบนี้ ฉันมีแผน <( ̄︶ ̄)/   
                พ่อกับแม่ที่ออกไปดูโรงแรมกับแซมตั้งแต่เช้า เพื่อวางแผนการตลาดสำหรับการจัดการทัวร์ใหม่ พี่บอยที่ออกไปเรียนตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ทำให้ฉันต้องอยู่คนเดียว และหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา ฉันไม่ได้พักผ่อนจริงๆ ซักที วันนี้เลยถือเป็นฤกษ์ดีที่ฉันจะได้พักผ่อนแบบเต็มๆ วันที่ฉันจะเป็นคนกำหนดแผนเอง
                ฉันคิดโปรแกรมคร่าวๆ ขณะกำลังเดินผ่านห้องนอนหลายห้องลงมายังชั้นล่าง ดูหนัง ช็อปปิ้ง กินข้าว บลาๆๆ ~ เยอะแยะไปหมด แต่ความคิดฉันก็หยุดลงที่ชายในเสื้อยืดสีดำกางเกงยีนส์ขายาวที่นั่งอย่างสบายอารมณ์อยู่บนโซฟาหนังตัวยาว ทันทีที่เขาเห็นฉัน เขาก็ส่งยิ้มละลายใจมาให้อีกแล้วว~
                “นายยังไม่กลับบ้านรึไง”
                ฉันถามทันทีที่เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงเข้าหาฉัน เขามีสีหน้าหงุดหงิดนิดหน่อยที่ฉันถามคำถามเชิงไล่นิดๆ
                “เมื่อกี้ฉันบอกรึไงว่าจะกลับบ้าน”
                “ก็นายบอกว่าจะแวะมานี่ก่อนแล้วค่อยกลับบ้าน”
                “ก็ฉันจะกลับเย็นๆ” เขาเริ่มทำเสียงหงุดหงิดนิดหน่อย ทำสีหน้าไม่สบอารมณ์แถมมาอีกด้วย “ทำไม! ฉันจะกลับเย็นไม่ได้รึไง”
                “ไม่ใช่แบบนั้น แต่วันนี้ฉันพึ่งได้พักจริงจังซักที ฉันอยากจะไปพักผ่อน ไม่ต้องปวดหัวที่ต้องทะเลาะกับนายทั้งวัน”
                ถ้าให้พูดง่ายๆ ก็คือ ฉันขี้เกียจทะเลาะกับผู้ชายงี่เง่าแบบนายไง \("▔□▔)/
                “ฉันจะไปด้วย”
                “นายก็แบบนี้ทุกที สุดท้ายฉันก็ต้องทะเลาะกับนายอีก แล้วฉันจะได้พักผ่อนตรงไหน”
                “ให้ฉันไปด้วยเถอะนะ ผู้หญิงไปไหนมาไหนคนเดียวมันอันตราย” ฉันส่งสายตารำคาญใจไปนิดหน่อย “โอเคๆ ฉันสัญญาว่าจะพยายามไม่กวนอารมณ์เธอ”
                ฉันชั่งใจคิดนิดหน่อย ก่อนจะเดินนำเขาออกมาจากตัวบ้าน เดินตรงไปยังรถสปอร์ตสีขาวที่จอดเด่นอยู่หน้าโรงจอดรถ เขาปลดล็อค ก่อนที่ฉันจะเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างใน
                “ไปดรีมเวิลด์แล้วกันนะ”
                ชายผมดำสนิทที่อยู่ในที่คนขับพูดขึ้นขณะค่อยๆ เคลื่อนรถสปอร์ตออกจากรั้วอิตาลี
                “ทำไมถึงจะไปดรีมเวิลด์ล่ะ จะไม่ถามฉันก่อนหรอว่าอยากไปไหน”
                “เพราะฉันรู้ว่าเธออยากไปดรีมเวิลด์ไงล่ะ”
                เขารู้ได้ยังไงนะว่าฉันอยากไปดรีมเวิลด์ ฉันไม่เคยบอกเค้าซักครั้ง ครั้งล่าสุดที่ฉันพูดว่าอยากไปดรีมเวิลด์ก็พูดกับแซม ฉะนั้น เป็นไปไม่ได้แน่ที่แซมจะบอกอิตานี่ แล้วเขารู้ได้ยังไงกัน
                “นาย...”
