Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Coffee Cafe รักนี้ไม่มีขม
Nonaki
1
1
18/09/2554 09:06:02
428
เนื้อเรื่อง
บทนำ
“จาง แกออกไปซี้อน้ำตาลให้ฉันหน่อยสิ มันไม่พอว่ะ”
ผมบอกเพื่อนผมไปซื้อน้ำตาลให้ ผมต้องการใช้มันเยอะมากๆ  เพราะมันเป็นส่วนประกอบสำคัญของกาแฟกับเบเกอร์รี่แน่นอนครับ ผมกับไอ้จางชวนกันเปิดร้านขายกาแฟกับเบเกอร์รี่ ผมคิดว่ามันเป็นกิจการที่คงตัวมาก
“เอ่อ เอากี่ถุงว่ะ”
“ เอามาเยอะๆเลยน่ะเว้ย เดี๋ยวมันไม่พอ”
“เออๆเดียวมาล่ะกัน”
ผ่านไปสามสิบนาที
ไอ้จางมันไปซื้อน้ำตาลอยู่อเมริกาหรือไงฟระ ทำไม นานมาจังรู้ไหมน้ำตาลเหลืออีกโลเดียวเท่านั้นนะ มันไม่พอสำหรับที่จะทำเค้กเลยนะเฟ้ย
~ช่างโชคดีที่โลกนี้ยังมีเธอ~
“หวัดดีครับ.....ใช่ครับ...อะไรนะครับจางอยู่โรงบาล....ครับๆเดี๋ยวผมไปครับหวัดดีครับ”อิป อาย แล้วไอ้จาง ว่าทำไมมันไปนานจัง ผมรีบบึ้งตรงไปโรงบาลทันที
  ผมจอดรถแล้ววิ่งไปที่เคาน์เตอร์สอบถามทันที
“คุณธนภัทร  โชคจินดากุล อยู่ห้องไหนครับ”
“สักครู่นะคะ...อยู่ห้อง423ค่ะ”
“ขอบคุณครับ”ผมเดินไปกดลิฟต์ขึ้นไปห้องที่พยาบาลบอก
ผมเปิดประตูห้องเข้าไปก็เห็นไอ้จางนอนอยู่มีสายน้ำ แขนข้างซ้ายเข้าเฝือก ขาข้างขวาก็เข้าเฝือก ผมเดินเข้าไปใกล้ๆไอ้จาง
“จาง...”ผมเรียกชื่อไอ้จางเบาๆ
“อ้าวไอ้ฟัฟ แกมาได้ไงว่ะ”
“แกไปทำอะไรมาว่ะเยินเชียว”
“ก็ตอนที่แกใช้ไปซื้อน้ำตาลนั้นแหละ ฉันขี่มอไซค์ไปจอดไว้หน้าเซเว่น แล้วฉันก็ไปเห็นคุณยายคนนึงกำลังเดินข้ามถนนและตอนนั้นเองไฟแดงกำลังจะขึ้นฉันเลยวิ่งไปช่วยคุณยายคนนั้น แต่ไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ขับรถเร็วอย่างกะรีบไปตายมาเชี่ยวฉันกับคุณยายคนนั้น”
“แล้วคุณยายคนนั้นเป็นอะไรมากไหมวะ”
“ไม่หรอกก็แค่แผลถลอกนิดเดียวเอง ไม่ต้องห่วงแต่ฉันนี่สิ คงอีกเป็นเดือนๆกว่าจะหายดี”
“แล้วจะทำยังไงดีวะ..หรือว่าจะจ้างคนมาเพิ่มซักสองคน”
“ไม่ต้องหรอก ค่าเมล็ดกาแฟมันยิ่งแพงอยู่”
“แล้วจะให้ทำไงยังล่ะ”
“เออ เดี๋ยวฉันจะให้น้องฉันที่อยู่เมืองจีนมาช่วยดูแลร้านนายว่าไง”
“แล้วแต่แกเหอะ”
“เดี๋ยวฉันโทรหาน้องฉันก่อนนะ”ไอ้จางว่าแล้วมันก็กดโทรศัพท์
“หวัดดีเจิน...เจินเฮียโดนรถชน...เฮ้ยไอ้เจินอย่าร้องไห้ดิร่างกายเฮียยังครบ....เจินจะมาหาเฮียหรอเจินไม่ติดเรียนหรอ...ปิดเทอมแล้ว...เจินจะมาพรุ่งนี้เร็วไปไหมเจิน เออๆ....”
End Fuff Talks...
