Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
เล่ห์รักร้าย นายลูกหนี้
TGpegasus
ตอนที่ 5
6
30/10/2554 22:21:07
314
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 5
            “อ้าว!ทำไมวันนี้นายกลับเร็วนักล่ะ” อืม...ก่อนอื่นต้องแอบเอาเบอร์นายดรากอนมาจากแฟรงก์ก่อนสินะ
            “เบื่อๆ อ่ะ ดูหนังกันเถอะเมื่อกี้ผมแวะเช่ามาด้วย” แฟรงก์ชูหนังที่อยู่ในมือ
            “อ๊ะ! เรื่องนี้...ฉันอยากดูอยู่พอดีเลย ฮุฮุ แต่...” ฉันต้องเตรียมแผนการนี่นา
            “อะไร พี่จะไม่ดูเหรอ ว้าเสียดายจัง ไม่งั้นผมไม่เช่ามาหรอก หนังบ้าอะไรเนี่ยน้ำเน่าชะมัด”
            “เน่าบ้านนายอ่ะเด่ะเรื่องนี้ติดอับดับท็อปเท็นของยุโรปด้วยนะ แล้วใครบอกว่าฉันจะไม่ดูฮะ”     
            “ฮ่าๆๆ ไว้ค่ำๆ ก่อนก็ได้ นี่เพิ่งห้าโมงเย็นเอง เดี๋ยวหิวเนอะ” แฟรงก์ยิ้มร่า
            “อือ ทำไรให้กินหน่อยสิแฟรงก์ฉันเริ่มหิวแล้วล่ะ”
            “เฮ้อออ!ว่างๆ ก็หัดทำกับข้าวบ้างนะให้คนอื่นทำให้กินอยู่ได้”
            “ใครว่าฉันทำไม่เป็น ฉันแค่ไม่อยากทำตะหาก มีน้องมีนุ่งต้องใช้ให้คุ้มดิ ฮุฮุ”
            “เออ!น้องนะไม่ใช่เบ๊” แฟรงก์ทำหน้างอนตุ้บป่องเดินขึ้นบันได
            “เดี๋ยวไปลอกคราบชุดนักเรียนก่อนละกัน” ดูน้องชายผู้แสนหล่อเหลาของฉันใช้ภาษาสิคะ
            “เอ่อแฟรงก์ ขอยืมโทรศัพท์แป๊บนึงสิ”
            “อะไรๆ ยืมอะไร แล้วของพี่อ่ะ” แฟรงก์ทำหน้าไม่ไว้ใจ
            “ไม่มีตังค์” ฉันตอบหน้าตาใสซื่อ
            “เอาน่าๆ อย่าหวงนักเลยแป๊บเดียวเอง” ฉันทำตาปริบๆ
            “แป๊บเดียวก็ไปใช้โทรศัพท์บ้านสิ”
            “น่าน๊า ฉันสัญญาอ่ะว่าจะไม่ทำของนายพังอีกแล้ว คราวนั้นมันสุดวิสัย” แฟรงก์ทำหน้าไม่เชื่อ
            “เออ ไม่เอาก็ได้ย่ะ” คนอื่นที่จะช่วยฉันมีเยอะแยะ
            “ก็ได้ๆ แต่อย่าทำพังอีกนะ คราวก่อนเบอร์สาวๆ ผมหายไปหมดเลย”
            “จ้าๆๆๆ” แฟรงก์ยื่นให้ก่อนจะเดินขึ้นบันได
            ฮุๆ เอาล่ะได้เวลาเริ่มแล้ว ว่าแต่หมอนี่มันบันทึกเบอร์นายดรากอนว่าไงนะ ฉันค้นๆๆ ไปเรื่อยๆ ไม่มีอ่ะ อะไรเนี่ย มันน่าจะมีสิ แล้วตาฉันก็ไปสะดุดเข้ากับชื่อๆ หนึ่ง หา???  ว่าที่พี่เขย งั้นเหรอ เจ้าบ้านี่มันบันทึกเบอร์ใครแบบนี้กัน ฮ่วย! ฉันวิ่งขึ้นบันไดว่าจะไปเตะก้านคอไอ้แฟรงก์สักหน่อย แต่สิ่งที่อยู่ในมือฉันก็ดังขึ้น เอ๋! ว่าที่พี่เขยโทรมางั้นเหรอ ดีล่ะ
            “นายเป็นใคร”
            [เรื่องของฉัน เอาไอ้แฟรงก์มาคุยหน่อย] ไอ้บ้านี่คิดจะหาเรื่องฉันรึไง
            “ฉันถามว่านายเป็นใคร” ฉันต้องรู้ให้ได้ ฮึ!
            [โธ่โว้ยยย!ไปลากไอ้แฟรงก์มาคุยกับฉัน เดี๋ยวนี้!!!]อ๊ากกก!กล้าตะคอกใส่หูฉันเรอะ
            “นายก็บอกชื่อฉันมา เดี๋ยวนี้!!!!!!!!!”
