Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
Twin Mine คู่แฝดหล่อร้าย(กาจ)มัดใจยัยตัวดี ZZอัพตอนที่11 ในรอบเดือนค่าZZ
MonoMize
บทที่ 1...แฝดเฝิดอะไรกัน!ฉันไม่สนหรอกย่ะ!
3
09/09/2554 07:39:09
628
เนื้อเรื่อง

  1
แฝดเฝิดอะไรกัน!ฉันไม่สนหรอกย่ะ!
 


บรื้น~
          ในที่สุดดงเดือนอะไรนั่นก็มาถึง  เมื่อเห็นป้ายทะเบียนรถเสียงกรี๊ดกร๊าดของสาวๆก็ดังขึ้นทันที  แต่ดูสินั่นยัยเพื่อนแสบสองคนนั้นเต้นซะสยองเลย  อะโกโก้งั้นเหรอ  ขอเหอะอย่านำความอับอายมาที่โรงเรียนช้าน!  ขนาดฉันเป็นนักเต้นตัวจริงยังกลัวเลย  ไม่ใช่นักเต้นอะโกโก้นะอย่าเข้าใจผิดไปเช่นนั้น
          พอก้าวลงจากรถเท่านั้นแหละเสียงกรีดร้องก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ  คนที่คิดว่าจะไม่ไปร่วมวงด้วย  ตบะแตกวิ่งเข้าไปกรีดร้องอีกตั้งหลายคน  โอย  มันจะเหลือมั้ยคนที่เป็นแบบฉันเนี่ย
          ฉันอดไม่ได้ว่าเขาหน้าตายังไงจึงแอบชำเลืองอยู่บ้างเล็กน้อย  แต่พอมองไปก็เจอผู้ชายที่เขาว่าเป็นเดือนนั่นแหละ  เขาน่าตาก็หล่ออยู่หรอกนะ(หมายความว่าไงยะ! คำว่า  หล่ออยู่หรอกนะ)  เขามีเรือนผมออกสีดำสลับกับน้ำตาลเข้มจนดูกลมกลืน รับกับใบหน้ารูปไข่อย่างดี  ผิวขาวเนียนละเอียดจนผู้หญิงบางคนต้องอาย  แต่ฉันเนียนอยู่แล้วไม่ต้องไปอายเขาหรอก  เขาสูงประมาณ184เซนติเมตรได้  เขาใส่แว่นตาสีชาอยู่เลยไม่เห็นนัยน์ตาของเขา  แต่ฉันก็ต้องตกใจเมื่อมีอีกคนก้าวออกมาจากรถ  เขามีหน้าตาเหมือนคนแรกที่ออกมาเหมือนทุกประการแต่ว่าคนนี้เขาดูคาสโนว่าสุดๆต่างจากคนแรกที่ดูเงียบขรึมเย็นชาแบบเท่ๆ 
          คนที่ดูเป็นคาสโนว่า  พอเขาออกมาปั๊บก็โบกไม้โบกมือให้พวกสาวๆทันที  คนนี้เขาต้องดูเป็นมิตรกว่าคนแรกแหงๆ  เฮ้ย!นี่ฉันก็เริ่มชอบเหมือนกันเหรอเนี่ย  ไม่เอาๆฉันน่ะไม่เห็นว่าพวกนี้จะดีตรงไหน  ดีแต่หน้าตาล่ะสิไม่ว่า
          ในกลางวงล้อมนั้น  ฉันก็เห็นเพื่อนตัวแสบของฉัน  ยัยสองตัวนั้นกำลังทำท่ายั่วยวนสุดๆ  ดีนะที่ดงเดือนอะไรนั่นไม่สังเกตเห็นยัยเพื่อนแสบของฉัน  ไม่งั้นล่ะก็  ฉันจะทำตัวไม่รู้จักยัยสองตัวนั้นสองอาทิตย์เต็มๆเลย  อึ๋ย  กล้าทำได้ไงไม่รู้ 
          แล้วคนแรกที่ออกมาจากรถก็ถอดแว่นตากันแดดออก  เผยให้เห็นดวงตาคมกริบสีเทาเข้มที่เป็นประกายแวววาวดูมีเสน่ห์เพิ่มขึ้น  จนสาวๆคนไหนเห็นเป็นต้องละลายหรือไม่ก็ตัวอ่อนระทวยกันเป็นแถบ  ยกเว้นฉัน
          ฉันเห็นยัยสองคนนั้นซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนยัยแนทกับยัยแนนนั่นเอง  ทำท่าหวีดวิ่วเกินไปแล้ว  ฉันเลยตัดสินใจเดินฝ่าฝูงชนเข้าไปลากตัวยัยสองตัวนั้นออกมา  พอออกมาได้ยัยสองตัวนั่นก็ร้องโวยวายทันที
       “ทำอะไรของแกเนี่ย  ยัยวิ  มายุ่งกับพวกฉันทำไมยะ  ฉันเกือบจะทำให้สองแฝดหนุ่มหล่อมาสนใจแล้วน้า>o<”  สองแฝดเหรอ  จริงด้วย  ถึงว่าทำไมหน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ
          “ก็เพราะพวกแกนั่นแหละ  ทำท่าอะไรก็ไม่รู้  ทุเรศว่ะ”   
       “เขาเรียกว่า  ท่านารีล่อเทพบุตรย่ะ  ทุเรศยังไงออกจะสวยงาม”  แหวะ  คิดได้ไงเนี่ยเพื่อนฉัน  “นี่  ที่เขาว่าหล่อมากๆมันจริงอย่างนี้นี่เอง  เห็นคนหล่อแล้วเหมือนได้ขึ้นสวรรค์เลยอ่ะ  ดูสิ  แฝดสองสไตล์น่ารักคนละแบบเลยอ่ะ  ไดแล็ก  คนน้องนี่น่ารักเนอะ  เหมือนคาสโนว่าสุดๆจะมีมั้ยน้อที่ฉันจะได้เป็นคู่ควงกับเขาอ่ะ”  ยัยแนทพูดพลางส่งสายตาหวานเยิ้มไปให้แฝดคนน้องที่ชื่อไดแล็ก  “ยัยแนนแล้วก็ยัยวิ  อย่ามาแย่งนะฉันจองคนนี้แล้ว”
