Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
เล่ห์รักร้าย นายลูกหนี้
TGpegasus
ตอนที่ 4
5
29/10/2554 17:48:11
252
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 4
            “หวัดดี ขอนั่งด้วยนะ”
อยู่ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาที่โต๊ะแล้วก็ไปนั่งข้างนายดรากอน ส่วนหมอนั่นน่ะเหรอ ชิ!ยังกรอกเหล้าเข้าปากต่อไป
            “วันนี้ไม่เห็นเธอเลยนะดรากอน ไม่ไปสู้กับเขาด้วยเหรอ” เสียงแจ๋นๆ ของผู้หญิงคนนั้นยังจ้อต่อไป
            “เหล้านี่อร่อยชะมัด เธอลองดื่มหน่อยสิ” แล้วผู้หญิงคนนั้นก็เอาแก้วไปเกยปากนายถั่วต้ม เชอะ!
            “ฉันดื่มนี่อยู่”
            อ่ะ ปฏิเสธผู้หญิงเสียมารยาทนะยะ อยู่ๆ สายตาหมอนั่นก็ตวัดมามองฉัน แฮ่ๆ หันหนีแทบไม่ทัน
            “ไปดิ้นกันเถอะพวกเรา ฮู้วๆๆ”
            ผู้ชายอีกคนในโต๊ะตะโกนขึ้น พร้อมกับที่ทุกคนควงผู้หญิงไปกลางฟลอร์ เฮอะ!ช่วยบอกฉันหน่อยว่าพวกนี้มันไม่ใช่นักเรียน
            “ไปกันเถอะดรากอน”
            ยัยแจ๋นๆ นั่นยังอยู่อีกเหรอ เอ้อ!ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือตอนนี้ในโต๊ะเหลือสามคน คือฉัน นายมังกรถั่วต้ม แล้วก็ยัยแจ๋น
            “หมั่นไส้วุ้ย” ฉันบ่นอยู่คนเดียว เชอะ!ส่วนหมอนั่นก็ดื่มอยู่นั่นแหละ
            “ไปกันนะ”
             ยัยแจ๋นลุกขึ้นแล้วดึงแขนปีศาจร้ายให้ลุกตาม แต่หมอนั่นหลับตวัดให้ยัยนั่นนั่งลง แล้ว อ๊าก!!!จะ จูบกันอย่างดูดดื่ม
            “อย่ามายุ่งกับฉันอีก” ฉันรู้สึกถึงน้ำเสียงเย็นชาที่ออกมาจากปากหมอนั่น และโดยที่ไม่ทันตั้งตัวดรากอนก็กระชากแขนฉันลุกขึ้นเดินออกมาจากร้าน
            “โอ้ย!ปล่อยได้แล้ว นี่!นายทำแบบนั้นกับผู้หญิงได้ไงน่ะ”
            “มันเรื่องของฉัน”
            “เชอะ!ก็อย่ามาทำต่อหน้าฉันเซ่!ไอ้บ้า”
            “อยากตายรึไง!” หมอนี่ดื่มเข้าไปขนาดไหนเนี่ย แม่จ๋า หนูกลัววววววววว
            “ไม่ล่ะ ฉันยังอยากอยู่”
            “งั้นก็หุบปากเซ่!ฉันส่งเธอแค่นี้นะ กลับเองละกัน”
 แล้วมันก็เดินไปเลยค่ะ ไม่ได้กลับเข้าไปร้านนั้น แต่เดินไปอีกทาง ชิ!ลากฉันมาดูนายดื่มเนี่ยนะ แล้วยังมีหน้าเอาฉันมาทิ้งไว้หน้าร้านเหล้าตอนค่ำๆ อีก
 
          ม.ปลายปี 3 ห้อง B-2
            “เย่ๆ โรงเรียนเลิกแล้ววุ้ย วันนี้ไปเที่ยวกันมะ”
            “ฉันมีนัดย่ะ”
            “รู้สึกว่าช่วงนี้แกจะมีนัดบ่อยเหลือเกินนะรัน เออ!แล้ววันนั้นนัดบอดเป็นไงบ้าง”
            “เฮอะ!หน้าตาแต่ละคนดูไม่ได้ เป็นเพราะปากแกนั่นแหละเฟรช แช่งฉันก่อนไปนี่”
            “เชอะ!แกจะมาโทษฉันได้ไงยะ นี่ๆ แกลองคิดดูสิผู้ชายหน้าตาดีที่ไหนเค้าจะไปนัดบอดกันยะ”
            “ก็...” รันพูดยังไม่ทันจบเผือกเน่าก็ขัดขึ้นก่อน
            “พอเถอะน่า ไม่ไปก็ไม่ไปฉันไปซ้อมยูโดดีกว่า”
            “งั้นฉันก็กลับบ้านละ ไปดูหนังดีกว่า เพิ่งได้มา”
            “จริงอ่ะเฟรช ดูเสร็จฉันต่อนะ” หน้าตารันดูกรี๊กระด๊า น่าหมั่นไส้ชะมัด
            “อือ แกก็รีบไปสิ เดี๋ยวผิดนัดนะ”
            “เออ!นี่ๆ พวกแกเก็บตังค์ไปถึงไหนกันแล้ว เหลืออีกสองอาทิตย์เองนะ”
            “ฮ่าๆ สบายมากน่ารันเหลือแค่พันกว่าๆ แกล่ะ”
            “ฉันได้ครบแล้วล่ะเผือก โฮ๊ะๆๆ เมื่อไหร่จะถึงน๊า ฉันอยากดูหน้าเฮนรี่แทบขาดใจ”
            “แล้วมิกกี้ของฉันจะทำทรงอะไรออกมาอีกนะ” เผือกทำท่าครุ่นคิด
            อย่างงค่ะว่าพวกเพื่อนๆ ฉันกำลังพูดถึงเรื่องอะไร คืออีกสองสัปดาห์จะมีคอนเสิร์ต Star Blackวงโปรดของพวกเราที่อิมพอตมาจากยุโรป คริคริ ฉันก็อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ เหมือนกัน คิดถึงเทมโปหัวหน้าวงชะมัด อยากเห็นหน้าใจจะขาด ฮี่ๆ
            “เฟรช!!!!”
