Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
เล่ห์รักร้าย นายลูกหนี้
TGpegasus
ตอนที่ 6
7
01/11/2554 09:06:44
224
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 6
            “ทำไมจะไม่กล้า!” ฉันย่นจมูกใส่ไอ้คนตัวสูง ว่าแต่คนเริ่มมุงดูแล้วล่ะ
            และโดยที่ไม่ทันตั้งตัวลูกหนี้ของฉันก็ลากออกมาจากบริเวณนั้น อ้าว!ข้างนอกมืดแล้วเหรอเนี่ย ฉันเดินตามดรากอนที่เอาแต่ลากๆๆๆ จนมาหยุดอยู่ตรงกำแพงข้างโรงเรียนแห่งหนึ่ง
            “โธ่โว้ยยย!!!!” ดรากอนเอามือกุมหัวตัวเอง
            “ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครกล้าชกฉันกลางสาธารณะชนเลยนะ!!!” พร้อมกับโวยวายด้วย
            “แล้วไง” ฉันอมยิ้มพร้อมกับเอามือกอดอก
            “แล้วไงงั้นเหรอ!!!ฮึ!เธอต้องรับผิดชอบ!!!!!” ตะโกนใส่หน้าฉันอีกต่างหาก แหวะ!น้ำลาย
            “ให้รับผิดชอบเรื่องอะไรล่ะ...เรื่องที่ฉันชกนาย หรือว่าเรื่องที่ทำให้นายอายต่อหน้าประชาชี!!!” ฉันเอาแขนเสื้อเช็ดหน้าตัวเอง
            “เธอ!!!!!!!!”
            ฮ่าๆๆ มีความสุขจริงเลยที่กวนประสาทหมอนี่ได้ ดูสิ!ได้แต่ชี้หน้าฉันอยู่นั่นแหละพูดไม่ออกเลยล่ะสิ ชิชิ! ฉันยังคงลอยหน้าลอยตาต่อไป และโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ดรากอนก็ผลักฉันติดกำแพงแล้วก็...จะ จูบ!ฮือๆ ฉันเสียจูบให้หมอนี่อีกแล้ว มันจะทำอะไรมากกว่านี้มั้ยเนี่ย ฉันหันหาทางหนีทีไล่
            “หึ!กลัวล่ะสิทีนี้ก็เงียบได้แล้ว และฟังฉันพูด”
            “นายไม่ใช่พ่อฉันสักหน่อย ทำไมจะต้องฟังด้วย”
            “หรือว่าอยากโดนอีก หึหึ จะว่าไปเธอนี่ก็พอดูได้เหมือนกันนะ” ว่าแล้วหมอนี่ก็เอามือมาบีบคางฉันจับหันซ้ายทีขวาที
            “นะ นายจะทำอะไร เอามือออกไปเดี๋ยวนี้นะ!!!”
            “นับจากวันนี้เธอต้องมาเป็นแฟนของฉัน”ฮะ อะไรนะ!มังกรถั่วต้มนี่ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ
            “งี่เง่าที่สุด ทำไมฉันจะต้องไปเป็นแฟนคนฉวยโอกาสอย่างนายด้วย”
            “หรือว่าเธออยากไปเป็นแฟนไอ้บ้าไซโคลนกันล่ะ”
            “เสียใจย่ะ!ฉันไม่เป็นแฟนใครทั้งนั้นแหละชีวิตยังอยากมีความสุข”
            “หึๆ”เสียงหัวเราะแบบนี้แหละที่ฉันเดาใจหมอนี่ไม่ออก ฮึ!มันช่างชั่วร้ายนัก
            “ยังไม่มีสาวคนไหนปฏิเสธฉันแบบเธอเลยนะ”
            แล้วมังกรถั่วต้มผู้ฉวยโอกาสก็เอาแขนมาคร่อมตัวฉันกับกำแพงแล้วยื่นหน้าหล่อๆ นั่นเข้ามาใกล้ ไม่อยากบอกเลยว่าใจฉันสั่นยิ่งกว่ารถซาเล้งวิ่งบนถนนลูกรังซะอีก
            “ทะ ทำไม แบบฉันแล้วเป็นยังไง” โอ้!แม่เจ้าเสียงลูกก็สั่น
            “เธอแน่ใจนะ หึ!ถ้าเธอมาเป็นแฟนฉัน ฉันจะใช้หนี้เธอ”
            “วะ ว่าไงนะ!!!”
            “หูหนวกรึไง”
            “เฮอะ!ฉันจะได้ตังค์คืนก็ต่อเมื่อไปเป็นแฟนนายนี่นะ!”
