Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
the devil eyes
แมวน้อยสีดำ
ตอนที่ 5 เหตุการณ์ที่พลิกผัน
6
06/10/2554 18:57:28
328
เนื้อเรื่อง
ไลท์พาฉันวิ่งจากที่เดิมไปจนถึงหน้าเข้า-ออกของประตูสวนสนุก บรรยากาศที่นี่ตอนนี้เงียบเชียบเนื่องจากไร้ผู้คน ไม่มีใครอยู่ที่นี่เลยซักคนแม้แต่คนขายตั๋วหรือคนเก็บตั๋วเหมือนอย่างที่เรามากันในตอนเช้า ไลท์และฉันเดินข้ามประตูออกมาปุ๊บประตูสวนสนุกก็ปิดทันทีพร้อมกันทุกบาน ฉันหยุดเดินพลางเหลืบไปมองประตูสวนสนุกทุกบาน ความรู้สึกตอนนี้ฉันว่าบรรยากาศมันแปลกๆชอบกล และฉันก็สัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างที่เหมือนกับพลังของปีศาจเหล่านั้นที่อยู่กลางแจ้งแต่ความรุนแรงมากกว่า
“เดี๋ยวไลท์ นายรู้สึกว่าที่นี่มันแปลกๆรึเปล่า”
“ไม่หนิ” ไลท์ผุดยิ้มขึ้นมาเชิงว่าอย่าใส่ใจ “รีบหนีออกจากที่นี่กันเถอะ” ไลท์จูงมือฉันออกวิ่งอีกครั้ง
โป๊ก!!
หน้าของไลท์ชนกับกำแพงที่มองไม่เห็นเข้าอย่างจังและแรงตามการวิ่งของเขา ฉันลองเอามือทาบตรงหน้าจึงได้รู้ว่ามีกำแพงที่เรามองไม่เห็นกั้นไม่ให้เราออกไปข้างนอกได้ ฉันวิ่งสำรวจรอบๆบริเวณนี้ ทว่าทุกอย่างหากมองด้วยตาเปล่าจะเห็นว่าเหมือนเดิมแต่เมื่อทาบมือลงไปจะรู้สึกได้ทันทีว่าที่นี่ถูกกั้นไว้ด้วยกำแพงที่มองไม่เห็น นี่เป็นฝีมือใครกันหรือจะเป็นปีศาจพวกนั้น
“ฮ่าๆๆ” เสียงหัวเราะลั่นของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น
ฉันหันควับไปมองยังต้นเสียง ณ ประตูสวนสนุกที่ที่มีร่างของหญิงสาวเจ้าของเสียงนั้นยืนท้าวเอวอยู่ เธอมีผมดำประกายแดงหยิกยาวตัดกับนัยน์ตาสีแดงดุจเลือดของเธอที่ลอดออกมาจากหน้ากากแฟนซีสีดำครึ่งหน้า รูปร่างของหญิงสาวคนนั้นเข้าขันนางแบบเลยทีเดียว การแต่ตัวของเธอดูทะมัดทะแมงแนวสาวเปรี้ยว เธอใส่เสื้อเกาะอกรัดรูปสีดำลายเส้นสีแดงคู่กับกางเกงขาสั้นสีดำ สวมรองเท้าบู๊ตส้นสูงสีดำเงายาวเลยเข่า
“หลงเข้ามาจนได้สินะ...กับดักของข้า”
เธอผายมือออกทาข้างตัว... บรรยากาศรอบตัวจากที่เป็นประตูเข้าออกแปลเปลี่ยนเป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดกลางมีประตูทางออกเพียงทางเดียวด้านข้างหญิงสาวคนนั้น ห้องนี้ทั้งมืดทั้งอับชื้นมีของวางเต็มพื้นไปหมดมีตั้งแต่ตูเกมเก่าๆไปยันเอกสารกองโตที่ฉันสามารถเดาได้ว่านี่คือห้องเก็บของของสวนสนุกแห่งนี้
“นี่มันอะไรกัน??” ฉันสบถออกมาพลางมองไปรอบๆตัว
“ภาพมายาไง... ข้าสร้างภาพมายาล่อเจ้าให้เข้ามาและตอนนี้ข้าก็ได้สร้างภาพมายาให้ที่นี่กลายเป็นกำแพงเรียบร้อยแล้ว” เธออธิบายให้ฟังก่อนจะทำหน้าเวทนาใส่ฉัน “ไม่ต้องหวังจะให้ใครมาช่วยหรอกนะเจ้าเด็กน้อย”
“แล้วเธอเป็นใคร??” นี่เป็นคำถามพื้นๆที่สุดที่ฉันควรจะถามในตอนนี้
“ถามมาได้...” เธอแสยะยิ้มออกมา “ก็เป็นปีศาจน่ะสิ”
ปีศาจ... ทำไมอะไรๆตอนนี้ก็เกี่ยวข้องกับปีศาจ แล้วปีศาจมาที่นี่เพื่ออะไรกัน?? ฉันเหลือบมองข้างๆตัว ไลท์ตัวสั่นเทิ้มจ้องมองผู้หญิงคนนั้นอย่างหวาดกลัว สถานการณ์ตอนนี้ชักแย่ลงเรื่อยๆ ฉันต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อลดความกลัวของเขา
“ปีศาจ?? มาทำอะไรกันที่นี่??”
