Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
Tricky Boy รักล้นๆเต็มหัวใจให้นายเจ้าเล่ห์
Phwang-ka
เริ่มต้นแบบงงๆ*๐*
2
16/10/2554 19:55:55
737
เนื้อเรื่อง

บทนำ

                        เอ่อ...เริ่มต้นแนะนำตัวตามคอนเซ็ปต์ของนางเอกนิยายเนี่ยเค้าทำกันแบบไหนเหรอ ต้องให้ฉันร่ายประวัติตั้งแต่เกิดจนตอนนี้จะสิบแปดอยู่แล้วรึเปล่า หรือว่ายังไง? ถ้ารู้ช่วยบอกฉันด้วยละกัน จะรับเอามาพิจารณา
                แต่ตอนนี้ฉันขอเล่าประวัติคร่าวๆของตัวเองก่อนละกัน
                ฉันชื่อพาราโบลา แปลกมั้ย? แต่ฉันก็ชอบมันอยู่ดี เพราะแม่ฉันเป็นคนตั้งให้ ท่านเป็นคนที่ชอบเรียนคณิตศาสตร์มากมาย นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ฉันมีชื่อแบบนี้
                เหตุผลต่อมาคือตอนนี้ฉันใช้ชีวิตและอาศัยอยู่กับพ่อแค่สองคน ถ้าถามถึงแม่ตอนนี้ท่านคงจะมีความสุขอยู่บนฟ้าตั้งแต่ฉันยังไม่ถึงห้าขวบดี พ่อบอกว่าตอนนั้นแม่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ซึ่งฉันก็เข้าใจหัวอกของท่านดีว่ารู้สึกยังไงบ้าง ฉันเลยต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างนี้แค่สองคนพ่อ...ลูก
                ทุกๆวันหลังจากเลิกเรียนฉันจะต้องกลับมาทำอาหารเย็นไว้รอทานกับพ่อ นี่เป็นเวลาเดียวตลอดทั้งวันที่ฉันจะได้เจอหน้าพ่อ ท่านมักจะออกไปทำงานตั้งแต่เช้า กว่าจะเจอกันได้ก็ตอนเย็นนี่ล่ะ พ่อฉันนะหาตัวจับยากอย่างกับดารา~
                จึงมีบางครั้งที่ฉันนึกสงสารพ่อที่ต้องทำงานไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน เพื่อหาเงินส่งฉันเรียน ครอบครัวเราก็ไม่ได้มีเงินล้นฟ้ามาจากไหน การที่จะอยู่รอดจึงต้องทำงานหาเงิน โดยเฉพาะตัวฉันแล้วก็พอจะมีเงินเก็บอยู่บ้าง พอที่จะซื้อม้าขี่เล่นประมาณสามตัว
             ส่วนของพ่อน่ะไม่รู้...

