Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
catch of princess เจ้าหญิงแมวเหมียวตัวร้ายกับเจ้าชายไอดอลตัวแสบ
sakura-prince
CATCH OF PRINCESS 1 โทรศัพท์ทำเรื่อง
1
26/10/2554 14:46:44
299
เนื้อเรื่อง
คุณเคยรักใครจากความคุ้นเคยหรือไม่ (อะไรของเมิงอีกฟะนั่น)
               คุ้นเคยจนไม่รู้ตัวว่า.......รักเขา เข้าเสียแล้ว (อัญเชิญรั่วต่อไป)
                          แล้วถ้าคำว่า คู่กัด มันทำให้คุณยืนยันว่าคุณเกลียดเขาล่ะ (ศรีธัญญาจ๋า มาเอามันไปที)
                                    แต่เชื่อเหอะ  คุณ....จะเป็นฝ่ายบอกรักเขาซะเอง (ถ้ามันมีตังค์ จบข่าว)
 
++โรงเรียนเซนต์โรสฯ++(อยู่ตรงนั้นแหละ ตรงนั้น ผมจำได้) แล้วมันตรงไหนฟะ -_____-+++
“ว้าว นั่นสาวสวยสุดฮอต เธอน่ะ ปฏิเสธชายหลายๆคนจนนับไม่ถ้วนเลยนะ”
“เอ้อ ถึงจะอย่างนั้น ก็ยังดูน่ารักอ่ะเนอะ” อร๊าย คำชม
“ขนาดเพียงฝัน ไอดอลเบอร์หนึ่งก็ยังไม่สนอะไรเลย อยากจะรู้จัง ผู้ชายในฝันของเขาจะเป็นคนยังไง” คำครหานินทาที่ฉันได้ยินจนชินหู ส่วนอีตาคนน่ารังเกียจ เพียงฝัน หนุ่มหน้าหวานปานเจ้าหญิงในเทพนิยาย ผมสีน้ำตาลทองเงาๆ ดวงตาสีเดียวกับเส้นผม ผิวก็ขาว แต่ซีดไปหน่อยๆ ตัวสูงกว่าฉันตั้ง 19 ซ. แน่ะ ส่วนนิสัย ปากร้าย เย็นชา เจ้าเล่ห์และกวนโอ๊ยเป็นที่สุด ฉันก็ไม่เข้าใจ ว่าไอ้คนอย่างอีตาบ้านี่ เป็นที่น่าหลงใหลของชาวบ้านชาวเมืองได้ยังไง ไม่ว่าจะงานศพ งานแต่ง งานปาร์ตี้ ก็ยังเฉยชาได้ตลอด และไม่ว่าฉันจะชนะหรือแพ้ทุกๆสิ่งที่แข่งมา หมอนี่ก็ยังเฉยได้อีก ทำไมนายถึงได้เฉยชาอะไรขนาดนี้  
“ยัยแมวเหมียว เลิกเรียนไปห้างหน้าโรงเรียนกันมั้ย” มาตอนไหนยะเนี่ย แล้วจะให้บอกกี่ครั้ง ว่าฉันชื่อ เคท นายนี่มัน ถึงฉันจะไม่สวยอะไรมากมาย ผมสีน้ำเงินทึบๆ ยาวประมาณต้นคอ แสกซ้าย เป็นรสนิยมการแต่งตัวของคนธรรมดา แต่ฉันไม่ยอมให้ผู้ชาย เอ่อ..ก็...ช่างมันเหอะ ฉันไม่ยอมให้นายมาว่าฉันได้หรอกน่า
“ไป แต่พอรู้ว่านายจะไป ฉันขอบายล่ะ วันนี้”
“อย่ากวนประสาท ฉันถามดีๆนะ” นั่น ดุฉันอีก ก็นายว่าฉันก่อนไม่ใช่รึไงยะ เดี๋ยวปั๊ด...
“ก็ได้ ถ้าอยากให้ฉันไปด้วย แต่เดี๋ยวก่อนเลย นึกไงมาชวนฉันยะ”
“ฉันอยากได้ชุดโปรด ก็แค่ให้เธอไปช่วยเลือก”
“เอ้อ แค่นี้ใช่มั้ย รับรอง ถ้าฉันเลือกชุดให้นาย นายต้องดูดีที่สุด เชื่อมือฉันได้” คุณผู้อ่านคงคิดว่าฉันมีแผนชั่วอะไร แน่นอน ถ้าไม่มีก็ไม่ใช่ยัยเคทน่ะสิ เหอ เหอ เหอ
 
........................................................................................................
 
