Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
เล่ห์รักร้าย นายลูกหนี้
TGpegasus
ตอนที่ 3
4
28/10/2554 08:55:26
380
เนื้อเรื่อง

ตอนที่ 3

            “แกจะกลับบ้านรึยังเผือก

            อือ! คงจะเป็นเช่นนั้น ครูสมพลนี่ยอดจริงๆ เทศน์ตั้งแต่เที่ยงยันบ่าย 4 เลยแน่ะ เหอะๆ

            ทุกทีก็เป็นเช่นนั้นไม่ใช่เหรอ ฮ่าๆ หน้าฉันมีแต่น้ำลายแล้วมั้งเนี่ย

            ฉันกับเผือกหัวเราะฝืดๆ เดินลากตูดผ่านตึกหนึ่งจนถึงหน้าประตูโรงเรียน และก่อนที่เราจะได้เริ่มต้นบทสนทนาฉบับต่อไป ฉันก็เห็นชะนีสองตัวยืนพิงตู้ไปรษณีย์ บนฟุตบาธมีกระเป๋าสองใบวางระเกะระกะ

            ไงยะ!! อย่าหวังนะว่าแค่นี้ฉันจะยอมพวกแกน่ะ ยัยชะนีตัวที่หนึ่งพูด

            เหอะ! ฉันก็ไม่ได้หวังให้พวกเธอยอมเราหรอก ไม่งั้นจะขาดสีสันเผือกโต้ตอบด้วยน้ำเสียงกวนๆ

            หน็อย! นังนี่อยากโดนดีอีกรึไง ยัยชะนีตัวที่สองรีบเสนอหน้า มือก็พร้อมเงื้อฝ่ามือขึ้น

            ฮึ่ยยย! ฉันชักจะรำคาญแล้วนะ อยากกลับบ้านโว้ย!!!! เจ็บตูดดดดดด

            งั้นก็เข้ามาเซ่! จะมัวมายืนทื่ออะไรอยู่ล่ะ อยากตบก็เข้ามาเลย

            หุหุ เวลาคนเราอารมณ์เสียมักจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ อืม...ตอนนี้ฉันก็คงจะเป็นแบบนั้นสินะ ทั้งเจ็บ ทั้งหิว ยัยพวกนี้ยังจะเสนอหน้ามาหาเรื่องอีก แม่เลยกระชากคอเสื้อมันขึ้นมาพร้อมกับง้างกำปั้นออก (อ่า คงจะไม่เถื่อนใช่มั้ยคะ)    

กรี๊ดดดด นังบ้า! แกจะทำอะไรเพื่อนฉัน ปล่อยคุ้กกี้เดี๋ยวนี้นะ

            เฮ้ย!!! เฟรชพอเถอะ ฉันอยากกลับบ้าน

            ฉันปล่อยยัยคุ้กกี้ลง ยัยน้ำหวานเลยลากมันให้พ้นออกจากรัศมีของฉัน ดูหน้ายัยนี่สิ พองยังกับปลาบึกชนเขื่อนแม่น้ำโขงเลย

            แต่ฉันมีอะไรจะบอกพวกเธออย่างหนึ่งนะ หึ! อย่ามายืนข้างตู้ไปรษณีย์ที่มีฉากหลังเป็นหลักกิโลเลย มันดูกลมกลืนน่ะมองแล้วมันน่าเกลียด

            ฉันพูดแค่นั้นแหละ แล้วดึงเผือกออกมาแต่ก็ยังไม่พ้นเสียงกรีดร้องระดับร้อยยี่สิบเดซิเบล ของยัยชะนีสองตัวนั่นอยู่ดี เหอะๆ มลพิษทางเสียงแท้ๆ อ๊ากกกก! เจ็บตูด!!!!

            หลังจากเดินแยกกับเผือกแล้ว ฉันก็ยอมลงทุนเดินกลับบ้าน ไม่ขึ้นรถเมล์เหมือนทุกที...ก็ดูสภาพฉันสิคะ ลองดูเซ่!! ผมเผ้ายุ่งเหยิง ชุดนักเรียนยับยู่ยี่ ที่สำคัญเจ็บตูดแบบนี้จะนั่งได้ไง โฮกกกก! (แต่ก็ต้องทนกับสายตาจากคนที่เดินตามริมถนนอยู่ดี โหดร้ายยยยยยย)

            “ว่าไงสาวน้อยไปทำอะไรมาเนี่ย ทำไมหน้าตาเป็นแบบนี้ล่ะ” บ้าชิบ! ดันมาเจอไอ้บ้านี่อีกแล้ว

            “เรื่องของฉัน” ฉันผลักมือไซโคลนที่ทำท่าจะจับแก้มฉันออก

            “เมื่อไหร่เธอจะยอมเป็นแฟนฉันซะทีนะสาวน้อย”

            “ฉันไม่ใช่สาวน้อยของนาย อ้อ! อย่ายุ่งกับฉันอีกเลยไซโคลนฉัน เอ่อ...มีแฟนแล้ว”

