Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Marble จิตวิญญาณแห่งลูกแก้ว
Mahony
บทที่ 1 จุดเริ่มต้นของพวกเรา
2
11/09/2554 14:01:52
368
เนื้อเรื่อง

  บทที่ 1 จุดเริ่มต้นของพวกเรา
 
 
ณ ปราสาทที่สูงใหญ่ที่สุดแห่งเมือง แลนไคล์ ดินแดนแห่งรัตติกาล
มีหญิงสาวผมยาวสีดำขลับ บนศีรษะสวมมงกุสีเทาเงาวับทำให้เธอดูสง่ายิ่งขึ้นประกอบกับชุดที่เธอใส่เป็นสีดำทั้งตัว ทำให้บุคลิกของเธอดูลึกลับมากยิ่งขึ้น..
..หญิงสาวกำลังกางหนังสือเล่มหนาอยู่ในห้องที่เงียบสงบ เงียบ เงียบมาก จนกระทั่ง ...
“โฮกกก!!” เสียงคำรามของสัตว์ป่าดังสะท้อนไปมาในปราสาท เสียงนั่นดังใกล้เข้ามายังบริเวณห้องที่หญิงสาวอ่านหนังสือ จนปรากฏร่างขนาดใหญ่ ของเสือขาว แต่ถึงกระนั้นเสียงคำรามของสัตว์ใหญ่ในตำนานก็ไม่อาจปลุกเธอจากนิทราคาหนังสือได้...
“เบลลีน เบลลีน! เฮ้ เบลลีน เดอลากัส นี่เธอจะหลับไปถึงเมื่อไหร่กัน !!” เสียงเรียกของเสือไม่สามารถปลุกคนที่หลับลึกยิ่งกว่าเจ้าหญิงนิทรา แต่ว่าที่นี่ไม่มีเจ้าชายมาจุมพิตหรอกนะ! หญิงสาวที่หลับเป็นตายนางนี้มีนามว่า เบลลีน เดอลากัส ราชวงศ์ผู้สูงศักดิ์แห่งอาณาจักรแลนไคล์ รูปร่างงดงามยิ่งกว่ารูปสลักขอจิตรกรลือชื่อ มองผ่านๆแล้วหญิงสาวคนนี้ไม่มีที่ติใดๆ แต่ถ้าใครที่รู้จักเธอถึงขั้นหนึ่งจึงรู้ว่า เธอขี้เซาเป็นบ้า..
            ส่วนเจ้าเสือขาวที่ยังคงพยายามปลุกเจ้าหญิงคนงามโดยวิธีที่แตกต่างจากเจ้าชายในนิทานโดยสิ้นเชิง เขาคือ องค์ชายรัชทายาทอับดับหนึ่งของแลนไคล์หรือพูดง่ายๆก็คือพี่ชายของท่านหญิงเบลลีน มีนามที่เก๋ไก๋ว่า เบนโรล เดอลากัส  หึ ถ้าเขายังเป็นคนอยู่ละก็ คงไม่ต้องระวังเล็บคมๆของเขาจะไปบาดเนื้อนุ่มๆของน้องสาวแน่ แต่ที่เขากลัวไม่ใช่เพราะรักและเป็นห่วงน้องสาวคนเดียวของเขาเลย เพียงแต่ถ้าทำอย่างนั้นล่ะก็คงมีจุดจบ... ‘ฉึก!’ ซวยแล้ว เล็บที่เบนโรลอุตส่าห์เก็บไว้อย่างมิดชิดดันมีอันหนึ่งโผล่ออกมาทำร้ายน้องสาวของเขาได้ ทันใดนั้น ที่แผลของเบลลีนก็มีควันสีดำพวยพุ่งออกมา มันพุ่งเข้าไปในจมูกของเสือขาว จากนั้นเบนโรลก็ต้องตาเหลือกเพราะ ควันนั่นทำให้เขาหายใจไม่ออก เบลลีนที่งัวเงียตื่นขึ้นมาจากหนังสือ มองเบนโรลด้วยสายตาเย็นเยียบ ที่จริงเบนโรลผิดเองที่บังอาจมาทำลายเวลาพักผ่อนของเธอลง ก็สมควรได้รับโทษ ถ้าไม่ติดว่าเขาพ่วงตำแหน่งเจ้าชายมาด้วยล่ะก็...  เบลลีนปัดมือผ่านจมูกของเบนโรล เท่ากับเป็นการคลายคำสาปของเธอ เบนโรลผู้โชคร้าย เกือบจะได้ไปปรโลกเมื่อได้สัมผัสกับออกซิเจนก็รีบสูดเข้าปอดพร้อมมองเบลลีนแบบกินเลือดกินเนื้อ ยัยน้องอกตัญญู แน่นอนว่าเบลลีนอ่านสีหน้านั้นออก แต่ก็ไม่สนใจ