       “ฮึ  ฉันไม่แย่งแกหรอก  ฉันจองคนพี่ก็ได้  ไดเล็คก็น่ารักเหมือนกันเห็นขรึมๆแบบนี้มีเสน่ห์จะตาย  งั้นยัยวิห้ามมายุ่งกับสองหนุ่มของพวกฉันนะ  ไหนแกว่าไม่สน  ห้ามสนนะยะขอบอกเพราะพวกฉันจองหมดแล้ว”  ดูหวงกันจังนะยะ- -‘
          “ฉันไม่สนอยู่แล้วย่ะ  ไม่ต้องบอกฉันก็เป็นของฉันอยู่แล้ว  ยังไงพี่ลิฟเดือนโรงเรียนเราก็หล่อกว่าอยู่แล้ว”  ฉันยิ้มหน้าแป้นอย่างผู้มีชัย
          “จริงเหรอ”  อยู่ดีๆก็มีเสียงทุ้มดังมาจากด้านหลัง  พอฉันหันหลังไปก็ป๊ะเข้ากับพี่ลิฟ  เดือนโรงเรียนสุดหล่อที่ตอนนี้เป็นถึงนักบาสประจำโรงเรียนด้วย
          “…”  ฉันนิ่งเงียบแล้วค่อยๆก้มหน้าลง  ก็คนมันเขินหนิชมต่อหน้าต่อตาเขา  แล้วพี่ลิฟมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะเนี่ย  ฉันน่ะเป็นแฟนคลับพี่ลิฟตั้งแต่ม.ต้น  จนเดี๋ยวนี้ยังไม่เปลี่ยนใจหรอก 
          พอฉันนิ่งเงียบ  ก็รู้สึกแปลกๆว่าทำไมไม่ได้ยินเสียงของเพื่อนตัวแสบสองคนนั้นเลย  พอหันหน้ากลับไปหายัยสองตัวนั้นอีกที  ก็หายไปไหนไม่รู้  แล้วฉันก็ไปเจอยัยสองตัวนั้นเข้าไปในวงล้อมแล้วเต้นท่าเดิมอีก  ฉันระอาใจเหลือเกิน  แต่พี่ลิฟยังคงฟังคำตอบของฉันอยู่และแล้วพี่เขาก็ยื่นหน้าเข้ามาเรื่อยๆ  จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมของเขา
          “เอ่อคือ…คือว่า…คือว่าจริงคะ  ก็พี่ลิฟออกจะหล่อกว่าแฝดพี่น้องสองคนนั้นอยู่แล้ว  จะไปกลัวทำไมล่ะคะ  ใช่มั้ยคะ”  ฉันเผลอพูดเสียงดังเพื่อไล่ความกลัวออกไป  แต่แล้วเสียงกรี๊ดกร๊าดที่อยู่ในวงแฝดพี่น้องนั่นก็หยุดลง  ทุกคนมองมาที่ฉันตาเขม็ง  แม้กระทั่งสองพี่น้องแฝดนั่นก็มองมา  แต่ที่สำคัญที่สุดคือคนที่อยู่ตรงหน้าฉัน  พี่ลิฟเขาถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ  ก่อนจะเผยยิ้มบางออกมา
          “ที่เธอกำลังจะบอกก็คือว่า…เธอชอบฉันใช่มั้ย”  ฉันเงยหน้าขึ้นก่อนจะจ้องมองเข้าไปในนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่ส่องประกายความหวัง*_*
          แล้วทุกคนก็พากันซุบซิบนินทาฉันกันยกใหญ่  ฉันไม่ได้คิดจะชอบเขาแบบนั้นนะแต่ฉันแค่เป็นแฟนคลับเขาแค่นั้นเอง
          “เฮ้ย  แกยัยคนนั้นเขาสารภาพรักพี่ลิฟเหรอนั่น”
       “ตัวก็เล็กๆหน้าตาก็งั้นๆยังจะไปสารภาพรักกับพี่ลิฟอีก”
       “ไม่รู้จักเจียมตัวเอาซะเลยเนอะ  ยัยนี่หน้าด้านชะมัด”
       “ต๊าย!  มาหาว่าไดเล็คกับไดแล็กไม่หล่อ  อยากตบมันจริงๆ”
       ฉันได้ยินแต่เสียงของพวกนักเรียนหญิงรุมด่าใส่ฉัน  ฉันทำอะไรไม่ถูกเอาซะเลย  ฉันอยากจะบอกว่าฉันไม่ได้สารภาพรักสักหน่อย  ก็แค่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรก็เท่านั้นเอง  มันผิดด้วยเหรอวะเนี่ย  คนอุตส่าห์อารมณ์ดีตั้งแต่เปิดเทอม  เพราะแฝดพี่น้องสองคนนั้นนั่นแหละเป็นต้นเหตุที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้(ตัวเองผิด  ไม่ยอมรับผิด- -‘)คอยดูนะฉันจะไม่ให้อภัยพวกนายเลย  ฉันว่าในใจพลันส่งสายตาแค้นเคืองไปให้ไดเล็คและไดแล็ก
          “ฉัน…คบกับเธอได้มั้ย”  เขาพูดอะไรของเขาน่ะ  มันไม่จริงใช่มั้ย  พี่ลิฟพูดจนเกือบทำให้ฉันใจละลาย
          “พูดอะไรของพี่คะ  วิหมายความว่าวิเป็นแฟน…”
          “งั้นเราคบกันตั้งแต่วันนี้เลยนะ  แล้วเจอกันตอนเย็นเดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้าน”  พี่ลิฟไม่รอให้ฉันพูดจบก็วิ่งไปเข้าแถวทันที
          ฉันมีแฟนแล้วเหรอเนี่ย  โอ้มายก๊อด  เรื่องจริงเหรอเนี่ย
 