                “ไม่ต้องถามหรอก เอาเป็นว่าฉันรู้แค่นั้นก็พอแล้ว”
                เขาพูดแทรกขณะที่ฉันกำลังจะตั้งคำถามเรื่องดรีมเวิลด์กับเขา เขาหันมายิ้มละลายใจให้ก่อนจะขยี้หัวฉันเบาๆ
                ตลอดเส้นทางไปดรีมเวิลด์ เขาขึ้นทางด่วนเพื่อความรวดเร็วและหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด เขาถามไถ่เรื่องการทำงานตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาของฉัน เขาพยักหน้าตามอย่างทำความเข้าในธุรกิจของฉันและแซม ที่เรากำลังทำร่วมกันอยู่ ทุกครั้งที่ฉันพูดถึงชื่อแซม สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป ฉันอดคิดไม่ได้ว่าเขากำลังหึงอยู่รึเปล่า แต่ความคิดฉันก็ถูกตัดออกไป เมื่อตลอดเส้นทาง บรรดาสาวๆ ในสต็อกของตานั่นประมาณ 3 คน โทรจิกอิตานี่อย่างกับมีแม่เป็นไก่ อิตาบ้ากามนี่ก็ไปกับเขาหมด ผู้หญิงคนไหนจะชวนไปไหนก็ไปกับเค้าหมด ทุเรสที่สุด!!
                “เธอโกรธอะไรอยู่รึเปล่าน่ะ” เขาตั้งคำถามหลังจากที่เดินเข้ามาภายในบริเวณของดรีมเวิลด์ได้ซักพักแล้ว
                “ไม่นี่ จะโกรธอะไรนายล่ะ”
                “ก็เห็นเธอทำหน้าหงุดหงิด ถ้าไม่พอใจอะไรก็บอกแล้วกัน วันนี้ฉันบอกแล้วว่าจะไม่ทะเลาะกับเธอ”
                เขาส่งยิ้มละลายใจให้อีกแล้วว~ พักนี้ฉันเป็นอะไรนะ จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย อิตานี่เข้าใกล้หน่อยก็ใจสั่น พออิตานี่มีเรื่องผู้หญิง ฉันก็โมโห หงุดหงิดอย่างนี้ทุกที
                แต่ช่างเถอะ วันนี้วันพักผ่อนของฉัน เรื่องอื่นเอาไว้ค่อยคิดทีหลัง ( ¯ □¯ )
                “ฉันไม่เป็นไร จะไปไหนก่อนดี” ฉันตอบแล้วยิ้มให้เขาน้อยๆ ก่อนจะหยิบแผนที่เครื่องเล่นขึ้นมาดู
                “เธอเลือกเลย”
เขาปล่อยให้ฉันตัดสินใจ และฉันก็เลือกได้ ที่แรกที่ฉันเลือกก็คือ
แท่น แทน แท้นนนน~ เฮอริเคน Let’s goooo!!
เพียงแค่รอบแรกที่เครื่องเล่นนี่ตวัดหมุนรอบตัวเอง ฉันก็กรี๊ดซะหลอดเสียงแทบอักเสบ ไม่ไหวจะเคลียร์กับสภาพตัวเองหลังจากลงมาจากเครื่องเล่นทรหดนี่แล้ว หัวเราะทั้งน้ำตา อิตานั่นก็ได้แต่หัวเราะสภาพของฉัน ∪﹏∪ 
เราทั้งสองหยุดพักกินน้ำไม่นาน ก็เริ่มต่อที่เครื่องเล่นต่อไป นั่นคือ พรมวิเศษ ตามด้วย สกายโคสเตอร์ (2 รอบ) รถไฟตะลุยจักรวาล ก่อนจะจบช่วงแรกลงที่เมืองหิมะ เราทั้งสองพักกินข้าวเพิ่มพลังที่ศูนย์อาหาร ที่ตอนแรกอิตานี่ทำท่าจะไม่กิน ก่อนจะโดนฉันบ่นว่า ‘อยากไปหาภัตตาคารกินก็ไปกินคนเดียว’อิตาดารานี่ก็เลยต้องยอมแต่โดยดี
