Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
เหลี่ยมรักลวงใจ
Tiger_Saturn/พรรษ
บทที่11
13
02/09/2554 00:54:27
668
เนื้อเรื่อง

บทที่11
 
เควินกินยาแก้อักเสบแล้วหลับไปราวสองชั่วโมง ก่อนจะตื่นขึ้นมาทันได้ยินเสียงคิรากรสนทนาผ่านมือถือเครื่องเล็ก กับใครสักคน
“ค่ะ ฉันปลอดภัยค่ะ ไม่ต้องห่วง...ตอนนี้อยู่กับเพื่อนค่ะ เอาไว้มีโอกาสค่อยเจอกันอีกทีนะคะ...ขอบคุณค่ะ อุ้ย!”
เธอส่งเสียงอุทานเพราะอุปกรณ์สื่อสารถูกแย่งไปจากมือ เขาเดินมาใกล้อย่างเงียบเชียบจนเธอไม่ทันรู้ตัว
“เอาคืนมานะเควิน”
หญิงสาวยื่นมือไปยื้อแย่ง แต่เพียงเควินหมุนตัวเธอก็พลาด ความสูงของเขาสร้างความลำบากแก่เธอไม่น้อย แต่ยังคงก้าวตามหวังหาจังหวะแย่งคืน แต่สองเท้าเล็ก ๆ มีอันต้องชะงัก เมื่อเควินหันมาขมวดคิ้วให้ขณะถือโทรศัพท์แนบหู คงเพราะได้ยินอะไรเข้า ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายขยับริมฝีปากบ้าง
“เหรอ” เควินสบตาหญิงสาว แต่คำพูดนั้นสำหรับปลายสาย
“เควิน!” อีกฟากนั้นจำเสียงเขาได้ และคงกำลังแปลกใจ
“จำได้ซะด้วย ห้องที่นายบอกว่าจะเก็บเอาไว้ให้เธอน่ะ ไม่ต้องหรอก ปิดตายไปได้เลยเพราะคีร่าจะอยู่กับฉัน”
“คุณคีร่าไปอยู่กับนายได้ยังไง”
“นายจะรู้ไปทำไม นี่มันเป็นเรื่องของ...คนสองคน” ทีแรกเควินกะจะใช้คำที่แสดงความสัมพันธ์ยิ่งกว่านั้น แต่เพราะเห็นคีร่ายืนจ้องหน้าและพร้อมกระโดดกัดคอ จึงเลือกใช้แค่ คนสองคน
“เอาคืนมานะ” ทางฝ่ายหญิงสาวข้างกายเขาก็แขย่งปลายเท้าเพื่อแย่งมือถือคืนเมื่อเห็นมันถูกดึงห่างจากใบหู และกดวางสาย แต่เพียงเขาชูสุดแขน เธอก็หมดสิทธิ์
“เควิน!” คิรากรแหวย้ำเสียงหนัก แต่คนที่ถูกเรียกไม่ได้เดือดร้อน กลับถือโทรศัพท์เดินกลับไปนั่งลงบนเตียง คิรากรเลยต้องเดินตาม “เอาของฉันคืนมานะ”
“ไม่ให้ จนกว่าคุณจะทำตัวดีกว่านี้”
“ฉันทำตัวดีอยู่แล้วย่ะ เอาคืนมา”
“เชื่อฟังกันหน่อยสิคนสวย ไปอาบน้ำ แต่งตัว ผมจะพาออกไปข้างนอก” เขาบอกเธอด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมใจ ไม่รู้ไปสมหวังอะไรมา แต่คิรากรปฏิเสธเสียงหนัก
“ฉันไม่อยากไปไหน”
“หมายถึง...อยากอยู่ในห้องนอนกับผมสองต่อสองอย่างนี้นะเหรอ” เขาส่งยิ้มแบบที่ไม่น่าไว้ใจมาให้เธออีก สองขาเล็ก ๆ ที่กำลังจะก้าวเข้าไปแย่งของคืนเลยชะงักค้างอยู่กลางห้อง
“ไปข้างนอกด้วยกันก่อน แล้วผมจะคืนให้”
“เดี๋ยว ๆ นี่คุณรู้จักนิกกี้ด้วยเหรอ”
“ก็ธุรกิจเราเบียด ๆ กันอยู่ ต้องรู้จักกันไว้บ้าง เพราะถ้าผมคิดจะยิงใครสักคน รายชื่อแรก ๆ ก็ต้องเป็นมัน”
“ป่าเถื่อน”
“แล้วคุณล่ะ รู้จักมันได้ยังไง” น้ำเสียงเขาเคร่งขึ้นเมื่อเอ่ยถาม
