Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
เล่ห์รักร้าย นายลูกหนี้
TGpegasus
ตอนที่ 2
3
26/10/2554 11:43:09
334
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 2
            “ลัลล้า จะไปไหนต่อดีล่ะ”
            “หน็อย!ไอ้เผือกทำเป็นถามเถอะ พวกแกจะพาฉันไปไหนล่ะ”
            “แกอย่าบื้อไปหน่อยเลยเฟรช พวกฉันพาแกมาทางหลังโรงเรียนนี่จะไปไหนอีกยะ”
            เออ!ใช่แฮะหลังจากที่สามสาวพาวเวอร์พัพเกิร์ลขออนุญาตอาจารย์สายสะอาดเสร็จก็เดินดุ่มๆ ออกมาจากตึก จนตอนนี้มาอยู่ ณ หลังโรงเรียนแล้วล่ะ แหะๆ
            “พวกแก!เพื่อนชั่วจะพาฉันโดดโรงเรียนเหรอ”
            “เออ!แกไม่ต้องพูดมากไปทางลับของพวกเรากัน!”เผือกกล่าวด้วยสายตามุ่งมั่น ฮึ่ย!ทำยังกับจะไปรบ
            “เอากระเป๋าโยนข้ามไปดิ”
            พรึ่บ!พรึ่บ!ปบ!
            อ่า ทำไมเสียงกระเป๋าใบสุดท้ายหล่นเสียงไม่เหมือนเพื่อนล่ะ พวกเรามองหน้ากัน...
            “นี่ คงไม่ใช่โยนไปถูกหัวใครหรอกนะ”รันกระซิบไปทางเผือกที่เป็นคนโยน หน้ามันเริ่มถอดสี
            “หมาคงจะเดินผ่านมาพอดี มือฉันเลยแม่นโยนไปถูกหัวมันมั้ง หุหุ”
            เผือกทำหน้าภาคภูมิใจ หมาบ้านแกสิถ้ามันโดนก็ร้องก็เอ๋งแล้ว นี่ไม่ร้องสักแอะ แต่ถึงกระนั้นพวกเราก็ยังมุทะลุจะข้ามไปอยู่ดี ฮิฮิ ศรัทธาแห่งการกินได้เริ่มขึ้นแล้ว
            “แกมุดไปก่อนดิรัน ฉันจะตาม แล้วให้เผือกมันปิดท้าย”
            “ดะ ได้ไงยะ แกก่อนดิ”
            “โธ่!แกก็แค่มุดออกไปสิ พวกเราไม่ได้ปีนรั้วสักหน่อย”
            “ใช่!เผือกมันพูดถูกนะรัน แล้วตรงนี้ก็พุ่มกำลังดี ไม่มีใครเห็นหรอก แกจะกลัวอะไร”
            รันมุดรั้วของโรงเรียนที่มีช่องโหว่ออกไป ตรงนี้มันเป็นจุดอับอาจารย์ฝ่ายปกครองคงจะไม่ทันคิดหรอก ว่ามีนักเรียนชอบแหกคอกออกทางนี้เป็นประจำ คุคุ
            “ดูมันดิเฟรช ท่าทางยังกับคนไม่เคยมุดออกทางนี้งั้นแหละ” โอ้!แม่ธรณี ตูดรันเกือบชนหน้าฉันแน่ะ
            “อ๊ะ!!!”เสียงตกใจของรันนี่นา
            “เฮ้ย!รัน แกเป็นไรอ่ะ”เผือกถามข้ามรั้วออกไป
            “ปะ เปล่าพวกแกรีบออกมาเร็วๆ เซ่!!!”
            “แล้วแกจะตะโกนหาพระแส้ของครูฝ่ายปกครองรึไงรัน”
            “แกอย่าเพิ่งไปว่ามัน รีบมุดตามไปก่อนเถอะ”
            “งั้นฉันไปล่ะนะ แกดูข้างหลังดีๆ ล่ะเผือกช่วยดันก้นฉันด้วย เฮ้ย!รันแกดึงแขนฉันออกไปทีดิ๊”
            อ่า ฉันออกไปได้แล้ว หุหุ แล้วเราสองคนก็ช่วยกันดึงยัยเผือกเน่าออกมา ทำไมยัยนี่ตัวหนักจังหง่ะ เห็นตัวเล็กๆ หุ่นดีๆ แบบนี้แรงเยอะเป็นบ้าเลยอ่ะ
            “เมื่อกี้แกเป็นอะไรรัน”
            “ก็ดูนั่นสิ กระเป๋าใบสุดท้ายเมื่อกี้มันโดนหัวหมาจริงๆ แหละ”ฉันกับเผือกหันไปทางที่รันชี้
            “เฮ้ย!!!”
            “ฮ่าๆๆ เห็นมั้ย บอกแล้วว่าโดนหัวหมา ฉันนี่มือแม่นอย่างกับจับวางเลย”เผือกยิ้มหน้าระรื่น แกจะภูมิใจอะไรกันนักกันหนายะ อ๊ะ!
