Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Marble จิตวิญญาณแห่งลูกแก้ว
Mahony
บทที่2 ภารกิจเริ่มต้น
3
19/10/2554 18:39:52
337
เนื้อเรื่อง
บทที่ 2 ภารกิจเริ่มต้น!
 
            มันเช้าจริงๆ! กว่าเพนนีจะได้สมัครก็ปาเข้าไปตี 3 กว่าเธอจะลากสังขารแห้งๆของเธอคลำทางตามแผนที่จากลายมือชุ่ยๆ ของพ่อเธอก็เดินอ้อมไปอ้อมมารอบเมือง และในที่สุดขาอันเมื่อยล้าสุดๆของเธอก็พาเธอมายืนอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ที่คิดว่าน่าจะเป็นบ้านที่เธอคิดว่าเป็นบ้านที่เธอตามหาและก็ที่เธอหาเจอไม่ใช่เพราะแผนที่สุดหรูของคุณพ่อแต่อย่างใด  แต่เป็นเพราะแผนที่เมืองที่ติดอยู่ตรงบอร์ดประกาศกลางเมืองต่างหาก ทำไมเธอไม่ฉลาดกว่านี้สัก ชั่วโมงนะ เพราะกว่าเธอจะมาที่นี่ได้ ก็ปาเข้าไป 6 โมงเช้า เพนนีล่ะนับถือความอึดของตัวเองจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะที่นี่มีแรงโน้มถ่วงน้อยกว่าที่โลกล่ะก็ เธอไม่มีทางเดินไปเดินมา 3 ชม.รอบเมืองที่โคตระใหญ่แบบนี้ได้แน่ๆ ทั้งหมดนี่ขอยกความผิดให้พ่อเธอเท่านั้น!
            เพนนีสั่นกระดิ่งที่ติดอยู่หน้าประตูรั้วของบ้าน เพียงไม่นานก็มีแม่บ้านวัยกลางคนวิ่งมาพร้อมกับถามเธอว่า “มาหาใครคะ” แม่บ้านมองสภาพเด็กสาวที่มายืนสั่นกระดิ่งหน้าบ้าน เด็กคนนี้น่าสงสารมาก ทั้งโทรม ทั้งมอมแมมไปทั้งตัวนี่คงจะมาขออาหารสินะ โถน่าสงสารจริงๆ
            เพนนีเหมือนจะรู้ความคิดของแม่บ้านผู้ใจดีเธอเลยรีบออกตัวก่อนที่แม่บ้านจะเอาข้าวกับเสื้อผ้ามาบริจาคให้เธอ
            “ไม่ใช่อย่างที่ป้าคิดนะคะ คือหนูมาหาคุณ เอ่อ เมนีน เพนเดอโลน่ะค่ะ” แม่บ้านวัยกลางคนขมวดคิ้วนิดๆ หนูคนนี้มาหาคุณเมนีนทำไมกัน แล้วหล่อนก็รับจดหมายฉบับหนึ่งที่เพนนีส่งให้ เนื้อความในจดหมายทำให้แม่บ้านคนนี้แทบจะเป็นลม! “คะ คุณหนูหรอคะเนี่ย...ตายแล้วรีบเข้ามาในบ้านเถอะค่ะ ข้างนอกอากาศหนาวจะแย่” แม่บ้านที่ดูเหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าเธอจะมารีบเข้ามาเชิญอย่างนอบน้อม(จนแทบจะอุ้ม)เธอเข้าไปในบ้าน แต่ก่อนที่เธอจะได้เข้าบ้านก็ต้องเดินตัดผ่านสวนดอกไม้ หน้าบ้านอีกไกล เฮ้อ นี่เธอจะเดินอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย!