พวกเราใช้เวลากินข้าวเติมพลังเพียงหนึ่งชั่วโมงก่อนที่จะตะลุยดรีมเวิลด์กันต่อด้วยเครื่องเล่น แกรนด์แคนยอน ฉันและเขาใส่เสื้อกันเปียกกันซะดิบดี แต่พอหมดรอบ สำรวจร่างกาย ฉันกับเขาเปียกกันแค่ผม -_-^ รู้งี้ฉันไม่เสียเงินค่าเสื้อนี่หรอก
ฉันดึงเสื้อกันเปียกออกจากตัวเขวี้ยงลงถังขยะอย่างหงุดหงิด เพราะเสียเงินโดยใช่เหตุ ก่อนจะเดินตามชายผมดำที่นำฉันสู่เครื่องเล่นชิ้นต่อไป ซุปเปอร์สแปช ฉันตัดสินใจไม่ซื้อเสื้อกันเปียกเพิ่ม ฉันจะไม่เชื่อคำพูดป้าคนขายอีกแล้วที่บอกว่า ‘มันเปียกนะหนู ซื้อใส่ไว้เถอะ’เหอะ! หนูจะไม่เชื่ออีกแล้ว ฉันบ่นกับอิตาดารานั่นจนกระทั่งถึงคิวของเราสองคน ซึ่งมีเพื่อนร่วมชะตากรรมที่ต้องลงเรือพร้อมกัน 6 คน และแล้วเมื่อเรือถูกปล่อยจากที่สูงลงสู่แอ่งน้ำขนาดใหญ่
โครม!!! ซ่า~
“กรี๊ดดดดดดด!!”
เสียงดังระงมของผู้ร่วมชะตากรรม และสภาพของฉันตอนนี้ ไม่ต่างอะไรกับลูกหมาตกน้ำ ตัวเปียกโชก ตั้งแต่หัวจรดเท้า น้ำตาฉันอาบหน้า
ทำไมน้า~ ถึงไม่ลองเชื่อยัยป้านั่นดูอีกซักครั้ง (╥﹏╥)
“ไม่เป็นไรน่า เดี๋ยวไปซื้อเสื้อผ้าเปลี่ยนกัน”
ชายที่เดินเคียงข้างฉัน ลูบหัวฉันป้อยๆ เป็นการปลอบใจ เขาหัวเราะน้อยๆ เมื่อเห็นสภาพฉัน แต่ก็ต้องหุบยิ้มไปเมื่อฉันส่งค้อนไปให้ทันที
เขาพาฉันเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าร้านหนึ่ง ซื้อเสื้อยืดเปลี่ยนด้วยกันทั้งคู่ ก่อนที่ฉันจะเดินนำออกมานั่งที่นอกร้านรอเขาที่กำลังจ่ายเงิน และตามออกมายืนค้ำหัวฉันอยู่
“ทำอะไรน่ะ”
ฉันถามพลางเบี่ยงตัวออก เมื่อมีผ้าผืนเล็กถูกหย่อนลงบนหัวก่อนจะตามมาด้วยมือใหญ่ๆ ที่วางทับบนหัวอยู่
“เดี๋ยวเธอจะไม่สบาย”
ชายผมดำส่งยิ้มละลายใจให้อีกรอบ ก่อนจะเช็ดผมให้ฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากที่เปียกโชก ตอนนี้เริ่มมีบางส่วนที่แห้งบ้างแล้ว
“พอแล้วล่ะ ขอบใจนะ”
ฉันเอ่ยขอบคุณ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเสมอตัวเขา แล้วเดินนำเค้าออกมาสู่เครื่องเล่นเครื่องต่อไป ไวกิ้งส์
กรี๊ดดดดดดดดดดดด!! o(╥﹏╥)o  
ลูกอยากกระโดดลงจากเรือนรกนี่ซะเหลือเกิน ฉันพูดคำว่าไม่ไหวนับครั้งไม่ถ้วน ส่วนอิตาบ้านั่นก็ได้แต่หัวเราะพร้อมตะโกนเสียงดังไปพร้อมๆ กับผู้ร่วมชะตากรรมเรือนรกคนอื่นๆ
ลงจากเรือนรกนี่ได้ ฉันแทบก้มลงกราบผืนธรณีอีกครั้ง ขอบคุณนะคะที่ทำให้ลูกยังมีชีวิตรอดจากเรือบ้านี่ และลูกขอสัญญาว่า จะไม่ขึ้นมันอีกเด็ดขาด o(╥﹏╥)o  
ฉันพักหายใจให้สบายตัวซักพัก ก่อนที่จะไปยังเครื่องเล่นต่อไป นั่นคือ โกคาร์ท และตามด้วยการเข้าไปพักเอาความเย็นในบ้านยักษ์ เป็นอย่างสุดท้าย