            “แต่กระเป๋าที่แกโยนถูกมันนั่นเป็นของฉันนะเผือก”
            “เหอะๆ ไม่เป็นไรหรอกน่าเฟรช ว่าแต่กระเป๋าแกใส่อะไรไว้ข้างในเนี่ยหนักจนหมามันสลบ ไม่ร้องเอ๋งเลยแฮะ”
             “แล้วแกจะขำทำซากอะไรฮะ ไม่สงสารมันบ้างรึไงโอ้!นี่หมาพันธุ์อะไรเนี่ยตัวใหญ่จัง”
            “เราช่วยกันลากหมาไปหาหมอกันเถอะ เดี๋ยวมันจะตายซะก่อน”
            “เอางั้นเหรอรันแล้วร้านส้มตำที่แกจะพาไปกินล่ะ”
            “โธ่!ยัยเฟรช เดี๋ยวลากหมาไปก่อนแล้วค่อยไปกันก็ได้ แกนี่ห่วงกินจริงๆนะ”เผือกค้อน
            “อ๊ะ!ก็แน่สิยะ ฉันอุตส่าห์โดดเรียนวิชาประวัติศาสตร์มาเพื่อสิ่งนี้เชียวนะ”
            เมื่อออกมาจากคลินิคหมอหมาโดยที่เผือกรับเป็นเจ้าของไข้มัน(พูดเหมือนคนเลยแฮะ) พวกเราก็เดินทางต่อไปยังร้านส้มตำของยัยรัน O.Oหน้าร้านมีป้าหน้ามึนใส่ผ้าถุงห่มสไบคนหนึ่งกำลังเรียกลูกค้าเข้าร้าน
            “โอ้โห!ข้างในร้านได้บรรยากาศชะมัดเลยแฮะ พัดลมเป็นรูปสุ่มไก่ โมบายตรงหน้าต่างก็เป็นรูปกระติ๊บข้าวเหนียว แถมแก้วน้ำ เอ่อ ก็เป็นกระบอกไม้ไผ่ นี่ฉันอยู่กรุงเทพฯ รึเปล่าเนี่ย”รันทำหน้าทึ่ง
            “อ้าว!นี่แกยังไม่เคยมาหรอกเหรอรัน”
            “ก็เคยมาครั้งแรกกับพวกแกนี่แหละ แหะๆ พอดีร้านนี้มีคนแนะนำมาน่ะ ฉันเลยเอามาแนะนำให้พวกแกอีกต่อหนึ่ง”อ้าว เวรล่ะ!แล้วมันจะอร่อยมั้ยเนี่ย ...ถ้ารันมันเคยกินคงจะการันตีได้น่าเชื่อถือกว่านี้
            “เอาน่าพวกแกอย่าทำหน้าแบบนั้นเลย ไม่ลองไม่รู้นะ”ฉันกับเผือกมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะหยิบเมนูขึ้นมาดู (ก็แน่สิเดินเข้าร้านมาแล้วนี่)...
 
            ที่บ้าน ณ เวลาล่วงเข้าวันใหม่ไปไม่กี่ชั่วโมง
            “อูยยย อะไรมันจะปวดขนาดนี้นะ”
            ฉันออกจากห้องน้ำมาดูนาฬิกา อู้วว นี่เพิ่งจะตีสองเองนี่เวลานี้ทุกครั้งฉันคงจะหลับตดๆ นอนน้ำลายยืดอยู่บนเตียงอันแสนอบอุ่นแล้ว ถ้าเมื่อตอนกลางวันไม่ไปกินส้มตำอันแสนอร่อยจานนั้น....
            “ป้าคะ ขอส้มตำ เอ้อ!ใส่ไข่ค่ะ”รันเอ่ยด้วยน้ำเสียงกล้าๆ กลัวๆ
          “เอาใส่ไข่ทั้งสามจานเลยเหรอหนู”ป้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงใจดี
          “ค่ะ”พวกเราพร้อมใจกันตอบ
             ก็แน่สิดูเมนูร้านป้าหน้ามึนแต่ละอย่างสิคะ ดูเซ่!!!...ส้มตำใส่ไข่ พริกสีแดงๆ นั่นก็น่าจะเอามาทั้งสวนเพราะเผ็ดมากค่ะ...ส้มตำลูกชิ้นปลา(น่าจะเรียกว่ายำมากกว่านะ)...ส้มตำตับบด...แล้วยังมีอีกหลายเมนูที่มันพิสดารๆ รอให้เราสั่ง  มีอะไรแปลกกว่านี้อีกไหมเนี่ย??? อ้อ!ที่แปลกไปกว่านั้นคือลูกค้าเพียบค่ะ กินไปก็อร่อยดีอยู่หรอก นี่เพิ่งจะนัดกับพวกนั้นว่าวันหลังจะมาสั่งเมนูแสนลึกล้ำอย่างอื่นกินอีก แต่ตอนนี้คงไม่แล้วล่ะค่ะมันแย่ยิ่งกว่าเห็นหนูกินแมลงสาบเป็นอาหารซะอีก โฮกกกกก!
            “อ๊ากกกก!มันมาอีกแล้ว”
            ปัง!!!!
            “อูยยย ปิดประตูห้องน้ำเกือบไม่ทันแน่ะ ข้าศึกโจมตีหนนี้มันแรงจริงๆ”
            ฉันออกมาจากห้องน้ำอีกรอบ คราวนี้ค่อยยังชั่วแล้วแหละ แหะๆ ส้มตำร้านนั้น...ฉันจะจำไว้เลยจริงๆ ชิ! เฮ้ออออ!สูญเสียพลังงานไปเยอะแล้ว ลงไปหาอะไรกินในครัวดีกว่า...