“เอ๋? แปลกจังนี่เจ้าไม่รู้หรอกรึ” เธอเลิกคิ้วสูง “ทั้งที่เจ้าก็เป็น...”
โครม!!!
“เจ้าสินะที่เป็นตัวการ...”
หญิงสาวคนนั้นพูดไม่ทันขาดคำเสียงดังโครมครามจากประตูก็แทรกขึ้นพร้อมกับเสียงพูดของชายหนุ่มคนหนึ่ง ฉันหันไปตามต้นเสียงนั้น... ประตูทางเข้าถูกพังจนเป็นชิ้นเล็ดชิ้นน้อยเผยให้เห็นแสงสว่างภายนอก และตรงด้านหน้ามีชายสวมชุดผ้าคลุมยาวสีดำขลับปลิวไหวตามลมกับมือข้างหนึ่งที่ถือเคียวยมทูต นั่นเขา...ยมทูตตนนั้น
“...เจ้าปีศาจชั้นต่ำ” เขาพูดคำสุดท้ายออกมาเมื่อทุกคนหันมามองเขา
เขาตามมาช่วยพวกเราใช่มั้ย? หรือเคลียร์แค้นอะไรส่วนตัว? แต่ก็ดีแล้วที่เขาตามมา ทำให้สถานการณ์ในตอนนี้ไม่ย่ำแย่อีกต่อไป
“ยุ่งจริงนะเจ้ายมทูตปลายแถว” เธอมองยมทูตตนนั้นด้วยสายตาค้อนๆ
“หืม? ปลายแถว” เขาพูดเสียงเรียบ
“เหอะ แค่จัดการเจ้าพวกนั้นได้และมองภาพมายาของข้าออก ฝีมือของเจ้าก็คงไม่ต่างจากข้านักหรอก” หญิงสาวแสยะยิ้มแล้วพุ่งตรงไปหาเขาในทันที
ระหว่างนั้นมีเปลวไปสีแดงดำผุดขึ้นมารอบตัวของหญิงสาว เหมือนเปลวไฟสีครามที่ผุดขึ้นมาบนมีดในตอนนั้น เธอเหวี่ยงมือสองสามรอบก็ปรากฏหอกยาวด้ามสีดำกับใบมีดสีเงินเงาวับ เธอไม่รอช้าจับหอกนั่นให้กระชับมือแล้วส่งไปข้างหน้าสุดแรง ยมทูตเป็นเช่นนั้นจึงขยับเคียวยมทูตของเขามาเป็นโล่กันอย่างรวดเร็ว
“สงสัยข้าจะประเมินฝีมือเจ้าต่ำไปซะแล้ว” หญิงสาวยิ้มออกมาราวสนุกกับการต่อสู้ในครั้งนี้
“งั้นหรอ” เขาแสยะยิ้มหนหนึ่งก่อนจะผลักหญิงสาวออกไป
ทั้งสองคนอยู่ในท่าเตรียมพร้อมเปิดศึกกันอีกครั้ง ทั้งสองไม่รีรอพุ่งเข้าหากันโดยพลันต่างคนต่างออกท่าทางการต่อสู้อย่างสง่างามราวกับกำลังร่ายรำ หญิงสาวผู้นั้นใช้หอกแกว่งไปมาด้วยความเร็วสูงอย่างชำนาญแต่ก็ไม่สามารถผ่านแนวป้องกันเคียวยมทูตของเขาได้ ฝ่ายยมทูตตนนั้นได้แต่ตั้งรับและเมื่อโอกาสมาถึงเขาจึงฟาดเคียวออกไป ทว่าเขาทำได้เพียงน้อยครั้งเพราะความเร็วในการใช้หอกของเธอเร็วมาจนไม่สามารถมองได้ทันไม่ทัน
ช้ง!!เช้ง!!
