Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
ขากลับ
kaizo
ขากลับ!
1
02/10/2554 23:23:04
664
เนื้อเรื่อง
ขากลับ!
            ผมกับเพื่อนที่เป็นผู้หญิงอีกหนึ่งคนเรากำลังขับรถมอเตอร์ไซด์กลับเชียงใหม่หลังจากอยู่เที่ยวเมืองลำปางตลอดทั้งวันอย่างมีความสุขระหว่างทางที่ออกจากตัวเมืองลำปางได้ไม่นานฝนก็เกิดตกลงมาอย่างหนัก
            เราจะเอายังไงกันต่อดีจะวนรถกลับไปหาที่พักในลำปางหรือว่าจะลุยฝนกลับเชียงใหม่
            ผมเห็นท่าไม่ค่อยดีจึงเอ่ยปากถามเพื่อนผู้หญิงที่มาด้วยกันในทันทีเมื่อรู้ว่าเรากำลังขับรถเข้าหาพายุลูกใหญ่ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วแม้จะเป็นตอนกลางคือเดือนมืดก็ยังสังเกตเห็นขอบเขตของพายุขนาดมหึมาได้อย่างชัดเจน
            ฝ่าฝนไปให้ถึงเชียงใหม่เลยดีกว่าไหนๆก็เปียกกันแล้วไม่อยากวนกลับไปกลับมาเสียเวลา ฉันขับรถไหวไม่ต้องเป็นห่วงแค่นี้สบายมาก
            เวลา21.15นาฬิกา เราทั้งสองคนกำลังขับรถลุยฝนอยู่ในพายุบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข11ทั้งสองข้างทางเป็นภูเขาสูงสลับกับต้นไม้ที่ซ้อนทับกันจนแน่นถนัด ถนนที่คดเคี้ยวไปมาตามตีนเขาลูกแล้วลูกเล่าไม่มีแม้กระทั้งไฟถนนที่คอยให้แสงสว่าง นานๆจะได้เห็นแสงจากไฟด้านหน้าของรถยนต์ที่สวนทางมาสักคัน ฝนเริ่มตกหนักขึ้น หนักขึ้นเรื่อยๆทำให้เกิดเป็นทัศนวิสัยที่แย่ลงไปอีกจนผมและเพื่อนตกลงกันยอมจอดรถหลบฝนในศาลาไม้ผุๆ ที่ถูกสร้างทิ้งไว้ข้างทางตั้งอยู่ห่างไกลจากแหล่งชุมชนในสภาพที่ไม่ได้รับการดูแลใดๆเลย
            ฝนบ้านี้จะตกอะไรอยู่ได้ไม่หยุดซักที
            เพื่อนของผมเริ่มบ่นอุ๊บอิบเมื่อฝนไม่มีท่าทีจะเบาลงหรือหยุดลงเลยมีแต่จะตกแรงขึ้นจนพื้นของศาลาที่เรายืนอยู่เริ่มปริ่มไปด้วยน้ำที่เอ่อขึ้นมา เสียงเครื่องยนต์ของรถบรรทุกดังมาแต่ไกลไฟหน้าที่สาดเข้ามาทำให้ผมต้องหยี่ตามองเพราะไม่ชินกับแสงมากๆ รถบรรทุกสี่ล้อคันเล็กๆจอดหยุดสนิดเลยศาลาที่ผมอยู่ไปไม่ไกล
            พวกเธอกำลังจะไปเชียงใหม่ใช้หรือเปล่าลุงจะผ่านเชียงใหม่พอดีขึ้นมาสิเดี๋ยวลุงจะไปส่ง
            เสียงแก่ๆใจดีของลุงคนขับรถบรรทุกเชิญชวนให้เราโดยสารไปด้วยดังมาจากด้านหน้า โชคดีที่รถของแกเป็นรถเปล่าไม่ได้บรรทุกเอาอะไรมาด้วย ผมและเพื่อนจึงช่วยกันยกรถมอเตอร์ไซด์ของพวกเราขึ้นหลังรถบรรทุกอย่างทุลักทุเลกลางสายฝนที่ยังตกพร่ำๆไม่ยอมหยุด ผ้าใบพลาสติกสีดำผืนใหญ่คุมด้านท้ายรถบรรทุกของแกอย่างมิดชิดช่วยป้องกันพวกเราจากฝนและลมเย็นๆที่เข้าพัดมาปะทะได้เป็นอย่างดีพอเข้าเขตเมืองอากาศจะอุ่นขึ้นมามากทำให้เราสองคนที่นั่งอยู่ทางด้านหลังที่คอยจับมอเตอร์ไซด์ที่เอียงไปมาตามสภาพของพื้นถนนได้ฟังเพลงลูกทุ่งที่ตาลุงแกเปิดซะดังลั่น เวลา23.00นาฬิกา พอถึงชาญเมืองเชียงใหม่ด้วยความที่พวกเราเกรงใจว่าลุงแกจะไปที่อื่นต่อผมกับเพื่อนจึงขอตัวลงกันที่นั้นเพราะถึงตอนนี้ฝนก็ไม่ได้ตกแล้วท้องฟ้าแจ่มใสไม่มีเค้าฝนให้เห็น เมฆที่ลอยตัวอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืนเป็นสีเหลืองเพราะถูกกระทบด้วยแสงไฟนีออนในตัวเมือง ผมกับเพื่อนเรารีบเดินไปหาลุงใจดีที่ด้านของคนขับเพื่อขอบคุณที่แกมีนำใจรับพวกเรามาด้วย
            ขอบคุณมากนะครับ/คะ คุ…ณ…ลุง…!
