Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
Tricky Boy รักล้นๆเต็มหัวใจให้นายเจ้าเล่ห์
Phwang-ka
กำแพงกั้น
3
16/10/2554 17:30:34
809
เนื้อเรื่อง

2
กำแพงกั้น

Yeazun   said :

            ‘รีบพูดมาสิ ฉันฟังอยู่’
            ระดับเสียงของผมเพิ่มมากขึ้น ไอ้ซันจินกดมือลงบนหัวไหล่ของผมอีกครั้งเพื่อเตือนสติ ผมไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย เธอดันเข้ามาอยู่ที่นี่กับพวกเราไม่ถูกเวลาเอง เหมือนกับมาเป็นตัวถูกระบายอารมณ์ที่เดือดยังไม่หยุดของผมซะงั้น อันนี้ผมก็ช่วยไม่ได้นะ
             ผมมันเป็นพวกหงุดหงิดง่าย หรือรวมๆ แล้วเรียกว่าใจร้อนนั่นล่ะ ยัยอะไรนะ อ้อ พาราโบลา ฮึ!ชื่ออะไรกันวะยาวเป็นบ้า รู้สึกจะเป็นบทเรียนหนึ่งในคณิตศาสตร์ที่ผมเคยเรียนผ่านมาตอนมัธยมต้น แปลกคนพิลึก แล้วไอ้พวกเพื่อนบ้านี่ก็อีก จะเห่อยัยนี่ไปถึงไหนกัน ทำอย่างกับไม่เคยเจอผู้หญิง ทุกวันก็เห็นมันควงไม่เคยซ้ำหน้าเหมือนกันกับผม ใช่!ก็ผมมันเลวนี่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ
              แต่ไอ้ซันจินที่สนิทกับผมที่สุดน่ะไม่เท่าไหร่ หมอนี่เป็นพวกคุณชาย สุภาพบุรุษ เฮอะ! อันนี้ผมไม่แคร์
              และก็ยังมีไอ้ยูวอน ไอ้จีโฮ อีกที่นิสัยถอดแบบกันเป๊ะ กับไอ้เพื่อนรักของผม แต่ก็ยังไม่ดีเท่า
              ส่วนไอ้สองคนที่เหลือ ผมคงต้องไม่เสียเวลามาพูดถึง มันสองคนน่ะสนิทกันอย่างอะไรดี เจ้าชู้ เลว เจ้าเล่ห์ เถื่อน ชอบความท้าทายอย่างเช่น แข่งรถ ประเภทนี้น่ะเหมือนกันกับผมเป๊ะ (อ้าว ไหนวกกลับมาหาตัวเองอย่างนี้ล่ะเนี่ย)
               เพราะเป็นอย่างนี้ไงผมถึงรีบวางช้อนซะดังให้ยัยโบลาตกใจเล่นๆ ไหนๆ เธอก็มองว่าผมมันเลว เกลียดขี้หน้าเธอตั้งแต่แรกแล้วนี่ โดยที่ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมก็จะทำให้มันเลวยิ่งกว่านี้อีก
              ถึงยัยนี่จะหน้าเหมือน...ก็เถอะ
 
              เคร้ง!

             ฉันที่กำลังพูดอยู่กับจีโฮก็เป็นต้องได้หยุดบทสนทนากลางคัน หลังจากที่ได้ยินเสียงช้อนกระทบกับจานดังลั่น ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่เขาเป็นจุดเดียว
              เยซุน...
