Guest   
 
Username:
Password:




 


  
 



 
อ่านเรื่อง
Handsome celeb ผมหล่อนะครับแล้วคุณจะรักแบบไม่ทันตั้งตัว(จบเเล้วจ้า)
Ma belle
Theft or Lady
7
21/10/2554 14:35:31
1779
เนื้อเรื่อง

6
Theft or Lady

   ฉันเดินคอตกไปตามทางเดินของโรงแรมเพื่อที่จะไปหาคุณหัวหน้าพนักงานจันทร์เจ้าฉาย (ถ้าเธอยังไม่เปลี่ยนชื่อ)ตามที่เธอเรียก คราวนี้ฉันต้องโดนไล่ออกแน่นอนเลยดันไปปัดจานอาหารเช้าสุดพิศดานที่ไรเฟิลมาให้ใส่หัวคุณเธอซะเต็มที่ งานนี้ไม่โดนไล่ออกก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วฮื่อ...แล้วฉันจะเอาอะไรกินนนนนน TTOTT
ก๊อก! ก๊อก!
ฉันเคาะประตูห้องขออนุญาติก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง
ภายในห้องจัดเป็นห้องทำงานขนาดเล็ก ที่กลางห้องมีโต๊ะทำงานตั้งอยู่คุณจันทร์ฯ เองก็นั่งอยู่ที่โต๊ะด้วย
“คุณหัวหน้าเรียกฉันมาทำไมหรอคะ”ฉันเอ่ยปากถามสิ่งที่ต้องการรู้ ทั้งๆ ที่ก็รู้คำตอบอยู่แล้วว่าโดนเรียกมาเพื่อไล่ออก
ได้โปรดอย่าไล่ฉันออกเลยน๊า...
“ฉันมีเรื่องจะ...”เธอหยุดพูดไปนิดหนึ่งให้ฉันลุ้นเล่นๆ ก่อนจะเริ่มพูดต่อ “ใช้เธอนิดหน่อย”
O_O ใช้หรอ? ไม่ได้เรียกมาเพื่อไล่ออกหรอกหรอ อ๊ายยยยยย! อย่างนี้ฉันก็ไม่โดนไล่ออกแล้วสิ ดีใจจังเลย
“จะใช้อะไรฉันหรอคะ ^^ “
เธอเดินมาหาฉันแล้วกระซิบบอกที่ข้าหูแทนการพูดคุยอย่างคนปกติ และมันก็ทำให้ฉันแทบจะหัวใจวายตายเมื่อได้ยินสิ่งที่เธอขอ ขอแบบนี้มันเรียกว่าแกล้งกันชัดๆ เลยนะ
“ห๊า! อะไรนะคะ”
“อย่างที่เธอได้ยินนั้นแหละถูกแล้ว”
“ฉันทำไม่ได้หรอกคะ ถึงฉันจะดูไม่คอยเต็มเท่าไหร่แต่ฉันก็ไม่ขโมยของใครเด็ดขาด >< “
“ฉันไม่ได้ให้ขโมยแค่ให้หยิบมาเฉยๆ แบบไม่ได้ขออนุญาติเท่านั้นเอง“
-_-“แล้วมันต่างกับขโมยตรงไหนวะ
“แล้วคุณจะให้ฉันหยิบกางเกงในของไรเฟิลมาทำไม๊ >O< “
จะให้ขโมยทั้งทีให้ทำให้มันมีศักดิ์ศรีกว่านี้ไม่ได้รึไง ‘ ขโมยกางเกงในใส่แล้วของคุณไรเฟิลให้ฉันที ‘ ขอมาได้ยังไง ถ้าเอาตัวที่ยังไม่ใส่ก็จะไม่ค่อยตะขิดตะขวงใจเท่าไหร่แต่นี่เล่นเอาตัวที่ใส่แล้วอีกต่างหาก อ๊ายยยย! ฉันไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นอีหื่นโรคจิตขโมยกางเกงในใส่แล้วน๊า...><
“จะหยิบเอามาทำไมมันก็เรื่องของฉัน เธอมีหน้าที่ไปเอามาเท่านั้นเข้าใจไหม”
“เข้าใจแต่ทำไม่ได้จริงๆ ~”
“ทำไม่ได้ก็ไล่ออก”
แง้..ไล่ออกอีกแล้วหรอ
“แล้วทำไมต้องเป็นฉันด้วยหละ คุณจันทร์อย่างได้ก็ไปหยิบเอาเองสิ”
“ก็เธอเป็นคนทำความสะอาดห้องคุณไรเฟิล แถมยังไปหลับนอนด้วยกันมาแล้วน่าจะรู้งานเพราะฉะนั้นเธอเหมาะที่สุด”เธอพูดพลางมองฉันด้วยหางตาอย่างไม่พอใจ
ฉันไม่เคยไปหลับนอนกับไรเฟิลมาสักหน่อยน๊า...โธ่ชื่อเสียงช๊านนนนน
“แค่นอนหลับเจ้าค่ะไม่ได้หลับนอน แล้วก็ไม่ได้หลับแบบธรรมดาด้วยต้องเรียกว่าสลบมากกว่า”
“จะยังไงก็ช่างฉันไม่สน”เธอตวาดแว๊ดก่อนจะหยิบกุญแจห้องไรเฟิลโยนใส่หัวฉัน ขอย้ำว่าโยน เจ็บ มากกก
“รีบจัดการซะให้เรียบร้อยก่อนที่คุณไรเฟิลจะกลับมาภายในอีกครึ่งชัวโมง ถ้าทำไม่สำเร็จไล่ออก”
ชีวิตหนอชีวิตจะรันทดไปถึงหนายยยยยยยยยยยย
 
ฉันกึ่งวิ่งกึ่งเดินพลางแอบหลบตามเสาไปด้วยเลียนแบบพวกนักสืบเวลาจะสะกดรอยตามผู้ร้าย แต่เอ๊ะ! ตอนนี้ฉันเป็นขโมยไม่ใช่นักสืบแล้วจะหลบตามเสาไปทำซากอะไรวะ ว่าแล้วก็เดินไปที่ห้องไรเฟิลแล้วก็เอากุญแจไขเขาไปทันที
แอ๊ดดด~
O_O!