            “เธอก็เข้าใจนี่นา ไม่ได้โง่อย่างที่คิดแฮะ” อ๊ากกก! ปากเหรอนั่น
            “หึ! มันจำเป็นด้วยเหรอ นายต้องชดใช้ให้ฉันอยู่แล้วทำไมฉันจะต้องไปเป็นแฟนนายก่อนด้วยล่ะ”
            “งั้นฉันก็ไม่จ่าย ตามใจเธอนะ”
            ฉันหันขวับไปมองคู่กรณี อ๊าก!ไม่น่าขยับตัวเลย มันทำให้ปากหมอนั่นมาจุ๊บปลายจมูกฉันพอดีกลิ่นมินต์อ่อนๆ ที่ติดลมหายใจนายลูกหนี้ทำให้ฉันต้องนิ่งอยู่ท่าเดิม
            “ฉัน…”
            เอาไงดีว้า แค่เป็นแฟนหมอนั่นแล้วฉันก็จะได้เงินคืนใช่มั้ย แล้วหลังจากนั้นล่ะ!เอ...แต่คอนเสิร์ตสำคัญกว่านี่นา ฮ่วย!เลือกไม่ถูกโว้ยยย! และลมหายใจอุ่นๆ ของผู้ชายตรงหน้าก็เปลี่ยนทิศทางรดลงมาข้างหูฉันซึ่งมันทำให้ เอ่อ...จั๊กจี้
            “ว่าไง ฉันไม่เคยคบกับใครถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่ตอบตกลง”งั้นฉันจะเป็นผู้หญิงคนนั้นเอง!ฉันตัดสินใจแล้ว หยิ่งโว้ยย! ตังค์ดูคอนเสิร์ตค่อยไปหาเอาก็ได้ฟะ
            “แต่สำหรับเธอฉันให้เวลา 1 นาที ตอบตกลงมาสิ”
            “ไอ้ทุเรศ!!!นายไม่มีปัญญาใช้หนี้ฉันรึไง หึ! คงรู้น่ะสิว่าฉันจะไม่ตอบ แล้วถ้าไม่ตอบนายก็จะไม่จ่ายใช่มั้ย”
            “ช่างคิดจริงเธอเนี่ย”
            “เชอะ! นายไม่มีความสามารถหาแฟนแล้วเหรอ ไหนผู้หญิงพวกนั้นล่ะ เห็นมาตอมอยู่นี่นา”
            “เรื่องของฉัน หึ!แค่มาเป็นแฟนฉัน ฉันก็จะคืนเงินให้เธอ แล้วเธอยังจะมีแฟนไปหลอกเจ้าไซโคลนโดยไม่ต้องไปหลบๆ ซ่อนๆ มันอีกด้วย คิดดูแล้วกันนะ” อืม...มันก็จริงแฮะได้ประโยชน์สองเด้ง
            “แล้วนายล่ะ นายต้องการอะไรถึงมาทำอย่างนี้”
            “ฉันมีเหตุผลของฉันแล้วกัน” หมอนี่ขยับตัว อ๊ะ!ลืมไปเลยว่าฉันถูกมันกักกันอยู่นี่นา
            “อีก 30 วินาทีถ้าเธอไม่พูด ฉันจะจูบเธออีกรอบ”
            “นะ นายก็ ออกไปห่างๆ ก่อนสิฉันหายใจไม่ออก”แขนหมอนี่แกร่งจริงๆ ฉันแทบจะมุดออกไปไม่ได้
            “อีก 15 วิ”อ๊ายยยย!นายถั่วต้มก้มหน้าลงอีกครั้งและครั้งนี้ดูท่าจะเอาจริงแฮะ
            “...........”
            “10 9 8 7 6 5 4 3....2...”ใบหน้าหล่อเท่ห์นั่นก้มลงมาเรื่อยๆ น่าหอมชะมัด อึ๋ย!ไม่ได้ๆ ฉันหลับตาปี๋
            “1...”
            “ตะ ตกลง ฉันจะเป็นแฟนนาย”
             เอาวะ!ยังไงฉันก็ได้ประโยชน์ตั้งสองเด้ง และถึงฉันจะโดนหมอนี่ขโมยจูบถึงสามครั้งสามครา แต่ก็ไม่อยากให้มีครั้งที่สี่หรอกนะ
            “ว่าไงนะ”
            “ฉันจะเป็นแฟนนายนับจากนาทีนี้!พอใจมั้ย”
            “ยัยบื้อ เธอจะตะโกนทำไม!”
            “ฉันนึกว่านายหูหนวกไม่ได้ยินที่ฉันพูด!”ฉันผลักตัวถั่วต้มออกซึ่งทำให้แขนที่ตรึงกำแพงไว้หลุดไปด้วย
            “ถ้าหูฉันแตก เธอตายแน่”
            อืด อืด อืด
          อ๊ะ!มัน วะ ว่าฉันอืด....o.+
            “นายอย่ามา วะ...”  เอ๋ ดังมาจากกระเป๋าหมอนั่นนี่นา
            “ว่าไง.... ฮ๊ะ! ที่ไหน....จะรีบไป”ขอบอกว่าเป็นการพูดโทรศัพท์ที่ห้วนมากตั้งแต่ที่ฉันเคยได้ยินมา
            “เธอกลับบ้านเองได้นะ อย่าลืมข้อตกลงของเราล่ะ”ลูกหนี้ของฉันทำท่าจะเดินไป
            “นี่เดี๋ยว!นายจะเอาเงินมาคืนฉันวันไหนล่ะ”
            “รอดูผลงานเธอก่อน” มังกรถั่วต้มพูดแล้วก็ยักคิ้วให้ ว๊ากกก!ผะ ผลงาน!!!
