Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
innocence เป็นนายเท่านั้นที่ฉันจะรัก-yaoi-
อไลอา
1
2
07/09/2554 21:36:43
452
เนื้อเรื่อง
1....
 
 
ต้นฤดูใบไม้ร่วงในเดือนตุลาคม อากาศกำลังดี ไม่ร้อนไม่หนาว สงบเงียบชวนให้สบายใจ
ภาคเรียนที่สองเริ่มต้นมาเดือนกว่าแล้ว แต่นักเรียนส่วนใหญ่ยังคงพูดคุยสนุกสนานกับเพื่อนๆ เรื่องวันหยุดฤดูร้อนที่เพิ่งผ่านพ้น 
สภาพอากาศในโตเกียวตอนนี้อุณหภูมิตอนเช้าและเย็นจะลดลงมาก ยามค่ำคืนเริ่มปรากฏเสียงร้องอันไพเราะของจิ้งหรีด ตั๊กแตน และแมลงอื่น ๆ  ในขณะที่ตอนกลางวันอากาศสดชื่นแจ่มใส
 
ณ สนามฟุตบอลโรงเรียนเอกชนนันโกได ท์ซึคุบะ...
บรรยากาศการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนระดับชั้นมัธยมปลายภาคพื้นโตเกียวครั้งที่16  ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฟ้นหาทีมที่ดีที่สุด 8 ทีม เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนทั่วประเทศเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจอย่างมาก ความฮึกเหิมของนักกีฬาที่เดินทางมาแข่งขันเพื่อชัยชนะมีมาพร้อมเสียงเชียร์จากเพื่อนร่วมโรงเรียนที่มารวมตัวกันส่งแรงใจให้อย่างล้นหลาม และตอนนี้ทุกคนกำลังลุ้นกับคู่สุดท้ายซี่งกำลังฟาดแข้งกันอย่างมันส์หยดอยู่ในขณะนี้
                ปรี๊ด--------
                และแล้ว เสียงกรรมการเป่านกหวีดก็ดังสอดประสานเสียงเฮสนั่นกึกก้องไปทั่ว
                “หมดเวลาการแข่งขัน!ทีมโรงเรียนโจนันชนะไปด้วยสกอร์ 3-1 โดยการทำแฮททริคที่ยอดเยี่ยมของ    คิดะ โคจิ ครับ นักเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาคนนี้นับเป็นนักกีฬาที่น่าจับตามองอีกคนหนึ่งของวงการฟุตบอลระหว่างโรงเรียนเลยทีเดียว...”
โฆษกริมสนามบรรยายอย่างชื่นชม ในขณะที่เจ้าตัวเดินนำเพื่อนร่วมทีมกลับเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ริมสนาม แล้วรับผ้าขนหนูจากผู้จัดการทีมมาเช็ดหน้าพลางยิ้มบางให้ทุกคนที่ก้าวเข้าห้อมล้อมพูดคุย ไม่มีอาการเหนื่อยหอบให้เห็น บ่งบอกถึงความฟิตและสภาพร่างกายที่เตรียมมาพร้อมมาเป็นอย่างดีสำหรับการแข่ง
มาดนิ่งสงบ สมฉายาเจ้าชายแห่งโจนัน
 
บนอัฒจันท์ที่ผู้คนเริ่มลุกออกไป กลุ่มนักเตะโรงเรียนเอกชนฮาคุเอย์ที่มาชมการแข่งขันและสังเกตการณ์พากันเหยียดปากคล้ายจะดูหมิ่นอยู่นิดๆ เหตุผลมาจากรูปลักษณ์ของอีกฝ่ายที่ดูราวกับประธานนักเรียนมากกว่าจะเป็นเพลย์เมกเกอร์ฟุตบอล
                “เห็นแล้วไม่สบอารมณ์เลยว่ะ ไอ้พวกโจนันเนี่ย”
                “นึกว่าจะได้ลงแข่งกับนันโกโดรอบต่อไปเสียอีก แต่ทีมที่ชนะดันเป็นม้านอกสายตาไปได้”
                “ลงไปทักทายพวกนั้นหน่อยมั้ย กัปตัน?”
