Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
special sister คุณ(พี่สาว)ตัวแสบ vs. คุณชายวายร้ายจอมโหด
blue-life
ตอนที่ 2 การกลับมาที่โหดร้าย
3
21/03/2555 18:07:52
389
เนื้อเรื่อง
  ตอนที่ 2 การกลับมาที่โหดร้าย
                          “ยัยน้องบ้า!!!!!”ฉันตะโกนเพราะรู้สึกโกรธที่ไม่เล่าความจริงทั้งหมดให้ฉันฟังตั้งแต่แรก อันที่จริงฉันกับนายนั้นเราเกือบจะคบกันอยู่แล้วแต่พอนานเข้าเขาก็หายตัวไปเฉยๆไม่มีข่าวคราวให้ดีใจบ้างเลย แต่เพิ่งมารู้ความจริงที่ผ่านไปแล้วถึงสองปีนี่สิยิ่งเจ็บใจกว่า แมทนายยังโกรธฉันอยู่ไหมนะตั้งหลายเรื่องทั้งเรื่องเก่าและเรื่องใหม่ที่ฉันจำนายไม่ได้(ก็จะไปจำได้ไงตอนนั้นนายใส่แว่นซะหนาเตอะแต่ตอนนี้กลับมาถอดแว่นออกซะดื้อๆแถมยังหล่อกว่าตอนนั้นตั้งมากมาย) มิน่าล่ะฉันถึงคุ้นหน้านายนัก แต่ตอนนี้เขาเป็นมาเฟียร์ไปแล้วจะทำไงดีฉันกับครอบครัวฉันคงไม่ปลอดภัยแน่ๆ
                      “แล้วตอนนั้นอิมรักเขาหรือเปล่า?”
                     “ตอนนั้นน่ะหรอ ตอนนั้นฉันแค่เริ่มจะรักแต่ยังไม่ได้รัก”
                      “แล้วทำไมไม่รับรักเขาล่ะ”
                      “ก็มันยังไม่ถึงเวลาที่จะมีความรักหนิ”
                      “บ้าหรอ ตอนนั้นเธออายุปาเข้าไปยี่สิบแล้วนะ นั้นเขาเรียกว่าไม่ถึงเวลาอีกงั้นหรอ”
                      “ก็แหมตอนนั้นเรายังเรียนไม่จบกันเลยนะแล้วจะให้รีบมีแฟนไปถึงไหนฉันก็เป็นหญิงไทยใจงามนะย๊ะ”
                          “เอาเถอะ ขึ้นคานแหงๆแล้วก็...” อินพูดช้าๆแล้วค่อยหลุดพูดคำที่หน้าเจ็บใจออกมา
                          “ปีหน้าเธอมีชื่อเข้าชิงที่เมืองคานทองแหงม 555 นอนดีกว่า ”ยัยน้องบ้า ฉันโดนหมอนข้างใส่เพราะความหมันไส้
                          “เธอก็เหมือนกันทำไมไม่ไปหาแฟนกับเขาบ้างล่ะ”
                          “ไม่เอาหรอก แค่ร่างกายอ่อนแอก็ไม่มีปัญญาไปหาภาระใส่ตัวหรอก”
                          “แล้วเธอจะให้ฉันหาภาระใส่ตัวงั้นสิ”
                         “อันนั้นก็แล้วแต่คุณเธอจะคิดแล้วกันขอนอนก่อนนะ ราตรีสวัส”
                          “เฮ้ย นี่มันแค่ทุ่มกว่าเองนะจะรีบนอนไปไหนลุกขึ้นมาคุยก่อนสิยัยอิน”  แม่คุณจะนอนตลอดชีพเลยหรือไงเนี้ย ฉันคิดถึงนายนะแมททิว…………
             เรากลับมาเป็นเหมือนเดิม ~ ได้ไหมเธอ ~ ยังรอเธอเสมอทุกครั้งที่หายใจ~~
                         เป็นไงริงโทนฉันเพราะไหม แล้วใครโทรมาเอาป่านนี้ ฉันเหลือมไปมองนาฬิกา แล้วสบถเบาๆ ชั่งไร้มารยาทสิ้นดี
                         “ ฮัลโหล ”
                       [ทำไมรับช้าจัง มัวทำอะไรอยู่]เสียงผู้ชายหนิ
                         “นายเป็นใคร โทรมาทำไมตอนนี้ จะเที่ยงคืนแล้วตาก็มีทำไมไม่หัดดูเวลาซะบ้างหรือไม่ก็ไปหัดเรียนมารยาทไทยใหม่จะดีกว่านะ” ฉันพล่ามด่าโดยที่ยังไม่รู่ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
                       [เธอไปกินรังแตนมาหรือไงถึงได้อารมณ์บูดขนาดนี้ ฉันก็แค่จะโทรมา ส่งเธอเข้านอนก็เท่านั้นเองไม่เห็นจะต้องพล่ามมากมายเลย]
                       “ก็แล้วนายเป็นใครก็ไม่ยอมบอกมมาสักที”
                       [เธอลืมฉันแล้วหรอเราพึ่งจะหอมแก้มกันมาหมาดๆเองนะ]
                        “แมทเองหรอ ฉันกำลังคิดว่าจะเคลียร์กับนายเรื่องเมื่อ 2 ปีก่อนอยู่เลย นายโทรมาก็ดีแล้วจะได้เคลียร์ให้จบๆ”
                        [อิมเธอคิดว่าการที่พวกเธอมาหลอกฉันทำอย่างกับฉันเป็นไอ้งั่งตัวนึงที่จะจูงจมูกไปที่ไหนก็ได้งั้นสิ]แล้วเขามาโมโหฉันทำไม ฉันไม่ได้ทำนะ
                        “แมท เรื่องนั้นฉันอธิบายได้.....”