แกรก~
              เสียงไขประตูบ้านดังขึ้น สงสัยพ่อคงจะกลับมาแล้ว วันนี้ทำไมแปลกๆ ทุกวันจะกลับสองทุ่มประจำ แต่ทำไมวันนี้พ่อกลับตั้งแต่หกโมงเย็นได้ล่ะ แปลก...จริง
             ฉันเลิกสงสัยและเดินไปช่วยรับกระเป๋าของพ่อมาวางไว้โต๊ะ ต่อด้วยไปหยิบแก้วน้ำเย็นๆกับอาหารมาวางไว้บนโต๊ะอาหารในครัวที่พ่อนั่งอยู่ก่อนแล้ว ส่วนฉันนั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม จัดการตักข้าวใส่จานให้ตัวเองและพ่อเรียบร้อย
           “วันนี้โบลาทำแกงฟักกับข้าวหมูกระเทียมของโปรดพ่อด้วยนะ” ฉันตักอาหารให้พ่อที่ยิ้มตอบรับ
            “นั่นมันของโปรดเราไม่ใช่เหรอลูก”
            อุ๊ย!รู้ทันอีกละ
            “ก็แหม...แหะๆ”
            “จริงๆเลยลูกคนนี้ แต่ยังไงพ่อก็ชอบทานหมดล่ะ ถ้าลูกเป็นคนทำ”
            “โบรักพ่อค่ะ” ฉันยิ้มให้ท่านพลางก้มหน้าทานข้าว
            “จ้า พ่อก็รักลูก...รักมากๆด้วย”
            “หือ” ฉันหยุดทานข้าวและเงยหน้าไปมองพ่อ ช่วงนี้ทำไมพ่อชอบพูดจาแปลกๆ ถ้านับดีๆแล้วล่ะก็ไอ้อาการแบบนี้เป็นมาได้สักหนึ่งเดือนดีๆนี่เอง
             “เปล่าลูก”
             “เหรอคะ”
             “จ้า”
             “ค่ะ” ฉันตอบรับพ่อแม้ใจจริงจะไม่อยากเชื่อเท่าไหร่ก็ตาม พอทานข้าวเสร็จฉันก็จัดการล้างจานชามเก็บเข้าที่เรียบร้อย พ่อก็ยังนั่งอยู่ท่าเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือใบหน้าที่เริ่มเครียด คิ้วเริ่มขมวดเข้าหากันแน่น ฉันเห็นดังนั้นเลยเดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามทันที
               “พ่อคะ”
               “โบ” พ่อหันมาจ้องฉัน
               “คะ” มันต้องมีอะไรที่ฉันไม่รู้แน่ๆ ร้อยวันพันปีพ่อไม่เคยมีท่าทีอย่างนี้ ฉันล่ะอยากรู้จริงๆ
               “พ่ออยากให้รู้ว่าพ่อรักลูกมากนะโบ”
               “อันนี้หนูรู้ตั้งนานแล้วค่ะ”
               “ลูกจำเรื่องที่พ่อเคยเล่าให้ฟังได้มั้ย”
               “เรื่องที่หนู...มีพี่ชาย”
               “ใช่ !”
               “ทำไมเหรอคะ”
               “เปล่า พ่อแค่อยากบอกว่าให้ทำตัวดีๆนะลูกถ้าเจอเขา”
               “หนูไม่เข้าใจ”...จริงๆแล้วพ่อต้องการจะสื่ออะไรกัน
               “สักวันหนูจะเข้าใจ”
               “พ่อ!!”
               “จ๊ะ”
              ...ทำไม นี่ฉันเป็นอะไรไปนะ ภาพของพ่อที่เริ่มพร่ามัวเหมือนมีควันไฟจากไหนมาบดบังเอาไว้นี่มันเกิดอะไรขึ้น ใครก็ได้บอกฉันที ฉันรับรองเลยว่าอีกไม่นานเปลือกตาทั้งสองข้างของฉันต้องปิดลงแน่ๆ มันเหมือนกับ...ระ...หรือว่า?
              เป็นไปไม่ได้ พ่อจะต้องไม่มีวันทำกับฉันแบบนี้ ไม่จริง!ฉันไม่เชื่อ...
             “โบลูกเป็นยังไงบ้าง” พ่อโบกมือไปมาตรงหน้าฉัน
             “หนูมองไม่เห็น” ปากก็พยายามพูดตอบคำถามพ่อออกไป สมองในตอนนี้เริ่มมึนจนคิดอะไรไม่ออก เปลือกตาก็พลันแต่จะหลับลง นี่สรุปแล้วฉันโดนวางยาใช่มั้ย? แล้วฉันถูกวางยาตอนไหน ระ...หรือว่า? ใช่!!ตอนที่ฉันเผลอเดินไปยกถ้วยแกงนั่น

              แง~ พ่อนะพ่อ

              “พ่อใส่อะไรลงไปในข้าวหนู”
              “ยานอนหลับ” ย้ากกกกกก พ่อทำสีหน้าเรียบเฉยตอบฉันออกมาได้ไงว่า ‘ยานอนหลับ‘
              พ่อไม่รักฉันแล้วใช่มั้ย ฮือๆๆๆๆๆ
              “ถามอะไรอย่างสิพ่อ”
              “ว่ามาสิลูก”
              “ทำงี้กับหนูได้ไงฮะ”
              “มันจำเป็น” แค่จำเป็นเนี่ยนะ แล้วไอ้ที่ว่าจำเป็นนี่มันคืออาร๊ายยยยยยย
              “แต่พ่อรักลูก”
              “เชื่อเลย (ประชดประชัน)”
              “ลาก่อน”
              “พะ...พ่อ!!”
              สิ้นเสียงนั้นของฉัน ภาพของพ่อและทุกๆอย่างก็กลายเป็นสีดำไปหมด
พระเจ้า!!นี่ฉันหมดสติไปแล้วสินะ
               อาเมน...
 