            ทันทีที่ผมเงยหน้าขึ้นมามองลุงคนขับรถภาพที่ผมเห็นมันต่างจากภาพของลุงใจดีที่ผมคิดเอาไว้ในหัวตั้งแต่แรก ผมตกใจสุดขีดจนต้องขาอ่อนก้าวถอยหลังออกมาจากตัวรถจนเกือบล้มทั้งยืน กระจกรถทุกด้านแตกละเอียดจนเผยให้เห็นแขนทั้งสองข้างที่เต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉานมือจับแน่นอยู่กับพวงมาลัยของรถ เนื้อต้นแขนที่เคยติดกับหัวไหล่ขาดวิ่นเปิดให้เห็นถึงกระดูกข้อต่อสีขาวแต่ที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือส่วนอื่นนอกจากแขนทั้งสองข้างนี้แล้วไม่มีให้เห็นเลย (ทั้งหัว ลำตัว ข้าทั้งสองข้าง หายไปไหน?) แล้วเสียงแก่ๆของคุณลุงที่พูดอยู่กับผมก่อนหน้านี้ล่ะเป็นเสียงของใครกันหรือว่าจะเป็นเสียงของเจ้าของแขนที่อาบไปด้วยเลือดทั้งสองข้างนี้ ในขณะที่ผมกำลังช๊อกอยู่กับภาพตรงหน้าเพื่อนผู้หญิงที่มาด้วยกันก็รีบดึงผมแล้วขับมอเตอร์ไซด์ออกไปจากที่นั้นโดยไม่พูดอะไรออกมาเลยซักคำเดียว พอกลับมาถึงบ้านที่เชียงใหม่ในตอนเช้าเพื่อนผู้หญิงที่ไปด้วยกันเมื่อวานก็มาหา เธอรีบเปิดทีวีให้ผมดูข่าวๆหนึ่ง ข่าวรายงานว่าเมื่อคืนนี้เวลา21.00นาฬิกาได้เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกขนาดเล็กพุ่งชนเข้ากับเสาไฟฟ้าบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข11หลักกิโลเมตรที่53เหล็กของห้องโดยสารตัดแขนทั้งสองข้างที่ติดอยู่กับพวงมาลัยรถขาดออกจากลำตัวแต่ที่น่าแปลกคือถึงตอนนี้ยังหาส่วนที่เหลือนอกจากแขนไม่พบ หลังจากที่ผมได้ดูข่าวนี้ผมถึงกับขนลุกไปทั้งตัว ผมกับเพื่อนที่ไปเจอเหตุการณ์นี้มาด้วยกันต่างมองตากันด้วยสีหน้าหลอนๆ เพราะเรื่องนี้มันไม่ใช้ความฝันรถบรรทุกในข่าวกับรถบรรทุกคันที่ผมโดยสารมาเมื่อคืนเป็นคันเดียวกัน ทุกอย่างเป็นเรื่องจริงอย่างไม่ต้องสงสัย
            “ในตอนนี้ลุงแกคงจะกำลังขับรถบรรทุกคันเล็กนั้นตามหาร่างกายที่หายไปบนถนนเส้นนั้นอยู่ก็ได้ ถ้าใครขับรถผ่านแถวนั้นแล้วเจอกับลุงแกก็อย่าลืมความมีน้ำใจลงไปช่วยลุงแกตามหาร่างกายของแกด้วยนะครับ แต่ผมคงจะเข็ดไม่อยากผ่านไปทางนั้นอีกแล้วล่ะครับ”ขากลับ!