เสียงคมมีดที่หลายหอกปะทะกับใบมีดโค้งงอของเคียวยมทูตอย่างดุเดือด ทั้งคู่สามารถรับการโจมตีของอีกฝ่ายได้หมด ไม่มีใครได้เปรียบสัยเปรียบ
“เจ้าสองคนนี่มัวยืนเซ้ออยู่ได้ รีบๆหลบไปไห้พ้นซะ” ยมทูตตนนั้นตะโกนเสียงเรียบอกออกมาขณะตั้งรับคมมีดจากหอก
เขาบอกให้รู้ว่าฉันควรจะหนีไปให้ไกลเท่าที่จะทำได้ คราวนี้ฉันเป็นฝ่ายที่จับมือไลท์วิ่งบ้าง ฉันคว้ามือเย็นๆชุ่มเหงื่อของเขาและวิ่งตรงปรี่ไปยังประตูบานนั้นที่โดนพังยับเยินบานนั้น
“คิดจะหนีรึ!!!”
หญิงสาวละทิ้งการต่อสู้ตรงหน้าวิ่งปรานอย่างรวดเร็วมาขวางหน้าประตูพร้อมกับยื่นหอกมาข้างหน้า ฉันรีบเบรกตัวเองกะทันหันก่อนที่จะโดนคมหอกนั้นเสียบเข้าที่ลำตัว ปลายหอกคลกริบเงาวาวับอยู่ห่างจากตัวฉันเพียงคืบ หากขยับนิดเดียวเจ้าของหอกอันนั้นก็สามารถที่จะทะลวงไส้ฉันได้ง่ายๆ
“ข้าไม่ให้เจ้าไปไหนเด็ดขาดหากเจ้ายังไม่แสดงพลังของเจ้าให้ข้าเห็น” หญิงสาวตะวาดลั่นด้วยความโมโหพลางจ้องฉันตาเขม็ง
พลังของฉัน? หรือว่าจะเป็นพลังเปลวเพลิงสีครามในตอนนั้น พลังของปีศาจ... ผู้หญิงคนนั้นอยากจะเห็นพลังของฉันไปเพื่ออะไรกัน?? เธอก็เป็นปีศาจแต่เพียงแค่มีสีของเปลวไฟแตกต่างกับฉันเท่านั้น บางทีปีศาจอาจจะมีการแบ่งเผ่าเปลวไฟสีหนึ่งบงบอกถึงเผ่าหนึ่งรึเปล่า และถ้าฉันแสดงพลังออกไปฉันก็อาจจะโดนฆ่าเพราะเป็นเผ่าศัตรูก็ได้ แต่ทว่ายังไงฉันก็ไม่สามารถเรียกพลังนั้นออกมาได้อยู่ดี ครั้งนั้นมันแค่ฟลุ๊ค
“นี่น่ะรึสาเหตุที่เจ้าสนใจเด็กสาวคนนี้” ยมทูตตนนั้นขยับเข้ามาอยู่ด้านข้างฉันในทันที
“มันเรื่องของข้า” เธอเหลือบมองยมทูตตนนั้นด้วยหางตาก่อนที่จะหันกลับมาข้องฉันอีกครั้ง “แสดงให้ข้าดูเดี๋ยวนี้!!” เธอออกคำสั่ง
“แต่มันบังเอิญเป็นเรื่องของข้าด้วยน่ะสิ” ยมทูตกล่าวเสียงเรียบเบนความสนใจของหญิงสาวผู้นั้น
บังเอิญเป็นเรื่องของเขาด้วย? นี่มันหมายถึงอะไร เขายังไม่ล้มเลิกที่จะกำจัดฉันแต่ทำไมถึงมาช่วยฉันไว้ตั้งสองหนล่ะ ทำไมกัน??
