Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
Secret Mission ภารกิจลับ พลิกหัวใจให้รักเธอ
Scenery
1 : เพราะเราเกิดมา’คู่กัน’
3
11/09/2555 02:39:46
357
เนื้อเรื่อง

 ~มีคนเคยบอกว่าเมื่อคู่กันแล้ว.. ต่อให้มีอะไรมาพลัดพรากจากกันสุดท้ายพรหมก็ลิขิตให้กลับมาเจอกัน                                                                                                         ได้รักกัน ผูกพันตลอดไป แม้กายจะห่างไกลสุดปลายฟ้าก็ตาม~

1
เพราะเราเกิดมา’คู่กัน’

2 กุมภาพันธ์ 25XX
ณ สวนสนุกแห่งหนึ่ง สถานที่ที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความสนุกสนานของผู้คนที่เข้ามา เนื่องจากเดือนนี้เป็นเดือนแห่งความรักจึงมีการจัดแต่งสถานที่ให้เข้ากับบรรยากาศ หัวใจ สัญลักษณ์ของความรักถูกประดับประดากระจายรายรอบ มองไปทางไหนมีแต่สีชมพู หนุ่มสาวเดินคล้องแขนเป็นคู่ๆคุยกันกระหนุงกระหนิง สีหน้าสดใสเติมไปด้วยรอยยิ้มทว่าบรรยากาศสุดโรแมนติกกลับไม่มีผลต่อความรู้สึกเขาสักเท่าไร               
                “โธ่ ทวินต์อย่าทำหน้าบึ้งเลย วันนี้วันเกิดมิ้มนะตามใจมิ้มหน่อยสิ” น้ำเสียงอ่อนหวานหญิงสาวออดอ้อนชายหนุ่มให้เลิกอารมณ์เสียหลังถูกมิ้มหลอกว่าจะไปฉลองวันเกิดที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่สวนสนุก สุดท้ายเธอก็ทุรังมาจนได้ฮึ่ย!น่าโมโหนัก 
                “มิ้มก็รู้ว่าวินต์ไม่ชอบที่นี่แล้วยังจะมาอีกนะ มันน่านัก!!”ชายหนุ่มยกมือแจกมะเหงกหญิงสาวจนเธอรีบยกมือกุมหัวแทบไม่ทัน
                “แฮ่ะๆก็มิ้มอยากมานี่นาฉลองที่ไหนก็ไม่สนุกเท่าที่นี่ ทวินต์ว่ามั๊ย?”นิ้วบอบบางจิ้มดวงหน้าหวาน(มาก)จนผู้หญิงบางคนยังอายสองสามทีมุมปากยกยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ คนตัวสูงตวัดสายตาอย่างเซ็งๆใส่คนตัวเล็ก
                เฮ้อ~เขาไม่อยากมาสถานที่ที่จอแจวุ่นวายแต่เหตุผลแค่นี้ก็ไม่สำคัญเท่ากับ…
                “ไม่รู้! อยากเล่นก็ไปต่อคิวเองล่ะกันวินต์ไม่เล่น” พูดจบคนตัวโตกอดอกสะบัดหน้าหันไปอีกทางทำท่าโกธรจริงๆจังๆเพื่อให้หญิงสาวง้อ
                “โอ๋ๆๆ อย่างอนน้าเดี๋ยวหน้าแก่ขึ้นสิบปีเวลาเดินกับเค้าคนอื่นจะเข้าใจผิดว่าเค้าควงคุณลุง อิอิ^^” ทวินต์หมั่นไส้ความคิดของหญิงสาวจึงแกล้งบีบจมูกเธอจนมิ้มย่นหน้าใส่