            เมื่อเข้ามาในบ้านเพนนีก็พบว่าข้างในบ้านตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม แถมบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้เธอได้มาเหยียบก็เป็นบุญของเท้าเธอจะแย่  เธอเดินตามแม่บ้านคนเดิมไปที่ห้องนั่งเล่น เพนนีก็พบกับหญิงคนหนึ่ง อายุน่าจะประมาณ 50 ปลายๆแต่หน้าตาไม่ต่างกับหญิงวัย 40 เลย ใช่แล้วคุณย่าของเธอ  เมนีน เงยหน้าจากหนังสือที่อ่านเห็นเด็กสาวตัวมอมแมมคนหนึ่งเดินอย่างอิดโรยมาทางนี้ สัญชาตญาณบอกเธอว่าเด็กคนนี้คือใคร “โอ้ เพนนีหลานย่า ทำไมถึงมอมแมมอย่างนี้ลูก” เพนนีอยู่คุยกับคุณย่าบอกสาเหตุที่เธอมาถึงเช้าวันนี้แทนที่จะเป็นเมื่อวาน แล้วคุณย่าก็บอกเรื่องครอบครัวของเธออีกนิดหน่อยแล้วจึงให้เธอขึ้นไปพักผ่อนข้างบนห้องที่ย่าเมนีนให้คนใช้จัดไว้ให้เธอแล้ว เมื่อเธอได้เข้ามาในห้องเธอก็เป็นอันตะลึงงัน อีกครั้ง ห้องของเธอช่างใหญ่โตงดงาม แต่เธอไม่มีเวลาชื่นชมมากเพราะเธอเหนื่อย! เธอง่วง! เพนนีจึงเข้าไปอาบน้ำให้ร่างกายสดชื่นแล้วมุดเข้าใต้ผ้านวมผืนนุ่มที่อยู่บนเตียงหลังใหญ่ เฮ้อสบายจริงๆ ขณะที่กำลังจะเคลิ้มหลับ เธอก็นึกถึงเรื่องที่คุยกับคุณย่า เธอมีพี่ชายฝาแฝดที่พลัดพรากกันไปตั้งแต่ยังเล็ก และก็มีน้องสาวอีกคนหนึ่ง แต่เท่าที่เธอจำได้น้องสาวเกิดหลังจากที่เธอไปอยู่ที่มิติอื่นกับพ่อแล้ว แสดงว่าว่าที่พ่อของเธอมักหายหน้าหายตาไปบ่อยๆคือมาปั๊มลูกอยู่ที่นี่สินะ  เธอคงต้องไปถามคุณแม่แล้ว...  เพนนีก็หลับไปโดยที่มุมปากยังประดับรอยยิ้มอุ่นใจอยู่..
 
            งานพิธีเปิดการแข่งขัน ณ เมืองลูซีแลนเคิล
“เบนโรล ฉันขอทีเถอะนะ นายอุตส่าห์ให้หมอหลวงที่วังปรุงยาให้กลับเป็นคนชั่วคราวได้สำเร็จแล้ว ทำไมนายไม่ทำตัวให้เหมือนคนหน่อยล่ะ!”
“อะไรกัน ก็คนมันคันนี่จะให้ทำไง ไอ้หมัดบ้าพวกนี้ขนาดฉันเป็นคนแล้วมันยังมาตามรังควานอีก!”ว่ายังไม่เลิกเอามือเกาหูเกาหัวตัวเองที่ตอนนี้มันกระเซิงหมดแล้ว “อีกอย่างนะน้องรักเธออย่าพูดคำว่าสำเร็จออกมาจากปากสวยๆของเธอเชียว ไอ้ยาบ้านั่นมันใช้ได้แค่วันเดียวแถมยังลดอายุฉันเป็นเด็กตัวกระเปี๊ยกแค่นี้อีก! นี่น่ะเหรอที่เธอว่าสำเร็จ!!”