“ฉันคิดว่าพอแล้วแหล่ะ”
ฉันพูดกับชายผมดำข้างตัวหลังจากที่เราทั้งสองเดินออกมาจากบ้านยักษ์แล้ว
“พอแล้วคืออะไร” เขาหยุดเดินก่อนจะตั้งคำถามกับฉัน
“ก็กลับบ้านไง ฉันคิดว่าที่สำคัญ เราเล่นหมดแล้ว”
“ฉันว่าเธอข้ามไปอย่างนึงนะ”
เขาไม่พูดเปล่า กลับดึงฉันไปทางที่ฉันพยายามจะหลีกเลี่ยง ( ‵□′) 
“ไม่เอานะ นายจะพาฉันไปไหน ฉันไม่ไปนะ เลิกแล้ว โอยย~วันนี้เหนื่อยเหลือเกิน ขอกลับไปนอนพักที่บ้านแล้วกันนะ”
“ไม่ต้องมาโยกโย้ ฉันว่าแล้วว่าทำไมเธอถึงเดินผ่านไปผ่านมากับไอ้บ้านผีสิงนั่น แต่ไม่ยักกะเข้าไปซักที ที่แท้เธอก็กลัวผีนี่เอง”
อ๊ากกกก!! กลัวแล้วไงฮะ!ยังไงฉันก็ไม่เข้าไป จะไม่เข้าไปเด็ดขาด ≧0≦ 
“อย่ามายุ่งกับฉันนะ”
ฉันเริ่มร้องโวยวาย คนที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้น เริ่มมองมาที่ฉันแล้วพากับซุบซิบอะไรซักอย่าง
เออดี!! นินทาฉันเข้าไปเลย แล้วไงล่ะ ก็ฉันกลัวผีนี่ ผิดรึไงฮะ!
“จะกลัวอะไร ฉันก็อยู่กับเธอด้วย”
“ไม่จริง นายจะทิ้งฉัน”
“ไม่ทิ้งหรอกน่า ฉันจะจับเธอไว้ตลอดเลย” เขาไม่พูดเปล่า แต่ยังเอามือฉันไปจับไว้ซะแน่น
“ไม่เข้าไม่ได้หรอ นะ ให้ฉันรออยู่ข้างนอกก็ได้นะ นะ please~”
ฉันพยายามส่งสายตาอ้อนวอนไปให้เขา แต่กลับได้รับสายตาปฏิเสธกลับมา
เขาพาฉันเดินเข้าไปในตัวบ้านขนาดใหญ่ มืดๆ มีเพียงรอยเท้าเรืองแสงงี่เง่าที่ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย นอกจากจะทำให้ฉันตกใจเป็นระยะๆ ซะมากกว่า
เดินเข้าไปไม่นาน ฉันก็แทบช็อคตายคาบ้านนรกนี่ ก็ดันมีพนักงานเข้ามาเดินวนๆ อยู่ตรงหลืบ ฉันทั้งกรี๊ด ทั้งจิกเล็บลงไปที่แขน ทุกครั้งที่ฉันได้ยินเสียงคนกรี๊ด ฉันก็สติแตกกรี๊ดตาม ทุกครั้งที่มีคนพูดว่าข้างบน ฉันก็หลบลงข้างล่าง พอมีคนบอกว่ามันอยู่ข้างล่าง ฉันก็กระโดดโหยงเหยงเหมือนคนบ้า น้ำตาไหลอาบแก้ม ตัวซุกเข้าไปในอกของชายเสื้อดำ นาทีนั้น ฉันคิดอย่างเดียวคือ ขออย่าให้ช็อคตายคาบ้านนรกนี่ก็พอ o(╥﹏╥)o  
“ฮ่าๆ เธอนี่น้า~นั่นมันผีปัญญาอ่อนทั้งนั้น”
เขาพูดแกมหัวเราะหลังจากที่ออกมาจากบ้านนรกนั่นได้เพียงแปปเดียว
“ปัญญาอ่อนอะไรล่ะ ฉันกลัวมากเลยนะ อึดอัดไปหมดเลย” ฉันว่าพลางเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาผ่านแก้ม เขาดึงฉันที่ยังตัวสั่นไม่หายเข้าไปกอดหลวม มือก็ลูบที่หัวฉันเบาๆ
“โอเคๆ ฉันจะไม่พาเธอเข้าไปในนั้นอีกแล้ว หยุดร้องก่อน โอเคนะ”
น้ำเสียงขอร้องและการปลอบโยนของเขา ทำให้จิตใจฉันสงบขึ้น น้ำตาฉันหยุดไหลแล้ว เขาค่อยๆ คลายอ้อมกอดออก แล้วยืนยิ้มอยู่เบื้องหน้าฉัน