“นี่ เพียงฝัน ฉันไปกินไอติมนะ นายจะไปเลือกก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันช่วยเลือกทีหลัง” ไม่ใช่ว่าเป็นคนดีอะไรหรอกนะ แค่อยากอยู่ห่างๆหมอนี่ให้มากที่สุดก็เท่านั้น
“ไม่มีทาง ฉันอุตส่าห์พาเธอมา แล้วมาปล่อยให้เธอทิ้งกันอย่างนี้”
“จะไปด้วยกันก็ได้นี่ยะ ทำไมต้องว่ากันถึงขนาดนี้”
“พูดมาตั้งแต่แรกก็จบ” ไปตายเถอะย่ะ อีตาเพียงฝันงี่เง่า แบร้
“=_=”
อ๊า จริงสิ พี่ทำงานที่นี่ นี่นา ลองเล่นอะไรสนุกๆหน่อยดีกว่า
“คุณพี่สุดหล่อคะ ขอน้ำส้มกับไอศรีมวนิลาที่หนึ่งค่ะ” แหลสุดๆเลยค่ะฉัน แต่เชื่อได้เลย พี่ไม่กล้าโวยวายหรอก ไม่งั้น ถูกเด้งออกจากงานเจ้าค่ะ
“ขอโทษนะครับ พูดอย่างนี้ แฟนคุณไม่หึงแย่เหรอครับ” ที่ชมว่าพี่หล่อน่ะ จริงทุกประการนะคะ พี่คอปเตอร์ ผมสีดำที่ป้ายสีแดงไว้ด้านข้างที่แสกไว้ ผิวก็ขาวอย่างกับดาราเกาหลี หล่อกว่าไอดอลอย่างอีตาเพียงฝันขี้เก๊กนี่อีก
“เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ ที่ถูกมองว่าเป็นแฟนกัน ผมขอเค้กสตรอเบอร์รี่กับชานมเย็นนะครับ” ฉันก็เป็น เกลียด เหมือนกันย่ะ นี่ถ้าไม่ติดว่าพี่ทำงานอยู่ ฉันเหยียบหน้าพี่โชว์นายเลยก็ยังได้ แล้วไอ้ที่นายสั่งเนี่ย ผู้ชายเขาทานกันมากเลยย่ะ
“Good chipper แด่คู่รักสุดพิเศษ พิเศษนะครับ”
 
++อีกมุมที่ร้าน++
“นายเป็นใคร ทำไมถึงได้มาเดินกลางห้างกับน้องสาวฉันอย่างนี้” ผมโดนพี่พนักงานสุดหล่อเมื่อกี้ ลากมาที่ห้องครัว เฮ้ มีอะไรคุยกันข้างนอกก็ได้นี่ (เขาไม่พาแกมาปล้ำหรอก)
“ผมให้ยัยนั่นมาช่วยเลือกชุดให้น่ะครับ แต่ยัยนั่นชวนผมแวะนู่นไปนี่ซะจนทั่วเลย”
“นายคงมีเหตุผลส่วนตัว ที่ให้น้องสาวฉันมาด้วย ฝากน้องสาวฉันด้วยนะ ฉันไม่ชอบให้มาเดินเล่นคนเดียวอย่างนี้เลย เฮ้อ เป็นพี่ประสาอะไร ขนาดน้องสาวยังมีเจ้าชายสุดหล่อมาเดินด้วย แล้วชาตินี้ฉันจะมีแฟนกับเขามั้ยเนี่ย”
“พี่ชายหล่อกว่าดาราหลายๆคน รวมทั้งผม แต่ก็ไม่แปลกหรอกครับ ขนาดผมยังไม่มีเลย”
“แล้วไม่สนยัยเคทเลยรึไง”
“หึ เขาไม่ได้รักผมนี่ครับ และผมก็ไม่รู้ด้วย ว่าผมรักเธอรึเปล่า” มันเป็นช่วงเวลาที่ผมสับสน บางครั้ง ผมก็คิดว่า เธอน่าสนใจ แต่บางครั้ง เวลาที่เธอชอบว่าผม ถึงมันจะดูแค่เล่นๆก็เหอะ แต่มันก็ทำให้ผมใจเสียอยู่บ่อยๆ และผมก็การันตีได้เลยว่า ถึงผมจะดูดียังไง เธอก็ไม่มีวันรักผมได้แน่นอน
“จริงสิ คนอย่างยัยเคทเจออะไรก็จะไม่ร้องไห้ นอกจากความรัก ลองสังเกตดูก็แล้วกัน น้องฉันไม่ใช่คนใจแข็งอะไรมากหรอก แต่ถ้านายทำร้ายน้องฉัน นายตายแน่”
“ไม่คิดจะทำอยู่แล้วล่ะครับ” แปลกคนจริงๆนั่นแหล่ะ รักแล้วร้องไห้ งั้นผมก็ไม่เคยชอบใครเลยสิ (คนละคนกันเฮ้ย)
 
