Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
เธอ...คนเดียวในหัวใจ
สวัสดีความรัก
3
3
28/10/2554 16:39:46
404
เนื้อเรื่อง
ถูกจองจำอยู่ในห้องแคบ น่าเบื่อ  อยากออกไปข้างนอกบ้างอะไรบ้าง เมื่อกี้ไม่น่าบนร้อนเลยง่ะป้าแก ความจริงควรเรียกว่าแม่สิเนอะ แกเลยออกไปหาของเย็นๆมาให้ (ความจริงดูๆไปแกก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร แถมใจดีด้วย) แต่ตอนนี้ฉันคิดถึงบ้านนน คิดถึงที่นอนนุ่มๆ คิดถึงเพื่อนๆ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เราถึงจะได้กลับบ้านอีก  กลับบ้านได้คราวนี้เราจะอยู่บ้านซักอาทิตย์ให้หายคิดถึงไปเลย ในห้องนอกจากทีวีเครื่องนี้แล้ว ก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลย นี่ถ้าขาไม่เจ็บฉันคงออกไปข้างนอกแล้วหล่ะ
                แกร๊ก…
                เย่ๆกลับมาแย้ว >_<
                “แนน พวกเรามาเยี่ยม”
 o_O  ใครอีกหล่ะฉันจะรู้จักพวกเธอไหมเนี่ยยัยน้องแนนเอ๋ยเข้าใจคบเพื่อนนะ เอาซะแก่เชียว แถมแต่ละคนถึกๆทั้งนั้นเลย มีดูดีคนเดียว ยัยคนที่ยืนตรงกลางก็ สูงยาวเข่าดีเหลือเกิน เสียอย่างเดียวดำไปนิสนึง พูดถึงมันก็ดำทั้งแก๊งนั่นแหละ ยกเว้นฉัน เพราะฉันขาว ^.^
                “ได้ข่าวว่าเธอ จำอะไรไม่ได้เลยนิ”ยัยอ้วนตาตี่ถามฉัน ด้วยท่าทีเป็นมิตรม๊ากกก (ประชดโว้ยยย)
“หรอ แล้วรู้ได้ยังไง”
“ถามพยาบาลหน้าห้องหน่ะ”ยัยนี่หน้าตามันเจ้าเล่ห์พิกล             
                “แล้วพวกเธอเป็นใคร”
                “นี่เธอจำเพื่อนสนิทไม่ได้เลยหรอ”
                “หึ จำไม่ได้”
                “บิว ท่าท่างมันจะจำไม่ได้จริงๆ ดูคำพูดคำจามันสิ ไม่เหมือนเดิมเลย” อ้อ ยัยผอมชื่อบิวนั่นเอง
                “มันก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ เชอรี่” ยี้ เชอรี่ อ้วนดำขนาดนี้ไม่น่าใช่เชอรี่ น่าจะชื่อขนุนมากกว่า
                “คิคิ”
                “ขำไร” ยัยคนนี้พูดได้ด้วยหรอเธอ เห็นเงียบอยู่นาน แล้วชื่ออะไรหล่ะ
                “เธอชื่ออะไร”
                “จำไม่ได้จริงๆหรอ” จำได้จะถามทำเพื่อ…
                “ปิงปิง” ชื่ออย่างกะหมาแถวบ้าน ฮ่าๆ
                “เธอยิ้มอะไรนักหนา”บิวถามฉัน สายตาเธอเนี่ยนะ อย่างกับตัวโกงละครน้ำเน่า เก็บๆบ้างก็ได้ ไม่ต้องแสดงให้คนเค้ารู้ขนาดนั้นว่าเธอไม่ชอบฉันไม่ใช่สิ ไม่ชอบน้องแนนต่างหาก
                “อ้าว คนมีความสุขให้นั่งร้องให้หรือไงเล่า แล้วอีกอย่าง ชื่อของพวกเธอ เชอรี่ ปิงปิง มันฟังแล้วมันแมร่งๆ ยังไงไม่รู้”
                ท่าทางยัยคนที่ชื่อบิวจะร้ายไม่เบา
                “ที่ฉันมาในวันนี้ก็แค่มาดูเพื่อความซ่ะใจ เท่านั้น อย่าคิดหลงตัวเองว่าฉันมาเพราะว่าเห็นเธอเป็นมิตรจริงๆหลอกนะ”
                ซ่ะใจฉันหรอ ฉันนี่มองคนไม่เคยผิดจริงๆ พวกแกมันเป็นคนเลวจริงๆด้วย
                “จะบอกอะไรไว้ให้นะ ที่แกเจอมันยังน้อยไปด้วยซ้ำ อย่างแกมันน่าจะเจออะไรที่หนักกว่านี้หรือไม่ก็ตายไปเลย ถ้าแกยังไม่เลิกกับเบียร์ ฉันจะเอาแกให้ถึงตาย!!”
