Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
เล่ห์รักร้าย นายลูกหนี้
TGpegasus
ตอนที่ 1
2
26/10/2554 11:41:15
373
เนื้อเรื่อง
ตอนที่ 1
            ปังๆๆๆ!
            “เฮ้!เฟรช พี่เสร็จรึยังน่ะ จะแปดโมงอยู่แล้วนะเดี๋ยวก็ได้ไปยืนกระต่ายขาเดียวหรอก เฮ้!!ว่าไง”  แปดโมงบ้านนายสิเพิ่งจะเจ็ดโมงครึ่งย่ะ
            ปังๆๆๆ!!! ฉันจะได้เปลี่ยนประตูใหม่เป็นครั้งที่สามไหมเนี่ย
            “เออ รู้แล้วๆ นายเห็นกระเป๋าฉันมั้ย!”
            “อยู่ข้างนอกนี่ เร็วๆ เข้าล่ะ ขืนชักช้าผมไปก่อนนะ”แล้วมันจะรีบอะไรกันนักหนานะ
            “แล้วนายจะรีบไปไหน นัดสาวไว้รึไง โธ่!ดูประตูห้องฉันสิ ถ้าครั้งนี้ต้องเปลี่ยนอีกนายจะจ่ายให้มั้ยเนี่ย”
            “อย่าบ่นนักเลยน่า ใครบอกให้พี่ช้าล่ะ” แฟรงก์น้องชายในไส้ฉันกล้าพูดแบบนี้ได้ไง ฉันเป็นพี่นายนะ
            “นายอยากตกบันไดก่อนไปโรงเรียนมั้ย ฮึ่ยยยย!แล้วพ่อกับแม่ล่ะ”
            “โอ๊ะโอ๋!สงสารหมูน้อยจังพ่อแม่เราไปญี่ปุ่นอ่ะ”อะไรนะ!!!
            “ไปตอนไหน!!ทำไมไม่มีใครบอกฉันซักคน เง้อ!ฉันเป็นนางฟ้าน้อยๆ ของบ้านหลังนี้จริงรึเปล่าฟะ”
            “เบาๆ สิพี่ นางฟ้าเค้าไม่หน้าตาโหดๆ แบบนี้หรอก อะ...เอ่อ แหะๆ พ่อแม่เราไปตอนตีสี่เนี่ย เวลานั้นพี่คงนอนหลับอุตุ น้ำลายยืดกรนเสียงดังปานเครื่องจักรในโรงสีข้าวล่ะมั้ง  แม่คงไม่อยากปลุกหรอก” อืม...จริงด้วยนายคงจะเพิ่งกลับจากข้างนอกสินะ เชอะ!เพลย์บอยหน้าหล่อเอ๊ย ว่าแต่....
            “เฮ้!! นายวะ...ว่าอะไรนะ ฉันหน้าตาโหดๆ กรนเสียงดังเหมือนเครื่องจักรในโรงสีงั้นเหรอ”นั่นมันตัวตนของฉันเลยนะ เอ๊ย!!ไม่ใช่ๆๆ
            “ไม่ต้องมาทำตาแป๋วแบ๊วบ๊องเลยประโยคก่อนหน้านี้นายว่าไงนะ หน้าตาโหดๆ งั้นเหรอ”
            ป๊าบ!!!
            ฉับตบหัวเจ้าน้องนอกคอกหนึ่งที ชิชะ!ฉันไม่กระโดดถีบนายตกบันไดก็ดีเท่าไหร่แล้ว
            “เจ็บนะพี่ อูยยย เพื่อเป็นการทดแทนผมขอแซนด์วิชส่วนของพี่นะ” ว่าแล้วเจ้ามารเพลย์บอยนี่ก็วิ่งลงบันไดที่มันยืนอยู่ไปหาแซนด์วิชบนโต๊ะทันที
            “เฮ้ย!!!ไอ้แฟรงก์”
            “อ๊ะ!วันนี้ขึ้นแท็กซี่ไปนะ เดี๋ยวไม่ทัน”เจ้าน้องตัวแสบ ฮึ่ย!!!ฝากไว้ก่อนเถอะ อย่าให้ถึงทีฉันบ้างแล้วกันแซนด์วิชของช้านนนนนนนนนนนนน
 
            ในที่สุดฉันกับแฟรงก์ก็ฝ่ารถติดมาถึงโรงเรียนทำไมหน้าประตูมันถึงได้วุ่นวายอย่างนี้นะ ยังกับรีบแข่งกันเข้าไปให้ได้ภายในสองนาทีอย่างนั้นแหละ แต่...อ๊ากก!ประตูจะปิดแล้วนี่นา อ๊าย! ฉันกับแฟรงก์วิ่งกันสุดชีวิต
            “แฮ่กๆ ตอนเย็นพี่กลับก่อนละกันนะ ผมมีธุระต้องไปเคลียร์”
 แฟรงก์บอกก่อนจะเดินไปทางตึกปีสองที่เรียนอยู่  อืม...ฉันกำลังเรียนอยู่ม.ปลาย ปี 3 ส่วนหมอนี่ น้องซึ่งอ่อนกว่าฉันสองปี  เรียนอยู่ปี 2 ไม่ใช่เก่งอะไรหรอก แต่เป็นเพราะมันเข้าเรียนก่อน 1 ปีต่างหาก หุหุ
            “อ้าวเจ้!มาเช้าเหมือนกันนี่”
            “เช้าบ้านบรรพบุรุษนายน่ะสิ”ฉันตีหน้ายักษ์ใส่
            “โอ้ววว พี่ฉาววว เพิ่งกัดกับไอ้แฟรงก์มารึไงหน้ายิ้มระรื่นเชียว”หน็อย!เจ้าเช
            “ไม่ขำโว้ย!!!”
