Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Secret Danger ความลับอันตรายหลอกหลวงร้ายให้หลงรัก [Update! Secret Danger II]
เฮลซ์บลูบอย
Secret Danger II ::: ถ้าไม่คลานก็อย่าให้รอดกลับไป!
4
22/10/2554 22:18:10
174
เนื้อเรื่อง

2
ถ้าไม่คลานก็อย่าให้รอดกลับไป!

 
“กรี๊ดดดดดดดดด!!”เสียงร้องด้วยความตกใจของผู้หญิงที่อยู่รอบสนามดังขึ้น ฉันก็อยากจะร้องร่วมด้วยหรอกนะแต่สิ่งที่เกิดขึ้น...
วินาทีที่บีเอ็มดับเบิลยูเบรกมาหยุดถึงฉันไม่ทันและพร้อมที่จะชนร่างฉันกระเด็นได้ทุกเมื่อ ปอร์เช่สีขาวที่ขนาบข้างมาก็เร่งเครื่องขึ้นแล้วหักตัวรถพุ่งชนด้านข้างจนบีเอ็มดับเบิลยูเสียหลักในแนวตรงเจ้าของรถดริฟท์ตัวรถหมุนเป็นวงกลมเพื่อตั้งหลักรวมด้วยทั้งปอร์เช่สีขาวที่ดริฟท์ตัวรถให้หยุดฝุ่นตลบอบอวลทั่วทั้งสนาม
“Shit!!ทำอะไรของแกวะ”เจ้าของรถบีเอ็มดับเบิลยูเปิดประตูลงมาหลังจากที่ฝุ่นทั้งสนามค่อยๆ จางหาย
“รักษาชีวิตคนไว้สิวะ”ซัลเวียที่เปิดประตูรถลงมาบ้างตะโกนบอกเดรกที่เดินเข้ามาอย่างโมโห
“แกทำรถฉันไม่สบาย!”เดรกเดินมาหยุดตรงหน้าซัลเวียซึ่งตอนนี้เหมือนกับว่าฉันเป็นคนกลางที่ห้ามอะไรไม่ได้ T^T
“แค่นั้นเองฉันรู้ว่าแกมีปัญญาซ่อมมัน” ซัลเวียปรายตามองบีเอ็มดับเบิลยูที่จอดอยู่ไม่ไกลแต่ก่อนที่ทั้งสองคนจะได้วางมวยกันเสียงตะคอกของเดรกก็ส่งตรงมาถึงฉัน
“แล้วเธอ... ยัยบ้าอยากตายรึไง!!!”
“ฮะ... ฮัดชิ้ววววว~”อากาศเย็นเป็นบ้าไม่แปลกใจเลยที่ฉันหนาวก็เล่นใส่ชุดเปิดเนื้อหนังขนาดนี้
“ยี้~ยัยเชื้อโรค!”เดรกถอยห่างจากฉันหลายไมล์ -_-^ก่อนจะหมุนตัวกลับไปที่รถแล้วหยิบอะไรบางอย่างเดินกลับมาที่เดิมและ...
ฟึ่บ!
“อย่ามาเข้าใกล้ตัวฉัน... ไสหัวออกไปซะ”เสื้อโค้ทสีดำยาวถูกปา (ย้ำจริงๆ ว่าปา =_=;) ใส่ฉันจนแทบรับไม่ทัน “เรียก รปภ. มาจับยัยนี่โยนออกไปอยากให้มาเข้าใกล้สนามแข่ง X อีก!!”
“เดี๋ยวก่อนฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย!” รปภ. ที่อยู่แถวๆ นี้พอได้ยินเสียงเรียกก็พากันวิ่งเข้ามา
“อย่ามาทำตัวสนิทสนมเรียก ‘นาย’ยัยเชื้อโรคสกปรก!”
“แต่ว่า ฉันต้องให้นาย...”
“จับตัวโยนออกไปอย่าให้เข้ามาใกล้สนามแข่งที่นี่อีก”รปภ. ที่วิ่งมาถึงพอดีสองคนก็หิ้วปีกฉันคนละข้างยกตัวลอยพาเดินออกมา
“เดรก!! นายต้องปกป้องฉัน... “ก่อนที่จะถูกลากไปไกลกว่านี้ฉันก็ถือโอกาสตะโกนให้เขาได้ยินแต่เหมือนว่า...
“บลาๆๆ... รีบๆ ลากออกไปเร็วๆ สักทีสิวะ!!”จบคำสั่ง รปภ. สองคนที่หิ้วปีกฉันจากที่เดินก็พากันวิ่งทำให้ฉันออกห่างมาจากจุดนั้นอย่างรวดเร็ว
‘เอธานอล เดรก’ ฉันจะจองล้างจองผลาญจนกว่าจะได้นายมาเป็นผู้คุ้มครองฉัน!!!
 
ตุ้บ!
“ไปเถอะหนู ท่าทางคุณเดรกเขาจะโกรธมาก”ฉันถูกโยน (ย้ำว่าโยนจริงๆ) ออกมาจากสนามแข่ง X โดย รปภ. สองคน
หมอนั่นเป็นคนนิสัยยังไงกันแน่ =O=^ ปากก็ว่าฉันสารพัดแต่กลับปาเสื้อโค้ทมาให้ แต่เอาเถอะอากาศหนาวขนาดนี้แถมยังใส่ชุดหวาบหวิวถ้าทิฐิไม่ยอมใส่ได้โดนฉุดยามค่ำคืนแน่ -_-^
พรึ่บ~
เสื้อตัวใหญ่เป็นบ้า =_= นี่ฉันว่าฉันสูงแล้วนะเสื้อนี้แทบจะลากพื้นเลยทีเดียว ชิ! ต่อให้นายโยนฉันออกมาร้อยครั้งฉันก็ยังยืนยันคำเดิมที่จะลากนายมาคุ้มครองฉันให้จงได้!
กุกกักๆ
ขณะที่ฉันกำลังก้าวเดินก็ตังชะงักเมื่อเสียงอะไรบางอย่างดังมาจากถังขยะ -_-?