                ดู ดู้ ดูมัน พูดซะอย่างกับมันเป็น…เฮ้ย อีนี่มันทำฉันหรอเนี่ย
                “แกขับรถชนฉันหรอ!”
                “ฉลาดนิ แต่ผิดไปนิดเพราะฉันไม่ได้ลงมือทำเอง”
                “ใช่ฉันฉลาด แต่แกมันโง่” เรื่องเลวของตัวเองยังเที่ยวมาบอกชาวบ้านอีก อย่างนี้มันต้อง
                เพียะ! หมับ โครม
                เสียงเมื่อกี้หน่ะหรอ ฉันป่าวทำอะไรนะ แค่ยกมือแล้วก็ไปโดนหน้ายัยบิวอะไรนั่นเท่านั้นเอง แล้วเผอิญฉันกำลังจะตกจากเตียงก็เลยคว้าหัวมันโขกกับโต๊ะ แหะๆ ทีอย่างนี้ความเจ็บหายไปหมดเลยแฮะ
                “คนเลวอย่างแกแค่นี้มันยังน้อยไป”น่านปากดีอีกฉัน แหะๆ
                “หน่อยแก เชอรี่ ไปดูต้นทาง ปิงปิง จับแขนมันไว้วันนี้มันต้องตายด้วยมือฉัน”
                เสร็จหล่ะเล่นหมาหมู่นี่หว่า ยัยปิงปิงล๊อคแขนฉันซะฉันขยับไม่ได้เลย จะทำไงดี นี่มันจะฆ่าฉันจริงๆหรอเนี่ย
                “ชะ…ชะ…ช่วย”
หมับ!
                “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!”
                “เบียร์”
ว้าว พระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยแล้ว พี่เบียร์คว้าแขนยัยนั่นไว้อย่างทันท่วงที อย่างกะพระเอกในละคร ฉายแวว ซุปเปอร์สตาร์เชียว
                “คุณทำอะไร”
                “ก็ทำในสิ่งที่ควรทำยังไงหล่ะ”
                “ทำไม ทำไมคุณไม่หยุดซักที คุณก็รู้ว่าผมรักน้องแนน รักน้องแนนคนเดียว ต่อให้คุณฆ่าเธอจนตายหรือฆ่าผมให้ตายคุณก็ไม่มีวันได้หัวใจของผมแล้วคราวนี้ผมไม่ปล่อยคุณไว้แน่”
                “อ้อ หรอ ฉันก็อยากรู้นักว่าพวกแกจะทำอะไรฉันได้”
                “แคร่กๆๆ”
                “น้องแนน เป็นไงบ้างครับ”
                “เมื่อคุณไม่รักฉัน ก็อย่าหวังว่าฉันจะให้คุณมีความสุขกับยัยเด็กนี่ได้หลอก”
                “ให้ฉันหายดีซะก่อนเถอะ อีบ้า ฉันจะเล่นแกให้น่าดูเลย”
                “นะ…น้องแนน o_O”ไม่เห็นพี่เบียร์จะต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้นเลย
                “ความจำเสื่อมแล้วกลายเป็นคนสู้คนไปเลยหรอ ปากคอเลาะร้ายดีนิ ดี ฉันกลับมาฆ่าเธอแน่ไม่ต้องห่วง”
                “ก็ลองดูสิ ฉันไม่กลัวแกหลอก”
                ปัง!!!