            “ไอ้บ้าที่ไหน!! เธอจะพามันมาเจอฉันหน่อยได้มั้ย”

            “เอ่อ...คงไม่ได้หรอกมั้ง เขาไม่ค่อยว่างน่ะ” ฉันก้มหน้า ฮึ! จะเอาที่ไหนมาให้มันดูนะ

            “งั้นฉันก็ไม่เชื่อหรอกว่าเธอมี ที่ผ่านมาไม่เห็นเธอจะคบกับใครเลย” ไซโคลนลูบคางแหลมๆ ของมัน น่ากลัวชะมัด (ถึงหมอนี่จะหล่อติดอันดับห้าก็เถอะ)

            “มันเรื่องของฉันน่า” แว๊ก!!! ฉันเห็นสายตาหมอนี่แข็งกร้าวขึ้น

            “เอ่อ...ไปก่อนนะ” ฉันเดินเลี่ยงออกมาเจ้าบ้าไซโคลนมันจะต้องไม่หยุดแค่นี้แน่ๆ เง้อ! แล้วฉันจะเอาใครมาเป็นแฟนล่ะนี่ กลุ้มๆๆ วุ้ย  อ่า โทรศัพท์ดัง

            “ฮัลโหล

            [โอ้! ทำไมเสียงพี่สาวผมเป็นแบบนั้นเนี่ย...แล้วพี่อยู่ไหนน่ะ]  เสียงไอ้ตัวแสบดังมาตามสาย

            หน้าบ้าน กำลังจะเปิดประตูนายอยู่บ้านเหรอ

            [เฮ้ย!!! ไม่ได้นะพี่]

            โอ้ยยยย แล้วนายจะตะโกนหาบทเทศนาร้อยแปด รึไง หูจะแตกโว้ย!”

            [เออน่า เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนตอนนี้พ่อกับแม่กลับจากญี่ปุ่นแล้ว และเวลานี้ก็อยู่ที่บ้านด้วย]

            “แล้วไง ฉันจะเข้าบ้าน หิว”

            [พี่ลองมองดูสภาพตัวเองก่อนสิ อยากให้แม่ลมจับรึไง!]

            “เออ จริงด้วย โอ๊ะ! แล้ววันนี้ฉันจะได้เข้าบ้านมั้ยเนี่ย

            [เอาน่าพี่อย่ากังวลไปเลย เข้ามาทางช่องลับของพวกเราสิ]

            ฉันคิดตาม เออ! จริงสินะช่องลับที่ฉันกับแฟรงก์ทำขึ้นตอนเด็กๆ มันยังอยู่นี่นาและมันก็มีประโยชน์จนถึงตอนนี้ด้วย

            [แต่ไม่ต้องหรอกเฟรช เดี๋ยวหกโมงพ่อกับแม่จะไปงานเปิดตัวรถยี่ห้อใหม่อะไรไม่รู้อ่ะ พี่ค่อยเข้ามาละกัน]

            “แว๊กกก! แล้วนายจะหลอกให้ฉันคิดหาช่องลับทำไมมมมมม

            [เหอะๆ อย่าเสียงดังสิ พี่อยู่หน้าบ้านนี่เองเดี๋ยวแม่ได้ยินนะ]

            ว่าแล้วมันก็วางสายไป ชิชิ! อย่าให้ฉันเจอนะ นี่ก็เพิ่งจะห้าโมงเองเหลืออีกตั้งหนึ่งชั่วโมงตามที่แฟรงก์บอก แล้วฉันจะไปไหนดีหว่า แต่! O-o สภาพแบบนี้เนี่ยนะ (ขนาดมายังมาได้เลยน่า จะกลัวอะไร) อืม...งั้นขอหลบอยู่ในซอกไม่บอกใครดีกว่า โฮกกกกกกกก!

            เวลาผ่านไปเสียงเรียกเข้าเพลงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง  อู้ววว ฉันหลับไปตอนไหนเนี่ย! เวรกรรม

            ฮัลโหล

            [พี่ทำอะไรอยู่นี่มันหกโมงกว่าแล้วนะ ทำไมไม่เข้าบ้านอีก]

            “อือ! อยู่ปากทางช่องลับกำลังจะเข้าแล้ว

            [เสียงแบบนี้...อย่าบอกนะว่าเพิ่งตื่นน่ะ  โอ้! พี่นอนไปได้ไงเนี่ย]

            “แค่นี้นะ เชิญนายไปถามแม่ธรณีเองแล้วกัน

            ตู๊ดๆๆๆๆๆ

            แหะๆ จริงสินะ ฉันนอนไปได้ไงทั้งๆ ที่มีแต่ดินอ่ะ ดีหน่อยที่มีหญ้าขึ้นเป็นหย่อมๆ เหมือนผมเส้นผอมๆน้อยๆ บนพระอาทิตย์ของอาเสี่ยเลย ฮิฮิ