            [เธอตะตะโกนหาอะไรฮะ อ๊ากกก!หูฉัน]
            “หึ!ก็ใครใช้ให้นายมาตะคอกใส่ฉันก่อนล่ะ”
            [เอาล่ะๆ ฉันไม่มีเวลาจะมาเถียงกับคนอย่างเธอหรอกนะ เพราะฉะนั้นไปลากคอไอ้แฟรงก์มา/เฮ้ย!ดรากอนเสร็จยังวะ]หมอนั่นพูดอย่างใจเย็น แล้วเสียงๆ หนึ่งก็ดังแทรกเข้ามา แต่ฉันไม่สนใจหรอกหากไม่ได้ยินชื่อของใครคนหนึ่ง
            [ยังโว้ย! ผู้หญิงบ้าที่ไหนไม่รู้มารับสายเนี่ย]ปลายสายหันไปพูดกับ เอ่อ สงสัยจะคนที่ถามเมื่อกี้อย่างหัวเสีย แต่ฉันก็แน่ใจว่ามันจะต้องใช่คนๆ นั้นแน่นอน ฮึ่ม!
            “อ้อ!ลูกหนี้ฉันเองเหรอ” หมอนั่นเงียบไป
            [เฮ้!ยัยเตี้ยนี่หว่า เอาโทรศัพท์ไปให้ไอ้แฟรงก์เดี๋ยวนี้เลยนะ!]
            “เรื่องไรมาสั่งฉัน นายน่ะมีหน้าที่ต้องคืนตังค์ฉันมาเท่านั้น”
            [โธ่โว้ย!เรื่องนั้นไว้พูดกันทีหลัง ตอนนี้...]
            “ไม่ได้ ฉันขอเตือนไว้ก่อนนะภายในพรุ่งนี้ถ้านายไม่คืนเงินฉันชีวิตนายไม่ได้อยู่เป็นสุขแน่” ฉันขัดก่อนที่หมอนั่นจะพูดจบ
            “พี่คุยกับใครน่ะเฟรช” แฟรงก์วิ่งลงบันไดมา
            “หึ!ว่าที่พี่เขยนายไง” ฉันส่งสายตาโหดไปให้มัน แฟรงก์รีบดึงโทรศัพท์ไปจากมือฉันทำท่าไม่รู้ชี้
            “นี่แฟรงก์...”
            “ฮัลโหล...ขอโทษฮะ...ที่ไหน...ฮะ” แล้วมันก็ไม่สนใจฉันอีกค่ะ วิ่งออกจากบ้านไปเลย ฮึ่ย!
            “เอ้อ! โทษทีนะพี่ผมธุระ หากินเองนะ แล้วหนังน่ะดูไปก่อนแล้วกัน ” แฟรงก์วิ่งกลับมาบอกฉันแค่นี้ ก่อนจะวิ่งหน้าตั้งออกไป
            “อ๊ากกกก!มันเห็นคนอื่นดีกว่าพี่สาวตัวเองงั้นเหรอออออออออ หึ!คอยดูนะถ้านายดรากอนไม่ทำตามที่ฉันบอกล่ะก็ ฮ่าๆๆๆ” แล้วฉันก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่งต่อไป
           
            ก๊อกๆๆๆ แก๊กๆๆๆ
            ฮี่ๆๆ อย่าสงสัยค่ะว่าเสียงอะไร ฉันกำลังนั่งพิมพ์อะไรบางอย่างอยู่ สิ่งนั้นก็คือใบแจ้งหนี้น่ะสิ ทำไมฉันต้องทำแบบนี้น่ะเหรอ แน่น้อน!เพราะนายดรากอนลูกหนี้ของฉันไม่เอาเงินมาคืนตามนัดน่ะสิ คอยดูนะฉันจะเอาไปแปะหน้าโรงเรียนมันเลย ฉันมองดูข้อความที่ปริ้นออกมาห้าใบนั้นอย่างมาดมั่น
            ‘ใบแจ้งหนี้ --->นายดรากอนปี 3 เอาเงินมาคืนฉัน (คงรู้นะว่าเป็นใคร) ด้วย อ้อ!ไปเจอกันตรงสวนที่นายได้ชื่อว่า “ถั่วต้ม” นะ’     
            “ฮ่าๆๆ อับดับแรกฉันต้องทำให้นายขายหน้าประชาชีในโรงเรียนของนายก่อน ว่าแต่คนชื่อดรากอนคงมีแต่หมอนั่นล่ะมั้ง” ฉันคิดตามขั้นตอนของแผน อ๊ายยย!นี่ฉันคงไม่โรคจิตเกินไปใช่มั้ย
 
          ‘นายคงไม่อยากติดหนี้ผู้หญิงไปจนตายหรอกนะ’
