Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Coffee Cafe รักนี้ไม่มีขม
Nonaki
2
2
21/09/2554 17:50:31
331
เนื้อเรื่อง
“ฟัฟ ..เออพี่ฟัฟ ขอกินเค้กชาเขียวได้ไหม”
“ไปกินสิ วันหลังทำคืนด้วยนะ”
“ได้ๆๆเดี๋ยวทำให้เยอะๆเลย”ฉันเดินไปตัดเค้กมาก้อนหนึ่ง
“พี่ๆกินด้วยกันไหม”ฉันชวนพี่ผู้หญิงที่ยืนเช็ดเคาน์เตอร์อยู่
“เอาเลยคะน้องพี่กินแล้ว”ฉันพยักหน้าแล้วตักเค้กใส่ปาก
“พี่ถ้าไอ้ เอ่อถ้าพี่ฟัฟถามให้บอกว่าไปเดินเล่นนะ”
“ค่ะ”
ฉันบอกแล้วเดินออกจากร้านมา เอ่อ ไปไหนดีล่ะเพิ่งมาเมืองไทยในรอบห้าปี มันเปลี่ยนไปมากๆเลย เอาว่ะปากไม่ได้มีไว้กินแค่ข้าวนี่หว่า ฉันเดินออกจากร้านมาเรื่อยๆมีแต่ร้านขายของเต็มไปหมด เฮ้ยนั่นไงป้าย สยามสแคว์ซอยสาม เฮ้ย นี่มันแหล่งรวมตัวของวัยรุ่นนี่หว่า ดีล่ะสนุกแน่งานนี้ ฮ่าๆๆๆ ฉันเดินตรงเข้ามาเรื่อยๆร้านดนตรีมันอยู่แถวไหนฟระ
“เอ่อขอโทษนะคะพี่ ร้านขายดนตรีไปทางไหนค่ะเพิ่งมาไทยเป็นครั้งแรก”ฉันตัดสินใจเข้าไปถามเป็นภาษาอังกฤษกับพี่ผู้หญิงคนนึง
“อ๋อเดินไปอีกสิบเมตรก็เจอค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ”ฉันก้มให้เล็กน้อยแล้วเดินไปตามที่พี่เขาบอก จริงด้วย อย่างนี้สิน้ำใจไทยอย่างแท้จริงไม่เหมือนใครบางคนที่ไม่ยอมช่วยอะไรเลย เอ้ยแล้วฉันจะมาพูดถึงไอ้บ้านั่นทำไม
“ขอโทษนะคะมีกีต้าร์รุ่นxxxไหมค่ะ”
“มีครับ รอสักครู่”ฉันเดินดูกีต้าร์รอบๆ มีแต่ตัวสวยๆทั้งนั้นราคาก็ใช่ย่อย ตัวนี้ราคาเสียดหมื่น แพงไปถึงหน๊ายยยยย
“ได้ล่ะครับน้อง”พี่พนักงานยื่นกีต้าร์มาให้
“เท่าไหร่ค่ะพี่”ฉันพลิกกีต้าร์ไปมา
“ห้าพันสามครับ”ฉันล่วงเงินในกระเป๋าออกมาแล้วยื่นให้พี่เค้าไป
“เดี๋นวพี่ใส่กระเป๋าให้ครับ”
“ขอบคุณค่ะ”ฉันส่งกีต้าร์ให้พี่เขาไป ไม่นานพี่เขาก็มาพร้อมกับกีต้าร์
“เอ่อ พี่ค่ะ แถวนี้มีร้านขายหนังหรือไม่ก็ร้านซื้อของตกแต่งไหมค่ะ”
“ถ้าไปร้านหนังสือเดินไปตรงไปแล้วเลี้ยวขวาครับ ร้านของตกแต่งก้เดินถัดจากร้านหนังไปอีกสองร้านก็เจอครับ”
“ขอบคุณค่ะ”ฉันก้มลงเล็กน้อยแล้วเดินออกจากร้าน ร้านหนังสือ ตรงแล้วเลี้ยวขวาก็จะเจอ อ๊ะ เจอแล้วคงมีหนังสือที่ฉันต้องการนะ
ครืด ครืด ครืด
อ้าวใครโทรมา ฟระ  ขัดจังหวะชิบ
“อะโหล”
[เจินอยู่ไหน รู้ไหมทุกคนเขาตามหาอยู่ ไปไหนก็บอกกันบ้างสิ รีบกลับบ้านเลยนะ]โดนเป็นชุดเลยตู
“เดี๋ยวๆ ไม่ต้องเป็นหรอก ไปซื้อของแป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับแล้ว”
[เออ แล้วรีบกลับเลยนะ]
ตู๊ด...ตู๊ด
ฉันวางโทรศัพท์แล้วเดินเข้าไปในร้าน ฉันวนรอบๆร้านเพื่อหาหนังสือคอร์ดเพลงกีต้าร์กับหนังก๊อกแก๊กไว้อ่านเวลาว่างสี่ห้าเล่มแล้วเดินไปจ่ายเงิน
ผลัก!!!