            “โอ๊ะ!เบาๆ สิวะ เจ็บนะเว้ย”อ๊ะ!เสียงไอ้น้องเชนี่นา
            “ใครสอนแกต่อยวะ ไม่มีเบในการหลบเลยจริงๆ”เสียงใครอ่า คุ้นๆ
            “แน่สิเพ่...ผมไม่เหมือนพี่สักหน่อยจะได้เห็นเจ้าพวกนั้นเป็นกระสอบทรายเตะเอาต่อยเอาน่ะ...ไอ้แฟรงก์มือนายหนักชิบ!เบาๆ หน่อยสิวะ ซี๊ดดดด”
            ยิ่งใกล้เข้ามาห้องนั่งเล่นเสียงก็ดังขึ้นเรื่อยๆ
            “โว้ยย!งั้นไม่ให้กิ๊กแกมาทำให้เลยล่ะ”
            “ถ้าอยู่ตรงนี้คงไม่ใช้บริการแกหรอก หุหุ”
            เจ้าพวกนี้คงไปมีเรื่องกับใครมาอีกแน่ๆ แต่ไว้ก่อนเถอะตอนนี้ฉันหิวน้ำมากมาย ขอเข้าไปในครัวก่อนละกัน
            ซ่าๆๆๆๆ
            เอ๋!ใครมาเปิดน้ำตรงนี้เนี่ย คะ คง ไม่ใช่ ผ...ผีนะ อึ๋ยยยย!ถ้าเป็นเพื่อนนายแฟรงก์แล้วทำไมไม่เปิดไฟล่ะ ฉันเดินอย่างกล้าๆ กลัวๆ ไปตรงอ่างล้างมือ
            “คะ ใครน่ะ ใช่ผีรึเปล่า”
            “........”
            มันไม่ตอบค่ะพี่น้อง ฉันเดินกระดึ๊บๆ เข้าไปใกล้อีกนิด อ๊ะ!เห็นลางๆ ว่ามันปิดก๊อกน้ำแล้วค่ะ เอาไงดีหว่า...อืม ฉันเห็นในละครนางเอกมันจะเอากระทะตบหัวผู้ร้ายนี่นา ลองมั่งดีกว่า
            โครม!!!
            “อ๊าก!เจ็บๆๆ ไอ้โต๊ะบ้านี่ไม่รู้จักหลบเลยจริงๆ ไม่มีตารึไงยะ!!!” 
            ก่อนที่ฉันจะได้บ่นอะไรให้ยืดยาวกว่านี้ไฟในห้องครัวก็ถูกเปิดขึ้น
            “เฮ้ย!พี่เฟรชลงมาตอนไหนเนี่ย เดินยังไงถึงไปชนโต๊ะได้ แล้วทำไมไม่รู้จักเปิดไฟล่ะ” 
            “เปลืองย่ะ!”
            “ไม่ต้องมาฟอร์มเลยเจ๊ กลัวผีไม่ใช่เหรอทุกทีเห็นเปิดสว่างโล่ไปหมด”เจ้าเชมันจะแสนรู้ไปถึงไหนกันยะ
            “หึหึ”ฉันหันไปตามเสียงที่อยู่ตรงอ่างล้างมือ
            “อ๊าก!!!มังกรถั่วต้มอัปลักษณ์นายเข้ามาบ้านฉันได้ไง”ฉันลุกขึ้นทันที อ็อยย!เจ็บชะมัด
            “ฮ่าๆๆ เธอนี่สมเป็นหญิงถึกของปีจริงๆ ขนาดเมื่อกี้ยังนั่งกุมข้อเท้าอยู่ตอนนี้ยืนได้แล้ว”
            อ๊ะ!คินมาจากไหนอีกล่ะเนี่ย คงไม่ใช่เสียงที่อยู่กับเจ้าสองคนนั้นในห้องนั่งเล่นหรอกนะ แล้วมันอยากตาเขียวรึไงถึงมาว่าฉันเป็นหญิงถึกง่ะ
            “แล้วไงยะ ฉันไม่ได้อ่อนแอเหมือนผู้หญิงของพวกนายนี่... ไอ้แฟรงก์นายเอาใครเข้ามาในบ้านฉันยะ”
            อ๊ายยยย!นี่ฉันอยู่ท่ามกลางวงล้อมผู้ชายหน้าตาดีเชียวนะ คนแรกฝั่งขาวมือคือคินล่ะ ตรงหน้าฉันก็แฟรงก์กับเช (สองคนนี้ก็เท่ห์ไม่แพ้กัน) แต่ไอ้คนที่อยู่ตรงอ่างนั่นดิ ถึงจะหล่อขั้นเทพแต่คบไม่ได้ เชอะ!
            “นี่พวกนายไปฟัดกับหมาที่ไหนกัน สภาพแต่ละคนดูไม่ได้”
            “พอเถอะน่า พี่ไม่ใช่แม่ผมสักหน่อย”
            “แต่ฉันเป็นพี่สาวนายนะ!”