1
เริ่มต้นแบบงงๆ
 

              (21 พฤษภาคม 25xx)

              ‘เฮ้ย! ไอ้เชแกอย่าดิ้นสิวะ’
              ‘แกก็ปล่อยก่อนไม่ได้รึไงฟะ’
              ‘ปล่อยแกก็เผ่นน่ะสิ’
              ‘รีบๆทำเถอะน่าตูเจ็บนะ’
              ‘หุบปากไปเลยไอ้ซุน’
              ‘พวกนายนั่นล่ะหยุด ฉันอ่านหนังสืออยู่’
              ‘โทษทีคุณชาย’
              ‘ไม่ต้องมาประชดคุณจองวา’
              ‘ครับผมท่านประธาน’
              ‘นายพูดได้ถูกใจฉันอีกแล้วนะจอง’
              ‘คนอื่นก็ไม่ถูกใจนายเหมือนจองหรอกฉันว่า’
              ‘อ้าว ไหนย้อนกันงี้อ่ะยู’
              ‘ก็มันจริงนี่...จีโฮ’
 
              ฉันรู้สึกตัวขึ้นมาจากต้นเหตุของเสียงร้องเอะอะโวยวายของใครก็ไม่รู้ แล้วฉันอยู่ที่ไหนกันเนี่ย ฉันกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับสภาพการมองเห็นให้เป็นปกติ ทำไมมันยังมึนอยู่เลยนะ พ่อนะพ่อ เฮอะ!ทำแบบนี้กับหนูได้ไงนะ
เมื่อสมองเริ่มสั่งงาน แขนขาก็ไม่อยู่นิ่ง ฉันจึงพยุงร่างของตัวเองให้ลุกขึ้นจาดโซฟา เป็นเพราะเสียงที่ดังจ้อกแจ้กไม่หยุด ฉันเลยต้องหันหน้าไปดู
             