            สองชั่วโมงผ่านไปหลังจากอาบน้ำ กินข้าว และคุ้ยของฝากจากญี่ปุ่นเสร็จแล้วฉันก็ลากตูดอันบอบช้ำกับแก้มที่เป็นรอยนิ้วมือหน่อยๆ ขึ้นมานอนคว่ำบนเตียงอันแสนคุ้นเคย ฮือๆๆ เจ็บอ่า

            พี่หลับยัง ผมเข้าไปได้มั้ย

            อือ

            สิ้นเสียงคำตอบรับน้องชายสุดหล่อของฉันก็ลากเก้าอี้หน้าโต๊ะคอมมานั่งหน้าสลอนทันที ฉันว่าหมอนี่มันน่าจะก้าวเข้ามาก่อนจะอ้าปากขอแล้วล่ะ

            ฮ่าๆๆ หมดสภาพเลยนะพี่สาว

            ถ้านายจะเข้ามาพูดแค่นี้ก็ออกไปเลย ชิ!”

            ฮ่าๆๆ ใครว่าพี่เป็นหญิงถึกเนี่ย ดูสิโดนตีแค่นี้ก็มานอนโอดโอยแล้ว ฉันขอถอนคำพูดที่ว่ามันหล่อ ฮึ่ย!

            “อยากโดนถีบออกไปมั้ย

            เดี๋ยวสิ! ผมอุตส่าห์เอายามาให้นะ แฟรงก์บอกก่อนจะยื่นหลอดยาแก้ฟกช้ำให้

            อ่ะทาซะ พรุ่งนี้ถ้าพี่เดินแบบนี้อีก เดี๋ยวแม่ถามนะ...ม่ะ เดี๋ยวผมทาให้

            “นายจะบ้าเหรอ ก้นฉันนะ!”

            จะเป็นไรไป เราพี่น้องกันน่า ตอนเด็กๆ ก็เห็นออกบ่อย มามะๆ

             แฟรงก์พูดหน้าตาเฉยแถมทำท่าจะเปิดก้นฉันอีก 

            ไอ้บ้า! อย่ามาทะลึ่งแถวนี้นะ

            พี่พูดเบาๆ หน่อยไม่ได้รึไง อยู่กันแค่สองคนนะ มันทำหน้ามุ่ย เชอะ! ก็เป็นเพราะนายนั่นแหละ

            พี่นี่ท่าเจ๋งนะ ตอนกระโดดถีบน้ำหวานอ่ะ

            นายเห็นด้วยเหรอ แล้วทำไมไม่ช่วยฉันล่ะ

            อย่าเพิ่งทำตาขวางสิพี่ เรื่องของผู้หญิงจะให้ผู้ชายไปเกี่ยวได้ไง”

            “ฮ่าๆๆ จริงสิ”

            ว่าแต่พี่กำลังทำให้เรทติ้งผมตกนะ โอ้! ใครอยากจะมีพี่สะใภ้โหดๆ ล่ะนี่ พี่รู้มั้ยตลอดบ่าย สาวๆ ไม่กล้ามายุ่งกับผมเลยนะ

            หน้าตาอย่างนายน่ะตกได้แป๊บเดียวเดี๋ยวก็พุ่งขึ้นอีกน่า

            อ่ะ! ก็แน่อยู่แล้วล่ะ  ผมน่ะเกิดมาหน้าตาดีนี่ ฮี่ๆ

            เชอะ! พวกหลงตัวเอง” แฟรงก์ยิ้มรับ

            “นี่ขอถามอะไรหน่อยสินาย เอ่อ...ช่วยหาคนมาเป็นแฟนให้ฉันได้รึเปล่า”

            “ฮ๊ะ!!! อะไรนะเฟรช!!!” คำพูดของฉันทำเอาน้องชายแทบตกเก้าอี้ ตลกชะมัด ฮิฮิ

            “ช่วยหาแฟนให้หน่อย...อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิแค่หลอกๆ น่ะ จำนายไซโคลนได้รึเปล่าที่อยู่โรงเรียนชายล้วนฝั่งโน้นอ่ะ” แฟรงก์ทำหน้างง

            “ฝั่งโน้นมันมีโรงเรียนชายตั้งสองโรงนะ”

            “อืม...จะว่าไงดีนะ ที่สัญลักษณ์โรงเรียนเป็นนกกระจอกเทศอ่ะ”

            “อ๋อ! โรงเรียนคู่อริกับโรงเรียนพี่ดรากอนนี่นา เฮ้! ไอ้ไซโคลนที่มันมาจีบพี่รึเปล่ามันยังไม่เลิกยุ่งกับพี่อีกเหรอเนี่ย”

            “ใช่ ฉันถึงจะหาแฟนไง”

            “เกี่ยวไรด้วยล่ะ” ฉันเพิ่งรู้ว่าหมอนี่มันเข้าใจอะไรยากชะมัด

            “ก็เอาไปให้มันดูไง มันจะได้เลิกยุ่งกับฉันซะที”