 
 
Chapter1
“อะไรนะเฮีย เฮียโดนรถชน....ฮือๆๆเฮียเป็นไงบ้าง.....เจินจะไปหาเฮียนะเจินจะดูแลเฮียเองฮือๆๆ...เจินปิดเทอมพอดีเฮียฮือๆ...เดี๋ยวเจินจะไปหาเฮียพรุ่งนี้เลยนะ เฮียบอกชื่อโรงบาลมาเลย”เสียงสนทนาเมื่อครู่เป็นเสียงฉันกับพี่ชายฉันเอง พี่ชายฉันโดนรถชนตอนนี้อยู่โรงบาล ใช่ฉันกำลังจะไปหาเฮียที่เมืองไทย ฉันจะบินไปพรุ่งนี้เลย
“เจินเธอเป็นอะไร”หมิ๋งเฉ่อ เดินมาถามฉัน หมิ๋งเฉ่อ เป็นผู้ชายที่ฉันสนิทที่สุดรองจากจีอง เฉียวยี่และขงชือ
“พี่ชายฉันโดนรถชนและฉันจะไปหาพี่ฉันในช่วงปิดเทอมนี้ พวกนายอย่าลืมไปส่งฉันนะ”
“ไอ๋หย่า อาเจิน อาจางโดนรถชนเหรอเนี่ย งั้นอั๊วฝากของสิ่งนี้ไปให้อาจางด้วยนะ”อาม่าฉันที่นั่งอยู่ข้างๆตู้ปลาเดินเอาสร้อยอะไรไม่รู้มาให้ฉัน
“เจินทำไมเจินไปเร็วจังเลยล่ะ”ขงชือถามฉัน
“ก็ฉันเป็นห่วงพี่จางมากน่ะสิ”
“งั้นพวกเรากลับก่อนนะ พรุ่งนี้พวกเราจะส่งที่สนามบินเอง”
“ขอบใจพวกแกมากเลยนะ”แนเดินไปส่งเพื่อนทั้งสามคนที่หน้าบ้านแล้วเดินกลับเข้ามาบ้าน
“อาม่า..ฮือๆๆเฮียจางฮือๆๆ”ฉันนั่งลงข้างอาม่าแล้วกอดอาม่าไว้
“ไม่เป็นไรหรอก อาเจิน เดี๋ยวพรุ่งนี้ลื้อก็จะได้เจออาจางเลี้ยวนะ ลื้อยิ้มๆหน่อยซี้”อาม่าลูบผมซอยสั้นของฉันเบาๆ
“ค่ะ อาม่า”
สนามบินปักกิ่งแอร์พอต
“เจิน โทรมาหาพวกอั๊วบ้างนะ”
“อือเดี๋ยวเจินจะโทรมาหานะ”ฉันกอดกับเพื่อนทั้งสามคนเดินเข้าไปที่ช่องผู้โดยสารขาออก แนหันไปโบกมาให้เพื่อนทั้งสามแล้วชูนิ้วชี้กับนิ้วกลางขึ้น
ณ สนามสุวรรณภูมิ
ฉันเดินมารอแท็กซี่ที่ให้เจ้าหน้าที่ติดต่อไว้ให้ ไม่นานแท็กซี่ที่ว่านั้นก็มาจอดตรงหน้า ลุงคนขับเดินมาช่วยยกกระเป๋า ขึ้นรถ เพราะกระเป๋าที่ถือมาด้วยนี่ มันใหญ่เกินที่ฉันจะยกได้
“ไปโรงบาลxxxด่วนเลยนะฮะ”
“ได้เลยไอ้หนุ่ม”ว่าแล้วลุงคนขับก็ออกรถ พอพ้นประตูทางเข้าสนามบินลุงคนขับก็เหยียบคันเร่งลงอีก
“ลุงๆร้อยยี่สิบแล้วนะลุง”ฉันบอกลุงที่มองแต่ข้างหน้าแต่ลุงไม่สนใจจคำพูดของฉันเลย  ยิ่งเหยียบเข้าไปใหญ่ เฮ้ยๆร้อยห้าสิบ
“ลุงๆอีกสิบวิก็ไฟแดงแล้วนะลุง”
“ไม่ต้องห่วงจับดีนะ”ลุงเหยียบคันเร่งจนจำมิด
“เฮ้ยลุง ยศฉิบย้อ” ลุงแกปาดซ้ายไปเจอนักศึกษากำลังข้ามถนน ปาดขวาเจอเด็กขายพวงมาลัย ปาดซ้ายอีกเจอรถขายไอติม ปาดขวาอีกทีเจอรถเมล์ ลุงแกปาดซ้ายปาดขวาไปเรื่อยๆ ตังฉันก็กลิ้งไปซ้ายขวาตามที่ลุงแกปาด
 
 
เอี๊ยดดดดỊỊỊỊ
“ถึงแล้วไอ้หนุ่มโรงบาลที่วะ.....”