            “ให้ตายเถอะ!ผู้หญิงคนนี้เป็นพี่นายเหรอ”สายซ้อนดังมาจากปากคู่กรณี เป็นฉันแล้วทำไมยะ
            “ฮะพี่ดรากอน นี่พี่เฟรชพี่สาวผมเอง”แฟรงก์ตอบ
            “ไม่อยากจะเชื่อเลยแฮะ”ดรากอนพึมพำเบาๆ
            “แล้วพวกนายไปรู้จักกันได้ไงล่ะ”
            “เรื่องมันยาวฮะ”เสียงเช
            “ไม่ใช่เรื่องของผู้หญิง”ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านี่มันเสียงใคร
            “ฮึ!นายมังกรปากแหก อยากได้เพิ่มอีกแผลรึไง!!!”
            เพื่อที่จะบอกว่าฉันไม่กลัวดรากอน ฉันจึงเดินไปเผชิญหน้ากับหมอนั่น ดูหน้าใสๆ เนียนๆ เหมือนก้นเด็กของนายแล้วคงจะได้แผลน้อยที่สุดสินะ
            “เธอนี่มันแสบจริงๆ เลยนะ เฮ้อออ!ฉันชักไม่อยากจะเถียงกับผู้หญิงปากจัดอย่างเธอแล้วล่ะ”
            “จัดตรงไหน ฉันก็พูดของฉันแบบนี้มาตั้งนาน”ฉันลดวอลุ่มลง
            “แล้วพวกนายจะขำอะไรนักหนา”
            “เหอะๆ เปล่า”คินเดินกลับไปทางห้องนั่งเล่น
            “ขำเจ๊นั่นแหละ ฮ่าๆๆๆ”ว่าเสร็จเชก็เดินหัวเราะตามคินไป ฮึ่ยย!ไอ้นี่
            “โอ้!ฉันว่าฉันแอบเอาชุดนี้ไปทิ้งแล้วนี่หว่า”
แฟรงก์เกาหัวแกร็กๆ แล้วเดินตามสองคนนั่นไป นายจะทิ้งฉันไว้กับซาตานแบบนี้เหรอ น้องอกตัญญู!โฮกก!บรรยากาศรอบๆ ตัวดูทะแม่งๆ แฮะ
            “ทำไม กลัวรึไงยัยบ๊อง หึหึ” ดูสายตามันเซ่!ดูสายตามานนนนนน
            “ฉันไม่ได้กลัวนายย่ะ จำไว้ด้วย! ล...แล้วอย่าเอาสายตาหื่นๆ แบบนั้นมามองฉันด้วย ไม่ชอบวุ้ย”
            “แล้วไง เธอก็ไม่ใช่สเปกฉันหรอก หุ่นก็ยังกับท่อระบายน้ำ ผู้หญิงอะไรวะ ไม่มีส่วนเว้าส่วนโค้งเลย”
            “อ๊ายย!ยังกับหุ่นนายดีนักนี่ตาโย่ง!!!”
            “แล้วใครจะเตี้ยแบบเธอล่ะ ดูใส่ชุดเข้าสิ น่าเกลียดจริงๆ”อ๊าก!ฉันอยากเอาอะไรมายัดปากมันชะมัด
            “เซเลอร์มูนบนชุดนอนของฉันไปเตะปากนายรึไงฮะ”
            “หึหึ ฉันจะบอกให้นะชุดนอนลายแบบนี้เด็กอนุบาลยังไม่ใส่กันเลย ปัญญาอ่อนชะมัด”
            “อ๊ากก!มังกรถั่วต้มปากปลาร้านายว่าให้ฉันปัญญาอ่อนเหรอ!!!”
            “มีกันอยู่แค่สองคนถ้าไม่ว่าให้เธอแล้วจะไปว่าให้ใครล่ะ...ผีงั้นเหรอ”
            “แว้กก!นายปากบูด!!เอานี่ไปกินซะ!!!!”
            “ถุย!เธอกล้าดียังไงเอากะปิมายัดใส่ปากฉันฮะ!!!”
            “แล้วนายกล้าดียังไงมาถุยน้ำลายในบ้านฉันน่ะ ฮะๆๆ ปากเน่ากะปิ!!!”
            “ฮึ!คำก็ปากเน่าปากปลาร้า คำก็ปากบูด เธอเคยลองเหรอ!”จ...เจ็บอ่า มันกระชากแขนฉัน
            “แค่ไม่ลองฉันก็รู้แล้วว่าคนอย่างนายปากมันเป็นยังไง แล้วมันไม่ดีเหรอ ฉันอุตส่าห์ช่วยเอากะปิไปทาสมานแปลที่ปากให้เชียวนะ”
            ฉันยังทำใจดีสู้เสือ ยิ่งเห็นใบหน้าหล่อๆ นั่นใกล้ๆ แล้วหัวใจแทบจะละลาย เอ่อ ถ้าไม่ได้ยินเสียงทุ้มๆ นี่ซะก่อนน่ะนะ
            “ฉันไม่ต้องการ” ดรากอนเค้นเสียงตอบ นะ น่ากลัวอ่า
            “งะ งั้นก็ปล่อยฉันสิ ฉันไม่อยากใกล้นาย!!!”
            “ไม่อยากใกล้งั้นเหรอ งั้นก็มาลองหน่อยเป็นไง!!!”