            “ฮ่าๆๆ รู้แล้วน่า แล้วไอ้เจ้าตัวปัญหามันไปไหนอ่ะ”
            อมยิ้มอันแสนโชคร้ายหายไปทันทีเมื่อถูกเชน้อยอ้าปากงับ อุๆ...หมอนี่น่ารักชะมัด มันเป็นเพื่อนน้องชายฉันน่ะ ชอบไปนอนกับแฟรงก์ที่บ้านบ่อยๆ เราจึงสนิทกันเหมือนยาสีฟันกับแปรงขัดส้วม (ฉันเป็นยาสีฟันนะ)
            “เพื่อนนายน่ะเหรอ ขึ้นตึกไปแล้วมั้ง เห็นมันบอกว่ามีธุระตอนเย็น พวกนายจะพากันไปไหนอีกล่ะ”
            “เที่ยวตามประสาชายโสด โฮ่ๆๆๆ”เจ้าเชน้อยนี่เวลาหัวเราะน่ารักชะมัด แต่เสียงมันแอ๊บอุบาทว์เว่อร์อ่ะ
            “นายช่วยทำหน้าให้มันดูดีหน่อยเหอะ  ทำยังกะไก่ชนโดนถ่วงน้ำ”
            “มันเป็นยังไงอ่ะ” เชทำหน้างงๆ
            “เหมือนนายตอนนี้ไง ฮ่าๆๆ”เสียงฉันดังจนนักเรียนตัวประกอบแถวนั้นหันมามอง โฮ่ๆๆๆ
            “ผู้หญิงคนนี้บ้าไปแล้วแน่ๆ”
            “ฮ๊ะ!นายว่าอะไรนะ เงยหน้าขึ้นมาเซ่!!!”
            “ปะ...ไปก่อนนะเจ๊ ถ้าหายบ้าแล้วค่อยมาคุยกัน”
            พูดเสร็จมันก็วิ่งไปเลยง่ะ  แง้ๆๆๆ ฉันได้ยินแล้ว ว่าฉันบ้างั้นเหรอ ชิๆ งอน!ฉันจะดิ้นกระแด่วๆ อยู่ตรงนี้รอมันมาง้อดีมั้ยนะ เฮ้ๆ ไม่ได้ๆ ดูสิรอบๆ ตัวตอนนี้ มีแต่ชะนีตาคล้ำทั้งนั้นเลย ทำตาจิกเชียว อ้าว เวรล่ะ!!ถ้าฉันจำไม่ผิดมันเป็นแฟนคลับน้องเชนี่นา~~~หง่า
            “บงชู!เฟรช - มาเช้าเลยนะเธอเนี่ย” พอก้าวมาถึงหน้าห้องเรียนเสียงใครบางคนก็สวัสดีฉันเป็นภาษาฝรั่งเศส
            “เออย่ะ แกส่งการบ้านรึยังเซกิถึงได้ออกมาเต้นหน้าระเบียงเนี่ย ยังกะหมูป่าโดนเชือดเลย ฮ่าๆ”
            “กรี๊ดๆๆๆๆๆ กะ แก ว่าฉันเป็นหมูป่าอีกแล้วนะ”
            “ฮ่าๆๆ จะให้ฉันว่าแกเป็นไส้เดือนรึไง ตัวก็ไม่ใช่น้อยๆ ขอตัวเข้าห้องก่อนนะเดี๋ยวลอกการบ้านไม่ทัน”
            โฮ่ๆ ฉันเลี่ยงออกมาก่อนที่จะได้ยินเสียงกรี๊ดของกะเทยหมูป่านั่น รันไปไหนอ่ะไม่เห็นหัวมันเลย มีแต่ขนมกองโต๊ะวางต่างหน้า แล้วนั่น!เผือกเน่าไปเฝ้าพระอินทร์อีกแล้ว หลับได้ทุกเวลาจริงๆนี่เพิ่งจะเช้าเองนะ
            “เฮ้!เผือก รันไปไหนอ่ะ ว่าจะลอกเลขมันสักหน่อยมีคาบแรกแล้วนะ”
            “แล้วแกจะมาบ่นทำเป็ดอะไรตรงนี้ อ่ะนี่สมุดฉัน ลอกไปเลยฉันจะนอน”
            เผือกยกหัวทุยๆ ของมันขึ้นมาจากโต๊ะ แล้วก็พูดๆๆ เหมือนละเมอก่อนจะส่งสมุดมาให้ฉันแล้วมันก็นอน นี่แหละกิจวัตรมันเลย ง่วงก็ไปนอนที่บ้านเซ่!!! แกจะมาโรงเรียนทำซากอะไรยะ
            “อ้าวเฟรช!แกมาแล้วเหรอฉันมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง”
            “เรื่องไรอ่ะ แกไปเจอหนุ่มหล่อที่ไหนมาอีกรึไง”ฉันมองหน้าเพ้อฝันๆ ของรัน ให้ตายสิ!สยองยิ่งกว่าหน้าจูออนตอนไถนาอีกแฮะ           
            “ยิ่งกว่ามหาเทพอีกแก เห็นว่าอยู่โรงเรียนชายล้วนฝั่งโน้นอ่ะ แต่เสียดายที่มาส่งยัยน้ำหวาน เชอะ!”