หนึ่งในนั้นเงยหน้าถามเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่บนอัฒจันท์เหนือตนเองขึ้นไป
 ใบหน้าคมนิ่งเฉยเป็นนิจ จนทำให้ยากจะคาดเดาว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ตอนนี้ กับคำว่า ทักทาย ซึ่งหมายความตามตรงว่าหาเรื่องสนทนาข่มขวัญอันนับว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับทีมโรงเรียนยักษ์ใหญ่มากฝีมือ ยามพบกับม้านอกสายตาซึ่งไม่เคยได้ฟาดแข้งกันมาก่อน
                “อย่าเลย...เดี๋ยวหมอนั่นกลับมาแล้วรู้เรื่องเข้า พวกนายจะโดนอัดน่วมเปล่าๆ”
                ดูเหมือนเป็นที่รู้กันอย่างดีว่านั่นหมายถึงใคร และไม่ต้องสงสัยว่าต้องเป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อทีมอย่างมาก ไม่ต่างจากกัปตันเลยทีเดียว แววตาทุกคนสดใสกระตือรือร้นขึ้นมาทันที
                “นี่คุณทาคุมิจะกลับมาแล้วหรือครับ?”
                “อาทิตย์หน้านี้ล่ะ...”
ผู้เป็นกัปตันทีมตอบสั้นๆ พลางลุกขึ้นยืน เป็นสัญญาณให้ลูกทีมทำตาม รับรู้ว่าได้เวลาต้องกลับเสียที แม้บางคนจะรู้สึกว่าเสียทีที่อุตส่าห์มา อย่างไรก็ตาม การขัดคำสั่งผู้นำทีมผู้มีนิสัยโหดอย่างฉกาจฉกรรย์นั้น เป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาคิดจะทำ
บริเวณรอบๆ สนามแข่งและทางเข้าออก ยังคงคราคล่ำไปด้วยผู้คน นักฟุตบอลจากโรงเรียนอื่นที่มาดูการแข่งขันบางส่วนยังคงยืนจับกลุ่มคุยกัน ล้วนแล้วแต่เป็นทีมที่เข้ารอบแล้วทั้งสิ้น
แน่นอนว่าจุดประสงค์หลักย่อมไม่แตกต่างกัน นั่นคือการสอดส่องประเมินกำลังทีมคู่แข่ง
                “นั่นทีมฮาคุเอย์นี่ ยกมาแต่ตัวจริงตามเคย แต่เบอร์10 ไม่อยู่ตามเคย ไปไหนน้า?”กัปตันโรงเรียนเรย์โร่เปรยขึ้นทำให้เด็กปี 1 ซึ่งได้เป็นตัวจริงในฤดูกาลนี้เกิดความสงสัยขึ้นมา
                “หมอนั่นเก่งมากเลยหรือครับ?”
ถามอย่างแปลกใจเพราะกัปตันไม่ค่อยจะเอ่ยถึงใครให้ได้ยินมากนัก             
“นายคงยังไม่เคยเห็นเค้า อิฮาระ ทาคุมิ...ได้ยินมาว่าเพิ่งย้ายมาเข้าทีมไม่นานก็ซิวตำแหน่งศูนย์หน้าตัวบุกแต่จะลงแข่งเฉพาะนัดสำคัญ สไตล์การเล่นรุนแรงมาก มีอยู่นัดหนึ่งเขาซัดกรรมการซะดั้งหักเพราะให้จุดโทษผิด”
                “อะไรกัน ใช้ความก้าวร้าวของตัวเองชาร์จผู้เล่นอีกฝ่ายเข้าล่ะสิ ทำตัวเองแท้ๆ อันธพาลแบบนี้ไม่น่าจะอยู่ทีมฮาคุเอย์ที่เป็นทีมตัวเก็งชั้นนำได้เลยนะครับ น่าผิดหวังจริงๆ เลย”
คนพูดส่ายหน้าระอา เกลียดจริงๆ พวกเล่นรุนแรง ถึงฟุตบอลจะเป็นเกมส์กีฬาที่ต้องมีการปะทะกันเป็นเรื่องปกติ หากอย่างน้อยก็ควรจะมีจิตสำนึกของนักกีฬาที่ดีหน่อยสิ
                “ไม่ใช่อย่างนั้น ไอ้ที่ได้จุดโทษน่ะมันฝ่ายฮาคุเอย์ต่างหาก”
                “อ้าว!”