            ผมกับเพื่อนที่เป็นผู้หญิงอีกหนึ่งคนเรากำลังขับรถมอเตอร์ไซด์กลับเชียงใหม่หลังจากอยู่เที่ยวเมืองลำปางตลอดทั้งวันอย่างมีความสุขระหว่างทางที่ออกจากตัวเมืองลำปางได้ไม่นานฝนก็เกิดตกลงมาอย่างหนัก
            เราจะเอายังไงกันต่อดีจะวนรถกลับไปหาที่พักในลำปางหรือว่าจะลุยฝนกลับเชียงใหม่
            ผมเห็นท่าไม่ค่อยดีจึงเอ่ยปากถามเพื่อนผู้หญิงที่มาด้วยกันในทันทีเมื่อรู้ว่าเรากำลังขับรถเข้าหาพายุลูกใหญ่ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วแม้จะเป็นตอนกลางคือเดือนมืดก็ยังสังเกตเห็นขอบเขตของพายุขนาดมหึมาได้อย่างชัดเจน
            ฝ่าฝนไปให้ถึงเชียงใหม่เลยดีกว่าไหนๆก็เปียกกันแล้วไม่อยากวนกลับไปกลับมาเสียเวลา ฉันขับรถไหวไม่ต้องเป็นห่วงแค่นี้สบายมาก
            เวลา21.15นาฬิกา เราทั้งสองคนกำลังขับรถลุยฝนอยู่ในพายุบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข11ทั้งสองข้างทางเป็นภูเขาสูงสลับกับต้นไม้ที่ซ้อนทับกันจนแน่นถนัด ถนนที่คดเคี้ยวไปมาตามตีนเขาลูกแล้วลูกเล่าไม่มีแม้กระทั้งไฟถนนที่คอยให้แสงสว่าง นานๆจะได้เห็นแสงจากไฟด้านหน้าของรถยนต์ที่สวนทางมาสักคัน ฝนเริ่มตกหนักขึ้น หนักขึ้นเรื่อยๆทำให้เกิดเป็นทัศนวิสัยที่แย่ลงไปอีกจนผมและเพื่อนตกลงกันยอมจอดรถหลบฝนในศาลาไม้ผุๆ ที่ถูกสร้างทิ้งไว้ข้างทางตั้งอยู่ห่างไกลจากแหล่งชุมชนในสภาพที่ไม่ได้รับการดูแลใดๆเลย
            ฝนบ้านี้จะตกอะไรอยู่ได้ไม่หยุดซักที
            เพื่อนของผมเริ่มบ่นอุ๊บอิบเมื่อฝนไม่มีท่าทีจะเบาลงหรือหยุดลงเลยมีแต่จะตกแรงขึ้นจนพื้นของศาลาที่เรายืนอยู่เริ่มปริ่มไปด้วยน้ำที่เอ่อขึ้นมา เสียงเครื่องยนต์ของรถบรรทุกดังมาแต่ไกลไฟหน้าที่สาดเข้ามาทำให้ผมต้องหยี่ตามองเพราะไม่ชินกับแสงมากๆ รถบรรทุกสี่ล้อคันเล็กๆจอดหยุดสนิดเลยศาลาที่ผมอยู่ไปไม่ไกล
            พวกเธอกำลังจะไปเชียงใหม่ใช้หรือเปล่าลุงจะผ่านเชียงใหม่พอดีขึ้นมาสิเดี๋ยวลุงจะไปส่ง
            เสียงแก่ๆใจดีของลุงคนขับรถบรรทุกเชิญชวนให้เราโดยสารไปด้วยดังมาจากด้านหน้า โชคดีที่รถของแกเป็นรถเปล่าไม่ได้บรรทุกเอาอะไรมาด้วย ผมและเพื่อนจึงช่วยกันยกรถมอเตอร์ไซด์ของพวกเราขึ้นหลังรถบรรทุกอย่างทุลักทุเลกลางสายฝนที่ยังตกพร่ำๆไม่ยอมหยุด ผ้าใบพลาสติกสีดำผืนใหญ่คุมด้านท้ายรถบรรทุกของแกอย่างมิดชิดช่วยป้องกันพวกเราจากฝนและลมเย็นๆที่เข้าพัดมาปะทะได้เป็นอย่างดีพอเข้าเขตเมืองอากาศจะอุ่นขึ้นมามากทำให้เราสองคนที่นั่งอยู่ทางด้านหลังที่คอยจับมอเตอร์ไซด์ที่เอียงไปมาตามสภาพของพื้นถนนได้ฟังเพลงลูกทุ่งที่ตาลุงแกเปิดซะดังลั่น เวลา23.00นาฬิกา พอถึงชาญเมืองเชียงใหม่ด้วยความที่พวกเราเกรงใจว่าลุงแกจะไปที่อื่นต่อผมกับเพื่อนจึงขอตัวลงกันที่นั้นเพราะถึงตอนนี้ฝนก็ไม่ได้ตกแล้วท้องฟ้าแจ่มใสไม่มีเค้าฝนให้เห็น เมฆที่ลอยตัวอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืนเป็นสีเหลืองเพราะถูกกระทบด้วยแสงไฟนีออนในตัวเมือง ผมกับเพื่อนเรารีบเดินไปหาลุงใจดีที่ด้านของคนขับเพื่อขอบคุณที่แกมีนำใจรับพวกเรามาด้วย
            ขอบคุณมากนะครับ/ค่ะ คุ…ณ…ลุง…!
