Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
Black Floral
Secret เด็กข้างบ้าน
Black Floral 21
24
29/10/2554 16:36:20
746
เนื้อเรื่อง

21
จับตาย

 
 
                      ฉันสูดอากาศให้เต็มปอดก้มลงมองลำธารที่ไหลผ่านหลังบ้านของคุณป้า ต้นไม้ต้นใหญ่เรียงรายสุดลูกหูลูกตาทั้งด้านซ้ายและขวาของฝั่งตรงกันข้ามนั้นบดบังแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมา ทำให้ในน้ำเห็นเงาของต้นไม้เต็มไปหมด ฉันหย่อนก้นลงบนพื้นดินริมลำธารห้อยขาลงเตะผิวน้ำเล่นอย่างสบายใจพลางหวนคิดคำพูดของคุณป้าเมื่อตอนเช้า คำพูดนั้นดูเหมือนเกาะกุมจิตใจฉันมาถึงตอนนี้
          ‘ป้ากำลังหาปลาอยู่ และป้าก็หันไปเห็นที่ริมลำธารตรงนั้นน่ะ หนูสลบอยู่ คือตอนนั้นป้าช็อคจนพูดอะไรไม่ถูกน่ะจ่ะ พอสติกลับคืนมาอีกทีร่างของหนูก็ถูกพาขึ้นมาบนฝั่งแล้ว’
          ‘ถูกพา? งั้นแสดงว่า…’
          ‘ป้าก็ไม่รู้ว่าเขาคือใครเหมือนกัน คือป้างงมากๆ ป้าได้แต่พาตัวหนูเข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าและทำแผลให้ รู้มั้ยว่าอีกไม่กี่เซ็นต์เท่านั้นที่กระสุนจะตัดลิ้นหัวใจ แต่ป้าแปลกใจมากเลย เหมือนกับกระสุนที่ฝังนั้นไม่ใช่กระสุนธรรมดา มันอาจจะมีสารที่เป็นตัวที่ทำให้หัวใจเกิดการเต้นช้าลงเหมือนคนตาย มันมีฤทธิ์ได้ซักชั่วโมงนึงเพื่อไม่ให้เลือดหนูออกมาก ป้าถึงช่วยหนูไว้ได้ และเรื่องชื่อน่ะ ป้ารู้เพราะว่าก่อนหน้านั้นคนที่พาหนูขึ้นมาเขาเอาแต่ตะโกนชื่อหนูตลอด แต่เขาหันหลังให้ป้า ป้าก็เลยไม่รู้ว่าเขาคือใคร และต้องการอะไร’
          ‘…ป้าเป็นคุณหมอเหรอคะ’
          ‘อดีตน่ะ’
          ‘แล้วมันเกิดอะไรขึ้น’
          ‘…เฮ้อ ก็บางที อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ป้าต้องลืมอดีต’
          ‘หนูไม่เข้าใจ’
          ‘หนูเคยสังเกตมั้ยว่าบางครั้งคนเราก็อ่อนแอจนเราคาดไม่ถึง อย่างน้อยก็ขอให้หนี ถึงแม้จะรู้ว่ามันไม่มีวันพ้น แต่ยังไงก็ไกลจนพอสร้างระยะได้บ้าง เพื่อระยะนั้นจะได้พอมีเวลาสร้างความแข็งแกร่งกลับมาได้บ้าง’
 
            ขอแค่ให้หนี ถึงแม้จะรู้ว่าไม่มีวันหนีพ้น…
            “หนูนาร์ชา”
            “คะ!? ”
            “ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว มากินเถอะ ซุปกำลังร้อนๆ ”
            ฉันสะบัดหัวไล่ความคิดพวกนั้นออกไปพร้อมทำใจให้โล่งลุกขึ้นแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้าน
กึก!
            “…”
            ฉันหันซ้ายเพ่งไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่งหลังจากที่รู้สึกว่ากำลังถูกจ้องมองอยู่ แต่แล้วก็ว่างเปล่า มันก็แค่ต้นไม้ตนนึง
            นี่ฉันต้องสลบไปนานจนเกิดประสาทไปแล้วแน่ๆ =_=
            “นาร์ชา!! ”
            “ค่าๆๆ กำลังไปเดี๋ยวนี้ -O-”
 