            “แล้วจะแน่ใจได้ไงว่ามันจะเลิกสนใจพี่จริงๆ น่ะ” พูดเหมือนเผือกอีกแล้วหมอนี่

            “ไม่รู้สิ แต่ฉันรำคาญมันนะ”

            “ฮ่าๆๆ พี่นี่ก็เสน่ห์แรงเหมือนกันนะเนี่ยที่ทำให้มันหลงขนาดนี้”

            “ชิ! ป่ะ ออกไปได้แล้ว ฉันจะนอน ฉันเอาอวัยวะเบื้องล่างข้างซ้ายดันเก้าอี้หมุนที่แฟรงก์นั่งอยู่ไปไว้ที่เดิม

            เฮ้ยๆๆๆ เดี๋ยวก็ล้มหรอก หึๆ พี่นี่จริงๆ เลยนะขนาดก้นเจ็บยังจะมาถีบโต๊ะผมได้...ถึกชะมัด เรื่องนั้น เอ้อ! ไว้ผมจะหาให้นะ แต่ไม่รับปาก ว่าแล้วมันก็ลุกจากเก้าอี้ตัวนั้นเดินออกไปทันที อ๊ากกก!! ถ้าไม่เจ็บตูดฉันจะเดินไปกระโดดตบนาย

            “ฮึ! ถ้าฉันมีปัญญาฉันไม่พึ่งนายหรอกย่ะ เฮ้อ! ว่าแต่ฉันออกจะสวยหนุ่มๆ ก็ออกจะมอง แต่ทำไมไม่เข้ามาจีบล่ะเนี่ย แปลก!

           

            สายวันเสาร์อันแสนสงบเวลาประมาณสิบโมงกว่าๆ ฉันเดินลงมาจากห้องเพื่อที่จะมาหาอะไรกินข้างล่าง ว่าแต่ยังปวดก้นอยู่เลยแฮะ ฉันว่าชาติก่อนอาจารย์ผู้ช่วยฝ่ายปกครองคงจะเป็นผู้คุมนักโทษเป็นแน่ พอทำผิดก็จะโบยทันที ฮิฮิ

            อ้าวเฟรช! ตื่นเช้าจังนะลูก

            พ่อง่ะ อย่ามาแขวะหนูสิคะรู้หรอกน่าว่าสายแล้ว

            ฮ่าๆๆ ถ้ารู้แล้วทำไมเพิ่งตื่นล่ะ พ่อของฉันวางหนังสือพิมพ์ลงแล้วยกชาขึ้นจิบ          

            ก็เพิ่งรู้ว่าสายแล้วตอนตื่นมานี่คะ ตอนที่หลับน่ะหนูนึกว่ากำลังค่ำ ฉันแก้ตัวเสียงอ่อยๆ

            ฮ่าๆๆ ลูกก็เป็นแบบนี้ทุกทีแหละ อีกหน่อยเรียนจบไปทำงานจะตื่นแบบนี้ไม่ได้นะ

            ค่ารู้แล้วๆ แต่ตอนนี้หนูยังเด็กอยู่ ขอเกาะพ่อกับแม่กินไปก่อน โฮะๆ

            เดี๋ยวเถอะๆ ไปดูแม่ซิเมื่อกี้บอกว่าจะไปทำบัวลอยไข่หวานในครัวน่ะ

            ฮ้า!  จริงเหรอคะหนูไม่ได้กินบัวลอยฝีมือแม่นานแล้ว

            พอเข้ามาห้องครัวฉันก็เห็นแม่นั่งปั้นแป้งเป็นลูกกลมๆ ที่จะได้ชื่อว่าบัวลอยในไม่ช้านี้  ย่องไปข้างหลังให้ตกใจเล่นดีกว่า

            อ้าวเฟรช! มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ให้สุ้มให้เสียงดูท่าแม่จะอารมณ์ดีใช่ย่อย

            ตอนที่แม่นั่งปั้นเจ้ากลมๆ นั่นได้สามสี่ลูกแล้วแหละ แหะๆ

            แล้วทำไมไม่รู้จักเข้ามาช่วยฮะ เวลาเห็นผู้ใหญ่ทำอะไรก็น่าจะรีบมาทันที

            ก็เห็นแม่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำ หนูเลยไม่อยากกวนนี่แล้วไม่เจอแม่ตั้งหลายวันขอแอบมองดูสถานการณ์ก่อนไง

            จะดูว่าแม่อารมณ์ดีอยู่รึเปล่าใช่ไหม ถ้าไม่ดีจะรีบเผ่นใช่มั้ยล่ะ

            โธ่แม่ก็ เวลาแม่ทำขนมน่ะอารมณ์ดีอยู่แล้วน่า ฮิๆ

            ฉันรีบเดินไปอยู่ตรงหน้าเตาที่กำลังต้มน้ำเชื่อมอยู่ ไม่งั้นถ้ายืนอยู่ข้างๆ หม่ามี๊จะแขนแดงเอาได้ อุอุ

            อ๋อ! ทุกทีฉันอารมณ์เป็นไง

            ก็ดีทุกวันแหละ แหะๆ แม่วางมีดลงก่อนเถอะ คั้นกะทิใครเค้าถือมีดล่ะแม่...แล้วทำไมไม่ใช้กะทิกล่องล่ะ สะดวกจะตาย

            มันไม่อร่อยย่ะ ต้องคั้นเท่านั้น...แล้วแฟรงก์ไปไหน เฟรชรู้มั้ยลูก เห็นพ่อบอกว่าออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว

            เหอะๆ เที่ยวมั้งแม่...