            นี่คือข้อความของสองวันถัดมา ฮึ่ย!ไม่ใช่เพราะฉันโรคจิตขั้นรุนแรงหรอกนะ แต่วันนั้นนายดรากอนมังกรจอมแสบก็ยังไม่ยอมมาพบฉัน มันปล่อยให้ฉันรอเก้อตั้งสามชั่วโมงแน่ะ
 
            ‘อ๊ากกก!ไอ้ลูกหนี้ดรากอนเมื่อไหร่นายจะเอาเงินมาคืนช้านนนน -_-^-_-^^-_-^^^’
            ข้อความต่อไปค่ะ วันนี้มันก็ยังไม่มา อ๊ะ!หรือว่าหมอนั่นไม่เห็นข้อความที่แปะอยู่หน้าโรงเรียนของมัน...ร้านเหล้า หรือว่าร้านเกมที่ชอบไปนะ เอ..แต่ฉันก็เอาไปติดตั้งเยอะแล้วนี่นา จากห้าใบ เป็นสิบใบ จากสิบใบ เป็นยี่สิบใบ โว้ย! หรือว่าหมอนั่นมันไม่มีจิตสำนึกนะ
 
            ‘คุณดรากอนปี 3 คุณเอาเงินมาคืนฉันซักทีสิคะ จะปล่อยให้ฉันรอไปถึงไหน เอ...คุณเป็นคนผิดคำพูดหรอกเหรอเนี่ย ฉันไม่น่าเอาเงินไปให้คุณยืมเลยนะ จิตใต้สำนึกน่ะมีบ้างมั้ย’
            ฉันยังเอาข้อความไปแปะไว้เรื่อยๆ จากเว้นวันเป็นทุกวัน นี่ฉันต้องแอบย่องเอาไปติดแบบหลบๆ ซ่อนๆ ด้วยนะ ดีที่หน้าโรงเรียนหมอนั่นไม่ติดกล้องวงจรปิด เฮ้อออ!ทำไปไม่เห็นผลแบบนี้เพื่ออะไรกันนะ โรคจิตชะมัด
 
            หลายวันผ่านไป
          “แว๊กก!เผลอแป๊บเดียววันนี้วันศุกร์แล้วเหรอเนี่ย”
            “ใช่น่ะสิ อาทิตย์หน้าแล้วสิจะมีคอนเสิร์ต Star Black แล้วพวกแกเตรียมตัวยังไงบ้างล่ะ”
            รันถาม แต่คำถามของมันทำให้ฉันถึงกับอึ้ง!ฮือๆ ฉันจะเอาตังค์ที่ไหนไปดูล่ะเนี่ย เป็นเพราะหมอนั่นแท้ๆ เลย ซิกๆ คอยดูเถอะถ้าฉันพลาดโอกาสนี้ไปเพราะมันนะ ฉันจะจองล้างจองผลาญไม่ให้ผุดให้เกิดเลยเอาสิ!!! (แต่ที่ทำไปทั้งหมดตอนนี้ไม่เรียกว่าจองล้างจองผลาญอีกเหรอเนี่ย)
            “อืม...ฉันกะว่าจะทำป้ายไฟอ่ะ แต่คงไม่ทันแล้วแหละ เพราะต้องเอาหมาไปสปาทุกวัน” เผือกพูดอย่างมีความสุข
            “เชอะ!ทำยังกับเป็นหมาผู้ดีไปได้ แล้วแกอ่ะเฟรช” อ่ะ อย่าเพิ่งถามฉันได้มั้ย ฮือๆๆๆ
            “เฮ้ยๆๆ ทำไมทำหน้างั้นน่ะ เกิดอะไรขึ้นฮะ น้องแกไม่ให้ไปรึไง”
            “ไม่ใช่หรอกเผือก อ๊ากกก!” พอจะปรับทุกข์ทั้งทีน้ำตามันก็ไหลเหมือนพิรุณโปรยปรายเลยแฮะ
            “เล่ามาสิ” รันถามอย่างใจเย็น
            “ฮือๆ คือมีผู้ชายคนนึง...”
            แล้วฉันก็เล่าตั้งแต่เจอกับดรากอนครั้งแรกจนเจอมันครั้งล่าสุดให้มายเฟรนด์ฟังอย่างละเอียด จะขาดก็แต่ เอ่อ...จูบรสกะปินั่น  ผ่านไปหลายชั่วโมง ยัยสองคนนี้จึงอึ้งตามไปด้วย (เรื่องมันยาวขนาดนั้นเลยเรอะ)
            “ฮะ!แกว่าอะไรนะ เอาเงินไปให้คนที่เจอกันแต่กัดกันทุกครั้งเนี่ยนะ เฮ้! แกบ้าไปแล้วเรอะ”
            “ว๊ากก!หมอนั่นมันสำคัญถึงขนาดเอาเงินที่แกจะเอาไปดูที่รักไปให้มันยืมเลยเหรอเนี่ย ว้าว!!!”