“เฮ้ย... เบาๆ สิวะเดี๋ยวยัยนั่นก็ได้ยินหรอก”อะ... เอ่อ -O- ถังขยะกระซิบกันได้หรอ
“รู้แล้วหน่า แค่ผู้หญิงคนเดียวกับสร้อยเส้นนั้นทำไมต้องมาหลบๆ ซ่อนๆ ด้วยวะ” จะหลอนประสาทฉันมากถ้าคำพูดนั้นไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องสร้อยและคำว่า ‘ยัยนั่น’ ที่ตรงนี้มีแค่ฉันคนเดียว
“จำไม่ได้หรอวะนายบอกว่าสร้อยเส้นนั้นสำคัญกับองค์กรเราถ้าเอามาไม่ได้เราตาย!”
ตึก!
ฉันก้าวถอยหลังอย่างเงียบๆ แค่นี้ก็ชัดเจนแล้วคนพวกนี้นี่เองที่พ่อเตือนให้ระวังตอนนี้คงไม่มีเวลามาสงสัยเรื่องอะไรอยู่ในสร้อยแล้วละถ้าไม่หนีตอนนี้ฉันได้ถูกจับแน่
ตึกๆๆ
“เฮ้ย หนีไปแล้ว! ไปตามสิวะ”ทันทีที่ฉันวิ่งออกมาเสียงผู้ชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นก่อนเสียงฝีเท้าจะตามหลังมา จะไปทางไหนดีละ แง้ T^T ที่ทางแถวนี้เปลี่ยวเป็นบ้าพื้นที่ส่วนใหญ่ตรงนี้ทำเป็นสนามแข่งอีกตั้งหลายกิโลเมตรถึงจะเจอบ้านคน
พลั่ก!
สองขาฉันพันกันในขณะวิ่งเร็วบวกกับที่ใส่รองเท้าส้นสูงที่วิ่งหนีลำบากทำให้ฉันหกล้มหัวเข่าไถลกับพื้น แต่ฉันก็ทำใจลุกขึ้นถอดรองเท้าพร้อมกับพาตัวเองวิ่งไปด้วย
กึกๆ... ฟิ้ววววว~
“หยุดเดี๋ยวนี้ถ้าไม่อยากเจ็บตัว!”หนึ่งในสองคนนั้นตะโกนตามหลังพอดีกับที่ฉันถอดรองเท้าได้หนึ่งข้างก่อนจะปามันใส่สองคนนั้นอย่างนั้นก็สกัดไว้นิดหน่อยก็ยังดี
“เย้ย! ยัยบ้าทำอะไรของเธอวะเนี่ยถ้าส้นสูงมันเฉาะหัวฉันจะทำยังไง”ก็ดีไงยะ พวกนายจะได้เลิกตามฉันสักที T^T โธ่เว้ย... รองเท้านี่ก็ถอดยากเหลือเกิน!
กึก!
เย้... รองเท้าหลุดแล้วๆ >O<แต่ความเร็วในการวิ่งกับรองเท้าที่หลุดไปพอดีและบวกด้วยข้างหน้าเป็นทางลาดชันทำให้... “อ๊ะ \OoO/”
ปึ้ก!... ขลุกขลักๆ
“เฮ้ย... ยัยนั่นกลิ้งลงไปแล้ว!”ร่างฉันกระแทกลงบนพื้นก่อนความชันของพื้นจะทำให้ร่างฉันกลิ้งลงไปโดยไม่ทันตั้งตัว
เหวออออออออ O_o ข้างล่างมันเป็นรถนี่นา... เก็บคองอเข่ารับแรงกระแทกได้เลย TOT
ขลุกขลักๆ... พลั่ก!
โอ๊ยยยยย~หลังฉันกระแทกเข้ากับรถที่จอดนิ่งสนิทอยู่สัมผัสถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั้งตัว ฉันค่อยๆ พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นโชคดีจริงๆ พอยังมีสติอยู่ตอนนี้ฉันเจ็บไปทั้งตัวเลยแต่ถ้าไม่หาทางหนีสร้อยเส้นนี้ได้ตกไปอยู่ในมือของคนพวกนั้นแน่
“ผู้หญิงคนนั้น... คนนั้นแน่ๆ”เสียงอันตรายดังขึ้นเมื่อฉันลุกขึ้นทรงตัว
“ไหนจริงหรอ... เฮ้ จับไว้!!”บ้าเอ๊ย! หนีสองคนนั้นมาก็แทบไม่รอดยังจะมาหนีคนพวกนี้อีก ชีวิตฉันมันอะไรนักหนากัน
ฉันพาสังขารอันบอบช้ำของตัวเองวิ่งเข้าซอกหลืบที่พอจะทะลุเป็นทางออกได้วิ่งมาด้วยเท้าเปล่าที่กระแทกลงบนพื้นปูนสากๆ จนรู้สึกถึงความแสบที่เท้าไปหมด ไม่ว่าจะวิ่งลัดเลาะแค่ไหนพวกนั้นก็ยังคงวิ่งตามฉันไม่เลิกถึงตอนนี้ร่างกายฉันจะวิ่งช้าลงแต่ถ้าไม่ขืนใจวิ่งต่อเท่ากับว่าฉันรักษาสร้อยเส้นนี้ไว้ไม่ได้
พรึ่บ!
ตรอกซอยที่พอจะเป็นหลบได้ฉันรีบพาตัวเองวิ่งเข้าไปหลบอย่างรวดเร็วเพราะเริ่มทนความเจ็บปวดที่มีไม่ไหวแล้ว คนพวกนั้นที่วิ่งตามค่อยๆ ผ่านที่ซ่อนฉันไปเมื่อเห็นว่าตรงนี้ปลอดภัยพอที่ฉันจะย้อนไปหารถกลับคอนโดเท้าข้างหนึ่งก็ค่อยๆ ก้าวถอยหลังเพื่อจะทะลุไปอีกทางแต่ฝ่าเท้าเบาบางของฉันก็ดันเหยียบโดนอะไรสักอย่าง...