                “ไม่ต้องมาเฉไฉนอกเรื่องคำไหนคำนั้นฉันไม่เปลี่ยนใจแน่”
                “ง่ะ!ไม่เล่นก็ถือว่ามาไม่ถึงสวนสนุกนะจ๊ะเอาน่าถือว่ามาระทึก เอ้ย! ระลึกความหลังกันดีกว่าอีกอย่างจะเข้ามหา’ลัยคงไม่มีเวลามาเที่ยวแบบนี้หรอก” หญิงสาวอมลมจนแก้มป่องสายตาปริบๆเว้าวอนไปยังชายหนุ่ม
                “ไม่-มี-ทาง”
                “ที่ไม่เล่นเพราะกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอยรึเปล่าจ๊ะหนุ่มน้อย^^” เมื่อหว่านล้อมไม่ได้ผลก็ต้องจี้จุดให้สะดุ้งนิดนึง
                “อะ..อะไรวินต์ไม่มีประวัติทรงประวัติศาสตร์ซ้ำรอยที่ไหน ไม่มี้” ชายหนุ่มเริ่มเลิกลั่กเหมือนปิดบังบางอย่างไว้
                “เหรอออ..เอ สมัยมอสามตอนมากับเพื่อนๆใครกลัวความสูงจนต้องขอลงไวกิ้งกลางคันหว่า^^” โป๊ก! แล้วก็โดนเขกหัวจนได้
                “เจ็บน้า:(”
                “ใครอยากให้รื้อฟื้นบ้างล่ะ เรื่องน่าอายแบบนั้น-_-;;” ท้ายเสียงบ่นเบาๆแบบไม่ค่อยยอมรับความจริง
                “ฮ่าๆ แค่บอกว่ากลัวความสูงแต่แรกก็ไม่ต้องมาย้อนความหลังอย่างนี้หรอก ว่าแต่จะไม่เล่นจริงๆเหรอ เล่นเป็นเพื่อนมิ้มหน่อยนะ แค่ไวกิ้งเองคงไม่เป็นอะไรมั้ง นะๆๆๆ” มือบอบบางเกาะแขนแข็งแรงอ้อนราวกับลูกแมวตัวน้อยๆ วิ้งๆ*O*
                “เฮ้อ~โอเคๆแค่ไวกิ้งอย่างเดียวนะอันอื่นขอบาย” ชายหนุ่มสบตาคู่หวานสีน้ำตาลอ่อนตรงหน้า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไรเขาก็ไม่สามารถชนะความน่ารักของเธอได้เลย เป็นเพราะคำว่า‘รัก’ สินะถึงมีอิทธิพลต่อเขามากมาย
                “ค่า แต่เดี๋ยวก่อนเรามาเล่นอย่างอื่นกันก่อนดีกว่า อิอิ^O^” ว่าแล้วมิ้มก็พยายามลากทวินต์ตระเวนเล่นเครื่องเล่นชวนไม่ปลอดภัยต่อตับ ไต ไส้ พุงที่จะออกมาวิ่งเล่นของเขาโดยไม่หยุดพักจนทวินต์เริ่มรู้ชะตาชีวิตตัวเอง ตายแน่ๆตู
                ที่สุดชายหนุ่มไม่ไหวอาเจียนทันทีที่ลงจากไวกิ้ง มิ้มเห็นท่าทางไม่ดีจึงลูบหลังอาสาซื้อน้ำมาให้
                “ฮ่ะ ฮ่ะฮ่ะ ฮ่าๆ ฮ่ะ ฮ่ะเค้าขอโทษษษ” หญิงสาวกั้นหัวเราะเต็มที่ สภาพทวินต์ตอนนี้ไม่ต่างจากสมัยมอสามสักนิด ชายหนุ่มส่งค้อนวงโตก่อนพุ่งตัวไปยังถังขยะอีกรอบ
                “คราวหลังไม่เล่นอีกแล้วต่อให้อ้อนยังไงวินต์ก็ไม่ใจอ่อนแน่!”
                “อ่ะจ้า ไม่มีครั้งหน้าแล้วจ้า^O^”
               