            แฟรงก์เที่ยวบ่อยไหม”

            “ประจำแหละ” ฮ่าๆๆ กลับมาแกเสร็จแน่แฟรงก์เอ้ย ขอเผาหน่อยเถอะ

            “กว่ามันจะกลับก็ตีหนึ่งตีสองโน่นมั้ง”

            “จริงเหรอเฟรช แกปล่อยให้น้องออกเที่ยวแบบนี้ได้ไง ไม่ได้ละ เดี๋ยวต่อไปจะต้องมีคนคุม” ยึ้ย! แม่พูดด้วยท่าทางจริงจัง ถ้าแฟรงก์มันมีคนคุมฉันก็ต้องมีด้วยสิ ม่ายน๊า

            “เอ่อ แม่คะ แฟรงก์มันโตแล้วนะคะ ปล่อยมันไปเถอะให้มันมีประสบการณ์บ้าง”

            “ประสบการณ์บ้าบอไรของแก ทำตัวอย่างกับเพลย์บอยแบบนั้นใช้ได้ที่ไหน”

            “ยังไงมันก็เอาตัวรอดได้แหละ แม่อย่าทำหน้าบึ้งสิ เดี๋ยวตีนกาขึ้นนะ เดี๋ยวต่อไปหนูจะสั่งสอนมันเอง”

            “ฉันจะเชื่อแกได้เหรอ”

            “เอาน่า เอาเป็นว่าแม่อย่าเพิ่งหาใครมาคุมเลย พวกเราโตแล้ว มันอึดอัด”

            “ฉันก็ว่าไปแบบนั้นแหละ เอาถ้วยมาสิ”

            “พ่อกับแม่มาคราวนี้อยู่ยาวใช่มั้ยคะ” ฉันถามพร้อมกับยื่นถ้วยออกไป

            “อาทิตย์หน้าแหละลูกช่วงนี้ไม่ค่อยมีอะไรบริษัทกำลังไปได้สวย” อารมณ์แม่เปลี่ยนเร็วชะมัด

            “แล้วเมื่อไหร่จะได้เจอกันอีกล่ะแม่อยู่กับเราที่นี่ไม่ได้เหรอ”

            “คงไม่ได้หรอกนะเฟรช แม่จะต้องดูแลพ่อด้วย เผื่อท่านท้อแม่จะได้คอยให้กำลังใจได้ เข้าใจแม่นะ”

            “ค่ะ”

            ฉันตอบด้วยน้ำเสียงเสียงหงอยๆ ถ้าพ่อกับแม่กลับไปทำงานฉันก็อยู่กับนายแฟรงก์แค่สองคน บางครั้งมันก็เหงาเหมือนกันเวลาเจ้านั่นออกไปกลับเพื่อน แต่ทำไงได้ล่ะ พ่อฉันเป็นที่ปรึกษาให้บริษัทรถแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น หลายเดือนจึงจะกลับบ้านทีจนฉันชินแล้วล่ะ

            “แหม! ถ้าคิดถึงก็ไปเที่ยวหาแม่ได้นี่ พวกหนูอยู่บ้านเหงามั้ยลูก อืม...เราไปเรียนที่ญี่ปุ่นกันมั้ย”

            “โธ่แม่! หนูใกล้จะจบม.หกแล้วนะ ถ้าไปตอนนี้ก็ได้เริ่มใหม่สิ แล้วแฟรงก์ก็คงจะไม่เห็นด้วยแน่”

            “มันโอนหน่วยได้นี่ เผื่ออีกหน่อยอยากไปเรียนต่อที่นั่น ไปดูลู่ทางไว้สิแต่ก็ตามใจลูกแล้วกัน อ่ะ บัวลอยเสร็จแล้ว”

            หลังจากที่ฉันกินบัวลอยถ้วยที่สามเสร็จ ก็กะว่าจะนอน แต่ไปอ่านนิยายที่ร้านหนังสือคงจะหนุกกว่ามั้ง

            “ฮัลโหลรัน วันนี้แกว่างมั้ย

            [ฉันมีนัดบอด] เสียงรันดังมาตามสาย

            แกพูดจริงเหรอเนี่ย โอ้ว! หล่อมั้ยน้อออ

            [ไม่รู้สิ ระดับฉันต้องหล่อสิ โฮ่ๆ แกรอดูได้เลย] เสียงมันดูภูมิใจจังเลยนะ

            “จริงเหรอ แกอย่ามาบ่นทีหลังแล้วกัน เห็นแกไปบอดอะไรนั่นทีไรผู้ชายที่ได้มาหน้ายังกะมะม่วงตากแห้งทุกคน