 
 
 
            ณ สำนักงานลับตำรวจ New York … 2 วันต่อมา
 
            “ว่าไงนะ!! ”
            “เป็นความจริงค่ะเทล พวกเขาจะลงมือพรุ่งนี้”
            “และพวกเขารู้เหรอว่ายัยนั่นอยู่ที่ไหน! ”
            “บริเวณที่เกิดเหตุที่คุณนาร์ชาตกลงไปเป็นน้ำตกที่น้ำไหลผ่านหมู่บ้านเล็กๆ อยู่ ทางเราบอกไปแล้วว่าคุณนาร์ชาอาจจะไม่รอดเพราะเนื่องจากสายน้ำเชี่ยวและเมื่อสองวันก่อนก็มีพายุ อีกอย่างตอนที่มิดเดย์โดดตามลงไป เขาก็บอกว่าไม่พบร่องรอยใดๆ เลย แต่ดูเหมือนว่า…”
            “แฟรี่สินะ”
            “…ค่ะ”
            “ให้ตาย ยัยนั่นกัดไม่ปล่อยจริงๆ ”
            “เป้าหมายครั้งนี้คือจับตาย และจะต้องมีศพมายืนยันด้วยค่ะ”
            “แล้วตอนนี้พี่เดย์อยู่ไหน”
            “ไม่เข้าสำนักงานตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ”
            “ให้มันได้อย่างนี้สิ”
 
 
            …เช้าวันรุ่งขึ้น
 
 
            “ทุกหน่วยพร้อม! ” ผู้บังคับบัญชากองกำลังพิเศษตะโกนเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เตรียมพร้อม พวกเขาคือ FBI จำนวน 10 นาย พวกเขาอยู่บริเวณในป่าลึกซึ่งเบื้องหน้าอีกหนึ่งกิโลเมตรคือหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีลำธารไหลมาจากน้ำตกผ่าน
            “ค้นทุกหลังทุกซอกทุกมุม ใครขัดขืนถือเป็นการร่วมมือกับผู้ก่อการร้าย! ”
            “ตะ…แต่เธอเป็นแค่ผู้หญิงนะครับ”
            “ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เคยล้มผู้ชายที่ร่างกายเหมือนวัวกระทิงได้น่ะเหรอ! ”
            “…”
            “เหมือนงานหมูใช่มั้ยล่ะ แต่ถ้าไม่เจอหลักฐานอะไร หรือไม่มีศพ พวกนายจะต้องค้นหาต่อไปอีก 24 ชั่วโมง! ฉะนั้นงานนี้ยังหมูอีกมั้ย! ”
            “ไม่ครับ! ”
            “เออ!! ต้องมีศพ เอาล่ะ แยกย้ายได้! ”
            สิ้นเสียง FBI จำนวน 10 นายก็กระจายกำลังค้นบ้านทุกหลังอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านชาวไร่ต่างพากันตกใจวิ่งกันจ้าละหวั่น ทุกการกระทำที่พวกเขาทำอยู่นั้นถูกจับจ้องโดยสายตานึงที่หลบอยู่หลังต้นไม้ซึ่งไม่มีใครสังเกตเห็น มือนั้นกำแน่นด้วยความโกรธ
 