แกร๊บ~
ความเจ็บที่แผ่ซ่านอีกครั้งถูกของแหลมบางอย่างทิ่มแทงฝ่าเท้าข้างหนึ่งซึ่งมีของเหลวจากร่างกายฉันซึมไหลออกมาจากแผลและเมื่อยกมันขึ้นฉันก็เห็นเศษแก้วแหลกละเอียดชิ้นน้อยชิ้นใหญ่ถึงส่วนตรงนี้จะมืดแต่ก็พอมองออกว่ามันเป็นเศษแก้วจริงๆ ร่างฉันทรุดฮวบลงกับพื้นทันทีที่เริ่มรู้สึกว่ารับน้ำหนักตัวเองด้วยขาข้างเดียวกับความบอบช้ำไม่ไหวงานนี้ต่อให้คลานออกจากที่นี่ฉันก็ต้องยอม!
ขาข้างเดียวที่พอมีแรงพยุงร่างตัวเองให้ลุกขึ้นแล้วค่อยๆ เดินออกมาจากตรอกมืดแต่ออกมาได้ไม่เท่าไรร่างฉันก็ร่วงหล่นกองกับพื้นตามเดิม ให้ตายสิ! หวังว่าพวกนั้นคงไม่ย้อนกลับมาหรอกนะ...
“จะไปไหนสาวน้อย!”สงสัยฉันคงจะหวังมากไป -_-ผู้ชายกลุ่มเดิมประมาณสี่ห้าคนปรากฎตัวอยู่ข้างหลังก่อนที่ฉันจะได้คลานหนีไปได้ไกลก็ถูกคนพวกนั้นจับข้อเท้าไว้แล้วดึงให้กลับมา นั่นทำให้หน้าขาฉันไถลกับพื้นโชคดีที่เป็นแค่หน้าขาเพราะยังมีเสื้อโค้ทตัวยาวของเดรกคลุมไว้
“ปล่อยเลยนะ!”ฉันพลิกตัวกลับมาและพยายามบิดข้อเท้าให้หลุดจากมือผู้ชายคนนี้แต่เหมือนจะทำยังไงสภาพร่างกายตอนนี้ฉันก็สู้เขาไม่ได้
“เอาสร้อยที่คอเธอมาให้ฉัน แล้วจะปล่อยเธอไปอย่างง่ายๆ”แววตาดูไม่น่าไว้วางใจมองมาที่ฉัน รู้หรอกหน่าว่าต่อให้ฉันเอาสร้อยนี้ให้มันก็คงไม่ปล่อยฉันไปง่ายๆ นักหรอกแต่ยังไงซะสร้อยนี้ก็ไม่สามารถถอดได้อยู่แล้วถือเป็นโชคดีอย่างหนึ่งเลยละ หึ!
“พวกแกอย่าได้ฝันเลย!”เสียงหนึ่งแทรกมาพร้อมกับผู้ชายสองคนที่ไล่ล่าฉันตอนแรกยืนหอบอยู่ข้างหลัง
“เฮ้! จัดการพวกมันฉันจะจัดการผู้หญิงคนนี้เอง”ผู้ชายที่จับข้อเท้าฉันไม่ยอมปล่อยเอ่ยออกคำสั่งกับลูกน้องก่อนคนพวกนั้นจะเดินตรงไปหาสองคนนั้น
ปัง!
“โอ๊ยยย...”เสียงลั่นไกปืนก่อนจะมีเสียงร้องครวญครางจากผู้ชายที่จับข้อเท้าฉันอยู่แต่ตอนนี้ข้อเท้าฉันถูกปล่อยลงมา เลือดของชายคนนี้ไหลเป็นทางเหตุมาจากกระสุนเจาะมาที่ข้อมือ
เหตุการณ์ทุกอย่างนิ่งสงบเมื่อมีการปรากฏกายของชายที่ทุกคนรู้จักกันดีก่อนเสียงทรงอำนาจจะเอ่ยด้วยความหงุดหงิด “เหิมเกริมเกินไปแล้ว!!!”
“อะ... เอธานอล เดรก!”ชายคนที่ถูกยิงเอ่ยเรียกชื่อผู้ที่มีปรากฏตัวพร้อมกับชายชุดดำหลายคนราวกับองค์รักษ์
ตึก ตึก ตึก...
เสียงฝีเท้าของคนตัวสูงย่างก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ฉันค่อยๆ พยุงตัวให้นั่งดีๆ และกระชับเสื้อโค้ทสีดำให้แน่นขึ้น
“ตายหรือยังยัยเชื้อโรค”ร่างสูงเดินมาหยุดตรงหน้าสายตาฉันมองเห็นใบหน้าเขาไม่ค่อยชัดเจนอาจเป็นเพราะเปลือกตาหนักอึ้งของฉันใกล้จะปิดลงแล้ว
หมับ...
มือข้างหนึ่งฉันยกขึ้นไปหมายที่จะจับชายเสื้อเดรกเพื่อขอความช่วยเหลือ เวลานี้ถ้าฉันยังทิฐิทั้งตัวฉันและสร้อยเส้นสำคัญนี้ไม่ปลอดภัยแน่
“อย่าทิ้งฉัน อย่าทิ้งของสำคัญของฉัน...ขอร้องละ”
 
‘อย่าทิ้งฉัน อย่าทิ้งของสำคัญของฉัน... ขอร้องละ’ จบประโยคมือที่กำชายเสื้อผู้ชายหล่อเถื่อนคนนี้ก็คลายออกพร้อมที่จะตกลงได้ทุกเมื่อแต่มือเรียวที่เร็วกว่าก็ดันยื่นไปคว้าข้อมือเล็กก่อนที่มันจะตกลงไปเพื่อไม่ให้ตัวของหญิงสาวแตะพื้น
“รอคำสั่งอยู่ครับบอส”มือขวาคนสนิทเดินเข้ามาถามเมื่อเห็นว่าเจ้านายไม่ยอมออกคำสั่งเสียที
“ถ้าไม่คลานก็อย่าให้รอดกลับไป!”จบคำสั่งทรงอำนาจชายชุดสูทสีดำที่เหลือก็พุ่งโจมตีกลุ่มผู้ชายที่หมายตาจะเอาสร้อยเส้นสำคัญ
ร่างสูงเจ้าของใบหน้าหล่อเถื่อนแบบมีสไตล์ย่อตัวลงใช้สองมืออุ้มร่างบางสภาพสะบักสะบอมมีรอยช้ำไปทั้งตัวขึ้นมาก่อนจะเดินตรงมาที่รถโดยที่มีมือขวาคนสนิททำหน้าที่ขับรถให้
“โรงพยาบาลมั้ยครับ”
“ไม่... พากลับบ้านซีคริท”
“จะดีหรอครับ ที่นั่นเป็นที่ส่วนบุคคลไม่ใช่หรือไง”
“มันปลอดภัยจนฉันไม่ต้องระแวดระแวงแล้วกัน”ทันทีที่ได้คำตอบมือขวาที่ทำหน้าที่ขับรถก็ออกตัวรถไปยังเป้าหมาย...