++บ้านเสาเดียว++ (ไว้ทำบ้านแกเหอะ)
“พี่ ช่วยหนูทำการบ้านหน่อย หนูรู้สึกว่าโรคเกลียดงานมันจะกำเริบ” อาการนี้เป็นประจำค่ะ ส่วนเรื่องชุดของหมอนั่น ก็เป็นเสื้อเชิ้ตขริบสีส้ม กางเกงยีนส์สีดำเข้ม และรองเท้าสีฟ้าตัดขาว อ้อ แล้วก็นาฬิกาสีชมพูสุดหวานแหววอีกอย่าง ตอนแรกฉันก็นึกว่ามันจะออกมาเหมือนเกย์อะไรอย่างนี้นะ แต่พอไปอยู่ในเรือนร่างของอีตาเพียงฝัน Prince Idol Number 1 ของประเทศ กลับทำให้หน้าตาที่เย็นชา ดูอ่อนโยนลงอย่างมหาศาล ฮึ้ย อย่าให้อีตานี่เฟอร์เฟ็กมากจะได้มั้ยยะ (มาเขียนเองเลยม่ะ) 
“ฝันไปเถอะ แม่คุณ ห่างกับฉันแค่ชั้นเดียว งานมันต่างกันซะที่ไหน” ชิ พี่ก็พูดไปงั้นแหล่ะ หนูรู้ พี่น่ะ หลักสูตรเดิมชัดๆ ยังเป็นผังตรีโกณมิติอยู่เลย หนูเรียนตั้งแต่ ม.4 แล้วค่ะคุณพี่ขา แต่ถึงกระนั้น แล้วใครหน้าไหนที่มหาวิทยาลัยเขาจองตัวตั้งแต่ ม.2 คะ ถามหน่อย  
“ช่างเหอะ มีพี่นั่งทำเป็นเพื่อนก็ดีไปอีกแบบ”
“แต่มันไม่ดีตรงที่ฉันเห็นตัวเลขแล้วมาเห็นหน้าแกนี่แหล่ะ” พี่ใครวะ กวนประสาทขั้นสุดยอด
“พูดงี้หมายความว่าไงฮะ”
“เออ ช่างเหอะ ว่าแต่วันนี้เพื่อนฉันมาค้างที่บ้าน อย่าทำอะไรแก่นๆล่ะ”
“อยู่นานมั้ยอ่ะ” ขอล่ะ เพื่อนพี่ขอให้หล่อๆ นิสัยดีๆ ด้วยเถอะ ถึงมันจะตรงข้ามกับพี่ทุกอย่าง แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นเพื่อนกันไม่ได้ ขอล่ะ ขอล่ะ
“ตลอดเลยล่ะ ก็บ้านหมอนั่นน่ะ อยู่กันแค่ 3 คน แม่พี่น้อง เผอิญว่าแม่ของหมอนั่นน่ะ ต้องไปต่างประเทศ เห็นบอกว่าจะไปดูกิจการที่อิตาลี สักสี่ปีได้มั้ง จริงสิ น้องชายหมอนั่นก็มานะ”
“โธ่ หนูยิ่งเป็นโรคเกลียดเด็กอยู่ ถ้าซนเมื่อไหร่ แม่จะกัดหูขาดเลย” แน่นอน สิ่งที่ทำให้ฉันเกลียดเด็ก ก็เด็กนั่นแหล่ะ ไม่รู้ไอ้เด็กบ้าที่ไหน มาชนฉันซะคว่ำ แทนที่จะขอโทษ ป้าๆ แก่แล้วน่ะหัดดูตาม้าตาเรือซะมั่ง เจอหน้าอีกเมื่อไหร่ แม่จะเตะให้กลิ้งเลย -_____-+++
“จะบ้ารึไง ม.5 เท่าเธอนี่แหล่ะ และไม่ใช่ว่าธรรมดานะ หล่อสุดๆ ขอบอก” อ๊าย ข้อเสนอนี้ค่อยน่าสน (ดูเขาทำ....)
“แจ๋ว ถ้าชั้นเดียวกัน คงทำการบ้านให้หนูได้บ้าง โอ๊ย ไม่ทำแล้วดีกว่า พี่ หนูไปอาบน้ำนะ”
“น้องใครฟะ ฆ่าหมกป่าซะดีมั้ยเนี่ย” ปากเรอะนั่น -_____-+++
  
ถึงสัดส่วนฉันมันจะต่อต้านเพศตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงก็เหอะ แต่การส่องกระจกเวลาอาบน้ำ มันก็คือกิจวัตรของฉัน
 