ปัง!      
            “มีตำรวจเข้ามา! ”
            “อะไรนะคะ! ” ฉันหันไปถามด้วยความตกใจจนคอแทบจะหมุน 360 องศา คุณป้าหอบแฮ่กๆ อยู่ตรงประตูด้วยหน้าตาที่แตกตื่น
            “พวกเขาค้นบ้านทุกหลัง ถามหาผู้หญิงที่มีผมสีบลอนด์ สูง 173! ”
            “O_O..”
            “เขาต้องการตัวหนูแน่ๆ ”
            “…”
            “นาร์ชาหนูต้องรีบไปเดี๋ยวนี้!! ”
            “…”
            “ป้ารู้หนูไม่ผิด แต่หนูต้องรีบหนีเดี๋ยวนี้ก่อนที่มันจะสายไป!! ”
            “ทำไม” น้ำเสียงฉันสั่น ฉันมองซ้ายขวาสลับกันอย่างสับสน คุณป้ารีบวิ่งมากระชากแขนฉันให้วิ่งหนี แต่ฉันกลับสะบัดออกแล้วเบิกตากว้าง
            “พอกันที”
            “หนูนาร์ชา! หนูยังไม่หายดี หนูต้องรีบหนีเดี๋ยวนี้นะ!! ”
            “คุณป้าไปเถอะค่ะ”
            “…”
            “คุณป้าไม่ผิด เดี๋ยวคุณป้าจะถูกหาว่าร่วมมือกับคนร้ายซึ่งหนูจะไม่มีวันยอมแน่ๆ ”
            “แต่ว่า..”
            “คุณป้ามีปืนมั้ยคะ”
            “นาร์ชา เราต้องรีบเดี๋ยวนี้นะ บ้านเราอยู่หลังสุดของหมู่บ้าน ทางหนีปลอดภัยเราต้องรีบ! ”
            “คุณป้า! ”
            “…”
            “…” ฉันเอื้อมมือกุมมือคุณป้าทั้งสอองข้างขึ้นมาทาบกับแก้มเอาไว้เบาๆ คุณป้ามองฉันด้วยสายตาอ้อนวอนและสั่นระริก ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบทันใด
            “อยากจะหนีใช่หรือเปล่าคะ งั้นหนีไปตอนนี้เลย และคุณป้าจะได้หลุดพ้นทุกอย่าง คุณป้าจะไม่ต้องสูญเสียใครอย่างที่แล้วมาอีกแล้ว”
            “ไม่ ป้าไม่…”
            “ป้าคะ ป้าได้ช่วยหนู ดูแลหนู หนูซาบซึ้งมากแล้ว แต่ปัญหานี้จะไม่มีวันจบถ้าหนูหนีทั้งๆ ที่มีพันธะแบบนี้”
ปัง!
            ฉันและคุณป้าสะดุ้งพร้อมกันเมื่อได้ยินเสียงเหมือนคนพังบ้านหลังอื่นที่อยู่ด้านหน้าเราไปไม่กี่ร้อยเมตร พวกเขาใกล้เข้ามาทุกที…
            “…”
            “แต่คุณป้าไม่มีอะไรแล้ว คุณป้าจะไม่สูญเสียอะไรเลยถ้าคุณป้าทำอย่างที่หนูขอร้อง เถอะนะคะ เรื่องนี้หนูต้องจัดการเอง”
            “แต่หน้าหนูสู้ไม่ดีเลยนะ…” คุณป้าทาบฝ่ามือที่แก้มฉันอย่างเป็นห่วง หน้าฉันที่ซีดเผือดบ่งบอกถึงอาการที่สู้ไม่ดีจริงๆ
            “หนูหนีมาพอแล้วค่ะ ตอนนี้หนูแข็งแกร่งพอที่จะกลับไปแล้ว ปล่อยหนูไป…เถอะนะคะ”
ปัง!
            “ไปค่ะป้า! ” ฉันผลักคุณป้าออกแล้วพยักหน้าให้เธอ เธอมองพวกตำรวจที่กำลังค้นบ้านหลังด้านหน้าสลับกับฉันอย่างลังเลอีกครั้งอย่างรีบร้อน
            “ไปค่ะ!!! เดี๋ยวนี้!! ”
            “ปืนอยู่ในลิ้นชัก”
            “…ขอบคุณค่ะ”
 
 
 
            “ไม่เจอ! ”
            เสียงเจ้าหน้าที่คนหนึ่งดังขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เคลียร์ห้องแล้วไม่เจอหลักฐานใดๆ เลย
            “ทางนี้เคลียร์ ไม่เจอเช่นกัน!! ”
            “งั้นก็เหลือหลังสุดท้าย ไป!! ”
พลึ่บพลั่บ พลึ่บพลั่บ
            และแล้วเสียงฝีเท้าFBI ห้าคนดังมาถึงบ้านหลังสุดท้ายของหมู่บ้าน พวกเขามองหน้ากันซักพักก่อนที่จะ…
 
ปัง!!!
            ….
 