            “อ่า แฟนมันเหรอ หัวใจละลายเลยฉัน ยังไม่ทันรู้จักก็โดนยัยนั่นคาบไปซะแล้ว”อย่าสงสัยค่ะน้ำหวานอะไรนั่นโผล่มาจากไหน ฮึ!มันเป็นคู่อริฉันเอง
            “ใช่ๆ เสียดายอ่ะผู้ชายอะไรนะ ทั้งเท่ห์ ทั้งหล่อ ตาคมคิ้วเข้ม หน้าใสปิ้งๆ เผลอๆ จะหล่อกว่าคินซะอีกเพอร์เฟ็กต์ชะมัด”
            “หง่า แกเคยเห็นเทพบุตรผู้นั้นแล้วเหรอรัน”
ความอิจฉาพุ่งมาที่เบ้าตาข้างซ้ายของฉันก่อนที่จะย้ายไปผสมกับตาข้างขวา ผลออกมาได้ดวงไฟลูกเล็กๆ เปล่งแสงออกมาจากเบ้าทั้งสองข้าง
            “แหะๆ เปล่าหรอก คือ...เอ่อ ฉันไปฟังชะนีห้อง C เม้าท์มาน่ะ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะ อืม…เจ้าชายซาตานมั้ง” แป่ว แหว่ว แหว่ว ฉันไม่น่าเชื่อแกเล้ย เป็นแบบนี้ทุกที เล่าเป็นจริงเป็นจังเหมือนกับเห็นเอง
            “เฮ้ย! เจ้าชายซาตาน…เจ้าชายซาตานงั้นเหรอ คงไม่ใช่ดรากอนหรอกมั้ง” ชื่อนี้สะดุดหูฉันยังไงไม่รู้สิ เหมือนเคยได้ยิน
            “ใครเหรอรัน” เหมือนหอกระจายข่าวจะอยู่ในโลกส่วนตัวจึงไม่สนใจคำถามของฉัน
            “ฮ่าๆๆ แกอย่าไปฟังมันดีกว่าเฟรช ลอกเลขต่อไปเหอะ ประตูโรงเรียนปิดแล้วใช่มั้ย อีกสิบห้านาทีก็เข้าแถวแล้วนี่นา เร่งมือเข้าสิ”
            เผือกเน่ายกหัวขึ้นมาหัวเราะอีกครั้งพูดเหมือนโดนสาป แล้วก็กลับไปฟุบอีกที เฮ้อออ!ดูเพื่อนฉันแต่ละคนสิ ประหลาดคน
 
            “ยิบปี้ โรงเรียนเลิกซะทีไปเที่ยวกันมั้ยพวกแก”
            “เหอะ!ไม่ไปๆ ฉันจะไปซ้อมยูโดอ่ะรัน เสียใจด้วย”
            “เชอะ!เห็นซ้อมทุกวันแกไม่เบื่อบ้างรึไงเผือก”
            “ความสุขของฉัน อืม...ก็เหมือนกับแกไปไปอ่อยผู้ชายล่ะน่า”
            “อ๊ายย!ยัยบ้านี่ไม่รู้จักเปรียบเทียบอะไรที่มันดีกว่านี้แล้วเหรอ ทำยังกับแกดีงั้นแหละยัยทอม!”
            “แล้วแกจะตะโกนใส่ฉันหาหอกอะไร ฉันไม่ได้เป็นทอมโว้ย!!!”
            “อ๊ะ!ยัยหัวเผือกนี่ ฉันแค่ตะโกนใส่แกนะ แล้วแกมาตะคอกฉันหาสวรรค์วิมานอะไร พระอินทร์ที่แกไปเฝ้าทุกวันๆ ไม่ได้อยู่บนหน้าฉันนะยะ!!”
            โอ้ แม่เจ้าเพื่อนฉัน!ดุเดือดมากเลยค่า แล้วฉันจะไม่ว่าอะไรซักคำนะถ้าพวกมันสองคนจะไม่ตะโกนด่ากันข้ามหัวฉันน่ะ  หากมันลงไม้ลงมือกันจริงๆ ฉันจะไม่โดนลูกหลงเหรอเนี่ย  แต่ที่แย่ไปกว่านั้น...
            “พะ พวกแกหยุดบ้ากันซะทีเถอะน่า ดูดิน้ำลายเต็มหน้าฉันเลย”
            จริงๆ นะไม่ใช่เหงื่อ ไม่ใช่น้ำตา ให้ตายเถอะ! นี่มันน้ำลายชัดๆ แง้ๆๆๆ
            “แกก็หลบไปเซ่!!!”อ่า พวกมันด่าฉันกลับซะงั้นแถมยังใส่แอ็คโค่ด้วย ทนไม่ไหวแล้วนะ
            “แล้วฉันไปทำอะไรให้พวกแกฮะ!!!”