โครม!!
“ขอโทษค่ะ/ขอโทษครับ”
“ไม่เป็นไรครับ”เขาก้มลงเก็บของขึ้นมา
“ขอบคุณค่ะ”ฉันเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์แล้วรีบกลับบ้านทันทีขืนไปช้ากว่านี้มีหวังไอ้พี่ฟัฟฟ้องเฮียแน่ๆ
 
“พี่ๆนี่นะเจินซื้อมาฝาก”ฉันวางของบนเคาน์เตอร์
“ขอบคุณค่ะน้องเจิน”ฉันเดินเอาของไปเก็บที่ห้องแล้วอาบน้ำเตรียมตัวจะไปเยี่ยมเฮียที่โรงบาล
“เฮ้ย!เข้ามาได้ไง”เสียงฉันเองแหละ
“ก็เปิดประตูเข้ามาดิไอ้น้อง”ไอ้พี่ฟัฟไม่พูดเปล่าโชว์กุญแจที่ห้อยต้องแตงอยู่
“แล้วเข้ามาทำไม”
“เมื่อกี้นายไปไหนมา”ไม่เห็นฉันถือของหรือไง และอีกอย่างหยุดเรียกนายได้ไหมไม่ชอบโว้ย
“ไปซื้อของมาไม่เห็นหรอ”ฉันพูดแล้วเอากีต้าร์วางไว้ใกล้ตู้เสื้อผ้า
“ซื้ออะไรล่ะ”นายไม่มีอะไรทำหรือไง
“ซื้อกีต้าร์กับหนังสือ”รีบออกไปเร็วๆร้อน อยากอาบน้ำ
“นายเล่นกีต้าร์เป็นด้วยหรอ”
“เออ นี่ รีบออกไปได้ไหมคนจะอาบน้ำร้อน!”
“นายจะเยี่ยมพี่นายไหม”ฉันเป็นน้องนะ
“ไปดิ นอนที่นั้นด้วย”
“เออดี”นายนั่นพูดแล้วเดนออกไปอย่างดื้อๆ ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องไล่
พอนายนั่นออกไปฉันก็จัดการอาบน้าทันที เย็นสบายหน่อย เออฉันจะเอาอะไรไปให้เฮียทานดี โจ๊กหมู หรือว่าแกงจืดดี โอ๊ยคิดไม่ออกโว้ย
แคร่กก!
สบายจังอาบน้ำเสร็จแล้วสดชื่นนนนน
Fuff Talks
ผมเดินออกมาจากห้องของน้องไอ้จางมัน ที่ผมออกมาเพราะเห็นว่าน้องไอ้จางมันเดินทางมาคงเหนื่อย พอผมเดินมาถึงชั้นสองก็ดันลืมกุญแจรถตอนที่อยู่ห้องของน้องไอ้จาง ผมเลยต้องเดินย้อนกลับไปที่ห้องของน้องมันอีกครั้ง
~ดา ดา ด๊า ดาด๊าดาดา~
ผมเดินมาถึงประตูหน้าห้องของน้องไอ้จางก็ได้ยินเสียงฮัมม์เพลงอยู่ในหัวก็คิดจะแกล้งอย่างเดียว ผมเปดประตูเข้าไปอย่างแรง(หรือเรียกว่าผลักแรงๆก็ได้ครับ)
O_o
“เฮ้ย!ทำไมไม่เคาะประตูก่อน”น้องไอ้จางกระโดดขึ้นเตียงเลย
“นะ...นี่เธอเป็นผู้หญิงหรอ”น้องไอ้จางเป็นผู้หญิง ทำไมผมไม่รู้
“ก็ใช่น่ะสิ นายคิดว่าฉันเป็นผู้ชายหรือไง”ใช่ ผมคิดว่าน้องไอ้จางเป็นผู้ชาย ว่าแล้วทำไมไอ้จางบอกว่าน้องมันไว้ผมยาว ผมก็นึกว่าผมรากไทรยาวปะบ่า
“.....”ผมอึ้งรับประทานเลยครับ
“นายออกไปก่อนไป”ยัยนั่นไล่ผม(ผมขอเปลี่ยนสรรพนามล่ะกัน น้องมันเป็นผู้หญิง)