            “ผลงานบ้าบออะไรของนายล่ะ เหอะ!ฉันตกลงจะเป็นแฟนนายนะ ไม่ใช่จะไปนอนกับนาย!”
            “หึ!ใครบอกว่าฉันจะนอนกับเธอฮะ หุ่นท่อน้ำแบบนี้ใครจะเสียสติไปนอนด้วยเล่า” ฉันหน้างอ ฮึ!พูดซะเสียความมั่นใจ
            “ฉันแค่อยากให้เธอไปทำอะไรให้หน่อยแค่นั้น”
            “ก็ดี แต่อีกไม่กี่วันฉันต้องใช้เงินนะ!”
            “เรื่องของเธอ ถือซะว่ายกยอดออกไปเพราะฉันช่วยเธอแล้วกัน” มังกรลูกหนี้เดินออกไปแล้ว
            “อ๊ากกก!ไอ้บ้า ฉันจะฆ่านาย!!!”ฉันพุ่งไปหามนุษย์หน้าหล่อที่เดินหันหลังด้วยท่าหนุมานถวายแหวน
            “โอ๊ะ!”ใครเอาก้อนหินเท่าหัวลูกหนี้ถั่วต้มมาวางให้ฉันสะดุดเนี่ย
            “ระวังหน่อยสิ ทำท่าอะไรของเธอเนี่ย อยากล้มหัวฟาดพื้นรึไง!”
            “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!!!”
            “คิดจะลอบทำร้ายฉันรึไง หึๆ รู้งี้น่าจะปล่อยให้ล้มลงตรงนี้ซะเลย”
            “นายน่ะมันงี่เง่า”
            “หึๆ ตอนนี้ฉันไม่มีเวลามาเถียงกับเธอหรอกนะ เอาไว้ค่อยเจอกันวันหลัง” แล้วหมอนี่ก็วิ่งไปอย่างตามไม่ทัน ชิ! อ่า แล้วฉันจะกลับบ้านยังไงล่ะทีนี้
 
            “เฮ้เฟรช!พี่เสร็จรึยัง เร็วหน่อยสิ”
            “อือๆ เสร็จแล้วๆ”และแล้วก็เหมือนกับทุกวันที่ผ่านมาแฟรงก์เคาะประตูเรียกฉันเพื่อไปโรงเรียน
            “ลัล ล้า”ว้าว!เช้านี้อากาศดีจัง และจะดีไปอีกถ้าวันนี้เป็นวันเสาร์อาทิตย์ ไม่ใช่วันจันทร์!
            “ดูพี่อารมณ์ดีจริงๆ นะ ที่ว่าขี้ไม่ออกมาสามวันน่ะ มันออกแล้วเหรอ”
            “ฉันไปพูดตอนไหนยะ เง้อ!สาวสวยอย่างฉันจะเสียภาพพจน์เพราะมีน้องชายปากแบบนายเนี่ยแหละ”
            “เหอะๆ  รีบหน่อยเถอะ ขืนพี่ชักช้าแล้วไม่ทันรถเมล์ไม่รู้ด้วยนะ”  เจ้าน้องตัวแสบเดินแซงฉันไป
            “แล้วนายจะไม่รอฉันรึไง ฉันเป็นพี่สาวนายนะ นี่ๆ เดินให้มันช้าๆ หน่อยเซ่!”
            “โอ้ย!ตะโกนอยู่ได้ไม่อายคนเขารึไง ผมก็เดินตามปกติของผมแบบนี้แหละ เป็นเพราะพี่ขาสั้นล่ะไม่ว่า”แน่ะ!มันยังจะมาแขวะฉันอีก
            “นี่ๆ พี่ได้แฟนแล้วใช่มั้ย” แฟรงก์ทำหน้าทะลึ่ง
            “เอ๋!” ฉันมองหน้าแฟรงก์
            “ก็ที่พี่บอกผมเมื่อคราวโน้นไงล่ะ” มันยังจำได้อยู่อีกเหรอเนี่ย ฉันว่าฉันลืมไปแล้วนะ
            “ฮ่าๆๆ ใช่พี่ดรากอนรึเปล่าล่ะ ถึงเขาจะมากผู้หญิงไปหน่อยแต่ช่วยพี่ได้นะ”
            “รู้ว่าเจ้าชู้นายยังให้ฉันไปยุ่งกับหมอนั่นอีกเรอะ”
            “อ้าว!พี่ต้องระวังตัวเอาเองสิอย่าปล่อยตัวปล่อยใจไปกับพี่ดรากอนนะ รายนั้นเสน่ห์ร้ายเหลือ”
            แฟรงก์พูดมาถึงตรงนี้ก็ทำให้ฉันหน้าแดงด้วยคิดถึงหน้าบุคคลที่ถูกกล่าวถึง แต่น้องชายผู้แสนดีคงไม่รู้หรอกเพราะเดินนำอยู่ ฮิๆ
            “แต่ที่บอกว่าช่วยพี่ได้น่ะ เพราะหัวหน้าแก๊งของเราไม่ถูกกับฝ่ายโน้นอยู่แล้ว หึๆ เรื่องนี้สนุกแน่”
            “เรื่องทั้งหมดนายเกี่ยวข้องด้วยรึเปล่า”
            “อ้าว!ก็พี่บอกให้ผมหาให้ไม่ใช่รึไง”
            “แล้วทำไมต้องเป็นหมอนี่ด้วยเล่า”
            “เอาเถอะน่าแค่หลอกๆ เองไม่ใช่รึไง แล้วพี่ดรากอนก็ไม่สนใจพี่หรอก เค้าแค่อยากช่วยเฉยๆ อย่าไปสนใจเขาเข้าล่ะ” แฟรงก์ย้ำอีกครั้ง แต่หมอนั่นไม่สนใจงั้นเหรอ แค่ได้ยินคำนี้ทำไมใจฉันต้องแปลบๆ ด้วยนะ
            “เออน่า ฉันก็ไม่สนใจมันหรอก หมอนั่นก็แค่ลูกหนี้ฉันนะ”
            “ฮ่าๆๆ เป็นเรื่องจริงเหรอเนี่ย นี่!พี่ดรากอนอยู่เฉยๆ ก็มีกินไปตลอดชาตินะ แล้วทำไมถึงได้...”