“ฉันว่าอายุ 11-12 ยังมากไปสำหรับนายด้วยซ้ำ”เบลลีนตอบเสียงเรียบ “ฉันจะไปรายงานตัว ส่วนนายอย่าไปทำขายหน้าที่ไหนล่ะ”ว่าก่อนจะเดินไปที่ซุ้มหนึ่งที่อยู่ข้างหน้าตัวศาลากลางซึ่งเป็นที่ทำพิธีเปิด แต่เธอยังได้ยินเสียงเด็กนั่นตะโกนตามหลังมาอีก “ฉันเป็นพี่เธอนะเฟ้ยยย”  แต่เบลลีนไม่สนใจเดินเข้าไปรายงานตัวด้วยความรวดเร็ว การรายงานตัวก็ไม่มีอะไรมากแค่เข้าไปบอกกับพวกทหารที่มานั่งรอ บอกชื่อสกุล อายุ ข้อมูลให้ตรงกับที่เธอส่งข้อมูลมาให้ตอนสมัครเท่านั้น พอรายงานตัวเสร็จเบลลีนก็มาดูพวกร้านขายของแผงลอยที่มาเปิดกันบริเวณหน้าศาลากลาง เนื่องจากงานพิธีเริ่มตอน 10.00 น. แต่ตอนนี้พึ่งจะแปดโมงกว่าๆ ยังเหลือเวลาอีกเยอะ แล้วเธอก็ไปสะดุดตากับร่างของผู้หญิงทั้งสองคนที่กำลังเลือกซื้อเครื่องประดับอยู่ร้านๆหนึ่ง บางอย่างบอกกับเธอว่าสองคนนี้ก็เข้าร่วมแข่งขันและสองคนนี้ก็ไม่ธรรมดา...
 
            ขณะที่พาเมล่ากับลังช่วยเอรีนเลือกเครื่องประดับจำพวก สร้อยคอ แหวน กำไลข้อมือไปฝากแม่ของเอรีน พาเมล่าก็รู้สึกถึงสายตาที่กำลังจ้องมายังพวกเธอ พาเมล่าหันไปทางที่มีคนมองพวกเธออยู่ เธอคนนั้นเป็นผู้หญิงผมยาวถึงกลางหลังสวมชุดสีดำทั้งตัว ประกอบกับดวงตาสีดำสนิทที่เย็นเยียบทำให้สัญชาตญาณระวังภัยของลูกนายทหารใหญ่อย่างพาเมล่าทำงาน แต่แล้วหญิงสาวคนนั้นก็เดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้พาเมล่าแอบโล่งใจนิดๆ เพราะเธอรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่พวกกระจอกๆที่รับมือง่ายๆแน่นอน เป็นจังหวะเดียวกับที่เอรีนเลือกเครื่องประดับเสร็จ พวกเธอจึงไปดูของร้านอื่นๆต่อเพื่อรอเวลาที่พิธีเปิดจะเริ่ม
 
            เรนาเดินทางมาถึงเมืองลูซี่แล้ว พร้อมกับคนในหมู่บ้านที่มีน้ำใจจะมาร่วมภารกิจเพื่อเอากลีบดอกคาเลเทน ดอกไม้เจ้าปัญหานั่นให้ได้ เรนาไปรายงานตัวพร้อมกับคนในหมู่บ้านเนื่องจากเมื่อวานมีชายคนหนึ่งในหมู่บ้านเป็นตัวแทนล่วงหน้ามาส่งรายชื่อสมัครเข้าร่วมภารกิจแล้วเรียบร้อย เนื่องจากเวลาเหลือค่อนข้างเยอะเรนาจึงมาร่วมวงนั่งปรึกษากับคนในหมู่บ้านใต้ต้นไม้ใหญ่ แล้วพวกคนในหมู่บ้านก็ตัดสินใจร่วมกันว่าพวกเขาควรจะขอพรจากเทพเจ้าดินจากเมืองลูซี่ด้วย คนในหมู่บ้านประมาณ 7 คนซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มใหญ่พอสมควร  ส่วนพิธีขอพรเทพเจ้าดินค่อนข้างประหลาดตาสำหรับคนที่นี่ ตอนแรกเรนาซึ่งเป็นคนหน้าบางก็อายผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา แต่จะให้ทำอย่างไรเธอต้องเพิ่มความหนาของหน้าเธอแล้วเข้าร่วมพิธีเพื่อแม่เฒ่า แม่เฒ่า แม่เฒ่า  แต่กระนั้น พิธีกรรมแปลกๆกลางเมืองทำให้คนที่สัญจรผ่านไปผ่านมาทั้งในเมืองและต่างเมือง หยุดชมพิธีกรรมที่หาดูได้ยาก ให้ตาย...ยังไงเธอก็อยากเอาปี๊บคลุมหัวอยู่ดี
 