            “ฮะ!พวกแกจะรวมหัวเรียกฉันทำไม”
            “ฉันถามว่าแกเก็บตังค์ไปถึงไหนแล้ว ไม่ได้ยินรึไง” รันจ้องหน้าฉัน
            “อ๋อ!ฉันมัวแต่คิดถึงพี่เทมโปอยู่น่ะ แหะๆ อืม...ตอนนี้ก็ห้าพันกว่าๆ แล้วล่ะ เหลืออีกนิดหน่อยเอง”
            “ดีแล้วล่ะ แล้วเราจะจองบัตรกันวันไหน ไม่รู้ว่าตอนนี้จะหมดรึยังนะ” สีหน้ารันเป็นกังวล
            “ฉันว่ามันไม่หมดหรอกน่าบัตรแพงจะตาย เราค่อยไปซื้อหน้าคอนเสิร์ตก็ได้”
ฉันบอกมันก่อนจะลาเพื่อนๆ ออกมา เฮ้อออ!คิดไปคิดมาไปหาอะไรกินดีกว่า แล้วค่อยหาเสบียงสำหรับดูหนังตอนกลางคืน หุหุ ความคิดฉันมันช่างยอดเยี่ยมจริงๆ คริคริ
            “เอ๋!นั่นมันนายดรากอนมังกรถั่วต้มนี่นา”
            ฉันใช้เรดาร์ส่องเข้าไป เป็นหมอนั่นจริงๆ ด้วยแฮะ เชอะ!กำลังจูบกับใครอีกล่ะเนี่ย น่าเกลียดจริงๆ เง้อ!แล้วฉันเดินมาตรงนี้ทำไม มันไม่ใช่เส้นทางกลับบ้านนี่ ไปดีกว่า
            “นี่เธอ!” ใครมาแหกปากแถวนี้นะ
            “หยุดเดินแล้วหันมาเซ่!!” เสียงผู้ชาย...แล้วพูดกับใครอ่า หวังว่าคงไม่ใช่ฉันหรอกนะ รีบเดินดีกว่า
            “นี่!ยัยเตี้ยพันทาง หูแตกรึไง ฉันบอกให้หยุดคลานแล้วหันมา!!!!”
            ฉันหันไปรอบๆ อ่า ไม่มีใครนอกจากฉันยืนอยู่ตรงนี้นี่หว่า ใครมันกล้าว่าให้ฉันกัน!!!
            “นายดรากอนมังกรปากจัด นายเรียกฉันงั้นเรอะ!”
            หมอนี่มายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อกี้มันยังยืนจูบกับผู้หญิงที่หน้าร้านเกมโน่นอยู่เลยนี่นา
            “หึหึ เตี้ยๆ แบบนี้ก็มีแค่เธอเท่านั้นแหละ”
            “มีอะไร” วันนี้ฉันขี้เกียจเถียงกับหมอนี่แล้ว เดี๋ยวอารมณ์ดีๆ จะหายไปหมด
            “ฮะ!”
            “ฉันถามว่ามีอะไร!หูนายเสื่อมเรอะ!!”
            “นี่เธอ!!!ฉันควรจะพูดประโยคนี้นะ แอบดูชาวบ้านจูบกันมันดีแล้วเหรอ” ดรากอนเดินเข้ามา
            “แล้วใครบอกให้นายมาจูบที่โจ่งแจ้งแบบนี้ล่ะ ไม่แอบก็เห็นหรอก งี่เง่าชะมัด”
            “อยากตายรึไง!!!”
            “พูดเป็นประโยคเดียวเรอะ!”
            “เธอนี่มัน...”