…I-I-I wanna go o-o all the way-ay-ay
Taking out my freak tonight
I-I-I wanna show-ow-ow
All the dir ir-ir
I got running through my mind…
 
เพลง I wanna go ของ Britney spears
 
อาบน้ำมันก็ต้องร้องเพลง ถึงจะมีความสุข ฉันมันพวกหัวสูงไปนิด ที่เห็นว่าฉันไม่คลั่งดารา ไม่ฟังเพลง นั่นก็เพราะว่า ฉันชอบฟังแต่เพลงต่างชาติ ส่วนไอดอลในดวงใจ อ๊าย Britney spears (ถึงจะเป็นแม่ลูกสามแล้วก็ว่างั้นเหอะ)
“^O^”
“นายอยู่ห้องนี้นะ เห็นยัยเคทบ่นว่าอยากให้อยู่ช่วยทำการบ้านพอดี” พี่คงพาไอ้น้องชายของเพื่อนมาแหงๆ คงจะแค่มาทักทายเรามั้ง
“ครับ แล้วน้องสาวของพี่อยู่ไหนล่ะครับ ไม่เห็นมีคนเลย” อ๊าย เสียงหล่อมากเลย
“อาบน้ำอยู่ เดี๋ยวก็ออกมาเองแหล่ะ เอ ฉันคุ้นๆนายยังไงก็ไม่รู้แฮะ”
“เจอกันบนห้างเมื่อวานนี้ไงครับ พี่ยังบอกอยู่เลย แล้วชาตินี้ฉันจะมีแฟนกับเขามั้ยเนี่ย แต่ก็ตลกดีนะครับ พี่ออกจะหล่อซะขนาดนี้” ไปเจอกันตอนไหนฟะนั่น ฉันไม่ยักกะรู้
“อีกแล้ว ปากหวานจริงนะเรา สาวติดตรึมเลยสิ”
“คงงั้นมั้งครับ”
“ฉันไปดีกว่า เตรียมของให้เรียบร้อยนะ แล้วลงไปกินข้าวเย็นกัน”
 
ฉันออกไปดูหน้าหน่อยดีกว่า รู้สึกว่าพี่ก็ออกไปแล้ว ขืนมาเห็นฉันในลักษณะอย่างนี้ คงได้แซวฉันว่า ผ้าพันขอนไม้เป็นแน่แท้
“ขอโทษนะคะ ที่ต้อง...” ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ ตอนนี้ ฉันอยู่ในสภาพ ผ้าขุนหนูเกาะอกที่สุดแสนจะสั้น และฉันจะไม่ช็อกผิดปกติอะไรมากมาย ถ้าคนที่อยู่ต่อหน้าฉันไม่ใช่ อีตาเพียงฝัน
อ๊าย.................................
“อุ๊บส์ อื้อ” แน่ะ พอฉันจะกรี๊ดก็มาปิดปากฉันอีก นายจะทำอะไรฉันยะ
“เป็นบ้าอะไรของเธอ”
“นายนั่นแหล่ะ ปล่อยฉันนะ”
“เออ ก็ไม่ได้อยากจะกอดเธอหรอก แต่ถ้าเธอแหกปาก คนทั้งบ้านก็จะมาเห็นเธออยู่กับฉันในสภาพนี้น่ะสิ” ปากก็พูดอย่างนั้น แต่หน้าก็ยังจะเฉยได้อีก นายมันตัวอะไรยะ
“รู้แล้วน่า นายน่ะ ออกไปได้แล้ว ฉันจะใส่เสื้อผ้า”
“ไม่มีทาง นี่ก็ห้องฉัน ไม่มีใครสั่งฉันได้ทั้งนั้น” ตอนไหนมิทราบ แล้วนี่มันไม่ใช่ห้องฉันรึไงยะ
“เออน่า ฉันขอร้องล่ะ ออกไม่ก่อน นะ นะ” แหงล่ะ ถ้าฉันเปิดลิ้นชักแห่งความลับ หมอนี่ต้องรู้แน่เลย ว่าขุมสมบัติขั้นสุดยอดของฉันอยู่ที่ไหน
“ก็ได้ ฉันไปดูพี่หน่อยก็แล้วกัน รีบๆล่ะ ฉันจะจัดของ” เริ่ด
“ขอบใจ” หวังว่าหมอนั่นคงไม่โผลงเข้ามาตอนฉันเปิดหีบสมบัตินะ วันนี้ฉันใส่สีฟ้าดีกว่า โอเค งั้นเริ่ม มือฉันเริ่มจะสัมผัสลิ้นชักแห่งความลับ...
“เฮ้ ยัยแมวเหมียว เอาโทรศัพท์มาให้หน่อย...” อ๊าย จะเข้ามาอีกทำไมยะ
“โป๊ก บอกให้ออกไปไงยะ” ไม่รู้นะ ว่าฉันขว้างอะไรไป แต่ว่าจังหัวหมอนั่นแบบตรงเป๊ะ ดูท่าจะแรงกว่าที่คิดแฮะ ก็หมอนั่นคว่ำหงายท้องอยู่หน้าประตูเลยนี่ เอ แล้วไอ้ที่มันแตกกระจายนั่น โทรศัพท์ใครหว่า
 