          ในที่สุดฉันก็ได้ประกาศคบกับพี่ลิฟแบบสายฟ้าแลบ  มันรู้สึกดีจัง  แค่ได้เป็นแฟนคลับก็มีความสุขแล้วนะ  แต่นี่ได้เป็นว่าที่แฟนของนักบาสประจำโรงเรียนเลยนะ  ฉันยิ่งมีความสุข
          หลังจากเข้าแถวเสร็จ  ยัยแนทกับยัยแนนก็เดินมาประกบข้างฉัน  แล้วถามยกใหญ่
          “ในที่สุด  เพื่อนของฉันก็มีแฟนสักที  เฮ้อ…จะได้หมดห่วง  แต่ที่หน้าลุ้นที่สุดก็คือ  แฝดที่ย้ายเข้ามาใหม่จะเลือกอยู่ห้องไหนน้า  ถ้าอยู่ห้องเรานะ  ฉันจะนั่งประกบข้างเขาเลย”  ยัยแนทโพล่งออกมา  แต่มีการเลือกห้องด้วยเหรอ  ขออย่าให้มาอยู่ห้องของฉันเลย  ถ้าเข้ามาเมื่อไหร่ฉันคงเรียนหนังสือไม่รู้เรื่องแน่  คงจะได้เรียนแต่เรื่องกรี๊ดนี่แหละ
          “แล้วแกสองคนอยากจะให้เขา  มาอยู่ห้องเราทำไม  เดี๋ยวก็เรียนไม่รู้เรื่องกันพอดี”
       “รับรองฉันไม่ร้องกรี๊ดให้แกเสียสมาธิหรอก”  ยัยแนนตอบ  นึกว่าฉันจะเชื่อแกสองคนเหรอ  ยัยสองคนนี้เชื่อไม่ได้เลย
        