“มีอะไรถึงกล้ามาปลุกฉัน” เธอถามเสียงเรียบ
“มีน่ะมีแน่ แต่ขอเคลียร์ก่อน เธอ! จะฆ่าฉันอยู่แล้วรู้ตัวไหม ฮะ!”หยุดหายใจหอบพักหนึ่งแล้วพูดต่อว่า”ถ้าฉันไม่เป็นพี่ชายเธอ เธอต้องฆ่าฉันแล้วแน่ๆ”
“ผิดแล้วล่ะ เพราะนายมีตำแหน่งเจ้าชาย ถ้าฉันทำแบบนั้นคงถูกประหารตามไปด้วย นายก็รู้ฉันไม่ใช่คนโง่”เบลลีนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาโดยไม่มองหน้าอีกฝ่าย
“เธอเนี่ยน้า โหดร้ายเป็นบ้า”
“มีอะไรก็ว่ามา ถ้าไม่มีฉันจะพักผ่อน”เบนโรลได้ยินคำว่าพักผ่อนของเบลลีนก็รีบหยิบกระดาษใบหนึ่งยื่นให้เธอดู “นี่ๆๆๆ เธอลองอ่านดูสิ น่าสนใจใช่มะ” เบลลีนกวาดสายตาอ่านข้อความยาวยืดเหล่านั้นก่อนวางลงบนโต๊ะแล้วลุกขึ้นเดินไปทางเตียง
“เฮ้ยๆๆ อย่าพึ่งคิดว่ามันไม่น่าสนใจสิ แล้วก็อย่านอนสิเฟ้ย!!”
“ฉันขอถาม นี่มันมีความน่าสนใจตรงไหนไม่ทราบ รางวัลพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการสักนิด”ใช่แล้วรางวัลพวกนี้ไม่อยู่ในสายตาเธอเลยแม้แต่น้อย เงินเธอไม่ต้องการเพราะเธอรวยอยู่แล้ว อัญมณีก็มีอยู่เต็มห้องเก็บสมบัติ น้ำตามังกรเธอก็สามารถเดินทางไปทำให้มังกรร้องไห้ด้วยตนเอง แล้วเธอก็ไม่นิยมดอกไม้เท่าไหร่ เธอจึงไม่เห็นความจำเป็นที่จะเปลืองแรง
“ทำไมเธอไม่คิดบ้างฮะ ว่าการแข่งขันนั่นจะสร้างชื่อเสียงให้ประเทศเราน่ะ”เบนโรลยังไม่ละความพยายามที่จะโน้มน้าวใจหญิงสาว
“แล้วทำไมนายไม่คิดบ้างว่าประเทศเรามีชื่อเสียงมากพออยู่แล้ว  นายมีอะไรก็พูดมาเลยดีกว่าอย่ามาอ้อมค้อม”
“ไม่มี ไม่มีเลย ไม่มี้ ไม่มี ฉันเห็นแก่ประเทศล้วนๆ เอ่อ เอ่อ กะ ก็ ตอนวันพิธีเปิดคุณพาเรนนักร้องแสนสวยคนนั้นจะมาร้องเพลงเปิดการแสดงนี่นา ฉันอยากรู้จังว่าเธอจะสวยเหมือนในรูปวาดไหม”เบนโรลที่ประโยคหลังเริ่มจะเป็นเพ้อมากว่าเล่าเพราะถึงกับเอามือ(ขาหน้า)จับ(ตะคุบ)แก้มตัวเองเหมือนเขินอาย ซึ่งก็คงน่าดูกว่านี้ถ้านี่ไม่ใช่เสือขาวผู้น่าเกรงขาม
เบลลีนเหนื่อยใจกับพี่ชายตัวเอง ปีนี้เธออายุ 16 พี่เธออายุ 20 แต่ยังคงทำตัวเหมือนเด็ก 2 ขวบ บางทีเบลลีนก็สงสัยว่าคนอื่นๆนับปีเกิดพี่เธอผิดจาก 2 ขวบกลายมาเป็น 20 หรือไม่ก็สมองอาจจะหยุดพัฒนาตั้งแต่ 2 ขวบแล้วก็ได้
“ฉันไม่คิดว่าจะเอาตัวไปเหนื่อยเปล่าเพื่อให้นายไปดูยัยป้าพาเรนร้องเพลงเสียงแหลมปี๊ดนั่นหรอกนะ”เบลลีนยังคงตอบกลับด้วยท่าทีเย็นชาดังเดิม