            “ฮึ!ถ้ารวยจริงทำไมไม่ใช้เงินฉันล่ะ ฉันจะเอาไปดูคอนเสิร์ตนะ...ว่าแต่นายมีให้ยืมมั้ยล่ะ”
            “Star Black นั่นน่ะเหรอ เปลืองตังค์เปล่าๆ น่า”
            “เชอะ!ก็ฉันชอบของฉันนี่”
            “ช่างเถอะ!อยากดูก็หาเอาเองแล้วกัน ผมไม่ให้”
            “นี่นายจะไม่ช่วยพี่สาวคนนี้เลยเหรอ” ฉันทำตาปริบๆ
            “ไม่!อยากดูก็ไปหาเอง” คำพูดนั้นคงประกาศิตแล้วสินะ เอาล่ะ ฉันจะไม่พูดเรื่องนี้กับแฟรงก์อีก
            “นี่เฟรชขอถามหน่อยสิ ที่พี่ทำเหมือนคนโรคจิตไปติดกระดาษเต็มหน้าโรงเรียนเขาแบบนั้น เพราะจะทวงตังค์ไปดูคอนเสิร์ตจริงเหรอ ไม่ใช่เพราะว่าไปแอบชอบพี่ดรากอนแล้วอยากเรียกร้องความสนใจจากพี่เขาหรอกนะ”
            “ก็เออดิ!แล้วใครว่ากระดาษยะ ฉันบอกแล้วไงว่าเป็นใบแจ้งหนี้ แล้วฉันก็ไม่เคยสนใจหมอนั่นนอกจากเงินในกระเป๋าของฉันเท่านั้น นายคิดอย่างนั้นเหรอ” จริงๆ นะ ที่แฟรงก์พูดฉันล่ะคิดไม่ถึงเลยจริงๆ
            “เป็นแบบนั้นก็ดีแล้วล่ะ รีบไปกันเถอะ” แล้วบทสนทนาก็จบลงแค่นั้น
            พอก้าวเข้าห้องเรียนยัยรันก็วิ่งหน้าตั้งมาหา
            “หวัดดีเฟรช ชิ!คนที่ยืมเงินแกคือดรากอนเองเหรอ”
            “เชอะ!ทีทักฉันนี่เสียงห้วน แต่พอพูดแค่ชื่อหมอนั่นทำเป็นเสียงอ่อนเสียงหวานเชียว”
            “ก็แหงล่ะ ว่าแต่เป็นไปได้เหรอเนี่ย ว้าว!อยู่ๆ แกก็ไปเป็นเจ้าหนี้ดรากอน ได้ยุ่งเกี่ยวกับเจ้าชายคาสโนว่า ได้โต้เถียงทั้งที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าแม้แต่จะสบตา”
            “ขนาดนั้นเลยเหรอยะ หมอนั่นเป็นใครใหญ่มาจากไหนทำไมถึงไม่มีใครกล้าสบตาด้วย”
ฉันทำหน้าไม่เชื่อ ก็แหงล่ะสิ ทำยังกะเป็นเรื่องแปลกมหัศจรรย์พันลึกไปได้ แล้วรันก็หันหน้ามาตอบอย่างรำคาญ
 “แกก็เห็นว่าดรากอนหล่อขั้นเทพ ทุกอย่างล้วนลงตัวเมื่อยู่บนร่างกายของเขา ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่สาวๆ ทั่วเมืองใฝ่ฝันเลยนะ จมูกโด่งเป็นสัน ปากเรียวบางแบบผู้ชาย แถมคิ้วเข้มๆ เฉียงๆ ที่พาดอยู่บนตาคมๆ นั่นอีก ดูทั้งหล่อทั้งดุ ทั้งเท่ห์ อ๊ากก!ฉันไม่กล้าสรรหาคำไหนมาบรรยายจริงๆ นี่ยังไม่ได้รวมรูปร่างส่วนสูงนะ แค่เขาหันหน้ามาทีใจสาวก็ละลายแล้ว หากตวัดสายตามาสบด้วยจริงๆ คงแข็งทื่อเป็นหินยิ่งกว่าเจอเมดูซ่าเป็นๆ อีกนะแก ฉายา ‘เจ้าชายซาตาน’ ช่างเหมาะกับเขาจริงๆ เลย เฮ้ออออ…”