“ฉันเกลียดนาย~”
“ฉันรู้” เขาพูดพลางปัดปอยผมออกจากใบหน้าฉัน “กลับบ้านกันนะ”
เขาถือวิสาสะดึงมือฉันออกไปยังลานจอดรถกว้าง ตรงไปยังLamborghini สีขาว ฉันเข้าไปในที่นั่งประจำ หยิบกระเป๋าสะพายที่ไม่ได้เอาเข้าไปขึ้นมาวางไว้บนตัก ก่อนที่เขาจะตามเข้ามาในที่คนขับ
“ดูที่เธอทำไว้สิ” เขาพูดขึ้นทันทีที่เคลื่อนรถออกจากลานจอดรถ พร้อมกับที่ยกแขนโชว์วีรกรรมของฉัน
แว๊กกก!!! ฉันไม่รู้เลยว่าทำกับเขาขนาดนี้ (⊙_⊙)  
รอยเล็บของฉันล้วนๆ เลย ที่จิกไปบนแขนของเค้าจนเป็นแผลถลอก มีเลือดไหล่ซึมนิดๆ ทั่วทั้งแขนซ้าย แขนที่เขาให้เป็นที่พักพิงในบ้านนรกนั่น
“ฉัน... ไม่รู้เลยว่าทำแบบนั้น”
“แหงอยู่แล้ว ก็เธอมัวแต่กรี๊ดกับเอาหน้าซุกฉันอยู่ไง นี่ถ้าแทรกเข้ามาในตัวฉันได้ เธอคงทำไปแล้ว”
เหอะ!! เข้าใจเปรียบดีนี่
“ก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรมากมายหรอก ฉันก็แค่บิ้วอารมณ์เฉยๆ น่ะ จะได้คุ้มค่าบัตร”
“ฮ่าๆ โอเคๆ คุ้มค่าบัตรมาก”
ฉันเกลียดอิตานี่!! \("▔□▔)/
♪ When you're gone  The pieces of my heart are missing youWhen you're goneThe face I came to know is missing too...
เสียงโทรศัพท์ฉันดังขึ้นขัดเสียงหัวเราะของอิตาดารานั่น ฉันหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงออกมา ดูที่หน้าจอปรากฎชื่อของชายที่อยู่ห้องข้างๆ ก่อนจะกดรับสาย
“ว่าไง”
“ยังไม่กลับอีกหรอ”
“นายควรจะถามว่าฉันอยู่ไหนมากกว่าไม่ใช่หรอ”
ฉันกรอกเสียงเข้าไปในมือถือ เหลือบมองชายที่นั่งข้างๆ ซึ่งเขาก็กำลังมองฉันอยู่อย่างสอดรู้สอดเห็นซะเหลือเกิน
“ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธออยู่ไหน”
“รู้ได้ไงน่ะ”
“ป้านิ่มบอกว่าไอ้ดารานั่นมารับเธอไปดรีมเวิลด์” เขาตอบเสียงไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่
“อ่อ... ฉันกำลังกลับแล้วล่ะ ไม่น่าเกินชั่วโมงครึ่งน่าจะถึง”
“ระวังตัวแล้วกัน ฉันไม่ไว้ใจไอ้ดารานั่นเลย”
“โอเค ฉันไม่เป็นไรหรอก” ฉันเริ่มเห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์ของอิตาดาราบ้ากามนี่แล้ว “ฉันต้องวางก่อนนะ แล้วค่อยคุยกัน”
“โอเค”
สิ้นเสียงแซม เขาก็ตัดสายไป ฉันกำลังจะหันไปพูดกับชายในที่คนขับ แต่
♪ติด.... ติด ติด.... ติด.... ติด ติด
เสียงโทรศัพท์ของเขาที่วางอยู่ในแท่นตั้งโทรศัพท์ ที่เขาเอามาติดไว้ในตัวรถดังขึ้นเบาๆ เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาก่อนกดรับโดยไม่ดูชื่อที่หน้าจอด้วยซ้ำ
“ครับ”
“ฮันนี่..... คิดถึง...... คอนโด......”