ผมเดินออกมาตามที่ยัยนั่นบอก ผมเดินลงมานั่งที่โต๊ะข้างล่าง น้องไอ้จางเป็นผู้หญิง มิน่าล่ะผู้ชายที่ไหนชื่อเจิน แล้วทำไมผมดูไม่ออกว่ายัยเจินเป็นผู้หญิง ก่อนหน้านี้ ผมเห็นครั้งแรกผมว่าน้องไอ้จางหล่อเท่าๆพี่เลย(แต่น้อยกว่าผม) แต่ร่างเล็กไปหน่อย ผมที่ซอยสั้นๆปะบ่า ตาตี่ๆปากสีส้มอ่อนๆได้รูป เข้ากับใบหน้ารูปไข่ แถมแต่งตัวเท่ๆอีก ไม่คิดว่าผู้ชายก็ให้มันแล้วไป ตอนที่ผมพายัยเจินกลับบ้าน ผมสังเกตเห็นพยาบาลแอบทำสายตาปิ๊งๆใส่น้องไอ้จางมันด้วย ผมอยากให้พวกพยาบาลนั้นรู้จริงๆจะทำหน้ากันยังไง ฮ่าๆๆๆ
“ไอ้!นาย!ฟัฟ!”
“โอ๊ยยัยบ้าแหกปากทำไม”
“ก็ฉันเรียกตั้งนานแล้วนายไม่ได้ยินเอง”
“เรียกดีๆก็ได้ ไม่เห็นต้องแหกปากตะโกนเลยนี่”แสบแก้วหูชะมัด
“เรียกแล้ว นายมัวแต่นั่งๆๆอยู่ฉันเลยแหกปากไงเล่า”ยัยนั่นทำท่าแหกปาก
“ดีนะเนี่ยเย็นแล้วลูกค้าก็กลับกันหมด ถ้าเป็นตอนกลางวันมีหวังลูกค้ากระเจิง”
“ไปได้หรือยัง”
“ไปก็ไปดิ”
End  Fuff Talks
ฉันใส่เสื้อผ้าเดินไปหยิบกีต้าร์แล้วเดินลงมาข้างล่าง เห็นไอ้บ้านั่นนั่งคิดอะไรไม่รู้ ฉันเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่นจากห้วงความคิดนั้นเลย ฉันเลยวิธีแหกตอนที่เคยใช้กับเพื่อนทั้งสี่ที่จีนมาใช้ถ้าวิธีนี้ใช้ไม่ได้ผมคงต้อวใช้วิชาจากวัดเส้าหลินมาใช้แน่ๆเลย
แอรดดด~
ฉันเปิดประตูเข้าไปในห้องของเฮีย อ่ะเฮียยังไม่หลับดีเลย จะได้คุยด้วยให้หายคิดถึง
“เฮียเป็นไงบ้าง”
“เจิน ตอนกลางวันไปไหนมาทำไมไม่บอก”เฮียทำหน้างอนๆ
“เจินออกไปซื้อของมาไว้ในห้องอ่ะรวมกับกีต้าร์ด้วย”
“วันหลังไปไหนหัดบอกหน่อยสิ เมืองไทยไม่เหมือนเมืองจีนนะ”
“จร้าอาป๊า วันหลังจะบอกอาป๊าไว้”
“ดีแล้ว”ฉันก้มลงกอดเฮีย เฮียเลยใช้มือขยี้หัวฉัน
“ผมยุ่งหมดแล้ว”
“หล่อดีนะเจินทรงเนี่ย”
“งั้นเจินถ่ายรูปไปให้อาม่าดูมาๆ อ้า...หนึ่งสองสาม”
แชะ
“เฮียหล่อมากๆ”
“อะแฮ่ม!”เออ ลืมนายฟัฟเลย
“ไรวะไอ้ฟัฟ”
“อิจฉามั้ง”ฉันพูดออกไป
“อะไรไก่ต้ม”ฉันหันหน้าไปทำตาเขียวใส่
“เฮียจะได้ออกจากโรงบาลนี้เมื่อไหร่”
“อีกอาทิตย์นึงก็ออกแล้ว แต่ก็ต้องใส่เฝือกนี่อยู่อีกเดือนนึง”
“งั้นคืนนี้เจินนอนกลับเฮียที่นี่นะ”
“ไม่ต้องหรอกกลับไปนอนเป็นเพื่อนไอ้ฟัฟที่บ้านนู้น”
“ให้ไอ้ไก่ต้มนอนที่นี่แหละ”ดีมากนายฟัฟ
“ทำไมว่ะ”
“ฉันขี้เกียจกัดกับยัยนี่”นายฟัฟพูดแล้วเดินออกไปทางระเบียง
“ไอ้ๆๆ”ฉันสะพายกีต้าร์เดินออกมาจากห้องของเฮีย ฮึ๊ยย ทำไมเฮียถึงมีเพื่อนอย่างนี้นะ
พลั่ก!!!