อ้วกกกỊỊ
อ้วกกกกỊỊỊ
ลุงแกยังพูดไม่จบฉันถีบประตูรถแล้ววิ่งไปทางท่อระบายน้ำ เสียดายหมี่ซั้วจัง โอ้หมั่นโถ อ้วกก ลุงเดินมาหาฉันที่อ้วกอยู่ท่อระบายน้ำ
“ฮ่าๆๆไอ้หนุ่ม หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลย”ลุงยังมาหัวเราะอีกหรอ
“เท่าไหร่ฮะลุง”
“180เห็นเป็นอย่างนี้แล้วลุงคิด150ขาดตัว”ฉันควกแบงค์ห้าร้อยออกมาส่งให้ลุง
“ไม่ต้องทอนนะลุงเก็บไว้เคลียร์กับตำรวจ”
“ลุงไปก่อนนะไอ้หนุ่ม หวังว่าคงได้เจอกันอีก”ชาติหน้าตอนสามทุ่มนะลุง
“เออลุงกระเป๋ากองไว้ตรงนั้นแหละนะ”
ฉันนั่งลงพักแล้วลุกขึ้นเดินไปลากกระเป๋าเข้าไปข้างใน เออ ทำไมมันหมุนติ้วๆๆอย่างนี้นะ
ผลุบ
Fuff   Tolks
ไอ้จางมันให้ผมมารับน้องมันข้างล่าง ผมรอมาสามสิบนาทีแล้วยังไม่เห็นแม้แตต่เหงาเลย ผมเดินออกรอข้างนอกผมมองไปทางไหนก็ยังไม่เจออีก แต่ผมเจอผู้ชายคนนึงยืนอยู่หน้าซีดอย่างกับไก่ต้มอ้าวเฮ้ย เป็นลมไปซะงั้น ผมวิ่งเข้าไปพยุงไว้แล้วอุ้มเข้าไปข้างใน ผู้ชายอะไรวะเบาอย่างนุ่น
“พี่ครับ ช่วยด้วยคัรบเขาเป็นลมครับ”ผมบอกพี่พยาบาล
“ส่งมาให้พี่ก่อนครับ”ผมส่งไอ้ปุยนุ่นให้พี่บุรุษพยาบาล
 ผมเดินขึ้นไปหาไอ้จางอยู่ห้องมัน อยากจะบอกมันว่ายังไม่เห็นแม้แต่เหงาน้องมันเลย ไอ้จางนะไอ้จางไหนบอกว่าน้องฉันน่ะตรงตามเวลาตลอด นี้มันตรงไหมล่ะ
“อาเจินล่ะ”พอผมเปิดประตูเข้าก็เจอกับคำถามที่ผมอยากตอบว่ายังไม่เห็นแม้แต่เหงาเลย
“ฉันรู้นะว่าแกคิดถึงน้องแกมาก แต่ฉันยังไม่เห็นแม้แต่เหงาเลย เห็นแต่ไอ้หน้าไก่ต้มเป็นลมหน้าโรงบาล”ผมตอบไปตรงๆ
“ตายล่ะอาเจิน ยังไม่คอ่ยได้มาเมืองไทย ยิ่งไม่รู่อะไรบ้าง อาม่าต้องบ่นฉันแน่ๆเลย”
“เอาน่าแกไมม่ต้องห่วงหรอกเดี๋ยวฉันออกตามหาให้”
End Fuff Talks...