@ Secret Mansion
คฤหาสน์หลังโตสไตล์ยุโรปเป็นที่อยู่ส่วนตัวของพวกซีคริทเซเว่นพื้นที่แถวนี้สงบเงียบและมีความปลอดภัยสูงสุดบุคคลที่สามารถจะเข้ามาที่นี่ได้ต้องได้รับอนุญาตเท่านั้น พื้นที่ในตัวคฤหาสน์ถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูราคาแพงทุกอย่างในบ้านนี้ถูกจัดวางเป็นอย่างดี บันได้หรูที่ปูพื้นพรมไว้อย่างดีขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านซึ่งเป็นห้องนอนของพวกซีคริทเซเว่นแต่ละห้องมีพื้นที่กว้างขวางยิ่งกว่าบ้านธรรมดารวมกันเสียอีก ส่วนพื้นที่ด้านล่างจะเป็นห้องจิปาถะและพื้นที่ด้านนอกที่มีทั้งสระว่ายน้ำ สวนหย่อมซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนราวกับคฤหาสน์นี้เป็นบ้านในฝันของเศรษฐีหลายๆ คนแต่พวกเขาก็ไม่มีปัญญาทำให้บ้านนี้ดูสวยหรูขนาดนี้ที่เพิ่มไปด้วยเหล่า’เจ้าชายซาตานต้องห้าม’ทั้งเจ็ดที่มีรูปโฉมหล่อเกินมนุษย์ธรรมดาทั่วไป
“ฉันเป็นเจ้าชายที่มีชีวิตรื่นเริงสุดๆ โฮะๆๆๆ”เสียงของเจ้าชายเคลริคราชทายาทคนต่อไปที่จะขึ้นครองราชย์ของประเทศอาร์กอนเอ่ยดังแต่ทุกอย่างก็ต้องสงบเมื่อเดรกเดินเข้าไปโดนอุ้มร่างบางสภาพบอบช้ำเข้ามาด้วย
พื้นที่รับแขกเป็นทางการของตัวคฤหาสน์ถูกจับจองด้วยพวกซีคริทเซเว่นทั้งหมดเกินมาด้วยหญิงที่ชอบชุดราตรีเป็นชีวิตและผู้ติดตาม
“เฮ้ย! แกพาคนนอกเข้ามาได้ยังไงลำพังยัยทิฟฟาก็เกินทนแล้วนะ”ชายที่พึ่งเดินออกมาจากห้องครัวเมื่อเห็นว่ามีคนนอกเข้ามาก็เอ่ยเสียงดังเขาคือ...
‘ชิปเปอร์’ ชั่งภาพมืออาชีพที่มีวัยน้อยที่สุดเขารักการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจนัยน์ตาสีดำสนิทมักจะมองผ่านเลนส์กล้องด้วยแววตาที่นิ่งเฉยเขาจะจริงจังกับเรื่องถ่ายภาพริมฝีปากมักจะยิ้มออกมาเสมอเมื่อได้เห็นวิวที่ถูกใจผ่านเลนส์กล้องอีกทั้งเรือนผมสีเงินประกายแวววาวซอยสั้นระดับต้นคอผมที่นุ่มละไมทำให้ผู้หญิงหลายคนหลงเสน่ห์เขา
“แมกม่า โทรเรียกหมอมาที”คนที่ถูกสั่งสายตาอยู่ที่หนังสือแต่มือก็เอื้อมไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาแล้ว
‘แมกม่า’ จิตกรอันเลื่องชื่อทั้งฝีมือวาดภาพและความหล่อกระจัดกระจายทำให้เขาเป็นที่รู้จักของคนทั่วถึง เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนประกายหม่นมันไม่ได้ทำให้ใบหน้าเขาดูหม่นไปตามชื่อของสีผมเลยกลับโด่นเด่นมีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มนั่นชอบจ้องมองภาพวาดอยู่เสมอ จมูกที่โด่งได้รูปกับริมฝีปากบางสรุปง่ายๆ คือผู้ชายคนนี้คืนเทพเจ้ามาจุติดีๆ นี่เองเขาเหมือนดั่งงานประติมากรรมชั้นเลิศที่ไม่ว่าจะมองส่วนไหนก็สมบูรณ์แบบจนหาที่ติไม่ได้
“หุบปากนายไปเลยชิปเปอร์อย่ามาพาดพิงถึงฉัน =_=^”สาวในชุดราตรีพลิ้วสีเขียวนั่งไขว่ห้างบนโซฟาโดยข้างหลังมีผู้ติดตามยืนคุมอยู่ด้านหลังต่อว่าชิปเปอร์ที่ถือขนมเดินมานั่งข้างๆ เธอ
“ดอกไม้ราตรีนี่นา =O= ปกติกลับมาในสภาพที่ดีกว่านี้ไม่ใช่รึไง”โมมิจิที่นั่งกินเค้กสตอเบอร์รี่เงยหน้าถามเมื่อเห็นสภาพของผู้หญิงที่เขาเจอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
เขาว่ากันว่า ดอกไม้ราตรีคนไหนที่เป็นของรางวัลของใครก็ตามที่อยู่ในสมาชิกซีคริทเซเว่นจะถูกแฟนคลับผู้คลั่งไคล้พวกนี้จัดการก่อนที่จะได้ถึงมือพวกซีคริทเซเว่น เพราะฉะนั้นพวกผู้หญิงที่มาเป็นของรางวัลจะมีสภาพฟกช้ำนิดหน่อยแต่สภาพที่เห็นตอนนี้ท่าทางจะหนักเอาเรื่อง