            “แค่นี้ใช่มั้ย ฉันไปล่ะ”
            “ลองไปดูสิ!ได้ตายจริงๆ แน่” กล้าขู่ฉันงั้นเหรอ ฉันกะจะเงยหน้าขึ้นท้าทายสักหน่อย แต่สายตามันจริงจังชะมัด
            “เฮ้อ!แล้วจะให้ยืนอยู่ตรงนี้เอาโล่รึไง นายมีอะไรก็ว่ามา”
            “ไปส่งฉันซื้อของหน่อยสิ”
            “ฮะ!ว่าไงนะ”
            “หูไม่ได้หนวกใช่ไหม” แล้วมันก็ลากฉันไปเลยค่ะ ทำไมฉันต้องมาเจอนายด้วยนะ
            สักพักเราก็มาหยุดอยู่ตรงร้านขายของกระจุ๋มกระจิ๋มน่ารัก อ่า แต่เมื่อเห็นราคาของแต่ละอย่างแล้วฉันอยากจะหนีไปจากตรงนี้จริงๆ
            “นะ นายพาฉันมาที่นี่ทำไม” อ๊าก!ลมจะจับ ของเล็กนิดเดียวแต่ราคาขึ้นหลักพัน
            “หึ ทำหน้าให้มันดูดีหน่อยไม่ได้รึไง ฉันไม่ได้ให้เธอซื้อเองสักหน่อย” อืม มันก็จริงแฮะ
            “นี่!เธอฟังฉันพูดอยู่รึเปล่า” เมื่อเห็นฉันทำหน้างง หมอนี่ก็พูดต่อ...
            “เธอว่าผู้หญิงที่แสบๆ น่ารักๆ จะชอบของแบบนี้มั้ย” ฉันมองไปทั่วร้าน มีแต่ของกระจุ๋มกระจิ๋มทั้งนั้นเลย
            “ไม่รู้ดิ มันก็คงขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคนมั้ง นายจะซื้อไปให้ใครล่ะ”
 อ่ะโด่!ผู้หญิงน่ารักๆ แสบๆ เฮอะ!ตรงข้ามกับฉันที่ดูอ่อนหวานลิบลับเลย แว้กกก!แล้วนี่ฉันจะเอามาเทียบกับตัวเองทะมายยยย
            “เธอนี่มันไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ”
            “เชอะ!”
            ฉันสะบัดหน้าหนีแล้วเดินไปดูตุ๊กตาแฮนด์เมดตัวน้อยๆ น่ารักชะมัด พอชำเลืองไปดูดรากอน หมอนั่นกำลังสนใจศิลปะการปั้นแป้งบ้านหลังเล็กๆ อ่า!สายตามันต่างจากที่มองฉันลิบลับ ดูอ่อนโยน อบอุ่น เง้อ!แล้วฉันมัวคิดอะไรอยู่เนี่ย เหอะ!คงจะซื้อให้แฟนล่ะสิท่า ทำไมไม่พามาเองเลยล่ะ
            “นี่เธอ!มานี่หน่อยซิ” กล้าสั่งฉันเรอะ แต่ฉันก็เดินไปหามันอยู่ดี
            “มีอะไร!”
            “เธอว่ารูปปั้นบ้านนี่น่ารักรึเปล่า”
            “ไม่รู้สิ!แล้วแต่ความชอบ...”
            “ของแต่ละคน” ดรากอนขัดขึ้นก่อนฉันจะพูดจบ
            “ฉันไม่น่าพาเธอมาด้วยเลยจริงๆ”
            แล้วมันก็หันไปสนใจบ้านน้อยหลังนั้นต่อ ชิ!ไอ้บ้า แล้วจะพาฉันมาด้วยทำไมล่ะ จะบอกให้นะว่าคิดผิดอย่างแรงที่พาคนอย่างฉันมาเลือกของอะไรแบบนี้น่ะ
            สักพักหมอนั่นก็ตกลงเอาบ้านหลังสีฟ้านั่นจริงๆ อืม...ก็ดูเก๋ดีเหมือนกันแฮะ แต่ว่าบ้านหลังเท่าฝ่ามือแค่นั้นทำไมเห็นแต่ละห้องที่แบ่งเป็นสัดส่วนชัดแจ๋วแหว๋วเลยล่ะเนี่ย อยู่ๆ หมอนั่นก็หันมา อึ๋ย!
            “นี่เธอ!เดินมานี่หน่อยสิ” มันจะตะโกนทำไมนะอยู่ห่างกันไม่ถึงเมตร
            “เธอว่านี่สวยมั้ย” สายตาหมอนี่อ่อนโยนลงอีกครั้งเมื่อมองบ้านในมือ
            “อือ!ก็ดี ราคาเท่าไหร่ล่ะ” ฉันถามแบบไม่ใส่ใจ ซื้อไปให้คนสำคัญล่ะสิท่า ฮึ!