“หืม??” สีหน้าของหญิงสาวดูคลุ่มคิด
“ข้าก็อยากเห็นพลังนั่นอีกสักครั้งเหมือนกัน ข้าจะได้รู้ให้แน่ชัดไปเลยว่าพลังนั่นเป็นของเจ้าจริงๆ”
“ฮ่าๆๆหนูน้อยผู้น่าสงสาร เจ้าหนีไม่รอดแล้วจริงๆนะ” เธอเผยยิ้มอย่างมีชัยออกมา
เหตุการณ์มันพลิกผันไปหมด ฉันโดนจ้องเล่นงานจากสองคนที่ไม่ใช่มนุษย์ ฉันควรจะทำยังไง? แล้วไลท์ล่ะถ้าเข้ารู้ขึ้นมาก็แย่น่ะสิ พอมีหลักฐานให้เห็นคาตาเขาคงจะเลิกเป็นเพื่อนกับฉันไปเลยก็ได้ กลายเป็นเหมือนกับทุกคนแบบเมื่อก่อน เพื่อนๆทุกคนที่หันมาคุยกับฉันก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม และฉันก็ต้องอยู่แบบไร้เพื่อนเช่นเดิมเหมือนกัน แต่ถ้าฉันไม่แสดงพลังออกมา ทั้งไลท์และฉันก็อาจจะต้องตาย โอ๊ยยยยนี่ฉันจะทำยังไงดีเนี่ยจะเลือกอะไรดี ระหว่างรักษามิตรภาพกับชีวิตคน
 “นี่พ่อหนุ่มเจ้าไม่เกี่ยวอะไรด้วย...” หญิงสาววาบมาอยู่ข้างไลท์ด้านหลังฉันอย่างรวดเร็ว “จงหลับไปซะเถอะ”
เธอยกมือขึ้นมาวางเหนือหน้าของไลท์ปากก็ขมุบขมิบเหมือนท่องมนต์อะไรบางอย่าง มือเย็นๆที่ชุ่มเหงื่อของไลท์ค่อยๆคลายออก ร่างสูงใหญ่ของคุณชายผู้เพียบพร้อมร่วงลงสู่อ้อมแขนเรียวยาวของหญิงสาวผู้นั้น เธอพยุงไลท์ไปชิดกำแพงแล้ววางตัวเขาลงพิงกำแพงนั้นอย่างเบามือและทะนุถนอม
“เอาล่ะ...ได้เวลาเธอกับฉันแล้ว” หญิงสาวคนนั้นหันกลับมาพร้อมสายตาดุดันเชือดเฉือน
“จะทำอะไรก็รีบทำ ข้าไม่ชอบรอนาน” ยมทูตตนนั้นกล่าวเสียงเรียบพลางเดินเข้ามา
“หุบปากกของเจ้าซะ!!”
หญิงสาวคนนั้นหันกลับไปตวาดทันควันแล้วกลับมาจ้องหน้าฉันอีกครั้ง เธอเข้ามาหาฉันอย่างรวดเร็วราวกับหายตัวมา มือเรียวยาวของเธอยกขึ้นมาบีบหน้าฉันในทันใด
“แสดงออกมาเดี๋ยวนี้ พลังของเจ้า!!” เธอบีบหน้าฉันแรกขึ้นตามน้ำเสียงและอารมณ์ของเธอ
เวลาแบบนี้ฉันจะทำไงดี... ฉันพยายามรวบรวมสมาธิเพื่อเรียกพลังเหมือนครั้งนั้น แต่แล้วสติสมาธิของฉันก็กระเจิดกระเจิงไร้ทิศทางเมื่อฉันเห็นใบหน้าเซ็กซี่แสนดุดันของเธอที่จ้องฉันอย่างไม่ละสายตา ฉันทำไม่ได้... ฉันเหลือเพียงทางเลือกเดียวแล้วในตอนนี้คือการรักษามิตรภาพของฉันกับเพื่อนๆ แม้ว่าฉันอาจจะต้องถูกฆ่า...ไลท์ก็ด้วย
...เจ้าคิดผิดแล้วเด็กน้อย
เสียงนั้นอีกแล้ว... เสียงทุ้มต่ำกังวานของชายวัยกลางคนที่ฟังแล้วน่าเกรงขามดังก้องอยู่ในหัวของฉันอีกครั้ง ในเวลาแบบนี้เขาสามารถที่จะช่วยฉันได้ ครั้งก่อนที่ฉันใช้พลังได้ก็เพราะเขา
...เจ้ายังมีทางเลือกอยู่ เพียงแค่เจ้าเลือกเองไม่ได้เท่านั้น
ทางเลือกอะไรอีกงั้นหรอ? ฉันไม่สามารถใช้พลังยามที่ฉันต้องการได้แล้วยังจะพาไลท์มาตายอีก ฉันนี่มันตัวซวยจริงๆ
...หลับตาซะ ข้าจะเลือกทางเลือกให้เจ้าเอง
สำหรับฉันไม่เหลือทางเลือกที่ฉันสามารถเลือกเองได้จริงๆ ฉันต้องเชื่อใจเจ้าของเสียงนั้นอีกครั้ง... ฉันหลับตาลงช้าปล่อยตัวเองไปกับสายลมน้อยนิดที่ผ่านเข้ามาทางซากประตู
กลุ่มก้อนพลังงานก้อนหนึ่งอัดเข้าใส่ฉันจากด้านหลังอย่างจัง ฉันเงยหน้าขึ้นพลางลืมตา แต่ทว่าทุกอย่างมืดไปหมด รอบตัวฉันมีแต่ความมืดมิดไร้ซึ่งแสงสว่าง ไม่มีแม้แต่เสียงใดๆเลย ร่างกายของฉันไม่ตอบสนองกับความคิดของฉันเลยแม้แต่น้อย เหมือนปล่อยตัวเองอยู่ท่ามกลางที่ว่างเปล่าแสนมืดมิดและจมดิ่งลงไป...