9.00 น. เป็นเวลาที่ผู้ที่ลงทะเบียนแข่งขันแล้วสมควรที่จะไปต่อคิวรายงานตัวที่ซุ้มรายงานตัวหน้าศาลากลางลูซีแลนเคิล แต่ เพนนีกลับกำลังหลับอุตุฝันว่าตัวเองถูกหวยรางวัลที่ 1ถ้าเป็นความฝันที่สวยหรูขนาดนี้เธอก็ไม่อยากตื่นหรอก!  แต่แม่บ้านที่ขึ้นมาปลุกเพนนีเห็นเพนนีนอนอย่างมีความสุขเหมือนได้ขึ้นสวรรค์(นอนแบบไหนวะ)ก็ไม่อยากทำลายความสุขของสาวน้อยคนนี้ แม่บ้านผู้ใจบุญจึงตัดสินใจเดินลงไปตามเมนีนให้มาปลุกหลานสาวตัวเอง  เมื่อเมนีนเห็นเพนนีก็เข้าใจความรู้สึกของแม่บ้านชราทันทีแต่เธอเป็นคนใจแข็งกว่าแม่บ้านคนนั้นมากจึงต้องปลุกสาวน้อยขี้เซาด้วยวิธีที่ ‘อ่อนโยน’ ที่สุด จนกระทั่งเพนนีสะดุ้งตื่นขึ้นมาเห็นย่าของเธอยิ้มให้เล็กๆอยู่ข้างเตียง เฮ้ย! แล้วเธอลงมานอนบนพื้นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย คุณย่าใช้วิธีไหนปลุกเธอกันแน่
“ 9โมงกว่าแล้วจ้ะ รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะเดี๋ยวจะไม่ทันนะ” เพนนีเลยรีบวิ่งปรู้เข้าห้องน้ำไปทันที ให้ตายเถอะทำไมเธอถึงตื่นสายขนาดนี้ จะไม่ได้แข่งก็เพราะไปรายงานตัวไม่ทันนั่นแหละ!
วันนี้เพนนีทำสถิติอาบน้ำใช้เวลาเพียง 5 นาที แต่งตัวอีก 5 นาทีประมาณว่าคว้าเสื้อตัวไหนจากตู้ได้ก็ใส่ๆไป เตรียมของที่จำเป็นทั้งหมดอีก 10 นาทีครบไม่ครบก็ไม่รู้แหละตอนนี้เธอต้องทำเวลา แล้วเธอก็ต้องเสียเวลาไปฟรีๆเมื่อรู้ว่ามีเป้อีกใบหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงเป็นของต่างๆที่ย่าเธอจัดไว้ให้ มันครบกว่าที่เธอจัดซะอีก ตอนนี้ปาเข้าไป 9.30 น. ยังดีที่คุณย่าที่รักของเธอให้รถม้าของที่บ้านไปส่งเธอ รถม้าของย่าเธอน่ะเหรอ ควรจะเปลี่ยนชื่ออย่างแรง ก็เพราะว่ามันไม่ใช่ม้าน่ะสิ! แต่มันคือนกกระจอกเทศ แถมยังบินได้อีกต่างหาก รถนกกระจอกเทศพาเธอขึ้นเหาะทะยานบนท้องฟ้าไม่ต้องทนการจราจรล้านล่าง ให้เวลาประมาณ 15 นาทีในการเดินทาง  แล้วเพนนียังต้องวิ่งฝ่าฝูงชนที่แออัดไปที่ซุ้มลงทะเบียน ซึ่งเพนนีมาถึงซุ้มแบบเส้นยาแดงผ่าแปด เพราะเมื่อเธอไปถึงโต๊ะรายงานตัว ทหารที่รับหน้าที่นั้นกำลังจะเก็บโต๊ะพอดี นี่เป็นบทเรียนต่อไปเธอจะไม่ตื่นสายอีกแล้ว!