            “คนงกอย่างแกแค่จะเอาตังค์ไปดูคอนเสิร์ตยังคิดแล้วคิดอีก แล้วเอาไปให้คนที่ไม่สนิทยืมตั้งมากมายได้ไงยะ ฉันว่าแกต้องคิดอะไรกับหมอนั่นแน่ๆ เลย”
            “แกอย่าสันนิษฐานอะไรบ้าๆ แบบนั้นสิ ฉันคิดว่าคนหน้าตาดีแบบนั้นนิสัยคงไม่แย่ถึงกับเอาตังค์ผู้หญิงไปนี่ แล้วหมอนั่นก็รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะคืนเงินให้นี่นา” ฉันตอบเสียงอ่อยๆ
            “แล้วมันคืนให้แกมั้ยอ่ะ ที่แกตะลอนๆ เอาใบแจ้งหนี้บ้าบออะไรนั่นไปติดหน้าโรงเรียนมันอีก ใครจะไปยอมรับยะ ถ้าเป็นฉัน ฉันก็คงคิดว่าเป็นพวกโรคจิตอยู่แล้ว และคนทั้งโรงเรียนหมอนั่นก็ต้องคิดแบบฉันแน่ๆ ” รันบ่นยืดยาว
            “อ่า ก็ฉันคิดว่ามันจะได้ผลนี่ หึ!ฉันจะทำต่อไป แต่อาจจะเป็นวิธีอื่น” ฉันพูดอย่างมาดมั่น
            “ใครที่เสียสติมายืมตังค์คนบ้าบออย่างแกเนี่ย” เผือกพูดอย่างเอือมๆ
            “อ๊า!แล้วช่วงนี้ที่แกทำตัวไม่ว่างจากที่เคยว่างอยู่ตลอดศกเพราะมัวแต่ไปแจ้งหนี้งั้นเหรอ” เผือกมองหน้าฉันเหมือนกับเจอสิ่งมหัศจรรย์พันล้านปี
            “แต่ฉันก็ได้ยินข่าวจากพวกผู้หญิงเหมือนกัน ว่ามีโรคจิตไปก่อกวนเจ้าชายของพวกเราถึงโรงเรียน คงไม่ใช่แกหรอกนะ เพราะเจ้าชายอันดับหนึ่งในแถบนี้คงไม่ไปยืมตังค์ใครใช้หรอก แล้วเจ้าชายของเราก็ไม่รู้จักแกด้วย”
            “ฮึ!ถ้าฉันไม่ได้ตังค์คืนทันก่อนที่ Star Blackมาเล่นคอนเสิร์ตฉันจะทำยังไงนะ พวกแกมีให้ยืมมั้ยอ่ะ” ฉันคิดหาวิธี
            “เผือกแกพอจะเอาตังค์ที่ไปดูแลน้องหมาของแกมาให้ฉันก่อนไม่ได้เหรอ ตั้งมากมายเสียดายแทนอ่ะ เอาไปให้เพื่อนแกไปดูสิ่งจรรโลงใจไม่ดีกว่ารึไง”
            “เหอะ!แกไม่ต้องมาพูดมากเลย ไม่ให้วุ้ย หมาก็เหมือนคนนั่นแหละ รักสวยรักงามเป็นเหมือนกันนะ”
            “แล้วแกอ่ะรัน พอมีแมะ” ฉันทำสีหน้าอ้อนๆ
            “แหะๆ เมื่อวานน่ะมีอยู่ แต่ฉันเอาไปซื้อรองเท้าแล้วแหละ” รันแอ๊บเสียงน่ารักเวอร์
            “เออนี่ๆ แกบอกว่าผู้ชายคนนั้นเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของน้องแกไม่ใช่เหรอ ลองถามแฟรงก์มันดูสิ”
            “ขนาดวันนั้นฉันพูดกับคินที่เป็นเพื่อนมันนะรัน คินมันยังเฉยเลยแล้วนับประสาอะไรกับไอ้แฟรงก์เล่า”
            “แล้วแกไม่ขอตังค์พ่อแกอ่ะ” เผือกพูดก่อนยัดขนมใส่ปากไม่สนใจชื่อใครคนหนึ่งที่ออกมาจากปากฉัน
            “ก็ฉันอยากเก็บดูเองนี่นา มันน่าปลื้มใจกว่า”
            “เออแฮะ!ฉันว่าแกอย่าคิดมากเลย เหลือตั้งหนึ่งอาทิตย์แกลองพยายามทวงใหม่ดิ ฮึ!ถ้าฉันเจอฉันจะช่วยแกทวงด้วยก็ได้” รันพูดอย่างแน่วแน่ ฉันว่าแกจะแพ้ความหล่อของมันซะมากกว่า
            “แต่ตอนนี้เราไปหาอะไรกินกันเถอะ โรงเรียนเลิกตั้งนานแล้วนะ”
            “อ่ะ! แกไม่ไปขัดส้วมล่ะ เหลืออีกสามวันเราจะเป็นไทแล้วนะ” ฉันเตือนเผือก เดี๋ยวครูสมพลก็เพิ่มโทษอีกหรอก
            “ไว้ก่อน วันนี้หิวง่ะ”
            จบคำพูดของเผือก พวกเราเลยเดินออกมาจากโรงเรียน เฮ้อ!พูดถึงเรื่องบัตรคอนเสิร์ตฉันจะดูบัตรที่ราคาถูกลงก็ได้แหละนะ แต่ทำไงได้!ฉันก็อยากเห็นหน้าที่รักใกล้ๆ เหมือนกันนี่นา แต่ถ้าขอพ่อมันก็ได้อยู่หรอก แต่เก็บตังค์ดูเองมันภูมิใจกว่า ฮิฮิ เพื่อคนที่รักทำได้หมดแหละ เทมโปจ๋านังเฟรชจะพยายามน๊า
                       
            “ฉันอยากกินโดรายากิอ่ะ ไปร้านข้างโรงหนังกันนะ” แล้วรันก็ลากแขนเราเข้าร้านไปเลยค่ะ
            “เฟรชนั่นนายแฟรงก์นี่นา พาสาวมาดูหนังรึไง เออ...น่าจะเอาเงินให้พี่สาวไปดูคอนเสิร์ตมากกว่าเนาะ ฮ่าๆๆ”
            ฉันหันไปทางขวามือตามสายตาของเผือก ฮึ!ยัยนี่แซวฉันอีกแล้ว ไม่น่าเล่าให้มันฟังเลยจริงๆ แต่ก่อนจะไปว่าอะไรให้มันฉันก็เห็นแฟรงก์ น้องเช นายหัวน้ำเงิน ปิ้ก คิโด้ คิน และคนสุดท้าย...หมอนั่น!เดินตามกันออกมาจากโรงหนังนี่มันควงผู้หญิงมาออกเดทเป็นคู่ๆ รึไงเนี่ย
            “ว๊าย!ตายแล้วๆ นั่นมันเหล่าแก๊งปีศาจขาวนี่ พวกแกดูสิผู้ชายคนสุดท้ายนั่นคือดรากอนของฉันไง นี่น้องแกอยู่แก๊งด้วยเหรอเฟรช” รันกระดี๊กระด๊าถือโดรายากิค้างอยู่ท่านั้น
            “ฮึ!ไอ้ผิดเพศนั่นมาได้ไงวะ”
             เผือกบ่นพืมพำ มันคงว่าให้คินอ่ะดิ สองคนนี้เจอหน้ากันทีไรทะเลาะกันทุกที และก่อนที่ฉันจะคิดว่าวิ่งไปตัดหน้าทวงตังค์หมอนั่นดีมั้ย นายปิ้กก็ชี้มือมาทางร้านโดริยากิที่พวกเรานั่งอยู่
            “ดูสิพวกแก!พวกนั้นกำลังเดินมาทางนี้นี่ เฮ้!นี่ฉันสวยรึยังอ่ะเป็นกระจกให้หน่อยสิ!!!” รันทำท่าปัดผม
            “เฮอะ!ไปกันเถอะ” เผือกลากแขนฉันกับรันให้ลุกขึ้น
            “เฮ้ยๆๆ แกจะรีบไปไหน ฉันยังไม่ทันส่งสายตาให้สุดหล่อเลยนะ” รันไม่ยอมลุก
            “งั้นตามใจแก!จ่ายตังค์ให้ด้วยนะ” เผือกก้าวขาจะเดินออกไปแต่ก็ต้องชะงักในท่านั้นเพราะ...
