Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
The Black Angle
kuru kuru
Chapter 2 บ้าน
3
06/10/2554 19:16:14
458
เนื้อเรื่อง
[Rovila Say]
กว่าคิมหันต์พาฉันเดินมาถึงหน้าบ้านของเขาฟ้าก็มืดเสียแล้ว ทาวเฮาส์สองชั้นหลังไม่ใหญ่ไม่เล็กขนาดกำลังดีพอที่จะอยู่ได้หนึ่งครอบครัวเปิดไฟสว่างราวกับมีคนอยู่ ทางเข้ามีต้นไม้ดอกไม้บานสะพรั่งปลูกอยู่ข้างๆ จัดเรียงไว้อย่างสวยงามบ่งบอกว่าได้รับการดูและอย่างดีจากเจ้าของบ้าน เป็นบ้านที่ถือได้ว่าน่าอยู่ในระดับหนึ่ง
“นี่หรือบ้านเจ้า” ฉันเหลือบตามองเด็กหนุ่มข้างๆ ที่กำลังไขกุญแจบ้านอยู่ “ก็น่าอยู่ดีหรอก แต่มันเล็กเยี่ยงรูของชะมด ถ้าข้าไม่จำเป็นข้าคงไม่อยู่ที่นี่แน่”
“ก็อยู่กันสองคนนี่ครับ จะให้ไปใหญ่หาโล่อะไร” เขาพูดหน้าตาเฉย
ฉันจ้องเขม็งมองคิมหันต์แทบจะกินหัว เจ้าเด็กนี่มันน่านัก ฉันอยากจะเอาเจ้านี่ไปสับปากให้เละจริงๆ  เจอกันครั้งแรกไม่ถึงชั่วโมงก็หาว่าฉันเป็นปีศาจ แล้วต่อด้วยคำจิกกัดทีละนิดๆ จนถึงตอนนี้ หากฉันไม่ติดว่าต้องทำให้เขาสมปรารถนาเจ้าเด็กนั่นไม่รอดแน่
“ขะ... ขะ... ขอโทษครับ”
คิมหันต์รับรู้ได้ถึงรังสีอำมหิตที่ฉันปล่อยออกไปเขาหันกลับมาขอโทษฉันทันควันพลางถอยกรูดออกห่างประมาณ  20 กิโลเมตร (เว่อร์) เหอะ...ให้รู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร
“ขอโทษแล้วก็จำด้วย” ฉันบอก
“จะพยายาม” เขาเอ่ยเสียงเบา แต่อย่าคิดนะว่าฉันไม่ได้ยิน หูฉันดีนะยะ!!!
“หืมว่าไงนะ จะพยายามอย่างนั้นรึ” ฉันทวนคำซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่สูงปรี๊ดจนน่าปวดแก้วหู
“ครับๆ จะจำครับ” เขาบอก
“ข้ายืนจนเมื่อยแล้ว” ฉันว่าแล้วกอดอกมองหน้าเจ้าเด็กบ๊องอย่างเอาเรื่อง
คิมหันต์รนเปิดประตูด้วยความกลัวแล้วเดินนำเข้าบ้านไป หากฉันไม่เอ่ยถามเจ้าเด็กนี้ก็คงไม่เปิดประตูเป็นแน่ จะกลัวอะไรฉันนักหนาฉันออกจะเป็นนางฟ้าใจดีและสวยหยาดเยิ้มขนาดนี้