                “น้องแนน”
                “แนน เมื่อกี้ คุณบิวมาทำอะไรลูก เจ็บตรงไหนไหมลูก”
                “ทำไมต้องเรียกมันว่าคุณบิวด้วยหล่ะ หนูไม่เจ็บอะไรหลอกคะ แค่เกือบตายเท่านั้นเอง มันบีบคอหนูเกือบตายเลยนะ แม่ยังจะเรียกมันว่าคุณอีกหรอ”
                “แม่ แม่แค่ไม่อยากให้ลูกไปมีปากเสียงกับเค้า พ่อเค้ามีอิทธิพลมากนะลูก เค้าฆ่าเราได้โดยที่กฎหมายเอาผิดอะไรเค้าไม่ได้เลยนะ”
                ใช่เมื่อกี้มันก็เกือบฆ่าฉัน แล้วมันก็ขับรถชนฉัน ยี้นังสารเลว
                “แล้วที่เค้ามาละลานเราถึงที่นี่ เราจะนิ่งอยู่ได้ไง”
                ประเทศไทยทำไมต้องมีคนแบบนี้อยู่ด้วยนะ ประเทศเราไม่เจริญเพราะพวกมันนี่เอง
                “หนูไม่กลัวค่ะ”
                “น้องแนน^_^ เข้มแข็งขึ้นมากเลยนะ รู้ตัวเปล่า”  พี่เบียร์พูดพลางเอามือลูบหัวฉัน เป็นแฟนที่น่ารักมั่กๆ ตัวฉันมันไม่ได้เข้มแข็งขึ้นหลอก ยัยน้องแนนของพี่เบียร์นั่นแหละที่อ่อนแอเอง
                “ไหนอ่ะ ของชอบแนน”
                “แท่น แท้นน”
                “ว้าววว”
                ฝอยทอง ให้ตายเถอะ ของโปรดเลยนะเนี่ย อิอิ
                “งั้น น้ำแข็งใสของแม่คงเป็นม่ายแล้วสินะ”
                “ไม่ๆ คะน้ำแข็งใสหนูก็ชอบ แล้วอีกอย่างหนูยังไม่หายร้อนเลยต้องกินมันด้วยเหมือนกัน”
                “ฮ่าๆ น้องแนน ทานเก่งขึ้นด้วยนะครับแม่”
                วันนี้…ฉันเจอแต่เรื่องร้าย
               
                เย้ๆ วันนี้จะได้กลับบ้าน ถึงจะไม่ใช่บ้านเราก็เถอะ มันก็ยังดีกว่าโรงพยาบาล
                พี่เบียร์กับแม่ของน้องแนนเทคแคร์เราดีมากจริงๆ ความสุขแบบนี้ ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยแฮะ แต่ก็ดีแล้วแหละที่เรามีความสุข เพราะอาจจะต้องอยู่กับพวกเค้าไปอีกซักพัก จนกว่าจะมีวิธีที่ทำให้เราได้กลับบ้าน
               
“จัดการเธอให้ผมด้วย ผมรับไม่ได้กับพฤติกรรมแย่ๆของเธอแล้ว ถ้าทำได้แกไม่ต้องห่วงว่าที่บ้านแกจะลำบากอีก”
-นายก็รู้ฉันมันแค่ตำรวจนายเล็กๆ จะไปจับคุณๆเค้าได้ไงหลักฐานก็ไม่มี-
                “ถ้านายอยากเลื่อนขั้นก็ไปสืบมาให้ได้สิ ว่าใครทำ”
                -เอาแต่ใจวะ  อาวเฮ้ยอย่าเพิ่งวางดิ…-
                ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด
 
                “แม่พี่เบียร์ไปยืนถือกระบอกน้ำที่ระเบียงทำไม”
                “ไหนหล่ะลูก”
                “นั่นไงกำลังจะเข้ามาพอดี”
                “คิกๆ ไม่ใช่ลูก นั่นมันมือถือ”
                “อ้าว ฮ่าๆ หนูลืมไปว่าสมัยก่อนมือถือมันอันใหญ่ ถ้าแม่ได้ไปที่บ้านหนูนะจะเห็นว่ามือถือหนูอันจี๊ดเดียวเอง”
                “บ้านไหนนะลูก”
                เออ ลืมไป ตอนนี้เราเป็นคนยุคโลเทคโนโลยีนี่นา ปากเรานี่นะ
                “หนูล้อเล่นคะ ฮ่าๆ แม่เชื่อด้วยหรอ”
                “นั่นสิเนอะ คิกๆ”
                ลอดตัวไป
                “ผมพลาดเรื่องอะไรไปหรือเปล่าครับ”
                “พลาดจ๊ะ”
                “ใช่ๆ เมื่อกี้แนน เห็นมือถือพี่เป็นกระบอกน้ำ อิอิ”
                “เฮ้อออ เราเนี่ยนะ พร้อมกลับบ้านยัง”วันนี้หน้าพี่เบียร์ดูไม่ค่อยสดชื่นเลยง่ะ
                “พร้อมตั้งแต่ 2 วันที่แล้วแล้วคะ”
                “งั้นวันนี้ไม่พร้อมแล้วหน่ะสิ”ง่ะพี่เบียร์เครียดเรื่องอารายยยย
                “ง่ะ”
                “พี่ล้อเล่น คร้าปะ กลับบ้านกัน มาน้องแนน เดี๋ยวพี่พยุง”ง่ะ T_Tแล้วหน้าพี่เค้าก็กลับสู่โหมดปรกติ เฮ้อออ
                “พี่ หนูไม่เป็นไร ไม่เจ็บแล้วเดินเองได้”
                “ว้ายยย”
                “เห็นม่ะ ลุกยังเซเลย ยังจะดื้ออีก”
แหะๆ ก็คนมันเขินนี่ >//<อยู่ดีๆ ก็มีคนหล่อ แถมยังเป็นขวัญใจของฉันอีกมาบอกว่าเราเป็นแฟน ถึงจะในนามก็เหอะ ยังไงก็อดรู้สึกว่าตัวเองโชคดีไม่ได้ แต่ยัยน้องแนนโชคดีกว่า เพราะตอนนี้ พี่เบียร์เข้าใจว่าเราคือน้องแนน ทั้งๆที่ฉัน ไม่ใช่เธอ แต่ก็ไม่รู้ทำไม ฉันกับเธอ ซึ่งมีชื่อเล่น และหน้าตาเหมือนกัน และฉันกลายมาเป็นเธอ แปลกดีแฮะ  อยากรู้ง่ะ ว่าตอนนี้เธอไปอยู่ที่ไหน หรือไปเป็นตัวฉันในโลกปัจจุบันกันนะ
               
