Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
เหลี่ยมรักลวงใจ
Tiger_Saturn/พรรษ
บทที่ 9
14
06/09/2554 16:34:41
623
เนื้อเรื่อง
 
บทที่ 9
 
สองวันต่อมาเควินพาคิรากรมาที่สนามซ้อม เขาคลั่งไคล้การแข่งรถมากถึงขนาดลงทุนสร้างสนามของตัวเอง คิรากรตื่นตาตื่นใจมากเมื่อเห็นรถแข่งหลายคันที่เคยจอดอยู่ในโรงเก็บถูกขับออกมาจอดเรียงกันให้เควินได้เลือก ร่างสูงในชุดแข่งรถยิ่งทำให้เขาดูดี และเท่ห์ระเบิด ทำให้เธอมองเขาแบบที่เรียกว่า...ตาค้าง
“ทำไมมองผมแบบนั้น” เขาถามยิ้ม ๆ แต่เธอไม่มีทางชมให้ได้ยินหรอก เดี๋ยวเขาจะเหลิง
“แต่งตัวแบบนี้ไม่ร้อนเหรอ” อดถามไม่ได้ เพราะมองไปแทบไม่เห็นเนื้อหนังส่วนใดของเขาเลย และถึงแม้ถอดหมวกกันน็อคออกไปแล้วเควินก็ยังเป็นไอ้โม่งร่างสูงอยู่ดี
“เวลาลงแข่งจริง ๆ เราไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องความร้อนหรอก เราจะโฟกัสไปที่คู่แข่ง และเส้นทางข้างหน้ามากกว่า” เควินไม่ใช่เพียงตอบคำถาม แต่เขาทำเหมือนเล่าสู่กันฟัง
“แล้วมันร้อนไหมล่ะ”
“ก็...ร้อน ทั้งอุณหภูมิในรถเวลาวิ่งกลางแดดด้วย หลังแข่งเราจะเสียเหงื่อมาก น้ำหนักลดไปโลครึ่งถึงสองโลทีเดียว นักแข่งเลยต้องท่านอาหารที่มีประโยชน์ แล้วก็ออกกำลังกายเป็นประจำ” หญิงสาวมองตาแป๋วพยักหน้ารับรู้ เธอชอบเวลาเขาแล้วให้รายละเอียดรอบด้าน ไม่ได้ตอบผ่าน ๆ เหมือนไม่ใส่ใจคำถาม
“อยากลองไหม”  จู่ ๆ เควินก็ถามขึ้นมา คิรากรเลยเลิกคิ้ว ไม่เข้าใจ เขาจะให้เธอลองอะไรกัน
เควินชี้ไปที่รถคันหนึ่งแล้วถามอีกครั้ง “อยากลองเข้าไปนั่งข้างในบ้างไหม”
“ได้เหรอ” ท่าทางหญิงสาวตื่นเต้นขึ้นมาอย่างที่เควินคาดเอาไว้ แต่แล้วเธอก็ทำหน้าสลดลงไปนิดหนึ่ง
“แต่ฉันขับไม่เป็นหรอกนะ แล้วปกติรถพวกนี้มันนั่งได้คนเดียวไม่ใช่เหรอ”
“มีคันหนึ่งผมสั่งทำให้นั่งได้สองคน อยากลองไหม” เควินใช้น้ำเสียงหยอกล้อเชิญชวน ซึ่งคิรากรก็พอคุ้น และจำได้ว่าหลังจากน้ำเสียงแบบนี้ของเขาเธอจะได้ทำอะไรสนุก ๆ จึงไม่คิดปฏิเสธ
“อยากสิ อยากอยู่แล้ว” ท่าทางลิงโลดของเธอทำให้เควินยิ้มรับ เป็นไปอย่างที่เขาคาดเอาไว้ไม่มีผิด ผู้หญิงคนนี้ซนเหมือนเด็ก ล่อใจได้ด้วยการหาเรื่องสนุกและแปลกใหม่ให้ทำ