              ฉันได้รู้ชื่อของเขาจากจีโฮที่ส่งซิกบอกอยู่ใกล้ๆ คงไม่ต้องเดาก็รู้ว่าอีตาคนนี้น่ะเหมือนจุนโฮ แล้วเขาเป็นอะไร ทำท่าทางอย่างกับเกลียดขี้หน้าใครในโต๊ะอาหารนี่ล่ะ
              “เป็นอะไรฮะไอ้ซุน” เชจุงโวยวายขึ้น ท่าทางอีตานี่จะระเบียบจัดน่าดู สมแล้วที่เป็นเขา
              “สงสัยกระดูกติดคอ” นี่ก็เป็นเสียงพี่จองวา พูดจาได้กวนติงดีแท้
              “หรือแกอยากจะลองบ้างฮะ” เยซุนตะคอกกลับก่อนที่จะตวัดหางตามามองทางฉันและเอ่ยขึ้นกลางโต๊ะอาหาร
              “ฉันกินไม่ลง!ฝากเก็บจานด้วย”
              “ก็ได้ๆ” พี่ซันจินผงกหัวตอบรับนายเยซุนที่เดินย่ำเท้าดังปึงปังขึ้นไปข้างบน อันที่พูดเมื้อกี้คงจะไม่ได้หมายถึงฉันหรอกใช่มั้ย อีตานี่ยิ่งดูท่าจะไม่ค่อยถูกชะตากับฉันอยู่
              “เป็นบ้าอะไรของมัน” แม้แต่พี่ยูวอนที่นั่งเงียบมานานก็อดไม่ได้ที่จะบ่นให้กับท่าทีของเขา
              วันแรกของการมาอยู่ที่นี่ ดูท่าจะผ่านไปได้ด้วยดี...รึเปล่า
 
               (22 พฤษภาคม 25xx)
               เช้าวันนี้เป็นวันจันทร์ ซึ่งฉันก็ต้องไปโรงเรียน ฉันตรวจดูความเรียบร้อยของชุดยูนิฟอร์มของนักเรียน  Be excellent international high school เฮ้อ!ยาวมั้ย ที่ฉันเพิ่งทำการย้ายมาเรียนที่นี่เป็นวันแรก จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้
              ยูนิฟอร์มของที่นี่เป็นสีแดง ขาว ดำ กระโปรงลายสก็อตตัดลายขวางสีแดงกับสีดำ สูทสีดำทั้งชายและหญิง จะต่างกันก็แค่ผู้หญิงจะใส่เสื้อด้านในสีขาว เน็คไทสีแดง ส่วนผู้ชายจะใส่เสื้อสีขาว เน็คไทสีดำ และผู้ชายจะใส่กางเกงขายาวทั้งหมด
             แปลกตาดีจัง เหมือนเด็กยุ่นปี่เลยอ่ะ แต่โทษทีเหอะ นี่มันเมืองไทยนะ ร้อนจนตับจะออกมาเต้นให้ดูแล้วยังต้องใส่สูทอีก ก็อย่างว่าน่ะแหละโรงเรียนนานาชาตินี่นะ ดูกี่ทีกี่ทีก็ไม่เหมือนใคร
            ฉันลืมบอกว่ายังมีโรงเรียนหนึ่งที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของถนน ชื่ออะไรนะ อ้อ Skill international high school ที่มีผู้อำนวยการโรงเรียนคนเดียวกันเป็นคนบริหาร ซึ่งก็คือพ่อของนายเยซุนนั่นเอง ถ้าพี่ซันจินไม่บอกฉันคงจะไม่มีวันรู้เลยว่านายนี่เป็นถึงลูกผู้อำนวยการโรงเรียน งั้นก็แสดงว่ารวยจนถึงขั้นเกินคำว่ามีอันจะกินแล้วสินะ
                ณ ตอนนี้ ขณะนี้ เวลานี้ ฉันมาหยุดยืนอยู่หน้าโรงจอดรถของ B.E.I. กับพวกหกคนนี่ ทุกสายตาของเหล่านักเรียนที่อยู่ที่นี่ต่างพากันจ้องมองทางเราเป็นพิเศษ มองจนลูกตาจะทะลุออกมานอกเบ้าให้ได้ยังไงอย่างนั้น ทำอย่างกับไม่เคยเห็นคนสวยท่ามกลางหนุ่มหล่อทั้งหก
                อิๆ พูดแล้วเขิน
                จนตลอดทางเดินที่ขึ้นมาบนห้อง พวกนักเรียนของที่นี่ก็ยังไม่หยุดมองพวกเรา จะอะไรกันนักหนาฟะ มองนานแบบนี้มันก็อึดอัดนะเฟ้ย