              ผ่าง!!
นะ...นี่มันอะไรกัน ฉันพยายามขยี้ตาตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ภาพที่เห็นก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ในสภาพฉันตอนนี้คงจะไม่ใช่ฝันแน่ และผู้ชายหกคนตรงหน้าฉันนี่ล่ะ
           พวกเขาเป็นใคร?
           แล้วฉันอยู่ที่นี่ได้ยังไง?
           โอ๊ย!ยิ่งคิดยิ่งสับสน ปวดเฮด แล้วฉันจะเอายังไงต่อ ฉันยังเชื่อว่าพ่อจะต้องไม่ได้ขายฉันอย่างแน่นอน แล้วเหตุผลที่ฉันมาโผล่อยู่กับผู้ชาย (หน้าตาหล่อๆ) พวกนี้ล่ะ มันยังไงกันแน่ฟะ
             ตูงงนะ!!
             แว้กกกกกก ละ...แล้วนี่พวกเขากำลังทำอาร๊ายยยยยยยยยยย แง~มันเถื่อนเกินไปแล้ว ฉันไล่สายตาไปที่ทุกคน
             ผู้ชายคนแรกนี่ไม่เท่าไหร่ แค่ใส่เสื้อกล้ามสีขาวนั่งอ่านหนังสือ ท่าทางดูสุขุมใจดี
            ผู้ชายคนที่สองนี่ก็ไม่เป็นไร แค่นั่งยกลูกเหล็กที่หนักเป็นสิบกิโลอยู่ใกล้ๆ กัน เพราะอย่างนี้เลยส่งผลให้แขนเขามีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ น่ากอดเป็นบ้า
            คนที่สามก็ผ่านได้ แค่นั่งเล่นเกมอยู่หน้าจอทีวีขนาดใหญ่เท่านั้น ดูเหมือนจะอินกับเกมมากเกินไปรึเปล่า ถึงกับนั่งทะเลาะกับตัวเอง คนนี้ดูท่าทางจะปัญญาอ่อน...รึเปล่า
           ส่วนที่เหมือนจะมีปัญหาคือไอ้ผู้ชายสามคนข้างหลังนี่น่ะสิ พวกเขาจะเอาไงกันแน่
           คนที่สี่นี่ดูน่ากลัวเป็นบ้า สายตาดุๆ นั่น (แต่หน้าหล่อมาก) ที่พยายามจะสักอะไรสักอย่างลงไปบนแผ่นหลังของเพื่อนเขาอีกสองคนที่นอนขนาบข้างซึ่งเขายืนอยู่ตรงกลาง เสื้อก็ไม่ใส่ เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้อง  หรือที่เรียกง่ายๆว่าซิกช์แพ็กต์อันเซ็กซี่นั่น โอ้ว~ เลือดกำเดาจะพุ่งแล้ว
            คนที่ห้านอนอยู่ด้านขวานี่ก็อีก คนอะไรหน้าหวานอย่างกับผู้หญิง บนหลังเขาคือเท้าของนายที่ยืนอยู่เหยียบเอาไว้ พวกนี้ปะ...ป่าเถื่อน ทำอะไรที่ไม่เข้ากับหน้าตาตัวเองจริงๆ
            คนสุดท้ายนี่ดูท่าทางเจ้าเล่ห์ กับสายตาดุๆ นั่นอีก ดูยังไงฉันก็รู้สึกไม่ถูกชะตากับเขาเท่าไหร่ เขาพยายามที่จะยกศีรษะขึ้นแต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะมีมือของนายที่อยู่ตรงกลางนั่นกดเอาไว้ จะซาดิสต์ไปถึงไหนกัน
            “อ้าว ตื่นแล้วเหรอครับคุณน้องโบลา” นายคนที่นั่งอ่านหนังสือโพล่งขึ้น ตกใจนะเมื่อกี้ ฉันละสายตาจากสามคนนั่นก่อนที่จะเลื่อนมามองคู่สนทนาใหม่ที่เดินเข้ามาทัก
            “ใช่!!” แล้วนี่เขารู้จักฉันได้ไง
            “เดี๋ยวพี่ชายจะพาฉันไปดูห้องนอนนะคะ”
            “คะ?” พะ...พี่ชายงั้นเหรอ คนที่หน้าตาเหมือนนิชคุณเนี่ยนะคือพี่ชายฉัน กรี๊ดดดดดดดดดด ไม่อยากจะเชื่อ นี่ฉันไมได้ฝันไปใช่มั้ย ตอนนี้ฉันมัวแต่เห่อพี่ชายใหม่ และเพื่อนๆ ขอเขาที่สังเกตดูดีๆ แล้วแต่ละคนหน้ตาคล้ายกับสมาชิกที่เหลือในวง 2pm นั่นอีก
            มันเป็นความจริงที่ยากจะเชื่อ แต่ฉันก็ต้องเชื่อเพราะนี่มันกำลังเกิดขึ้นจริงๆกับชีวิตฉัน
           “เห่อน้องสาวใหม่เชียวนะคุณชาย” นายที่สายตาดุๆ แต่หน้าหล่อนั่นแซวพี่ชายฉัน
           “เป็นธรรมดาน่ะแหละครับคุณจองวา” และสมาชิกคนที่สองที่ฉันรู้จักคือจองวา ที่หน้าตาคล้ายชานซอง แต่ด้วยสายตาดุๆ นั่นฉันจะเรียกเขาว่าพี่ชายอีกคนน่าจะดีกว่า
           “งั้นโบลาไปดูห้องข้างบนกับพี่ชายนะคะ”
           “ก็ได้ค่ะ”
            พี่ชายที่แสนดีของฉันอาสาช่วยหิ้วกระเป๋า (ที่ฉันยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเก็บตอนไหน) ขึ้นมาไว้ในห้อง จัดการเปิดหน้าต่างรับลมข้างนอกที่พัดเอาความเย็นเฉื่อยเข้ามาปะทะหน้าของฉันที่นั่งอยู่บนเตียง ดูท่าทางพี่ชายฉันคนนี้จะดีใจมากที่ฉันมาอยู่ที่นี่ แต่คนอื่นล่ะจะไม่ว่าเหรอ
           “เอ่อ...พี่ชาย”
           “คะ?”
           “พี่ชายชื่ออะไร” สรุปแล้วฉันก็ไม่กล้าถามอยู่ดี จะว่าไปฉันก็รู้แต่ว่าเขาเป็นพี่ชายคนใหม่แต่ชื่อยังไม่รู้จักเลยนี่นา
           “อ้อ โทษที มัวแต่เห่อน้องสาวคนสวยของพี่จนลืมแนะนำตัวเองไปเลย พี่ชื่อซันจิน เรียกจินเฉยๆก็ได้ครับ”
           “อ้อ...ค่ะ” ถามแค่นิดเดียว แต่ไล่มายาวซะเป็นขบวน ช่างเป็นคนที่พูดจาน่าชวนฟังเป็นดีแท้ พี่ชายฉันนี่นะ