สิ่งที่ฉันเห็นในห้องทำเอาอึ้งไปชั่วขณะ จะไม่ให้อึ้งได้ยังไงในเอสิ่งที่ฉันเห็นมันคือภูเขากางเกงในหลากสีเกลื่อนเต็มห้องไปหมด ขอขีดเส้นใต้คำว่าภูเขากางเกงใน แถมที่พื้นยังกระดาษเขียนตัวหนังสือสีแดงไว้ว่า
เชิญหยิบสิจ๊ะ!!                                                                                                                                            
อะไรมันจะเชิญชวนขนาดนั้น นี่เตรียมเอาไว้ให้ฉันโดยเฉพาะรึป่าวเนี่ยดีจังเลยจะได้ไม่ต้องไม่ตามหาให้เหนื่อย ^^
เอ๊ะ! แล้วใครที่ไหนเขาจะเตรียมเอาไว้ให้เสร็จสรรพแถมยังมีโฆษณาเชิญชวนอีกต่างหาก มันต้องเป็นแผนแน่ๆ เลย หรืออาจจะไม่ใช่เพราะว่าดูจากนิสัยสันดานไม่ดีเข้ากระดูกดำของไรเฟิลน่าจะชอบถอดทิ้งถอดขว้างมากกว่า งั้นคราวนี้ก็เสร็จฉันหละฮ่าๆๆๆ ฉันจะไม่ถูกไล่ออกแล้ว
-_-; ว่าแต่..ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าตัวไหนใส่แล้ว หรือว่าฉันจะใช้วิธีเบสิคในการพิสูจกลิ่นหรือจะเรียกง่ายๆ ว่าหยิบกางเกงในขึ้นมาดม อ๊ายยยยยยย! ฉันทำแบบนั้นไม่ได้ ยี๊~น่าเกลียดที่สุด แต่ถ้าไม่ทำแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าตัวไหนใส่แล้วหรือว่ายังไม่ได้ใส่ ม่ายยย! ฉันไม่อยากทำแต่ฉันต้องทำ ก็ฉันไม่อยากทำอ่ะ แง้...เริ่มจะขัดแย้งกับตัวเองนิดๆ แม้ว่าในส่วนลึกจะอยากทำก็ตาม อ๊ายยยย! ไม่ใช่!
งั้นก็หยิบๆ ไปสักตัวละกันยังไงคุณจัทร์ฯ ไม่มีทางรู้หรอก แล้วเขาเอาเอาไปพิสูจกลิ่นหละ ไม่! คุณจันทร์ฯ ใม่ใช่โรคจิตอย่างนั้นแน่ แล้วถ้าไม่โรคจิตจะเอากางเกงในใส่แล้วไปทำไม? โว๊ย! จะยังไงก็ช่างฉันไม่เลือกที่จะพิสูจกลิ่นเป็นแน่แท้ อี๋~ทุเรศที่สุดแค่คิดก็อยากจะอ้วกแล้ว ><
มองไปองมาฉันก็ไปสะดุดตากับกางเกงในสีขาวบางๆ ประหลาดๆ ดูยืดหยุ่นได้ตัวก็เล็กยังกับกางเกงในเด็ก น่าเกลียดเป็นบ้าเลย ไหนๆ มันก็น่าเกลียดแล้วถ้าหยิบไปไรเฟิลก็คงไม่รู้หรอกมั้ง งั้นฉันเอาตัวนี้ก็แล้วกัน
ขนาดที่ฉันกำลังใช้ที่คีบน้ำแข็งคีบกางเกงในขึ้นมาเพื่อที่จะเอามาใส่ในแร๊ปพลาสติก ไรเฟิลก็ดันเปิดประตูเข้ามาในห้องพอดี
อ๊ายยยยย! จะมาทำซากอะไรตอนนี้
O_O!
“เธอทำอะไร”ถามโดยที่สายตามองมาที่มือฉันโดยเฉพาะ
 “ป่าวน๊า...ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย”
“ไม่ได้ทำ? แล้วกางเกงในเยื่อไผ่หนึ่งในคอเล็กชั่นชุดชั้นในกินได้ของฉันมันไปอยู่ในมือเธอได้ยังไง นี่คิดจะขโมยใช่ไหม?”
ชุดชั้นในกินได้?=O=
เอ่อ....ไอ้ตัวนี้มันกินได้ด้วยหรอ ถ้ากินได้จริงๆ แล้วใครมันจะมากินวะ แต่เอาเป็นว่าขอข้ามเรื่องนี้ไปก่อน เพราะฉันต้องคิดหาข้อแก้ตัวซะก่อน
“ฉันไม่ได้ขโมยน๊า...”
“ขโมย! “
“ไม่ได้ขโมย”
“ขโมยยยยยย”
“ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ขโมยยยยยยยยยยยยย (>< )( ><)(>< ) “
“หลักฐานอยู่คามือยังจะมาเถียงอีกหรอ”
-_-; เหงื่อตกเลยคราวนี้ ฉันดันคีบกางเกงในไว้ด้วยหละสิ แต่ถ้าหลักฐานมันหายไปแล้วฉันจะรอดไหม?