                โต๊ะเรียนของฉันถูกจัดให้นั่งแถวสองตรงกลางระหว่างพี่จองวากับ
เชจุง ข้างหน้าสองโต๊ะเป็นของพี่ซันจินกับเยซุน ส่วนข้างหลังอีกสองโต๊ะติดกันที่เหลือเป็นพี่ยูวอนกับจีโฮ
                สงสัยปีนี้คงจะถึงปีดวงมหาโชคมหาลาภของฉันแน่ๆ มองไปทางไหนก็มีแต่ผู้ชายกับผู้ชายล้อมรอบไปหมด แต่ฉันคงจะไม่กล้าหันซ้ายหรือขวาบ่อยครั้งนักหรอก คงจะไม่ปลอดภัยถ้าทำอะไรขัดหูขัดตาพวกเขา
                “อ้าว ทุกคนฟังทางนี้ ท่านประธานมีคนจะแนะนำให้รู้จัก” เชจุงเดินออกตะโกนสั่งเพื่อนๆที่หน้าห้อง และทุกคนก็กลับมานั่งที่รอฟังว่าพี่ซันจินจะพูดอะไร ดูพวกเขาจะยอมทำตามนายเชจุงง่ายจังนะ เหมือนมันมีอะไรที่มากกว่านั้นที่ฉันไม่รู้ แต่ฉันก็ไม่กล้าถามอยู่ดี...
                “วันนี้ผมจะแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับพาราโบลา เธอย้ายมาเข้าที่นี่และจะอยู่ห้องนี้กับพวกเรา ขอเชิญให้ โบลาออกมาแนะนำตัวกับเพื่อนๆ หน่อยสิครับ”
                “คะ?” ฉันมองพี่ซันจินไม่กะพริบตา จะให้ฉันออกไปแนะนำตัวกับทุกคนที่เอาแต่จ้องฉันตั้งแต่ลงจากรถจนถึงตอนนี้ก็ยังคงไม่เลิกจ้องฉันเนี่ยนะ โอ้ว~
                “ไปสิพารา” คงไม่ต้องบอกว่านี่เป็นเสียงของใคร ถ้าไม่ใช่นายจีโฮ ที่ไม่ยอมเรียกฉันว่าโบลาแต่เรียกเป็นพาราแทน ด้วยเหตุผลที่ว่าจะได้ไม่เหมือนใคร
                ฟังดูขึ้นมั้ย?
                แต่ช่างเถอะ...เรื่องนี้เอาไว้ก่อน
                “เร็วๆ สิ เสียเวลาจริง” ทำไมอีตาเยซุนชอบกัดฉันจังนะ ไม่ต้องแสดงขนาดนี้ก็ได้ว่าเกลียดฉัน
                ฉันหันหลังไปขอความเห็นกับพี่ยูวอน เขาแค่ผงกศีรษะให้แทนการพูด คราวนี้ถึงจะกล้าๆ กลัวๆ บ้างก็เถอะกับนายสองคนข้างๆ นี่ แต่คราวนี้จำเป็นต้องขอความเห็น
                “กล้าหน่อยสิ” เชจุงเร่ง
                “ขอเสียงปรบมือหน่อยทุกคน” พี่จองวาหันไปสั่งทุกคนในห้องที่ยอมทำตามแต่โดยดี คนนี้ก็อีกคน ทุกคนยอมทำตามอย่างว่าง่ายเหมือนตอนที่เชจุงสั่งไม่มีผิด สักวันฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่าเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่
               
                แปะๆ
                มัวแต่นั่งอยู่เฉยๆ คงจะไม่ดีแน่ ฉันเลยต้องลุกขึ้นและเดินไปยืนอยู่ข้างๆ พี่ซันจินที่หน้าห้อง รู้สึกประหม่านิดๆ แฮะ
               “เชิญเลยครับ” พี่ซันจินพูดเปิดทางให้
               “ยินดีที่ได้รู้จักทุกคน ฉันพาราโบลา ขอฝากเนื้อฝากตัวกับทุกคนด้วยนะ ถ้ามีอะไรที่ฉันทำผิดพลาดก็ขอให้เตือนฉันด้วย ขอบคุณค่ะ” ฉันโค้งศีรษะลงหนึ่งที
               “เฮอะ!ขอฝากเนื้อฝากตัว ทำไมไม่เชิญไปถึงห้องนอนเลยล่ะ”
               กรอด~เอาอีกแล้วนะ ถ้าฉันไม่เกรงใจคนอื่นในห้องป่านนี้ฉันคงจับรองเท้าปาใส่หัวอีตานี่ไปแล้ว ฮึ่ย!