            “เกะกะ ขวางทางไง!!!!”อ่ะ เสียง32 หลอดของพวกมันประสานกันดังลั่นไปทั้งหน้าตึก
            “ฮึ่ย!พวกบ้าเอ้ย!ฉันไม่น่ามีเพื่อนงี่เง่าแบบนี้เลยจริงๆ”
            “แกเงียบไปเลยเฟรช เดี๋ยวฉันขอจัดการยัย ร.หันนี่ก่อน เสียสมาธิ”
            “บอกแล้วไงว่าอย่าเรียกฉัน ร.หัน สะกดเป็นมั้ย รรรรรร น่ะ ระ-รัน-รอน!!!”
            “ทำไมไม่เขียนตรงตัวไปเลยล่ะ ร.เรือหกตัวแบบนั้นใครจะไปอ่านถูก” เผือกเอาชื่อจริงของรันมาเป็นประเด็น
            “มันเรื่องของฉันย่ะ ฮึ!ก็มีแต่แกเท่านั้นแหละที่ตกภาษาไทยสะกดไม่เป็น”
            “ชื่อแกอ่านยากมากกว่าเถอะ -_-”
            “อ๊ะ! ว่างๆ แกก็เอาเวลาไปเรียนยูโดของแกไปฝึกเรียนภาษาไทยกับเด็ก ป.1สิจะได้อ่านถูก”
            “แกก็เอาเวลานัดบอดของแกไปเปลี่ยนชื่อซะสิ ง่ายจะตาย”
            “แล้วแกจะมายุ่งอะไรกับชื่อฉันฮะยัยเผือกเน่า!!!”
            “นี่!!!”
            “เฮ้ย/อ๊ะ” รันกับเผือกทำตาปะหลับปะเหลือก
            “พวกแกหยุดกันได้แล้ว ดูสิ!ไม่อายรุ่นน้องบ้างกันรึไง ตัวอายุตั้ง 18 ยังจะเถียงกันเหมือนเด็กประถมอีก ไร้สาระชะมัด!!!น่ารำคาญโว้ยยยย!!!”
            “แค่กๆ แกจะให้ฉันตายด้วยรึไงเฟรช!!!”
            ยัยสองคนนี่โวยวายเมื่อคายเจ้าก้อนนั้นออกมาได้ แน่ล่ะสิ ฮ่าๆๆ ฉันยัดขนมปังก้อนเท่าช้างใส่เต็มปากมันสองคน...สะใจๆ ทะเลาะกันอยู่ได้
            “ใครบอกพวกแกไม่สนใจฉัน มัวแต่ทะเลาะกันจนเลยป้ายรถเมล์แล้วเห็นมะ”
            “ทำไมแกไม่บอกล่ะ”
            “บอกให้โง่เหรอรัน เดี๋ยวพวกแกก็มาว่าให้ฉันไปขัดจังหวะกัดกันอีก นี่น่ะรำคาญสุดๆ แล้ว”
            “เออย่ะ!แล้วนี่จะไปไหนต่อฮะ”
            “หาไรกินเซ่!ฉันหิวแล้ว” แล้วอะไรบางอย่างที่อาศัยอยู่ในท้องฉันก็ส่งสัญญาณยืนยัน
            “ก็ว่างั้น...แล้วจะไปกินไรดี”
            “อ๊ะ!ไหนแกจะไปซ้อมยูโดไม่ใช่เหรอเผือก”
            “ฉันสงสารเฟรชมัน แกไม่เห็นเหรอรันว่าพยาธิในท้องมันโหยหวนชอบกล”
            “ถ้าแกไม่พูดก็ไม่มีใครว่าอะไรให้หรอกนะ” ฉันทำหน้างอนๆ ไปให้เผือก ยัยนี่ชอบฉีกหน้าฉันอ่า
            “เอาล่ะๆ พวกแกอย่ากัดกันให้ฉันดูเชียวนะ ไหนบอกมาซิว่าจะกินอะไร” รันรีบดักคอทีแกยังทำออกบ่อย ชิ!
            “ไปร้านแกรัน ฉันอยากกินอาหารอิตาเลียน” เผือกเน่ายิ้มมุมปาก
            “มันแพงนะเผือก” รันทำหน้าเหลอ เพราะทุกครั้งที่ไปที่นั่นพวกเราแทบไม่ได้จ่าย แม่ยัยนี่เลี้ยงซะดิบดี
            “เอาน่า พวกฉันไม่ได้เจอแม่แกนานแล้วนะ...คิดถึง ไปกันเถอะฉันหิวแล้ว” แล้วเผือกก็เดินนำ
            “แกว่าไงเฟรช”
            “ไปกับมันหน่อยสิ เหอะๆ”
ฉันหัวเราะเดินตามเผือกไป ปล่อยให้รันหน้าบึ้งเกาหัวแกร็กๆ จนโคตรรังแคฟูฟ่องออกมาตามหนังศีรษะ (อันนี้ก็เว่อร์ไป) กับอารมณ์ที่เปลี่ยนเหมือนแฟชั่นของฉัน^^
            “อ้าว!ทำไมไม่รีบเดินล่ะไม่กินรึไงยะ” เผือกหันไปมองรัน
            “กินเซ่!”