“ถ้าหลักฐานหายไป ก็แสดงว่าฉันไม่ได้ขโมยใช่ไหม”
“ใช่! “
“งั้นดี”
ฉันจับกางเกงในม้วนเป็นก้อนกลมๆ แล้วยัดใส่ปากกลืนลงคอไปทันที โชคดีที่กางเกงในมันตัวเล็กมากมายเลยไม่ได้ไปอุดหลอดลมฉันซะก่อน แต่โชคร้ายก็คือฉันไม่รู้ว่ามันจะกินได้จริงๆ อย่างที่ไรเฟิลบอกรึป่าวแต่ฉันก็กินมันไปแล้วหละ หวังว่าคงจะไม่ต้องไปล้างท้องที่โรงพยาบาล T^T
อูแหวะ~น่าขยะแขยงชะมัดเลย ถ้าไม่ติดว่าต้องทำลายหลักฐานฉันจะไม่มีวันทำแบบนี้เด็ดขาด
ไรเฟิลทำหน้าอึ้งสุดฤทธิ์อย่างไม่อยากจะเชื่อสุดขีด หึ...ไม่คิดว่าฉันจะทุ่มทุนขนาดนี้ใช่ไหม มันแน่อยู่แล้วหละขนาดตัวเองยังไม่คิดเลยว่าจะทำแบบนี้ได้ มาสำนึกได้ตอนนี้ก็สายไปแล้ว
“-_-; เธอทำอะไร? “
“กินกางเกงใน...มั้ง”
“รู้แล้วว่า กินก็เห็นอยู่กับตา รู้ไหนว่ากางเกงในตัวนั้นมันต้องห้าร้อยล้านเลยนะ”เขาพูดอย่างหัวเสียสุดๆ
ว่าแต่กางเกงในบ้าอะไรตัวละต้องห้าร้อยล้าน ขี้โม้รึป่าววะ
“กางเกงในอะไรของนายตัวละต้องห้าร้อยล้าน เห็นที่ตลาดนัดมีเยอะแยะตัวละไม่เกินห้าสิบยังมี อย่ามาขี้โม้หน่อยเลย”
“ขี้โม้บ้านเธอสิ นั้นมันกางเกงในเยื่อไผ่ ผลิตจากเยื่อไผ่แท้อย่างดีเกรดดับเบอร์เอบวกบวกบวกไม่ระคายเคืองผิว นอกจากนั้นยั่งนุ่มนิ่มใส่สบายราวกับปุยนุ่น แถมยังกินได้ถูกหลักอนามัยอีกต่างหาก มีแค่ตัวเดียวในโลกแล้วฉันก็พึ่งใส่ครั้งแรกเมื่อเช้านี้เอง”
O[ ]O
หงะ! ฉันกินกางเกงในแถมใส่แล้วยังไม่ได้ซักด้วย กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด! สกปรกที่สุดเลย T^T (แล้วกินเข้าไปทำไม)
ฉันรู้สึกหมดแรงขึ้นมากระทันอยากจะหนีออกไปจากที่นี่ซะเหลือเกิน มันช่างเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ฉันกินกางเกงในใส่แล้ว แต่ยังไม่ทันทีฉันจะได้ก้าวเท้าเดินหนีออกไปจากห้องไรเฟิลก็คว้าขอมือฉันไว้ก่อนทันที
“จะไปไหน ทำผิดแล้วคิดจะหนีหรอ”
“ฉันทำอะไรผิดหละ”
“ก็เธอกินกางเกงในฉัน”
“ไหนหละหลักฐาน ^^ “
ของแบบนี้มันต้องใช้สมองกันหน่อย บอกเองนะว่าถ้าหลักฐนหายไปฉันก็ไม่ผิด โฮ๊ะๆๆๆ
“ -_-; นั้นไงหลักฐาน”ไรเฟิลพูดพลางชี้ไปบนเพดานฉันเลยรีบหันไปมองทันที
O_O กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด! กล้องวงจรปิด มีกล้องแล้วทำไมไม่บอก เห็นแล้วอยากจะลงไปม้วยมรณากับพื้นให้ได้จริงๆ เลย ว่าตัวเองฉลาดแล้วนะ (รึป่าว) มาเจอไรเฟิลนี่ฉลาดกว่าเยอะเลย เอ๊ะ! หรือไรเฟิลไม่ได้ฉลาดแต่ฉันโง่เอง
“เธอคิดว่าฉันโง่มากหรอ จะบอกอะไรให้นะฉันน่ะวางแผนมาต้องแต่ต้นแล้วว่าจะแกล้งใส่ร้ายให้เธอเป็นขโมย ก็เลยเอากางเกงในมาวางล่อเธอแล้วก็เตรียมติดกล้องวงจรปิดเอาไว้ แต่เธอดันเล่นนอกแผนมากินกางเกงในฉันเฉยเลย แล้วคราวนี้จะเอาไงต่อวะ”
สรุปว่ามันเป็นแผนของไรเฟิลทั้งหมดเลยใช่ไหมเนี่ย ไอ้เลวววววววววววววววว TOT
“แล้วนายจะให้ฉันเอายังไงต่อหละ”
“เธอเอาอะไรไปก็เอามาคืนสิ”
เอาคืนยังไงหละ ให้ล้วงคอหรอ?
“อ้วก! ทำไงดีมันไม่ยอมหลุดออกมา ฉันพยายามล้วงคอคืนให้นายแล้วนะ”
“ยัยบ้า! มันจะหลุดออกมาได้ยังไงเธอเล่นกลืนลงกระเพาะไปซะขนานนั้นป่านนี้ย่อยไปหมดแล้วมั้ง”
“จริงหรอ? ไม่น่าหละฉันถึงรู้สึกอิ่ม ^^ ”
“โว๊ยยยย! อย่ามาปัญญาอ่อนได้ไหมกางเกงในมันย่อยได้ก็จริง แต่ก็เท่ากับว่าเงินหาร้อยล้านของฉันมันหายวับไปในกระเพาะเธอเลยนะ เพราะฉะนั้นชดใช้มาซะดีๆ”ไรเฟิลพูดอย่างเจ้าหนี้หน้าเลือดทันที
เป็นหนี้ห้าร้อยล้านใช้ทั้งชาตินี้บวกชาติหน้าแล้วก็บวกชาติถัดๆ ไป ฉันก็ไม่มีวันใช้หมดอยู่ดี แม่เจ้าโว๊ย! เกิดมายังไม่เคยเป็นหนี้เยอะขนาดนี้มาก่อนเลย เคยแต่ติดค่าส้มตำปูปลาร้าห้าสิบบาทหน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแค่ครั้งสองครั้งเองแล้วก็ยังไม่ได้เอาไปใช้คืนด้วย สงสัยกรรมมันจะตามสนองมีหนี้น้อยๆ ไม่ชอบ ชอบเยอะๆ
แง้...หนูผิดไปแล้วต่อไปนี้จะไม่ติดหนี้ใครอีกแล้ว T^T
“แล้วฉันจะไปหามาจากไหนต้องห้าร้อยล้าน เอ่อ..ถ้าจะขอผ่อนวันละยี่สิบแบบพวกอาบังขายผ้าจะได้ไหม หนึ่งเดือนก็หนึ่งพัน สองเดือนก็สองพัน สามเดือนก็สามพัน...”