“ที่นี่ที่ไหนเนี่ย”ฉันเด้งตัวขึ้น
“คุณเป็นลมไปน่ะค่ะ ดีนะคะที่มีคนไปเห็นก่อน”ผู้หญิงใส่ชุดขาวที่ยืนอยู่บนหัวฉันพูดขึ้น
“แล้วคุณเป็นใคร”
“ดิฉันเป็นพยาบาลที่นี่ค่ะ หมอบอกว่าให้คุณนอนพักอีกซักครึ่งชั่วโมงนะคะ”ห๊า อีกครึ่งชั่วโมงเลยแล้วฉันจะได้เจอกับเฮียจางไหมอ่ะ
“เอ่อ คุณพยาบาลฮะ คุณรู้จักห้องของคุณหลิวซือจางไหม..... เอ่อ หมายถึงคุณรู้จักคุณธนภัทร โชคจินดากุลไหม”ฉันบอกชื่อเฮียจางเป็นภาษาจีนคุณพยาบาลทำหน้างงเต็กเลย ก็ฉันลืมนี่ว่าฉันอยู่เมืองไทย
“อ๋อ ลองคุณไปถามแผนกประตรวจสอบดูนะคะเดินออกแล้วเลี้ยวขวาค่ะ”
“ขอบคุณฮะ”ฉันลุกออกจากเตียงเดินไปตามที่คุณพยาบาลบอก
“อ้าวหมอบอกให้คุณพักนะคะ”ฉันไม่สนใจเสียงห้ามของพยาบาลสาวนั่นเลย ฉันเดินไปเรื่อยๆ นั่นไงมีป้ายภาษาไทยแขวนไว้ มันอ่านว่ายังไงอ่ะ ฉันพูดได้อย่างเดียวนะ(แต่ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่) ไปถามเอาก็ได้ว่ะ
“ขอโทษนะฮะ ตรงนี่ใช่แผนกรายชื่อผู้ป่วยใช่ไหมฮะ”ฉันถามผู้หญิงใส่ชุดสีเหลือง
“ใช่ค่ะ คุณมีอะไรหรือป่าวค่ะ”เขาไม่พุดเปล่านะ แถมส่งสายตาน้ำตาลเรียกพี่มาให้ฉัน
“คืออยากรู้ว่าห้องของคุณธนภัทร  โชคจินดากุลอยู่ห้องไหนน่ะฮะ”
“ได้ค่ะให้พาไปไหมค่ะ”
“ก็ดีนะฮะ ยิ่งไม่รู้จักทางด้วย”
“งั้นเชิญทางนี้เลยค่ะ”คุณชุดเหลืองเดินออกมาแล้วเดินนำฉันไป จนมาหยุดที่ห้อง432
“ถึงแล้วค่ะ”คคุณชุดเหลืองผายมืออก
“ขอบคุณนะฮะ”
“เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นเบอร์โทรได้ไหมค่ะ”
“คงไม่ได้หรอก”ฉันรีบปฏิเสธทันทีว่าแล้วทำไมถึงต้องอาสามาส่งฉันถึงห้องเฮียจาง
“ไปก่อนนะคะ”รีบไปเถอะ สาธุ
พอพ้นจากสายตาอันหวานหยดย้อยฉันก็เปิดประตูเข้าไป ฉันตกใจมาก แขนขาเฮียเข้าเผือก(เขาเรียกเฝือกจร้า)ที่ใบหน้าก็มีรอยช้ำๆ
“อ้าวมาแล้วหรอไอ้ฟัฟ”
“เฮีย..ฮือๆๆๆ”ฉันโผลเข้าไปกอดเฮียที่นอนอยู่บนเตียง
“คุณๆ”เฮียพยายามดันฉันออก เฮียเรียกฉันว่าคุณหรอ
“เฮียสมองเสื่อมหรอ โธ่..เฮีย”ฉันยิ่งกอดเฮีนแน่เข้าไปอีก
“คุณครับสมองผมปกติดี คุณเป็นใครล่ะครับ”
“เฮียจำเจินไม่ได้หรอ..เจินน้องเฮียที่อยู่เมืองจีนน่ะ เฮียไม่เชื่อใช่ไหมงั้นเดี๋ยวเจินพูดภาษาจีนห้ฟังก็ได้”
“เดี๋ยวๆๆนี่เจินจริงๆหรอ”
“ใช่”
“เฮ้ย น้องเฮียผมที่ยาวๆเมื่อห้าปีก่อนหายไปไหน”
“คือว่าเพื่อนผู้หญิงที่จีนน่ะไม่ให้เจินเล่นด้วย เจินเลยไปเล่นกับกลุ่มผู้ชาย..แต่เจินก็ไม่ได้ไปดื่มเหล้าหรอกนะเพื่อนเจินเขาไม่ชอบดื่ม”
“เออแล้วอาม่าล่ะเป็นไง.
“สบายดี เออ..พูดถึงอาม่าแล้วอาม่าฝากไอ้นี่มาให้”ฉันควักเอาสร้อยในกระป๋าสะพายออกมา
“อะไร..”