“เดี๋ยวฉันดูแลเอง”ทิฟฟาเจ้าของชุดราตรีสีเขียวพลิ้วกับใบหน้าสวยร้ายลุกขึ้นยืนและเดินตามเดรกที่อุ้มร่างบางขึ้นไปก่อน แต่ก่อนที่เธอจะตามขึ้นไปก็หันไปสั่งกับผู้ติดตาม “ส่วนนายไปรอข้างนอกก่อน”
“ห๊ะ -O- น่าแปลกใจจริงๆ ผู้หญิงอย่างเธอจะมีน้ำใจ”ได้ทีแวมไพร์หาเรื่องจิกกัดไม่เลิกจนสาวอารมณ์ร้ายลึกตวัดสายตามอง
“อย่าแซวฉันไม่เข้าเรื่องก่อนเท็ดดี้นายจะหัวขาด”จบคำขู่แวมไพร์ก็กอดเท็ดดี้ตุ๊กตาหมีสุดรักสุดหวงด้วยท่าทางเหมือนกลัวคำขู่นั้นเหลือเกิน
“ทำไมพวกเราถึงปล่อยให้ยัยนั่นมาเหิมเกริมแบบนี้กัน”หลังจากที่ผู้ติดตามและทิฟฟาออกไปจากพื้นที่ตรงนี้ชิปเปอร์ที่ดูเล่นๆ ก่อนหน้านี้เอ่ยขึ้นและเชื่อว่านี่น่าจะเป็นคำถามที่ทุกคนอยากได้คำตอบมัน
“พวกแกก็น่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว อย่าตลบหลังยัยนั่นถือว่าดีที่สุด”คำตอบนี้ออกมาจากปากแวมไพร์ผู้ที่ซึ่งซีคริทเซเว่นยกให้เป็นผู้ชายที่วางแผนได้แยบยลที่สุด
“หึ ขนาดแกก็ยังกลัวงั้นหรือไง”เจ้าชายเคลริคทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาด้วยมุมปากที่แสยะยิ้มเย้ยหยัน
“แค่ระวังไว้เท่านั้น ยัยนั่นร้ายเกินกว่าที่ฉันจะลงมือทำอะไรโดยไม่คิดลงไปบางทีอาจจะโดนแว้งกัดเอาได้ ^_^”
“หึ... สงสัยทั้งชีวิตนี้ฉันกับพวกแกทั้งหมดได้ถูกบงการแน่”คนที่นั่งอยู่ข้างๆ โมมิจิเอ่ยอย่างเหนื่อยใจเขาคือ...
‘ออกัส’ชายหนุ่มผู้มีนัยน์ตาสีนิลแวววาว เขาถูกขนานนามว่า ‘คาสโนว่าหน้าหล่อ’ ใบหน้าที่แสนจะหล่ออันตรายกับผิวที่ขาวจัด ริมฝีปากที่หยักสวยได้รูปพอดี ผู้หญิงไหนบ้างที่จะไม่ยอมเขาโดยดีเรือนผมสีดำแซมน้ำเงินนั้นดูโด่ดเด่นเข้ารับกับใบหน้าอันหล่ออันตรายที่สยบหัวใจผู้หญิงมีนักต่อนักแล้ว
“มันก็ไม่แน่หรอก...” เจ้าของดวงตาคมกริบลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมด้วยเท็ดดี้ที่ถืออยู่ในมือก่อนเขาจะก้าวเดินขึ้นไปด้านบน “ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง... หึ”
 
วันต่อมา...
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าที่ส่องผ่านกระจกใสทำให้ฉันลืมตาตื่นในเช้าวันใหม่พร้อมด้วยอาการเจ็บปวดไปทั่วตัวและยังรู้สึกไร้เรี่ยวแรงจนแทบขยับตัวไม่ได้
“นี่มัน...”สายตาฉันมองผ้าพันแผลที่พันไว้ตามข้อศอกฉันบ้าง หน้าขาฉันบ้าง เนื้อตัวที่สะบักสะบอมสกปรกแต่ตอนนี้กลับสะอาดสะอ้านเสื้อผ้าของเมื่อวานฉันก็ถูกเปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวความยาวคลุมเข่า
ใช่แล้ว... เมื่อวานนี้คนที่มาช่วยฉันคือเดรกนี่ สร้อยเส้นสำคัญฉันก็ยังอยู่ที่คอแล้วห้องนอนนี้มันต้องเป็นห้องของเขาแน่ๆ แค่ดูจากโทนสีดำทะมึนจากผ้าห่มและเตียงแถมผนังห้องยังเป็นโทนสีดำอีกด้วยให้ความรู้สึกถึงหลงมาอยู่ในที่มืดที่หนึ่งเลย =_=^แต่ห้องนี้ก็กว้างนะ กว้างกว่าห้องคอนโดที่ฉันคิดว่าหรูแล้วห้องนี้กว้างกว่าเป็นสองเท่าเสียอีก
แกร๊ก~
ฉันลุกลงมาจากเตียงแล้วเดินมาเปิดประตูห้องเพื่อดูว่าฉันอยู่ที่ไหนกันแน่ แต่เมื่อเปิดประตูออกเท่านั้นสถานที่ตรงหน้าฉันก็แทบเหมือนวิมานไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์หรูที่ดูดีกับพื้นที่ชั้นนี้ที่กว้างขวางแต่ละห้องจะห่างกันมากเพราะพื้นที่ในห้องก็กว้างมากพอแล้ว
ตึก ตึก ตึก...