“พอเลย! พอ ถึงเธอตายกลายเป็นผีมาใช้ฉันต่อชาติหน้าก็ไม่มีวันหมด” เขาแว๊ดๆ ใส่ฉันทันที
“งั้นเดี๋ยวฉันจะพยายามล้วงคออีกรอบมาให้นายละกันนะ”
“-_-“ เลิกคิดอะไรปัญญาอ่อนสักทีได้ไหม สมองมีก็หัดใช้บางก็ได้ลงไปอยู่ในกระเพาะขนาดนั้นแล้วถึงเอาออกมาได้ฉันก็ไม่เอาหรอกเดี๋ยวเป็นเชื้อราหมด”
“แล้วจะให้ฉันทำยังไง”
“ก็หาเงินมาใช้ดิ”ไรเฟิลพูดสวนขึ้นมาทันทีก่อนจะเริ่มมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าและไล่กลับขึ้นมาที่เท้าจรดหัวอย่างประเมินราคาก่อนจะพูดต่อว่า “แต่ผู้หญิงสะเหล่อ เพ้อเจ้อ จนกระจอกงอกง่อยอย่างเธอ คงจะหาได้หรอกนะห้าร้อยล้าน”
=O=; มาเป็นชุด
“ฉันหาไม่ได้หรอก”
“ก็แหงอยู่แล้วหละ เพราะฉันรู้ไงว่าเธอไม่มีปัญญาฉันก็เลยหาทางออกเอาไว้ให้เธอแล้ว”เขาพูดพลางยิ้มชั่วร้ายแบบเปิดเผย
คราวซวยมาสู่มอมแมมอีกแล้วเจ้าค่า...
“แล้วทางออกที่ว่ามันคืออะไร”
“ก็ง่ายนิดเดียว...เธอก็แค่ทำให้ฉันพอใจก่อน ^^ “
ทำให้พอใจ แล้วมันทำยังไงวะ
“ฉันไม่เข้าใจ”
“โว๊ย! เธอนี่มันโง่บรมจริงๆ เลย ฟังให้ดีนะเอาตัวเข้าแลกรู้จักไหม มากอดฉันจูบฉันแล้วก็มีเซ็กซ์กับฉันเรื่องแค่นี้เองเธอทำได้ไหมหละ”
O_O!!
กรี๊ดดดดดดดด! ทำแบบนี้มันดูถูกกันมากไปแล้วนะ ถึงฉันจะสะเหล่อ เพ้อเจ้อ จนอย่างที่เขาว่าแต่ก็ไม่มีทางเอาตัวเข้าแลกหลอก เกิดมายังไม่เคยพบเคยเห็นใครชัวช้าสามารขนาดนี้มาก่อนเลย เห็นทีจะต้องด่ากันหน่อยแล้ว
“ไรเฟิล! “
“อะไร? ”
“นายเลวมาก ทั้งเลวทั้งชั่ว“
“ขอบคุณ ^_^ “ ไรเฟิลตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด นี่ฉันกำลังด่าเขาอยู่นะ
“ฉันด่านายอยู่นะ”
“แล้วไง อยากด่าก็ด่าไปสิ”เขายังคงไม่สนใจเหมือนเดิมแถมยังหันมามองอย่างท้าทายประมาณจะบอกว่า ‘ถ้าคิดว่าด่าได้ก็ด่าไปข้าไม่สนโว๊ย’
ช่างเป็นคนที่ต่อมสามัญสำนึกทำงานบกพร่องได้อย่างสุดซึ้งจริงๆ
“ฉันไม่ด่านายก็ได้ คนอย่างนายด่าไปเท่านั้นแหละมันไม่ซึมซาบเข้าไปหรอก แล้วฉันก็จะขอบอกตรงนี้เลยด้วยว่าฉันจะไม่รับข้อเสนอของนาย”ประโยคที่พูดแทบจะเรียกว่าเป็นการตวาดเลยก็ว่าได้ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายมีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรไปมากกว่ายืนยิ้มอยู่เหมือนเดิม
“ก็ได้ ถ้าเธอไม่รับข้อเสนอนี้ฉันก็มีอีกข้อเสนอหนึ่งที่จะให้เธอเลือก นั้นก็คือถ้าเธอไม่อยากมีเซ็กซ์กับฉันฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่เธอต้องมาเป็นสัตว์เลี้ยงให้ฉันแทน”
สัตว์เลี้ยง....?
ตามความเป็นจริงฉันเป็นคนไม่ใช่หรอ แล้วทำไมต้องไปเป็นสัตว์เลี้ยงให้ไอ้บ้านี่ด้วย
“ข้อเสนอนี้ฉันไม่รับ >O<”
“ถ้าไม่รับก็แสดงว่าเลือดมีเซ็กซ์กับฉันแทนใช่ไหม”
“ไม่ใช่! “
“ถ้าไม่ใช่ก็เป็นสัตว์เลี้ยง”
“ไม่อ๊าว! “
“งั้นก็มีเซ็กซ์แทน”
“ไม่อ๊าวววววววววว o(>0<)o “
“วะ! เรื่องมากนักก็เอามันทั้งสองอย่างนี้แหละมีเซ็กซ์แล้วก็ไปเป็นสัตว์เลี้ยงให้ฉันด้วยก็แล้วกัน ^^ ”
“อ๊ายยยยยยยย! ฉันไม่อ๊าววววว”
ใครก็ได้ช่วยฉันที ฉันไม่อยากมีเซ็กซ์แล้วก็ไปเป็นสัตว์เลี้ยงของไอ้โรคจิต ลามก หื่นกาม วิปริต วิตถาร ป้อจ้าแม่จ้า...ต่อไปนี้หนูจะไม่กินกางเกงในใครอีกแล้ว ฮือออออออออออ TTOTT
 
  “ไม่อ๊าวววววววว จับฉันเข้าคุกเถอะฉันอยากติดคุก ตำรวจจ๋ามาจับมอมแมมที”ฉันโวยวายดังลั่นโรงแรม พยายามสลัดแขนสลัดขาออกจากกลุ่มผู้ชายชุดดำสี่ห้าคนที่ไรเฟิลสั่งให้มาจับฉัน ท่าทางหมอนี้จะมีความสุขมากมายที่ได้ทรมารฉัน ยิ่งถ้าดูจากหน้า (หล่อๆ ) ตอนนี้ด้วยแล้วบอกได้เลยว่ามันต้องมีแผนชั่วๆ ซ่อนไว้แน่นอนเลย