ฉันเดินตามเข้ามาสองสามก้าวจึงหยุดกวาดสายตามองภายในบ้านอย่างละเอียดถี่ถ้วน ฉันพิจารณาทุกอย่างภายในบ้าน ตรงกับประตูเป็นบันได กลางห้องเล็กๆ ห้องนี้มีโซฟาตัวเล็กสีน้ำตาลเข้ม ชิดผนังด้านซ้ายมีโต๊ะตัวหนึ่งที่ตั้งเครื่องอะไรซักอย่างเอาไว้ เครื่องนั้นเป็นตู้ยาวสูงขนาดเล็กตั้งคู่กับสิ่งที่ดูเหมือนกระจกแบนๆ แต่ขุ่นกว่านั้น มันสามารถสะท้อนเงาได้น้อยและเป็นสีดำ (จอคอมพิวเตอร์) แถมมีไอ้ตัวปูดๆ คล้ายๆ ลูกหนู (เม้าส์) แล้วมีสายโยงยาวน่าเวียนหัว ซ้ำยังมีปุ่มเล็กๆ บนแป้นยาวๆ มีอักขระเต็มไปหมด (คีย์บอร์ด) ถัดมาเป็นเป็นสิ่งที่ดูคล้ายกระจกขุ่นสีดำเหมือนกับบนโต๊ะนั่นแต่มีขนาดใหญ่กว่า (จอโทรทัศน์) และกล่องเล็กๆ เรียวๆ ที่มีปุ่มตัวเลข (รีโมตนั่นล่ะ) โอ๊ย!!!! ถึงจะเคยลงมาที่โลกมนุษย์แต่ว่าฉันก็ไม่รู้จักอะไรสักอย่างเพราะไม่เคยได้รับคำตอบที่แน่ชัดว่าไอ้ของพวกนั้นมันเรียกว่าอะไรกันแน่
ฉันเดินตามคิมหันต์ขึ้นบันไดไป คาดว่าข้างบนจะเป็นห้องนอนของเขา ฉันเดินขึ้นมาถึงสุดบันไดมีประตูอยู่สามบาน มีอยู่บานหนึ่งมีป้ายไม้แปะอยู่ข้างหน้าเป็นรูปคนที่วาดแบบก้างสองคนกำลังทำท่าประหลาดๆ คนหนึ่งคว่ำอีกคนหนึ่งหงาย ดานล่างมีตัวหนังสือภาษาไทยเขียนว่าห้องน้ำ น่าแปลกที่สัญลักษณ์ห้องน้ำยุคนี้เป็นแบบนี้
“คุณทวดร้อยปี!!! จ้องอะไรป้ายห้องน้ำบ้านผมมมมมม”
จู่ๆ คิมหันต์ก็ตะโกนขึ้นเมื่อเห็นท่าทางขบคิดของฉัน ฉันทั้งตกใจทั้งโมโหอยู่ดีๆ ก็ตะโกนขึ้นแถมยังเรียกฉันว่าคุณทวดร้อยปีอีก อย่างไรเสียฉันก็โมโหมากกว่าตกใจ มาว่ากันแบบนี้ได้ไงรู้จักฉันน้อยไปนะยะ ฉันอายุแค่ 113  ปีเอง หากถ้าเทียบกับมนุษย์แล้วฉันเพิ่งจะ 19 เองนะไม่แก่สักหน่อย
“หมูหัน!!ตะโกนลั่นบ้านทำไมหนวกหู” เสียงใสแจ๋วของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น
ฉันกำลังจะสวนกลับก็มีเด็กผู้หญิงเดินออกมาจากห้องตรงหน้าคิมหันต์ เธอสูงประมาณร้อยห้าสิบกว่าๆ  รูปร่างสมส่วน ผิวขาวผมยาวดำขลับ น่าตาน่ารัก เธอเป็นใครกันนะ?
“เอิ่ม...พี่แค่... ทดสอบเสียง” คิมหันต์หันซ้ายหันขวาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ “นี่ว่าแต่เราเหอะข้าวหอม เข้าไปทำอะไรในห้องพี่” เขาหันกลับมาถามเด็กผู้หญิงคนนั้นเมื่อนึกขึ้นได้
“ก็กะจะว่าจะเข้าไปหาหนังสือโป๊มาอ่าน” เด็กผู้หญิงคนนั้นว่า ทำให้เขาหน้าชาเล็กน้อย ช่างแก่แดดแก่ลมนักเชียว!!!