เสียงแจ๋นจากปลายสายลอดออกมาจากมือถือ ฉันพยายามสอดรู้สอดเห็นเต็มที่ แต่ก็ไม่ได้ยินอะไรมากนอกจากคำที่เอามาปะติดปะต่อแล้วก็คงไม่พ้นเรื่องเดิมๆ ของอิตานั่น
“เอ่อ... เดี๋ยวผมโทรกลับแล้วกันนะ สายเข้าน่ะครับ”
เขาว่าจบก็กดสลับสายทันที
“ครับ”
“แอร์ค๊า” เสียงยัยนี่แป๋นเหลือทนจริงๆ เลย “อืม...... ไม่ไหว.....”
ไม่ไหวอะไรของยัยนี่เนี่ย! ⊙_⊙อยากเข้าห้องน้ำรึเปล่า เหอๆ          
“กินยาซะนะ... ส่วนเรื่องนั้น เดี๋ยวผมโทรกลับอีกทีแล้วกัน ผมขับรถอยู่”
อ๋อออ~ยัยนี่โทรมาอ้อนอิตาบ้ากามนี่เอง คงจะบอกว่าไม่สบาย จะไม่ไหวแล้ว ให้รีบมาหาโดยด่วนล่ะสิ มารยาซะไม่มี ∪︿∪ 
“เธอแอบฟังอยู่รึเปล่าน่ะ” อิตาบ้ากามนั่นถามขึ้นทันทีที่กดวางสายแล้วเก็บโทรศัพท์ไว้ในที่เดิม
“เปล่านี่ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันซักหน่อย”
>0<โกหกกก~
“เดี๋ยวฉันส่งเธอแล้ว ฉันคงกลับบ้านเลยนะ”
“ไปหายัยพวกนั้นรึไง”
“เธอหงุดหงิดอะไรรึไง”
“หงุดหงิด แน่นอนฉันหงุดหงิด ถ้านายยังมักมากในกามแบบนั้น ก็ไปหายัยพวกนั้นเลยสิ จะมากักฉันไว้ทำไมตั้งเป็นเดือน”
“ทำไม ฉันกักเธอไว้มันทำให้เธออึดอัดมากเลยใช่มั้ย!” เค้าที่ขึ้นเสียงกำลังส่งสายตาโกรธเคืองมาให้ฉัน “ช่วงที่ฉันไม่อยู่ เธอคงสบายมากเลยล่ะสิ ได้อยู่กับไอ้สองคนนั่น คงมีความสุขมากกว่าอยู่กับฉันใช่มั้ย!”
“ใช่!!” ฉันตะคอกเขากลับไป หงุดหงิดใจเป็นที่สุด “ฉันอึดอัด”
“.....”