            [แกหยุดพูดไปเลยนะเฟรช ยัยปากอัปมงคล]

            “ก็มันจริงนี่ เปลี่ยนจากมะม่วงตากแห้งเป็นลำใยอบแห้งก็ได้นะ ฮี่ๆ

            [แกอย่ามากวนประสาทฉันนะ ปากแบบนี้สิถึงไม่มีแฟนน่ะ]

            “ฉันไม่กวนแกก็ได้ บ๊าย บาย ขอให้ได้ผู้ชายหล่อๆนะ

            ฉันวางโทรศัพท์อย่างอารมณ์ดี ฮิฮิ หน้ารันตอนนี้คงจะบูดๆ เบี้ยวๆ เหมือนล้อยางแบนแน่ๆ เอายังไงต่อดี ถ้าโทรไปหาเผือกเวลานี้มันคงจะนอนอยู่เป็นแน่ อืม...ไปเองก็ได้วะ

 

            ลัลล้า เด็กไทยต้องใช้เวลาว่างให้คุ้ม ฮิๆ  ในที่สุดนิยายเรื่องที่อ่านค้างไว้เมื่อคราวก่อนก็ได้จบลงแล้ว ว่าแต่ฉันจะไปไหนต่อดีหว่า หิวแล้วอ่ะดันไปขลุกอยู่ร้านหนังสือตั้งนานตอนนี้บ่ายสามแล้วนี่นาไปกินบะหมี่ก่อนน่าจะดีแล้วค่อยคิดเที่ยว

            ฉันเดินมาตรงย่านที่มีแต่ร้านอาหารเต็มไปหมด แล้วบะหมี่ร้านไหนอร่อยเนี่ย เวลายัยรันพามาก็ไม่ได้จำซะด้วย และก่อนที่ฉันจะได้ตัดสินใจเดินเข้าร้านบะหมี่ที่อยู่ใกล้ที่สุดก็มีกองทัพมนุษย์ถือไม้หน้าสามวิ่งพล่านเต็มไปหมด เกิดอะไรขึ้นหว่า

            หลบไป!!!!”

            ฉันมองไปทางเสียงนั่น เฮ้ย! นั่นมันแฟรงก์กับเจ้าเชนี่หว่า มันกำลังวิ่งหนีโจรนับหมื่นไปทางอีกฟากหนึ่งของซอยเล็กๆ เอ้า! นั่นไม่ใช่โจรแต่เป็นนักเลงถิ่นนี้นี่  

            เจ๊วิ่งเซ่!!!!!!!!!” เสียงเชตะโกนขึ้น แต่ฉันกำลังอึ้ง

            ตึกตัก ตึกตัก

          และเสียงฝีเท้านับกองทัพก็มาทางข้างหลังฉัน แว๊กกกกก! ข้างหน้าก็มี แต่ละคนก็ถืออาวุธครบมือ มีทั้งไม้กวาด ที่ตักขยะ  ตะหลิว ไม้ตบยุง ไม้หน้าสาม อ๊าก!!!! แล้วฉันกำลังยืนคั่นกลางอยู่ ไม่ใช่กรรมการน๊า

            เฮ้!!! แฟรงก์ นายมาลากยัยนี่ออกไปด้วยเซ่!!!! ทางนี้พวกฉันจะจัดการเอง เสียงห้าวๆ ดังขึ้นข้างหลัง

            “แต่ผมอยู่ฝั่งนี้นะ พี่ใกล้ที่สุดฝากลากออกมาก่อนละกัน เดี๋ยวผมจะช่วยทางนี้เอง

            โธ่โว้ย #@!^%$*/-!!!”

            หลังจากคำสบถอันหยาบคายนั่นจบตัวฉันก็ถูกลากไปตามแรงเหวี่ยง อะไรกันเนี่ย!!! ใครมาลากฉันไป ช้านจาดูเค้าตีกานน ปล่อยน๊าาาาา

              ฉันอดที่จะหันหลังไปดูไม่ได้ แล้วเท้าก็หยุดชะงัก อะไรกันเนี่ย ทั้งหัวเขียว หัวน้ำเงิน หัวเหลือง และอีกหลายๆ หัว ที่ถือไม้และไม่ถือไม้กำลังตะลุมบอนกันอยู่ โหดร้ายยยยยย!

            “ตามมาเซ่! เธออยากตายรึไงเล่า 

            เอ๊ะ! นายอย่าเพิ่งตะคอกได้มั้ย ฉันจะดู ฉันหันไปด่าคนที่ลากฉันออกมา

            นะ นายอีกแล้วเหรอร็อตไวเลอร์มังกรถั่วต้ม!!!”