สองเท้าฉันก้าวเดินลงมายังชั้นล่างที่นี่ยิ่งกว่าคฤหาสน์บ้านฉันอีกอย่าบอกนะว่าที่นี่คือบ้านตระกูลเอธานอลไม่น่าเชื่อว่าจะใหญ่ได้ถึงเพียงนี้ แต่เมื่อเท้าฉันแตะพื้นล่างเสียงหัวเราะคิกคักก็ดังมาจากห้องๆ หนึ่งซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นห้องนั่งเล่น
“เหวอออออ O_o มัมมี่!”ทันทีที่ร่างฉันเข้าไปยืนอยู่หน้าประตูห้องนัยน์ตาสีครามฉันก็ดันปะทะเข้ากับนัยน์ตาสีนิลที่บังเอิญมองมาทางนี้พอดี
ห้องนั่งเล่นที่โคตรจะกว้างมีหนุ่มเจ็ดคนที่อยู่ในชุดยูนิฟอร์ม Howord High School (ที่ไม่เรียบร้อย) นอนนั่งเกลื่อนกลาด =O=? ทำไมฉันถึงได้เห็นซีคริทเซเว่นทั้งหมดอยู่ตรงหน้ากันเนี่ย อ๋อยยย... จะเป็นลม @[email protected] อ่อร่าความหล่อกระจุยกระจายกระแทกตา
“เธอคงคือ ‘ที่รัก’ ^^”ชายเจ้าของเรือนผมน้ำตาลอมแดงและนัยน์ตาสีม่วงไวโอเลตเดินเข้ามายิ้มบางๆ ให้ฉันก่อนจะยื่นมือมาให้ฉันจับ -O-; “เข้ามาสิ ^_^”จะเป็นลมจริงๆ แล้วนะ @[email protected] ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะได้จับมือกับราชนิกูลชั้นสูงแบบนี้ โฮกกกก TOT
“รู้จักชื่อฉัน?”
“รู้สิ... พวกเราระดับไหนแล้วไม่รู้ได้ยังไงว่าเธอเป็นใคร ^^”หนุ่มดวงตาคมกริบที่อยู่ในกรอบแว่นเงยหน้าขึ้นจากโน้ตบุ๊ค ริมฝีปากบางเผยยิ้มบางๆ ยิ่งทำให้ใบหน้าหล่อคมคามเท่ระเบิดเป็นทีวีคูณ
“ว่าแต่นักเรียนแลกเปลี่ยน... วันนี้จะไปไหวหร้อออ ^O^”หนุ่มน้อยหน้าหวานที่นั่งกินเค้กสตอเบอร์รี่อยู่หันมาถามฉัน “สภาพร่างกายแบบนี้เป็นมัมมี่ก็ดีเท่าไหร่แล้ว  -O-;”
“เอ้านี่... ถ้าเธออยากไป”ชุดยูนิฟอร์ม Howord High Schoolผู้หญิงถูกยื่นมาตรงหน้าฉันด้วยมือของแมกม่าแค่ก่อนที่ฉันจะยื่นมือไปรับชุดนั้นมาก็ถูกคว้าไปก่อนด้วยมือของอีกคน -_-^
“พอที! นอนอยู่เฉยๆ ที่นี่ไม่เป็นหรือไงจะอยากไปทำไมโรงเรียนเนี่ย”นั่นละ เป็นใครไปไม่ได้นอกจากเดรกที่กระชากชุดนั้นไปไว้ในมือ =_=!
“แต่ฉันเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนอยู่นะ”
“เดี๋ยวฉันแจ้งทางโรงเรียนให้ก็ได้ว่านักเรียนแลกเปลี่ยนอย่างเธอไม่สบาย ^^”แวมไพร์พับโน้ตบุ๊คเก็บก่อนจะถอดแว่นตาออกแล้วส่งยิ้มให้ฉัน *O*
“อะ... เอ่อ >///<”พนันได้เลยว่าตอนนี้หน้าฉันต้องแดงเพราะรอยยิ้มนั่นแน่ๆ ผู้หญิงคนไหนไม่คลั่งไปกับรอยยิ้มของผู้ชายคนนี้มันต้องไม่ใช่ผู้หญิงแล้ว!
พรึ่บ!
“ได้... อยากไปนักใช่มั้ย!!”อยู่ๆ ตัวฉันก็ลอยขึ้นจากพื้นด้วยมือของเดรกที่หิ้วคอเสื้อฉัน “จะเป็นมัมมี่อยู่แล้วยังไม่เจียมตัว”ก่อนเขาจะหิ้วฉันพาเดินขึ้นไปด้านบนท่ามกลางสายตาหนุ่มหล่อร้ายทั้งหก -O-;
“โชคดีนะสาวน้อย ^_^/”
“TOT!”
 
@ Howord High School
ลีมูซีหรูพาฉันและเทพบุตรทั้งเจ็ดคนมาส่งถึงโรงเรียน (ถึงสภาพฉันยังเป็นมัมี่ก็ตาม T^T) ทันทีที่ขาฉันก้าวลงจากรถโดยมีสายตาสาวๆ ในโรงเรียนที่มองตามหนุ่มๆ อย่างเคลิ้มตวัดมองฉันเป็นตาเดียว
“โอ้... สงสัยงานนี้เธอคงได้เป็นมัมมี่ทั้งตัวแน่ๆ ^_^”เจ้าของเรือนผมสีเงินเอ่ยบอกฉันก่อนจะเดินนำไป
“ส่งกระเป๋าเธอมาให้ฉัน -_-!”พวกซีคริทเซเว่นทั้งหกเดินนำไปก่อนและฉันที่กำลังจะเดินตามไปก็ถูกเดรกยื่นมือมาขอกระเป๋าที่ฉันสะพายอยู่
“อะไรนะ =O=?”
“หน้าที่ฉันคือปกป้องสร้อยเส้นนั้นแต่เมื่อมันอยู่กับเธอฉันก็ต้องดูแลเธอด้วย อย่าได้ถามมาก!”กระเป๋าที่ฉันสะพายอยู่ถูกกระชากออกไปโดยคนตัวสูงเอาแต่ใจ
“ไหนตอนแรกนายบอกไม่สนใจ”
“เอาเป็นว่าฉันรู้อะไรบางอย่างมาและถ้าไม่สนใจก็คงไม่ได้”เขาทิ้งคำตอบกำกวมก่อนจะเดินตามพวกซีคริทเซเว่นทั้งหกไป
ฉึก!