 
            “อ๊า...อิ่มจังเลย แฮ่ๆๆ”
            ฉันยัดคำสุดท้ายเข้าปากพร้อมกับลูบพุงยื่นๆ เหมือนแหลมพรหมเทพโชว์เพื่อนๆ ตอนนี้พวกเราอยู่ในร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังย่านสุขุมวิท ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าร้านนี้มันเป็นธุรกิจครอบครัวของเพื่อนฉันเอง ฮิฮิ
            “โอเค ฉันก็เหมือนกัน.... ไปก่อนนะ เอ้อ!แกคงไม่เก็บตังค์พวกเราใช่มั้ยรัน”เผือกทำตาเจ้าเล่ห์ ยัยนี่มัน ...น่าตบชะมัด
            “อือ พวกแกไปไหนก็ไปเถอะ”
            “ขอบใจนะรันจัง แต่ช่วยทำหน้าให้สมกับเป็นเจ้ามือหน่อยสิ”
            “หากเป็นฝ่ายได้เลี้ยงพวกแกเจ้ามือที่ไหนก็ทำหน้าแบบนี้กันหมดแหละ ให้ตายเถอะ!กินกันยังกับอดอยากมา”
            “เอาน่า พวกแกอย่าเถียงกันไปเลย แม่แกก็ใจดีจะตายแกจะเลี้ยงเพื่อนๆ หน่อยไม่ได้รึไง ยัยงก”
            “นั่นมันแม่ฉันย่ะ บังเอิญฉันได้เชื้อพ่อ” ว่าไปนั่น
            “เอาล่ะๆ พวกแกกลับไปได้แล้ว วันหลังเลี้ยงคืนด้วยนะเตรียมตัวให้ดี หุหุ” 
            “ให้ตายสิ!ฉันว่าฉันเห็นสายตาเจ้าเล่ห์จากมันนะเผือก”
            “ฮ่าๆๆ ช่างเถอะ กลับกันได้แล้ว เกะกะร้านเขา”
            “รู้ตัวด้วยเหรอยะ” รันยื่นหน้ามาล้อ
            “เออ!ขอบใจนะพวกเราไปก่อน”
             กล่าวจบฉันกับเผือกก็เดินออกร้านมาอย่างสบายใจเฉิบ เพราะรู้ว่ารันมันก็พูดไปงั้นๆ เอง ยัยนี่ชอบให้ไปทานอาหารร้านแม่มันจะตาย แต่พวกเราก็แค่นานๆ ไปทีเพราะเกรงใจอยู่หรอก ตังค์ก็ไม่ได้จ่าย หากไปนั่งบ่อยๆ คงจะไม่ดีนัก
            “แกจะไปไหนต่อเฟรช” เผือกหยุดผิวปากแล้วมองหน้าฉันรอคำตอบ
            “กลับบ้านมั้ง แกล่ะ”
            “เหมือนกัน แต่ก่อนจะถึงนี่คงเดินเตร่นิดหน่อย”
            “หวัดดีครับ จะไปไหนกันเหรอ” อ่าไซโคลน ฉันกับเผือกมองหน้ากัน
            “ไปในที่ที่ไม่มีนายไงล่ะ” เผือกลอยหน้าตอบ
            “งั้นเหรอ กะว่าจะไปด้วยซะหน่อยเธอดันเบื่อซะแล้วว่ะ” แล้วไซโคลนก็เอาบุหรี่ที่มือคนหน้าเหมือนปลาแดกราดซอสมาสูบ
            “ไปเถอะเผือก”
            “อย่าเพิ่งไปสิคร้าบเฟรช คุยกันก่อน”
            “ขอโทษนะไซโคลนฉันมีธุระต้องไปทำ”
            “ว้า งั้นไว้วันหลังแล้วกันนะฉันอยากจะเที่ยวกับเธอ”
            “ฉันว่าเฟรชมันคงไม่มีเวลาขนาดนั้นหรอก ไปกันเถอะ” แล้วฉันกับเผือกก็เดินออกมาจากคนพวกนั้น
            “มันยังไม่เลิกตอแยเธออีกเหรอเนี่ย”
            “ไม่รู้สิเผือกฉันเปลี่ยนเบอร์ใหม่เป็นรอบที่สามแล้วนะ”
            “อืม...ถ้านับดูก็เกือบสองปีแล้วนะที่ไอ้ไซโคลนมันตามจีบเธอ ฮ่าๆๆ”
            “นั่นน่ะสิหน้าตาก็ดี ทำไมมายุ่งกับฉันอยู่ได้”
            “คงชอบของแปลกมั้ง ฮ่าๆๆ ล้อเล่นน่า แต่เธอก็ต้องหาแฟนสิ ไม่งั้นมันไม่เลิกหรอก”
            “ถ้าหาได้แล้วไซโคลนยังไม่เลิกล่ะ พวกนี้อยู่แก๊งหมาป่าใช่มั้ย”
            “อืม เธอต้องลองดูซะก่อน ว่าแต่หน้าตาอย่างเธอนี่จะหาแฟนที่หน้าตาดีกว่านายไซโคลนได้มั้ยเนี่ย ฮุฮุ ถ้าไม่ติดที่มันนิสัยห่วยแตกแบบนี้นะ ฉันเชียร์แกตั้งนานแล้ว”
            “ฮ่าๆๆ หมอนั่นน่ารำคาญชะมัด อ้อ!ฉันต้องหาคนที่สู้เก่งด้วยมั้ยเผือก”
            “ถ้าเป็นไปได้นะ เหอะๆ แกหาให้ได้ซักคนก่อนเหอะ...นี่แกเอาจริงเหรอเนี่ย!”