                        [มันคงไม่มีความหมายสำหรับฉันแล้วล่ะ ในเมื่อเรื่องของเรามันจบลงไปตั้งแต่ 2 ปีที่แล้วเธอจะมาเสียใจตอนนี้มันคงจะสายไปสำหรับการอธิบาย]
                         “ไม่!นายต้องฟังฉันก่อน” ทำไมดื้ออย่างนี้นะ
                        [สักวันเธอจะต้องรู้สึก ติ๊ดๆๆ...]เขาตัดสายไปก่อนที่ฉันจะได้อธิบายเรื่องทั้งหมด เขาอารมณ์ขึ้นลงซะยิ่งกว่าผู้หญิงใกล้หมดวันแดงเดือดยังไงยังงั้น
          รุ่งขึ้นรับอรุณ ณ  กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสิน...........................
                       ฉันลงมาจากห้องด้วยอารมณ์ที่ดีสุดยอด นอนหลับเต็มอิ่มก็แบบนี้แหละ เอ๊ะ!มีกระดาษแผ่นเล็กแปะอยู่ที่ตู้เย็น
                  ~พ่อกับแม่มีงานด่วนที่อังกฤษต้องรีบไปโดยไม่ได้ลา แม่โอนเงินไว้ในธนาคารแล้วนะใช้ประหยัดหน่อยนะเพราะถ้าหมดพ่อกับแม่ก็ไม่มีให้แล้ว และอีกอย่างพ่อพาน้องมาผ่าตัดหัวใจที่โน่นด้วย ดูแลตัวเองดีๆล่ะ
                  ปล.พ่อกู้เงินนอกระบบไว้ 10 ล้านเพื่อเอาไปผ่าตัดน้อง ถ้าพวกมาเฟียร์มาทวงหนี้ให้หนีได้เลยนะ พ่อรักลูกนะ~
                         ตายแล้ว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
                     จะทิ้งหนูไว้ทำไมกลับมาเอาหนูไปเดี๋ยวนี้นะ กลับมาสิกลับมา ถ้ากลับมารับหนูจะไม่โกรธทุกคนเลย แล้วมาเฟียร์อีกล่ะหนูไม่อาววววววววนะ แงแง
                    ก๊อก ๆ ๆ
                   เอ๊ะใครมาเคาะประตูแต่เช้านะ
                   “แป๊ปค่ะ กำลังเปิดค่ะ” พอเปิดปุ๊บก็จ๊ะเอ๋กับใครบางคนที่คุ้นเคย
                    “แมท!!!” เขายิ้มรับแล้วเปลี่ยนเป็นแสยะยิ้มแทน จะเอาไงแน่เนี่ย
                     “ฉันกลับมาแล้วดีใจไหม”ดีใจสิแต่นายมาแปลกแบบนี้ฉันชักกลัว
                     “นายมาทำอะไรแล้วรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่” ฉันยังได้บอกเขาเลยด้วยซ้ำหรืออินเป็นคนบอก
                     “หึ.....ทวงหนี้ไง” เขาพูดน้ำเสียงน่ากลัว แววตาแฝงไปด้วยความพยาบาท
                     “หนี้อะไรฉันไปติดหนี้นายตั้งแต่เมื่อไรแล้วเรื่องเมื่อสองปีก่อน ฉัน....” ยังไม่ทันพูดจบเขาก็ตะคอกใส่
                      “เงียบปากไปซะ อยากโดนตบปากฉีกถึงใบหูหรือไง” ฉันรีบเอามืออุดปากทันทีที่เขาตวาดใส่ น้ำเริ่มคลอเบ้า