“แล้วเจอมั้ยล่ะ” เขาถามเหมือนรู้คำตอบว่า ‘ไม่’ อย่างแน่นอน เพราะเขาแอบเอาไว้อย่างดี (ฮี่ๆ)
“ไม่” ข้าวหอมพูดไม่ลังเล “แต่ได้อย่างอื่นมาแทน” ข้าวหอมพูดจบก็เดินลงบันไดไป
“ข้าวหอมเอาอะไรของพี่ไป” คิมหันต์ตะโกนจากระเบียงบันไดด้านบนลงไปหาข้าวหอมที่กำลังจะถึงขั้นสุดท้ายของบันได
“สร้อยหินสีขาวที่อยู่บนโต๊ะหมูหัน ข้าวหอมเห็นมันสวยดีเลยหยิบมา ขอยืมหน่อยนะ โอเคหมูหันตกลง” คิมหันต์ไม่ทันได้พูดอะไรข้าวหอมก็พูดเองเออเองเสร็จสรรพแล้วหันหลังกลับไป
“นี่เอาของเขาไปไม่ขอเจ้าก่อนได้ไง นี่ นี่ ข้าวหอม” คิมหันต์ตะโกนไล่หลังแต่ดูเหมือนว่าทางนั้นจะไม่สนใจเลย “เฮ้อ...ยัยน้องสาวคนนี้หนิ” เขาสบถออกมาเบาๆ
“น้องสาวเจ้ารึ” ฉันพลันถามขึ้น
“ครับ เป็นน้องสาวที่เอาแต่ใจสุดๆ แก่แดดสุดๆ ด้วย” คิมหันต์พยักหน้าหงึกหงักแล้วตอบคำถาม
“จริงรึ? หน้าตาไม่คล้ายกันเลย” ฉันเห็นเค้าโครงหน้าของคิมหันต์และข้าวห้อมแล้วก็อดที่จะถามไม่ได้ หน้าตาสองคนนี้ต่างกันมากไม่มีส่วนใดคล้ายกันเลยแม้แต่น้อย
“คนละพ่อคนละแม่กันเลย ผมเป็นลูกเลี้ยงของพ่อแม่ข้าวหอมน่ะ” เขาตอบ
อืม...เป็นแบบนี้นี่เอง หากจะพูดง่ายๆ ก็คือเป็นเด็กที่พ่อแม่ของข้าวหอมเก็บมาเลี้ยง คงจะเป็นเพราะกาลเวลาทำให้สองพี่น้องคู่นี้สนิทกันราวกับคนคุ้นเคย ดูรักกันดีจังมีอะไรก็แบ่งปันให้กัน นี่สินะสิ่งที่มนุษย์เรียกว่าครอบครัวช่างอบอุ่นดีแท้ ว่าแต่อยู่กันสองคนรึไงแล้วพ่อแม่ล่ะ?
“พ่อแม่ของพวกเจ้าล่ะ” ฉันถามออกไปตามที่สงสัย
“อยู่ต่างจังหวัด ผมย้ายมาเรียนในเมืองกับน้องสาวสองคน ส่วนบ้าบ้านนี้เป็นบ้านของน้าแล้วตอนนี้น้าก็ไปอยู่ต่างประเทศเลยยกบ้านให้เราสองคน” คิมหันต์อธิบายเสร็จสรรพ
“บ้านทั้งหลังนี้พวกเจ้าดูแลกันสองคนสินะ” ฉันว่าแล้วกวาดตามองไปโดยรอบอีกครั้ง
“อยู่กันสองคนจะให้ใครมาดูแลให้ล่ะครับ ถามมาได้” หมอนั่นตอบออกมากวนๆ เหมือนลืมตัว
เอาอีกแล้วนะเจ้าเด็กบ้า ฉันจะขย้ำแก..... มือข้างขวาของฉันเอื้อมออกไปจนแทบถึงปากคิมหันต์ กะจะสั่งสอนซะหน่อย แต่เจ้าเด็กนั้นดันรวดเร็วในเรื่องการหลบหนีซะเหลือเกิน คิมหันต์หลบเข้าไปในห้องที่อยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็วและปิดประตูทันที คิดรึว่าจะหนีฉันพ้นไม่มีทาง
ฟึบ... ฉันเดินผ่านประตูโดยไม่ต้องเปิดประตูสักนิด แต่เมื่อเข้ามาในห้องนี้แล้ว ฉันแทบไม่อยากขยับเท้าเลย เพราะว่าทั้งห้องมีของวางไว้อย่างระเกะระกะไปหมด ทั้งของที่ใช้ได้และใช้ไม่ได้ปนกันเละไปหมดถุงขนม กระดาษที่ขยำเอาไว้เป็นก้อนกลมๆ  เสื้อผ้าใช้แล้ว กางเกงเน่าๆ ที่มีรูตรงกลางเป้า (ทุเรศหาที่ใดเปรียบ) หนังสือต่างๆ นาๆ และอีกหลายๆ อย่าง ถูกวางไว้อย่างไม่เป็นที่เป็นทาง ขนาดที่นอนฉันยังหาไม่เจอเลย ไม่รู้ว่าเจ้าเด็กนั่นซุกหัวนอนที่ไหน ไม่แปลกเลยที่ข้าวหอมจะเข้ามาหาของแล้วไม่เจอ รกชนิดที่ว่าโรงรับขยะยังขอยอมแพ้ห้องนอนนายคิมหันต์