            แอด~
        
            เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น เผยให้เห็นนายผมทองที่นั่งเล่นเกมเมื่อกี้ยกถาดน้ำหวานเข้ามาใกล้ๆ คนนี้เหมือนอูยอง
           “เธอชื่อพาราใช่มั้ย พอดีจองวาผสมน้ำหวานแล้วใช้ฉันเอาขึ้นมาให้”...อืม พาราโบลา
            “เอ่อ...ขอบคุณ”
            “ฉันจีโฮ”
            “อือ”
            “งั้นฉันขอตัวไปเล่นเกมต่อนะคุณชาย”
            “เชิญเลยครับคุณเลขาฯ”
            “ฮ่าๆๆๆ” เสียงหัวเราะดังปิดท้ายของจีโฮที่วิ่งออกไปจากห้อง ฮึ!ท่าทางปัญญาอ่อนจริงๆ
            ฉันหันไปมองหน้าพี่ชายฉันที่ทำท่าทางแปลกๆ หลังจากดื่มน้ำหวานสีแดงๆ นั่นลงไปสักพัก มันมีอะไรงั้นเหรอ ดูทำท่าเข้าสิ ยังน่ารักได้อีกนะ ฉันยกแก้วน้ำขึ้นมาจะดื่มดูบ้าง แต่ถูกพี่ชายดึงกลับออกจากมือซะก่อน
            “มีอะไรเหรอคะ”
             “น้ำพวกนี้โบลากินไม่ได้นะคะ”
            เห ~ ทำไมกินไม่ได้
            “ก็นี่มันไม่ใช่เฮบลูบอยส์ธรรมดานี่คะ แต่มันผสมเตลีก้าชนิดไร้สีไร้กลิ่นลงไปด้วย”
             “จะ...จริงเหรอคะ”
             “แสบจริงๆนะจองวา”
              มะ...ไม่น่าเชื่อ พระเจ้า!!พี่จองวาผสมเหล้าให้ฉันดื่ม นี่จะถือเป็นเซอร์ไพรส์จากพี่เค้ารึเปล่านะ อันตรายจริงๆ ถ้าอยู่ใกล้เขา พี่ชายลูบผมฉันเบาๆก่อนจะเอ่ย
             “โบลาไม่ต้องคิดมากนะคะ ใครก็ตามที่รู้จักกับจองวาแรกๆ ก็จะโดนแบบนี้หมดแหละ ที่จริงแล้วเขาเป็นคนใจดีนะ”
              “ค่ะพี่ชาย”
              “งั้นพี่ไม่กวนแล้วค่ะ”
              “เชิญค่ะ” พี่ซันจิน...เดินออกไปแล้ว
              ฉันพยายามเชื่อที่พี่เขาบอกนิดหนึ่งก็ได้ ต่อไปถ้าฉันจะดื่มน้ำ ฉันควรสังเกตให้ดีก่อนแน่ๆ ถ้าเกิดมันไม่ใช่เหล้า แต่เป็นอย่างอื่นล่ะ ฉันจะไม่ตายเรอะ
เฮ้อ!คิดแล้วก็ปวดเฮดจริงๆ
               ถ้าคิดอีกแง่หนึ่ง พี่จองวาคงจะเตือนให้ฉันอยู่ห่างๆเขาไว้เป็นดีสินะ เตือนได้น่ากลัวดีแท้ เหลืออีกสามคนที่ฉันยังไม่รู้จัก แต่อีกไม่นานคงจะได้รู้จัก อันนี้ฉันไม่ห่วงเท่าไหร่
 