            อ๊าก!!!!!นายเฮงซวยนี่ มะ มัน จ...จูบช้านนนนนน ฮือๆๆๆ จูบแรกของช้าน ทำไมต้องเป็นไอ้บ้านี่ด้วย แงๆๆ จูบรสชาติกะปิหง่า ทำไมไม่เหมือนในนิยายนะ จูบรสเลมอน สตอเบอรี่อะไรแบบนั้นน่าาาา โฮกกก!
            “เป็นไงล่ะ กะปิอร่อยดีมั้ย”
            “อย่ามาทำหน้าแบบนั้นนะ ไอ้หื่น!!!”
            “อยากโดนอีกรึไง โด่!แค่นี้ก็ถึงกับเข่าอ่อนเชียว”
            “ไอ้สารเลว!!! นายเอาจูบแรกช้านปายยยยยยยย”
            “หึหึ จูบแรกเธอหรอกเหรอ รสชาติไม่เลวนี่กลิ่นกะปิซะด้วย”
            ผลัวะ!
            “นี่เธอกล้าชกฉันเหรอ!!!!"
            “แล้วเห็นฉันไหว้นายรึไงล่ะ!!!ฮึ่ยยย!เพราะนายคนเดียว ไอ้...”
            “หยุดนะ!ถ้าเธอว่าให้ฉันอีกคำเดียวจะไม่ใช่แค่จูบ ผู้ชายเค้าไม่ให้ผู้หญิงด่าฟรีหรอก รู้ไว้ซะ”
            โฮกก!มันเดินออกไปแล้ว เดินแบบหน้าตาเฉย มังกรหื่นนี่มันขโมยจูบแรกฉันไป....จูบแรกที่ไม่น่าจดจำ  ทำไมต้องเป็นกะปิด้วยยยยยย
 
            “หวัดดียัยไม่สวย ว๊าย!ทำไมตาแกเป็นแบบนั้นล่ะเฟรช มันยิ่งกว่าแพนด้าอีกนะ รู้มั้ยผู้หญิงเราความสวยต้องที่หนึ่งนะยะ แกปล่อยให้เป็นแบบนี้ได้ไง โทรมยิ่งกว่าผีซะอีก ผมน่ะ หวีบ้างมั้ยยะ!”
            น่าน เอาเข้าไปเจ๊ซูมกะเทยหนึ่งใน 7 คนของห้องฉันพล่ามซะยืดยาว นี่มันหน้าฉันนะยะ แกไม่ต้องทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนั้นก็ได้ แล้วดูก็แค่ดูเฉยๆ เถอะย่ะ ให้ตายสิ!ยังจะเอามืออูมๆ มาลูบหน้าลูบตาฉันอีก ถ้าหน้าฉันเป็นสิวขึ้นมาฉันจะเอาขี้เถ้ามาทาหน้าแก!
            “อือ”
            ฉันตอบได้แค่นั้นก็เดินลากร่างที่ไม่รู้ว่าตอนนี้วิญญาณหายไปไหนมาที่โต๊ะ แต่ก็ยังแอบเห็นเจ๊ซูมทำหน้างงๆ กับคำว่า ‘อือ’นะ หุหุ
            มานึกดูแล้วยังสมเพชตัวเองไม่หาย ฉันรู้ว่าเดินเข้าโรงเรียนมาด้วยสภาพที่โทรมสุดๆ ขนาดแฟรงก์มันยังไม่กล้าเข้าใกล้เลยอ่ะ และกว่าจะลากสังขารเดินมาถึงห้องได้ ก็เจอกับสายตาที่โฟกัสมายังตัวฉันมากมาย ผีซานาโกะยังไม่น่ากลัวเท่าฉันมั้ง 
            “ไงแก ส้มตำยัยรันทำพิษมั้ย”เสียงทักทายของเผือกดังขึ้น ฉันหันไปมอง
            “อ๊ะ! นี่แกจริงๆ เหรอเฟรช ฉันว่าฉันไม่ได้นอนแล้วนะ แกยังแย่กว่าฉันอีก ฮ่าๆๆๆๆ”
            เออนั่น!หัวเราะเข้าไป ดูเผือกตอนนี้แล้วสภาพยังดีกว่าฉันเยอะเลยแฮะ แค่ตามันคล้ำๆ อ่ะ อ้อๆ มีสิวผุดขึ้นหนึ่งเม็ด อ่า หัวช้างซะด้วย จะว่ากันตามจริงแค่ตื่นตีสองมาเข้าห้องน้ำนี่จิ๊บๆ นะ บอกแล้วไงว่าฉันมันหญิงถึกเรื่องแค่นี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก แต่ต่อจากนั้นนี่สิที่ฉันนอนไม่หลับจนถึงเช้าเพราะ จ...เอ้อ นั่นแหละ ฮึ่ยย!!!อย่าให้ฉันเจอนายอีกนะนายมังกรโย่งถั่วต้ม!