ห้อง มัธยมศึกษาปีที่  6/3
 
          ในที่สุดฉันก็มาถึงสักที  ฉันเดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ริมหน้าต่างแต่ยัยเพื่อนของฉันยังคงยืน  แล้วรวมทั้งนักเรียนหญิงทั้งห้องด้วยที่ไม่มีใครยอมนั่งสักที
 
ตึก..ตึก..ตึก
 
          เสียงฝีเท้าของคนนอกห้องที่ย่ำมา  ทำให้นักเรียนหญิงทุกคนต่างลุ้นระทึกหนัก  แม้แต่ฉันก็ด้วย  เพราะกลัวว่าเขาจะทำให้ฉันเรียนไม่รู้เรื่องน่ะสิ
 
ในที่สุด…
          เขาก็เลือกห้องได้แล้ว  เขาหยุดอยู่หน้าห้องของ...ฉัน  ตายๆๆฉันต้องตายแน่ๆใครก็ได้ช่วยฉันที  แล้วเจ้าของเสียงฝีเท้านั้นก็เข้ามาภายในห้องที่ฉันเรียนอยู่  คุณครูประจำชั้นที่ยืนอยู่นานจึงแนะนำเพื่อนใหม่ให้รู้จัก
          “สวัสดีครับ  ผมชื่อ  ไดแล็ก  ยินดีที่ได้รู้จักสาวๆทุกคนนะครับ”  ไดแล็กทักทายอย่างเป็นมิตรแล้วส่งสายตาไปให้สาวๆทั่วห้อง  แล้วสาวๆทุกคนต่างกรี๊ดกร๊าดยกใหญ่  รวมถึงยัยแนทกับยัยแนนด้วย  ไหนบอกว่าจะไม่กรี๊ดไงยะ
          “สวัสดีครับ  ผมชื่อ ไดเล็ค  ครับ”  ไดเล็คไม่พูดอะไรมาก  เพียงแต่มองตาฉัน  จนทำให้ฉันจับความแตกต่างของสองคนนี้ได้  ไดเล็คจะมีนัยน์ตาสีเทาเข้มเป็นประกายส่วนไดแล็กจะมีนัยน์ตาสีฟ้าอ่อนเหมือนเมฆหมอก  จึงทำให้สองคนนี้แตกต่างกัน 
          พอคุณครูปล่อยให้แฝดสองคนนั้นนั่ง  พวกสาวๆก็ปัดฝุ่นเก้าอี้อย่างดีแล้วต่างเรียกให้นักเรียนใหม่มานั่งด้วย  แต่อะไรไม่รู้ทำให้ไดเล็คมานั่งอยู่ข้างฉัน  ทั้งๆที่ฉันไม่ได้ขอให้นั่งด้วยเลย  พวกสาวๆเลยพากันแย่งที่นั่งที่ใกล้นักเรียนใหม่มากที่สุด  ยัยแนนเลยรีบวิ่งมานั่งโต๊ะหน้าของไดเล็ค  ส่วนไดแล็กไปนั่งที่สาวๆของห้องฉันเตรียมให้  ยัยแนทเลยหาที่นั่งยากขึ้นมาหน่อย(ก็มีแต่คนอยากนั่งใกล้ไดแล็กนี่นา) 
        
15.45 น.
 