                     “ นายเปลี่ยนไป” เมื่อวานตอนเจอกันนายยังดูอบอุ่นแต่ตอนนี้เย็นชาเกินไปแล้ว
                     “ เหรอ...ฉันไม่ยักจะรู้ เธอจำฉันได้แล้วหนิถึงได้มาสารภาพผิดกับฉัน ” แมททำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แต่หันมาทำสายตาเย็นชากับฉันแทน
                    “เฮ้ย พวกแกพายัยนี้กลับไปที่องค์กร เอาไปขังในห้องฉัน ถ้ายัยนี่หนีไปได้พวกแกโดนตัดนิ้ว”
                    “ครับนายใหญ่”ไอ้พวกชุดดำที่อยู่ข้างนอกพร้อมใจกันวิ่งกรูเข้ามาฉุดกระชากลากถู โอ้ย ฉันไม่ใช่ผักใช่ปลานะย๊ะ
                  “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ไอ้พวกบ้า ปล่อยสิปล่อย ช่วยด้วยๆ.......ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย........”ฉันพยายามแหกปาก
                     ที่นี่ที่ไหนกันถ้าเดาคงเป็นห้องนอนแต่จะพาฉันมาในห้องนอนทำไมย๊ะ พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยหนูด้วย  ดูๆไปห้องนี้ตกแต่งด้วยฟอร์นิเจอร์ที่เป็นสีดำยกเว้นก็แต่เตียงนอนที่เป็นสีขาวล้วน ล้วนจริงๆ ผ้าปูที่นอนก็สีขาว ปอกหมอนก็สีขาว ฉันไม่เข้าใจรสนิยมของเจ้าของห้องเอาซะเลย
                    “รอฉันนานไหม” เสียงทุ้มๆแต่นุ้มนวลแต่แฝงไปด้วยความแค้นเคือง
                    “แมทนายยังโกรธฉันอยู่อีกหรอ”ฉันถามด้วยน้ำเสียงเอื่อยๆ
                    “หลงตัวเองไปหรือเปล่า ผู้หญิงอย่างเธอไม่มีค่าพอที่จะให้ฉันโกรธได้หรอก”ใจเย็นๆไว้ยัยอิมชิตาอย่าโกรธๆๆ เขาพูดเพราะโกรธฉันอยู่ ใจเย็นไว้ๆ
                   “นายโกรธฉันจริงๆสินะ”
                   “ก็ฉันบอกแล้วไงว่าผู้หญิงอย่างเธอมันไม่มีค่า ฉันก็รู้สึกขยักแขยงเธอเหลือเกิน ผู้หญิงอะไรไม่มีเสน่ห์แล้วยังไม่สวยอีกไม่สิ่งดึงดูดใจเอาซะเลย อย่างนี้หรอคนที่ฉันสมควรจะโกรธ ”
                  “จะดูถูกฉันมากเกินไปแล้วนะ” ความโทสะประทุ
                 ฉันเริ่มโกรธแล้วนะ ฉันเดินไปกระชากคอของแมทอย่างแรงแต่เขาตัวใหญ่กว่าฉันตั้งเยอะทำให้การกระชากไปเป็นผล
                 “ เธอไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวฉัน ผู้หญิงอย่างเธอสมควรที่จะดูถูก ”
                 เพี๊ยะ!!!