                ระหว่างทางกลับบ้านพี่เบียร์เป็นคนขับรถ รถคันนี้ไม่มีแอร์หรอกนะแต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าร้อนอะไรมากมาย ฉันนั่งเบาะหน้าข้างๆพี่เบียร์ส่วนแม่นั่งข้างหลัง ฉันก็ถามโน่นถามนี่ไปเรื่อย เพราะความสงสัย บ้านเมืองในสมัยนี้พูดตามจริงก็ห่างกับปัจุบันแค่ 21 ปี แต่มันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน รถยนต์ก็ไม่เห็นมากเหมือนกับที่ที่เราอยู่เลย บรรยากาศโดยรอบ มองแล้วสบายตา มีต้นไม้ร่มรื่นเต็มไปหมด เพราะอย่างนี้หล่ะมั้งอากาศเลยไม่ร้อนมากไม่เหมือนบ้านฉันเลย ร้อนทั้งทีแอร์ก็เอาไม่อยู่
                “บ้านเราอยู่ไหนคะ”
                “อยู่แถวๆรามอินทรา”
เอ๋งั้นก็แถวบ้านๆเราหน่ะสิ
                “แม่ว่าถ้าลูกได้ไปเห็นบ้านเรา จะต้องจำอะไรได้บ้างแน่นอนเลย”
                แหะๆ คงยากที่จะจำได้ ฉันไม่ได้ความจำเสื่อมน้า สงสัยต้องเรียนรู้ชีวิตของน้องแนนคนนี้ซะแล้ว ว่าแต่ เราย้อนกลับมาแค่ 21 ปีนี่นา งั้นแม่กับพี่เราก็ต้องมีตัวตน เราก็ไปหาพวกเค้าได้ ไม่ต้องทนคิดถึงแล้ว
                “พี่เบียร์”
                “คะ”
                “บ้านเราอยู่ตรงไหนของรามอินทราคะ”
                “พูดไปน้องจะจำได้หรอคะ เอาเถอะๆ อยู่รามอินทรา 109”
                รามอินทรา 109 เราก็อยู่ซอยนั้น ถ้าหมู่บ้านเดียวกันก็ดีหน่ะสิ
                “อยู่หมู่บ้านมัฌฑนาใช่ใหมคะ”
                “มีที่ไหนหล่ะน้องแนน เราอยู่ธีรวรรณยังไม่ต้องรีบนึกความหลังก็ได้เดี๋ยวน้องแนนจะค่อยๆจำได้เองคะ”
                “คะ”
                ถึงยังไงหมู่บ้านธีรวรรณฉันก็รู้จัก ถัดไปอีก 2 ซอยก็เป็นบ้านฉัน แล้วที่ตรงนี้มีทางกลับรถที่เดียวคือหน้าหมู่บ้านที่ฉันอยู่ จะเข้าหมู่บ้านธีรวรรณก็ต้องไปกลับรถตรงนั้นอยู่ดีคิกคิก บ้านฉันสมัยเมื่อ 21 ปีที่แล้วจะเป็นไงบ้านน้า
                ไม่น่าเชื่อว่า สมัยนี้ทางในซอยจะแคบมากๆ และสองข้างทางก็มีแต่ต้นไม้ ในยุคที่เราอยู่ ต้นไม่ไม่มีแล้ว มีแต่ตึก แถมมีถนนตั้ง 4 เลนส์ นี่มี 2เลนส์ เอาไว้ให้รถสวนกลับไปกลับมาเท่านั้นเอง
                “น้องแนน หิวยังคะ”
                “ไม่หิวคะ” ความจริงแล้วหิว แต่อยากไปดูบ้านของฉันมากกว่า เผื่อจะได้เห็นแม่กับพี่เราด้วย
                “งั้นกลับบ้านแล้วแม่จะทำของอร่อยๆให้เราทานนะ”
                “คะ” ครอบครัวฉันไม่เห็นอ่อนโยนอย่างนี้บ้างเลย น่าน้อยใจจริงๆ
                “อ้าว พี่เบียร์ทำมกลับรถตรงนี้หล่ะ ไม่กลับซอยหน้าหล่ะคะ”