เมื่อลงทะเบียนเสร็จก็นั่งรอพิธีเปิดกิจกรรมระหว่างรอคือ งีบ...ก็เธอพึ่งได้นอนแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้นขอนอนอีกนิดก็แล้วกัน เพนนีสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาเคารพเพลงประจำชาติลูซีแลนเคิล แล้วฟังสุนทรพจน์เปิดงานจากนั้นเมื่อการแสดงเริ่มเธอจะว่าจะหลับต่อ การแสดงที่ว่าเธอได้ยินมาว่ามีนักร้องสาวแสนสวยมาร้องเพลงในพิธีเปิดงานแต่เธอไม่สนใจหรอก ที่เธอสนใจคือหวยที่เธอเคยถูกไปในฝันต่างหาก แต่ก่อนที่เธอจะเคลิ้มหลับเธอก็เห็นว่ามีเด็กผู้ชายผมสีขาวๆมายืนกรี๊ดกร๊าดร้องว่า คุณพาเลน คุณพาเลน อยู่ข้างๆเธอ แถมยังโบกไม้โบกมือทำตาเยิ้มมองนักร้องสาวที่เล่นเพลงกล่อมชั้นดีให้เธอฟัง แต่แล้วศอกของเด็กที่โบกมือไม่ดูตาม้าตาเรือนั่นมากระแทกหน้าเธอจนได้ ตอนนี้แหละหลับลึกแบบไม่ต้องกล่อมกันเลยทีเดียว!
 
เพนนีตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนที่การแสดงเปิดงานทั้งหมดจบ และเด็กชายคนนั้นคงวิ่งไปขอลายเซ็นดาราหลังเวทีแน่ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่กำลังจะประกาศเริ่มภารกิจ แต่ว่าดูท่าจะมีแผนการเพิ่มเติม โดยกรรมการที่ขึ้นไปประกาศบนเวทีพุดว่า “ทางคณะกรรมการและผู้จัดการแข่งขันดีใจมากที่มีผู้สมัครล้นหลามขนาดนี้” จะไม่ให้เยอะได้ไงเงินตั้งเป็นแสน ของรางวัลล่อตาขนาดนี้มันดึงดูดอย่างเห็นได้ชัด “แต่ว่าจำนวนผู้มาสมัครเยอะมากเกินไป ทางเราจึงจะให้พวกท่านจับกลุ่มโดยการจับฉลาก...” มีเสียงฮือขึ้นมาเป็นระลอกใหญ่พวกที่มากับเพื่อนๆคงโวยวายน่าดูเพราะการจับฉลากมีโอกาสได้อยู่กับเพื่อนน้อย  แต่เพนนีก็ไม่คิดอะไรหรอกก็เธอมาคนเดียวนี่นา “ทำอย่างงี้ได้ไงพวกเรามากับเพื่อน ทำอย่างงี้พวกเราก็ไม่ได้ช่วยกันน่ะสิ!”มีชายคนหนึ่งตะโกนออกมาทำให้พวกที่เห็นด้วยตะโกนสนับสนุนกันใหญ่ “ใจเย็นๆก่อนครับ ถ้ากลุ่มใดได้รางวัลก็จะได้ทั้งกลุ่ม แต่ถ้าท่านไม่พอใจกับข้อเสนอของเรา เชิญติดต่อฝ่ายลงทะเบียนขอยกเลิกได้เลย” โห ได้ทุกคนในกลุ่มอย่างงี้เท่ากับมีคนที่จะได้รางวัลเพิ่มสินะ พวกที่ไม่เก่งก็สามารถเกาะกลุ่มไปกับคนเก่งๆได้อย่างงี้ ข้อเสนอนี้ก็กินใจพวกไร้ศักยภาพไปเต็มๆ แต่ก็นะถึงยังไงถ้าเป็นเธอ แยกกับเพื่อนๆหน่อยก็ไม่เห็นเสียหายอะไรอุตส่าห์ดั้นด้นมาสมัครถึงนี่แล้วนี่นา  เมื่อกรรมการเห็นว่าเหตุการณ์เริ่มสงบลง  จึงประกาศต่อว่า “เราจะสุ่มจับกลุ่มละ 5 คน คนที่ได้หมายเลขเดียวกันอยู่กลุ่มเดียวกัน” กรรมการหนุ่มเอ่ย ทันใดนั้นก็มีกระดาษสีขาวปลิวออกมาเป็นร้อยๆใบซึ่งจุดกำเนิดคือมือของชายหนุ่มบนเวที  แล้วกระดาษใบหนึ่งก็ปลิวมาตกลงบนมือเพนนี คิกๆ เมื่อกี้เธอเหลือบไปเห็นคนผู้ชายคนข้างๆที่ใส่เสื้อสีแดงแกล้งเอามือหนีกระดาษด้วยแหละแต่กระดาษนั่นก็ยังตามไปติดอยู่ที่มือคนนั้นอยู่ดี ชายคนนั้นคิดจะใส่เสื้อสีแดงไปทำภารกิจในป่าจริงๆเหรอเนี่ย นี่คงเป็นเวทย์มนต์อีกอย่างสินะ กระดาษที่เธอได้มีเลขเขียนด้วยหมึกสีทองเป็นเลข 7 อืมแสดงว่าเธออยู่กลุ่ม 7 สินะ แต่คนที่อยู่ข้างๆเธอได้เลข 43 เอ่อ กลุ่มมีเยอะขนาดนั้นเชียว กรรมการหนุ่มบนเวทีประกาศออกมาอีกว่า กลุ่ม 1-10ให้ไปอยู่บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ทางด้านซ้ายของสำนักงาน  คงหาง่ายขึ้นล่ะทีนี้  เมื่อเธอเดินไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นที่ว่าเธอก็เห็นเป้าหมายแรก เป็นหญิงสาวร่างเล็กผมสั้นแค่บ่าในมือถือกระดาษที่มีเลข 7 ซึ่งเธอคนนั้นกำลังชะเง้อหาเพื่อนในกลุ่มอยู่ เพนนีจึงรีบเดินเข้าไปหาสาวน้อยคนนั้นทันที เมื่อมองใกล้ขึ้นจึงเห็นว่าชุดที่เธอใส่อยู่ไม่ใช่ชุดที่คนที่นี่มักใส่กัน คงเป็นคนของเผ่าอะไรสักอย่าง
“สวัสดีจ้ะเธออยู่กลุ่ม 7 ใช่ไหม”เพนนียังคงถามด้วยความแน่ใจ
“เฮ้อ!เจอสักที จ้ะฉันอยู่กลุ่ม 7 แล้วเธอเจออีก 3 คนหรือยัง”เรนาถามกลับ แล้วทั้งสองคนก็บอกชื่อกันและกัน
“ฮื่อ ยังไม่เจอหรอกแต่ต้องอยู่แถวนี้แหละ อ๊ะนั่น!” เพนนีชี้ไปที่ผู้หญิงชุดดำคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกล “นี่เธอกลุ่ม 7 มาทางนี้สิ!”แล้วเมื่อสาวสวยคนนั้นหันมาเห็นเลข 7 บนกระดาษที่เพนนีชูขึ้น ก็เดินมาสมทบกับเธอ
“ก็เหลืออีก 2 คน นั่นๆๆ เพนนีเรียกเลยๆ” เพนนีหันไปเรียกผู้หญิงอีก 2 คนที่กำลังเดินมาทางนี้พอดี “เย้ หาตั้งนานอยู่ที่นี่กันทั้ง 3 คนเลย” ผู้หญิงคนหนึ่งที่มีผมหยักศกสีทองพูดขึ้นพร้อมทำท่า เฮ ประกอบ เอ่อ...ถึงอย่างงี้แต่เธอก็อายคนเป็นนะ เพื่อนที่มากับผู้หญิงผมทองสะกิดพร้อมดึงมือเพื่อนลงมา “สวัสดีจ้ะ ฉันชื่อเอรีโรนนะเรียกว่าเอรีนก็ได้ ส่วนนี่ชื่อพาเมล่า เอ่อต้องเรียกเธอว่าพาเมล่านะ”
“ฉันชื่อเบลลีน”เบลลีนบอกสั้นๆแค่นั้นแล้วทุกคนก็หันไปฟังสิ่งที่กรรมการประกาศต่อ “กลุ่มที่รวมตัวกันครบแล้วให้ไปที่ทางเข้าป่าโคลน ที่นั่นจะมีด่านทดสอบด่านแรกอยู่ โดยทุกคนต้องผ่านด่าน ‘หุ่นเวทย์มนต์’ ไปให้ได้จึงจะสามารถเข้าไปตามหาลูกแก้วทั้ง 4 ในป่า”