 
หญิงสาวคนนั้นปล่อยมือจากหน้าเด็กสาวทันทีเมื่อเห็นเปลวไฟสีครามลุกขึ้นมารอบตัว เด็กก้มหน้าลงมาอยู่ในระดับปกติพร้อมกับค่อยๆลืมตาขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสีครามสว่างใสราวกับขีดยาวสีดำกลางดวงตาราวตาแมว
“ในที่สุด...ในที่สุดข้าก็ได้เห็นพลังของเจ้าแล้ว” หญิงสาวพูดอย่างสะใจ
หญิงสาวผู้นั้นเธอมีสีหน้าภูมิใจและปลื้มปีติเป็นอย่างยิ่ง ผิดกลับยมทูตในผ้าคลุมยาวหลุดลุ่ยสีดำขลับที่ยืนอยู่ห่างๆด้านหลังหญิงสาวจ้องมองเด็กสาวคนนั้นด้วยท่าทีครุ่นคิด
“ผิดแล้ว...นี่ไม่ใช่พลังของเด็กคนนี้” เด็กสาวเอ่ยขึ้นบางเบาราวสายลม
“เจ้าไม่ใช่เทียร์ เจ้าเป็นใคร?” เสียงของเขาเรียบและจริงจัง “หรือเจ้าคือ...เฮ”
“เฮเดนไฮ” เด็กสาวแทรกขึ้นขณะที่ยมทูตตนนั้นยังพูดไม่จบ
เมื่อคำตอบนั้นหลุดออกมาจากปากของเด็กสาวทำให้บรรยากาศโดยรอบเงียบสนิทไร้เสียงพูดออกมาจากใครทั้งสิ้น หญิงสาวผู้นั้นเลิกคิ้วสูงมองเด็กสาวคนนั้นอย่างไม่เชื่อสายตา
“เจ้าโกหก!!เจ้าคิดว่าเจ้ามีพลังเปลวไฟของปีศาจชั้นสูงเหมือนท่านราชาแล้วเจ้าจะหลอกข้าได้รึ” หญิงสาวตวาดขึ้นทำลายความเงียบ
“เจ้านี่โง่นัก!เป็นปีศาจซะเปล่าแต่กลับไม่รับรู้ถึงอายปีศาจชั้นสูงที่บริสุทธิ์จากราชาปีศาจของเจ้าเอง” ยมทูตสบถออกมาเมื่อเหลืออดกับความโง่เง่าของหญิงสาวพลางเคลื่อนย้ายตัวเองไปอยู่ข้างๆเด็กหนุ่มที่ชื่อไลท์
“จะเป็นใครข้าก็ไม่สน หากมาขัดขวางการทดสอบของข้าผู้นั้นมันต้องตาย!!” เธอพูดพลางวิ่งเข้าไปหาเด็กสาวด้วยความเร็วสูง
ฟึบ... หอกในมือหญิงสาวถูกส่งไปข้างหน้าสุดแรงพอดีกับที่เฮเดนไฮในร่างของเด็กสาวหมุนตัวหลบทัน หญิงสาวหันมามองค้อนแล้วเริ่มต่อสู้ด้วยความเร็วและชำนาญในการต่อสู้กับท่วงท่าสง่างามราวนักฆ่าสาวพราวเสน่ห์กำลังเต้นรำ แต่ทว่าเฮเดนไฮสามารถหลบได้หมดทุกอย่างไม่ว่าหญิงสาวคนนั้นจะออกท่าต่อสู้อะไรมา
“เจ้าจะทดสอบไปเพื่ออะไรในเมื่อเด็กคนนี้เป็นแค่มนุษย์ธรรมดา” เฮเดนไฮพูดขึ้นพลางหลบการโจมตีได้อย่างสวยงาม
“ไม่ใช่!!เด็กคนนี้เป็นปีศาจแม้กลิ่นอายจะเบาบางแต่ข้ารู้สึกได้” เธอสวนกลับทันทีแต่การต่อสู้ก็ยังดำเนินต่อไปอย่างไม่ลดละ