                “ก็บ้านเราอยู่ตรงนี้ จะไปกลับทำไมซอยหน้าหละคะ”
                เออ จริงด้วย แย่จังก็ก็ตอนที่ฉันอยู่มันมีที่กลับรถที่เดียวคือซอยหน้านี่ อย่างนี้ก็อดเห็นบ้านตัวเองหน่ะสิ
                “น้องแนนมีอะไรหรือเปล่าคะ จะไปทำอะไรที่ซอยหน้าคะ”
                “เปล่าคะ แค่จำผิดนึกว่ากลับรถซอยหน้า”
                “ไม่เป็นไรคะน้องแนน นี่ไงถึงบ้านเราแล้ว”
                ว้าวบ้านหลังนี้น่ารักซะมัด เป็นทาวเฮาส์ ชั้นเดียว เนื้อที่ไม่มาก ด้านข้างมีเนื้อที่ไว้ปลูกต้นไม้ดูแล้วร่มรื่นไม่น้อย มีประตูรั้วสีขาวหลังคาสีชมพูอ่อน ที่รั้วแขวนกระเช้าต้นคุณนายตื่นสายบานสะพรั่งเต็มไปหมด มีทั้งสีขาว ขมพู ส้ม แดง เหมือนบ้านในการ์ตูนเลย ดูแล้วโดดเด่นกว่าบ้านหลังใดๆในหมู่บ้านนี้เลย
    “สวยจังเลยคะ”
    “ลูกนั่นแหละจ๊ะ ที่เป็นคนออกแบบ”
ฉันเนี่ยนะ ไม่ใช่สิต้องบอกว่าน้องแนน คนนั้นต่างหาก อย่างฉันจะไปมีปัญญาทำอะไรขนาดนี้ได้
    “น้องแนน เข้าไปดูข้างในกันดีกว่า”
    “ค่ะ”
มาถึงตอนนี้ หลายคนอาจจะงงว่า แล้วพี่เบี่ยร์อยู่บ้านเดียวกับแนนได้ไง เรื่องมันเป็นอย่างนี้
ผมชื่อเบียร์ ชื่อจริงของผมคือ นายธีรนัยน์ กานจนาด้วยเหตุที่ว่าแม่ผมท่านเสียตั้งแต่ ผมอายุ 9ขวบ ด้วยโรคมะเร็ง พ่อผมก็ไม่มี (ความจริงก็ต้องมีแหละครับ แต่ว่าท่านเลิกกันและขาดการติดต่อกันไปเลยผมจึงไม่รู้จะไปหาท่านได้ที่ไหน) และแม่ผมกับแม่ของน้องแนนเป็นเพื่อนกัน ก่อนตายท่านเลยฝากผมไว้กับแม่ของน้องแนน ตอนที่ผมมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ น้องแนนเพิ่งจะอายุได้ 4 ขวบเองครับ เธอเป็นเด็กที่เรียบร้อย น่ารัก อ่อนโยน  จึงเป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องดูแลเธอเป็นพิเศษ แรกๆก็ดูแลเธอแบบเป็นน้องสาว แต่พอเราเริ่มโตขึ้นความรู้สึกแบบพี่สาวน้องชายมันก็เริ่มหายไป บวกกับว่าแม่ของน้องแนนก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรเลยอนุญาตให้เราสองคนนั้นคบกัน ผมเชื่อว่าเราเป็นแฟนที่รู้ใจกันมากกว่าคู่รักคู่อื่นแน่นอน น้องแนนเธอคือชีวิตของผม คือหนึ่งเดียวในดวงใจของผม แม่ของน้องแนนดูแลผมเสมือนลูกชาย ท่านส่งผมเรียนจนจบ ตอนนี้ผมทำงานอยู่ที่การบินไทย