            “วิ้วววว!จะไปกันแล้วเหรอคร้าบบบ ว้าเสียดายจัง” เชน้อยที่มีผู้หญิงข้างๆ ผิวปาก ฮึ!แก่แดด
            ฉันกับเพื่อนๆ จึงจำยอมหันไปทางคนกลุ่มนั้น อืม...จะว่าไปเครื่องแบบนักเรียนชายล้วนฝั่งโน้นก็เท่ห์ดีเหมือนกันแฮะ ว๊ายๆๆ มัวคิดอะไรอยู่เนี่ย ส่งสายตาทวงตังค์ไปให้หมอนั่นดีหว่า
            ‘นายเอาตังค์ฉันคืนมานะ’
            ‘เรื่องอะไรล่ะ’
            ‘ก็นายจะไม่ใช้หนี้ให้ฉันรึไง’
            ‘ฉันลืมไปแล้ว’ มันยักคิ้วกวนๆ แบบไม่ใส่ใจ มันจะมากไปแล้วนะ
            “อ๊ากกกก!” ทนไม่ได้แล้วโว้ย
            “เฮ้ย!เจ๊เป็นไร” เชน้อยร้องตกใจเพราะอยู่ๆ ฉันก็แหกปากขึ้น...แล้วมันก็รีบไปหลบหลังแฟรงก์ทันที
            “ว้าย!ใครเหยียบหางแก” เสียงรัน...มันทำหน้าอายๆ หึ!กลัวฉันทำแกขายหน้าต่อหน้าผู้ชายรึไงยะ
            “เกิดอะไรขึ้นอ่ะ เอ่อ ถั่วต้ม” เสียงสดใสของปิ้กถามฉัน สีหน้ามันยังดูแหยงๆ อยู่เลย ตอนนี้เพิ่มความหวาดกลัวเข้าไปด้วย ฉันไปทำอะไรให้นายนักหนายะ
            “ใครเป็นยัยถั่วต้มของนายฮะ!นั่นน่ะฉายาเพื่อนนายโน่น!!!” แล้วฉันก็ชี้มือไปทางดรากอนมังกรปีศาจ
            แหะๆ ตอนนี้คนทั้งร้านมองมาทางเราเป็นตาเดียวกันหมด แฟรงก์เกาหัว รันกลับไปนั่งกุมขมับ เพื่อนๆ หมอนั่นทำหน้าเหลือเชื่อ เผือกยืนอยู่ข้างๆ ฉัน แล้วหมอนั่น...มันทำหน้าขำๆ และส่งสายตากวนโอ๊ยมาให้ ฮึ!
            “ฮ่าๆๆ ดรากอนยัยนี่เรียกนายว่าถั่วต้มเหรอ”
            “อือ!นายจะขำอะไรนักหนาฮะคิโด้”
            “เชอะ!ฉันจะบอกอะไรให้อย่างหนึ่งนะ ว่าหมอนี่น่ะติดเงินฉันด้วย!!!” ฉันยืนกอดอก เอาซี้ แม่จะแฉให้หมดเลย
            “เธอจะพูดขึ้นมาให้ได้โล่รึไง!”