                “หึๆ ที่จุดโทษหน้าประตู หมอนั่นเถียงกับกรรมการอย่างเอาเป็นเอาตายเลยนะว่าเขาลื่นล้มเองไม่ได้ถูกไอ้ห่วยหน้าไหนชาร์จทั้งนั้นแต่กรรมการไม่ยอมเชื่อสักทีก็เลย...ตูม!
                “อ่า...”
                “วันนั้น โรงเรียนที่มาดูการแข่งแล้วเห็นอิฮาระลื่นล้มเองเหมือนกัน ตะโกนเรียกให้หมอนั่นย้ายมาเข้าทีมตัวเองลั่นสนามเลย เยี่ยมมั้ยล่ะ?”
                คนถูกถามอึ้งไป
 นี่มัน...ตรงราวกับไม้บรรทัดหรือว่าเป็นแค่ไอ้บ้าชอบหาเหตุตั๊นหน้าคนกันแน่ล่ะนี่ ยังไงก็เถอะ  ชักอยากเห็นหน้าขึ้นมาเสียแล้วสิว่าแท้จริงจะเป็นยังไง
                ระหว่างนั้น กลุ่มนักเรียนในชุดกักคุรันสีกรมท่าก็ตะโกนทักมาแต่ไกล
                “ไง ทีมเรย์โร่ก็มาดูเหมือนกันหรือ?”
                “งั้นสิ ถ้าไม่มาคงเสียดายแย่ เบอร์10 โจนัน เยี่ยมสมเป็นดาวซัลโวรอบแรกจริงๆ”
                “ใช่ อ้อ ได้ยินว่าเบอร์10 ของฮาคุเอย์ไปบราซิล หวังว่าคงกลับมาทันนะ ไม่งั้นเซ็งแย่”
                “หมายความว่าไง?”
                “ข่าวยังไม่แน่นอนหรอกนะ แต่ได้ยินมาว่าเดือนหน้าโจนันเป็นทีมเยือนไปซ้อมแข่งอุ่นเครื่องกับโรงเรียนฮาคุเอย์ น่าสนใจใช่ไหมล่ะ เป็นเหมือนการตัดสินเลยล่ะมั้งว่าเบอร์ 10 ฝ่ายไหนกันแน่ที่เป็นของจริง”
                วินาทีนั้น เสียงที่ไม่เบาเอาเลยของคนพูดไม่ต่างอะไรกับการกระชากผ้าม่านออก เผยแสงแดดแผดกล้าจากภายนอกเข้าในห้องอันหม่นมัว
ทุกคนที่ยืนอยู่ในที่นั้นหันมามองพร้อมกันราวกับนัด ความรู้สึกคล้ายจะเชื่อมถึงกันด้วยความกระหายใคร่รู้
                ใครจะแน่กว่ากัน ระหว่าง อิฮาระ ทาคุมิแห่งฮาคุเอย์  และ คิดะ โคจิแห่งโจนัน!
 
.....................................................................
 
โรงเรียนมัธยมโจนัน
หลังเลิกเรียน เมื่อจัดการกับเวรประจำวันเรียบร้อย นักเรียนทุกคนก็มุ่งหน้าไปยังชมรมของตน โรงยิม สระว่ายน้ำและสนามกีฬาที่ดูเงียบเหงามาทั้งวัน ยามนี้กลับดูมีชีวิตชีวาอย่างประหลาด
ในทางตรงกันข้าม สำหรับนักเรียนไฮสคูลที่ไม่ได้เข้าชมรมใด นี่นับเป็นเวลาทองสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจก่อนกลับบ้านหรือเรียนพิเศษ  
นักเรียนหญิงกลุ่มใหญ่ที่เช็คเสื้อผ้าหน้าผมมาอย่างดี ทยอยเดินออกจากห้องน้ำ ตัดสนามตรงไปยังประตูโรงเรียน เป้าหมายในวันนี้คือเที่ยวดูของในชิบูย่าหรือไม่ก็แวะคอฟฟี่ช็อปน่ารักๆ สักแห่ง พูดคุยเรื่องสัพเพเหระกันให้สนุกก่อนแยกย้าย  
“เห ดูนั่นสิ”
 คนตัวเล็กที่สุดในกลุ่มชะงัก แล้วสะกิดเพื่อนให้มองเด็กหนุ่มต่างโรงเรียนที่กำลังเดินเข้ามา
เรือนผมสีน้ำตาลเข้มอมทองซึ่งเด่นมาแต่ไกลขับให้ใบหน้ารูปไข่ของอีกฝ่ายยิ่งดูขาวผ่องขึ้น และเมื่อร่างสูงโปร่งเดินมาใกล้ เครื่องหน้าทั้งคิ้วเรียวสวยราวกับคันศร จมูกโด่งเชิดรั้น ตาเรียวสีน้ำตาลสุกใสและปากบางสีอ่อนที่รวมแล้วลงความเห็นได้ว่าฟ้าน่าจะประทานให้ผิดเพศ ก็ส่งผลให้เด็กสาวทั้งกลุ่มเงียบงัน
                “ถาม’ ไรหน่อย?”