                ด้วยความโมโห ฉันฟาดฝ่ามือเข้าที่ใบหน้าของเข้าเต็มแรง  สมควรโดนซะบ้างไอ้ผู้ชายเฮงซวย ด่าผู้หญิงเข๊าเสียๆหายๆนายยังมีความเป็นชายอยู่บ้างไหม เป็นตุ๊ดตู่หรือไงกัน เพื่อนฉันเป็นตุ๊ดมันยังไม่ด่าฉันเสียๆหายๆแบบนี้เลยนะ
                  “ เธอ!มันจะมากไปแล้วนะ ” เขากระชากตัวฉันอย่างแรงแล้วผลักฉันลงไปบนเตียงสีขาวอย่างรุนแรงเล่นเอาฉันร้องเสียงหลง
                   “ผลักฉันทำไม มันเจ็บนะไอ้โรคจิต”
                   “ แค่นี้เธอก็เจ็บแล้วหรอ แล้วต่อไปเธอจะทนได้ไหมนาอย่างนี้ต้องพิสูจน์ ” หน้าหื่นๆของเขากำลังเลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นๆๆจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่มีกลิ่นมินต์อ่อนๆ
                    “ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต ปล่อยฉันออกไปนะ” ฉันตะโกนใส่หน้าเขา
                    “ คิดว่าองค์กรฉันเป็นส้วมหรือไงคิดจะเข้าก็เข้าคิดจะออกก็ออก ถ้าเข้ามาแล้วคงจะออกยากหน่อยล่ะ คนที่จะออกจากที่นี้ได้ถ้าไม่พิการก็ต้องเป็นศพเท่านั้นแหละ” เขาเคลื่อนตัวมาใกล้เรื่อยๆเขาคลืบคลานมาบนเตียงนุ่มๆเขาทำให้ฉันเหมือนใกล้จะเสียสาวเข้าไปทุกที
                     “นายจะทำอะไร ขอร้องล่ะอย่าทำฉันเลยนะ” ฉันยกมือไหว้
                     “อย่ามาไร้เดียงสา เธออายุตั้ง 22 แล้วคงจะไม่ซิงแล้วล่ะมั้ง”
                     “ไอ้บ้า ฉันยังซิงเกอร์อยู่นะย๊ะ อย่ามาใส่ร้ายฉัน”ว้าย!ฉันพูดอะไรออกไปเนี่ย
                      “งั้นก็ดีน่ะสิฉันจะได้ไม่ต้องขึ้นชื่อว่ารับของเหลือเดนจากใครแต่ยังไงวันนี้เธอไม่รอดแน่”แมททิวอย่ายิ้มแบบนั้นได้ไหมฉันกลัว
                      “แมทนายอย่าทำอะไรฉันนะ ขอร้องได้โปรด” เหมือนว่าฉันขอร้องมันจะไม่เป็นผล เขายิ่งขยับตัวมาใกล้ขาอ่อนฉันเรื่อยๆ เขาใช้มือลูบอย่างมันส์มือ โอ้ย!สยิว
                        “ได้โปรด ฉันกลัวแล้วฉันผิดไปแล้ว(-/\-)” ฉันยกมือไหว้เพื่อขอร้อง
                        “นี่เธอคิดหรอว่ากระดานอย่างเธอมีสิ่งที่ฉันต้องการจะแตะต้อง ถ้าทำกับเธอสู้ไปทำกับเสาคอนกรีตน่าจะเวิร์คกว่า”เขาพูดแบบเย่อหยิ่งแล้วลงพรวดขึ้น
                        “เสาคอนกรีตหรอ กรี๊ดดดดด”คอนกรีตมันดีกว่าฉันตรงไหน
                     “เสียดายหรอ 555+ เธอนี่มันจริงๆเลยถ้าอยากขนาดนั้นทำไมไม่ขอฉันดีดีล่ะฉันจะสนองให้จนเธอลืมเดือนลืมตะวันไปเลย”
                      “ ไอ้โรคจิต ไอ้หื่น ไอ้บ้ากาม”
                      “ พึ่งรู้หรือไง 555+”เขาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เอาแต่หัวเราะชอบใจที่ทำให้ฉันโกรธ
                      “ ไอ้บ้าไปตายที่ไหนก็ไป ฉันจะกลับบ้าน” ฉันลุกจากเตียงแล้วตรงไปที่ประตู
                      “ ใครอนุญาตให้เธอไป”
                      “นี่มันชีวิตของฉันฉันอนุญาตตัวเองเข้าใจไหม” ฉันเริ่มโมโหจริงๆแล้วนะ
                      “เธอเป็นของฉันแล้วตั้งแต่พ่อเธอเอาลูกสาวมาค้ำประกันแล้วรู้ตัวบ้างไหมยัยโง่” ไม่จริง นี่พ่อแม่สร้างหนี้เอาไว้แล้วหนีไปยังไม่พอเอาฉันมาค้ำประกันไว้อีกหรอเนี่ยมันจะมากไปแล้วนะพ่อ
                      “ ฉันไม่มีทางเชื่อนายเด็ดขาด หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่มีทางเชื่อ ”
                      “ นี่คือสัญญาที่พ่อเธอทำไว้กับฉัน ” เข้าโยนซองกระดาษสีน้ำตาลใส่หน้าฉัน
                      “ สัญญาบ้าบออะไร พ่อฉันทำไว้กับนายแล้วทำไมต้องลากฉันมาเกี่ยวด้วย ”
                      “ ก็ไปถามพ่อเธอสิ ” ถ้าเขาอยู่ฉันคงจะไปถามนานแล้วแหละ
                      “ นายก็ปล่อยให้ฉันไปถามสิ ” ปล่อยสิปล่อยเลย
                      “ ถ้าปล่อยฉันก็โง่เหมือนเธอน่ะสิ ” ปกติคนส่วนใหญ่เขาใช้ประโยคนี้เทียบกับควายไม่ใช่เหรอ       
                      “ นี่!นายว่าฉันเป็นควายเหรอ ”
                      “ ช่วยทวนประโยคด้วยไม่มีคำไหนเลยที่ว่าเธอเป็นควายเธอทึกทักไปเองแล้วจะมาโทษฉันได้ยังไง ”
                      “ ไอ้...”