            “9520”
            “ฮะ!วะ ว่าไงนะ!!!” หลังแค่นี้น่ะนะ
            “เธอจะเสียงดังไปทำไมฮะ!”
            “นะ นายว่ามันราคา 9520 บาทใช่มั้ย” อ๊ากก!ความดันขึ้น
            “คงไม่ใช่ดอลลาร์หรอกมั้ง” ดรากอนพึมพำเบาๆ แต่ฉันก็ยังอุตส่าห์ได้ยิน
            “เอ่อ...ฉันไม่ได้เอาบัตรมาด้วยอ่ะ นี่ติดมาแค่ห้าพันกว่าเอง เธอมีให้ยืมมั้ยล่ะ” ดรากอนกระซิบ
            “หา???”
            “เธอมีมั้ยล่ะ อืม..สักสี่พันนะเดี๋ยวจะคืนให้วันหลัง”
            “นายนี่มันหน้าด้านชะมัด ตังค์ไม่พอก็เอาที่มันถูกๆ สิ จะ...”
            “ก็ฉันอยากได้หลังนี้นี่” ดรากอนพูดแทรก
            “ตกลงว่าไง”
            “ไม่ให้ย่ะ เกิดนายเบี้ยวมาจะทำไง เพื่อนกันก็ไม่ใช่”
            “โธ่!ยัยงกเอ๊ยย!ยืมหน่อยก็ไม่ได้ ฉันไม่ชักดาบตังค์ผู้หญิงหรอกนะ”
            “ใครจะไปรู้นายล่ะ”ฉันทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
            “น่านะ ฉันขี้เกียจกลับไปเอา”
            “จะคืนให้จริงนะ” ฉันไม่มั่นใจเลยแฮะ มันจะชักดาบมั้ยเนี่ย
            “อือ!เดี๋ยวจะเอามาให้”
            “ทำไมนายไม่กลับไปเอามาก่อนแล้วค่อยซื้อไปล่ะ”
            “ไม่เอา เดี๋ยวคนอื่นซื้อตัดหน้าไปทำไง” ท่าทางเหมือนเด็กเลยแฮะ
            “ฉันไม่ชักดาบเธอหรอกน่า เร็วสิ!ฉันต้องเอาของขวัญไปส่งวันนี้นะ”
            “จะยืมตังค์เค้าแล้วมาเร่งอีก” หมอนี่หน้าบึ้ง
            “เออ!ก็ได้ๆ นายรออยู่ตรงนี้ละกันเดี๋ยวไปกดให้” สักพักฉันก็เดินกลับมาอีกครั้งพร้อมกับเงินสี่พันบาท
            “อ่ะ เอาไป ถ้าไม่คืนนายตายแน่!อาทิตย์หน้าฉันต้องใช้มันนะ”
            “เออๆ อย่าบ่นไปหน่อยเลยน่า ขอบคุณคร้าบบบบบบบบ”
            โดยที่ไม่ทันตั้งตัวดรากอนก็หอมแก้มฉันหนึ่งที่แล้วเดินไปจ่ายเงิน อ๊ากก!ทำอะไรของนายเนี่ย หะ หอมแก้มช้านเหรอ ฮือๆ อยู่กับหมอนี่ทีไรทำไมเปลืองตัวนักวะ
            “เสร็จแล้วไปกันเถอะ” ยังจะมีหน้ามายิ้มระรื่นอีก เชอะ!
            “เป็นอะไรไปอีกล่ะ ดูทำหน้าเข้า”
            “ยังจะมีหน้ามาถามอีกเรอะ ชิ! มาหอมฉันทำไม!!!”
            “เฮ้ย!จะโวยวายไปทำไมดูคนเขาหันมามองกันหมดแล้ว” ฉันหันไปรอบๆ แฮ่ๆ จริงด้วยแฮะ
            “เธอนี่จริงๆ เลย อุตส่าห์หอมเป็นค่าตอบแทนที่ให้ยืมเงินน่ะ”
            “ค่าตอบแทนงั้นเหรอ นี่ตกลงนายจะไม่ใช้คืนใช่มั้ย!” โอ้แม่เจ้า!ตังค์ดูคอนเสิร์ตของช้านนนนนนน
            “บอกว่าให้ก็ให้เซ่!หุบปากได้แล้ว ฉันไม่เอาเงินผู้หญิงไปใช้หรอกน่า”
            “แล้วเมื่อกี้ไม่ได้เอาไปหรอกเรอะ!!!” ฉันมองดรากอนตาโตพร้อมหาเรื่อง ตอนนี้เราสองคนเดินเถียงกันออกมาบนทางเดินแล้วแหละ
            “ก็บอกว่ายืมไงเล่า!!!เธอไม่เข้าใจรึไง!!น่ารำคาญจริงๆ” หมอนี่เน้นคำว่า ‘ยืม’ชัดถ้อยชัดคำจนทำให้ฉันมั่นใจว่ามันจะเอามาชดใช้ให้จริง
            “แล้วนายซื้อไปให้ใครล่ะของแพงๆ แบบนั้น”
            “ไม่ใช่เรื่องของเธอ” ดรากอนตอบด้วยสีหน้ารำคาญ เชอะ!