ช่างเป็นคำถามที่ห้วนแสนห้วน อีกทั้งน้ำเสียงห้าวทุ้มก็ออกแนวไม่เกรงใจใครหน้าไหนทั้งสิ้น ทว่า ใบหน้าที่ช่างหล่อน่ารักเสียเหลือเกินก็ช่วยกลบทับข้อเสียเอาไว้ได้เป็นอย่างดี
“อะ...อะไรค้า?” สาวน้อยน่ารักทั้งกลุ่มพร้อมใจกันตอบรับราวกับละเมอ
‘เขา’ ในเครื่องแบบโรงเรียนเอกชนเสื้อเชิ้ตขาวแขนยาวคลายปมเนคไทสีน้ำเงินเข้มออก ความเป็นแบดบอยฉายชัดที่เฮดโฟนอันใหญ่ซึ่งเจ้าตัวปลดลงมาคล้องคอ จิลสีดำบนปลายหูซ้ายสะท้อนแดดเป็นประกายวิ้งบาดตา
                “ชมรมฟุตบอลไปทางไหน?”
               
..................................................................................
 
            “อ้าว โคจิคุง ยังไม่ไปชมรมอีกเหรอ? ”
                ร่างสูงใหญ่ในชุดกักคุรันสีดำสนิทขยับแว่นตาที่สวมอยู่ พลางยิ้มรับคนที่วิ่งเข้ามาหา
                เธอคนนี้คือ มุเนโตะ ชิโฮะ เพื่อนร่วมห้องที่เขาเพิ่งตกลงใจคบหาเป็นคนพิเศษ และเป็นลูกสาวเจ้าของ อพาร์ตเมนท์ที่พักอยู่ในตอนนี้   
“วันนี้ฉันเป็นตัวแทนชมรมฟุตบอลเข้าประชุมสภานักเรียนเรื่องงบประมาณปลายปีนี้น่ะ ใช้เวลานานกว่าที่คิดเพราะกัปตันชมรมเทนนิสอยากได้งบเพิ่มเพื่อซ่อมแซมตาข่ายที่ขาดไปเมื่อคืนวาน”
 “งั้นเหรอ”ชิโฮะพยักหน้ารับ มือเรียวปัดปอยผมหนาของตนออกพ้นไหล่ตามความเคยชิน
 “แต่จะว่าไป ถ้าเกิดจากเหตุสุดวิสัยสามารถที่จะของบพิเศษจากทางโรงเรียนได้ทันทีนี่นา เอ หรือว่าเธอจะมาเพราะรู้ว่าโคจิคุงเข้าประชุมกันน้า งั้นข่าวที่ได้ยินมาก็น่าจะจริงสิเนี่ย”
                 คิ้วเข้มเลิกขึ้นข้างหนึ่งอย่างฉงน “ข่าวอะไรหรือ?”