 
 
                “งั้นเรากลับบ้านกันดีกว่าเย็นแล้วเดี๋ยวพ่อแม่ว่า” หลังจากนั่งบรรเทาอาการพะอืดพะอม หญิงสาวมองท้องฟ้าซึ่งเปลี่ยนเป็นสีส้มบ่งบอกว่าใกล้มืดก่อนตั้งท่าลุกแต่ทวินต์คว้าแขนเธอไว้ก่อน
                “ฉันบอกพ่อแม่เธอไว้แล้วจะกลับค่ำหน่อย ฉันจะพาเธอไปสถานที่หนึ่งและค่อยกลับ”
                “พาไปไหนอ่ะ” มิ้มทำหน้าสงสัย ไปไหนหว่า..รึว่า!
                ทวินต์ไม่ตอบแต่พาเธอขึ้นรถแท็กซี่ออกจากสวนสนุก
                ระหว่างทางใกล้สถานที่นั้น มิ้มก็เริ่มยิ้มกว้างเดาสถานที่นั้นได้ทันทีเพราะมันมีความสำคัญสำหรับเธอ
                ร้าน ‘Dessert Station’ ตั้งอยู่ด้านหลังโรงเรียนเธอ สถานที่นัดพบกลุ่มนักเรียนเนื่องจากมีขนมมากมายให้เลือกหยิบรับประทานและร้านนี้ก็ตกแต่งได้อย่างน่ารักเหมาะสมที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักเรียน
                สถานีนี้เป็นสถานีแห่งความรักของเขาและเธอ
                เธอกับเขาพบกันครั้งแรกที่นี่
                ทวินต์เดินนำเข้าร้านทั้งที่เวลานี้เป็นเวลาปิดบริการทางร้าน ด้านในปิดไฟมืดสนิท ทว่า…
                พึ่บ!!!
                จู่ๆ แสงไฟในร้านก็สว่างปรากฏให้เห็นดอกกุลาบสีขาวและสีชมพูจัดเป็นพุ่มวางกระจายทั่วร้านราวกับยกดอก   กุลาบมาทั้งสวน หน้าร้านมีป้ายทำจากไม้ตกแต่งอย่างที่หญิงสาวชอบเขียนว่า ‘Happy Birthday..ยัยตัวเล็ก’ แปะข้างประตู
                มิ้มมองอย่างตะลึง คิดไม่ถึงว่าทวินต์จะทำตามที่เธอเคยบอกเขา แต่เขาหาว่าเพ้อฝัน หญิงสาวยิ้มเขินอายก่อนเร่งฝีเท้าเข้าร้าน
                “ขอบคุณนะ ที่ทำให้ฉันไม่เพ้อฝันต่อไปเรื่อยๆ” มิ้มยิ้มตาหยีพลางสูดกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกกุลาบ
                “ใครไม่รู้ชอบพูดกรอกหูทุกวันว่าอยากมีวันเกิดแบบยกกุลาบมาถมที่เต็มร้าน” ทวินต์ยิ้มน้อยๆแล้วรั้งมิ้มเข้ามากอด
                “แหะๆยังไงก็ขอบคุณนะ วันเกิดปีนี้มิ้มมีความสุขที่สุดเลย” มิ้มกอดตอบยิ้มระรื่น ไม่ว่าทวินต์จะทำอะไรให้เธอ มันก็มี’ความพิเศษ’สำหรับเธอเสมอ  
                “เลิกขอบคุณซะที มากินเค้กกัน” ทวินต์คลายกอดก่อนนำเค้กชาเขียวที่เธอชื่นชอบเป็นพิเศษแต่งหน้าด้วยเยลลี่สีแดงสดวางรอบตุ๊กตาน้ำตาลรูปเด็กหญิงยิ้มน่ารักถักเปียสองข้างบนเคาน์เตอร์เดินมายังโต๊ะกลางร้านข้างๆโต๊ะมีกีตาร์ตัวหนึ่งตั้งอยู่
                หญิงสาวและชายหนุ่มช่วยกันปักเทียนหลากสีและร้องเพลงอวยพรด้วยกัน
                “Happy Birthdayto you  Happy Birthdayto you  Happy BirthdayHappy Birthday  Happy Birthdayto you” หญิงสาวประสานมือตรงอกหลับตาขอพรกับพระเจ้าก่อนเป่าเทียนดับ
                “ฟังเพลงอวยพรสำหรับคนทั้งโลกแล้ว มาฟังเพลงอวยพรของเรากันดีกว่า” ว่าแล้วทวินต์ก็หยิบกีตาร์ขึ้นมาดีด 
                ทำนองไพเราะเปล่งจากนิ้วที่เขาพรมดีด เสียงทุ้มกังวานสะกดหญิงสาวให้หยุดที่เขา..เพียงผู้เดียว
                “ไม่รู้ทำไม ฉันจึงได้พบเธอ แม้เพียงแรกเจอ ก็เหมือนคุ้นเคยมานาน 
                  เหมือนมีอะไรบันดาล ระหว่างเธอกับฉัน ทั้งที่เราสองคนก็คนละใจ 
                 แค่ได้มองตา ลึกๆในใจก็สั่น ยิ่งได้คบกัน ยิ่งคิดฝันไปมากมาย 
                  เหมือนมีอะไรเป็นพิเศษ ที่เธอไม่เหมือนใคร คล้ายๆว่าเธอคือคนที่ฉันรอ 
                 ถ้าหากว่าเป็นกำหนดจากฟ้า ให้เราเกิดมาคู่กัน ก็ขอให้เป็นอย่างนั้นตลอดไป 
                 แต่หากว่าเป็นแค่เหตุบังเอิญ ที่ฟ้าไม่ได้ตั้งใจ ก็ไม่เป็นไรใจฉันจะยังเหมือนเดิม*