            ใช่! ตอนนี้เธอรีบอกไปจากตรงนี้ก่อนเถอะ ฉันต้องไปช่วยพวกนั้นนะ

            ทำไม นายเป็นอัศวินรึไง จะช่วยก็เข้าไปเซ่! ฉันจะยืนอยู่ตรงนี้ดู ฉันสะบัดแขนออกจากหมอนี่

            เธอนี่มัน.... มังกรถั่วต้มพูดได้แค่นั้นก็ดึงแขนฉัน อ้อ! จากเมื่อกี้เดินตอนนี้เปลี่ยนเป็นวิ่ง

            “โอ้ย!!! ปล่อยได้แล้ว ปล่อยๆๆๆๆ

            เธอจะตะโกนหาอะไรฮะ!!!! จะไปดูทำไมมันไม่ใช่เรื่องของผู้หญิง

            แต่น้องชายฉันอยู่ตรงนั้นนี่ ฉันต้องไปช่วยมันนะ

            ไอ้แฟรงก์น่ะเหรอ มันชกเก่งออก ถ้าเธอไปช่วยมันเธอนั่นแหละจะตาย มันไม่ตายหรอก

            แล้วนายเกี่ยวอะไรด้วยฮะ!”

            โว้ย!!!! ถ้าเธอไม่อยากตายก็เชิญไปอยู่ตรงนั้นเลยเซ่!!!

            แล้วทำไมพวกนายต้องหาเรื่องสู้กันด้วย มันน่าเท่ห์นักรึไง ฉันลดเสียงลง

            เรื่องของผู้ชาย เธอไม่เข้าใจหรอก

            อะไรๆ ก็เรื่องของผู้ชาย เชอะ! ถ้าตายมายังจะว่าผ...อุ๊บ!”

            พลั่ก!!!!

            “นะ นายเอาปากสกปรกๆ มาจูบฉันทำไมฮะ!!!”

            “พูดมากนักนี่ โอ้ย! เธอนี่แรงควายชะมัดนะ เล่นผลักฉันติดกำแพงเลย

            ฉันเพิ่งจะสังเกตไปตามคำพูดของหมอนี่ ที่นี่ที่ไหนอ่ะ มันลากฉันมาที่หนายยยย ทำไมมีแต่กำแพง ข้างหน้าก็เป็นทางตันด้วย

            “เข้าใจแล้วก็กลับบ้านซะ ฉันจะไปดูพวกนั้นหน่อย”

            “เหอะ! จะเอาฉันมาทิ้งไว้ที่นี่น่ะเหรอ ที่ไหนก็ไม่รู้เนี่ยนะ”

            “ก็เรื่องของเธอ...” หมอนี่พูดไม่ทันจบ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น โอ้ว! เพลงโดเรม่อนซะด้วย

            “ว่าไง...ฮะ! ซัดเรียบแล้วเหรอ... @#/-*&^!!”  อะไรฮะ สบถซะเสียงดัง มีคนตายรึไง

            “โธ่โว้ย!!!!!!!!

            “เป็นบ้าอะไรอีกเนี่ย”

            “เพราะเธอนั่นแหละฉันถึงได้พลาดการสู้ประจำเดือนนี้ไป เธอต้องรับผิดชอบ!!!

            “นั่นก็เรื่องของนาย ฉันไปล่ะ แหะๆ” เผ่นก่อนดีกว่า สายตาหมอนี่หาเรื่องชะมัด

            “มานี่เลยๆ”

            “โอ้ยๆ นายจะหิ้วฉันขึ้นมาทำไม”

            “ไปดื่มแก้เซ็งกัน” คอช้านนนน มันโอบคอช้านแล้วเดินออกไป

            “นี่ๆ หยุดนะ! ใครจะไปดื่มกับนาย”

            “ก็เธอไง” หมอนี่ตอบหน้าตาย

            “ฉัน เอ่อ...มีธุระ”

            “เฮอะ! ช่างเป็นคำแก้ตัวที่ปัญญาอ่อนที่สุด” ก็มันคิดได้แค่นี้นี่

            “ไม่รู้ล่ะ เธอทำให้ฉันเสียโอกาสงามๆ ไปกันได้แล้ว”

            “ตีหัวกันเนี่ยนะโอกาสงามๆ ซาดิสต์ไปไหม”

            “หุบปากของเธอซะ!!!