“ที่แกพูดมาอ่ะศัลยกรรมรึเปล่า”
อย่างที่รันพูด หมอนั่นหล่อแบบไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาบรรยาย แต่หญิงชายคนไหนจะทำลูกหน้าตาแบบนั้นได้ เหอะ!มีแต่มีดหมอเท่านั้นแหละ
            “อ๊ายยย!แกอย่ามาว่าให้เจ้าชายมังกรของพวกเรานะ ถ้าศัลยกรรมจริงคงไม่หาเรื่องเตะต่อยให้หน้าตาตัวเองมีบาดแผลหรอกมั้ง”
            “เหอะ!ปกป้องกันดีเหลือเกิน แล้วผู้หญิงแต่ละนางที่หมอนั่นควงน่ะฉันไม่เห็นมันจะอ่อนระทวยเมื่อสบตาหมอนั่นเลย ยังกล้าทำหน้าเง้างอดไม่ก็ส่งสายตาหวานเยิ้มใส่หมอนั่นด้วยซ้ำ” พูดไปแล้วก็นึกหมั่นไส้
            “เชอะ!มารยาน่ะสิ แต่เจ้าชายมังกรของพวกเราก็ไม่ได้สนใจยัยพวกนั้นนี่นา ไม่งั้นจะเปลี่ยนคนควงบ่อยๆ เหรอ คงแก้เซ็งล่ะมั้ง เห็นเจ้าชู้แบบนั้น หงุดหงิดมาใช่ย่อยนะแก แค่ส่งสายตาอาฆาตมาเปรี๊ยะ!ไม่ว่าจะชะนีตัวไหนก็ไม่กล้าเข้าใกล้แล้วล่ะ แกเคยได้ยินมั้ยจูบพิฆาตน่ะ”
            “หมายความว่าไงอ่ะ” ฉันถามงงๆ
            “ก็ถ้าดรากอนได้จูบชะนีตัวไหนแล้วน่ะ แสดงว่าผู้หญิงคนนั้นไม่มีสิทธิ์มาแง้วๆ อยู่ข้างๆ ดรากอนอีกไง”
            ฉันคิดตามรัน อืม…มันจะเหมือนเหตุการณ์ที่ฉันเจอในร้านเหล้ารึเปล่านะ แต่เอ๊ะ!หมอนั่นจูบฉันตั้งสามครั้งแล้วนี่นา ทำไมมายุ่งกับฉันอีกล่ะ อันนี้โคตรจะงงกว่าแฮะ
             “แต่ถ้าเป็นฉัน ฉันก็ยอมเหมือนกันนะ ครั้งหนึ่งในชีวิตได้ควงผู้ชายแบบนั้นอ่ะ ทั้งหล่อทั้งเถื่อน โฮ๊ะๆ เดี๋ยวฉันมานะ ไปซื้อขนมก่อน”
แล้วยัยเพี้ยนรันก็เดินออกจากห้องไป เหอะๆ กิจวัตรของยัยนี่คือซื้อขนมมากินในคาบเรียนทุกเช้าแบบนี้แหละ ฉันขจัดเรื่องพวกนี้ออกไปจากหัวก่อนจะหยิบนิยายขึ้นมาอ่าน
            สิบนาทีผ่านไป
            “เฮ้ยๆ เฟรช!แกมองไปนอกหน้าต่างสิ” รันทำเสียงตื่นๆ วิ่งหอบขนมหน้าตั้งมา
            “อะไรของแกอีกล่ะ” ฉันทำหน้าเซ็งไปให้มัน
            “แกก็แหกตาดูเซ่!นั่นน่ะ...” รันกดหัวฉันให้มองลงไปเจ็บนะเว้ยแต่ เฮ้ย!นั่นมัน
            “เผือกกับคินมาด้วยกันได้ไงอ่ะ โลกแตก!!!”
            จริงๆ ค่ะกระเป๋าเผือกเน่าก็อยู่ในมือคินซะด้วย อ๊าก!ดูแฟนคลับหมอนั่นทำตาจิกใส่เพื่อนฉันสิคะ ดูเซ่!