เป็นผู้จัดการผ่ายการบิน แต่ผมไม่ต้องขึ้นบินนะครับ(เพราะผมใช่สจ๊วต:ไม่ต้องบอกคนอื่นเค้าก็รู้ย่ะ)แค่ดูแลฝ่ายเที่ยวบินเท่านั้น เรื่องเงินเดือน สบายครับ นอกจากจะเลี้ยงดูแม่และน้องแนน ได้สบายๆแล้วยังมีเงินเหลือเก็บอีกตั้งมาก เมื่อ2อาทิตย์ก่อน ผมกะจะขอน้องแนนแต่งงาน แต่ว่า มันก็มาเกิดเรื่องซะก่อน คือว่าน้องแนนถูกรถชน ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างที่ผมวางแผนมา มันต้องชะงัก…
พอๆ พอก่อน เยอะไปและ แหวะจะอ้วกตรงหนึ่งเดียวในดวงใจของผมนี่หล่ะ เป็นไง เป็นไง  นี่ฉันเล่าทุกอย่างตามที่ได้สอบถามกับพี่เบียร์เลยนะเนี่ย ถึงแม้คำพูดบางอย่างมันจะดูเลียนๆไปหน่อยเถอะ แต่รับรองได้ฉันไม่ได้บิดเบือนความเป็นจริงเลยแม้แต่น้อยทุกอย่างที่พูดไปล้วนเป็นความจริงค่ะท่านผู้อ่าน แต่เรื่องสำคัญว่าเรื่องทุกอย่างเหล่านี้คือฉันรู้มาว่าน้องแนนเธออายุ 22 ปี ฉันเรียกเธอว่าน้องไม่ได้แล้วต้องเรียกพี่แนนสิเนอะ ฉันจะทำยังไงในเมืออายุสมองฉันมัน 16 ปีเอง ช่างเถอะ เป็นไงเป็นกันสิ พอกลับไปโลกปัจจุบันของฉันนะ ฉันจะเอาข่าวของพี่เบียร์ไปขาย อิอิ –เรื่องลับๆที่ไม่มีคนรู้ของผู้ชายชื่อเบียร์-คิกคิก  ชั่วร้ายเหลือเกินเรา     
ติ๊ง นอง ติ๊ง นอง ติ๊งๆๆๆๆๆๆๆ
เหวอ ไอ้บ้าที่ไหนกดออด กวนทีนชะมัด ถึงฉันจะไม่เรียบร้อยนักแต่ก็พอจะรู้ว่า วิธีกดออดบ้านคนอื่นเค้าให้กดแค่ 1 ครั้งเท่านั้นย่ะ
    “ลักษณะแบบนี้รู้เลยว่าใคร” พี่เบียร์เป็นคนพูด สงสัยเป็นเพื่อนละมั้ง
    “เปิดประตูช้าวะ ไอ้เบียร์ มีใครเคยบอกปะว่าการวางโทรศัพท์ก่อนคนอื่นพูดจบมันเสียมารยาท”
ไอ้ผู้ชายคนนี้มันเสียงคุ้นๆแฮะ พูดจากวนชะมัด
    “ก็แกมันไม่ใช่คนอื่นมันเพื่อนฉัน ก็เลยทำแบบนั้นได้”
    “แล้วอีกอย่าง ใช้โน่น ใช้นี่ จนฉันไม่มีเวลาไปเยี่ยมน้องแนนเลย เห็นไหมเนี่ย”พูดถึงฉันด้วยง่ะ(น้องๆหนูแอบฟังคนอื่นคุยกันนิสัยไม่ดีนะ:แต่พี่จำเป็น >.<)
    “แกไม่ต้องมาบ่อยๆดีแล้ว ฉันไม่ไว้ใจหว่ะ”
    “น้องแนน อยู่ข้างไหน ไหมเอ่ย พี่ชายสุดหล่อมาหา”
ยี้ ฉันไม่อยากออกไปเสวนาด้วยจริงๆ น้ำเสียงสุดจะกวนทรีน มันเหมือนกับ…เหมือน…
    “น้องแนน  มีคนมาหาค่ะ”
O_O O_o -_- ไม่น่ะ เสียงนี้ ก็คือ
    “พี่นิว”
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 151 ท่าน