            “แกเป็นอะไรไปเฟรช ยังสดสมชื่อรึเปล่ายะ ดูเหี่ยวชอบกล”
            “เออน่า แกไม่ต้องมาว่าให้ฉันหรอกเผือก แค่นี้จิ๊บๆ แล้วแกเป็นไรมากรึเปล่าล่ะ”
            “เฮอะ!คิดแล้วยังเข็ดไม่หาย อย่าให้ฉันเจออีกนะไอ้เจ้าส้มตำประหลาดแบบนั้นน่ะ”
            “อือ ขอฉันนอนก่อนนะ ไม่ไหวแล้ว หาวววววววว”
            ปิ๊บ ปิ๊บบบบบ
            เอ๋~~~เสียงข้อความนี่ ส่งมาจากรัน ‘วันนี้ฉันไม่ไปโรงเรียนนะ ไม่ไหวอ่ะ นี่อยู่โรง’ บาลกับแม่’
            “นี่เผือก รันไม่มาอ่ะ แกดูข้อความสิ”ฉันยื่นโทรศัพท์ไปตรงหน้าเผือก
            “ฮ่าๆ ฉันว่ายัยนี่ต้องได้ดื่มน้ำเกลือแร่สามวันสามคืนแน่ๆ เฟรช”
            “แกก็ว่าเกินไปน่า”
            “อ๊ะ!หรือไม่จริงยัยนั่นไม่ได้ถึกเหมือนแกนะ เป็นอะไรนิดหน่อยแม่มันก็พาไปโรง’ บาลแล้ว”
            “เหอะๆ แล้วแกไหวรึเปล่าเผือก”
            “ไหวไม่ไหวฉันก็หลับทุกคาบอยู่แล้วน่า”
            ฉันกับเผือกนั่งคุยกันจนผ่านไปหนึ่งคาบ แต่ไม่รู้ว่าฟุบหลับไปตอนไหน พอตื่นมาอีกทียัยแตงเพื่อนที่หน้าเหมือนหนูหิ่นของเฮียเอ๊าะก็เข้ามาปลุกแล้ว หาวววว
            “หมดคาบสองแล้วเหรอ”
            “คาบสองบ้านแม่สามีแกดิ นี่มันพักเที่ยงแล้วย่ะ พวกแกไปทะ...”
            “ฮะ!!!เที่ยงแล้วเหรอทำไมแกไม่ปลุกฉันขึ้นมาเรียนล่ะแตง”
            ฉันเขย่าแขนหนูหิ่น ดูไอ้เผือกสิมันไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไรเลยจริงๆ  วันนี้มีภาษาไทยคาบสามสี่ซะด้วย ฉันโดนหักจิตพิสัยอีกแน่ๆ
            “แกจะฆ่าฉันรึไงหา?! ไหนลองนึกดูดีๆ ซิวันนี้มันวันที่เท่าไหร่”
             เอ๋!!!
            “วันที่ 1 สิงหา”ฉันตอบแตง
            “นั่นแหละ เป็นวันอะไร”
            “วันหวยออก”เผือกบิดขี้เกียจแล้วลุกขึ้นยืนฉันนึกตามคำพูดของมัน
            “เฮ้!ครูไม่สอนใช่มั้ย”
            “แค่สั่งงานไว้แล้วเดินออกไป”แตงตอบ หุหุ ยัยนี่มันหน้าเหมือนหนูหิ่นจริงๆ
            “ไปกินข้าวกันเถอะ”ว่าแล้วเผือกก็เดินออกไป
            “อ้าว!แกไม่ไปเหรอแตง”
            “ฉันกินแล้ว นี่มันเที่ยงกว่าแล้วนะ รีบไปสิ”
            ฉันเดินตามเผือกออกไป ดีนะที่วันนี้เป็นวันหวยออกน่ะ แหะๆ อย่าเพิ่งงงค่ะ ฉันจะเล่าความลับประจำโรงเรียนให้ฟัง เย้ย!นรกคงไม่กินกบาลหรอกนะ แต่เอาวะเพื่อผู้อ่านฉันยอม อิอิ เอิ่ม...ครูที่สอนภาษาไทยฉันได้ชื่อว่าบ้าหวยมากๆ เอามดมาฉุดก็ไม่อยู่ เอาไก่มาเป่าหูก็ไม่ฟัง วันไหนหวยออกถ้าเจ้าแม่สอนคาบเช้าก็แค่เดินเข้ามาสั่งงาน แล้วไปนั่งเก็งเลขต่อ แต่ถ้าเป็นคาบบ่ายคุณจะไม่เห็นเงาท่านเลยล่ะฮ่าๆ คงจะไปนั่งลุ้นหวย อยู่ที่ไหนสักแห่งหรือไม่ก็เปิดทีวีห้องหมวดดูกองสลากเขาปั่นลูกบอลอ่ะ โฮ๊ะๆๆๆ
           
            ณ ศูนย์อาหาร
            “โอ๊ะ!ทำไมคนเยอะงี้นะ นี่ขนาดเที่ยงกว่าๆ แล้ว คนแน่นซะจนหนูยังเข้ามาไม่ได้เลยเนี่ย”
            “เอาน่าเผือก แกอย่าบ่นไปหน่อยเลย จะกินอะไรล่ะ”
            “ดูก่อนละกัน เดี๋ยวเจอกันที่โต๊ะหน้าทีวีนะ”
            “อืม”