            “แกคิดเหมือนที่ฉันคิดมั้ยเฟรช”
            “แกว่าไงฉันก็ว่างั้นแหละรัน ฮ่าๆๆ ไอ้เผือกลงจากคานแล้ววุ้ย”
             แล้วสายตาทุกคนในห้องก็มองมาที่เราก่อนจะกรูกันมาทางหน้าต่าง หน้าหนึ่งแน่ๆ ฮะๆๆ
            “ฉันว่าเราไปดักมันที่ข้างบันไดดีมั้ยรัน คาบแรกว่างนี่นา”
            “เอาดิ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าสองคนนั้นมาด้วยกันได้ไง อ๊าก!คินของช้านนนน”
            เอ้า!ไอ้รัน ตกลงแกจะเอาใครกันแน่ยะ ชิ! แล้วเราก็เดินไปที่มุมตึกข้างบันได ฮ่าๆๆ ท่าทางยัยรันเหมือนโจรมุมตึกเลยง่ะ
            “นี่ๆ แกไม่ต้องทำลับๆ ล่อๆ ขนาดนั้นก็ได้เดี๋ยวคนอื่นก็รู้หมดหรอก”
            “รู้ว่าแกพาฉันมาปล้นทรัพย์น่ะเหรอ โฮ่ๆๆๆๆ” รันจับกระจกขึ้นมาดูผมตัวเอง
            “จุ๊ๆๆ มากันแล้วๆ” ฉันเห็นเผือกดึงกระเป๋ามาจากมือคิน ท่าทางมันแปลกๆ แฮะ
            “จะขอบคุณหน่อยไม่ได้รึไง” คินเอามือล้วงกระเป๋า
            “ขอบคุณเรื่องอะไร...เรื่องที่นายพาฉันมาอายที่โรงเรียนนี่น่ะเหรอ”
            “แล้วเดินกับฉันมันน่าอายตรงไหนฮะคุณหนูเผือก”
            “นายไม่เห็นเหรอว่าใครมองเราบ้างน่ะ ฉันไม่อยากตายเพราะแฟนคลับนายหรอกนะ”
            “นี่เหรออาย ฉันว่าเธอกลัวมากกว่ามั้ง” คินกระตุกยิ้ม
            “อย่าไปแคร์มันเลยน่าหนูเผือก”
            “อย่าเรียกฉันแบบนั้นนะ!แล้วใครว่าฉันแคร์ฉันแค่ไม่อยากมีเรื่องต่างหาก คนอย่างฉันไม่เคยกลัวใคร”
            “ก็ดี การที่จะมาเป็นแฟนหนุ่มฮอตอย่างฉันมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นะ ไหนจะต้องแย่งกับสาวๆ อีกหลายๆคน...ไหนจะต้องมาเอาใจฉัน...ไหนจะรับมือกับแฟนคลับ เธอเคยได้ยินทฤษฎีวิวัฒนาการตามแนวคิดของดาร์วิน มั้ย ใครที่แข็งแกร่งที่สุดถึงจะอยู่รอดได้ และฉันก็คิดว่าเธอก็คือผู้ที่แข็งแกร่งที่จะรับมือกับสาวๆ ของฉันได้ และฉันก็สนใจตัวเธออยู่ไม่น้อย อืม...เธอน่ะเหมาะที่เป็นแม่ของลูกฉันในอนาคตแล้วล่ะ”
อ่า คินพูดซะยืดยาว ยกแนวคิดบ้าบอไรไม่รู้มาอ้าง โอ้ว!เผือกเน่าอึ้งไปเลยค่ะ
            “หยุดพูดเรื่องไร้สาระแบบนี้ซะทีเถอะอีตาคินบ้า!ใครว่าฉันอยากจะเป็นแฟนนายกันตู่เอาชัดๆ แล้วแนวคิดบ้าบออะไรของนายอีก ฉันไม่ได้แย่งนายมาจากใครซะหน่อย หยุดคิดไปเลยว่าฉันจะคอยเอาใจนายเหมือนยัยพวกนั้นน่ะ”
            “หึ!ฉันนี่น่าสงสารแฮะที่ได้แฟนโหดๆ อย่างเธอ”
            อืม...ก็เหมาะกับหน้าหวานๆ ของนายแล้วล่ะคินที่จะได้แฟนโหดๆ อย่างเผือกเน่ามันน่ะ เอ๊ะ!แฟนงั้นเหรอ รันที่อยู่ข้างๆ ฉันตาโตเท่าสะโพกช้าง
            “เธอได้ยินใช่มั้ยรัน”
            “เผือกเน่าเป็นแฟนคิน อ็อย!ฉันจะเป็นลม”
            “เฮ้ยๆ รันแกอย่าเพิ่งมาเป็นตอนนี้นะ ดูต่อไปสิ”
            “แกก็เบาๆ ดิ เดี๋ยวมันได้ยินหรอก” แล้วเราก็เงี่ยหูฟังต่อไป
            “ไม่อยากเป็นก็ไม่ต้องเป็นสิ!นายบังคับฉันเองนะ” เผือกจ้องตาคินแบบขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
            “แล้วจะให้ฉันเสียเจ้าสีหมอกไปให้เธอน่ะเหรอ มันไม่ง่ายไปมั้ง”
            “นั่นหมาของฉันนะ!”