                ชิโฮะเหลียวซ้ายแลขวาก่อนจะป้องปากกระซิบ “ข่าวที่ว่าเค้าแอบปลื้มโคจิคุงมาตั้งนานแล้วน่ะสิ”
 “งั้นเหรอ”
ได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วในลำคอจากคนข้างกาย ทำให้เด็กสาวอดส่งค้อนให้ไม่ได้
 ก็นี่ล่ะ รอยยิ้มแบบนี้ แววตาแบบนี้ ใบหน้าหล่อที่ฉาบรอยยิ้มบางเสมอจนจินตนาการไม่ออกเลยว่าใบหน้าขรึมเฉยเป็นอย่างไร อีกฝ่ายจะรู้ไหมว่าใครต่อใครพากันแอบคิดแอบหวังไปไกลสักแค่ไหนกับความสุภาพนุ่มนวลเช่นนี้ และทำให้เธอได้เห็นภาพการสารภาพรักแฟนคนอื่นอย่างโจ่งแจ้งหลังเลิกเรียนหลายครั้ง โชคดีที่โคจิไม่ได้มีทีท่าสนองตอบ ทั้งที่หลายคนมีคุณสมบัติเพียบพร้อมกว่าเธอมากมาย
แสดงว่าเธอดีพอ ใช่ไหม...จะคิดแบบนี้ได้หรือเปล่า เข้าข้างตัวเองเกินไปไหมนะ
คนที่ตกหลุมรักก่อน คือเธอ
ที่สารภาพรักอย่างสายฟ้าแลบ ก็คือเธอ
และคนยิ้มรับโดยไม่ปฏิเสธ ก็คือเขา...ผู้ชายอ่อนโยนคนนี้ 
โคจิเป็นคนพูดน้อย แต่แววตาของเขาบอกอะไรมากมาย นั่นเองทำให้คนที่คอยเฝ้ามองเขา เช่นเธอ สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง ในแววตาที่สงบนิ่งไม่ต่างจากน้ำก้นบ่อลึก
ยามที่เจ้าตัวนั่งเงียบๆ มองไปไกลแสนไกล ความเจ็บปวด คะนึงหาและอะไรอีกหลายอย่างที่เธอเองไม่อาจคาดเดาและไม่เข้าใจ
เหมือนคนอกหัก...
ก่อนที่จะย้ายมาเรียนที่นี่ เขาเคยคบกับใครมาก่อนรึเปล่านะ ผู้หญิงแบบไหนหนอที่ฝากรอยแผลไว้ในหัวใจเขาจนกลั่นกรองออกมาเป็นแววตาเหงาๆ เศร้าๆ  เช่นนี้
 “เป็นอะไรไป?”
ชิโฮะสะดุ้งโหยง นิ้วเรียวยาวจับปอยผมทัดหูแก้เก้อ หลบสายตาคมที่มองมาอย่างสงสัย
“ไม่มีอะไรจ้ะ แค่คิดอะไรเพลินๆ ไปน่ะ...จริงสิ แม่บอกให้ไปทานข้าวที่บ้านเย็นนี้”
“งั้นรอซ้อมเสร็จ ค่อยกลับพร้อมกัน”
“เข้าใจแล้ว”ชิโฮะส่งยิ้มหวานให้
สองหนุ่มสาวเดินเคียงกันไปท่ามกลางแสงแดดที่เริ่มจางหาย กลายเป็นความมืดครึ้มเข้ามาแทนที่ ยามที่กลุ่มเมฆดำเริ่มเข้ามาครอบครองโค้งฟ้า
 ไม่ต่างจากการมาเยือนชมรมฟุตบอลของใครคนหนึ่ง
 
ณ เวลานั้น ที่สนามซึ่งยังคงชุ่มชื้นด้วยหยาดน้ำฝนที่ตกค้างตั้งแต่เมื่อเช้ามืด เหล่านักกีฬาที่มาถึงก่อนพากันจับคู่เล่นลิงชิงบอลเป็นการอุ่นเครื่อง เพื่อที่จะวอร์มร่างกาย 20นาทีเป็นอันดับต่อไป โดยมีกัปตันทีมคอยจับตามอง
มุเนโตะ โทรุ เป็นนักเรียนปีสามที่มีรูปร่างสูงใหญ่เกินวัย ใบหน้ารูปเหลี่ยมมักเชิดขึ้นอย่างยโส
 แม้จะมีนิสัยปากร้ายชอบวางท่าใหญ่โตและติดจะขี้โอ่อยู่ไม่น้อย แต่ก็เป็นกัปตันทีมที่ดี เป็นรุ่นพี่ที่น่าเคารพ และเป็นพี่ชายที่น้องสาวรักมาก
                “พวกแก ทำไมดูท่าทางเหยาะแหยะกันแบบนี้วะ  เปลี่ยนไปวอร์มอัพรอบสนามสักยี่สิบรอบก่อน แล้วค่อยมายืดเส้น ไป!”