++ชั่วโมงต่อมา++
 “เจ็บมั้ยอ่ะ” และแล้ว คนที่ต้องทายาให้ ก็คือฉัน (ก็ไปทำเขาเองนี่) อ้อ ส่วนเสื้อผ้าฉัน ก็ยังไม่ได้ใส่ ฉันชักจะคิดถึงเสื้อผ้าขึ้นมาแล้วแฮะT^T
“เจ็บอีตอนโทรศัพท์ฉันแตกอยู่ต่อหน้านี่แหล่ะ สองหมื่นเศษนะครับ ไม่ใช่สองร้อย”
“อ้าว ก็เห็นว่ามันเหมือนรุ่นขว้างมะม่วงนี่นา”
“ยังจะมาย้อน...โอ๊ะ ไม่มีแผล แต่ก็แสบใช่ย่อยแฮะ”
“ขอโทษ เดี๋ยวฉันหาเงินใช้ให้ แต่ว่าจะหางานได้ที่ไหนนี่สิ เฮ้อ ไอน้ำปะทะโปเตโต้” (พูดแล้วจะร้องไห้ จน ไม่รู้จะอธิบายยังไง)
“ร้องเพลงคู่กับฉัน แค่อัลบั้มเดียวก็พอ อย่าเถียง นี่คือคำสั่ง” ตาย ไอ้โจรแบงค์การ์โม่ (ห้าร้องแพงไปค่ะ)
“นายไม่เคยฟังเสียงฉันรึไง อย่างกับเป็ดคอหอยบวม” T^T
“อะไรกัน ตอนที่เธอร้องเพลงในห้องน้ำ เพราะดีออก สำเนียงฝรั่งชัดเชียวล่ะ”
“อย่ามายอกันซะให้ยาก เกิดมาฉันยังไม่เคยร้องเพลงให้ใครฟัง ฉันจะแน่ใจได้ไง”
“ฉันร้องเพลงมาเป็นร้อยเพลง ฟังเพลงมาเป็นร้อยอัลบั้ม ฉันรู้ว่าอะไรเพราะไม่เพราะ”
“นี่ฉันต้องทำใช่มั้ย” หมดข้อโต้แย้งค่ะ ก็ฉันผิดเองนี่นา เอาก็เอา จะนรกหรือต่ำกว่าพื้นดินก็เอา (ต่างกันตรงไหน) สองหมื่นกว่าๆ วุฒิม.3 อย่างฉัน ไม่ทำงานตลอดชาติเลยรึไง
“ก็แหง แล้วเธอคิดว่าพี่เธอหล่อมั้ย”
“เอ้อ หล่อกว่านายโขเลยล่ะ”
“งั้นก็คิดไว้ได้เลย ว่าเธอน่ะ ไม่ต่างไปจากพี่เธอสักเท่าไหร่หรอก” เลิกทำหน้าเจ้าเล่ห์ๆ อย่างนั้นสักทีเถอะย่ะ ถึงคนอื่นเขาจะชอบกัน แต่ก็มีฉันคนหนึ่งแล้วย่ะ ที่เกลียดนายแม้เวลาเห็นหน้า
“เออ เอาเป็นว่า ฉันตกลง แล้วใจคอนายจะไม่ให้ฉันใส่เสื้อผ้าเลยใช่มั้ย”
“ก็ได้ เสร็จแล้วลงไปกินข้าว จะได้รีบไปมาทำการบ้านแล้วเข้านอน” บ่นเป็นตาแก่เชียวนะนาย
 