            “นี่ๆ นายจะพาฉันไปไหน ฮือๆ เดินมาเป็นครึ่งชั่วโมงแล้วนะ เมื่อยอ่ะรถเมล์มีทำไมไม่รู้จักขึ้นฮะ”

            “อย่าทำหน้าเหมือนหมาอมทุกข์เลย...น่ากลัว” แล้วมันก็เดินต่อไป

            “เชอะ! มังกรปากหมา”

            “เธอว่าไงนะ” อย่าส่งสายตาโหดมาน๊า

            “เปล่าๆ เดินต่อไปสิ”

            สิบนาทีต่อมานายมังกรหน้าหล่อก็พาฉันมาหยุดที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง

            “เข้าไปสิ”

            “เอ่อ...ไม่ล่ะฉันไม่อยากเข้าไป” เดี๋ยวอดใจซดไม่ไหว ฮ่าๆๆ

            “ตามมาเถอะน่า” ว่าแล้วก็ผลักฉันเข้าไป เนี่ยน่ะเหรอ ตามของนายน่ะ

            ภายในร้านเหล้าแห่งนี้มีวัยรุ่นมากมาย อ่า นี่มันยังตอนเย็นอยู่เลยนะ ส่วนมากจะมีแต่พวกผู้ชาย ฮี่ๆๆ เลือดกำเดาออก แล้วนายดรากอนมังกรถั่วต้มก็เดินไปที่โต๊ะด้านในสุด

            “เฮ้! ทำไมทำหน้าแบบนั้นวะ” เสียงคนที่ทักคือคิน

            “ฮ่าๆ ฉันพอจะรู้ละ มันพลาดโอกาสทองไปน่ะสิ อึก!” คนที่พูดยกแอลกอฮอล์เข้าปากแล้วพูดต่อ นี่มันนายผมสีน้ำเงินนั่นนี่นา โอ้! มีผู้หญิงมาประเคนเหล้าให้ด้วยแฮะ

            “นายรู้มั้ย ไอ้บ้านั่นถึงกับโดนหามออกไปเลยนะ”

            “โธ่โว้ย!!! เพราะเธอคนเดียวเลยยัยเตี้ย” อ้าวๆ มาลงที่ฉันอีก

            “เฮ้ย! พี่เข้ามาได้ไงอ่ะ” แฟรงก์ละสายตาจากเอวเซ็กซี่ๆ ที่เต้นอยู่บนฟอร์แล้วมาทักฉัน ฮึ! ก็เดินเข้ามาน่ะสินายเพิ่งเห็นเรอะ

            “นั่งเซ่!!! จะยืนทื่ออยู่ทำไม” มังกรถั่วต้มพูดแล้วก็กระดกเหล้าเข้าปากมันไปนั่งตอนไหนฟะ

            “ฉันไปละ” อ๊ะ! ที่นั่งข้างๆ หมอนั่นมันนายสิงโตสุดเท่ห์นั่นนี่

            “ถ้าเธอก้าวออกไป ตาย!” แล้วหมอนั่นก็ดื่มต่อไป เชอะ! เอาแต่สั่ง ฉันนั่งตรงข้ามกับผู้ชายคนหนึ่ง

            “ทำไมนายถึงทารุณกับแม่สาวน้อยน่ารักคนนี้ล่ะ...นี่เธอ! ยัยถั่วต้มคนนั้นนี่” เสียงห้าวๆ ของนายหัวสิงโต ทำไมต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้นด้วยยะ

            “นี่พี่นายใช่มั้ยแฟรงก์” อ่า นายหัวสีน้ำเงินถามแฟรงก์

            “ใช่ฮะ!” เชตอบ อ่ะ หมอนี่โผล่มาจากไหน ส่วนแฟรงก์น่ะเหรอ โน่น! พาสาวขึ้นฟลอร์ไปแล้ว

            “ยะฮู! มาแล้วๆๆ วันนี้เต็มที่เลยนะฉันเลี้ยงเอง” นายตัวเล็กๆ รอยยิ้มสดใสนั่นเอง วิ่งมาจากไหนกันเนี่ย

            “นายไปไหนมาปิ้ก” ผู้ชายที่นั่งร่วมโต๊ะถาม

            “ก็ไปดูเด็กของเราน่ะสิ พวกนั้นน่ะเริ่มจะเมาแอ๋ไปแล้ว บอกว่าที่สู้ตายมาวันนี้ก็เพื่อสิ่งนี้” อ๋อ! ชื่อปิ้กเหรอเนี่ย

            “เฮ้! นี่ยัยถั่วต้มคนนั้นนี่”

            พูดเหมือนนายสิงโตเลย นายปิ้กอะไรนั่นทำหน้าแหยงๆ ก่อนจะซดเหล้าเข้าปาก ฮึ! ทำไมพวกนี้มันต้องเรียกฉันว่าถั่วต้มด้วยเนี่ย เง้อ! นั่นมาฉายาเพื่อนนายนะไม่ใช่ฉัน!!!

            “ฮะๆ นายเลือกพวกมาไม่ผิดจริงๆ ปีหนึ่งใช่มั้ย”

            “ถูกต้องนะคร้าบคุณดรากอน รับเงินไปเลยสองหมื่น บาท อ้อ! แล้วก็มีพวกปีสามอีกหลายคน”

            คนชื่อปิ้กนี่ขี้เล่นจริงๆ ฉันอดหัวเราะไปด้วยไม่ได้ พอหันหน้าไปทางมังกรถั่วต้มนั่งดูอยู่ หมอนั่นก็ส่งสายตาโหดมาอีก อะไรว้า

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 241 ท่าน