                “โธ่ กัปตัน เมื่อวานก็เพิ่งแข่งไป ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว วันนี้พักสักวันเหอะนะ”
                ผู้รักษาประตูพูดขึ้นมาด้วยใบหน้าทะเล้นอันเป็นนิสัยปกติ ความคึกคะนองในชัยชนะทำให้เพื่อนร่วมทีมรีบออกปากสนับสนุนคำพูดอีกฝ่ายอย่างพร้อมเพรียง
มุเนโตะกอดอก หรี่ตาแล้วถอนใจเฮือก
            ไอ้พวกนี้นี่
                “ความฮึกเหิมงี่เง่าจากชัยชนะไร้สาระในรอบคัดเลือกเนี่ย ทำให้นักเตะโจนันอารมณ์ดีจนเกียจคร้านกันขนาดนี้เชียว...”
กัปตันทีมร่างใหญ่เผยอปากค้างกับประโยคที่ตนไม่ได้พูด แล้วหันขวับไปยังต้นเสียงพร้อมกันกับทุกคนในที่นั้น จึงพบว่าที่ประตูทางเข้าสนามซึ่งทำจากตาข่ายเหล็กไขว้กันเป็นช่องเล็กๆ ละเอียดยิบเพื่อกันสัตว์เข้ามาเดินเพ่นพ่านตอนซ้อมนั้น ในตอนนี้มีเด็กหนุ่มต่างโรงเรียนใช้มันเป็นที่พิงหลังอย่างสบาย และกำลังมองมาทางพวกเขาด้วยท่าทางยียวนอย่างวายร้าย
 
.........................................................
 
            “แกเป็นใครวะ คิดจะมาหาเรื่องกันหรือไง!”
                เป็นอีกครั้งที่ยังไม่ทันได้ออกปากก็มีคนพูดแทนทำให้รู้สึกเสียหน้าไม่น้อย มุเนโตะได้แต่เบิ่งตามองลูกทีมสามคนที่เดินเข้าไปล้อมผู้มาเยือนซึ่งทำตาโต ถามเสียงสูง
                “อะไรกัน โจนันต้อนรับเพื่อนต่างโรงเรียนที่สนใจกีฬาฟุตบอลด้วยเสียงตะคอกแบบนี้เหรอ ไม่ไหวๆ”
                “หนอย วอนซะแล้ว ไอ้หน้าอ่อน!”
                “เฮ่ย พอที”ได้คิวออกโรงแสดงความเป็นผู้นำเสียที โทรุโบกมือ ลูกทีมจอมกร่างรีบแยกช่องให้ได้พิจารณาตัวก่อกวนชัดๆ
 ผู้ชายอะไรวะนี่ เห็นชัดๆ แล้วหน้าสวยสุดๆ เลยนี่หว่า
“จะมาดูการซ้อมหรือ? เป็นนักฟุตบอลหรือไง? ”โทรุถามอย่างไว้เชิงความเป็นเจ้าถิ่น
                “เห็นฉันถือลูกบาสอยู่หรือไงล่ะ?”คนตอบทำสีหน้าเบื่อหน่าย ราวกับคำถามที่ยินเป็นอะไรที่งี่เง่าเอามากๆ และแม้มันจะเป็นคำพูดของกัปตันทีม แต่ก็ทำให้ลูกทีมโจนันบางคนกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น เดือดร้อนถึงคนโดนหยามที่ต้องหาทางกู้หน้าโดยเร็ว
เขาพยักหน้าให้รุ่นน้องปีหนึ่งเตะลูกบอลเข้ามาให้เขาเดาะเล่นด้วยหลังเท้าอยู่สองสามครั้ง และในพริบตานั้นโทรุก็ตวัดเท้า เตะมันใส่หน้าคนปากกล้า
            “พิสูจน์หน่อยสิพรรคพวก!”