นิตยสารตอนเช้าที่คุณพี่ไปรษณีย์ส่งมา ทำไมมันมีแต่รูปอีตาเพียงฝันมาเกือบชาติล่ะเนี่ย หน้าก็หวานปานผู้หญิง ชื่อก็โคตรจะหวานแหวว แต่ทำไมหมอนี่มันดูทั้งเลวทั้งชั่วในสายตาฉันนะ ไม่เข้าใจ ส่วนเรื่องห้อง ที่พี่ให้หมอนี่มาร่วมห้องกับฉัน ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก ก็ใครมานอนห้องฉัน ใครผู้นั้นมันต้องได้ชิมบาทาของฉันสักข้างแล้วล่ะ ถ้าจะให้ปลอดภัย ต้องอยู่ห่างจากฉันในระยะ 17 เมตรเป็นอย่างน้อย หึ หึ หึ
“ไม่เห็นเหมือนกันเลย อย่างกับคนละคนแน่ะ”
“ดูดีกว่ารึแย่กว่าล่ะครับ”
“แย่กว่าน่ะสิ ก็ในรูปมันดูเหมือนจริงจังกับงานจนเกินไป น่ากลัวยังไงก็ไม่รู้ ถ้าไม่ชอบก็ไม่เห็นต้องทำมันเลยนี่นา”
“ไม่ใช่ว่าไม่ชอบหรอกฮะ แค่รู้สึกเหงาๆ เวลาที่ต้องทำอะไรคนเดียวน่ะครับ ถึงจะมีคนอยู่รอบข้าง ถึงเขาจะมีส่วนที่ช่วยให้ผมเด่นดังสักแค่ไหน แต่คนที่ได้รับคามหวังนั้น ก็คือผมคนเดียว” คงไม่ใช่เหตุผลที่นายพ่วงฉันไปลงนรกนะยะ ถึงจะคิดอย่างนั้น แต่ก็รู้สึกสงสารหมอนั่นเหมือนกันแฮะ
“จะเถียงก็ไม่ได้ด้วยสิ ก็ฉันไม่ใช่นายนี่เนอะ เอ้อ แล้วพี่นายไปไหนแล้วล่ะ”
“ผมไปตามนะฮะ”
“ไม่ต้องแล้วล่ะ ดูท่าจะมาแล้ว” พี่ผู้ชายผมดำที่อยู่ในชุดสูทผูกไทต์หลวมๆ ปลดกระดุมไว้ 2-3 เม็ด แต่ว่าเป็นคนที่ยิ้มแย้ม ดูท่าจะเป็นคนอ่อนโยน อ๊าย ขอบคุณพระเจ้า ผิดกับอีตานี่อย่างลิบลับเลย
“Good morning everybodyเป็นไงฝัน นอนห้องเจ้าสาววันแรก” แต่ดูท่าจะปากเสียเหมือนกันแฮะ
“เหมือนนอนหน้าประตูยมโลกเลยครับ”
“สีหน้าอย่างนั้นโกหกพี่ไม่ได้หรอก ที่จริงก็สนใจหนูเคทเขาอยู่ใช่มั้ยล่ะ”
“ถ้าไม่ติดว่าเป็นแมวนะครับ” แล้วไอ้รอยยิ้มเชือดเฉือนนั่น อยากจะให้ฉันสวนคืนว่างั้น ได้ จัดหนัก
“เออ นายก็หล่อมากเลยย่ะ ถ้าไม่ติดว่าไม่ใช่คน”
“แมวก็เป็นได้แค่แมว แต่สิ่งที่ไม่ใช่คนแต่ดีกว่าก็มีอีกเยอะ เธอแพ้แล้วนะ ยกนี้”
“แล้วมันอะไรล่ะคะ คุณเพียงฝัน”
“แองเจิ้ล” อร๊าย พูดได้ไม่อายปาก แองเจิ้ลอย่างนายฉันกระโดดตึกตายแล้วลงไปขออยู่กับยมบาลซะยังจะดีกว่า
 