“ไอ้ไรเฟิล ไอ้โรคจิตไปเอาตำรวจมาจับฉันเดี๋ยวนี้เลย”ฉันตวาดแว๊ดใส่ไรเฟิล
“ที่พูดนั้นเรียกว่าขอร้องหรอ พูดให้มันดีๆ หน่อยสิบางทีฉันอาจจะยอมเรียกตำรวจมาจับเธอก็ได้นะ”เขายิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ซึ่งต่อให้ตายยังไงฉันก็ไม่มีทางเชื่อตามที่ไอ้วายร้ายนี่พูดแน่นอน
“ถ้าฉันพูดกับนายดีๆ นายจะยอมเรียกตำรวจมาใช่ไหม? “
“ใช่ “
“ได้ ไอ้ไรเฟิล ไอ้ชั่ว ไอ้เลว ไอ้ลามก ฉันไม่เชื่อแกหรอกไปลากตำรวจมาจับฉันเดี๋ยวนี้นะโว๊ย”
“ -_-; คิลลากยัยนี้ไปไว้ในรถแล้วจับมัดมือมัดแขนมัดขาแล้วก็มัดปากไว้ด้วย”ไรเฟิลหันไปสั่งหนึ่งในห้าบรรดาชายชุดดำคาดว่าน่าจะชื่อคิลด้วยความอารมณ์เสียอย่างสุดซึ้ง  และหลังจากนั้นฉันก็โดนลากไปจับมัดมือมัดแขนมัดขาและมัดปากตามคำสั่งเด๊ะ ก่อนจะถูกอันเชิญอย่างไม่เต็มใจให้ไปนั่งในรถสปร์อตสีดำสองประตูของไรเฟิล
โธ่...มีโอกาสได้นั่งรถหรูๆ ทั้งทีทำไมฉันต้องมาอยู่ในสภาพอย่างนี้ด้วย จะหนีก็หนีไม่ได้เล่นมัดมือมัดเท้ามัดปากซะขนาดนี้ จะอุ้มไปฆ่ากันรึไง
“นายครับจะให้พวกผมเอารถตำรวจมานำขบวนให้ไหมครับ? “คิลเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นไรเฟิลเดินควงกุญแจรถมาที่รถ
“ไม่ต้อง!วุ่นวายตายชักแล้วพวกนายก็ไม่ต้องตามมาด้วยนะ”
“แต่..”คิลทำท่าจะแย้งแต่โดนไรเฟิลพูดสวนขึ้นมาอย่างหงุดหงิดทันที
“จะไปไหนก็ไปเลยไป๊! “เขาโค้งให้ไรเฟิลหนึ่งครั้งก่อนจะเดินหนีออกไป
ไอ้ไรเฟิลไอ้คนเอาแต่จายยยยย ฉันไม่อยากจะนั่งไปกับนายสองต่อสองนะเดี๋ยวหวั่นไหวเอ๊ย! ไม่ใช่ เดี๋ยวไม่ปลอดภัยต่างหาก
ไรเฟิลขึ้นมานั้งในรถแล้วหันมาคาดเข็มขัดให้ฉันก่อนจะส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มหยดย้อยน่ารักเหมือนเด็กน้อยไร้เดียงสา
ฉันเกลียดร้อยยิ้มแบบนี้ที่สุด ไอ้ตัวแสบยิ้มแบบนี้ทีไรงานเข้าทุกที
“เกลับบ้านของเรากันดีกว่านะ”เขาหันมาพูดแล้วเอื้อมมือมาลูบหัวฉันอย่างอ่อนโยน
อยากจะบอกว่าบ้านแกคนเดียวโว๊ย ไม่ใช้บ้านฉัน
“เห็นไหมว่าฉันเป็นคนดีแค่ไหนอุตส่าคนดีแค่ไหนอุตส่าคาดเข็มขัดให้เธอด้วย”
หวังดีประสงค์ร้ายหละสิไม่ว่า
“เธออยากจะพูดอะไรหน่อยไหมมอมแมม”
“(>_<)(_ _)(>_<) “
ไรเฟิลดึงผ้าที่ปิดปากฉันลง แล้วหลังจากนั้นฉันก็...
“ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต ไอ้เลว ไอ้ชั่ว ไอ้...”
“พอ! “เขาจัดการดึงผ้าขึ้นมาปิดปากฉันไว้เหมือนเดิม แล้วเปลี่ยนจากมือที่ลูบหัวฉันอย่างอ่อนโยน (นิดหน่อย) เมื่อครู่มาเป็นกระชากหัวฉันอย่างแรงซะหน้าแทบหงาย
กรี๊ดดดดดดด! หัวล้านกันพอดี ><
“จะเอายังไงกันแน่ห๊า ฉันพูดดีๆ ด้วยก็ไม่ชอบ ชอบแบบโหด หื่น เถื่อน โฉด ชั่ว มั่วเซ็กซ์นักใช่ไหม ได้! เดี๋ยวฉันจัดให้”
เขาผลักหัวฉันจนกระเด็น แล้วออกรถอย่างแรงจนหัวฉันไปกระแทกกับพนักพิงของเบาะรถ แล้วหลัง จากนั้นก็เหยียบคันเร่งจนมิดประมาณ สามร้อยยี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงจนวิญญาณฉันแทบจะหลุดออกจากร่าง แถมยังไม่แตะเบรกเลยสักนิดใช้วิธีหักพวงมาลัยแทน นี่ถ้าไม่ได้คาดเข็มขัดไว้คงจะกระเด็นหลุดออกนอกวงโคจรรถไปนานแล้ว 
นี่มันถนนหลวงนะพ่อคุณจะขับเร็วไปถึงไหนก๊านนน
ไรเฟิลเอื้อมมือมากระชากผ้าที่ปิดปากฉันออก แล้วหันมาตะคอกใส่หน้าว่า ”อยากจะพูดอะไรก็พูดไปเลย ฉันให้โอกาสเธอเต็มที่”
“...”
ใครจะไปพูดออกวะ ขับรถแรงจนปากฉันสั่นผับๆๆ พูดไม่ออกแล้ว
“ฉันบอกให้พูด! “เขาหันมามองหน้าฉันโดยไม่ยอมมองถนนเลยสักนิด
“...”