“อาม่าบอกให้เฮียใส่ไว้ตติดจัวน่ะมันจะป้องกันภัยต่างๆไง”
“ขอบใจนะมาให้เฮียกอดหน่อยสิ ไม่ได้กอดกันมาตั้งห้าปีคิดถึง”
“คิดถึงเฮียเหมือนกันแหละ”ฉันกอดเฮียอีกรอบ
“เฮ้ย แกเป็นใครวะ”ฉันกำลังจะกอดเฮียแต่ไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มากระชากฉันออก
“ไอ้ฟัฟเดี๋ยวก่อน”
“แกเข้ามา...เฮ้ยนี่มันไอ้ไก่ต้มนี่หว่า”ไอ้บ้านั่นชี้หน้าฉัน
“เดี๋ยวก่อนฟังฉันก่อน นั้นมันน้องฉันที่ให้แกไปรับหน้าโรงบาลไง และอีกอย่างน้องฉันไม่ใช่ทีไหน..”
“เฮียไอ้บ้านี่เป็นใคร”ฉันพูดแทรกเฮียขึ้นมา
“เพื่อนเฮียเอง”
“ห๊าเพื่อนเฮีย เฮียมีเพื่อนอย่างนี้ด้วยหรอนึกว่าจะมีแต่เฮียตงกับเฮียหลิวซะอีก”ฉันเดินกระฟัดกระฟืดไปนั่ที่โซฟา
“ใครวะไอ้เฮียหลิวกับเฮียตงของน้องแก”
“เพื่อนฉันที่จีนน่ะ”
“คนนี้เหรอวะที่แกจะให้ช่วยดุแลร้าน”
“เออใช่คนนี้แหละ แกไม่ต้องห่วงหรอกน้องฉันน่ะขยัน”
“เดี๋ยวเฮีย ฉันมมาดูแลเฮียนะไม่ได้มาดูแลร้านอะไรของเฮีย”
“ช่วยเฮียหน่อยนะ พอดีเฮียกับเพื่อนชวนกันลงทุนเปิดร้านกาแฟ”
“เปิดร้านกาแฟỊ”ฉันลุกขึ้นพูด
“ใช่ช่วยเฮียหน่อยนะ เฮียไมสบายอยู่นะๆๆเจินไม่งั้นเฮียจะบอกอาม่าว่าอาเจินไม่ช่วยดูแลอั๊ว”เฮียทำเสียงล้อเลียนอาม่า
“ก็ได้ ว่าแต่เจินยังไม่มีที่พักเลย”
“ไม่ต้องห่วงเฮียเตี๊ยมไว้ให้แล้ว ไอ้ฟัฟพาน้องฉันเอากระเป๋าไปเก็บที่บ้านก่อน”
“ตามมา”ไอ้เพื่อนพี่จางเดินนำไป นายไม่ช่วยฉันถือกระเป๋าหน่อยหรือไง คนไทยใจดำชะมัด (เราก็มีเลือดคนไทยอยู่นี่หว่า)ฉันเดินลากกระเป๋าตามไอ้เพื่อนพี่จางไป
ระหว่างทางในรถเงียบอย่างกะสุสานไม่มีใครปริปากพูดเลย แต่ฉันก็ไม่สนใจหรอกฉันมองออกไปหน้าต่างรถนู้น ฉันต้องจำทางไปมาให้ได้
“เอ่อนี่ ..ที่นี่มีท่ให้เที่ยวไหม”ฉันตัดสินใจถามไป
“มี..เดี๋ยววันหลังพาไป”
“เออขอบคุนล่วงหน้านะ”ฉันพูดแล้วหันออกมานอกหน้าต่าง
ไม่นานรถก็มาจอดอยู่ตึกๆหนึ่งมีสามชั้น ข้างหน้าเขียนว่า“ FJ Coffe” ร้านกาแฟเหรอ ดีจังฉันเปิดประตูรถลงไป โอ้โหหน้าร้านตกแต่งสไตล์จีนๆไทยๆ(ไม่สไตล์ไหนกัน)เลือกทำเลได้ดีจัง ไอ้เพื่อนพี่เดินดุ่มเข้าไปข้างในร้านเฮ้ยนายไม่ถือกระเป๋าช่วยฉันหน่อยหรอ
“นี่ๆ นายไม่ช่วยฉันถือกระเป๋าหน่อยเหรอ”
“นายก็ถือเองสิไม่ใช่กระเป๋าฉันซักหน่อย”ห๊า !นายเรียกฉันว่านายเหรอ ฉันผู้หญิงนะเฟ้ย(รูปลักษณ์เธอผู้หญิงไหนดูแต่ท่าทาง)