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก
            เสียงหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะพยายามทำตัวเงียบหลบอยู่ในมุมมืดรอให้เสียงฝีเท้าเหล่านั้นใกล้เข้ามาอีกนิด ใบหน้าฉันเต็มไปด้วยเหงื่อ ทั้งร่างกายสั่นสะท้านด้วยความกังวล สายตาเริ่มเบลอรับกับภาพไม่ได้จนต้องสะบัดหัวเพื่อเรียกสติ
            “…”
            ทุกอย่างกำลังเงียบ เสียงฝีเท้าหายไป พวกมันอยู่ที่ไหนกัน
 
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก
 
            ฉันกุมหน้าอกด้านที่มีหัวใจเต้นอยู่แน่นเพื่อข่มอารมณ์ เหงื่อผุดขึ้นมากจนไหลลงไปตามลำคอ ฉันถอนหายใจช้าๆ มือทั้งสองข้างจับด้ามปืนไว้แน่นรอโอกาสอย่างใจเย็น
            “…!! ”
            และฉันก็ได้ยินเสียงถอนหายใจที่ดังขึ้นใกล้ๆ
            จังหวะนั้นฉันรีบหมุนตัวออกไปพ้นมุมมืดพร้อมกางแขนออกไปด้านหน้าเตรียมลั่นไกปืน แต่ทุกอย่างกลับถูกหยุดไว้เพราะเพียงแค่สัมผัสนั้น และ ใบหน้านั้น
            ความรู้สึกถูกกระชากให้ลงสู่หลุมลึก ลึกพอที่จะทำให้ร่างกายแทบต้านอะไรไว้ไม่ไหว ฉันปล่อยให้สติที่เหลือน้อยเต็มทีถูกดูดกลืนหายไปหมด
 
 
 
 
 
            “เฮ้อ ใครค้นบ้านนี้วะ! ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก”
            “ไม่รู้เหมือนกันว่ะ”
            “หรือบ้านนี้ไม่มีคนอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว”        
            “ก็คงงั้นแหละมั้ง เห็นพวกชาวบ้านชอบบอกว่าเจ้าของบ้านหลังนี้ชอบออกไปนอกเมืองบ่อยๆ ”
            “เออๆ และจะทำไงต่อไปวะ”
            “ก็บ้านนี้ก็หลังสุดท้ายแล้วนี่หว่า ถ้าไม่เจอก็คงต้องหาต่อไปอีก 24 ชั่วโมง -_-”
            “เฮ้ยพวก! มีรายงานว่ะ ถูกเรียกให้กลับฐานด่วนมีงานใหม่เพิ่ม”
            “อ่าวเวร! ให้มันได้อย่างนี้สิ”
            “ไปว่ะๆ ไหนๆ ก็ไม่มี จะมีได้ไง ผู้หญิงคนเดียว บาดเจ็บขนาดนั้นคงไม่มีแรงจะขึ้นมาจากในน้ำด้วยซ้ำ”
 
 
 