“แต่ว่า! ฉันได้ยินคนวงในกระซิบมาแว่วๆว่าที่จัดการแข่งขันนั้นไม่ใช่แค่ความสนุกนา แต่ลูกแก้วนั่นยังมีเบาะแสของราชันย์ลูซีเบียนะ” คำพูดของเบนโรลประโยคนั้นทำให้เบลลีนชะงักกึก ฮิฮิฮิ รู้ซะมั่งว่าฝีมือระดับท่านเบนโรล ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาจะได้ไปดูคุณพาเรนคนสวยรึเปล่า
 
ณ หมู่บ้านของเผ่าพิภพ ชนเผ่าบูชาดิน
            หมู่บ้านชนเผ่าพิภพเป็นหมู่บ้านที่มีขนาดไม่เล็กแต่ก็ไม่ใหญ่ อยู่ติดกับเมืองลูซีทางประตูใต้ หมู่บ้านชนเผ่าพิภพนี้ขึ้นชื่อเรื่องสมุนไพรและยาเป็นอย่างมาก
“ฝืดๆ จ๋อมๆ โป๊กๆ”เสียงประหลาดๆดังมาจากกระท่อมขนาดกลางหลังหนึ่ง ภายในกระท่อมเห็นเด็กหญิงผมสั้นแค่บ่ากำลังขะมักเขม้นกับการทำเสียงประหลาดนั่น ไม่ใช่แค่เสียงรอบตัวเธอยังมีกลิ่นเหม็นเขียวคละคลุ้งไปหมด ถ้ามองอีกมุมหนึ่งจะเห็นสาวน้อยหน้าตาเรียบร้อย ส่วนเสียงนั่นก็ไม่ใช่อะไรเธอกำลังล้างสมันไพร ตำสมุนไพรเพื่อผสมยาบางอย่าง เรนา โรเนล เกิดที่ชนเผ่าพิภพ เป็นชาวเผ่าพิภพโดยกำเนิด ธาตุประจำตัวคือธาตุดิน เธอเป็นที่รักใคร่ เอ็นดูของคนในหมู่บ้านไม่ใช่เพราะหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ผมสีน้ำตาลอ่อนที่เกือบจะเป็นครีมส่งผลให้หน้าตาเธอดูอ่อนหวานมากขึ้น แต่เป็นเพราะ นิสัยเป็นห่วงพวกพ้อง กริยาเรียบร้อยอ่อนหวาน ความมีจิตใจดีมีเมตตาต่างหากที่กินใจคนในหมู่บ้าน และยังรวมไปถึงพ่อค้าขบวนคาราวานที่เดินทางผ่านหมู่บ้านของเธอบ่อยๆ แต่ตอนนี้เรนากำลังเครียด เครียดมากถึงมากที่สุด เพราะเมื่อวานอาการของแม่เฒ่าของหมู่บ้านหรือคือคุณยายของเธอที่ช่วงนี้สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง อาการทรุดหนัก แม่เฒ่าเป็นทั้งคุณครู ทั้งยาย และยังเป็นคนที่คอยดูแลเธอแทนพ่อแม่ที่จากเธอไปนานแสนนาน แม่เฒ่าถ่ายทอดวิชาการศึกษาต่างๆให้เธอซึ่งมีพรสวรรค์ทางด้านนี้ ทำให้เธอเป็นคนที่เก่งรองลงมาจากแม่เฒ่าเลยทีเดียวนอกจากนี้เรนายังเป็นหมอยาที่คอยดูแลรักษาอาการเจ็บป่วยของคนในหมู่บ้านเสมอๆ แต่เมื่อแม่เฒ่าล้มป่วยเธอจึงต้องระงับกิจการหมอยาของเธอไป เพราะเธอต้องเอาเวลาทั้งหมดมาหาทางรักษาแม่เฒ่าให้หายเป็นปกติ ในที่สุดเมื่อเช้านี้ เธอก็ทราบถึงโรคและยาที่จะใช้รักษา ขาดเพียงส่วนประกอบบางอย่างเท่านั้น ใบเลนคอน ขี้ไคลก็อบลิน น้ำตายูนิคอร์น เธอล้วนมีหมดแล้วจะขาดก็แต่ดอกคาเลเทน แล้วเธอจะหาดอกไม้นี่มาจากไหนในเมื่อดอกไม้ชนิดนี้สูญพันธ์ไปแล้ว ถ้าหาดอกไม้นั่นไม่ได้แม่เฒ่าอาจจะต้องจากเธอไปอีกคน...