            “แต่ครึ่งหนึ่งที่ซื้อน่ะมันเงินฉันนะ!”
            “รู้แล้วน่าย้ำอยู่ได้...ไม่เห็นจะแพงสักหน่อย เห็นแล้วดูอบอุ่นดีฉันกะจะซื้อไปให้ยัยหงส์เป็นของขวัญวันเกิดสักหน่อย” แล้วสายตามันก็ดูอ่อนโยนอีกครั้ง ทำไมไม่มองฉันแบบนี้บ้างเล่า ชิ! แล้วตูคิดอะไรอยู่เนี่ย
            “แฟนนายรึไง!เฮอะ!!!เห็นแล้วดูอบอุ่น เรือนหอในฝันรึไงยะ”
            “คงงั้นมั้ง” หมอนี่ตอบขำๆ สีหน้าดูทะเล้น
            “ฉันไปก่อนนะ เธอกลับเองได้รึเปล่า”
            “เออดิ!ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ อ้อ!แล้วกรุณาเอาเงินมาคืนฉันให้เร็วที่สุดด้วย”
            “เข้าใจแล้วคร้าบบบบบบ”
            แล้วดรากอนก็โบกมือวิ่งจากไป ท่าทางมีความสุขชะมัด แล้ววิ่งอย่างร่าเริงนั่น...ฉันเพิ่งเคยเห็นนี่แหละ ต่างจากทุกทีที่ทำหน้าตาโหดๆ หน้าหมอนี่มันมีหลายโหมดรึไง ชิ! อะไรของเค้านะ ยัยหงส์นั่นคงจะสำคัญกับนายมากล่ะสิ เง้อ!แล้วฉันก็เพิ่งคิดได้ว่าเอาเงินไปให้ศัตรูยืม!!!ตายล่ะหว่า
           
            “อ้าวพี่ กลับมาแล้วเหรอ”
            “อืม..นายทำอะไรอยู่น่ะ” ฉันหันไปถามแฟรงก์ที่กำลังง่วนอยู่ในครัว
            “ก็ทำอาหารไง อยากชิมมั้ยล่า” แฟรงก์ถือตะหลิวเอียงคอตอบด้วยสีหน้าทะเล้น อ่า...น่ารักชะมัด
            “จะกินได้รึเปล่าเนี่ย”
            “โหย...ดูถูกฝีมือผมเรอะ ทุกทีกินข้าวเย็นได้เพราะใครล่ะ”
            “อ้าว!เพราะไม่ใช่เพราะเงินพ่อเงินแม่หรอกเหรอ ฮ่าๆๆ เลิกทำหน้าบึ้งได้แล้วน่าดูโน่นเนื้อไหม้หมดแล้ว”
            “เฮ้ยๆๆๆ เพราะพี่นั่นแหละชวนคุยอยู่ได้ เฮอะ!เพราะเงินพ่อเงินแม่เหรอ งั้นไม่ต้องกินเลย”
            แฟรงก์ทำหน้างอนตุ๊บป่อง ว้าว!ถ้าหมอนี่ไม่ใช่น้องชายของฉัน ฉันจะจีบมัน ดูสิ!น่ารักชะมัด อึ๋ย!!!นี่ฉันคิดอะไรกับน้องชายตัวเองเนี่ย
            “ฮ่าๆๆๆ ขอโทษๆๆ นายเหงามั้ย ที่พ่อกับแม่ไม่ได้อยู่บ้านแบบนี้น่ะ” ฉันวางกระเป๋า อ่า รู้สึกเบาลงจริงๆ
            “ก็มีบ้างอ่ะ เวลาไม่มีคนบ่น ฮะๆ แต่ผมก็เข้าใจนะ แล้วพี่ล่ะ” แฟรงก์เทซอสมะเขือเทศใส่เส้นสปาเก็ตตี้แล้วหันมาถามฉัน
            “เหงาอ่ะดิ เวลานายทิ้งฉันไปเที่ยวข้างนอกนั่นอีก ฉันอยู่คนเดียวน่าเบื่อจะตาย”
            “อ่าเหรอ ผมไม่รู้เลยนะเนี่ย อืม...เอาเป็นว่าต่อไปจะเที่ยวให้น้อยลงแล้วกัน”
            “จริงอ่ะ ถ้านายฝืนก็ไม่ต้องก็ได้นะ ฉันรู้ว่านี่คือวิธีแก้เหงาของนาย ฮ่าๆๆ” ฉันเดินไปล้างมือเมื่อเห็นแฟรงก์ตักสปาเก็ตตี้ใสจาน
            “นี่ๆๆ พี่ เมื่อกี้ยายโทรมาบอกให้เราไปเที่ยวหาบ้างอ่ะ”
            “เหรอ เดี๋ยวรอหลังสอบกลางภาคดีมั้ย ฉันก็อยากไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ไร่บ้างเหมือนกันแหละ”
            “ก็ดีนะ”
            “กินอิ่มแล้วนายจะไปไหนก็ไปเถอะ เดี๋ยวฉันล้างเอง”
            “อ้าว!พอกินเสร็จแล้วไล่เลยเหรอเนี่ยป้า”
            “หรือว่านายจะล้างล่ะ แล้วขอโทษ!ใครเป็นป้านายยะ”
            “แฮ่ๆ ไม่มีไรหรอก ผมไปข้างนอกก่อนนะ”
            “อ้าว!ไหนนายว่าจะเที่ยวให้น้อยลงไง”
            “เหอะๆ ตอนที่พูดอารมณ์คงพาไปมั้ง ไปล่ะ” แล้วมันก็เดินผิวปากออกไป ชิ!