            “ใครบอกให้นายไม่คืนฉันล่ะ”
            “ถ้าอยากได้นักก็มาเป็นแฟนฉันเซ่!!!” อ๊ากกก!มันพะ พูด ว่าไงนะ
            “O0O!!!” ทุกคนในที่นี้อึ้งค่ะอึ้ง
            “อะ ไอ้บ้า!!!” ฉันแหกปากได้แค่นั้น แว้ก!!!ยัยคนที่มากับหมอนั่นหน้าบึ้งทันทีค่ะ
            “เฮ้ย!ดรากอน คนที่เอากระดาษพวกนั้นมาติดที่หน้าโรงเรียนของเราเป็นยัยนี่เองเหรอ” คิโด้ชี้พัดมาทางฉัน ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้รีบชักพัดกลับอย่างรวดเร็ว พวกนายรังเกียจอะไรฉันเนี่ย
            “ใครว่ากระดาษยะ มันเป็นใบแจ้งหนี้ตะหาก”
            ฉันเถียงไป พอเหลือบไปมองรัน เลยไปทางแฟรงก์สองคนนี่ก็เหมือนจะอายแทนมากมายเลยค่ะ ฉันเป็นคนทำไม่เห็นจะอายเลย คิคิ
            “ดรากอนไปติดเงินยัยโรคจิตนี่จริงๆ เหรอคะ”
            ยัยผู้หญิงหน้าสวยที่อยู่ข้างๆ นายดรากอนจีบปากจีบคอพูด ส่วนหมอนั่นไม่ตอบค่ะ มือยังคงล้วงกระเป๋ากางเกง มุมปากเหมือนจะยิ้ม และส่งสายตาท้าทายมาทางฉัน ฮึ่ย!
            “ฉันว่าเรารีบไปเถอะ” เผือกพูดเมื่อเห็นท่าไม่ดี
            “จะรีบไปไหนกันเล่า”คินเอ่ยด้วยสีหน้ากวนๆ เมื่อตั้งสติได้
            “อยากตายรึไงไอ้ตุ๊ด!!”
            “ตุ๊ดบ้านเธอสิ หล่อขนาดนี้”
            “เฮอะ!นี่หล่อแล้วเหรอ หน้าหวานยังกับผู้หญิง!”
            “ใครจะหน้าโหดแบบเธอล่ะยัยทอมผิดเพศ!!”
            “นี่นายกล้าว่าฉันเหรอนายลูกแหง่”
            “ใครลูกแหง่ฮะ ยัยขี้ขโมย!!!”
            “ขโมยเรื่องไรฮะ นั่นน่ะมันหมาฉัน ฉันเป็นคนเจอมัน อ้อ!ถ้าเป็นหมานายทำไมมันไม่รู้จักนายล่ะ”
            “เธอต้องเอาอะไรให้เจ้าสีหมอกกินแน่ๆ ล้างสมองให้มันจำเจ้าของเดิมไม่ได้”
            คินพูดอย่างเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันสองคนนี่พูดเรื่องอะไรกัน ฉันหันมองไปรอบๆ หุหุ ทุกคนยืนตาค้าง งงรับประทานรอบสองหมดเลยง่ะ
            “เชอะ!ตั้งชื่อหมายังตั้งได้บ้านนอกขนาดนั้นเลย หมาตัวนั้นมันชื่อหมูหย็องย่ะ”
            “ใครบอกเธอว่าชื่อหมูหย็องชื่อมันสีหมอกตะหาก ไม่รู้รึไงว่ามันมีเจ้าของ หมาตัวนั้นมีปลอกคอและฉันเป็นคนซื้อให้มันทำไมจะจำไม่ได้”คินได้ทีรัวเป็นชุด เห็นเงียบๆ แบบนั้นพอเถียงขึ้นมาก็ใช่ย่อยเลยแฮะ
            “นายตู่เอาน่ะสิ เจ้าของอาจไม่ใช่นายก็ได้ ใครจะปล่อยให้หมามาเดินเพ่นพ่านแถวหลังโรงเรียนยะ”
            “ฉันนี่ไง เจ้าสีหมอกมันชอบมารอฉันแถวนั้น” เอ๊ะ!เดี๋ยวนะ...หมา...หลังโรงเรียน...
            “นี่เผือกมันใช่หมาตัวที่เราโยนประเป๋าไปถูกหัวมันรึเปล่า” ฉันกระซิบถามเผือก แต่คงจะดังไปหน่อย แหะๆ ยัยนี่เล่นบิดเอวฉันซะเจ็บง่ะ
            “เธอว่าอะไรนะเฟรช!” คินจ้องฉันตาไม่กระพริบ
            “อ่ะ อ๋อ...” ฉันมองหน้าเผือก เอาไงดีว้า...