                      “ เอาแต่เถียงฉันอยู่ได้ รีบๆอ่านสักทีเถอะฉันขี้เกียจฟังเสียงเธอ ”
                     พอเปิดซองกระดาษออกก็พบกับกระดาษหนึ่งใบ ฉันจึงดึงกระดาษแผ่นนั้นออกมา มันเป็นกระดาษที่เขียนด้วยลายมือยึ๊กยือฉันจำได้นี้มันคือลายมือของพ่อฉันจริงๆ ฉันลืมบอกไปว่าพ่อฉันเขาเป็นคนญี่ปุ่นแต่พ่อบอกกับฉันว่าเขารักผู้หญิงไทย รักความเป็นไทย ก็เลยขอใช้นามสกุลของแม่ เข้าเรื่องเถอะ
                  วันที่ 11/05/53
                  ข้าพเจ้า นาย อากาตะ รัตนาพาเพลิน ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินเป็นจำนวนเงิน 5,000,000บาท
จาก บริษัท คาทาเซล จำกัดมหาชน โดยให้สัญญากับทางบริษัทว่าจะนำเงินจำนวนดังกล่าวคืนภายใน 2 ปี หลังจากกู้ยืมเงินโดยนำบุตรสาวเป็นตัวประกัน หากข้าพเจ้าผิดสัญญาให้ทางบริษัทนำตัวบุตรสาวคนโตไปได้เลย                 
                                                                                           ลงชื่อ  อากาตะ  ผู้กู้ยืม
                      “ ไม่ฉันไม่เชื่อนายแน่ๆจดหมายหลอกเด็กแบบนี้ใครเขาจะไปเชื่อและอีกอย่างพ่อของฉันไม่มีทางทำสัญญาบ้าๆนี้แน่ นายอย่ามาหลอกฉันซะให้ยาก”      
                      “ แล้วนี่ล่ะพอจะทำให้เธอเชื่อได้หรือเปล่า ” เขาชี้ไปที่จอพลาสมา ภาพที่ปรากฏขึ้นคือพ่อฉันเอง
                      “ อิม.....พ่อกับทุกคนต้องขอโทษลูกด้วยที่พ่อต้องทำแบบนี้ อันที่จริงครอบครัวของเรากำลังจะล้มละลาย แล้วน้องก็ยังมาป่วยกะทันหันจึงต้องกู้เงิน ตอนแรกเรากู้แค่ 5 ล้านบาทแต่ดอกเบี้ยมันเพิ่มเป็นเท่าตัวจนพวกเราสู้ไม่ไหวแต่พ่อหนุ่มเขายื่นข้อเสนอมาแลกกับให้เราออกนอกประเทศเพื่อความปลอดภัยและต้องยกลูกให้เขาดูแล พ่อไม่มีทางเลือก ขอโทษนะลูก พ่อไม่มีทางเลือกจริงๆๆ พ่อรักลูกนะ อิม ”
                      “ไม่จริง   ทำไมกันทำไมถึงเป็นแบบนี้ ไม่จริงทุกคนไม่รักฉัน ฮือ...ฮือ...” น้ำตาพลั่งพลูออกจากดวงตาคู่สวยของฉันพร้อมกับทรุดตัวลงกับพื้น ไม่มีใครรักฉันแล้วแม้แต่พ่อกับแม่ยังไม่รักฉันแล้วยังงี้ก็ไม่ต้องหวังว่าจะมีคนรักฉันจริง ฉันมันคงจะโง่งี้เง้าเกินไปล่ะมั้งที่จะมีคนมารัก
                    “ หยุดร้องได้แล้วรำคาญ เอานี่ไปเช็ดขี้มูกซะเห็นแล้วขยักแขยง เช็ดเสร็จก็ทิ้งไปเลย สกปรก”  นี่ใช้ปากพูดหรือตูดพูดกันย๊ะอีตานี่  อยากบ่นนักใช่ไหม ฟืด~ฉันสั่งขี้มูกให้เต็มผืนไปเลย 555
                     “ แล้วตกลงฉันต้องอยู่ที่นี่กับนาย ไม่เอาๆฉันอยากกลับบ้าน”
                     “ ป่าว ”
                     “ ถ้าไม่ ก็ปล่อยฉันกลับบ้านสิ ”
                    “ หึ เธอนี่มันน่ารำคาญจริงรู้งี้น่าจะปล่อยให้ไอ้ลูกน้องข้างล่างยำซะ”
                     ฉันจะร้องไห้อีกแล้วตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยซวยขนาดนี้มาก่อนเลย แงๆๆๆๆ ใครก็ได้ช่วยฉันที ไม่น่าเลยเจ้าหม่อนจ๋าแม่ไม่น่าเอาผ้าขี้ริ้วไปคลุมหัวแกเลย (นี่แกล้งกันทั้งพี่ทั้งน้องเลยหรอเนี่ย )เวรกรรมมีจริง 