เขาตกใจน้อยๆ ที่ฉันตอบเขาไปด้วยเสียงที่หนักแบบนั้น เขาเร่งเครื่องให้เร็วขึ้น สายตาจับจ้องไปข้างหน้าอย่างขุ่นเคือง
“อึดอัดที่ไม่ได้เห็นหน้านายเป็นอาทิตย์ อึดอัดที่ได้คุยกับนายแค่ทางโทรศัพท์ อึดอัดที่ต้องคอยคิดเรื่องนายกับผู้หญิงพวกนั้น และอึดอัดที่สุดที่นายใช้วิธีสกปรกรั้งฉันไว้แบบนี้”
ถ้านายรั้งฉันไว้ด้วยวิธีอื่น ฉันคงจะรู้สึกดีกว่านี้ ไม่ต้องคอยคิดทุกครั้งที่หัวใจสั่นว่านายคือคนที่พรากที่สิ่งฉันหวงแหนไป ≧︿≦ 
เขาไม่พูดอะไรอีก ได้แต่ลดความเร็วลงเรื่อยๆ และปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบคลุมภายในรถสปอร์ตสีขาวนี้
กว่าครึ่งชั่วโมงที่ฉันต้องทนรู้สึกอึดอัด อย่างจะหนีออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เบนหน้าออกนอกหน้าต่าง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงอีกครั้ง และกดไปยังเบอร์ที่คุ้นเคย
 “ว่าไงยัยตัวดี”
“กลับบ้านรึยัง” ฉันถามด้วยเสียงเรียบสม่ำเสมอ
“กลับมาซักพักแล้ว... เธอเป็นอะไรรึเปล่าน่ะ”
“ก็... นิดหน่อย”
“งั้นคืนนี้ไปดูหนังกัน มันช่วยฉันได้ มันก็ต้องช่วยเธอได้”
ฮึ! แทนตัวเองว่าฉัน แทนที่จะเป็น พี่ แบบนี้ ต้องอยู่กับแซมแน่นอนเลย จะกัดกันมั้ยนะ ╯︿╰ 
“มีเรื่องอะไรดี น่าดูมั่ง”
“ดีทั้งนั้นแหล่ะ เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันรอเธอหน้าบ้านเลยแล้วกัน”
“อื้อ”
ฉันกดตัดสายพี่ชายพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ชายที่นั่งในที่คนขับหันมามองด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้ ฉันเลยได้แต่หลบสายตาอีกครั้ง
และเมื่อLamborghini สีขาวลดความเร็วลง แล้วเคลื่อนตัวเข้าไปจอดต่อท้าย Ferrariสีแดงเพลิง ชายผมสีน้ำตาลอ่อนซอยสั้นในชุดนักศึกษาก็เดินลงจากรถ แล้วอ้อมมาหาฉันที่กำลังลงจากรถสปอร์ตสีขาว อิตานรกบ้านั่นที่ดับเครื่องยนต์แล้ว เดินตามลงมา สายตานิ่งเฉย ไม่แสดงอารมณ์ของเขา ดูแล้วน่ากลัวกว่าทุกครั้ง
“ขอบใจ ที่อุตส่าห์สละเวลาพาผู้หญิงของฉันไปเที่ยว” พี่บอยเปิดศึกโดยที่ฉันยังไม่ทันตั้งตัว
“ด้วยความยินดี เพราะที่ฉันทำทั้งหมดนี่ ก็เพราะความสะใจส่วนตัว”
ว่าจบเขาก็เดินกลับขึ้นรถแล้วเคลื่อน Lamborghini สีขาวออกไปอย่างรวดเร็ว
ฉันเข้าใจดี ความสะใจของเขา การได้รั้งฉันไว้ทั้งๆ ที่ไม่ได้รัก การทรมานฉันเพราะฉันดันเป็นผู้หญิงประหลาดที่ไม่หลงเสน่ห์เค้าแบบผู้หญิงคนอื่น การทำร้ายฉันด้วยการพรากสิ่งสำคัญของฉันไป และการทำดีกับฉันเพื่อให้ฉันได้หลงรักเขาแล้วสุดท้าย ก็ทิ้งฉันไปเหมือนผู้หญิงคนอื่น
พี่บอยลูบหัวฉันน้อยๆ ก่อนจะพาฉันไปขึ้นรถสปอร์ตสีแดงเพลิง พี่พาฉันไปยังห้างที่พี่ค่อนข้างจะคุ้นเคย ก่อนจะพาไปซื้อตั๋วดูหนังสองใบ

______________________
ติดตามตอนต่อไปด้วยนะคร้า
กับตอนที่ 11 งานงอก
^^ แล้วจะรีบมาอัพนะจร้าา
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ไรเตอร์ไปสอบ + บ้านน้ำท่วมจร้าา  555
จะรีบอัพๆ นะจ๊ะ ^__________________^
จากคุณ kyokasawa/writer/(kyokasawa) อัพเดตเมื่อ 03/11/2554 21:24:59
ความคิดเห็นที่ 2
หายไปไหนมา รอนานมาก กลับมาเร็วๆ นะ รีดเดอร์รออยู่
จากคุณ jaews/(jaews) อัพเดตเมื่อ 02/11/2554 11:33:37
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 292 ท่าน