            ทั้งหมู่บ้านเงียบเหงา หากปราศจากรอยยิ้มสดใสของเรนา  ทุกคนหาทางช่วยแม่เฒ่าทุกวิถีทาง ก็ขนาดหนูเรนาที่เก่งกว่าพวกเขาเสียอีกยังช่วยไม่ได้ พวกชาวบ้านจึงทำได้เพียงให้กำลังใจเท่านั้น ขอให้พระเจ้าแห่งผืนพิภพช่วยเมตตาคนดีๆอย่างแม่เฒ่ากับหนูเรนาด้วยเถิด
            และแล้วพระเจ้าแห่งผืนพิภพไม่เคยทอดทิ้งคนดี เมื่อกองคาราวานที่เข้ามาในหมู่บ้านพาความหวังมาให้คนทั้งหมู่บ้าน หญิงท้วมวัยกลางคนที่มีหน้าที่ทำสวนในหมู่บ้าน พอรู้ข่าวก็แบกร่างท้วมๆเหมือนตุ่มของตน ผ่านไร่สมุนไพรที่คนในหมูบ้านช่วยกันปลูกอย่างทุลักทุเล ในที่สุดก็มาถึงกระท่อมของแม่เฒ่า
“รอดแล้ววว รอดแล้ววว  หนูเรนา เรารอดแล้ววว”เสียงที่ดังมาแต่ไกลทำให้เรนาที่กำลังนั่งเปิดตำราหน้าดำคร่ำเครียด รีบวิ่งออกไปหน้าบ้าน เพราะความเป็นห่วงเป็นใยคนในหมู่บ้านของเธอไม่ได้ถูกกระงับเหมือนกิจการหมอยาของธอ
            “คุณป้า? มีอะไรหรือจ๊ะ”
            “แฮ่กๆๆ คือว่า แฮ่กๆๆ เรา ระ รอดแล้ว แฮ่กๆๆ”
            “ใจเย็นๆจ้ะ มีอะไรค่อยๆพูดนะจ๊ะ”
            “ แฮ่ก คือว่ากองคาราวานนำข่าวดีมาให้เรา หนูลองดูนี่สิ”มาช่าพูดพลางล้วงกระดาษที่ได้จากกองคาราวานส่งให้เรนา  บนกระดาษมีตัวหนังสือสีทองเรียงรายหลายบรรทัด เรนากวาดตาอ่านทุกบรรทัด แววตาของสาวน้อยเปล่งประกายแห่งความหวังขึ้นมาเรื่อยๆ ในที่สุดเธอก็มีทางช่วยแม่เฒ่าแล้ว
           
            เข้ามาภายในเมืองลูซีแลนเคิล
ณ บ้านตระกูล ไรแอนด์
            คุณหนูคนกลางของบ้านตระกูลไรแอนด์กำลังซ้อมยิงธนูซึ่งเป็นกิจกรรมโปรดของเธอ เธอมีฝีมือการยิงธนูเป็นเลิศแม้จะไม่เก่งที่สุด แต่ก็เอาชนะได้ยากทีเดียว เพราะเธอคือ เอรีโรน ไรแอนด์
            “คุณหนูคะ คุณท่านเชิญไปพบที่ห้องโถงใหญ่ค่ะ” แม่บ้านวัยกลางคนที่เริ่มเห็นริ้วรอยความชรากระซิบบอกกับคุณหนูของหล่อน เมื่อเธอปล่อยลูกศรออกไปปักกลางเป้าเป็นดอกสุดท้าย เธอจึงถามขึ้นว่า “คุณพ่อมีเรื่องอะไรเหรอ”แต่คำตอบที่ได้คือ ไม่ทราบ เธอจึงเดินไปที่ห้องโถงใหญ่ ซึ่งคุณพ่อของเธอก็มานั่งรออยู่ก่อนแล้ว เธอตรงเข้าไปกอดพ่อของเธออย่างน่ารักน่าเอ็นดูที่สุดในสายตาท่าน
            “คุณพ่อกลับมาถึงก็เรียกหาหนูเลย มีอะไรหรือคะ”เธอถามพร้อมยิ้มประจบ
            “พ่อมีเรื่องอยากให้ลูกทำน่ะ” พริวเดน ไนแอนด์ บอกลูกสาวน่ารักน่าชังของท่าน
            “โธ่หนูก็คิดว่าพ่อคิดถึงหนูซะอีก”
            “ ฮ่าๆๆ ยัยเด็กขี้อ้อน เรานี่น้า พ่อจะพูดเรื่องจริงจังนะ รู้รึป่าวฮึ เมืองนี้เขาประกาศอะไรกันคึกโครม”
            “ระดับนี้หนูรู้อยู่แล้วล่ะค่ะ คุณพ่ออยากให้หนูลงแข่งหรือคะ”
            “อืมม...พ่อก็ไม่บังคับลูกนะ  แค่แอบหวังนิดๆน่ะ”
            คิก.. คุณพ่อของเธอนี่จริงๆเลยอยากให้เธอแข่งก็ไม่พูดออกมาตรงๆ
            “ไม่รู้สิน้า หนูขอถามเพื่อนๆ เอ่อ พาเมล่ากับชาลัสน่ะค่ะ ถ้าพวกเขาแข่งหนูก็แข่งมั่งล่ะ...งั้นหนูขอตัวเข้าไปที่ตลาดน้ำพุกลางเมืองก่อนนะคะ หนูนัดพวกเขาไว้น่ะค่ะ”ก่อนไปเอรีนก็หอมลาพ่ออีกฟอดใหญ่ ช่วยไม่ได้ใครอยากทำให้เธอเป็นคนขี้อ้อนเองล่ะ