            ฉันเดินแหวกฝูงชนเข้าไป แอ๊ก!จะโดนเหยียบมั้ยเนี่ย อ๊ายๆๆ ก๋วยเตี๋ยวไก่น่องสุดท้ายนั่นต้องเป็นของช้านนนนน
            “ป้าคะ ขอก๋วยเตี๋ยวน่องไก่ค่ะ เอาผักเยอะๆ น๊า”
            “ถ้าขอคงจะไม่ได้นะหนู ของซื้อของขาย เอาตังค์มาก่อน”น่าน!แม่ค้าโรงเรียนฉันหน้าเลือดชะมัด
            หลังจากได้ก๋วยเตี๋ยวน้ำไก่ตุ๋นมาแล้ว ฉันก็เดินไปซื้อของหวานอีกสองถ้วย เสร็จก็ไปที่โต๊ะหน้าทีวี
            “ได้ไรมาน่ะเผือก น่ากินเชียว”
            “หลายอย่าง แกเฝ้าไว้นะ ฉันไปซื้อผลไม้ก่อน”
            “อือ ง่ำๆๆๆๆๆๆๆ”
           
            20 นาทีผ่านไป
            อ็อยย!อิ่มชะมัดเมื่อกี้ไปซื้อข้าวหน้าไก่มาอีก 1 จาน แหะๆ ดูจานตรงหน้ายัยเผือกสิคะ มันกินมากกว่าฉันอีกนะ ก๋วยเตี๋ยวสองชาม ข้าวหนึ่งจาน ผลไม้อีก แต่ทำไมไม่อ้วนอ่ะ งง
            “ของหวานแกอร่อยดีอ่ะ ถ้วยนี้ฉันขอนะ ง่ำๆๆๆ”
            “อืม ขอไม่ขอแกก็กินไปแล้วเผือก ที่จริงฉันซื้อมาเผื่อแกนั่นแหละ ฮิฮิ”
            “ว๊าย!ตายแล้ว คุ้กกี้ ช่วยฉันดูหน่อยนี่มันคนหรือชูชกกันแน่เนี่ย” เสียงอัปมงคลมาอีกแล้ว
            “อุ๊ยๆๆๆ ฉันว่าชูชกคงเทียบไม่ได้หรอกน้ำหวาน ดูจานตรงหน้าหล่อนสิ...นี่มันนางมารชัดๆ”
            “กรี๊ด!ไม่รู้ว่าพวกนี้ไปอดอยากมาจากไหนนะ ข้าวที่บ้านไม่มีให้กินกันรึไง”แล้วแกจะกรี๊ดหาหอกอะไร
            ชะนีสองคนมาร้องโหยหวนตรงหน้าฉัน เผือกหยุดกินแล้วยืนขึ้น ฮ่าๆ และโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัวยัยเผือกมันก็เอาของหวานถ้วยนั้นสาดใส่ชะนีตัวแรก
            “กรี๊ดๆๆๆๆๆๆ ก...แกทำอะไรฉัน! ไอ้ทอม!!!”
            “ไม่เห็นรึไงว่าลอดช่องอยู่บนหน้าเธอน่ะ  ฮุฮุ”ฉันพูดได้แค่นี้ชะนีตัวแรกที่ชื่อว่าน้ำหวานก็ดิ้นกระแด่วๆ ยังกับไส้เดือนถูกเหยียบ
            “ฉันจะกินกี่จานแล้วไปหนักหัวพวกเธอรึไงหา!!!!!”เอาซี้ เผือกตวาดลั่นจนคนบริเวณนี้หันมามอง
            “ก....แก กล้าตวาดใส่ฉันเหรอ!!!”
            “ทำไมฉันจะไม่กล้าล่ะ พวกรกโลกอย่างพวกเธอนึกว่าตัวเองวิเศษวิโสมาจากไหนฮะ!!! ฉันเคยเตือนแล้วใช่มั้ย เวลาฉันกินอยู่พวกเธออย่ามาขัดจังหวะน่ะ”
             “ทำไมฉันจะทำไม่ได้แกก็ไม่ได้ใหญ่โตมากจากไหนนี่ อีชูชก!!!!”
            ผลัวะ!
            “กรี๊ดดดดดดด น....นี่แกกล้าชกฉันเหรอ คุ้กกี้จับมันไว้!!!”
            เพี๊ยะ!
          เผือกเน่าโดนตบ  ฮ่าๆๆ เป็นไปได้ไงเนี่ย ขอหัวเราะแป๊บนึงเถอะ เอาล่ะ!ได้เวลาช่วยมันแล้วสินะ ฉันเอาน้ำก๋วยเตี๋ยวที่เหลืออยู่ราดลงบนหัวยัยน้ำหวานที่กำลังวัดหนังหน้าเผือกอยู่ อุอุ สนุกจัง
            “ก...กรี๊ดๆๆๆๆๆ นังเตี้ย แกกล้าดียังไงเอาน้ำก๋วยเตี๋ยวราดลงบนหัวฉัน”
            เพี๊ยะ!
            “โฮะๆๆ ก็ฉันนึกว่าแค่น้ำของหวานกับลอดช่องนิดหน่อยเมื่อกี้มันจะไม่พอกับหน้ากว้างๆ ของเธอไงล่ะ แกมีแรงตบฉันแค่นี้เหรอ” ฉันแสยะยิ้มให้มัน
            “แกไม่ต้องมาชักสีหน้าใส่ฉันเลยนังเฟรช แน่จริงมาตบกันเลยซี้”
            ว่าแล้วนังชะนีน้ำหวานมันก็ระดมตบฉันอีก ถ้าหน้าอันสวยๆ ของฉันพัง ฉันจะฆ่าแก!!!อ๊ากกกก!!!
            โครมมมม!!!