           
            “หวัดดีพวกแก แฮ่กๆ เกือบเข้าโรงเรียนไม่ทันแน่ะ”
            “แล้วแกมัวไปทำเรื่องอะไรมาล่ะ ถึงได้วิ่งหอบเป็นหมาโดนแทงมาอย่างนั้นน่ะ”
            “โธ่!ฉันไม่ได้ไปแอบมองผู้ชายเหมือนแกละกันรัน ชิ!พวกแกจำหมาตัวที่ฉันเอากระเป๋าปาถูกหัวมันได้มั้ย เมื่อวานฉันไปรับมันมาจากคลินิกแล้วนะ หมอบอกว่ามันความจำเสื่อมน่ะ อิอิ” เผือกอธิบายซะยืดยาว
            “ฮะ!หมาความจำเสื่อม!!!” ขนมหลุดออกจากปากรัน สมุดเลขที่กำลังลอกตกลงจากตักฉัน
            “อือ!พวกแกจะแหกปากกันทำไมฮะ ดีสิหมาความจำเสื่อมฉันจะได้เอาไปเลี้ยงซะเลย หมาอะไรว้า ตัวใหญ่เป็นบ้า ฉันล่ะชอบชะมัด ถึงคราวนี้แม่จะห้ามยังไงฉันก็จะเลี้ยงแหละ”
            “O.O!!” <- -หน้ารันกับฉัน
            “หยุดทำหน้าแบบนั้นซะทีน่า” แล้วเผือกก็หยิบขนมจากมือรันมากิน สีหน้าไม่ทุกข์ร้อน
            “แกจะบ้ารึไง เอาหมาความจำเสื่อมมาเลี้ยงเนี่ยนะ นิสัยก็ไม่รู้จักเผื่อมันกัดแกขึ้นมาล่ะ”
 เสียงที่เพิ่งหาเจอของฉันเปล่งขึ้นมาดังๆ มันคงบ้าไปแล้วจริงๆ ถึงยัยนี่จะชอบหมาทุกสายพันธุ์เป็นชีวิตจิตใจก็เถอะ
            “ใช่!แล้วเผื่อเจ้าของมันมาเจอล่ะ แกจะทำไงเขาไม่คิดว่าแกเป็นขโมยหรอกเหรอ”
            “ตอนนั้นค่อยคิดกันอีกที โอ้ย!ฉันอยากจะให้โรงเรียนเลิกซะตอนนี้เลยเนี่ย คิดถึงมันจะแย่อยู่แล้ว”
            “ยัยบ้า!!!แกเพิ่งเดินเข้ามาไม่ใช่รึไง”
            “ช่างมันเถอะรัน ไปเข้าแถวกันเถอะกริ่งดังแล้ว” ฉันยื่นสมุดเลขคืนรันแล้วเก็บของลงกระเป๋า
            “แกว่าฉันจะซื้อเสื้อให้มันใส่ดีมะ” เผือกยังเดินตามมาพร่ำเพ้อต่อไป
            สักพัก
            “อ๊ะ!ต้องเก็บตังค์ซื้อของเล่นให้มันแล้วสิ ฉันมาโรงเรียนแบบนี้เผื่อมันเหงา”
            “-_-!” หน้าฉัน
            “T^*” หน้ารัน
            สี่สิบห้านาทีผ่านไป
            “โอ้ย!เมื่อไหร่โรงเรียนจะเลิกเนี่ย ฉันคิดถึงหมูหย็อง อ้อ!ฉันตั้งชื่อมันว่าหมูหย็องด้วยล่ะ”
            สองชั่วโมงผ่านไป
            “อ้าว!หมดคาบแล้วเหรอ พวกแกรู้มั้ยเมื่อกี้ฉันฝันว่าพาหมูหย็องไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะด้วยแหละ”
            ครึ่งวันผ่านไป
            “อ๊าก!จะมีใครเอาข้าวไปให้หมาฉันกินบ้างมั้ยเนี่ย”
            “นี่ๆๆ ไอ้เผือก หมามันไม่กินข้าวกลางวันหรอกนะ -_-“ รันทำสีหน้าเซ็งๆ
            “เออเนอะ!จริงด้วย”
            คาบเรียนสุดท้ายผ่านไป
            “เย้ๆๆๆๆ โรงเรียนเลิกแล้วโว้ย!ฉันไปก่อนนะทุกคน เฮ้!ไปก่อนนะรัน บายนะเฟรช”
            ฟอดดดดดดดด