            เอรีโรนเดินออกไปขึ้นรถม้าของบ้าน ให้ไปส่งเธอที่ร้านกาแฟลุงตัน ร้านกาแฟที่นิยมที่สุดในลูซีก็ว่าได้  เมื่อเธอเข้าไปในร้านเธอก็เห็นพาเมล่าเพื่อนของเธอนั่งรออยู่ที่โต๊ะกำลังโบกมือหยอยๆให้ เอรีนไม่รอช้าตรงเข้าไปนั่งพร้อมสั่งโกโก้เย็นของโปรดของเธอ “หวัดดีจ้ะพาเมล่า ชาลัสยังไม่มาอีกเหรอ ไหนบอกว่าอยู่แถวๆนี้แท้ๆ แต่ดันมาสายสุด แย่จริงเชียว”
“ฮื่อ...เห็นหมอนั่นบอกว่าซื้อของอยู่คงมาช้าหน่อยแหละ แต่ว่านะผู้ชายอะไรช็อปปิ้งนานชะมัด ฮิฮิ อย่างกับผู้หญิง”พาเมล่าที่ตอนแรกเหมือนจะช่วยแก้ตัวให้เพื่อนอีกหนึ่งคน ตอนหลังดันกลายเป็น การชักชวนเอรีนนินทาซะงั้น
            ในที่สุดก็มีชายหนุ่มสองคนเดินเข้ามาในร้าน ชาลัสมองหาพวกเธอได้ง่ายอยู่แล้วเพราะโต๊ะที่พวกเธอนั่งไม่ได้อยู่ในมุมลับตาคนเท่าไหร่ “หวัดดีชาลัส หวัดดีเคนิน ที่แท้นายก็ไปซื้อของกับเคนินนี่เองก็ว่าทำไมไปนาน” เคนินชายหนุ่มอีกคนที่เดินไปสั่งเครื่องดื่มที่เคาน์เตอร์แล้วจึงเดินมานั่งร่วมวง “ฉันน่ะไม่เท่าไหร่หรอกก็ ไอชาลัสนั่นแหละเลือกอยู่ได้เรื่องมากชะมัด” ทุกคนคุยกันอย่างอารมณ์ดียกเว้นชาลัสที่เป็นคนไม่ค่อยพูดจึงแค่เสริมเป็นบางช่วงของบทสนทนา ส่วนเอรีนก็นั่งหน้าหงิกมองแขกไม่ได้รับเชิญที่ทำให้เธอหมดอารมณ์คุย เธอจึงหันไปดูรอบๆเห็นผู้คนส่วนใหญ่ในร้านมองมาที่โต๊ะเธอเป็นพักๆ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะแต่ละคนในโต๊ะเธอก็ใช่ว่าจะธรรมดาซะที่ไหน  หนึ่งก็พาเมล่า โซเดอร์ สาวสวยผมทองหยักศกทำให้เธอดูเซ็กซี่ หุ่นก็งี้ อกเป็นอก เอวเป็นเอว ผู้ชายที่ไหนเห็นก็น้ำลายหกกันเป็นแถวแถมเธอยังเป็นว่าที่ทหารอารักษ์ขาพวกราชวงศ์ชั้นสูงๆอีก สองก็ต้องนายชาลัส เชอมิว ที่ว่าเป็นหนุ่มหล่ออันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ชาลัสมีผมสีดำยาวระต้นคอ  หน้าตาก็หล่อเหลาแต่ติดจะเฉยเมยเย็นชากับสิ่งรอบตัวไปสักนิด แต่บุคลิกอย่างนั้นดันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งให้สาวเล็ก สาวใหญ่วิ่งตามกันเป็นพรวนแถมชาลัสคนนั้นยังเป็นลูกชายคนโตของคหบดีใหญ่ในปราสาทลูซีอีกด้วย บอกได้คำเดียวว่า เพอร์เฟค ส่วนอีกคนคนที่เธอไม่อยากพูดถึงเท่าไรนัก(แต่ก็ต้องพูด) เคนิน เพนเดอโล ลูกนักธุรกิจใหญ่ ที่บ้านของเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรมและที่พัก  มีข่าวลือบอกมาว่าคุณปู่ของเคนินเป็นพวกราชวงศ์ที่ปลีกวิเวกมาอยู่อย่างสามัญชนซึ่งธุรกิจของเขาก็ไม่ค่อยสามัญเท่าไหร่ แต่ถ้าข่าวลือนั่นเป็นจริงก็เท่ากับเคนินก็เป็นเชื้อพระวงศ์คนหนึ่งเหมือนกัน เคนินก็จัดเป็นหนุ่มหล่ออีกคนหนึ่งที่สูสีกับชาลัส ผมสีน้ำตาลอ่อนนั่นทำให้หน้าตาของชายหนุ่มสวยกว่าผู้หญิงบางคนเสียอีก แต่เคนินจะเป็นคนที่บริหารเสน่ห์เก่งพอๆกับบริหารธุรกิจ นั่น..เมื่อกี้เอรีนเห็นหมอนั่นหันไปยิ้มให้พนักงานเสิร์ฟอีกแล้ว!