          อุ้ยตาย!ฉันถีบมันค่ะพี่น้อง เก้าอี้ล้มระเนระนาดไปหมดเลย ฉันหันไปดูเผือกที่กำลังกระชากคอเสื้อ ยัยคุ้กกี้อยู่ มันชกยัยนั่นอีกครั้งก่อนจะเขย่าหัวอีกรอบ ฉันเลยพุ่งไปหาน้ำหวานอีกครั้งฝ่ามือทำงานสลับกับหลังมือนับครั้งไม่ถ้วน โฮ่ๆๆ เพิ่งรู้ว่ามันสนุก กี๊สๆๆๆ  (ไม่อยากจะออกโรงเองหรอกนะ เดี๋ยวเสียภาพพจน์นางเอก ฮี่ๆ)
            “พวกเธอหยุดเดี๋ยวนี้นะ!...ฉันบอกให้หยุดไง!!!”
            ส...เสียงครูสมพล อาจารย์ฝ่ายปกครอง ฉันหันไปดูสภาพชะนีคุ้กกี้ ฮ่าๆๆ ทำไมหัวแกมันกระเซิงแบบนั้นล่ะ ฉันที่คร่อมตัวชะนีน้ำหวานอยู่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง(แต่ก็ยังเตี้ยอยู่ดี)
            “ตามฉันไปที่ห้องกิจการนักเรียนเดี๋ยวนี้ ทั้งสี่คน!!!!”
           
            “รู้มั้ย พวกเธอทำอะไรกัน!!” อาจารย์สมพลเริ่มจดอะไรยิกๆๆ ลงไปอย่างรวดเร็ว
            “พวกเธออยู่ปีสามแล้วนะเป็นแบบอย่างให้รุ่นน้องบ้างเซ่!!!!!”เสียงครูสมพลเพิ่มแอ็คโค่เป็นแปดเท่า
            “..........”
            “เงียบทำไมล่ะ ทีก่อเรื่องไม่เห็นจะหงอแบบนี้เลย พวกเธออยู่สถาบันเดียวกันนะควรจะรักกันไว้สิ!นี่อะไร หาเรื่องมาไม่เคยขาด”หูชาอีกแย้ววว
            “ต...แต่พวกนี้มันสาดน้ำของหวานใส่หนูก่อนนะอาจารย์”น้ำหวานบีบน้ำตา ยัยนี่ตอแหลเก่งจริงๆ
            “ก็ใครใช้ให้พวกเธอมาว่าให้พวกฉันก่อนล่ะ!”
            “หยุดได้แล้วภิญญาอร  พวกเธอผิดกันทั้งคู่นั่นแหละ ก่อนจะตบจะตีกันนี่เคยใช้สติคิดกันบ้างมั้ยฮะ!! เอาล่ะๆ ฉันจะหักคะแนนความประพฤติพวกเธอ 4 คน ฟาดคนล่ะ 5 ทีตามระเบียบของโรงเรียน แล้วชุติกาล กับคัณฑมาศ พวกเธอสองคนไปขัดห้องน้ำตึก 4 5 6 7 ทั้งหมด”
            “หา? ตะ แต่ว่ามันตั้งหลายชั้นนะอาจารย์”
            “ไม่ต้องมาเถียงฉัน...ภิญญาอรเธอไม่ต้องมายิ้ม ฉันจะให้เธอกับพฤณฑกา ขัดห้องน้ำในโรงเรียนทั้งหมด ช่วยกันวันละตึกนะ เป็นเวลา 2 อาทิตย์เท่ากับเพื่อนสองคนนี้”
            “ว...ว่าไงนะอาจารย์ มันไม่มากไปเหรอคะ”
            “แค่นี้ถือว่าไม่สาหัสสักนิด ถ้าเทียบกับพวกเธอตบตีกันเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้เพื่อนๆ กับรุ่นน้องของเธอ ฮึ!ฉันอยู่โรงเรียนนี้มาสิบห้าปีไม่เคยเห็นใครกัดกันเดือนละครั้งแบบพวกเธอเลยจริงๆ ไม่เบื่อบ้างรึไง เข้าออกห้องกิจการจนครูฝ่ายจำหน้าได้น่ะ  แล้วเพื่อนเธออีกคนล่ะครั้งนี้ไม่มาช่วยกันเหรอ”
             ครูสมพลหันมาทางฉันกับเผือก เราสองคนมองหน้ากัน อ๋อ!คงจะหมายถึงยัยรันนั่นแหละ ป่านนี้คงจะนอนเป็นบูรินบินได้ดูทีวีอยู่ที่บ้านล่ะม้าง’จารย์ 
            “ครูหวังว่าพวกเธอจะไม่มานั่งอยู่ในห้องนี้อีก อ้อ!เริ่มงานตอนเย็นหลังเรียนเสร็จ...วันจันทร์เป็นต้นไปนะ หวังว่าพวกเธอคงเข้าใจ”
            ครูสมพลบ่นอีกซักพัก แล้วให้อาจารย์ผู้ช่วยฝ่ายตีก้นคนละห้าที มะ ไม่อยากบอกเลยว่าอาจารย์ฟาดเจ็บชะมัด โฮกกกกกกก!หูชายังไม่พอยังจะโดนหวดก้นอีก โหดร้ายยยยยยย!
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 199 ท่าน