            “ก็ฉันยกให้เธอแล้วนี่ แต่ตามข้อตกลงเธอต้องมาเป็นแฟนฉัน” คินทำหน้าตาย
            “จะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไม่ได้รึไง” เผือกทำท่าจะร้องไห้
            “มันไม่อยากเป็นแฟนคินขนาดนั้นเลยเหรอเฟรช”
            “แกหุบปากแล้วฟังต่อไปรัน”
            “หึๆ ฉันว่าเราพูดเรื่องนี้กันแล้วนะ” คินยกข้อมือดูเวลา
            “อ่า พวกฝั่งโน้นมันรออยู่นี่...ไปก่อนนะหนูเผือกเดี๋ยวจะโทรหา” แล้วคินก็ผิวปากไปเลยค่ะ
            “ไอ้!ไอ้หน้าด้าน!! คอยดูนะ นายจะไม่มีความสุขแน่ๆ ฮึ่ย!!!” เผือกกระฟัดกระเฟียด
            “พวกแกออกมาได้แล้ว” อ๋า!ฉันกับรันมองหน้ากัน
            “แกเรียกใครเหรอเผือก” รันส่งเสียงอ่อยๆ ออกไป แล้วแกจะไปตอบมันให้ได้สมบัติพันล้านรึไง!!!
            “พวกแกนั่นแหละ นับ 1-3”
            “ออกแล้วๆ” แล้วรันก็ออกไปยืนอยู่หน้าเผือกโดยมีฉันตามไปห่างๆ”
            “แหะๆ ฉันรู้ว่ามันไม่ดีนะเผือกที่มาแอบฟังแก แต่มันฟังไปแล้ว” ฉันแก้ตัว
            “ช่างเถอะพวกแกได้ยินก็ดีแล้วฉันจะได้ไม่ต้องมาเล่าให้ฟังอีก”
            “แล้วแกกับคินมาเป็นแฟนกันได้ไงอ่ะเผือก”
            “เพราะหมาตัวนั้นไงล่ะ ถ้าวันนั้นแกไม่พูดนะเฟรชหมอนี่คงจะไม่ลากฉันไปที่บ้านหรอก”
            “ก็ฉันไม่รู้นี่ว่าพวกแกเถียงเรื่องหมาอะไรกัน”
            “เดี๋ยวนะเผือก ลากไปบ้าน!บ้านใคร!!!” รันทำหน้าตื่น
            “บ้านฉัน” รันทำตาโต
            “ไม่ใช่อย่างที่แกคิดหรอกน่ารัน หมอนั่นลากฉันไปดูหมาอ่ะ แล้วคุณป้า เอ้อ!ฉันหมายถึงแม่หมอนั่นน่ะก็อยู่ที่บ้านฉัน ท่านเลยเข้าใจว่าคินเอาหมามาให้ฉันเลี้ยง” เผือกทำหน้าเซ็งๆ
            “แม่แกกับแม่คินรู้จักกันเหรอ”
            “เป็นเพื่อนกันน่ะ” อ๊ะ!
            “ฮ้า!งั้นแม่คินก็ไปบ้านเธอบ่อยงั้นสิ”
            “อือ!พวกแกจะถามทำไม”
            “แกคิดเหมือนฉันมั้ยเฟรช ฉันว่าแม่ของสองคนนี่ต้องแอบจับคู่พวกมันอยู่แน่ๆ”
            โป๊ก!
            “อ๊าก!แกตีหัวฉันทำไมเผือก”
            “แล้วแกคิดอะไรอยู่ล่ะรัน ฉันไม่มีทางไปเป็นแฟนผู้ชายแปลกๆ แบบนั้นหรอก” เผือกยิ้มเย็น
            “แล้วไงต่อล่ะเผือก เรื่องหมาอ่ะ” ฉันยังข้องใจไม่หาย
            “ใช่ๆๆ”
            “ฉันว่าฉันเล่าจบแล้วนะ” เผือกมองหน้าเราสองคนที่คงจะทำท่าอยากรู้ซะเต็มประดา
            “ก็ไม่มีอะไร หมอนั่นก็เลยจำยอมให้หมาฉันเลี้ยง แต่มันก็มีข้อแม้ว่าฉันต้องไปเป็นแฟนเจ้าของมัน ชิ!”
            “ก็ถ้าไม่อยากเป็นทำไมแกไม่คืนหมาให้เขาล่ะ”
            “ก็ฉันอยากได้หมาตัวนั้นนี่ มันดูดีออกจะตายพวกแกไม่เห็นเหรอ”
            “ฉันรู้ว่าแกเป็นพวกบ้าหมา แต่ทำแบบนี้มันไม่เสี่ยงไปเหรอเกิดไปชอบเขาทำไง หมอนั่นก็เหมือนเพื่อนมันแหละเจ้าชู้จะตาย” ฉันเตือนมัน ฮ่าๆๆ คิดไปถึงตัวเองมันก็ไม่ต่างกันแฮะ แต่คนละเหตุผล หุๆ
            “พวกแกรู้มั้ย หมาตัวนั้นน่ะชอบมาอ้อนฉัน เวลาฉันกลับบ้านมันก็จะออกมาต้อนรับฉันซะน่าเอ็นดู”
            เผือกยังคงพล่ามเรื่องหมาต่อไปซึ่งฉันกับรันก็ไม่อยากจะรู้นัก ที่อยากรู้คือเรื่องของเจ้าของหมาทั้งสองคนต่างหาก ฮิฮิ
            “เอ้อ!แล้วเรื่องแกกับนายดรากอนนั่นน่ะเป็นยังไงแน่เหรอ” เผือกทำท่าเหมือนนึกขึ้นได้
            “ฮึ!ลูกหนี้ฉันก็คือหมอนั่นไงล่ะ” เผือกยังคงมองจับผิด
            “อะ เอ้อ...ฉันต้องไปเป็นแฟนหมอนั่นด้วย ถึงจะได้ตังค์คืน”
            ฉันกับเผือกทำหน้าเบื่อโลกเมื่อต้องตกอยู่ในสถานะบังคับเป็นเหมือนกัน (ถึงแม้ว่าฉันจะอยากเป็นหน่อยๆ ก็เถอะ) แต่คุณรรรรรรนี่สิช็อคซีเนม่าเลยค่ะ
            “ฟะ แฟน”แล้วมันก็ล้มตึงไป
 
          >>Dragon<<
          “หึๆ!”