            “ไม่รู้สิ ฮะๆ นายคุยกับเผือกละกันฉันไปล่ะ” เอาตัวรอดเป็นยอดดี ตงตังค์ไม่เอาแล้ววุ้ย
            “เฮ้!เฟรช เดี๋ยว...” ฉันเดินดุ่มๆ ออกมาอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังได้ยินเสียงร้อนรนของคินดังมาแว่วๆ
            “เฮ้อ!อะไรกันนะเนี่ย...แกไม่ยืนดูสุดหล่อของแกต่อไปล่ะ”
             ประโยคหลังฉันพูดกับรันที่เดินตามมา เพราะเผือกเน่าตอนนี้มันคงชิ่งออกมาไม่ได้แน่ๆ เง้อ!ฉันทำมันซวยรึเปล่าเนี่ย
            “นี่แกว่า...” ฉันหันไปมองหน้ารันแต่ก็ต้องค้างอยู่ท่านั้น ยัยรันเป็นชายหนุ่มรูปงามไปแล้ว
            “หึๆ เธอนี่ร้ายกาจใช่เล่นนะเพื่อนเธอไม่ได้ผุดได้เกิดแน่ๆ”  ชิ!ฉันล่ะเกลียดเสียงหัวเราะมหาประลัยนี่ชะมัด
            “ตามมาทำไมลูกหนี้ถั่วต้ม!!!” ฉันแหกปากสามสิบสองหลอดออกไปทันที
            “รู้สึกว่าฉันจะมีชื่อใหม่ทุกครั้งที่เราเจอกันเลยนะ แต่กรุณาอย่ามายัดเยียดฉายาเธอมาให้ฉันสิ หึ!แล้วฉันก็ไม่ใช่ลูกหนี้เธอด้วยจำไว้ยัยโรคจิต”
            “อ่ะ!อย่ามาว่าฉันโรคจิตนะ ใครบอกนายไม่คืนตังค์ฉันกันเล่า ถ้านายไม่ให้ฉันก็จะทวงอยู่อย่างนี้แหละ”
            “ถ้าเธอขยันทวงก็ทวงไป แต่ฉันไม่จ่ายซะอย่าง หึหึ ฉันจะรอดูต่อไปว่าเธอจะทำอะไรโรคจิตๆ อีก” ดรากอนทำสีหน้ากวนๆ
            “อ๊ะ!นายนี่มัน...น่าเตะชะมัด”
            “จะบอกอะไรให้นะว่าทำแบบนั้นไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก ฉันก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรเพราะไม่มีใครเชื่อเธออยู่แล้วเสียเวลาเปล่าๆ น่า เฮ้อออ!ขยันหาเรื่องขายหน้ามาให้ตัวเองจริงๆ”
 
            “หวัดดีครับเฟรช โอ้!ฉันไม่นึกเลยว่าจะมาเจอเธอที่นี่น่ะ” ก่อนที่ฉันจะได้เถียงดรากอน เสียงใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น
            “ไซโคลน” หมอนี่มากับเพื่อนสี่คนกลุ่มเดิม
            “ขอบใจที่ยังจำชื่อฉันได้ อืม...เราไปกินข้าวเย็นด้วยกันเถอะ” ไซโคลนเอ่ยชวนด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม จะว่าไปหมอนี่ก็หล่อดีเหมือนกันแฮะ แต่น้อยกว่าลูกหนี้ฉัน หุหุ
            “เอ่อ...ขอโทษนะ คือ เอ่อ...อ้อ!ฉันมากับแฟนน่ะ”
 แล้วหน้าหล่อๆ ของไซโคลนก็แข็งกร้าวขึ้นทันที เอ้อ!ถ้าหมอนี่ไม่มีนิสัยจอมตื้อจนน่ารำคาญแบบนี้นะ ฉันว่าฉันตกลงคบกับเขาไปแล้วล่ะ เหอะๆ
            “ไหนแฟนเธอ!!!” อ๊ะ!น่ากลัวชะมัด
            “นะ นี่ไง...” ฉันหันไปมองข้างๆ เฮ้ย!หมอนั่นหายไปไหนเนี่ย ซวยแล้ว
            “โอ้! พี่ แฟนเธอเป็นอากาศไปแล้ว” ผู้ชายหน้าเตาปิ้งคนหนึ่งพูดขึ้น ก่อนจะหัวเราะเสียงดัง
            “ปอน ปอน หุบปาก!” ไซโคลนหันไปเอ็ดเพื่อนรุ่นน้องของเขา
“หึๆ ไหนล่ะ อย่ามาหลอกฉันซะให้ยากเลยสาวน้อยเธอหลอกฉันมากี่ครั้งแล้ว อ้อ!ฉันจะไม่โกรธเธอเลยถ้าวันนี้เธอไปกับฉัน” แล้วไซโคลนก็หันหน้ามาพูดกับฉันอย่างใจเย็น อึ๋ย!ฉันยอมให้นายโกรธด้วยเรื่องอะไรไม่รู้ดีกว่าไปกับนาย
            แงๆ ซวยจริงๆ เลย กะว่าจะแกล้งเอาดรากอนมาเป็นแฟนหลอกนายไซโคลนซะหน่อย แต่ไปไหนแล้วเนี่ย ฮือๆ ฉันต้องการความช่วยเหลือนะ เฮอะ!เอาวะ ไหนๆ ก็ตู่ว่ามากับแฟนแล้ว หลอกต่อไปสิยัยเฟรช จะมัวรออะไรอยู่
            “ก็วันนี้ฉันมากับแฟนจริงๆ นะ อืม...คงไปซื้อน้ำมั้ง เมื่อกี้ฉันบ่นว่าหิวน...”
            “หึๆ ฉันอยู่นี่”
            แล้วเสียงที่ตอนนี้ฟังยังไงก็ไพเราะที่สุดก็แทรกขึ้น ฉันหันไปมองตามที่ได้ยิน อ๊ะ!ดรากอนไปนั่งตรงม้ายาวตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ก็เมื่อกี้ยังยืนเถียงฉันอยู่เลย อุอุ แล้วดูเลือกที่นั่งเข้าสิ...ต้นไม้ประดับงี้บังซะจนมิด ไม่แปลกใจเลยแฮะที่ฉันกับพวกนี้จะไม่เห็นหมอนั่นนั่งหน้าบานอยู่ตรงนั้น
            “ไอ้ดรากอน!!!นายอีกแล้วเหรอ!!!” ไซโคลนโวยวาย...สองคนนี้รู้จักกันด้วยเหรอ
            “ใช่ฉันเอง!แฟนยัยเตี้ยนี่”
            ดรากอนพูดเรียบๆ แล้วก็ลุกขึ้นเดินมาโอบไหล่ฉันช้าๆ ทีแรกฉันขัดขืนด้วยความตกใจ แต่หมอนี่เล่นบีบไหล่ซะจนแน่น ฉันหันไปอย่างเอาเรื่องแต่สายตาที่ดรากอนส่งมาก็ทำให้เข้าใจได้ทันที สุดท้ายฉันจึงหันไปยิ้มแหยๆ ให้ไซโคลน
            “เอามือสกปรกของนายออกไปจากบ่าเธอเดี๋ยวนี้เลยนะ!!!”