            “ฮ่าๆ ฉันไปก่อนนะ แล้วเจอกัน”
            “อืม บ๊าย บาย” แล้วเผือกก็โบกมือเดินแยกไปอีกทาง ยัยนี่มันเพี้ยนจริงๆ อุอุ
            ฉันเดินไปตามทางที่จะหาป้ายรถเมล์กลับบ้านได้ เอาล่ะ แค่เดินผ่านสวนตรงนี้นิดเดียวเดี๋ยวก็ได้นั่งแล้ว แม่เจ้าโว้ย!พอหนังท้องตึงนี่มันรู้สึกดีจริงๆ ถ้าไม่ติดเรื่องไซโคลนนะใครคงจะไม่มีความสุขเท่าฉันอีกแล้ว
            “เฮ้!พวกนายดูนั่นสิ ยัยบ้าที่ไหนหลุดออกมาจากศรีธัญญารึเปล่าวะ ร้องไห้อยู่ได้”
            เอ๋!!!
            “ไหนวะ ฉันเห็นแต่คนเดินยิ้ม”
            “ไอ้เซ่อ!ก็ยัยบ้านั่นแหละ”เอ๊ะ!ตรงนี้ก็มีแต่ฉันนี่หว่า ฮึ!ถ้าแม่หันไปแล้วไม่หล่อเดี๋ยวเจอดีแน่
            “นี่เธอ!หันมาหน่อยซิ”
            มันสั่งใครวะ แหะๆ แต่ฉันก็หันไป โอ้นั่นมัน...ดูเครื่องแบบสีเทาก็รู้ว่าพวกนั้นอยู่โรงเรียนชายล้วนที่ยัยรันชอบไปเหล่มอง ผู้ชายผมสีน้ำเงินนั่นใครอ่ะหล่อชะมัด นายผมสิงโตนั่นก็ดูดีไม่ถึงกับมองแล้วตาค้าง แต่ทำไมเท่ห์จังว้า ฉันอยากให้ยัยรันอยู่ตรงนี้จังเลย อ๊ะๆ ถัดไปนั่นก็ตัวเล็กๆ ก็น่ารักไม่เบา แต่คนสุดท้าย หมอนั่น...
            “ไงยัยทึ่ม!  ทำไมฉันต้องมาเจอเธอด้วยเนี่ย ซวยซะมัด แล้วเมื่อกี้ทำอะไร หึ!กำลังส่งสายตาแทะโลมพวกฉันอยู่สินะ”
            “มันก็จริงที่ฉันมอง แต่อย่าเหมารวมนายไปด้วยเลยเห็นแล้วพะอืดพะอม”
            ยัง ประโยคนี้ฉันไม่พูดไปหรอก แหะๆ คำที่หลุดออกมาจากปากฉันคือ...
            “นายมังกรหน้ายักษ์!”ใช่ค่ะ บุคคลนี้คือคนๆ เดียวกันที่มีเรื่องกับฉันที่ร้านหนังสือ แล้วหมอนั่นก็หันมา
            “ใครมังกรหน้ายักษ์ ฉันดรากอนหน้าหล่อ!!!”
            “เออ!ยังไงก็เพิ่มไปอีกชื่อละกัน แหวะ!คนอะไรหลงตัวเองชะมัด”
            แว๊ก!!!ฉันพูดตรงข้ามกับความจริง หมอนี่ดูดีทุกส่วนไม่ว่าหน้าตาท่าทาง แต่จะให้ฉันพูดแบบนั้นได้ไง เดี๋ยวได้ใจกันพอดี และดรากอนคงจะไม่โมโหขนาดนี้ถ้าพวกเพื่อนหล่อๆ ของมันไม่ระเบิดเสียงหัวเราะ
            “เธออยากตายรึไง!... พวกนายหุบปากได้แล้ว มันน่าตลกตรงไหนวะทำอย่างกับไอ้แฮ็คแต่งหญิงไปได้”
            “ฉันแต่งหญิงแล้วไง นี่เหรอคนบ้าของนาย น่ารักชะมัด”
            ผู้ชายผมสีน้ำเงินที่น่าจะชื่อแฮ็คตอบนายมังกรนั่นด้วยสีหน้านิ่งๆ อ๊ายย!เท่ห์ชะมัด มะ เมื่อกี้มันว่าฉันน่ารักด้วยอ่ะ กี๊สๆๆๆๆๆ
            “ใช่ๆ ตอนวันเกิดโรงเรียนไอ้แฮ็คแต่งหญิงมันก็ไม่ตลกเท่าครั้งนี้ที่เธอว่าให้แกหรอก ฮ่าๆๆ เป็นผู้หญิงคนแรกที่พวกฉันเห็นในประวัติศาสตร์ คุคุ”
            คนตัวเล็กๆ เอาบ้างถึงแม้มันจะปัญญาอ่อนไปหน่อยแต่ไม่อยากจะพูดเลยพวกนี้มันดูดีชะมัด เอิ้กๆๆ อาหารตาจริงๆ
            “ผู้หญิงคนนี้ใครวะดรากอนคงจะไม่ใช่กิ๊กใหม่นายหรอกนะ ไม่งั้นคงไม่...”