“ฮึ่มมมมม!”สายตาทิ่มแทงทำให้ฉันที่คิดอะไรเพลินๆ ต้องหันมามองรอบข้างที่มีแต่ผู้หญิงแผ่รังสีอำมหิต
“=O=;”สายตาผู้หญิงโรงเรียนนี้นี่น่ากลัวจังนะ
“จะยืนโง่อีกนานมั้ยยัยเชื้อโรคงี่เง่า -_-^”เสียงเรียกจากเดรกที่เดินห่างออกไปไม่ไกลทำให้ฉันรีบวิ่งตามเขาเข้าไป ถ้าไม่อยู่ใกล้ๆ ‘เอธานอล เดรก’ มีหวังวันนี้ฉันคงไม่รอดออกจากโรงเรียนนี้แน่ๆ
 
ที่นี่มีพื้นที่กว้างพอๆ กับ Battle Royale School(โรงเรียนที่ฉันเรียนอยู่เฟรอดินานซ์) แต่ตึกเรียนที่นี่แบ่งเป็น A B C D แต่ละตึกมีทุกระดับชั้นแต่เป็นห้องเดียวกันทั้งหมดอย่างเช่น ‘เกรดสิบสองห้องเอ’ก็จะอยู่ตึกเอและ ‘เกรดสิบสองห้องบี’ก็จะอยู่ตึกบีส่วนฉันอยู่ที่ตึก C เป็นห้องเดียวกันกับเดรกแต่คนอื่นๆ ในซีคริทเซเว่นไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันตาที่ฉันคาดไว้
แวมไพร์กับเจ้าชายเคลริคอยู่ที่ตึกเอ แมกม่ากับโมมิจิอยู่ที่ตึกบีและชิปเปอร์กับออกัสอยู่ที่ตึกดี พวกนั้นให้เหตุผลว่าเบื่อที่จะอยู่ด้วยกันขอแยกกันอยู่เวลาอยู่โรงเรียนบ้างเพราะถึงยังไงก็อยู่คฤหาสน์เดียวกันอยู่ดี หลังจากที่ได้ยินพวกสาวๆ ในห้องคุยกันก็จับใจความได้ประมาณว่า พวกซีคริทเซเว่นมีตำแหน่งเป็น ‘เจ้าชายซาตานต้องห้าม’ ของโรงเรียนนี้
คำแรก ‘เจ้าชาย’ หมายถึงพวกเขามีความหล่อกระแทกตับกับรอยยิ้มละลายใจที่ดูยังไงก็เหมือนพระเจ้าส่งพวกเขามายังโลกมนุษย์ คำที่สอง ‘ซาตาน’ ถึงพวกเขาจะหล่อดูภายนอกจะแสนดียังไงแต่ภายในกลับมีความชั่วร้ายสร้างปัญหาให้มีเรื่องต้องขึ้นบัญชีดำของโรงเรียนไม่เว้นอาทิตย์ คำที่สาม ‘ต้องห้าม’ เพราะพวกเขาเป็นบุคคลที่คนภายนอกเข้าถึงตัวได้ยากที่สุดถ้าไม่ใช่คนในสิบตระกูลหรือคนดังให้ตายยังไงก็ไม่สามารถเข้าใกล้พวกเขาได้แม้จะเป็นเศรษฐีร่ำรวยแค่ไหนก็ตามแต่ยังไงก็ยังเทียบกับพวกซีคริทเซเว่นไม่ได้อยู่ดี
จากข่าวสาร (ที่ฉันได้รับมาจากพวกผู้หญิงขาเมาท์) สมาชิกสี่ในเจ็ดของซีคริทเซเว่นเป็นบุตรที่มาจากสิบตระกูลแถมสองในนั้นยังเป็นตระกูลอันดับหนึ่งเสียด้วย อีกคนก็ยังเป็นองค์รัชทายาทผู้ที่จะขึ้นครองประเทศต่อไปในภายภาคหน้าส่วนแมกม่าทางบ้านของเขามีกิจการสายการบินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนี้และชิปเปอร์ที่คุณพ่อเป็นผู้อำนวยการ Howord High School แน่นอนว่าโรงเรียนที่เหมือนสวรรค์แบบนี้มีตระกูลของเขาเป็นผู้สร้างขึ้น
เห็นมั้ยละพวกซีคริทเซเว่นธรรมดากันที่ไหนแต่ละคนมีอำนาจใหญ่พอกันทั้งนั้นไม่น่าแปลกใจที่กลุ่มนี้ถูกกล่าวขานทั่วโลกเพราะอำนาจที่ครอบคลุมนี่เอง (บวกกับความหล่อสะท้านหัวใจอ่อนแอของผู้หญิง -_-)
อีกอย่างที่เป็นจุดเด่นของโรงเรียนนี้อีกตำแหน่งหนึ่งคือ ‘คิง’ และ ‘ควีน’เห็นว่ากันว่าคิงน่ะเรียนอยู่ที่ตึกบีส่วนควีนน่ะเรียนอยู่ห้องเดียวกับฉันนี่ละ -_-ตอนเดินเข้ามาเจอเธอนะรู้สึกถึงอ่อร่าความหน้าตาดีเปล่งประกายวิบวับเลยละตอนมีงานโรงเรียนฉันคิงและควีนที่นี่ก็ไปร่วมงานด้วยเป็นคู่รักที่เหมาะสมกับมากๆ ต่างจากโรงเรียนฉันที่ผู้นำตำแหน่งสูงสุดแต่แง่ใส่กันแบบไม่มีใครยอมใคร
Battle Royale School จากชื่อโรงเรียนก็พอเดาได้แล้วว่าเป็นโรงเรียนประเภทไหนผู้นำสูงสุดของที่นั่นคือ ‘มิเนอร์วา’ ที่เปรียบเสมือนเทพเจ้ากรีกโรมันเป็นนักรบหญิงอันดับหนึ่งและ ‘มาร์ส’ เปรียบเสมือนเทพเจ้ากรีกโรมันเป็นนักรบชายอันดับหนึ่งเช่นกัน ชื่อเหล่านั้นมันคือตำแหน่งที่เรียกกันไม่ใช่ชื่อที่แท้จริงของสองคนนั้น แต่ละวันเรื่องการชกต่อยของโรงเรียนฉันมีทุกๆ วันแต่ต้องมีเหตุผลที่มีเรื่องกันไม่งั้นผู้นำตำแหน่งสูงสุดจะลงมือจัดการด้วยตัวเอง