“งั้นไปเปลี่ยนชุดกับมารี เดี๋ยวผมจะขับคันนี้วนสักรอบ เดี๋ยวกลับมารับที่หน้าพิต” พิต (Pit) ก็คือจุดเติมน้ำมันหรือเปลี่ยนยางสำหรับรถแข่งในสนาม เควินชี้นิ้วไปที่ทีมงานคนหนึ่ง ก่อนจะขับรถสีแดงขาวที่บอกว่านั่งได้สองคนออกไปวนรอบสนาม
ไม่นานนักคิรากรก็กลับออกมาด้วยชุดที่ไม่ต่างไปจากที่เควินสวมอยู่ตอนนี้นัก รู้สึกว่าตัวเองเท่ห์ไม่หยอก ข้างในชุดนี้ยังมีเสื้อกั๊กที่ใส่แผ่นเจลคลายร้อนไว้ด้วย มันทำให้อุณหภูมิต่ำลง แต่ก็ยังรับรู้ได้ถึงความอบอ้าวข้างในอยู่ดี เควินบอกว่าชุดนี้กันไฟได้ในกรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นเกิดเพลิงไหม้
หญิงสาวยิ้มกว้างตอนที่ได้เข้าไปนั่งในรถ และหายไปทันทีเมื่อเควินออกตัว คิรากรรู้สึกเหมือนตัวเธอถูกดันจนหลังติดเบาะ และยังติดแน่นอยู่อย่างนั้นเพราะความเร็วที่ทะยานไปข้างหน้า ไม่มีทีท่าว่าความเร็วจะลดลงเลย คิรากรอยากจะยกมือขึ้นไปบีบแขนคนขับให้หยุดรถหลายครั้ง แต่แขนเธอหนักจนแทบยกไม่ขึ้น เพียงรอบเดียวเท่านั้นรถก็เข้าจอดที่พิต สองเท้าเล็ก ๆ ก้าวลงมาเหยียบพื้นก็ต้องรีบถอดหมวก ยึดไหล่ของทีมงานคนหนึ่งเพื่อพยุงตัว
“เป็นยังไงบ้าง” เควินเดินใกล้เข้ามาพร้อมเสียงหัวเราะ คิรากรรู้ว่าโดนแกล้งก็ตอนนี้เอง ดังนั้นพอเควินเดินเข้ามาหาเธอจึงรีบเดินหลบไปหลังพิตแต่ภาพข้างยังพร่าเลือน พื้นก็ยังโคลงเคลง เธอเวียนหัว หายใจลำบากแม้ยังดีกว่าตอนอยู่บนรถหน่อยนึงก็เถอะ
“เดี๋ยวสิ” เควินก็รีบเข้าไปคว้าตัวเอาไว้ตอนที่ร่างบางกำลังจะล้ม แต่ยังยอมทรุดนั่งลงตรงนั้นให้ร่างบางได้พัก กระนั้นเจ้าของร่างยางก็ยังปัดมือหนี พอไม่สำเร็จก็ทุบแรง ๆ ที่กลางอก
“ทำไมต้องแกล้งกันด้วย ฉันเกือบจะตายแล้วรู้ไหม” คิรากรรู้สึกถึงน้ำที่หางตา เธอมั่นใจว่าไม่ได้กลัวสนามจนร้องไห้ แต่เป็นเพราะภาวะร่างกายที่ไม่ปกติต่างหาก เควินถอดถุงมือออกแล้วเช็ดน้ำตาให้เธอด้วยมือเปล่า แต่เขายังยิ้ม ไม่ได้สำนึกถึงความผิด
“ปล่อยนะปล่อย คิดจะแก้แค้นย้อนหลังที่ฉันเคยพ้นยาสลบใช่ไหมล่ะ” คิรากรยังพยายามผลักร่างหนาให้ห่างออกไป ไม่รู้ตัวเลยว่าเธอเดินมาไม่ถึงไหน ทั้งสองเลยหนังแหมะโต้กันอยู่กลางพิต โดยมีสายตาหลายสิบคู่ของทีมงานเฝ้ามองอยู่
“เปล่า แค่นี้ไม่ถึงตายหรอกน่า ทำเป็นกลัวไปได้”
“ฉันไม่ได้กลัวนะ แต่ฉันโกรธ รู้ว่าเป็นอย่างนี่ทำไมไม่บอกก่อน คนบ้า ผู้ชายบ้าอะไรชอบแกล้งผู้หญิง คน... อุ๊บ!”