“หุ่นเวทย์มนต์? มันคืออะไรน่ะ”เพนนีถามถึงบางอย่างที่เธอไม่เคยรุ้จักมาก่อน ทำให้ทุกคนสงสัย ทำไมเพนนีถึงไม่รู้จัก แต่พาเมล่าก็หันมาตอบให้ “ก็หุ่นที่มีพวกนักเวทย์เสกให้หุ่นมีชีวิตไง ก็ไม่มีชีวิตหรอกนะแค่ขยับได้แล้วแต่คนจะร่ายเวทย์ให้ทำอะไร”
“แล้วก็ถ้าเป็นนักเวทย์ฝึกหัดเป็นคนที่สั่งหุ่นก็จะมีประสิทธิภาพต่ำกว่าคนที่เป็นพวกนักเวทย์อาชีพน่ะ”แล้วเรนาก็มาขยายความเพิ่ม อืม...จากที่เพนนีคิด หุ่นเวทย์มนต์ของที่นี่คงเหมือนพวกหุ่นสมองกลของโลกที่เธอเคยอยู่ ที่สามารถคีย์คำสั่งแล้วสั่งให้มันทำอะไรตามที่ต้องการต่างกัน แต่ที่นี่ใช้เวทย์มนต์ ส่วนที่โลกใช้ไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่ 
สำหรับด่านแรก เบลลีนบอกว่ามีไว้คัดพวกที่หวังรางวัลแต่ดันไม่เจียมสังขารตัวเองออกไปเท่านั้น พวกหุ่นเลยอยู่ระดับต่ำและระดับกลาง แล้วเพนนีก็ได้เห็นหุ่นเวทย์มนต์ที่ว่า หุ่นนั่นมีขนาดใหญ่กว่าตัวเธอถึง 3 เท่า ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 3 ตัว
การต่อสู้ได้เริ่มขึ้นเมื่อหุ่นตัวแรกตรงเข้าไปหาเบลลีน เพนนีคิดว่าหุ่นนี่ไม่มีสมองแหงๆเริ่มก็ไปที่เบลลีนเลย แต่เบลลีนไม่ปล่อยให้หุ่นนั้นโดนตัวเธอสักนิด เบลลีนท่องอะไรบางอย่างแล้วตวัดมือเป็นแนวเฉียงจากนั้นก็มีแสงสีดำแวบออกมาจากมือเธอกับตัวหุ่น จากนั้นหุ่นผู้โชคร้ายก็ขาดครึ่งท่อน เพนนีบอกแล้วว่าหุ่นนั่นโง่มาก  ขณะเดียวกันทางด้านเอรีนที่เตรียมธนูมาไว้ในมือก็ใช่ร่างเล็กๆของเธอไต่ขึ้นไปบนตัวหุ่นอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงบนหัวของหุ่นเธอก็ดีดตัวตีลังกาบนอากาศพร้อมกับปล่อยลูกธนูที่มีไอเวทย์มนต์แผ่กระจายออกมา จาก1 เป็น 10 ดอกแล้วปักเป็นรูปวงกลม ที่กลางหัวของหุ่นพอดี จังหวะที่หุ่นชะงักพาเมล่าก็พุ่งตัวเข้าไปใช้ดาบเล็กปราดเปรียวฟันตรงบริเวณขาของหุ่นทั้งสองข้าง อย่างรวดเร็วและเป็นรูปแบบ จากนั้นพาเมล่าก็กระโดดออกมายืนข้างๆเอรีนที่ยืนรออยู่แล้วแล้วทั้งสองก็เอามือข้างซ้ายมาประกบกันแล้วพูดออกมาพร้อมกันว่า “อัคคีวายุประสาน”จากนั้นหุ่นนั่นก็มีไฟลุกที่ขาทั้ง 2 ข้าง จากนั้นก็มีลมจากบริเวณหัวของหุ่นมาเป็นตัวนำไฟไปเผาไหม้ยังจุดอื่นๆ อลังการชะมัด