                มิ้มน้ำตาไหลอาบแก้ม ทวินต์เห็นจึงเอื้อมมือเช็ดน้ำตาให้เธออย่างแผ่วเบาก่อนแซวหญิงสาว
                “ทำไม เพลงฉันมันเศร้ามากหรือมันเก่ากึกทำเธอร้องซะเหมือนน้ำจะท่วมโลกพรุ่งนี้อย่างนั้นแหละ”
                “บ้า! ฉันซึ้งตะหาก ใครจะคิดคนที่ชอบทำหน้ากวนตลอดเวลาจะมีมุมชวนเลี่ยนแบบนี้”
                “เหรอ อืม มีคนๆหนึ่งสอนให้ฉันรู้จักด้านนี้น่ะ สอนให้รู้จักดูแลคนที่เรารัก สอนให้รู้จักความห่วงใย สอนให้รู้จักการทำสิ่งใดสิ่งเพื่อคนนั้น และสอนให้รู้จัก…”
                “สอนให้รู้จักอะไรล่ะบอกมาซะดีๆและคนที่สอนทวินต์คือใครอยากรู้” มิ้มรบเร้าแม้จะรู้คำตอบในใจ ยังไงเธอก็ยังอยากฟังคำๆนั้นจากปากเขา คำที่เขาค่อยไม่พูดออกมาบ่อยนัก
                “สอนให้รู้จักคำว่า’รัก’ไง แล้วคนที่สอนก็คือคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าฉัน” ทวินต์สบตาคนที่เขารักส่งความรู้สึกทั้งหมดผ่านทางดวงตาสีนิล ใบหน้ามิ้มถูกแต่งเติมด้วยสีแดงอีกครั้งก่อนแก้เขินโดยการจิ้มครีมเค้กป้ายจมูกชายหนุ่ม
                “แกล้งอีกแล้ว ไม่ต้องกงไม่ต้องกินกันแล้ว คราวนี้ฉันไม่แพ้แน่ ให้มันรู้ไปสิว่าเธอจะหลบฉันได้!” พูดจบทวินต์เริ่มละเลงครีมเค้กที่หน้ามิ้ม ทั้งคู่วิ่งไล่กันภายในร้านแต่ติดตรงที่มีดอกกุลาบเต็มห้องกีดขวางทางหนีทีไล่ หญิงสาวตัดสินใจวิ่งออกมานอกร้าน
                “กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!!เออๆฉันเลิกวิ่งตามก็ได้ไม่แกล้งแล้ว” ชายหนุ่มตะโกนเพราะเห็นหญิงสาววิ่งพรวดพราดไปยังถนน แม้เป็นเวลามืดค่ำถนนสายนี้จะไม่ค่อยมีรถขับผ่านแต่ชายหนุ่มก็ยังไม่วางใจ ขึ้นชื่อว่ารถมันมีอันตรายตลอด ถ้าประมาทนั่นหมายถึงความสูญเสียที่ตามมา
                “อย่ากลัวไปหน่อยเลยไม่มีรถผ่านมาซักคัน ไหนๆไม่เห็นรถโผล่มาเราเดินกลางถนนกันถนนเส้นนี้เป็นของเรา ฮ่าๆ” มิ้มตอบน้ำเสียงร่าเริงเดินตามเส้นแบ่งเลนถนน
                จู่ๆสายลมอันแผ่วเบากลับพัดโหมกระหน่ำรุนแรงใบไม้ร่วงล่นลงสู่พื้นเกลื่อนกลาดเต็มถนน ทวินต์ยกแขนป้องลมก่อนสาวก้าวหามิ้ม ทว่า แสงไฟส่องกระทบตาอย่างจังเขาหันไปยังแสงไฟพบรถยนต์แล่นด้วยความเร็วสูงรถคนนั้นไม่ชะลอความเร็วลงเมื่อเข้าใกล้หญิงสาวที่ยืนกลางถนนแสดงถึงความไม่มีสติสัมปชัญญะขณะขับรถ ชายหนุ่มตื่นตระหนกก่อนถลาคว้าตัวมิ้มใช้ตัวเองเป็นโล่งกำบังให้พ้นจากรัศมีรถแต่ไม่ทัน ร่างทั้งสองถูกชนกระเด็นห่างจากรถหลายเมตร สายลมเพิ่มระดับความแรงราวกับจะกะชากวิญญาณใครคนหนึ่งให้หลุดออกจากร่างตามแรงลมเหลือไว้เพียงร่างสลบไสลโลหิตสีแดงย้อมพื้นถนนไหลตามทางและเสียงกรีดร้องของหญิงสาว


 
*เพลง ฉันยังเหมือนเดิม – ศิรศักดิ์                                                                                                                                                                                

                                                                                                  

 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 357 ท่าน