            พาเมล่าที่เห็นเอรีนเงียบไปนานแถมคิ้วยังขมวดเป็นโบว์จึงถามด้วยความเป็นห่วงว่า
“เธอเป็นอะไรไหมเอรีนเห็นเงียบไปนะ ว่าแต่เธอนัดพวกเราออกมาทำไมเหรอ”
“อ้อ ตอนแรกก็แค่จะชวนไปเที่ยวด้วยกันเฉยๆแต่ว่าตอนนี้มีอีกเรื่องนึง เรื่องการแข่งขันน่ะ”
“นั่น! ฉันว่าแล้วเชียวพวกเธอจะแข่งมั้ยฉันส่งชื่อไปแล้วล่ะถ้าพวกเธอจะแข่งเดี๋ยวฉันส่งชื่อไปให้ได้ไม่ต้องไปต่อแถวเป็นกิโล พวกนายว่าไง”
“ น่าสนใจดีนี่ตอนแรกฉันว่าจะไม่แข่งเพราะขี้เกียจต่อแถวถ้าเธอจะช่วยฉันก็ไม่ขัดอยู่แล้ว”เคนินตอบ
“งั้นตามนี้แข่งกันทุกคนนะฉันจะได้ส่งชื่อให้”พาเมาล่าสรุปทั้งๆที่ชาลัสยังไม่ได้พูดอะไรซักคำ แต่ไม่ได้ค้านก็แสดงว่าตกลงแหละน่า!
 
            ณ เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ
‘เธอจะบ้าตายทำไมพ่อที่หายไป 3 เดือนของเธอ อยู่ๆก็กลับมาคุยกับเธอแค่ 3 คำ แล้วก็หายไปอย่างงั้นนะ แต่ 3คำนั้นทำเอาเธอแทบจะกระโดดกัดคอผู้ให้กำเนิดให้รู้แล้วรู้รอด!’
            หญิงสาวผมสีน้ำตาลเข้มเหมือนเปลือกไม้ซึ่งตอนนี้ผมที่มัดไว้หลวมๆ เริ่มกระเซิงนิดๆ กำลังนั่งยัดของใส่กระเป๋าเดินทาง เพนนีกำลังนั่งเก็บของที่จำเป็นทั้งหมดยัดใส่กระเป๋า แต่ของที่จำเป็นของเธอไม่ใช่เสื้อผ้า ไม่ใช่ว่าเธอไม่ใส่เสื้อผ้าแต่เธอไม่สามารถเอาเสื้อผ้าที่เธอใส่ที่นี่ไปใส่ที่ที่เธอกำลังจะไปได้น่ะสิ  ตั้งแต่เธอจำความได้เธอก็เดินทางไปกับพ่อทุกสารทิศพ่อมักบอกว่ามันคือการท่องเที่ยวแต่เป็นการท่องเที่ยวข้ามมิติน่ะสิ!ใช่แล้วพูดให้ถูกเธอก็คือนักท่องมิติดีๆนี่เอง มิติที่เธอไปเยี่ยมเยียนมีไม่น้อยกว่า 10 ที่แน่ๆ แต่ช่วงหลังเธอมาอยู่มิติหนึ่งที่เรียกว่า โลก ประเทศอังกฤษแต่มิตินี้แม้เธอจะอยู่มา 4 ปีแล้ว แต่ว่าภาษาของที่นี่เข้าใจยากมากในมิตินี้มีทั้งหมดหมดเป็นร้อยเป็นพันภาษาเธอพูดได้แค่ภาษาสากลซึ่งก็คือภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่ว่าวันนี้เธอต้องไปที่อื่นอีกแล้ว เพราะพ่อบังเกิดเกล้าของเธอกลับมาหาเธอแล้วกับเธอว่า “กลับไปอยู่กับย่า แล้วเข้าร่วมภารกิจซะ พ่อจะล่วงหน้าไปก่อน” แต่ประโยคสั้นๆของพ่อเพียงแค่นั้นก็ทำให้เธอต้องมานั่งจัดกระเป๋าอยู่นี่ไง! ถึงเธอกับย่าจะติดต่อกันทางจดหมายบ่อยๆ แต่เธอก็ไม่เคยเจอตัวท่านจริงๆเลย  