                แต่แทนที่จะได้เห็นลูกบอลกดจมหน้าขาวใสให้บุบบู้บี้จนน่าหัวเราะหยามหยัน กลับกลายเป็นว่าดันไปสร้างโอกาสโชว์ออฟให้หนุ่มแปลกหน้า และถีบตัวเองลงไปเป็นฝ่ายถูกหยามเสียเอง
เขาได้แต่เบิ่งตาโตมองอีกฝ่ายถอยหลังไปก้าวหนึ่งเพื่อลดระดับความแรงของบอล ก่อนโชว์ลีลาเดาะบอลขั้นสุดยอด รวมทั้งใช้ทั้งหัว ไหล่ อก เรื่อยไปถึงหลังคลึงบอลได้อย่างเหนือชั้นก่อนตอกส้นกลับมาให้
แต่เพราะไม่มีใครถอนสายตากลับมาทัน ลูกบอลจึงกลิ้งขลุกๆ ก่อนนิ่งสนิทอยู่หน้าโกลด์
                โทรุกัดฟันกรอด หน้าร้อนผ่าว ทั้งเสียหน้า ทั้งเจ็บใจ
                “นายแน่นักใช่มั้ย...” เขาถามเสียงลอดไรฟัน
                “เทคนิคแค่นี้น่ะนะ ไม่หรอก ก็แค่ขำๆ เอง แต่ถ้าชอบ จะสอนให้ยกทีมเลย สนไหมล่ะ?”
 คนตอบยิ้มซื่อใสไร้เดียงสา เรียกว่าถ้าเป็นผู้หญิงคงจีบไปแล้ว แต่นี่เป็นผู้ชายเหมือนกัน แถมยังมาโชว์ลีลาหาเรื่องถึงถิ่นแบบนี้ คงต้องตอบแทนด้วยการสั่งสอนให้เข็ดหลาบ
โทรุถอดเสื้อวอร์มออก แล้วโยนไปพาดไว้หลังเก้าอี้ยาวริมสนาม
“งั้นมาประลองกัน”เขาเริ่มวอร์มร่างกายเบาๆ เตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันเฉพาะกิจ
                “ถ้านายยิงประตูได้ก่อน จะให้ฉันคุกเข่าขอร้องให้สอนก็ยังได้”
คนถูกท้าเลิกคิ้วขึ้นอย่างยียวน “อาฮะ แล้วถ้าฉันแพ้ล่ะ?”
                “บอกไปเลยซิครับกัปตัน ว่าให้ระบำโป๊!”ลูกทีมที่ยืนรายล้อมอยู่ รอมานานแล้วกับคำนี้ รีบตะโกนส่งเสียงเชียร์ประสานกันขึ้นมา
                “จริงด้วย สั่งสอนมันให้หลาบจำเลยว่ามาเหยียบโจนันแล้วต้องเจอกับอะไร”
                “โอเค จะให้ระบำโป๊หรืออะไรก็ได้ทั้งนั้น”หนุ่มต่างโรงเรียนโยนสัมภาระลงข้างสนาม “แต่พยายามหน่อยละกัน”
                “นายนั่นแหละ คิดดูให้ดีๆ เถอะ ว่าถอดชิ้นไหนก่อนถึงจะทุเรศน้อยที่สุด”
                แปล๊บบบ
                อากาศขมุกขมัวคล้ายมีประจุไฟฟ้าสองขั้วห้ำหั่นกันอย่างหนัก
ดวงตาสองคู่จ้องเขม็งมองกันอย่างไม่มีใครยอมหลบให้ใครก่อน ลูกบอลถูกนำมาตั้งไว้กลางสนาม รอให้ผู้ที่ไวที่สุดเข้ามาสัมผัส
และเมื่อเสียงนกหวีดดังขึ้น การแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้น โดยมีกองเชียร์เป็นทีมฟุตบอลโรงเรียนโจนันทั้งทีม       
 
 
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
คนแต่งหายไปไหนเอ่ยย มาต่อไวๆนะค๊ะ กำสนุกเรย
จากคุณ Samakun/(Samakun) อัพเดตเมื่อ 22/04/2557 17:25:45
ความคิดเห็นที่ 2
อ๊ากกกกก~น่ารักอ่ะ ต่อไวๆน่ะพี่อาไรอาชอบอ่ะ
จากคุณ nueng-4dame/() อัพเดตเมื่อ 10/10/2554 23:55:31
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 299 ท่าน