++โรงเรียนของเราน่าถล่ม++ (จริงๆนะเออ)
“เคทจ๋า ลอกการบ้านหน่อย” ก็ไอ้การบ้านเมื่อวานนี่แหล่ะ เห็นเป็นพวกเถื่อนๆโหดๆ วันๆไม่แตะหนังสือ แต่เรียนเก่งชะมัด ชิ ทั้งนักเรียน งานพิเศษ งานไอดอล นี่นายไปเอาเวลามั้ยมาอ่านหนังสือยะ
“เออ ขีดเส้นใต้แล้วเอาไปส่งให้ด้วยนะ” ปันใจ เพื่อนสุดที่รักขอ ก็จัดให้ กำลังขี้เกียจอยู่พอดี ต้องเอาไปส่งที่อาคารเกษตรอีก แล้วไม่ใช่ว่าใกล้ๆนะ ไกลชิบ
“เฮ้ ไม่ใช่ลายมือแกคนเดียวนี่หว่า ไปจ้างใครมายะ” หึ หึ ก็จะใครซะอีกล่ะ อีตาเพียงฝันเสร็จไป 3วิชา ส่วนฉัน...คณิตข้อเดียวยังไม่เสร็จเลยอ่ะ คิดแล้วเศร้า ก็เลยให้หมอนั่นทำให้ซะเลย
“จะลอกรึไม่ลอก”
“ขอโทษค่ะ คุณรินทิราพร” อันนี้ชื่อจริงของฉันค่ะ แต่ใครให้เรียกกันยะ ยัยบ้า
 “ว้า วันนี้ฟันนี่จังไม่มา หมดอะไรหนุกๆเล่นเลย จริงสิ เคทตี้จังอยู่กับฟันนี่จังบ่อยๆนี่นา เห็นหมอนั่นมั้ยอ่ะ” เรียว เพื่อนอีตาคนเฉยชา หน้าไม่อาย ตายยาก คนนั้นนั่นแหล่ะ เรียวเป็นคนยิ้มเก่ง อารมณ์ดี แถมหน้าตาก็หล่อสุดๆ ฉันกล้าบอกได้เลย ว่าผู้ชายในอุดมคติก็เขานี่แหล่ะ
“อ๋อ ไปสตูดิโอน่ะ เดี๋ยวคาบบ่ายก็มาเองแหล่ะ” ก็หมอนั่นเขียนบนไวท์บอร์ดนี่นา จะไม่ให้รู้ได้ไง
“ชิ ทีแฟนล่ะบอกแม้กระทั่งเวลางาน ไม่เคยจะบอกฉันเลย คอยดูนะ กลับมาจะเตะผ่าหมากโชว์เป็ดเลย” นึกภาพแล้วชวนฝันจังเลยแฮะ ^_____^
“ไม่ใช่แฟนสักหน่อย แล้วก็เลิกเรียกทีเหอะ ไอ้ฟันนี่ เคทตี้ อะไรเนี่ย”
“นี่ รู้รึเปล่า ถึงฟันนี่กับเคทตี้จะไม่ชอบกัน อย่าน้อยก็มีฉันคนหนึ่งแล้วล่ะ ที่คิดว่าทั้งสองคนรักกัน ไม่วันนี้ก็วันหน้า ฉันจะเชียร์คู่นี้ตลอดไป และที่เรียกอย่างนี้ก็เป็นการเชียร์ของฉัน เคทตี้ห้ามไม่ได้หรอก”
“เลิกคิด เลิกฝัน เลิกเชียร์ไปได้เลย ต่อให้นายหัวหงอกตาย นายก็ไม่ได้เห็นฉันรักเพื่อนนายได้หรอก”
“แล้วถ้าฟันนี่รักเคทตี้ล่ะ”
“หึ ถ้านายเป็นคนบ้า ฉันจะเชื่อนายก็แล้วกัน”
  
[Special Plan: Peangfun]
“เฮ้อ ทำไมเวลาที่ไม่มียัยแมวเหมียว มันรู้สึกท้อๆยังไงก็ไม่รู้” ตอนนี้ผมอยู่ในเวลาพัก ผมกะว่าจะเดินเที่ยวสักหน่อย แล้วค่อยไปโรงเรียน ก็เลยชวนพี่ปินมาด้วย อ้อ พี่ปินก็คือพี่เลี้ยงในค่ายของผม พี่เขาทั้งเก่ง ทั้งใจดี หน้าตาก็ใช่ย่อย ถึงพี่เขาจะไม่ค่อยเป็นจุดเด่น แต่มีผมคนหนึ่งแล้วล่ะ ที่ปลื้มพี่เขาสุดๆ
“แมวเหมียวนี่ใครเหรอ แฟนรึเปล่าเอ่ย ทำไมพูดถึงบ่อยจัง”
“เปล่าครับ แค่น้องสาวของเพื่อนพี่เขา”
“ถ้าจะคบกัน พี่ไม่ว่าหรอก ไม่ต้องห่วงชื่อเสียง ไอดอลก็เป็นคน รักได้ หายใจเป็น ถ้าใจเพียงฝันอยากจะประกาศว่าชอบกัน พี่จะคอยเชียร์สุดใจเลยแหล่ะ” ผมว่าผมโชคดีนะ ที่ได้พี่ปินมาเป็นพี่เลี้ยง พี่เขาเข้าใจคนอื่นๆ เห็นใจคนรอบข้าง เป็นที่รักของคนทุกคน ที่ผมมาเป็นไอดอล ก็เพราะพี่เขาคือไอดอลในดวงใจผม แต่ที่พี่ไม่เข้าใจ ก็คือยัยนั่นเกลียดผมนี่แหล่ะ
“ก็เขาไม่ได้รักผมนี่ครับ และผมก็ไม่ได้รักเขาด้วย”
“เวลานี้น่ะ อาจจะใช่ แต่วันข้างหน้าล่ะ แค่ตอนนี้เพียงฝันยังบ่นถึงเขาเลย”
“ไม่รู้สิครับ”
“งั้นจบ ไปใส่ชุดนักเรียน เดี๋ยวพี่พาไปร้านหนังสือ”
“หนังสืออะไรเหรอครับ” งงสิครับท่าน อัจฉริยะอย่างพี่ปิน ต้องใช้หนังสือด้วยเหรอ
“นิยาย” เอ๋ O_O
 