สิ่งที่พ่อยื่นให้เธอตอนกลับมาคือใบปลิวภารกิจที่พ่อว่าให้เธอเข้าร่วม กับจดหมายถึงคุณย่า 1 ฉบับและอะไรบางอย่างในกระดาษที่น่าจะเป็นแผนที่ไปบ้านของคุณย่า อันที่จริงพ่อควรจะไปส่งเธอสิ! เพนนีคิดอย่างหัวเสีย จัดกระเป๋าพอเสร็จ เพนนีก็เดินไปที่เคาน์เตอร์ อพาร์ทเม้นท์ ที่เธออยู่มาถึง 4 ปีจนสนิทกับเจ้าของเป็นอย่างดี   เธอบอกกับคุณป้าเจ้าของว่าจะคืนห้อง
“โธ่ หนูเพนนีออกไปป้าก็เหงาแย่  แล้วย้ายโรงเรียน.กระทันหันแบบนี้จะดีหรือจ๊ะ อยู่ต่ออีกหน่อยไม่ได้หรอ”
“ไม่ได้หรอกค่ะ หนูต้องกลับไปอยู่กับคุณย่าเป็นการ ‘ด่วน’น่ะค่ะ”อันที่จริงเพนนีก็เสียดายมิตรภาพดีๆที่คนที่นี่มอบให้เธอเหมือนกันแต่จะให้ทำไงก็มันเป็นประกาศิตของพ่อนี่!
            เพนนีไม่ได้ไปที่สถานีรถไฟอย่างที่บอกกับป้าเจ้าของอพาร์ทเม้นท์  แต่เธอเดินไปอีกแค่ถนนเดียวแล้วลงไปที่ชั้นใต้ดินของตึกที่มองจะภายนอกเหมือนตึกเก่าทั่วๆไป   แต่ที่จริงมันคือสถานฑูตระหว่ามิติที่เธอค่อนข้างคุ้นเคย   เธอเดินไปที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วอย่างที่เคยทำ
“ขอทราบปลายทางค่ะ”และก็ประโยคเดิมๆที่เธอได้ยินทุกครั้งที่มาใช้บริการก็ออกมาจากปากพนักงานคนสวย
“ลูซีฟ(*ชื่อมิติจะเปิดเผยเฉพาะผู้สามารถเดินทางผ่านมิติได้เท่านั้น คนทั่วไปจึงไม่รู้จักชื่อมิติที่ตนเองอยู่ กรณีนี้ยกเว้นโลกเพราะมนุษย์โลกเรียกดาวเคราะห์ที่ตนเองอยู่ว่าโลกเช่นเดียวกับชื่อมิติ) ลูซีแลนเคิล” เธอบอกชื่อมิติตามด้วยชื่อเมืองที่เธอต้องการไป
“เมืองนี้ต้องมีบัตรผ่านเฉพาะค่ะ ขอดูบัตรด้วย” เพนนีเปิดซองจดหมายเห็นมีบัตรเล็กๆสีทองเธอจึงหยิบมันยื่นให้พนักงานเมื่อพนักงานตรวจสอบบัตรเรียบร้อยจึงส่งบัตรคืนให้เธอ “ค่าธรรมเนียม 4500 เมลค่ะ”(**เมลคือหน่วยเงินสากลที่ใช้กันระหว่างมิติ และสามารใช้ได้กับมิติที่เปิดเผยเรื่องการข้ามมิติเป็นเงินตราสากลด้วย) เพนนีตาโต ให้ตายเมืองนี้มันวิเศษอะไรนักนะ ค่าเดินทางแพงเป็นบ้า!มิติที่มีบัตรทองที่อื่นๆยังเสียแค่ 1000 เดียวเท่านั้น แต่เธอไม่มีทางเลือก ทำไมพ่อเธอไม่ให้เงินมาด้วยนะ ชิ เมื่อจ่ายเงินพนักงานก็ยื่นกุญแจให้  เธอเดินไปที่รถม้าคนหนึ่งที่เขียนว่า ลูซีฟ  พาหนะที่เธอโดยสารไปแต่ละมิติจะมีรูปแบบกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมของมิตินั้นๆ เพนนีเดาได้เลยว่าที่ลูซีฟบรรยากาศจะเป็นยังไง 