“รู้จักก็แล้วกัน”
“แล้วรู้จักกันเมื่อไหร่”
“ทำไมฉันต้องบอก”
“ผมถามว่าเมื่อไหร่คีร่า” น้ำเสียงเขายังนิ่งดังเดิม แต่แววตาคาดคั้นในทีแถมทำท่าจะลุกจากเตียงมาหาอีก คิรากรเลยเลิกดื้อดึง
“หลังจากลงมาจากเรือคุณแล้ว เค้าช่วยกันคนพวกนั้นไว้ให้ตอนที่ฉันย้ายที่อยู่” เควินพยักหน้ารับรู้ท่าทางพอใจ ก่อนจะย้ำอีกครั้ง
“ไปอาบน้ำ แต่งตัวซะใหม่ เราจะไปข้างนอกกัน”
“ไปไหน”
“ไปพบกับใครบางคนที่คุณควรจะรู้จัก เร็วเข้า”
 
คิรากรใช้เวลาจัดการกับตัวเองไม่ถึงชั่วโมง เขาและเธอก็ออกมาจากโรงแรมได้ด้วยโรลสลอยด์ วันนี้มีคนขับรถให้ เควินอยู่ในชุดเสื้อโปโลกับกางเกงยีนส์สีซีดสบาย ๆ เช่นเดียวกับเธอ
โรลสลอยด์จอดนิ่งที่คฤหาสน์หลังหนึ่งตรงเชิงเขา เควินบอกว่านี้เป็นบ้านที่เขาเติบโตมา
“คุณพาฉันมาที่บ้านทำไม”
“ก็จะพามาทำความรู้จักกับลูกเมียผมไง”
พอถามดี ๆ ก็โดนประชดกลับมาอีก เควินนี่เป็นผู้ชายประเภทไหนกันคิรากรคิดค้านในใจเลยเผลอทำหน้ามุ่ย และไม่พ้นสายตาคนช่างสังเกต
“บ่นอะไรผมอยู่ในใจรึเปล่า ลงมาได้แล้ว” เควินลงไปยืนนอกรถแล้วตอนที่หันมาเร่งเธอ คิรากรไม่อิดออดที่จะตามลงไป
ประตูบานใหญ่ถูกเปิดด้วยพ่อบ้านที่คอยต้อนรับ เควินพาเธอเดินเลยเข้าไปข้างใน คิรากรก็สังเกตไปตามทางที่เดินผ่าน
เพดานบ้านหลังนี้สูงกว่าบ้านปกติสามเท่า แชนเดอเลียร์คริสตัลระย้าย้อยหรูหราสมกับคฤหาสน์แสนงาม โอ่อ่า ของตกแต่งบ้านแต่ละชิ้นไม่ได้เห็นได้ทั่วไปแม้ในบ้านสไตล์เดียวกัน ล้วนเป็นของดีมีราคาทั้งนั้น
ห้องที่เควินเปิดเข้าไปดังกระหึ่มด้วยเพลงจากเครื่องเล่น พอเดินตามไปก็พบว่าเด็กชายคนหนึ่งกำลังทำให้เก้าอี้ที่มีล้อหมุนติ้ว ๆ แรง เร็ว ราวกับใบพัดของเฮลิคอปเตอร์ ที่สำคัญเด็กคนนั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้นและดูท่าทางกำลังสนุกมาก ๆ เสียด้วย
พอเควินเดินไปปิดเครื่องเล่น คิรากรยังไม่กล้าก้าวตาม เพราะรู้สึกราวกับกำลังจะล่วงล้ำเข้าไปในดินแดนต้องห้าม ในห้องนั้นมีของเล่นกองพะเนิน เสียงเพลงเงียบลงเธอจึงได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจของเด็กคนนั้น เขายังใช้เท้าดันพื้นเพื่อหมุนเก้าอี้ที่กำลังช้าลงให้เร็วขึ้นอีกครั้ง และเสียงหัวเราะเขาก็ดังขึ้นอีกเช่นกัน
คราวนี้เควินเดินไปหยุดเก้าอี้ แล้วจับตัวเด็กชายที่กำลังทำท่าจะล้มเอียงตกลงมาเอาไว้ได้ สังเกตว่าเด็กชายไม่ได้กลัวเพราะยังหัวเราะคิกคักตอนเดินเซไปเซบนพื้น ที่เป็นผลจากเก้าอี้ที่หมุนคว้างเมื่อครู่