                    “ใครบอกว่าจะให้เธออยู่ที่นี่ล่ะที่นี่อันตรายมากรู้บ้างหรือเปล่าถ้า ฉันไม่อยู่วันไหนเธอได้มีทายาทหาพ่อไม่เจอแน่”
                     “*0*”»»หน้าฉันเป็นอย่างที่เห็น
                     “เธออย่าทำหน้าแบบนั้นจะได้ไหมเห็นแล้วสยอง” ฉันก็สยองไม่แพ้กันหรอกอีตาบ้า  แมทพาฉันขึ้นรถเพื่อไปที่ไหนสักแห่ง คงไม่ได้พาฉันไปขายใช่ไหม
                      “ นายจะพาฉันไปไหน” ฉันถามเพื่อความแน่ใจ
                      “ พาไปขาย ”
                      “ *0*” หน้าฉันเหวอทันที คนที่พูดหันมามองฉันแว๊บนึงแล้วก็ระเบิดหัวเราะ
                       “ มั้งนะ 555”          
                      “ แล้วจะให้ฉันไปอยู่ที่ไหนและในฐานะอะไร ”
                      “ ถ้าเรื่องนั้นไปกับฉันเดี๋ยวก็รู้เอง” พูดแบบนี้ไม่น่าไว้ใจเอาซะเลย
                    ตอนนี้ฉันยืนอยู่ที่หน้าวังหรืออะไรก็ช่างไม่ต้องไปสนใจแต่ที่หนักใจคือทำไมฉันต้องมาอยู่ที่นี่ด้วยล่ะ บ้านใหญ่โตมโหฬารอลังการงานสร้าง เกิดจากท้องพ่อท้องแม่ก็ไม่เคยเห็นอะไรที่น่าอึ้งขนาดนี้ นี้ขนาดบ้านมาเฟียร์ยังสวยขนาดนี้แล้วถ้าเป็นบ้านพวกค้ายาข้ามชาติจะเป็นยังไงนะ
                        “มัวอึ้งอ้าปากซะ แมลงวันเต็มปากแล้วมั้งยัยบ้า” ฉันมองค้อนด้วยหางตา
                        “เธอไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะมองฉันแบบนั้นเข้าใจไหม” หรอย๊ะไม่บอกก็รู้นะเนี้ย
           เขาเดินนำไปในบ้าน แต่ทำไมปล่อยให้สุภาพสตรีอย่างฉันถือกระเป๋าหนักอึ้งอย่างนี้ล่ะไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลย ก็ต้องโทษตัวเองด้วยที่ขนของมาเยอะขนาดนี้พอดีว่าเขาพาฉันแวะที่บ้านก่อนเพื่อเอาของใช้ส่วนตัว ตอนแรกเขาจะพาไปซื้อใหม่ฉันก็ดีใจล่ะสิที่จะได้เสื้อผ้าใหม่แต่ไปๆมาๆเขาให้ฉันจ่ายเอง แค่ลำพังฉันเป็นหนี้เขาก็มากโขแล้วยังมาหาเรื่องให้ฉันเสียตังค์อีก เขาแม่งโคตรสุภาพบุรุษเลยว่าไหม
                      “เอ้านี่ห้องของเธอ”
                     “นี่นายแน่ใจว่าห้องฉัน”  ที่ฉันถามเพราะอะไรรู้ไหมก็บนหัวเตียงมันมีรูปเขาอยู่น่ะสิ ห้องใหญ่โคตรๆผนังห้องสีน้ำเงินเข้ม เตียงสีขาวอีกและน่าเบื่อ มีทีวีจอใหญ่มากกี่นิ้วฉันเองก็ไม่แน่ใจ นั้นเขาเรียกทีวีหรอฟ๊ะนั้นมันติดอยู่กับผนังห้องด้วยอ่ะไม่เคยเห็นมาก่อนเลยชอบอ่ะขโมยเลยดีไหมเนี่ยท่าทางมันจะขายได้หลายตังค์(นิสัยส่วนตัวห้ามลอกเลียนแบบ)
                       “อันที่จริงมันเป็นห้องฉัน ตอนแรกกะจะให้เธอนอนที่ห้องคนใช้แต่พอมาคิดดูอีกที ถ้าเธอหนีไปฉันจะทำไงล่ะ เสียเงิน 10 ล้านไปฟรีๆงั้นหรอ คงไม่ดีมั้ง ”
                       “เหตุผลนายฟังขึ้นมาก หน้าอย่างฉันเนี้ยนะจะมีปัญญาหนี” แต่ถ้าเผลอล่ะก็ไม่แน่
                       “เธอมันไม่น่าไว้ใจและตอนนี้เธอมาอยู่ที่นี่ในฐานะคนใช้ส่วนตัวของฉันเข้าใจไหม”
                      “คนใช้!!!!!”