เพราะเควินคร้านจะต่อความเลยรีบปิดปากเธอซะ หวังว่าริมฝีปากของเขาคงช่วยให้เธอสงบปากได้สักพัก แต่มือบางไม่ได้นิ่ง เพราะยังพยายามทุบไหล่เขาอยู่นั่น น่ารำคาญนักเควินเลยจับหมับมากดไว้ที่อกของเขาแทน จนเธอนิ่งลงไปแล้วเขาจึงยอมระริมฝีปาก พอเห็นปากบางทำท่าจะขยับ เขาก็ก้มลงไปใกล้ ๆ อีกครั้ง คราวนี้ริมฝีปากบางเลยเม้มเอาไว้พร้อมหลับตาปี๋ เควินยิ้มได้เพราะท่าทางแบบนี้ของเธอ แต่ไม่อยากรังแกให้ปากบางแดงช้ำไปมากกว่านี้ เลยปิดท้ายด้วยการจุ๊บเบา ๆ แทน
ดวงตากลมโตเลยค่อย ๆ ลืมขึ้นมาสบตากัน และพบว่าเจ้าของนัยน์ตาคมสีเทาอมฟ้ายิ้มรออยู่แล้ว
“หายโกรธกันได้รึยัง”
“ไม่”
“ยังจะไม่อีกเหรอ” น้ำเสียงเขาเหมือนขู่ แต่นัยน์ตาและมุมปากยังยิ้ม พอทำท่าจะก้มลงมาหาอีกหญิงสาวเลยต้องรีบกลับคำ
“ไม่โกรธ ๆ”
“ขอโทษ” เขาทอดเสียงยาวได้อย่างกินใจ นัยน์ตาเขาก็อาทรขึ้นมาด้วย “ผมใช้ความเร็วแค่หนึ่งในสามจากที่ใช้แข่งจริงแล้วนะ ถึงเป็นครั้งแรก แต่ไม่ถึงกับหมดสติหรอก”
“แต่ฉันหายใจแทบไม่ออก รู้สึกเหมือนน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นสักสองเท่า”
“สามเท่า มันเป็นเรื่องของแรงโน้นถ่วง น้ำหนักตัวเราจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าตอนขับเอฟวัน และหนักได้ถึง 3.5 เท่าตอนเข้าโค้ง”
“คุณทนได้ยังไง”
“ผมชินแล้ว แต่เมื่อครู่คุณบอกว่าไม่ได้กลัว แปลว่าวันหลังให้มานั่งด้วยกันอีก...ได้ใช่ไหม”
“เอ่อ...ขอคิดก่อนแล้วกันนะ” ท่าทางลังเลของเธอทำให้คนตัวโตหัวเราะ ก่อนจะพยุงตัวเธอลุกขึ้นแล้วให้มารีพาไปเปลี่ยนชุดเดิม เพราะเขายังต้องซ้อมอีกหลายรอบ
 
แต่หลังซ้อมวันนั้นมีเรื่องให้เควินปวดหัว เมื่อได้รับโทรศัพท์จากน้องสาว
“เควิน ช่วยฉันที พี่มาที่บ้านตอนนี้เลย” น้ำเสียงของเคที่คล้ายหนักใจกึ่งระอา
“อะไร”
“แซมมี่ แซมมี่เกือบจะเผาโรงเรียนวอดไปทั้งหลัง แถมกลับมายังขังตัวเองอยู่ในห้องของเล่น เก็บกุญแจเข้าไปหมด เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมขานรับ”
“จะไปเดี๋ยวนี้” เควินรับคำด้วยท่าทางกังวลก่อนจะกดวางสาย ทั้งหมดไม่พ้นไปจากสายตาของคิรากร
“มีปัญหาอะไรเหรอ”
“ที่บ้านมีปัญหา ผมต้องไปจัดการ คุณกลับไปที่เพนท์เฮาส์ก่อน”
“ไม่ให้ไปด้วยเหรอ” คิรากรถามเพราะเป็นห่วง หวังว่าจะช่วยอะไรเขาได้บ้าง แต่เควินส่ายหน้า
“วันหลังละกัน” ว่าแล้วก็สั่งคนพาเธอกลับ ส่วนเขานั่งรถไปพร้อมกับลูกน้องอีกสองคน วันนี้ทั้งวันคิรากรยังไม่พบอเล็กซ์กับแดเนียล พอถามเควินก็บอกว่าทั้งคู่ไปทำธุระให้เขา