            “พวกนายจะหุบปากกันได้รึยัง!!! ไปกันได้แล้ว”
            “อะ อ้าว จะไปแล้วเหรอเจ้าหน้าแหลมไม่อยู่กัดกันก่อนล่ะ”หุหุ ฉันจะเอานายอายไปเลยคอยดูสิ
            “คงไม่สะดวกหรอก เพราะวันนี้ฉันมีธุระที่มันเจริญหูเจริญตากว่ากัดกับเป็ดขี้เหร่แถวนี้”
            “อะ อ๊าก!!!นี่นายว่าให้ฉันเหรอ ไอ้...ไอ้ถั่วต้ม”
            ขอบใจรถเข็นถั่วต้มคันนั้นมากเลย ไม่งั้นฉันคงไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าหมอนี่อีกแล้ว
            “เธอว่าใครเป็นถั่วต้มนะ”นายถั่วต้มหน้าหล่อยังเถียงต่อไป นี่มันไม่รู้ตัวเลยรึไงนะ
            “แมวแถวนี้แหละ...”หมอนี่กระชากแขนฉันก่อนที่ฉันจะพูดจบซะอีก ว้ากกก!แรงช้างแมมมอธชัดๆ
            “เฮ้ย!!!นายอย่าทำอะไรผู้หญิงนะ มันผิดกฎเหล็ก”
            ผู้ชายผมสิงโตตะโกนขึ้น แว้กๆๆ กฎเหล็กบ้าบออะไรของพวกนายเล่า มาช่วยคนสวยก่อนเซ่!!!
            “ถั่วต้มมั้ยจ๊ะพ่อรูปหล่อเมื่อกี้ป้าได้ยินเสียงแว่วๆ ว่าถั่วต้ม”
            “อ๊ะ!ใช่ค่ะป้านายถะ เอ้ย เพื่อนๆ หนูเขาบ่นว่าอยากกิน... เอ่อ งั้นเหมาหมดนี้เลยนะคะ ฮิฮิ”
            ต้องขอบคุณป้าคนนี้จริงๆ ที่เข็นรถถั่วต้มมาทางนี้ ฮุๆ ฉันสะบัดแขนออกจากนายนี่ตอนที่มันกำลังอึ้ง
            “เก็บตังค์ที่พวกนี้เลยนะป้า”ดูท่าแกคงดีใจแฮะที่มีคนเหมาถั่วต้ม ดูสิกุลีกุจอใส่ถุงใหญ่เลย ถ้าพวกนายไม่จ่ายเงินป้าแกคงเสียใจมากแน่ๆ
            “นี่เธอ!!!...”
            มนุษย์ที่ฉันเรียกไม่เคยซ้ำชื่อเดิมว่าได้แค่นั้นแหละเพราะฉันวิ่งออกจากรัศมีพวกนั้นมาได้แล้ว เคอะๆ เชิญกินถั่วต้มจนตดเหม็นไปเลยนะ อุอุ ใครจะฉลาดเท่าฉันอีกเนี่ยครั้งก่อนยังไม่ได้ถามเลยว่าถูกกะเทยร่างใหญ่กระทำชำเราอะไรบ้าง ฮิฮิ
 
            วันต่อมา
            “อาจารย์มาแล้ว พวกเราประจำที่!!”
             เสียงกะเทยคนหนึ่งดังมาจากหน้าประตู แหะๆ ตอนนี้พวกเราทั้งห้องกำลังนั่งเล่นไพ่กันอยู่เป็นกลุ่มๆ
            “นักเรียนไปเอาสมุดมาหน่อย ครูตรวจการบ้านเสร็จแล้ววางอยู่บนโต๊ะในห้องหมวดนะ”
            คำแรกที่อาจารย์สั่งเมื่อมาถึงคือคำๆ นี้ แล้วคนที่ซวยที่สุดก็คือสเตฟานนี่ผู้หญิงข้ามเพศที่เป็นต้นทางนั่นแหละ เสือกวิ่งช้าเอง ฮี่ๆ
            “อะไรยะ ไพ่ก็ไม่ได้เล่นยังจะให้มานั่งดูต้นทางให้อีก แล้วนี่อะไรโดนใช้อีกแล้ว”
            มันบ่นยืดยาวเบาๆ ก่อนจะเดินหน้าบึ้งออกไป
            “อะไรนะ!!!”  เบาของแกแล้วเหรอเนี่ย!!!ดูสิอาจารย์หูผึ่งเชียว
            “เอ่อ...อาจารย์ค้า วันนี้จะให้พวกเราทำอะไรเหรอ”
            สาวประเภทสองอีกคนที่นั่งโต๊ะหน้าห้องรีบร้องโหยหวนขัดขึ้นก่อนที่พวกเราทั้งห้องจะได้ไปนั่งในห้องมืดกิจการนักเรียน (ห้องนี้มีกะเทยเยอะจริงๆ ค่ะ ตั้ง 7 คนแน่ะ)
            “อาทิตย์ที่แล้วครูให้ทำอะไรจ๊ะ”
            “ให้เขียนความคิดเห็นว่าคนไทยมาจากไหนค่า/คร๊าบบบ”
            พวกเราช่วยกันตอบทั้งห้อง นี่ก็อยู่กันตั้งม.ปลาย ปี 3 อายุ 18 กันแล้วนะ แต่ก็ยังกระแดะลากเสียงเหมือนอยู่ชั้นอนุบาลกันไปได้
            “วันนี้อาจารย์จะให้ออกมานำเสนอใช่มั้ยคะ”
            “อ๋อ!เปล่าจ้ะ วันนี้ครูจะให้พวกเธอวาดรูปคนไทยสมัยก่อนประวัติศาสตร์”
            ฮะ!อะไรนะเกิดอะไรขึ้นกับอาจารย์อีกล่ะเนี่ย เฮ้ย! วาดรูปคนไทยสมัยก่อนประวัติศาสตร์งั้นเหรอ แค่รูปคนไทยสมัยปัจจุบันก็ยังไม่รู้จะไปเริ่มตรงไหน แล้วฉันจะไปวาดยังไงล่ะเนี่ย
            “-O-“  <- - นี่คือหน้าของพวกเรา งงค่ะ งง
            “เข้าใจแล้วใช่มั้ย เดี๋ยวครูจะอธิบายให้ฟังอีกรอบ...”