                     “ใช่คนใช้หรือจะมาเป็นคุณนายของที่นี่ล่ะ” ขอเสนอนี้ก็น่าสนอยู่นะ “และอีกอย่างเธอต้องทำตามที่ฉันสั่งโดยไม่มีข้อแม้มิฉะนั้นฉันจะไม่รับรองความปลอดภัยของเธอ จำเอาไว้ซะด้วยล่ะ เสื้อผ้าของฉันต้องซักด้วยมือเท่านั้นเพราะมันแพง พื้นห้องต้องถูเช้าเย็น ผ้าปูที่นอนต้องเปลี่ยนทุกวัน *?/-+*&%.....” และอีกมายนับไม่ถ้วน นี่เขาเป็นมาเฟียร์หรือเจ้าชายกันแน่ฟ๊ะเนี่ย
                  อะไรกันนักกันหนาชีวิตล้มจมกันล่ะคราวนี้จากที่ต้องหางานบริษัททำมีเงินใช้สบายๆแต่กลายเป็นต้องมาเป็นขี้ข้าซะนี่กระไร
                   “นี่ได้ยินที่ฉันสั่งหรือเปล่า กำลังคิดหาวิธีข่มขื่นฉันอยู่หรือไง”
                   “ค่ะ เฮ้ย!ไม่ใช่นะ” ฉันส่ายหน้าอย่างเร่งด่วน(  -_-)(-_-  )(  -_-)(-_-  )
                   “แน่ใจนะว่าไม่ใช่ ” ฉันพยักหน้างึกงึก(-  -)(_ _)(-  -)(_ _) “ งั้นเธอพักผ่อนไปก่อน แล้วเย็นนี้เตรียมตัวตายได้เลย 555+”เขาหัวเราะอย่างใจเย็น แต่ฉันน่ะสิตายงั้นหรอแย่แล้วทำไงดีจะหนีดีไหมแต่ถ้าหนีเขาก็จับเราได้อยู่ดีอย่าลืมสิว่าเขาเป็นมาเฟียร์นะถ้าเป็นคนธรรมดาเดินดินจะไม่ว่าสักคำ  เกิดมาใช้เวรเกิดมาใช้กรรม ชีวิตหนอชีวิต...............                 
                      ตะวันคล้อยลับขอบฟ้า 
                      ติ๊ง ต่อง~~~sms เข้า
          
                 ~ฉันให้เวลาอาบน้ำแต่งตัว 1 ชม. แล้วเจอกันที่ห้องรับแขก สายโดนเชือด
                                                                                                                    Matthew~
        
                    อ๊าก ฉันละอยากตายวันละพันหน*-*
                         1 ชม. ผ่านไป ไวเหมือนโกแปด
                       “ช้าจังแม่คุณ”  แหมฉันพอลงมาก็บ่นเป็นหมีกินผึ้งไปได้
                        “ก็นายให้ 1 ชม. ฉันก็ต้องใช้ให้คุ้ม” ปกติฉันอาบน้ำแต่งตัวตั้ง 3 ชั่วโมงเหนะ
                        “ปากเธอร้ายจริงๆ น่าจะมีรอยเลือดสักหน่อยก็น่าจะดี” นายจะทำจริงหรอ ฉันเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆเองนะ
                         “ ปากนายก็คมใช่ย่อย น่าจะประดับด้วยรองเท้าส้นสูงสักข้างนะ ” ฉันแว้กกลับ
                         “ ลืมไปแล้วเหรอว่าอยู่ถิ่นใคร ยังมาทำเป็นปากเก่ง ” อุ้ย!ลืมตัว
                         “ ขอประทานโทษเจ้าค่ะ ที่กระหม่อมล่วงเกินท่านชาย กระหม่อมสมควรตาย ”
                         “ อยากตายนักหรือไง ” ขอโทษจ้า
                         “ จะเอาไงแน่เนี่ยฉันตามนายไม่ทันแล้วนะ ”
                         “ หึๆ ”  หึอีกแล้ว ฉันละเกลียดจริงๆเลยไอ้ หึหึ เนี่ย
                        “ คิดว่าหล่อตายนักหรือไงมา หึหึ อะไร ไม่เห็นเท่ห์ตรงไหนเลย” ปากเสียอีกแล้วฉัน เขามองฉันด้วยสายตาเหี้ยมๆ
                       “ จะพูดมากอีกนานไหมฉันชักโมโหแล้วนะ ”