“นี่เจ้าอยู่เข้าไปได้ยังไง” กลิ่นอับภายในห้องส่งกลิ่นโชยไปหมดทำให้ฉันต้องเอามือปิดจมูกแล้วแสดงสีหน้ารังเกียจออกอย่างชัดเจนไม่ปิดบังหรือมีความเกรงใจเจ้าของห้องเลยแม้แต่น้อย
“อยู่มาตั้งห้าปีของก็ต้องเยอะเป็นธรรมดา” คิมหันต์ส่งยิ้มเฝื่อนๆ มาจากมุมห้องด้านในสุด
ภาพในตอนนี้คือคิมหันต์นั่งอยู่บนกองขยะแล้วเอาผ้าห่มมากอดไว้ ฉันคาดว่า ณ ตรงนั้นจะต้องเป็นเตียง แต่ดูยังไงก็เหมือนบันลังขยะ
“ข้าขอสั่งให้เจ้าทำความสะอาดห้องนี้.. เดี๋ยวนี้!!!” ฉันยืนท้าวสะเอวอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหนพร้อมกับออกคำสั่ง
“มันเหนื่อยนะครับ ถ้าจะทำความสะอาดทั้งห้อง เป็นงานที่ปลาวาฬมากกกกก” หมอนั่นลากเสียงยาวเป็นกิโลเป็นการประชด
“เจ้าจะทำมั้ย??” ฉันถามเสียงเรียบพร้อมกับแผ่รังสีอำมหิตและจิตสังหารออกมาข้างนอก
ฉันแบมือออกพลางรวบรวมพลังงานเป็นกลุ่มบอลแสงขาวๆ ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป็นการขู่  หากเขาไม่ลุกขึ้นมาทำความสะอาดฉันจะปล่อยพลังนี้ไปจริงๆ เพราะฉันเหลืออดกับเจ้าจอมป๊อดแถมซกมกคนนี้จะตายอยู่แล้ว อยู่เข้าไปได้กับกองขยะเนี่ย ห้องนี้ช่างต่างอะไรกับข้างนอกเช่นนี้ ถ้าจะให้เดาทุกอย่างภายนอกเป็นการจัดการของข้าวหอมอย่างแน่นอน
“ทำๆๆ ครับ” คิมหันต์รีบวิ่งแจ้นออกไปที่ประตูในทันที ทว่าเขาหันมามองฉันเหมือนนึกอะไรได้ “คุณโรวีล่าครับ คูณเป็นนางฟ้าหนิเนอะ ช่วยใช้พลังเนรมิตห้องผมให้หน่อยได้มั้ยครับ”
“หึ” ฉันสะบัดหน้าหนี “เรื่องอะไรข้าจะต้องช่วยเจ้า”
คิมหันต์นั่งลงคุกเข่าก้มหน้าอยู่พักใหญ่พลางคิดอะไรในใจซึ่งฉันไม่อาจจะรู้ได้ คราวนี้ฉันจะได้ดูอะไรรั่วๆ จากเจ้าเด็กบ้านั่นอีกล่ะ เมื่อเวลาผ่านไปนานสมควรคิมหันต์ก็เงินหน้าขึ้นทำตาปริบๆ
“คำปรารถนาไงครับ คำปรารถนา” คิมหันต์พูดพลางยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาเขย่าฉัน
ฉันหันมามองคิมหันต์ในทันทีและนั่งลงจ้องนัยน์ตาสีดำของเขา เจ้าเด็กนี่จำได้จริงๆ แล้วสินะ ว่าครั้งแรกที่เรียกฉันมาต้องการจะให้ฉันช่วยอะไร ดีจังเลยฉันจะได้กลับสวรรค์แล้วไปใช้ชีวิตสันโดษที่ฉันชอบ
“เจ้าว่ามา” ฉันใช้มือสองข้างประคองหน้าของเด็กตาดำๆ คนนี้เอาไว้อย่างมีความหวัง