“แค่ข้ามาเข้าสิงเด็กคนนี้เจ้ายังแยกแยะไม่ออกเลยแล้วเจ้าจะรู้ได้อย่างไรว่ากลิ่นอายนั้นเป็นของจริง”
“ข้าเชื่อในสัมผัสของข้า!!” เธอพูดพลางออกแรงพุ่งหอกสุดแรงอีกครั้ง
เฮเดนไฮหลบได้อย่างสวยงามและหยุดอยู่ ณ ที่นั้น หญิงสาวก็เช่นกันเธอหยุดยืนหอบพลางจ้องหน้าขาวใสของเด็กสาวผู้ที่ถูกเฮเดนไฮสิงอยู่
“ข้าไม่ยอมแพ้หรอกกกกกกกกกกก” เธอลากเสียงยาวพลางวิ่งเข้าไปอักครั้ง
“เจ้านี่นะ”
ทว่าครั้งนี้เฮเดนไฮไม่หลบอีกต่อไปเขายื่นมือข้างหนึ่งออกไปข้างหน้าราวกกับจะรับการโจมตีนั้นด้วยมือเดียว เปลวไฟสีครามจุดขึ้นที่กลางมือของเขาและขยายขึ้นอย่างรวดเร็ว พลังเปลวไฟนั้นถูกปล่อยไปข้างหน้าพอดีกับที่หญิงสาวคนนั้นวิ่งเข้ามา เปลวไฟสีครามนั้นกลืนกินหญิงสาวจนหายวับไปและย้อมห้องเก็บของขนาดกลางนี้ให้สว่างโชติช่วงไปด้วยสีคราม ไม่นานนักเปลวไฟสีครามนั้นก็เลือนหายไปเหลือไว้เพียงตาสภาพเดิมก่อนที่เฮเดนไฮจะสู้กับหญิงสาวคนนั้น
“ตายแล้วรึ? ปีศาจชั้นต่ำตนนั้น” ยมทูตเอ่ยขึ้นเมื่อเหตุการณ์สงบลง
“นางหนีไปได้ แต่ก็บาทเจ็บพอควร” เฮเดนไฮหันไปพูดพลางเดินเข้าไปหา “ข้าอยากคุยกับเจ้าเป็นการส่วนตัวเจ้าไปรอข้าได้รึไม่”
“ได้ขอรับ” ยมทูตตอบรับและหายตัวไปในทันที
เฮเดนไฮนำร่างของเทียร์เดินเข้าไปหาเด็กหนุ่มที่นอนสลบอยู่หวังที่จะพาเข้าไปส่งที่บ้านของเทียร์พร้อมกับร่างนี้ ทว่าเมื่อเขายื่นมือออกไปกำลังจะถึงตัวร่างของเด็กหนุ่มก็รู้สึกตัวขึ้น
“เทียร์!!” ไลท์พูดขึ้นด้วยความตกใจ “เธอไม่เป็นไรใช่มั้ย? แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นบ้าง?”
ข้าคงไม่ต้องไปส่งเจ้าทั้งสองแล้ว เจ้าเด็กหนุ่มคนนี้ดูไม่มีพิษภัยใดๆเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา แบบนี้ข้าก็วางใจได้...เฮเดนไฮคิด เช่นนั้นเขาจึงออกจากร่างของเด็กสาวปล่อยให้ร่างไร้สตินั้นร่วงลงสู่ตัวของเด็กหนุ่มที่พอจะสามารถรับน้ำหนักตัวที่ไม่มากของเธอได้...
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 218 ท่าน