            “O.+” อ๊ากกกก!ยัยบ้านี่มันหอมแก้มช้าน ฮือๆๆ จะไปทำไมไม่ไปดีๆ นะ แก้มนุ่มๆ ของช้านนน
            “กลับกันเถอะเฟรช”
            “อือ” ฉันตอบเสียงเนือย
            “ให้ตายสิ!!!วันนี้ฉันมาโรงเรียนเพื่อมาฟังยัยเพี้ยนนั่นพร่ำเพ้อถึงหมาหมูหย็องนั่นรึไงนะ”
            “ฉันก็คิดเหมือนแกแหละรัน”
            “แกไปไหนต่อมั้ย”
            “ไม่ล่ะ ฉันง่วง อยากนอนชะมัด บ้าเอ้ย!วันนี้ไม่ได้งีบเลยเนี่ย เพราะยัยนั่นแท้ๆ”
            “งั้นแยกกันตรงนี้นะ บ๊าย บาย” แล้วรันก็โบกมือจากไป
           
            “อ้าวเฟรช!หวัดดี”
            “อ๊ะคิน!!นายจะไปไหนอ่ะ”
            “ดื่มแก้เซ็ง ไปด้วยกันมั้ย”
            “ฮ๊ะ!ดื่มตอนนี้นี่นะ”
            “อือ”
            “ไม่ล่ะ ฮ่าๆ ว่าแต่นายเป็นอะไรน่ะ สีหน้าดูหมองๆ อกหักรึไงยะ”  ฉันเอียงคอมอง
            “เอ...ใครจะกล้าหักอกนายกันล่ะหนุ่มฮอตอันดับหนึ่งของโรงเรียนเชียวนะ”
            “ฮะๆ คิดให้ตายก็คิดไม่ออกหรอกยัยบ๊อง!พอดีของสำคัญฉันหายไปน่ะ”
            “โหย!คงจะสำคัญมากจริงๆ ฉันเสียใจด้วยนะ”
            “อืม” หมอนี่กลายเป็นคนพูดน้อยไปเลยแฮะ ปกติก็ไม่ค่อยพูดอยู่แล้วด้วย
            “งั้นฉันไปก่อนนะ ขอให้นายเจอมันเร็วๆ ล่ะ”
            “ขอบใจนะ ไว้ค่อยเจอกัน” ฉันเตรียมเดินผละออกมา
            “เอ้อ!คินๆ เอ่อ...” หมอนั่นหันหน้ามาเป็นสัญญาณว่า ‘มีอะไร’
            “เอ่อ...บอกเพื่อนนายเอาเงินมาคืนให้ฉันด้วยนะ” คินทำหน้างง
            “ใครอ่ะ”
            จะว่าไงดีนะ ถ้าพูดไปแล้วหมอนั่นจะว่าอะไรฉันมั้ยเนี่ย เอ..แต่นี่ก็สามวันแล้วฉันยังไม่มีวี่แววจะได้ตังค์คืนเลยนี่นา ถ้าไม่ได้คืนคงอดดูคอนเสิร์ตแน่ๆ เอาวะ
            “เอ่อ...ดรากอนอ่ะ” คินหน้าเหวอ ทำตาโต
            “หมอนั่นเนี่ยนะติดตังค์เธอ”
            “ใช่!ถ้านายเจอ...” ฉันพูดยังไม่ทันจบก็มีใครพูดแทรกขึ้น
            “ไม่ต้องพึ่งหมอนี่หรอก ฉันอยู่นี่”
ฉันกับคินหันไปทางเสียงนั้นก็เจอใครบางคนยืนใช้มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าอีกข้างหนึ่งถือเสื้อพาดบ่า ทำหน้าบึ้งอยู่ อ่า ดูดีชะมัดยาด
            “หึหึ กลัวจะไม่ได้คืนมากนักรึไง” ฉันอยากจะชกหน้าหล่อๆ นั่นชะมัด ดูทำเข้าสิ!
            “ใช่น่ะสิ นายเอามาคืนฉันได้แล้วตอนนี้เลย พร้อมดอกเบี้ยด้วย อืม...สรุปแล้วเอามาห้าพัน”
            “หึ!ยัยงก!!! เธอนี่มันหน้าเลือดจริงๆ”
            “ใครบอกให้นายมาติดตังค์ฉันล่ะ!”
            “ใครว่าฉันติดเธอ ฉันแค่ยืมหรอกน่า!!”
            “แค่ยืมเหรอ แล้ว ’ยืม’มันไม่ได้แปลว่าจะใช้คืนให้รึไง!!!”     