เควินใช้เวลาไม่นานก็มาถึงคฤหาสน์ฟรานเชส เคที่ยืนถูมือไปมาอย่างกังวลอยู่ที่หน้าบ้าน และรีบกรูเข้ามาหาเมื่อพี่ชายมาถึง
“เควิน ป่านนี้แซมมี่ยังไม่ออกมาจากห้อง”
“เกิดอะไรขึ้น” เควินเอ่ยถามพลางก้าวไปที่ห้องของเล่น
“คงมีใครสักคนที่โรงเรียนพูดไม่เข้าหู มาดามอาแมนด้าบอกว่าหลังพักเที่ยงกลับมาก็เกิดไฟลุกที่โต๊ะเธอ เห็นหลังเด็กผู้ชายคนหนึ่งปีนออกไปทางหน้าต่างไว ๆ  พอให้คนมาดับไฟถึงได้รู้ว่าเชื้อเพลิงคือหนังสือเรียนที่มีชื่อของแซม เธอตกใจมาก เลยเรียกฉันไม่รับแซมมี่กลับมา”
“เดี๋ยวคุยกับแซมมี่ก่อน” บอกแค่นั้นเควินก็เริ่มเคาะประตู
“แซมมี่” ส่งเสียงไปครั้งแรกข้างในยังเงียบ เควินเลยต้องลองอีกครั้ง
“แซมมี่ ฉันเอง” คราวนี้ประตูเปิดออก เควินก้าวเข้าไปในอาณาจักรของหลายชาย และประตูก็ถูกปิดลงอย่างรวดเร็วเมื่อคนเป็นแม่พยายามเดินเข้าไปใกล้ เคที่ได้แต่ส่ายหน้าอยู่กับประตูโดยมิได้ล่วงรู้ว่าข้างหลังนั้นเกิดอะไรขึ้น
เควินมองเป้ากลม ๆ สี่อันที่ติดอยู่ที่ผนัง ทุกเป้ามีลูกดอกติดอยู่เต็ม แซมมี่ยังคงทำอย่างนั้นกับเป้าที่ห้า ห้องนี้ประดับด้วยเป้ากลมปาลูกดอก แทนกรอบรูปติดผนังเหมือนห้องอื่น ๆ
“เป็นอะไรไป” เควินถามง่าย ๆ เมื่อดึงเอาเก้าอี้สตูลมานั่งใกล้ ๆ
“ผมได้ยินมาดามอาแมนด้าคุยกับมาดามเบอร์เบ็ต เธอว่าผมซน ชอบก่อปัญหา จนเพื่อนไม่อยากจะคบ” เสียงเล็ก ๆ บ่นไปพร้อมปาเป้าปักฉึกไปพลาง
เด็กสมาธิสั้นจะซนผิดมนุษย์ เควินเข้าใจในส่วนนี้ และยอมรับว่าแซมมี่ซนจริง แต่แซมมี่ฟังเวลาที่คนพูดหรือบอกอะไรสักอย่างด้วยเหตุ หากบอกให้หยุดเพราะข้างหน้ามีอันตรายเขาจะหยุด
มาดามอาแมนด้าผิด แต่ไม่มากนัก ที่เอานักเรียนไปว่าลับหลัง แต่ผิดมากที่ปล่อยให้เด็กคนนั้นไปได้ยิน เควินนึกโกรธอยู่เหมือนกัน แต่ยังต้องใจเย็นเมื่อคุยกับหลานชาย  
“แล้วที่โรงเรียน นายไม่มีเพื่อนสักคนเลยหรือแซมมี่”
“มีสิ ผมมี ทั้งไซม่อน รีมัส แอลวิน แล้วยังมีแองจี้เป็นแฟนอีก”
“เห็นไหม นายไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูดสักหน่อย นายไม่ได้ก่อปัญหาจนไม่มีเพื่อน เพราะนายมี...นายมีเพื่อน และสำหรับฉัน นายเจ๋งที่สุดแซมมี่ มีเด็กเจ็ดขวบที่ไหนปาลูกดอกเข้าเป้าทุกดอกอย่างนาย”
“แต่มาดามอาแมนด้าเธอ...” แซมมี่หันมาให้ความสนใจกับคู่สนทนามากขึ้น
“ช่างหัวเธอสิ นายเชื่อเธอมากกว่าเชื่อฉันเหรอ”