            ทันทีที่ผมเงยหน้าขึ้นมามองลุงคนขับรถภาพที่ผมเห็นมันต่างจากภาพของลุงใจดีที่ผมคิดเอาไว้ในหัวตั้งแต่แรก ผมตกใจสุดขีดจนต้องขาอ่อนก้าวถอยหลังออกมาจากตัวรถจนเกือบล้มทั้งยืน กระจกรถทุกด้านแตกละเอียดจนเผยให้เห็นแขนทั้งสองข้างที่เต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉานมือจับแน่นอยู่กับพวงมาลัยของรถ เนื้อต้นแขนที่เคยติดกับหัวไหล่ขาดวิ่นเปิดให้เห็นถึงกระดูกข้อต่อสีขาวแต่ที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือส่วนอื่นนอกจากแขนทั้งสองข้างนี้แล้วไม่มีให้เห็นเลย (ทั้งหัว ลำตัว ข้าทั้งสองข้าง หายไปไหน?) แล้วเสียงแก่ๆของคุณลุงที่พูดอยู่กับผมก่อนหน้านี้ล่ะเป็นเสียงของใครกันหรือว่าจะเป็นเสียงของเจ้าของแขนที่อาบไปด้วยเลือดทั้งสองข้างนี้ ในขณะที่ผมกำลังช๊อกอยู่กับภาพตรงหน้าเพื่อนผู้หญิงที่มาด้วยกันก็รีบดึงผมแล้วขับมอเตอร์ไซด์ออกไปจากที่นั้นโดยไม่พูดอะไรออกมาเลยซักคำเดียว พอกลับมาถึงบ้านที่เชียงใหม่ในตอนเช้าเพื่อนผู้หญิงที่ไปด้วยกันเมื่อวานก็มาหา เธอรีบเปิดทีวีให้ผมดูข่าวๆหนึ่ง ข่าวรายงานว่าเมื่อคืนนี้เวลา21.00นาฬิกาได้เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกขนาดเล็กพุ่งชนเข้ากับเสาไฟฟ้าบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข11หลักกิโลเมตรที่53เหล็กของห้องโดยสารตัดแขนทั้งสองข้างที่ติดอยู่กับพวงมาลัยรถขาดออกจากลำตัวแต่ที่น่าแปลกคือถึงตอนนี้ยังหาส่วนที่เหลือนอกจากแขนไม่พบ หลังจากที่ผมได้ดูข่าวนี้ผมถึงกับขนลุกไปทั้งตัว ผมกับเพื่อนที่ไปเจอเหตุการณ์นี้มาด้วยกันต่างมองตากันด้วยสีหน้าหลอนๆ เพราะเรื่องนี้มันไม่ใช้ความฝันรถบรรทุกในข่าวกับรถบรรทุกคันที่ผมโดยสารมาเมื่อคืนเป็นคันเดียวกัน ทุกอย่างเป็นเรื่องจริงอย่างไม่ต้องสงสัย
            “ในตอนนี้ลุงแกคงจะกำลังขับรถบรรทุกคันเล็กนั้นตามหาร่างกายที่หายไปบนถนนเส้นนั้นอยู่ก็ได้ ถ้าใครขับรถผ่านแถวนั้นแล้วเจอกับลุงแกก็อย่าลืมความมีน้ำใจลงไปช่วยลุงแกตามหาร่างกายของแกด้วยนะครับ แต่ผมคงจะเข็ดไม่อยากผ่านไปทางนั้นอีกแล้วล่ะครับ”
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
^^   ฉันรออ่านนิยายขอบคุณต่อนะค่ะ   พยายามนะ
จากคุณ คนใกล้ๆ/(harajuku123) อัพเดตเมื่อ 16/02/2555 00:34:19
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 130 ท่าน