จากนั้นก็เหลือหุ่นอีกหนึ่งตัว เป็นหุ่นระดับกลางเพราะตัวใหญ่กว่าหุ่นอีกสองตัวและรวดเร็วกว่าด้วย  หุ่นโจมตีใส่พาเมล่าแต่ยังดีที่พาเมล่าใช้ดาบรับไว้ทันแต่กระนั้นแรงกระแทกก็ทำให้เธอล้มลงไปกับพื้น เบลลีนจึงวิ่งเข้ามาใช้แซ่ที่เปลี่ยนจากหนังมาเป็นเหล็กแล้วพัดสะกัดมือของหุ่นที่กำลังจะทุ่มซ้ำลงบนตัวพาเมล่า  หุ่นจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาที่เบลลีน แต่คราวนี้หุ่นเร็วกว่าเบลลีนเธอจึงถูกเล็บของหุ่นข่วนจนแขนได้เลือดแต่เธอยังไม่ยอมแพ้ ฝากแผลไว้ที่แขนของหุ่นตัวนั้นด้วยเช่นกัน เป็นแผลลึกจนเกือบขาด...แล้วเบลลีนจึงหลบออกไป เรนาก็วิ่งเข้าไปรักษาแผลของเบลลีนทันที ส่วนเพนนีที่ไม่มีโอกาสได้เกี่ยวข้องกับหุ่นสองตัวแรก เธอเลยคิดว่าหุ่นตัวนี้คงต้องร่วมมือกัน เพนนีเรียกคทาที่ยอดประดับด้วยอัญมณีทรงเพชรสีฟ้าใสและตรงฐานอัญมณีมีกระดิ่ง 2 อันติดอยู่  ทุกครั้งที่เธอขยับตัวเสียงกระดิ่งก็จะดังขึ้นเสมอ แต่กระดิ่งนั่นไม่ใช่ของประดับตกแต่งแน่แต่ทุกครั้งที่เสียงของกระดิ่งสั่นเวทย์ในตัวเธอจะทำงานแล้วเสียงของกระดิ่งเป็นเหมือนสิ่งกระตุ้นให้เวทย์มนต์ของเธอแข็งแกร่งขึ้น ในทางกลับกันคทาก็จะคอยดูดเวทย์มนต์ส่วนหนึ่งของเธอเก็บไว้ที่อัญมณีเช่นกัน  เพนนีวาดคทาเป็นรูปดาวจากนั้นก็ท่องอะไรบางอย่างทำให้เกิดแสงสีฟ้าใสพุ่งออกมาจากคทาส่งผลให้หุ่นล้มลง  พาเมล่าที่ลุกขึ้นมาได้พุ่งเข้าใส่หุ่นอีกครั้งคราวนี้เธอปักดาบลงกับพื้นดินตรงหว่างขาของหุ่นจากนั้นก็มีคลื่นพลังผ่ากลางตัวหุ่นจนขาดเป็นสองท่อน หึ หึ ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต..
เบลลีนรู้สึกถึงเวทย์มนต์ที่แปลกประหลาดตั้งแต่เพนนีเรียกคทาออกมา ทำให้เธอสัมผัสกลิ่นอายเวทย์มนต์จากตัวผู้หญิงคนนั้นได้ชัดขึ้น มันเป็นกลิ่นอายแบบที่เธอไม่เคยเจอมาก่อน ดูท่าเพนนีคงมีอะไรไม่ปกติเป็นแน่
ในที่สุดกลุ่มของเพนนีก็ผ่านด่านหุ่นมหาประลัยมาได้  แต่สิ่งที่กรรมการประกาศหลังจากทุกกลุ่มสิ้นสุดการต่อสู้กับหุ่น ก็ทำเอาเพนนีแอบอึ้งนิดๆ เพราะจากทั้งหมด 49 กลุ่ม มีกลุ่มที่ชนะหุ่นได้เพียง 12 กลุ่มเท่านั้น นอกนั้นคงต้องกลับบ้านไป แต่ว่ากรรมการยังบอกรายชื่อบุคคลที่อนุญาตให้รวมกลุ่มกันใหม่แล้วแข่งต่อเพราะที่แพ้คงถูกพวกกระจอกกินแรงไปแน่ๆ รายชื่อมีทั้งหมด 10 คน ดังนั้นกลุ่มที่ได้เข้าไปทดสอบในป่าโคลนจึงมีด้วยกัน 14 กลุ่ม
 
 
  

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 136 ท่าน