“ไม่ ผมต้องเชื่อลุงมากกว่าอยู่แล้ว” คราวนี้แซมมี่ยิ้มได้ เควินคือคนที่เข้าใจเขามากที่สุดเสมอ จนคำพูดต่อมาของคนเป็นลุงที่ทำให้เด็กชายสลดลง
“แต่วันนี้นายทำผิดนะ นายเผาหนังสือเรียนตัวเองบนโต๊ะของคนอื่น” แซมมี่ทำหน้าสุดเซ็งเมื่อเควินพูดเรื่องขึ้นมา
“ฉันไม่ได้เสียดายโต๊ะคนอื่น แต่ฉันเสียดายหนังสือนาย การบ้าน และแบบฝึกหัดที่นายทำเอาไว้ตั้งแต่ต้นเทอม” คราวนี้คล้ายแซมมี่นึกได้ เพราะเขาอุทานเสียงดัง
“โอ้ว! จริงด้วย ผมลืมไปเลย” สีหน้าของเขาแสนเสียดาย “มาดามอาแมนด้าบอกว่าในนั้นมีข้อสอบ 90%”
“งานนี้นายพลาดว่ะ” เควินแสดงความเสียใจกับหลานชายด้วยใบหน้าสลดไม่แพ้กัน แต่นั่นเป็นเพียงการแสดง แซมมี่ต้องการพรรคพวกและคนเข้าใจ เขาต้องเป็นคนนั้น
“แล้วคราวหลังอย่าทำอะไรไม่คิดแบบนี้อีก มันไม่คุ้มเลย”
“ผมจะจำไว้ ผมจะไม่เอาหนังสือตัวเองมาเผาอีก”
“หนังสือคนอื่นก็ไม่ควร โต๊ะครูยิ่งไม่ควรใหญ่” เควินดักทางไว้หมดเพราะรู้ทันคำพูดเปิดช่องของแซมมี่ หลานชายเลยได้แต่ยิ้มแหยแต่ยังคงรับคำ
“ครับ”
“แล้วนายไปได้ไฟมาจากไหน”
“ไฟแช็คที่ห้องวิทยาศาสตร์”
เควินส่ายหน้าไม่ชอบใจนัก เจ้าหน้าที่ห้องวิทย์ก็สะเพร่า ไม่ได้เก็บของให้มิดชิด ใช่ว่าเข้าข้างหลานตัวเอง แต่หากไม่ได้หาของพวกนี้ง่าย ๆ โอกาสเกิดเหตุก็น้อยลง เห็นทีคงต้องไปคุยกับผู้บริหารโรงเรียนเสียหน่อยกระมัง
“วันนี้ฉันจะพานายกับแม่ไปกินข้าวข้างนอกดีไหม” เควินพับเก็บเรื่องของผู้ใหญ่หันเอาใจเด็ก และนั่นทำให้แซมมี่ยิ้มร่า
“ดีสิ ดีมาก”
 
คิรากรไม่ได้ถูกพาไปที่เพนท์เฮาส์อย่างที่เควินสั่งเอาไว้ เพราะเธอมีลูกไม้หลอกล่อให้ลูกน้องของเขาพาเธอมาเดินเล่นที่ห้างฯแห่งหนึ่งได้สำเร็จ และทีนี่เองที่ทำให้เธอได้พบกับผู้ชายคุ้นหน้า ลูกน้องของเควินมีท่าทางตื่นเต้นนิดหน่อย แต่ยังคงนิ่งอยู่ได้เมื่อฝ่ายชายหันมาทักหญิงสาว
“คุณ...คีย์ จำผมได้ไหมครับ”
“เอ่อ...คุณ...คุณ...” คิรากรจำได้ว่าเคยเจอผู้ชายคนนี้ แต่จำไม่ได้ว่าเขาชื่ออะไรเหมือนมันติดอยู่ที่ปาก แต่เขาใจดีไม่ปล่อยให้เธอคิดนานนัก
“นิกกี้ครับ”
“อ้อ ค่ะ ฉันจำได้ คุณเป็นคนไปส่งฉันขึ้นรถ” หญิงสาวยิ้มร่าเจอคนรู้จัก
“วันนี้ต้องหนีอีกไหมครับ” นิกกี้มองเลยไปที่ผู้ชายสองคนด้านหลัง ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบาเมื่อขยับใกล้หญิงสาวมากขึ้น กะให้ได้ยินกันแค่สองคน เหมือนพร้อมจะช่วยเหลือเธออีกครั้งหากคับขัน คิรากรเลยหัวเราะคิก ก่อนจะรีบส่ายหน้า