++ร้าน 1,000,000 หนังสือ++
“เดินดูก่อนก็ได้นะ เผื่อมีเล่มที่อยากได้บ้าง” เฮอะ หนังสือเหรอ เห็นแล้วนึกถึงโรงพยาบาล แต่ก็นะ ซื้อหน่อยก็ดี นานๆจะได้เข้า เอ ท่องเที่ยวเมืองชลฯ ตะลุยแดนข้ามมิติ หลักทฤษฎีบทพีทาโกรัสและพาราโบล่า     -_____-โอย ใครมันเป็นคนจัดหนังสือฟะ อ๊ะ งั้นเอาเล่มนี้ บทนิยามแห่งกาลเวลา Version France
 
“5,700บาทค่ะ” เฮ้ย นี่พี่ปินซื้อนิยายไปกี่เล่มเนี่ย พี่เขาจะเอาไปสร้างบ้านรึไงฟะนั่น ตั้งห้าพันเจ็ด
“ไม่เยอะไปเหรอครับ”
“ไม่หรอก แค่สามสิบกว่าเล่มเอง อ่านวันสองวันก็หมดแล้ว เออ แล้วนายได้อะไรบ้างเนี่ย” ก็จริง ถ้าหนังสือจรรโลงใจล่ะก็ ผมอ่านไม่ถึงวันก็จบ แต่เกิดมาผมยังไม่เคยอ่านนิยายเนี่ยสิ ไม่รู้มันน่าสนุกตรงไหน ดูท่าจะเหมือนนิทานของเด็กยังไงก็ไม่รู้ อ้อ ผมเคยอ่านเรื่องหนึ่งตอนเด็กๆ เรื่อง อลิซกับกระต่ายน้อยในดินแดนมหัศจรรย์ นิยายของอังกฤษ มันมีตั้ง 7ภาคแน่ะ แต่ผมรู้จักแค่ภาคเดียวจริงๆ
“นิยามแห่งกาลเวลาครับ เป็นฉบับภาษาฝรั่งเศส”
“อ่านไปได้ไง มีแต่ภาษาอะไรก็ไม่รู้ อ่ะนี่ ฉันให้ เอาไปอ่านดูสักเล่ม”
“ให้ผมทำไมครับ” นิยายเล่มหนา หน้าปกมีการ์ตูนผู้หญิงน่ารักๆในชุดเมทกับผู้ชายที่ดูเก๊กๆในชุดสูทในท่าไขว่ห้าง ถึงหน้าปกมันจะชวนอ่าน แต่มันไม่มีรูปเลยสักหน้านี่นา จะแน่ใจได้ไง ว่าสนุก เฮ้อ ไม่เข้าใจพี่ปินเขาเลย ส่วนเล่มที่ผมซื้อน่ะเหรอ ไม่ใช่พิศวาสอะไรหรอก ก็แค่นึกถึงอดีตนิดหน่อย
“นายจะได้ไม่เครียดไง ตอนนายออดิชั่นใหม่ๆนะ นายหล่อก็จริง แต่นายดูน่ากลัวมากเลย ทั้งๆที่นายก็เป็นคนคุยเก่ง มีจุดอ่อนจุดแข็ง มันเหมือนนายขาดอะไรไปสักอย่างนี่แหล่ะ แต่ไม่รู้จะแก้ยังไงเนี่ยสิ ร้องร้องเพลงคู่หน่อยเป็นไง” เข้าทาง...
“ผมว่าจะขอพี่ปินอยู่พอดีเลยครับ ส่วนคู่ก็มีแล้วเรียบร้อย”
“ไม่ใช่แมวเหมียวของนายนะ”
“ไม่ใช่ก็ต้องใช่ล่ะครับ ก็ยัยนั่นทำโทรศัพท์ผมพังนี่นา”
“ก็ว่าอยู่แล้ว”
[Special End: Peangfun]
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
So good คับ
จากคุณ Blue/(deyniekung) อัพเดตเมื่อ 27/10/2554 17:15:53
ความคิดเห็นที่ 2

สนุกดี^__^

จากคุณ aomaom_11/(aomaom_11) อัพเดตเมื่อ 27/10/2554 10:55:09
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 281 ท่าน