คุณว่าเสียงหัวเราะของผมเป็นไงอ่ะ ^-^;มันดูดีใช่มะ เหอะ!แต่สำหรับยัยบ้านั่น ถ้าเธอได้ยินเสียงหัวเราะของผมเมื่อไหร่ทำไมต้องทำหน้าเซ็งด้วยนะ ยั่ยนั่นทำให้ผมกลายเป็นคนไม่มั่นใจไปเลย อืม...คิดๆ ดูแล้ว ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่เห็นหน้าผมแล้วอยากแทรกแผ่นดินหนีเหมือนยัยเพี้ยนนั่น อ๊า!!!ใช่ เพราะผมหน้าตาดีไง หรือจะเรียกว่าโคตะระหล่อขั้นมหาเทพเหมือนที่สาวๆ เรียกผมก็ได้ คิๆ^^  เอ...คิดๆ ดูผมว่าผมเจอยัยเฟรชตั้งหลายครั้งนะเวลาไปหาคินที่โรงเรียนมันอ่ะ ผู้หญิงคนนี้ทำให้ผมสนใจอยู่ไม่น้อย แต่ยัยนี่ไม่เห็นผมหรอกเพราะผมชอบหลบๆ ซ่อนๆ  ฮ่าๆๆ ทำไงได้ล่ะ ก็ผมเกิดมาหน้าตาดีนี่นา เลยต้องหลบสาวๆ เป็นธรรมดา และอาจจะเป็นเพราะนิสัยส่วนตัวของผมด้วยมั้ง จึงมีเรื่องผู้หญิงให้ปวดหัวอยู่เป็นประจำ (เฮอะ!นอกจากหลงตัวเองขั้นยอดเขาโอลิมปัสแล้วยังเจ้าชู้ไก่แจ้อีกน่ะสิ >>เฟรช)
            เอาล่ะๆ อย่ามาสนใจเสียงนกเสียงกาเลย เรามานินทายัยเพี้ยนนั่นกันเถอะ คิๆ ^^ ถ้าพูดถึงเจอะหน้ากันจริงๆ ก็ตอนไปร้านหนังสือมั้ง คราวนั้นผมไปหาซื้อหนังสือทำอาหารให้ซินดี้...เพื่อนข้างบ้านของผมเอง แต่เธอย้ายตามครอบครัวไปอยู่ฮังการีโน่น แต่เราก็ยังติดต่อกันอยู่ เหอะๆ นี่ผมมัวพล่ามอะไรอยู่เนี่ย ไปนินทายัยเตี้ยจอมเซ่อกันดีกว่า ^^
            “เธอ! หลบไปหน่อยซิ”
            ประโยคแรกที่ผมพูดกับยัยนั่นแต่คงจะไม่ได้ยินแฮะ ถึงได้นั่งยิ้มไปกับหนังสือที่อยู่ในมือนั่น ผมหงุดหงิดที่หาไม่เจออยู่แล้ว พอเห็นยัยนี่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว เลยหงุดหงิดไปอีก
            “นี่เธอ!!!...เธอนั่นแหละ หูแตกรึไงหลีกทางหน่อยเซ่!มานั่งเกะกะขวางทางอยู่ได้” ยัยเฟรชอึ้งไปเลยครับ คงจะอึ้งเพราะความหล่อของผมนั่นแหละ คิๆ ^^
            “เหอะๆ ตำราอาหารไม่ได้อยู่ชั้นนี้สักหน่อย นี่มันชั้นนิยาย”
            เธอพูดกับผม แปลกแฮะ!พอเห็นหน้าเธอใกล้ๆ ทำไมหัวใจผมเต้นแรงแบบนี้นะ ผมพยายามปั้นสีหน้า อ่า ไม่สิ ตอนนี้ผมมาหาตำราทำอาหารให้ซินดี้อยู่นะ ยัยนั่นก็เร่งแล้วด้วยผมต้องรีบเอาไปส่งให้เธอภายในวันนี้ด้วยสิ
            “เธอไม่ต้องมาทำเสียงเรียบๆ เหมือนเสียงตดไอ้คินเลยหลีกไปฉันจะหา”
            นี่คือสิ่งที่ผมพูดออกไป มันตรงข้ามกับความเป็นจริงเลยฮะ ยัยนี่ออกจะน่ารัก แล้วเสียงก็นุ่มด้วย ยึ้ย!นี่ผมคิดอะไรอยู่เนี่ย
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 279 ท่าน