“ไม่ค่ะ ไม่ วันนี้สบาย ๆ”
“งั้นหาที่นั่งคุยกันสักครู่ได้ไหมครับ”
“ดีค่ะ ฉันกำลังหิว”
นิกกี้เชื้อเชิญเธอไปที่ร้านอาหารร้านหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ห้างจากจุดที่ยืนอยู่เมื่อครู่นี้นัก ก่อนไปคิรากรยังหันมองผู้ชายสองคนที่มากับเธอ พวกเขาไม่ได้คัดค้านอะไร คิรากรเองก็ไม่รู้จะจัดการกับทั้งสองคนอย่างไรจึงปล่อยเลยตามเลย พวกนี้คงยืนคอยเธออยู่หรือไม่คงเดินเที่ยวหรือหาของกินแถวนี้กระมัง
พอได้มานั่งในร้านที่มีบรรยากาศอบอุ่นสบาย ๆ คิรากรก็รีบหยิบเมนูขึ้นมาสั่ง ของที่เธออยากกิน ไม่รู้เลยว่าผู้ชายสองคนที่เธอทิ้งเอาไว้ข้างนอกกำลังยืนคุมเชิงอยู่กับคนของนิกกี้ที่หน้าร้านอาหารนั่นเอง
“คุณคีย์ชอบทานเห็ดหรือครับ” นิกกี้เอ่ยทักเมื่อเห็นหญิงสาวสั่งเมนูเห็นไปแล้วสองเมนู
“ค่ะ คือที่บ้านชอบน่ะค่ะ ฉันก็เลยได้ทานมาตั้งแต่เด็ก”
“แล้วชอบเห็ดชนิดไหนเป็นพิเศษครับ”
“กินได้หมดค่ะ เห็ดหอม เห็ดเข็มทอง เห็ดชิทาเกะ”
“เพื่อนของผมคนหนึ่งก็ชอบกินเห็ดครับ เธอชอบผัดกับเนย กินกับข้าวสวยร้อน ๆ”
“อ๊ะ!...นั่นเมนูโปรดเลยล่ะค่ะ” คิรากรบอกเขาทั้งรอยยิ้ม ก่อนจะทำหน้าสลดลงด้วยความคิดถึงก่อนจะบ่นพึมพำ
“ว่าไปแล้วก็คิดถึงบ้าน”
แต่นิกกี้ทันได้ยิน “แล้วทำไมไม่กลับล่ะครับ”
“คะ” คิรากรแปลกใจ ไม่แน่ใจว่าเขาได้ยินที่เธอพูดเมื่อครู่หรือไม่
“คิดถึงบ้าน แล้วทำไมไม่กลับล่ะครับ”
“ฉันยังตาม...เอ่อ” เกือบไปแล้ว เควินเคยบอกว่าอย่าเพิ่งบอกใคร คิรากรเลยกลับคำทัน “ยังทำธุระไม่เสร็จเลยน่ะค่ะ”
“อ๋อ แล้วคุณคีย์มาจากไหนครับ”
“เมืองไทยค่ะ” คิรากรเอ่ยถึงแดนเกิดทั้งรอยยิ้มภาคภูมิใจ และดูเหมือนนิกกี้จะตื่นเต้นขึ้นมาด้วย
“เมืองไทยหรือครับ”
“ค่ะ รู้จักด้วยหรือคะ”
“ครับ ผมเคยไปเที่ยวเมื่อหลายปีก่อน ที่นั่นสวยมาก”
“ตอนนี้ก็ยังสวยนะคะ ถ้าคุณอยากไปเที่ยวอีก คนไทยก็ยินดี” คิรากรเชื้อเชิญด้วยรอยยิ้มสยาม แทนคนไทยทุกคน นิกกี้ก็ยิ้มรับก่อนจะเอ่ยทีเล่นทีจริง
“แล้วคุณคีย์จะกลับเมื่อไหร่ครับ เผื่อผมตามไปเที่ยวด้วย”
“ก็คงเสร็จธุระโน่นแหละค่ะ ยังไม่แน่ว่าเมื่อไหร่” ว่ามาถึงตรงนี้ก็นึกได้ เควินพาเธอทำโน่นทำนี่จนเธอเกือบลืมเรื่องตามหาพ่อไปแล้ว
“เชิญครับ” แต่ก่อนที่จะได้คิดต่อไปไกลอาหารก็มาวางตรงหน้าพร้อมเมนูเห็ดที่นิกกี้มีน้ำใจตักอาหารมาวางให้ในจานของเธอ