เช่นเดียวกับอีกสองโรงเรียนที่ออสแนนซ์ไม่ต้องแปลกใจหรอกทำไมประเทศนั้นมีสองโรงเรียน เพราะแยกเป็น ‘Prince School’ และ ‘Princess School’ สองโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนประจำชายล้วนและหญิงล้วนโดยที่ผู้นำตำแหน่งสูงสุดของโรงเรียนเจ้าหญิงคือ ‘ราชินี’ และผู้นำโรงเรียนเจ้าชายคือ ‘ราชา’ สองโรงเรียนจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกันจึงมีกิจกรรมร่วมกันบ่อยๆ จากที่ฉันเคยเป็นนักเรียนจำนวนหนึ่งที่ได้ไปร่วมงานตอนวันงานโรงเรียนของสองโรงเรียนนี้เมื่อปีที่แล้วจึงรู้ว่าถึงจะแยกกันชายหญิงแต่ถึงเวลามีงานโรงเรียนสองโรงเรียนนี้จะรวมเป็นหนึ่งอยู่ที่ว่าในแต่ละปีจะจัดขึ้นที่โรงเรียนเจ้าชายหรือโรงเรียนเจ้าหญิงเท่านั้น
“เอาละทุกคนฉันจะแนะนำนักเรียนใหม่ให้รู้จักกันนะ”หลังจากที่แนะนำนักเรียนแลกเปลี่ยนไปแล้วควีนก็พูดถึงเรื่องนักเรียนใหม่ (ส่วนมากนักเรียนจะจัดการห้องด้วยตัวเองโดยหัวหน้าครูที่ปรึกษาจะไม่ค่อยมายุ่งเกี่ยวกับส่วนนี้มากนัก) แน่นอนหัวหน้าห้องเป็นใครเป็นไม่ได้นอกจากควีนไงละ
“...”
“เขาคือ...”ยังไม่ทันที่ควีนจะเอ่ยชื่อของนักเรียนใหม่ชายคนหนึ่งก็เปิดประตูเดินเข้ามาและ...
ปึง!
“ไอ้สวะ!”คนที่นั่งข้างๆ ฉันใช้มือทุบโต๊ะเสียงดังก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างฉุดเฉียวเมื่อเห็นหน้านักเรียนใหม่ -_-^
“กะแล้วเชียว =_=”‘วิโอลา’ ที่นั่งอยู่โต๊ะข้างหน้าฉันและเดรกพูดขึ้นอย่างเหนื่อยใจเธอคือบุตรีในตระกูลแอ็คคอร์เดียนตระกูลอันดับหกจากสิบตระกูล
“ยินดีที่ได้พบกันอีก ^_^”ไม่ต้องสงสัยว่าผู้ชายที่ยืนอารมณ์ดีอยู่หน้าห้องกับควีนทำให้คนข้างๆ ฉันอารมณ์เสียนี่เป็นใครนอกจาก...
‘ลีเวอร์ธาน ซัลเวีย’
“ยัยควีน! นี่เธอ...”
“อย่ามากล่าวหาฉันโดยไร้เหตุผล -_-! ฉันไม่ใช่ผู้จัดห้องให้นักเรียนใหม่!!”ควีนตะโกนกลับมาเมื่อหมอนี่เตรียมจะอาละวาดเต็มที่ ไม่แปลกใจถ้าควีนสามารถพูดจากับเขาได้แบบนี้ถึงเธอจะไม่ใช่คนในตระกูลเก่าแก่ติดอันดับแต่เพราะตำแหน่งควีนและยังเป็นแฟนกับคิงที่เป็นคนในตระกูลเวลลิงตันตระกูลอันดับเจ็ดจากสิบตระกูลยังไงซะพวกเขาก็ต้องเคยพูดคุยกันอยู่แล้วแต่จากที่สังเกตดูคนในห้องแทบไม่มีใครแม้แต่จะมองตาเดรกเลยด้วยซ้ำ =_=;
“แกต้องการอะไร”ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบมีเพียงคำถามของเดรกที่เอ่ยถามซัลเวีย
“สิ่งที่แกก็รู้ว่าฉันต้องการอะไร”ใบหน้าที่สดใสร่าเริงด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรตอนนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นแสยะยิ้มมุมปากกับใบหน้าที่หล่อร้ายกาจปรากฏขึ้นก่อนสายตาเขาจะเบนมามองที่ฉัน (?)
“ถ้าอย่างนั้นแกก็คงหวังมากไปแล้วมั้ง”ริมฝีปากบางแสยะยิ้มมุมปากบ้างยิ่งทวีคูณใบหน้าหล่อเถื่อนขึ้นไปอีก *O* ชั่งมีเสน่ห์ให้หญิงสาวหลงเหลือเกิน เอ๊ะ! นี่ฉันคิดอะไร T^T
“หึ...”นัยน์ตาสีส้มอ่อนที่มองฉันอยู่เบนสายตาไปมองคนข้างๆ ฉันก่อนจะ...
เปรี๊ยะ!
!( - -)+ +(- - )!
“พอทีเถอะ ฉันไม่อยากให้ห้องเรียนกลายเป็นสนามรบ -_-^”กระแสไฟเล็กๆ ที่เกิดขึ้นกลางอากาศระหว่างสายตาทั้งสองคนทำเอาคนทั้งห้องหวั่นกลัวจะเกิดสงครามจนควีนต้องเอ่ยห้ามไว้
เปรี๊ยะๆ
!( - -)++ ++(- - )!
“คงไม่ฟังสินะ =_=”
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 174 ท่าน