               “ขอเสียงปรบมืออีกครั้งหนึ่งด้วยครับ” พี่ซันจินพูดปิดท้ายประโยคก่อนที่ฉันจะเดินกลับมาที่โต๊ะด้วยอารมณ์คุกรุ่นเล็กน้อย

               แปะๆ
               การเรียนตลอดภาคเช้าเป็นไปอย่างราบรื่น ถ้าไม่ติดที่มีเสียงมารมาคอยขัด อย่างเช่นตอนนี้ที่โรงอาหาร โต๊ะของพวกเราถูกจัดเอาไว้เป็นพิเศษเป็นวงกลมที่มีที่นั่งประมาณสิบสองที่เห็นจะได้ ทุกคนต่างร้องโหวกเหวกโวยวายเสียงดัง
               “น้ำหวานของจองวาอร่อยกว่าแม่ค้าทำซะอีกนะฉันว่า” จีโฮโพล่งขึ้น นายนี่ก็ยังไง ชอบทำตัวเหมือนมีซัมธิงกับพี่จองวางั้นแหละ
               “อะไรๆก็เป็นจองวาหมดน่ะแหละถ้าเป็นความคิดของนายน่ะ”
               “อ้าว!ย้อนกันอีกแล้วนะยู”
               “จริงๆนี่” ดูท่าพี่ยูวอนจะแอบขำท่าทางของจีโฮที่ใช้ลิ้นเลียน้ำหวานรอบริมฝีปากไปมา อ๊ะ!น่ารักจังเลย
               “อ้าว!เฮ่ย!!!” เยซุนร้องขึ้น
               “นายเป็นอะไร” ฉันลองถามเขาดู หลังจากที่เห็นก้มๆเงยๆอยู่หน้าชามก๋วยเตี๋ยวของตัวเอง
              “ใครขโมยลูกชิ้นของตูไปฟะ” เขาไล่สายตาไปรอบๆโต๊ะและหยุดอยู่ที่เชจุง
              “อย่ามองแบบนั้นสิฟะ ตูเปล่านะ” เชจุงรีบปฏิเสธความผิดที่ตัวเองไม่ได้ก่อทันที
              “แต่ฉันรู้” จีโฮเอ่ยขึ้น พอที่จะทำให้เยซุนเปลี่ยนจุดไคลแมกซ์ไปทางเขาทันที
              “ใคร? ลองบอกมาซิ”
              “เอาอย่างนั้นเหรอ” จีโฮพยายามต่อรอง
              “เออ!!!” เยซุนตอบเสียงห้วน
              “ก็...”