“เออถือเองก็ได้ว่ะ”ไอ้เพื่อนพี่พาฉันเดินขึ้นมาชั้นสาม
“นายไม่ต้องสงสัยอะไรนะ พี่นายเป็นคนออกแบบอาคารให้มีสามชั้น ชั้นแรกจะเป็นร้านขายกาแฟ ชั้นที่สองพี่นายแบ่งออกเป็นห้องๆมมีทั้งหมดสี่ห้อง และมีที่ทิ้งไว้โล่งๆเอาไว้รองรับลูกเวลาที่ข้างล่างเต็ม ส่วนชั้นสุดท้ายจะเป็นบ้านพักของฉันพี่นายและนาย อ่อ มีที่ออกกำลังกายด้วยอยู่ฝังทางนู้น”ไอ้เพื่อนพี่ชี้ไปข่างหน้า
“แล้วฉันพักห้องไหน”ไอ้เพื่อนพี่เดินหยุดที่ห้องใกล้ๆบันได
“นี่แหละห้องนาย”ไอ้เพื่อนพี่ยื่นกุญแจห้องมาให้ฉันก็รับมาแล้วเปิดห้องลากกระเป๋าเข้าไป
“เออแล้วนายชื่ออะไร”ฉันสมควรที่จะถามตั้งนานแล้วนะคำถามนี่
“ชื่อฟัฟ เธอชื่อเจินใช่ไหม”
“เออ”ฉันว่าฉันจะแนะนำตัวพอดี
“ชื่อเหมือนผู้หญิงเลยวะ นายต้องเรียกฉันว่าพี่เข้าใจไหม”ทำไมอ่ะ
“ก็ฉันเป็นเพื่อนพี่นาย”เฮ้ยฉันแค่ถามในใจนะ
“เออ”ฉันปิดประตูเอาไปข้างใน ห้องนี่กว้างใช่ย่อยมีเตียงนอนเดี่ยว มีตู้เสื้อผ้า มีชั้นวางหนังสืออีกสองชั้นพอดีเลย โอ้มีห้องน้ำส่วนตัวด้วย สุดยอดฉันจัดเสื้อผ้าเข้าตู้แล้วเดินลงมาข้างล่าง
“เออนายฉันมาอยู่ที่นี่ต้องทำอะไรบ้าง..”
“ไม่ต้องหรอก”
“ไม่ให้ทำอะไรได้ไง คนจีนเขาถือนะเวลาอยู่บ้านคนอื่นจะไม่ให้ทำอะไรได้ไง”
“แล้วนายทำอะไรบ้างล่ะ”
“ฉันทำเค้ก ชงกาแฟชงชา ทำอาหาร ทำขนมมีอีกเยอะเลยล่ะ”
“งั้นช่วยเอาชากับเค้กไปเสิร์ฟโต๊ะสามทีดิ”
“ได้สิ”ฉันรับถาดเสิร์ฟแล้วเดินไปโต๊ะสาม
“หนี่ห่าว”ชายวัยกลางคนหนึ่งพูดขึ้น
“หนี่ห่าว ลุงรู้ได้ไงว่าฉันเป็นคนจีน”
“คนจีนด้วยกันทำยังไงก็รู้”ชายคนนั้นพูด
“ลุงมาอยู่เมืองไทยนายหรือยัง”ฉันกับเขาต่างก็พูดเป็นภาษาจีน
“มาอยู่ได้สองปีแล้ว”
“เออ แล้วเมืองไทยเป็นไงบ้าง”ฉันนั่งเก้าอี้ข้างๆ
“เมืองไทยน่าอยู่มากเลยหนูลุงกะว่าจะไม่กลับเมืองจีนเลยนะเนี่ย”
“โห ลุงขนาดนั้นเลยเหรอ งั้นหนูไปทำงานก่อนนะลุง ลุงๆอันนี้กินฟรีนะลุง”
ประโยคหลังฉันแอบกระซิบแล้วฉันเดินเอาถาดไปเก็บ
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ชอบนางเอกอ่ะ >^<
อัพ ต่อไวๆนะ
จากคุณ ::ZisteltaR::/() อัพเดตเมื่อ 18/09/2554 11:31:30
ความคิดเห็นที่ 2

เขียนต่อซี้!~ อยากอ่านต่อสนุกดี

จากคุณ junez222/(junez222) อัพเดตเมื่อ 18/09/2554 09:55:48
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 179 ท่าน