“ขอโทษค่ะ/ขอโทษครับ”ที่เดินอยู่นั่นฉันก็ชนเข้ากลับคนๆนึง
“อ้าวคุณ ผมนึกว่าจะไม่ได้เจอคุณแล้วนะ”
“คุณที่ร้านขายหนังสือใช่ไหม”
“ใช่ครับ อ๋อนี่ครับ หนังสือคุณทำตกไว้น่ะครับ”เขาส่งหนังสือให้
“ขอบคุณค่ะ”
“อืม..คุณมาทำอะไรที่นี่ครับ”เขาเดินออกหน้าฉันนิดนึง
“ฉันมาเยี่ยมพี่ชายที่นี่ค่ะ แล้วคุณล่ะ”
“ผม เป็นนักศึกษาฝึกที่นี่ครับ”
“อ๋อ..คุณเรียนแพทย์ก็เลยต้องมาฝึกอะไรอย่างนี่ใช่ไหมค่ะ”
“ครับ..แล้วคุณล่ะครับ”เขาถามแล้วยิ้มให้
“ฉันก็เรียนแพทย์เหมือนกันแต่อยู่ที่จีนนู้นแหละพอดีช่วงนี้ปิดเทอม”
“คุณสอบติดที่นู้นหรอครับ”
“เปล่าค่ะ ฉันเป็นคนจีนแต่มาเยี่ยมพี่ชายอยู่ที่ไทย”
“เหรอครับ ดีจังผมจะได้มีเพื่อนเป็นคนจีน”ฉันกับเขาเดินคุญกัยมาเรื่อยๆจนถึงม้านั่งหน้าร้านขายของในโรงบาล ฉันเพิ่งรู้จักชื่อเขาเมื่อเขาออกปากถามชื่อฉันก่อน เขาชื่อแฟลน ที่แปลว่าพายผลไม้ เขาเป็นคนคุยเก่งมากๆ
“เจินเล่นกีต้าร์เป็นด้วยเหรอเล่นให้ฟังหน่อยสิ”
“ได้ๆ แต่เพลงไทยเล่นไม่ค่อยเก่งนะ”ฉันเปิดกระเป๋ากีต้าร์ออกเตรียมเล่น
“ไม่เป็นหรอกครับผมฟังได้ มันดีจะตายครับที่มีคนชาติอื่นๆเล่นเพลงไทยเป็น ผมภูมิใจมาก”แฟลนไม่พูดเปล่า แถมยืนขึ้นแล้วยืดอก ทำท่าภูมิใจ
“แต่ร้องอาจจะไม่เพราะเท่าไหรนะ เพราะร้องไม่ค่อยชัด แฮ่ๆๆ”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมอยากฟัง....ร้องเลย”เขาพูดจบฉันก็เริ่มเปลี่ยนคอร์ดกีต้าร์ไปเรื่อยๆๆ
แป๊ะๆๆๆๆๆๆ
เสียงตบมือมาแต่ไหนอ่ะ
“ร้องเพราะมากเลยอ่ะเจิน ดูดิมีคนมาดูกันใหญ่เลย”
“ขอบคุณค่ะ”ฉันยืนขึ้นแล้วโค้งคำนับให้คนที่มามุ่งดู
น่าจะไปเป็นนักร้องเนอะ หน้าตาก็ดี
เสียงเพราะ หน้าตาดีถ้าเป็นดาราฉันจะกรี๊ดให้สลบไปเลย
นักร้องมาหรอ
“ขอโทษนะครับ”เสียงผู้ชายคนหนึ่งแหวกวงเข้ามาข้างใน และคนๆนั้นคือ
“ฟัฟ”
 
 
 
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 195 ท่าน