ตึก ตึก ตึก ตึก
            “…”
            “ขอบใจเทล รีบๆ มาล่ะ”
            “…”
            “คงไม่นานหรอก”
            เสียงพูดดังใกล้หูปลุกให้ฉันตื่นจากความฝันที่น่าสับสน ฉันเงยหน้าปรับโฟกัสภาพให้ชัดมองใบหน้าร่างสูงผมดำที่อยู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ ฉันถูกอุ้มอยู่ในอ้อมกอด ส่วนคนที่เดินอยู่ก็พึ่งจะวางสายโทรศัพท์ใครคนนึงไป เขาเดินไปซักพักก็วางฉันลงกับพื้นพิงกับตัวไม้ใหญ่อย่างเบา
พลึ่บ!
            “นาร์ล!! ”  
            มิดเดย์หันรีบเข้ามาประคองฉันไว้ก่อนที่เขาจะใช้นิ้วเกลี่ยผมที่ปกหน้าฉันขึ้นเผยให้เห็นถึงใบหน้าที่ซีดเซียว ริมฝีปากแห้งผากกับตัวที่สั่น ฉันรู้สึกไม่ดีกับตัวเองเอามากๆ เริ่มจากที่หัวใจเต้นเร็วขึ้นจนหายใจลำบาก และก็คล้ายๆ กับว่าจะเป็นไข้ แถมหัวก็เริ่มปวดขึ้นมาอีกแล้ว
            อาการเหล่านี้เคยเกิดขึ้นกับฉันหลายครั้งมาแล้ว แต่ครั้งนี้ดูเลวร้ายกว่า และคุณป้าก็เคยบอกว่ามันเป็นอาการข้างเคียงจากการที่ฉันได้รับสารอยู่เคลือบอยู่กับลูกกระสุนในวันนั้น
            “อดทนหน่อยนะ…ขอร้องล่ะ แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเดย์สัญญา” เดย์กอดฉันเบาๆ แล้วเอามือลูบผม ฉันไม่อาจหลับตาลงได้อีกครั้งถึงแม้จะเหนื่อยล้าซักแค่ไหน เพราะฉันกำลังกลัว…กลัวว่าพอตื่นขึ้นมาอีกครั้งคนที่ฉันเห็นคนแรกจะไม่เป็นเขาอีกแล้ว…
 
            เวลาผ่านไปทุกอย่างก็ยิ่งเลวร้าย เมื่ออาการเหล่านั้นยิ่งทวีคูณความรุนแรง ฉันเริ่มเพ้อและตัวเย็นลงก่อนที่ความเจ็บปวดทั้งหมดจะมาถึงในเวลาสุดท้าย
            “โอ้ย!!! ”
            “นาร์ล” มิดเดย์กอดฉันแน่นขึ้นเมื่อฉันเริ่มดิ้นพล่าน ความเจ็บปวดที่หัวลามมาถึงแขน ขา แม้กระทั่งอก ฉันเหมือนหายใจไม่ออก ทุรุนทุรายอยู่ในอ้อมกอดของเขานานหลายวินาที มือฉันที่เย็นเฉียบอยู่ถูกกุมแน่นจากมือของอีกฝ่ายที่ร้อนเพื่อให้ความอบอุ่น
            “โอ้ย!! ทำไม ทำไมมันเจ็บแบบนี้”
            “…”
            “ไม่ไหวแล้ว ปล่อยนาร์ล! ปล่อย!! ”
            “…”
            “ปล่อย ปล่อยเดี๋ยวนี้ ปล่อย!!! ” ฉันตวาด เตะถีบ กรีดร้องพร้อมใช้อวัยวะทุกส่วนของร่างกายพยายามที่จะหลุดจากอ้อมกอดของเขา สติสัมปชัญญะเริ่มขาดหาย ฉันไม่สนว่าใครเป็นใคร ตอนนี้ฉันแค่อยากหลุดพ้นจากความเจ็บปวดนี้!
            “กรี๊ด!!!! ”
            “…”
            “ปล่อยนะ หยุดที ไม่ไหวแล้ว ขอร้องล่ะ โอ้ย!!!! ”
 
            ฉันมั่นใจว่าเสียงฉันดังพอที่จะทำให้สัตว์ป่าแตกตื่น ฉันถูกมือเดย์ปิดปากไว้เพราะเสียงกรีดร้องดังไม่หยุดอีกเลยหลังจากนั้น สติฉันขาดหายไปนั่นเป็นช่วงที่ทรมานที่สุดแล้ว














ปล ห่างหายไปนานเนื่องจากช่วยก่อนรู้สึกแบ่งการอ่านของแจ่มใสจะมีปัญหา -O- กระพ้มมาอัพใหม่ 
เหมือนเริ่มต้นใหม่ 555 ผู้อ่านที่ยังไม่ลืมก็ร่วมสนับสนุนกระพ้มด้วยนะง๊าบบ T_T
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
พยายามอ่านมาตั้งนานแล้ว กว่าจะได้อ่าน *0*
จากคุณ dark_sky/(dark_sky) อัพเดตเมื่อ 25/10/2554 16:57:31
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 278 ท่าน