อาหารมื้อนั้นดำเนินไปอย่างราบรื่นพร้อมการสนทนาถึงอาชีพ และความสนใจในการท่องเที่ยวของคนทั้งคู่ ทำให้คิรากรรู้ว่านิกกี้เป็นเจ้าของธุรกิจรีสอร์ท และเขาชอบเที่ยวทะเล เธอจึงรีบอวดว่าเมืองไทยมีทะเลสวยติดอันดับโลก ทำอย่างกับตนทำงานที่ ททท. ก็ไม่ปาน
และการสนทนาครั้งนี้ก็ทำให้นิกกี้รู้จักคิรากรยิ่งขึ้นเช่นกัน หญิงสาวเที่ยวได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นทะเล ภูเขา น้ำตก แหล่งแฟชั่น สถานบันเทิงที่ผู้หญิงเดินเข้าไปได้แบบไม่น่าเกลียด หรือแม้แต่บาเกย์เธอก็ยังเคยแอบเข้าไปดู และเรื่องนี้เอง ที่ทำให้นิกกี้หัวเราะเสียงดังจนโต๊ะข้าง ๆ ต้องหันมามอง
อาหารมื้อนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว นิกกี้ถามถึงหนทางติดต่อหญิงสาว แต่เธอยังไม่มีเครื่องมือสื่อสารอะไรติดตัวเลย นิกกี้จึงยื่นมือถือของเขาให้เธอทั้งยังยืนยันว่ามันปลอดภัยไม่มีใครแกะรอยได้แน่ แต่คิรากรไม่รับ
แม้จะปฏิเสธ แต่ยังประทับใจกับอีกเหตุผลหนึ่งของเขาด้วย
“ผู้หญิงตัวคนเดียว ควรมีเครื่องมือสื่อสารติดตัวไว้นะครับ เผื่อมีเหตุด่วนเหตุร้ายอะไรจะได้เรียกให้คนมาช่วยได้”
“ก็เพราะตัวคนเดียวน่ะสิคะ เลยไม่รู้ว่าจะเรียกใครมาช่วย”
“ผมนี่ไงครับ ถ้าคุณคีย์เดือดร้อนให้นึกถึงผม ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ผมยินตามไปช่วย” ท่าทางเขาจริงจังจนคิรากรซาบซึ้ง
“ขอบคุณนะคะ คุณใจดีกับฉันมากเลย”
“ยินดีครับ สรุปว่ารับเครื่องนี้ไปเลยนะครับ” เขายังคะยั้นคะยอให้เธอรับมือถือของเขามา คิรากรเลยขอพบกันครึ่งทาง
“เอางี้ดีกว่าค่ะ เดี๋ยวออกไปจากร้านนี้ ฉันจะได้ซื้อมาเครื่องหนึ่งเลย แถวนี้คงหาซื้อได้หรอกมั้งคะ ถ้าคุณจะมีน้ำใจอีกหน่อย ก็ช่วยพาฉนไปที่ร้านนั้นก็แล้วกัน”
“ได้เลยครับ”
เช็คบิล คิรากรพยายามขอเป็นเลี้ยงตอบแทบเขาย้อนหลังในวันนั้น แต่นิกกี้ปฏิเสธเสียงแข็งด้วยเหตุผลว่าตนเป็นผู้ใหญ่กว่า และเป็นสุภาพบุรุษ คิรากรเลยปฏิเสธน้ำใจไม่ได้
ทั้งสองเดินเคียงคู่กันออกมาจากร้าน ผู้ติดตามของทั้งสองฝ่ายถอยห่างออกไปให้ทั้งคู่รู้สึกได้ถึงความเป็นส่วนตัว นั่นถือเป็นมารยาทที่ลูกน้องต้องเหลือช่องว่างไว้ให้เจ้านายตนในวันที่มองไม่เห็นอันตราย
แต่ดันมีเหตุให้คิรากรชะงัก เมื่อเธอบังเอิญมองไปเห็นชายร่างสูงท่าทางคุ้น ๆ กำลังดันไหล่ผู้หญิงคนหนึ่งให้เดินตามเด็กชายเข้าไปในร้านขายของเล่น ส่วนตัวเขาเองเดินเลยมายังร้านอาหารตรงนี้ นั่นทำให้เกิดการประจันหน้ากันอย่างจัง
เควิน...