          ตั้งแต่คาบแรกจนถึงคาบสุดท้ายฉันหูชาไปหมดเลย  ก็ยัยพวกผู้หญิงห้องฉันเห็นฝาแฝดคู่นี้ทำอะไรๆก็กรี๊ดไปหมด  ดีนะที่เว้นตอนคุณครูเข้ามาสอนบ้างไม่งั้นฉันหูแตกตายแน่ๆ
          “ไง  เรียนรู้เรื่องมั้ย”  ฉันหันไปมองเจ้าของเสียงก็พบว่าเป็นเสียงของพี่ลิฟ  “พี่มารับนะ  กลับบ้านกันเถอะ”  ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะมารับจริงๆ  แต่พอฉันหันไปมองข้างๆก็พบว่า  ไดเล็คกำลังมองที่ฉันอยู่  สาวๆก็เข้ามาทักทายเขาอย่างสนุกสนานแต่เขากลับไม่สนใจผู้หญิงพวกนั้นเลย  นายไดเล็คนี่โรคจิตรึป่าวเนี่ย  มองฉันไม่วางตาเลย  ฉันเลยหันไปสนใจกับพี่ลิฟต่อ  เขาจึงช่วยฉันเก็บของแล้วไปส่งที่บ้านส่วนจักรยานเขาบอกว่าเดี๋ยวให้คนรับใช้ขี่รถกระบะไปส่งที่บ้าน(ได้กลับบ้านดีนะเนี่ย  วันนี้น่ะ-o-)  ระหว่างทางเขาก็ถามว่าบ้านของฉันอยู่ไหนเหมือนกัน  ฉันก็ตอบพลางหน้าแดงระเรื่อขึ้นที่แก้มทั้งสองข้าง  ก็คนมันเขินนี่ได้ขึ้นรถเฟอรารี่ราคาเป็นล้านของคนที่เราชอบอีก  ใครจะไปคิดว่าคนอย่างฉันจะโชคดีขนาดนี้
         
บ้าน~
 
          พี่ลิฟมาส่งฉันถึงบ้านจึงได้คุยกับแม่ฉันนิดหน่อย  คุยไปคุยมาเลยถูกคอกันซะงั้น  แม่เลยชวนพี่ลิฟกินข้าวด้วยกัน  แม่เลยไม่ปล่อยให้ฉันแสดงฝีมือปล่อยให้ฉันคุยกับพี่ลิฟสองคน
          “วิอยู่กับแม่สองคนเหรอคับ”  พี่ลิฟถามขึ้นมาก่อน
          “อ๋อคะ  วิอยู่กับแม่แค่สองคนพ่อของวิจากไปตั้งแต่วิยังเป็นเด็ก”  ฉันนึกถึงเรื่องนี้  ก็ทำหน้าเศร้า
       “พี่ว่าเปลี่ยนเรื่องดีกว่า  แล้ววิ...”
       “พี่ลิฟทำไมถึงคบกับวิเหรอคะ”  ฉันพูดขัดขึ้น 
          “วิทำให้พี่รู้สึกว่า  วิไม่เหมือนใคร  คนอื่นเขาหลงฝาแฝดอะไรนั่นกันหมด  มีวิคนเดียวนี่แหละที่ไม่หลงไปกับพวกนั้น  พี่เชื่อว่า  ถ้าวิคบกับพี่  วิต้องไม่ทำให้พี่ผิดหวังแน่นอน”  ฉันอึ้งไปกับคำพูดนั้นก่อนที่แม่จะมาขัดขึ้นกับอาหารสุดน่ารับประทาน
          “มีแต่ของโปรดวิทั้งนั้นเลยนะคะเนี่ย”  อูย  น้ำลายไหลแล้ว
       “วิชอบกินผัดผักบุ้งไฟแดง  ปูผัดผงกระหรี่  เป็ดพะโล้  บลาๆๆ”  พี่ลิฟพูดมาซะหมดเลย
       “ค่ะ  ก็วิชอบกินนี่คะ”              
          “แปลกไหมล่ะคะที่ยัยวิไม่อ้วนเลย ”  แม่พูดอย่างนี้ฉันก็อายแย่ดิ
          พอรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว  พี่ลิฟก็ขอตัวกลับก่อนเพราะดึกมากๆแล้วกลัวคนที่บ้านจะเป็นห่วงเอา  ฉันจึงอาสาไปส่งพี่ลิฟที่หน้าบ้าน(ไม่ต้องอาสา  เธอก็ต้องไปส่งอยู่แล้วแหละ  ยัยวิ)
          “งั้นพี่ต้องกลับแล้ว  ฝันดีนะ” พี่ลิฟบอกลาแล้วโบกมือให้ฉันและส่งยิ้มบางมาให้เหมือนอย่างที่เคยทำ
          “ค่ะ  ฝันดีเหมือนกันนะคะ”  บอกลาเสร็จ  ฉันก็ยิ้มแป้นแล้วโบกมือให้เหมือนกัน 
          พอบอกลาเสร็จสับเรียบร้อยพี่ลิฟก็ขับรถเฟอรารี่สีน้ำตาลเข้มออกไป
    
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 626 ท่าน