“พูดสิ! พูดเดี๋ยวนี้! “
“O_O กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด! รถบรรทุกกกก”
ฉันแหกปากดังลั่นสมใจไอ้โรคจิตนี่แน่นอน จะไม่ให้แหกปากได้ไงก็อีตาไรเฟิลเล่นไม่ยอมมองทางจนรถจะบวกกับรถบรรทุกอยู่แล้ว แต่หมอนี่ก็ไม่ได้ตกอกตกใจหรือว่าทุกข์ร้อนอะไรเลยสักนิด เขาหักพวงมาลัยหลบเพียงนิดเดียวก็พ้นทางรถบรรทุก แต่เล่นเอาฉันตกใจแทบตาย
ความรู้สึกในตอนนี้ราวกับว่าฉันควบคุมตัวเองไม่ได้เลยสักนิด น้ำตาไหลพรากเต็มหน้า สะอึกสะอื้นเหมือนเด็กเล็กๆ ทั้งที่ปกติฉันไม่ใช่คนที่ขี้ขลาดหรือว่าร้องไห้ง่ายๆ แต่คราวนี้มันหยุดไม่ได้จริงๆ
ดูเหมือนว่าความเร็วของรถจะลดลงระดับหนึ่ง
“ตกใจหรอ”ไรเฟิลหันมาถามยิ้มๆ ราวกลับว่าเมื่อครู่มันไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ฮือออออออออ TOT “
“อย่าร้องไห้น่า ฉันไม่ชอบฮ่าๆๆๆๆ “
แน่ใจหรอว่าไม่ชอบแล้วที่หัวเราะอยู่มันอะไร คนบ้าอะไรอารมณ์เปลี่ยนแปลงไวซะจนตามไม่ทัน
“ฮึก....ฮืออออออ”
“น้ำมูกไหลเข้าปากแล้วนะ ^^ “
“ฮือออออ”
 อยู่ๆ ไรเฟิลก็หยุดรถแล้วทำในสิ่งที่ฉันไม่คิดว่าไอ้โหด หื่น เถื่อนอย่างเขาจะทำได้ นั้นก็คือการหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำมูกบวกน้ำตาบนหน้าฉันให้ แถมยังลูบหัวลูบหูปลอบใจยกใหญ่
อ๊ายยยยยย อย่าทำแบบนี้สิฉันยิ่งเป็นโรคหวั่นไหวง่ายกับผู้ชายหน้าตาดีอยู่ ><
“โอ๋ ~ อย่าร้องน๊า เพี๊ยง! ขี้ไก่เช็ดน้ำตา”
มนต์บ้านไหนเนี่ย??
“อะไร? ติ้งต้อง”
“อาไร้ อย่ามาดูถูกนี่มันเป็นมนต์ขั้นสุดยอดเลยนะ เห็นป่าวว่าเธอหยุดร้องแล้ว”
เออจริงด้วย พอหันกลับมาดูตัวเองถึงได้รู้ว่าหยุดร้องไห้แล้ว
ไรเฟิลหันไปขับรถต่อดูอารมณ์ดีมากกว่าเดิมเยอะ ถ้ามันเป็นแบบนี้ตลอดก็คงดีเห็นแล้วมันอดไม่ได้ที่จะแอบมอง คนอะไรหน้าตาก็ดี ขนตาหนาๆ ช่วยเสริมให้ดวงตาดูสวยหน้ามอง จมูกก็โด่ง ปากบางกระชากใจ หุ่นก็ดี แถมสูงอีกต่างหาก อ๊ายยยยย คนอะไรวะมองทางไหนก็ดูดีไปหมด ติดนิดเดียวตรงที่นิสัยโหด หื่น เถื่อน โรคจิต ฉันไม่มีวันหลงรักพวกโรคจิตอย่างนี้แน่ (มั้ง)
“มองอะไร? “ไรเฟิลหันมาถามฉัน คงเป็นเพราะว่าฉันเผลอแอบมองหน้าหล่อๆ ของเขานานไปหน่อย เขาก็เลยรู้ตัว
“ป่าวน๊า...ฉันป่าวแอบมองหน้านายเลยนะ”
อ๊าว! แล้วฉันจะไปบอกเขาทำไมเนี่ย
“หึ..มองหน้าฉันแล้วมันหวั่นไหวอ่ะดิคนมันหล่อก็งี้ ระวังจะหลงรักแบบไม่รู้ตัวนะคร๊าบบบบ”
หลงตัวเองเป็นบ้าเลย
“แหวะ! “
“จะรีบแพ้ท้องไปถึงไหนฉันยังไม่ทันจะได้ทำอะไรเธอเลยนะ แต่จะว่าไปทำบนรถเลยก็ดีนะได้อารมณ์ดี เอาไหม? ”
“ตลก! -_-^ “
ไรเฟิลกำลังจะหันมาพูดต่อ แต่อยู่ดีๆ ก็ดันมีรถสองคันขับมาขนาบข้างรถของไรเฟิลแล้วพลัดกันเบียดเข้ามาทันที เอาแล้วไง งานเข้าอีกแล้วฉัน
“โคร๊ม! “
“ไอ้เวรเอ๊ย! อยากเล่นมากนักหรอ…ได้! ”ไรเฟิลกัดฟันพูดก่อนจะหักพวงมาลัยไปชนทั้งซ้ายและขวาบ้าง
กรี๊ดดดดดดดด! มอมแมมซวยอีกแล้ว ก่อนจะตกลงอะไรกันถามความสมัครใจฉันบ้างไหม TOT
ตอนนี้รถเริ่มจะเบียดกันไปเบียดกันมามากขึ้นทุกแล้ว จนฉันกลัวว่าถ้ามันเบียดเขามามากๆ เข้ารถที่ฉันนั่งอยู่มันจะกลายเป็นปลากระป๋องไปก่อน
“มอมแมม”
“อะไร? จะสั่งเสียหรอฉันยังไม่อยากตายน๊า...”