            “โธ่โว้ยยย!!!” ตอนนี้เรายืนเถียงกันหน้าโรงเรียนโดยมีคินซึ่งทำหน้างงๆ ปนเหลือเชื่อกั้นกลาง
            “ลูกหนี้อย่างนายมีสิทธิ์กล้าตะคอกใส่เจ้าหนี้รึไง หน้าไม่อาย!!!”
            “เธอว่าไงนะ หน้าไม่อายงั้นเหรอ ฮึ!คนอุตส่าห์เอาตังค์มาให้ งั้นฉันไม่คืนแล้ว เธอจะทำไม!” ดรากอนเก็บเงินที่เอาออกมาตอนไหนไม่รู้เข้าไปไว้ในกระเป๋าดังเดิม
            “อ๊ากกก!นี่นายจะเอาตังค์ฉันไปแบบนี้รึไง หน้าด้าน!!!”
            “ใครบอกให้เธอมาว่าฉันก่อนล่ะ หึ!ดีล่ะ ว่าฉันหน้าด้าน ฉันก็จะหน้าด้านอย่างนี้แหละไม่ต้องเอามันแล้ว!”
            “แว๊กกก!นี่นาย!!!” ฉันชี้หน้ามัน พูดไม่ออกค่ะ ฮือๆ เกิดมาเพิ่งจะเคยเจอผู้ชายนิสัยแย่ๆ แบบนี้แหละ
            “พูดกันดีๆ ก่อนสิ ตอนนี้ฉันเป็นต่อเธอนะ”
            “หยุดได้แล้วดรากอน!นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย ดูสิยัยเฟรชจะร้องไห้อยู่แล้ว” คินยังไม่เลิกทำหน้าเหลอหลา
            “ก็แค่...”
            “กรี๊ดดดดดดด!ดรากอน มารับน้ำหวานเหรอคะ!!!”
            “ซวยแล้วไง!!!” โดยไม่ทันตั้งตัว หมอนี่ก็ลากแขนคินวิ่งไปทันที  อ๊ากก!แม่จ๋า หนูโดนชักดาบบบบบบ
            “กรี๊ดดด!ดรากอนวิ่งไปโน่นแล้วคุ้กกี้ กรี๊ดดด!เป็นเพราะตกใจหน้ายัยนี่แน่เลย” แล้วมันก็ชี้มาทางฉัน แล้วจะแหกปากให้ได้กระดูกรึไงยะ
            “มันตกใจใครกันแน่ฮะ พอเธอมาก็วิ่งหนีไปเลย ฮ่าๆๆ” ฉันหัวเราะเหมือนคนบ้า ฮือๆ เงินช้านนนน
            “เธอกล้าว่าให้ฉันเหรอ!!” น้ำหวานกระชากผมฉัน
            “โอ้ย!!เธออยากตายรึไงฮะ!!!” ฉันหยุดหัวเราะแล้วบีบแขนน้ำหวาน
            “เพราะเธอคนเดียว!!ฮึ่ย!เธอทำให้ลูกหนี้ฉันหนีไป เธอจะรับผิดชอบยังไงฮะ”
            “เจ็บนะ!!!ใครเป็นลูกหนี้เธอดรากอนเหรอ อ๊ะ!หรือว่าคิน...นี่ฉันหูไม่ฝาดใช่มั้ยคุ้กกี้” ยัยน้ำหวานทำท่าแคะหู
            “ฉันว่าไม่ใช่ทั้งสองคนหรอก ผู้ชายเพอร์เฟ็กต์ไปหมดทุกอย่างแบบนั้นจะมาเป็นหนี้ยัยนี่ได้ไง”
“ฉันว่าเราไปกันเถอะ อย่าไปยุ่งกับยัยนี่เลย ดูสิ!ทำท่ายังกับหมาบ้า” อ๊ากกกก!ยอมไม่ได้แล้วโว้ยยยย
            ผลัก!!!
            วันนี้ไม่มีตบค่ะ ฉันแค่ผลักน้ำหวาน แต่คงจะแรงไปหน่อยเลยเซไปล้มทับกับยัยคุ้กกี้ที่ยืนข้างๆ
            “กรี๊ดๆๆ นี่แกกล้าผลักฉันเหรอ!!!”
            “อือ!คิดว่าฉันจะตบเธอรึไง” ฉันบอกก่อนจะชิงเดินออกมา โว้ย!วันนี้มันวันอะไรนะ
            ฮึ!คอยดูนะฉันจะต้องหาวิธีให้หมอนั่นคืนตังค์ฉันให้ได้ แล้วอยู่ๆ สมองอันชาญฉลาดของฉันก็ผุดเอาความคิดหนึ่งขึ้นมาได้ ฮ่าๆๆ คราวนี้แหละหมอนั่นต้องเสร็จฉันแน่ รีบกลับบ้านไปเตรียมแผนการดีกว่า ฮุฮุ
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 181 ท่าน