               6.00 PM
                ฉันได้รู้ความจริงจากปากพี่ซันจินว่าที่แท้พ่อก็กำลังหางานใหม่อยู่ หรือพูดง่ายๆก็คือตกงานนั่นล่ะ เลยให้ฉันมาอยู่กับพี่ชายสักพัก ฮึ!นึกว่าจะทิ้งฉันแล้วซะอีก
              แต่ฉันก็ไม่คิดจะโกรธพ่อหรอก เพราฉันเข้าใจหัวอกของท่านดี ฉันอยากจะตอบแทนบุญคุณของท่านบ้าง อดทนหน่อยนะคะพ่อ  หนูเชื่อว่าอีกไม่นานเราต้องผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้ นั่นก็แสดงว่าฉันจะต้องย้ายมาเรียนที่เดียวกับหกคนนี้ที่โรงเรียนไฮโซอลังการงานสร้างนั่น ถ้าไม่ได้เส้นพี่ชายฉันคงจะไม่มีทางได้เหยียบเท้าของตัวเองลงบนแผ่นดินของที่นั่นแน่ๆ
              ทั้งได้อยู่เกรดสิบสอง ห้องเอ กันทั้งเจ็ดคนถ้ารวมฉันด้วย อ๊ะ!ลืมบอกไปใช่มั้ย ที่จริงแล้วเราอายุเท่ากันหมด แต่ฉันก็ยังจะเรียกสามในหกคนนั่นเป็นพี่อยู่ดี ด้วยเหตุผลที่ว่าพวกเขามีออร่าเปล่งออกมาว่าไม่เหมือนใคร
              นั่นล่ะ...คือเหตุผลที่ดีที่สุด

               ก๊อกๆ
              ...ใครมาเคาะประตูกัน
              “อยู่ข้างในรึเปล่าครับโบลา” นั่นไม่ใช่เสียงพี่ซันจิน ต้องเป็นใครคนใดคนหนึ่งที่เหลือแน่เลย
             “อยู่ค่ะ”

             แอด ~
             ฉันเดินลงจากเตียงนอนไปเปิดประตูออกจึงรู้ว่าเป็นพี่ ใช่!ฉันตัดสินใจเลือกคนนี้เป็นคนที่สามที่ฉันจะยอมเรียกพี่ชาย นี่มันคนที่มีกล้ามแขนน่ากอดนี่นา อืม คนนี้ฉันว่าเหมือนแทคยอน
             “ทุกคนรอทานอาหารเย็นอยู่ข้างล่างครับ”
             “ขอบคุณค่ะ เอ่อ...”
             “ครับ?”
             “ฉันเรียกพี่ได้มั้ย”
             “ฮ่าๆ ได้สิครับ อือ..พี่ชื่อยูวอน ยูเฉยๆก็ได้”
             “แหะๆ”
             “งั้นลงไปข้างล่างกัน”
             “ค่ะ”
              ฉันเดินตามพี่ยูวอนลงมาที่โต๊ะอาหารข้างล่างที่ห้าคนที่เหลือรออยู่ก่อนแล้ว ขนาดใส่ชุดนอนธรรมดายังดูหล่อเลย นี่พวกเขาเป็นนักร้อง ดารา รึเปล่านะ
ฉันนั่งลงตรงกลางระหว่างพี่ซันจินกับจีโฮ ตรงกันข้ามมีพี่จองวา พี่ยูวอน ที่เหลือฉันยังไม่รู้จัก
             “มองอย่างนี้จะกินฉันรึไง” นายหน้าหวานที่ฉันยังไม่รู้จักชื่อพูดขึ้น ทำให้ทุกคนหันมามอง
             “โทษที ฉันแค่อยากถามว่านายชื่ออะไร”
            “นึกว่าเรื่องอะไร แอบเสียดายนะเนี่ย”
            “ว่ายังไงนะ”
            “เชจุง” เขาเปลี่ยนเรื่องทันที ดูท่าก็รู้ว่าคงจะกะล่อนไม่เบา แต่หน้าเหมือนจุนซู เหลืออีกคนเดียวที่ฉันยังไม่รู้จัก และดูท่าว่าฉันจะคิดผิดที่อยากจะรู้จักกับเขา หลังจากที่เขาตวัดสายตาเหยียดๆนั่นขึ้นมามองหน้าฉัน
             ฮึ!หล่อตาย
            เออ!ยอมรับก็ได้ว่านายนี่หล่อ
             “นาย เอ่อ...”
            “อะไร!” เขาพูดเสียงเข้ม แอบขนลุกอ่ะ แต่พี่ซันจินก็ใช้มือตบบ่าเขาเอาไว้
            “ฉัน...”
            “รีบพูดมาสิ ฉันฟังอยู่” เขาเริ่มเสียงดัง
            “เอ่อ...นาย”
 
 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1

ฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ ถ้าผิดพลาดหรือยากให้แก้ไขตรงไหนให้เหมาะสม แสดงความคิดเห็นมาได้เลยค่ะ

จากคุณ Phwang-ka/(Phwang-ka) อัพเดตเมื่อ 16/10/2554 20:00:43
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 487 ท่าน