            ว่าแล้วอาจารย์สายสะอาดก็ร่ายยาวต่อไป งั้นทำไมไม่เทศน์ให้หนูฟังเลยคะ อ๊าก!!!ดูท่าสอนๆ พูดไปมือก็ขยับไปเป็นฉากๆ อ้อ!มีเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วยิ้มประกอบเมื่อพูดจบ ทำยังกับกำลังออกรายการทีวีอยู่แน่ะ
            ควับ แคว็บ กร็อบ แกร็บ
            แล้วเอฟเฟ็คนี้ก็ไม่ใช่เสียงถุงขนมของยัยรันเหมือนทุกครั้งมันมาจากกระดาษที่เผือกขยำฉันหันไปมอง โอ๊ะ!เผือกแอบยื่นกระดาษมาด้วยหน้าเซ็งๆ รันที่นั่งข้างๆ ก็ทำหน้าเหมือนกัน
            “นี่ออกไปข้างนอกกันมั้ยฉันไม่ได้มานั่งดูทอล์กโชว์นะ”นี่คือข้อความในจดหมาย
            “ฉันอยากเรียนประวัติศาสตร์อ่า วิชาโปรดฉันนะ”ฉันตอบกลับไปด้วยวิธีเดียวกัน
            “เออ!ฉันรู้แต่วันนี้’จารย์สอนไรของแกวะให้วาดรูปคนไทย อ่อนชะมัด”
            เผือกตอบกลับมาฉันหันไปหารันมันก็พยักหน้าเห็นด้วยแล้วทำปากพะงาบๆ ได้ใจความว่า ‘วันนี้ฉันมีร้านส้มตำมาแนะนำ’ ไม่ต้องคิดมากค่ะพอพูดถึงของกินฉันตกลงทันที ส้มตำปลาร้า กับไก่ย่างไม้พิเศษ  ฮี่ฮี่
            “พวกเธอมีอะไรกัน รรรรรร  ภิญญาอร  พฤณฑกา”ครูสายสะอาดเรียกชื่อรัน เผือก และฉันตามลำดับ
            “อะ เอ่อคือพฤณฑกา เค้าท้องเสียน่ะค่ะพวกเราขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำนะคะ”
            “เฮ้ย!....เอาอีกแล้วเหรอ”
            “เอาน่า แกไม่กินส้มตำรึไง” เอาวะ
            “ชะ ใช่ค่ะ”แล้วฉันก็ต้องรับมุขของเผือก
            “งั้นก็รีบๆ ไปสิ อ้าวแล้ว รรรรรร จะไปทำไม ให้เพื่อนไปสองคนก็พอ เธอกลับมาวาดรูปคนไทยได้แล้ว”
            “โอ๊ะ!ไม่ได้ค่ะอาจารย์เดี๋ยวถ้าเกิดเพื่อนหนูอ่อนแรงอยู่ในห้องน้ำ ใครจะวิ่งไปบอกคนช่วยล่ะ หนูต้องเฝ้าอยู่หน้าห้องน้ำนะคะ”ใครจะตอบได้ลื่นเท่าแกอีกเนี่ยเผือก ชิ!ดูมันสิคะ ดูมันเซ่!!!!มันแช่งฉันอีกแล้วววว
            “อืม...งั้นก็รีบๆ ไปสิคะ ถ้าเป็นอะไรมากมาบอกครูนะ”
            อ่า ขอโทษนะคะอาจารย์ ฉันรู้สึกผิดชะมัดเลย พวกเราหันหน้าไปทางเพื่อนๆ ร่วมห้องพวกนั้นที่มักจะบอกว่าเราสามคนชอบทำเรื่องไม่ปรึกษาเลยทำสายตาประมาณว่า
            ‘พวกชนกลุ่มน้อยหาเรื่องหนีอีกแล้ว’ ส่งมาให้
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 212 ท่าน