            เพนนีไขกุญแจเข้าไปในรถแล้วกดปุ่มที่เป็นคำสั่งให้ออกเดินทาง จะถึงที่หมายในอีก 30 นาที 45 วินาทีค่ะ ระบบอัตโนมัติบอกมาเหมือนทุกครั้งที่เธอเคยเดินทาง เธอไม่อยากเชื่อว่าระบบนี่ไม่เคยคำนวณพลาดซักวินาที เพนนีใช้บริการอีกอย่าง โดยการหันไปกดปุ่มบางอย่างที่พนักเก้าอี้จากนั้นช่องที่อยู่ตรงกำแพงรถม้าก็ปรากฏเค้กช็อกโกแลตออกมา นี่แหละน้าข้อดีของบัตรทอง
 
            เมื่อมาถึงที่หมายในเวลาที่กำหนดเป๊ะ เธอก็ลงจากรถม้าที่สถานีรับส่ง ตอนที่เธอมาถึงสิ่งที่เธอรับรู้ได้คือแรงโน้มถ่วงที่ผิดไป เธอรู้สึกว่าที่นี่ตัวตัวเบาหวิวเลยล่ะ ตอนนี้ประมาณบ่าย 3 โมงของวันที่ 13 ถ้าเธอจำไม่ผิดการแข่งขันจะเริ่มพรุ่งนี้เป็นอีกครั้งที่เธอหัวเสีย ทำไมพ่อไม่บอกเธอตอนที่เค้าแข่งกันเสร็จแล้วเลยล่ะ! เพราะเธอไม่มีเงินตราของที่นี่เธอจึงต้องพึ่งเท้าตัวเองเดินหาที่ที่เขารับสมัครแข่งขันโดยอาศัยปากของเธอเองถามคนที่ผ่านไปผ่านมา ระหว่างที่เธอเดินเธอชมบรรยากาศของเมืองลูซีแลนเคิลแห่งนี้ ที่นี่เหมือนกับดูหนังย้อนยุคเพราะที่อังกฤษมีแต่วิทยาการสมัยใหม่ แต่ที่นี่ทุกคนยังพึ่งแรงงานสิ่งมีชีวิตไม่ใช่แรงงานสมองกล และดูเหมือนคนที่นี่ยังสามารถใช้เวทย์มนต์ได้ด้วย เวทย์มนต์ที่รับมาจากธรรมชาติ  เจ๋งไปเลยแฮะถ้าเธออยุ่ที่นี่นานๆเธออาจจะใช้เวทย์มนต์พวกนั้นเป็นก็ได้
เมืองนี้ใหญ่เป็นบ้าหลังจากที่เธอถามคนนั้นคนนี้ในที่สุดก็มาถึงที่ที่น่าจะมีการเปิดรับสมัครว่าแต่ทำไมไม่เห็นมี  แถมคนยังเยอะอย่างงี้อีก
“พี่ชายๆ ทำไมตรงนี้คนเยอะอย่างนี้ล่ะมีอะไรกันหรอ”เธอถามหนุ่มใหญ่ที่วัยน่าเลยจากคำว่าพี่ชายของเธอมานานพอสมควรแต่จะให้ทำไงมันเป็นมารยาทนี่
“แม่หนูคนนี้ไม่รู้หรือ ข้ากำลังต่อแถวจะสมัครแข่งขันไงล่ะ” อึ้ง...งั้นแสดงว่าแถวที่เธอเดินผ่านมาประมาน 100 เมตรเมื่อกี้คือแถวสมัครแข่งขั้นงั้นเรอะ ถ้างั้นแถวนี่ บวก100เมตรที่เธอเดินผ่านมากับแถวที่ต่ออยู่ข้างหน้าชายคนนี้ก็ เอ่อ ได้โปรดอย่าให้เธอคำนวณเพราะมันเกินกิโลน่ะสิ!
 เพนนีเดินคอตกไปต่อแถวหลังสุดนี่เป็นวันสุดท้ายคนเลยเยอะมากกว่าปกติเธอคิดว่ากว่าจะได้สมัครแล้วไปหาบ้านของคุณย่าต่อก็คงเช้า เฮ้อ คิดแล้วท้อ!
  

 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 183 ท่าน