“ห้อง...ห้องของผมมันรกมาก ผมเลยอยากให้มาช่วยทำความสะอาดครับ” เจ้านั่นว่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ข้าจะทำให้เดี๋ยวนี้แหละ” ฉันตอบรับคำขอนั้น เพราะความหวังที่ฉันจะได้กลับสวรรค์จะเป็นจริงแล้วววว~
ฉันปล่อยมือจากใบหน้านั้นแล้วเริ่มร่ายมนต์คาถาเนรมิตโรงรับขยะแห่งนี้ให้กลายเป็นห้องนอน  ฉันต้องรวบรวมพลังมากพอควรไม่งั้นคงจะเปลี่ยนห้องนี้ไม่ได้ พอรวบรวมพลังได้แล้วฉันจึงปล่อยออกมาทั้งห้องขาวสว่างจ้าจนคนธรรมดาอย่าคิมหันต์ต้องหลับตาปี๋
เมื่อแสงขาวสว่างจ้าเหล่าเลือนหายไปก็ปรากฏห้องนอนเรียบง่ายแสนโล่งสะอาดและสบาย ของทุกอย่างถูกจัดเก็บเข้าในที่ที่มันควรอยู่เป็นที่เรียบร้อย
“อ่า...ห้องช้านนนนน”
คิมหันต์วิ่งไปทิ้งตัวลงบนเตียงด้วยความสุข จบแล้วสินะภารกิจของเรา ถึงแม้จะรู้สิ่งที่คิมหันต์ต้องการช้ามากกว่าทุกๆ ภารกิจของฉัน แต่เรื่องเคลียร์ภารกิจล่ะก็ถือว่าเร็วที่สุดเลย อ่า...สวรรค์จ๋าฉันจะกลับไปเป็นจุดบอดให้เจ้าแล้วนะมารับฉันกลับได้แล้ว
หนึ่งนาทีผ่านไป...คิมหันต์เริ่มนอนคว่ำอ่านการ์ตูนก็ยังไม่มีวี่แววใดๆ ห้านาทีผ่านไป...คิมหันต์ยังคงอ่านการ์ตูนอยู่แต่เปลี่ยนท่านอนเป็นนอนหงาย ยี่สิบนาทีผ่านไป...คิมหันต์อ่านการ์ตูนจบเล่มแล้วฉันก็ยังไม่ได้ไปไหน หรือว่าเจ้าเด็กบ้านั่นจะลอกใช้ฉัน
ฉัน...จะฆ่าแก ฉันพุ่งตรงไปหาคิมหันต์ด้วยความเร็วสูงแล้วใช้มือข้างขวาบีบคอเขาพลางยกขึ้นสูงจนสุดแขน ฉันควบคุมตัวเองไม่อยู่ทำไปตามที่อารมณ์ของฉันสั่ง ฉันไม่คิดอะไรทั้งนั้น ฉันเป็นคนเจ็บแล้วจำ จะให้ใครมาหลอกใช้ซ้ำๆแบบนี้ไม่ได้ แก...ต้องตาย
“แค่กๆๆๆๆๆ” คิมหันต์แทบจะหายใจไม่ออก
เขาใช้มือทั้งสองข้างพยายามดึงมือข้างเดียวของฉันออก แรงมนุษย์รึจะสู้แรงอมนุษย์อย่างฉัน ฉันตั้งมั่นกับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่ให้ใครหลอกใช้อีกหากจะต้องอยู่บนโลกมนุษย์ตลอดกาล ฉันก็ยอม ฉันออกแรงบีบคอคิมหันต์มากกว่าเดิมและมากกว่าเดิมขึ้นอีก ตอนนี้คิมหันต์ไม่ต่างอะไรจากลูกไก่ในกำมือเขาดิ้นทุรนทุรายอยู่ในมือของฉัน ฉันจะค่อยๆ ให้เขาทรมานจนตาย
“โร...วีล่า ทะ...ทำไมเธอ...ถึง...ทำแบบนี้” เสียงของคิมหันต์กระตุกกระตักราวคนกำลังจะหมดลมหายใจ
แอลวิน...
ฉันรีบปล่อยมือจากคิมหันต์ในทันใดเมื่อนึกถึงเขาคนนั้นกับความผิดพลาดในอดีตของฉัน แม้ฉันจะฝังใจกับการถูกหลอกใช้แต่อย่างไรเสียฉันก็ห้ามพลั้งมืออีกเป็นอันขาด ฉันกลับมาควบคุมสติตัวเองได้อีกครั้งและทิ้งตัวคิมหันต์ลงอย่างอ่อนแรง
“ข้าขอโทษ” ฉันเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาราวกับสายลม พร้อมกับใช้พลังทั้งหมดที่มีอยู่ของฉันหายตัวไปจากห้องนี้...
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 255 ท่าน