                       “ แล้วใครใช้ให้นายมาด่าฉันฉอดๆ ”   
                         “งั้นเริ่มเกมส์ล่ะนะจะได้ไม่เสียเวลา” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา  แล้วจะเล่นเกมอะไรกันอีก คงไม่ถึงตายหรอกนะ ขอให้อย่าถึงตาย บาดเจ็บก็ไม่เอา
                           “เริ่มล่ะนะ เกมแรกมีชื่อว่า เสียงไหม” ยังกะชื่อเพลงเลย ของขนมจีบ กามิกาซ่าเลยฉันล่ะช๊อบชอบ
                             “ไม่.....” ฉันรีบตอบทันที
                             “ฉันไม่ได้ถามเธอสักหน่อย นั้นมันชื่อเกมต่างหาก” อ้าว หน้าแหกแตกละเอียดยิ๊บ
                             “แล้วมันเล่นยังไง” ฉันถามด้วยความสงสัย
                            “พวกแกเอาของที่เตรียมไว้ออกมา” เขาตบมือเรียกพวกชุดดำออกมาพร้อมกับถาดที่มีน้ำอยู่สามใบ เอามาให้ฉันหรอกำลังหิวพอดี
                              “นายเอาน้ำมาทำไม”
                              “ถ้าอยากรู้เธอก็ลองกินดูสิ” ไม่น่าไว้วางใจ  
                              “กินได้จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ นายอาจจะใส่อะไรไว้ก็ได้ใครจะไปรู้”
                              “เธอนี่ก็ฉลาดเหมือนกันหนิ” ใส่ไว้จริงๆด้วย
                            “ฉันจะอธิบายให้ฟัง กติกามีอยู่ว่าเธอใจกล้าพอที่จะดื่มน้ำหนึ่งในสามแก้วนั้นหรือเปล่า น้ำในแก้วจะมีแก้วนึงที่ไม่ใส่ยาพิษ แต่ที่เหลือจะมีพิษที่แตกต่างกัน แก้วนึงมีฤทธิ์หลอนประสาททำให้เธอสามารถปล้ำฉันได้เลยทีเดียวและอีกแก้วก็ยานอนหลับถ้าใครได้ลองดื่มก็ไม่มีทางฟื้นมาดูดาวได้อีก  ชื่ออย่างไม่เป็นทางการของมันก็คือยาสลบช้างนั้นแหละแต่เกมนี้เดิมพันด้วยอิสรภาพของเธอ ฉันให้สิทธิ์ในการเล่น จะเล่นก็ได้หรือไม่เล่นก็ได้แต่ขอบอกไว้ก่อนถ้าไม่เล่นเธอก็โดนลงโทษตามแบบองค์กรของฉัน โดยการตัดนิ้วโป้งแล้วโยนให้จระเข้ในบ่อมันกิน แต่ฉันอยากให้เธอเล่นจังอยากให้เธอเจอยาหลอนประสาทจริงๆเลยถ้าไม่เล่นก็น่าเสียดายชะมัด”
                      เขายิ้มกลุ้มกริ่ม ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นด้วยนะแมท ตายล่ะจะเอาไงดีฉันอยากเป็นอิสระแต่ถ้าเลือกแก้วผิดล่ะมีหวังหลับไม่ตื่นหรือไม่ก็ปล้ำอีตาบ้านี่แหงๆ(แต่ถ้าได้คงวิเศษน่าดู)
 
 
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ขอบค่ะที่ยังมีคนอ่าน
จากคุณ far-naruto/(far-naruto) อัพเดตเมื่อ 03/03/2555 21:36:09
ความคิดเห็นที่ 2
สนุกง่ะ  ถึงตอนแรก รู้สึกงง กับ อินกับ อิม นิดหน่อย แต่ก็เริ่มหนุกและเมื่อมี อิมแค่คนเดียว
จากคุณ 0851811377/(0851811377) อัพเดตเมื่อ 12/09/2554 19:49:32
ความคิดเห็นที่ 3
สนุกง่ะ  ถึงตอนแรก รู้สึกงง กับ อินกับ อิม นิดหน่อย แต่ก็เริ่มหนุกและเมื่อมี อิมแค่คนเดียว
จากคุณ 0851811377/(0851811377) อัพเดตเมื่อ 12/09/2554 19:49:32
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 238 ท่าน