“ไม่ใช่ฉันแค่จะถามว่าจะดูอะไรสนุกๆ ไหม”
“ดูอะไร้ ทะลึ่ง >< “
“ -_-“ งั้นไม่ต้องดู”
“ดู! “
ไรเฟิลเหยียบคันเร่งจนมิดเลยรถสองคันไปแล้วหักพวงมาลัยอย่างแรงจนมาจอดขวางอยู่กลางถนน เล่นเอารถที่เหลือเบรกกันแทบไม่ทัน ก่อนที่เขาจะนั่งกอดอกยิ้มไร้เดียงสาน่ารัก มองคนที่กำลังเดินเรียงแถวมาจากรถสองคัน
ยิ้มอย่างนี้แสดงว่าจะมีเรื่องอีกแล้วใช่ไหม ฉันยังไม่อยากมีเรื่องนะ
“เดี๋ยวฉันมานะ ขอลงไปเล่นกับพวกปัญญาอ่อนนั้นก่อน”ไรเฟิลหันไปหยิบไม้เบสบอลมาจากหลังรถเตรียมลุยเต็มที่ แต่พวกปัญญาอ่อนที่เขาว่ามันมีต้องหกคนนะ แล้วจะไหวหรอ เอาเป็นว่าไหวไม่ไหวไม่รู้เห็นไรเฟิลเดินลงไปเตะฝุ่นอยู่หน้ารถแล้ว
“เจอกันอีกแล้วนะคุณหนูไรเฟิลจากแก๊งเซเลบ”ผู้ชายหน้าตาอัปลักษณ์ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเหมือนไปฟัดกับหมาที่ไหนมาพูดขึ้น ดูท่าทางแล้วคงจะเป็นหัวหน้าของพวกที่เหลือ
“พูดมากรำคาญมีอะไรก็ว่ามาเร็วๆ เลยไอ้หมีควาย”
“หมีป่าโว๊ย! ฉันก็ไม่ได้อยากจะคุยกับแกมากมายนักหรอกก็บังเอิญขับรถผ่านแล้วก็เห็นว่าเด็กแกมันน่ารักดี ฉันขอนะ”หมีป่าพูดพลางชี้นิ้วมาที่ฉันที่นั้งบื้ออยู่ในรถหนีไปไหนไม่ได้ ไรเฟิลเองก็หันมามองฉันเหมือนกันประมาณจะบอกว่า ‘ไม่ต้องห่วงฉันไม่ให้มันเอาเธอไปหรอก‘
“ถ้าคิดว่ามาเอาได้ ก็เอาไปสิ! “
กรี๊ดดดดดดด! ไรเฟิลเท่ห์จังเลย ><
“ไปจับมันมา”ไอ้หมีควายสั่งลูกน้องของตัวเอง หลังจากนั้นลูกน้องห้าคนของมันก็กรูกันเข้ามาทันที (อ๊ายยยย ไม่ต้องมาตีกันแย้งฉัน) แต่ยังไม่ทันที่จะมีใครได้แตะโดนตัวไรเฟิลก็โดนเขาเอาไม้เบสบอลตีเลือดกระจายไปเป็นแถว นอนกันสลบไสลกันไปหมด แต่อยู่ดีๆ ไอ้หมีควายก็หยิบปื้นขึ้นมาเล็งไปที่ไรเฟิลซะงั้น
กรี๊ดดดดดดดดดดด!เล่นสกปรกที่สุดเลย คนที่พกอาวุธได้มีแต่สุดหล่อของฉันเท่านั้นนะ ว่าแต่เป็นของฉันตั้งแต่ตอนไหนวะ
“ไอ้ไรเฟิลแกแพ้ฉันแล้วไอ้ลูกคุณหนู แล้วเด็กแกก้ต้องเป็นของฉันด้วย”
“-_- พูดจบยัง”
“ยัง! วางไม้เบสบอลลงก่อน”เขาสั่งแล้วเดินเข้าไปใกล้ไรเฟิลมากขึ้นเรื่อยๆ
ไรเฟิลก้มลงทำท่าจะวางไม้เบสบอลเหมือนเด็น้อยผู้แสนจะเชื่อฟัง (มันเชื่อไม่ได้) แต่ยังไม่ทันที่จะได้วางมืออีกข้างก็กำเศษดินทรายแถวพื้นซัดเข้าไปเต็มๆ หน้าของอีกฝ่าย (โชคดีที่ถนนแถวนี้เป็นถนนลูกรังเลยยังพอมีดินทรายอยู่บ้าง) แล้วใช้จังหวะที่หมีควายมองไม่เห็นเตะปืนที่อยู่ในมือไอ้หมีควายกระเด็นออกไปไกล
กรี๊ดดดดดดดดดด! เท่ห์มากมาย
แล้วหลังจากนั้นเขาก็เอาไม้เบสบอลมากระหน่ำฟาดอีกฝ่ายอย่างไม่ยั้งมือ เหมือนเป็นกระท้อนทุบ เลือดอาบเต็มหน้า ฟันหลุดออกจากปากและคาดว่าน่าจะหักไปอีกหลายซี่ เมื่อตีกระหน่ำจนหนำใจพ่อคุณเรียบร้อยแล้ว ไรเฟิลก็ทิ้งไม้เบสบอลแล้วกระชากคอเสื้อของไอ้หมีควายให้ลุกขึ้นมาพร้อมกับร่างกายที่แสนสะบักสะบอม
“จำไว้นะ อย่ามาเล่นสกปรกกับคนอย่าฉันเพราะฉันสกปรกกว่าแกหลายขุม“
มันน่าดีใจไหมเนี่ยที่ใช้วิธีสกปรกเก่งกว่าชาวบ้านชาวช่องเขา
ก่อนจะไปไรเฟิลก็ถุยน้ำลายใส่หน้าหมีควายอีกหนึ่งรอบ
แหม...มันเลวได้ครบชุดจริงๆ เลย แล้วฉันจะรอดไหมเนี่ยชักจะไม่แน่ใจแล้วนะ (ปกติก็ไม่แน่ใจอยู่แล้ว)
 
หลังจากที่ไรเฟิลจัดการกับแก๊งหมีควายเรียบร้อยแล้วเขาก็กลับขึ้นมาขับรถเหมือนเดิมแต่ที่ไม่เหมือน เดิมก็ตรงที่เขานั้งเงียบมาตลอดทางไม่พูดอะไรสักคำ ฉันแอบชำเลืองมองเขานิดหน่อยดูท่าทางแล้วก็ไม่ได้หงุดหงิดอะไรออกจะอารมณ์ดีซะด้วยซ้ำแต่ทำไมถึงไม่ยอมพูดก็ไม่รู้ ถึงมันดูไม่มีพิษมีภัยอะไรแต่มันก็วังเวงเกินไปแล้วน๊า..
เกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีกเนี่ยเดี๋ยวดีเดียวร้ายเดี๋ยวเงียบ เป็นคนยังไงกันแน่
ขณะที่ฉันกำลังแอบมองหน้า (หล่อๆ ) ของไรเฟิลอยู่เขาก็เหลือบตามามองฉัน
“มีอะไร? เห็นจ้องหน้านานแล้วนะ”
“ป่าวววว”
ฉันโกหกเขาหน้าบางๆ (หน้าด้านๆ เบื่อแล้ว)
ไรเฟิลทำหน้าเหมือนจะบอกว่าเชื่อก็ได้ แล้วหันมาพูดกับฉันต่อว่า “เมื่อยรึป่าว หันหลังมาสิเดี๋ยวฉันแกะเชือกให้”
เขาเอื้อมมือมาปลดเข็มขัดนิรภัยให้ฉันแล้วแกะเชือกมือที่ถูกมัดไพล่หลังให้ ส่วนมือีกข้างก็จับพวงมาลัยไว้
อ๊ายยยยยย จะมาแนวไหนเนี่ยเดาใจไม่ถูกแล้วน๊า... แล้วทำไมใจฉันต้องเต้นแรงขนาดนี้ด้วย โอ๊ยยย! นี่แสดงว่าโรคหวั่นไหวง่ายกับผู้ชายหน้าตาดีของฉันมันกำเริบอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย >///<
“แกะเชือกที่ขาเองเลยนะฉันอนุญาติ” พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนสุดๆ
อ๊ากกกก! อย่ามาทำดีกับฉันเดี๋ยวผื่นขึ้น ทำเลวๆ กับฉันซะยังดีกว่า ยิ่งเลวยิ่งดี
ฉันก้มลงไปแกะเชือกที่ขา หน้าตาร้อนผ่าวไปหมดมือก็สั่นอีกต่างหาก เห็นทีฉันจะต้องหาอย่างอื่นทำแล้วหละขืนปล่อยไว้นานกว่านี้โรคบ้านี่มันต้องกำเริบหนักแน่นอนเลย
“ไรเฟิล นายช่วยเปิดเพลงให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม”ฉันหันไปบอกไรเฟิล บางทีถ้าฟังเพลงแล้วอาจจะช่วยให้ดีขึ้นมาบ้างก็ได้
“เสียใจ! รถฉันไม่ได้ติดเครื่องเสียง”
“ทำไมอ่ะ? นายไม่มีเงินหรอ”
“ตลกคนอย่างฉันเนี่ยนะจะไม่มีเงิน  -_- “
“ก็ถ้ามีเงินแล้วทำไมไม่ติดหละ”
“ก็ไม่รู้จะติดไปทำไมเพราะเวลาขับรถฉันไม่ฟังเพลง ชอบฟังเสียงเครื่องยนต์มากกว่าแล้วปกติฉันก็จะเปิดกระจกให้เสียงมันดังลอดเข้ามา แต่วันนี้ฉันเห็นว่าเธอมาด้วยก็เลยไม่ได้เปิด”
ยี้~ชอบอะไรประหลาดจัง ก็ไม่เห็นมันจะน่าฟังตรงไหนเลยก้แค่เสียงรถดังหึ่งๆ น่ารำคาญจะตายชัก
“แหวะ! น่ารำคาญจะตาย”ปากฉันรีบพูดออกไปทันทีพอๆ กับตอนที่คิด
ตายหละหวาดันเผลอไปติเรื่องความชอบของพ่อคุณเข้าให้ แล้วจะโดนฆ่าตายไหมเนี่ย
แต่แล้วเรื่องที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น เพราะแทนที่เขาจะกระชากหัวฉันหรือว่าตบกบาลเหมือนปกติกลับกลายเป็นว่าเขาแค่ยิ้ม เป็นยิ้มธรรมดาที่ไม่ได้ซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ แต่เล่นยิ้มแบบนี้ทำเอาฉันผื่นขึ้นแล้วนะ
“มันก็แล้วแต่คนชอบ แต่ฉันหรับฉัน ฉันคิดว่ามันมีเสน่ห์ดีนะ รถแต่ละคันเสียงมันก็แตกต่างกันออกไปคนละแบบหรือจะเรียกง่ายๆ ว่ามันเพราะกันไปคนละแบบ”
“...”
กำลังตกอยู่ในภาวะอาการกำเริบเจ้าค่า
“เธอจะฟังเพลงหรอ เดี๋ยวฉันร้องให้ฟังแทนไหมฉันร้องเพลงเพราะนะ เอาเพลงอะไรดี”
กรี๊ดดดดดดดดดด! อาการหนัแล้วนะผื่นขึ้นเต็มตัวไปหมด ต้องรีบจัดการแล้ว
“ไรเฟิล! “
“หือ? “
“นายช่วยกรุณาทำเลวๆ หื่นๆ ชั่วๆ แบบปกติที่นายชอบทำกับฉันได้ไหมยิ่งเลว ยิ่งหื่น ยิ่งชั่ว ยิ่งดี หรือว่าจะเอาหัวฉันโขกกระจกก็ได้ ได้โปรดเถอะ >< “
“ทำไม? พอคนหล่อๆ อย่างฉันทำดีด้วยแล้วมันหวั่นไหวใช่ไหมหละ”
“อือใช่ เอ๊ย! ไม่ใช่”
ไรเฟิลยิ้มอย่างรู้ทันกับคำตอบของฉัน
อ๊ายยยยยย! อย่ายิ้มเดี๋ยวหายใจไม่ออก
นี่ฉันคงต้องเอาหัวตัวเองโขกกับกระจกไปพลางๆ ก่อนมันอาจจะช่วยได้บ้าง แต่ตอนนี้ชักเริ่มจะหายใจขัดๆ แล้วนะ สัญญาณอันตรายใกล้เข้ามาแล้ว วี้หว่อวี้หว่อ~
“ตอนนี้ฉันยังไม่มีอารมณ์จะเป็นคนเลวช่วยรออีกสิบห้านาทีนะ เดี๋ยวก็ถึงบ้านแล้ว ถึงบ้านเมื่อไหร่จะจัดหนักให้เลย”ไรเฟิลพูดพลางเอามือมาหยิกแก้มฉันเบาๆ อย่างเอ็นดู
“กรี๊ดดดดดดดดดดดด! เอามือออกไป๊หายใจไม่ อ๊อกๆๆๆ >O< “
“ O_O! อ้าว...เฮ่ย! อย่ามาตายบนรถฉันนะ” 

 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
    มีปัญหาทางเว็บ ติดต่อ [email protected] จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 303 ท่าน

Line PM