            “อ้าว!ทำไมล่ะ ยัยนี่เป็นแฟนฉันทำไมฉันจะโอบไม่ได้” ขอบอกว่าดรากอนทำหน้าได้จริงจังที่สุดตั้งแต่ฉันเคยเจอ แหมๆๆ แสดงได้เนียนจริงๆ เลยแฮะพ่อลูกหนี้สุดหล่อ    
“ไม่จริงใช่มั้ยเฟรช!!!” ไซโคลนมองหน้าฉัน ดวงตามีเปลวเพลิง อ่ะ!หน้ากลัวชะมัดเลย
            “ตอบไปสิยัยบื้อ” ดรากอนทำหน้าออกรำคาญๆ
            “ว่าไง” ไซโคลนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด
            “อื้ม!ใช่!หมอนี่ เอ้อ!ดรากอนเป็นแฟนฉัน” แล้วฉันก็ไปคว้ามือหมอนี่มาจับไว้เพื่อเป็นการยืนยัน
            “เธอแน่มากนะ หึ!แล้วไปคบกันตอนไหนล่ะ”
            “ไม่ใช่เรื่องของนาย ไปกันเถอะ”
            พูดจบดรากอนก็ลากแขนฉันออกมาจากตรงนั้นทันที ผู้ชายหน้าเตาปิ้งทำท่าเหมือนจะตามพวกเรามาแต่ไซโคลนห้ามไว้ เหอะๆ ขอให้มันจบลงตรงนี้เถอะนะไซโคลนเรามาเป็นเพื่อนกันดีกว่า เรื่องที่นายมาชอบฉันยังไงฉันก็ขอบคุณละกัน แต่ใครๆ ก็รู้ว่าความรู้สึกมันบังคับกันไม่ได้
            “ไง!สวดแผ่เมตตาเสร็จรึยัง”
            “เชอะ!” ฉันสะบัดหน้าหนีดรากอน
            “แล้วจะปล่อยไหล่ฉันได้รึยังฮะ นายลูกหนี้!”
            “อืม...งั้นเธอก็ปล่อยมือฉันก่อนสิ” ว้าย!นี่กลายเป็นว่าฉันเอามือตัวเองไปจับกับมือข้างที่หมอนั่นโอบไหล่รึเนี่ย
            “ชิ!”
            “หยุดพูดคำว่า ชิ!สักทีเถอะ!!ได้ยินแล้วขัดหู”
            “เชอะ!”
            “นึกแล้วว่าเธอต้องพูดคำนี้”
            “อีตาบ้า!!!”
            “เธอนี่ก็มีเสน่ห์มัดใจหนุ่มๆ เหมือนกันนะ”
            “อ้าว!ก็ฉันสวยนี่!” ฉันเชิดหน้าขึ้น
            “ฮ่าๆ ไม่น่าไอ้หมอนั่นถึงจีบอยู่ได้” ดรากอนเอ่ยด้วยเสียงล้อๆ แต่ตามันนี่สิแข็งๆ ชอบกล
            “ใคร!ไซโคลนน่ะเหรอ ฮึ!แล้วนายรู้ได้ไงล่ะ อย่าบอกนะว่าหลงเสน่ห์จนตามสืบเรื่องของฉันอีกคน”
            “อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลยยัยเตี้ยโรคจิต!เธอน่ะเตี้ยแล้วยังไม่เจียมอีก” อ๊ากกก!จะว่าฉันยังไงก็เชิญ แต่อย่ามาว่าฉันเตี้ยนะ
            “ฉันไม่ได้เตี้ย!!!ร้อยหกสิบตามมาตรฐานหญิงไทยย่ะ!!!ขืนนายพูดว่าเตี้ยอีกคำ ฮึ่ม!ตายแน่!!!!!” เสียงสองร้อยเดซิเบล ดังออกมาจากปากน้อยๆ ของฉัน
            “หยุดทำเสียงดังซะทีจะได้มั้ย!เธอไม่อายเขารึไง!!!หึ!จะทำไม เรียกว่าเตี้ยมันผิดนักเหรอ เอ๊ะ!จะว่าไปคำๆ นี้ก็เข้ากับเธอดีนี่นา ฮ่าๆๆ ยัยเตี้ย!เตี้ย!!เตี้ย!!!เตี้ย!!!!เตี้...”
            ผลัวะ!!!!!!
            “หึ!พูดจนพอใจรึยัง งั้นก็หุบปากได้แล้ว!!!” ตาเบื๊อก!!!ว่าให้คนอื่นเสียงดัง แล้วทีตัวเองล่ะ
            “เธอ!นี่เธอกล้าชกฉันเรอะ!!!”
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณค่ะ ^^
จากคุณ TGpegasus/(TGpegasus) อัพเดตเมื่อ 01/11/2554 09:00:54
ความคิดเห็นที่ 2
สนุกคะติดดามๆๆ
จากคุณ bunbe5/(bunbe5) อัพเดตเมื่อ 31/10/2554 00:59:03
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 179 ท่าน