              “แคกๆ”
              “เป็นอะไรของนายน่ะจอง” พี่ยูวอนถามขึ้นเพราะเขานั่งอยู่ติดกัน นี่ฉันลืมบอกไปใช่มั้ยว่าพวกเราทั้งหมดนั่งกันยังไง เริ่มจากฉันวนไปทางซ้ายเป็นพี่ซันจิน พี่ยูวอน พี่จองวา เชจุง เยซุน และก็จีโฮปิดท้ายนี่ล่ะ พอจะเดาออกใช่มั้ย
               “ก็เอ่อ...เปล่า” พี่จองวาอึกอัก
ถ้าฉันเดาไม่ผิด คนที่ขโมยลูกชิ้นจากชามของนายเยซุนไปก็คงจะเป็นพี่จองวาแน่ๆ สังเกตจากสายตาที่กลอกไปมานั่น
             “ฉันคงไม่ต้องบอกนายแล้วมั้งซุน” จีโฮแกล้งตอบยั่วโมโหพี่จองวาเล่น
              “อือ ตูรู้ละ” เยซุนตีตะเกียบเสียงดัง
              “แกขโมยลูกชิ้นฉันไปใช่มั้ยวะไอ้จอง”
              “เออ! ฉันนี่แหละเป็นคนเอามาเอง และไอ้ที่บอกน่ะอยู่ไม่สุขแน่ กรอด~” รอยยิ้มเหี้ยมกับสายตาดุๆนั่นตวัดไปมองที่จีโฮทันที ง่ะ ขนลุกแทน
              “ฉันสิวะฝากไว้ก่อนเหอะ” เยซุนพูดทีเล่นทีจริง
              "ก็ฉันอุตส่าห์จะเก็บไว้กินเป็นสุดท้ายแต่แกกลับมาเอาของฉันไปได้นะไอ้จอง เซ็งเลย" เขามันพวกเดียวกันนี่ ดำ!!!
                “เออ รีบมาเอาคืนล่ะ” พี่จองวาตอกกลับ
                “มัวทะเลาะกันอยู่นั่นล่ะคุณเพื่อน ทานข้าวได้แล้วนะครับ” ในที่สุดพี่ชายฉันก็ตัดปัญหาได้
                เงียบไปสักพักพี่จองวาก็เคาะช้อนกับส้อมเสียงดัง อย่าบอกนะว่ามีอะไรเกิดขึ้นอีก
                “ฉันเพิ่งจะนึกได้”
                “อะไร” เยซุนถาม
                “เมื้อกี้ตอนฉันขโมยลูกชิ้นของแก สเต็กของฉันยังเหลือสองชิ้นนี่หว่า แล้วทำไมตอนนี้มันเหลือแค่ชิ้นเดียวล่ะ ใครขโมยสเต็กฉันไปวะ” คราวนี้พี่จองวาเป็นคนจ้องหน้าทุกคนบนโต๊ะแทน
                “เฮ่ย!ฉันเปล่านะ” พี่ยูวอนปฏิเสธ
               “ไอ้เช แกเคี้ยวอะไรอยู่ในปากตุ้ยๆวะ” พี่จองวาหันไปถามอีกคนแทน
               “แคกๆ”
               “เป็นอะไรมากรึเปล่า” ฉันถามออกไป สีหน้าเชจุงดูจะแหยๆ
               “เปล่าๆ” เขารีบปฏิเสธ
               “อย่างนี้มันมีพิรุธนะฉันว่า” พี่ซันจินสันนิษฐาน
               “ฉันก็ว่างั้น” ฉันออกความเห็นบ้าง
               “เฮ่ย จัดการ!!” พี่จองวาหันไปสั่งเยซุนที่นั่งขนาบข้างเชจุงอีกด้าน
               “สนองให้” เยซุนพูดแค่นั้นก่อนจะลุกขึ้นไปจับแขนทั้งสองข้างของเชจุงไว้ ส่วนพี่จองวาใช้มือบีบปากเชจุงให้อ้าขึ้น
               ปะ...ป่าเถื่อน
               “สเต๊กตู หมดกัน” ร้องโอดครวญอย่างเสียดาย
               “ฉันแค่ชิมเองนะ” เชจุงพยายามแก้ตัว
               “ชิมบ้านแกน่ะสิอันเบ้อเริ่มจนจะติดคออยู่ทนโท่แล้วไอ้นี่ก็....ชิ!”
               “เออๆ โทษก็ได้วะ”
               “เฮอะ”
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 239 ท่าน