ผู้ชายคนที่ว่านั้นคือเควิน เขามองเห็นเธอเช่นกันแต่กลับเมินเฉย ดูเหมือนเขาจะให้ความสนใจกับนิกกี้มากกว่าตัวเธอด้วยซ้ำ แต่นั่นเป็นเพียงการประชันกันทางสายตา ไม่มีถ้อยคำทักทายใดๆ เลยเมื่อเขาเดินเข้าไปในร้านอาหารที่เธอเพิ่งเดินออกมา
คิรากรปล่อยเลยตามเลยเพราะตอนนี้เธอไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อย (แม้บางครั้งจะเป็นคนแบบนั้น) หญิงสาวตั้งใจจะไปซื้อมือถือกับนิกกี้เสียก่อน แต่ต้องด้วยเงินของเธอเอง เสร็จจากนั้นค่อยกลับมาหาเควินที่นี่และกลับเดอ โมนาโกด้วยกัน ก็คงสะดวกดี
คิรากรใช้เวลาไม่นานนักในการเลือกเครื่องมือสื่อสาร นิกกี้ยินดีเดินกลับมาส่งเธอที่ร้านอาหารเมื่อทราบว่าหญิงสาวมีนัดแถวนั้นและคงต้องแยกกันตรงนั้นเลย
แต่การณ์กลับไม่ได้เป็นดังที่ตั้งใจไว้แต่แรก เมื่อเธอเดินกลับมาที่ร้านและพบว่า เควินกำลังนั่งร่วมโต๊ะกับผู้หญิง และเด็กชายคนหนึ่ง ท่าทางทั้งหมดดูสนิทสนมราวกับเป็นครอบครัว แค่นี้ก็ไม่ต้องเดา
หนอย มีลูกมีเมียอยู่แล้วคิดจะมาหลอกฉันเหรอคิรากรนึกเข่นเขี้ยวในใจ  
ภาพที่เห็นทำให้คิรากรตัดสินใจบางอย่าง ก่อนหันมาเอ่ยกับนิกกี้ในทันที
“รีสอร์ทของคุณพอจะมีห้องว่างบ้างไหมคะ”
.................
โปรดติดตามตอนต่อไปจ้า!!!
สวัสดีจ้า... ขอโทษที่ที่ช้า ๆ ๆ ๆ ๆ ขอให้มีความสุขกับการอ่านจ้า
ปล. รออ่านคอมเมนต์
...พรรษ...
 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1

ชอบมากคร่าาสนุกด้วยจะรออ่าน (อัพเร็วๆน่าคร่าา)  ^_____^"

จากคุณ น้ำมิ่ง/(autcharaporn-19) อัพเดตเมื่อ 23/03/2555 14:50:59
ความคิดเห็นที่ 2
รอนานอมากกกกกก  สนุก น่าติดตามมมม  อัพเร็วๆๆนะค่ะ
จากคุณ annnam/(annnam) อัพเดตเมื่อ 06/11/2554 22:09:38
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 401 ท่าน