“มันสนุกมาเลยนะเคฟ” นั่นไง เสียงเล็ก ๆ ยืนยัน เควินเดินไปนั่งแทนที่บนเก้าอี้ตัวนั้น ส่วนเด็กชายเดินไปทิ้งตัวลงที่โซฟาตัวยาว ย้ำว่าทิ้งตัวลงจริง ๆ ไม่ใช่ค่อย ๆ นั่งก่อนจะนอนลงอย่างที่ควรจะเป็น แวบแรกคิรากรคิดว่าเด็กชายคนนั้นสติไม่เต็มเต็งกระมัง
และราวกับเด็กนั่นรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไร เพราะนัยน์ตาเฉี่ยวหันมาทางนี้ (ดูทีก็คล้าย ๆ เควินเหมือนกัน) แม้จะอยู่ในท่าทางที่ประหลาดแต่มีแววคุกคามในที
เอ่อ...ท่าทางประหลาดที่ว่าคือ ตอนนี้ขาสองข้างของเด็กชายยกขึ้นพาดที่พิงโซฟาแล้วเอาหัวห้อยลงมามองเธอแบบกลับหัวกลับหางชอบกล แต่ตอนนี้กำลังลุกขึ้นมาแล้ว
“นั่นใคร” เด็กชายเอ่ยถามมาทางเธอ
“เธอมากับฉัน” เควินออกปากพร้อมกวักมือเธอเข้าไปหา คล้ายได้รับอนุญาต คิรากรเลยกล้าเดินเข้าไป จังหวะนั้นเด็กชายก็หันไปถามเควิน
“ใครเหรอ”
“แฟนฉันเอง” เควินตอบทันควัน แต่เธอไม่เห็นด้วยเลย
“ไม่ใช่นะ ไม่ใช่ ตอนนี้เรายังเป็นแค่ เพื่อนกัน” เควินดึงเก้าอี้สตูลมาให้เธอนั่งลงใกล้ ๆ เขา และหันกลับมาจ้องตาเมื่อเธอปฏิเสธ
“แค่เพื่อนเหรอ” เขาย้ำถามเสียงเบา ให้ได้ยินกันแค่สองคน
“ใช่ จนกว่าจะได้ข้อสรุปว่าใครชนะ เรายังเป็นแค่เพื่อนกัน” เธอตอบเขาเสียงเบาเช่นกัน กระทั้งเสียงเด็กชายดังแทรกขึ้น
“สรุปว่าเป็นเพื่อนหรือเป็นแฟนกันแน่”
“เพื่อน ฉันชื่อ...คีร่า นายล่ะ”
“ผมชื่อแซม”
“ยินดีที่ได้รู้จักนายนะแซม แล้วนายกับเค้า...เป็น...” คิรากรอยากรู้ว่าเด็กชายคนนี้กับเควินเป็นอะไรกันก็เลยถามตรง ๆ โดยการชี้นิ้วสลับไปมา แต่เหมือนเด็กชายไม่ค่อยเข้าใจ คนไขข้อสงสัยเลยกลายเป็นเควิน
“แม่ของแซมมี่เป็นน้องสาวผม แม่ลูกที่นั่งกับผมที่ร้านอาหารวันนั้นไง”
อ๋อ...ที่แท้เขาก็พาเธอมาหาต้นเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องกันนั่นเอง เธอหนักมือไปจริง ๆ สำหรับแผลที่ไหล่ของเควิน แต่คิด ๆ ดูแล้วมันก็พอ ๆ กันกับที่เขาพยายามเอาเปรียบเธอ ความผิดลดทอนกันไปคิรากรเลยตัดสินใจไม่กล่าวขอโทษอีกรอบ
เพราะคิรากรมัวครุ่นคิดกับตนเอง เลยไม่ทันสังเกตตอนที่เควินขยับเก้าอี้เข้าไปกระซิบกระซาบกับหลานชาย
“แองจี้บอกคนอื่นไหมว่าเธอเป็นแฟนนาย”
“ไม่หรอก เธอบอกว่าผมเป็นเพื่อน”
“งั้นก็เหมือนกันแหละ คีร่าไม่เคยบอกใครว่าฉันเป็นแฟน”
“อะไรเหรอ” คิรากรเพิ่งสังเกตเห็นการกระซิบกระซาบเลยส่งเสียงไป แต่เควินไหวไหล่คล้ายจะบอกว่าเปล่า ก่อนจะหันไปถามหลานชายด้วยน้ำเสียงปกติ
“แม่นายล่ะ”
“กำลังเตรียมมื้อค่ำให้ผม”
มื้อค่ำดำเนินไปในบรรยากาศสบาย ๆ ของครอบครัว แซมมี่เล่าวีรกรรมต่าง ๆ ในโรงเรียนตลอดสัปดาห์ให้เควินฟัง เควินพักที่โรงแรมเป็นหลักแล้วกลับบ้านเป็นพัก ๆ ส่วนเคที่น้องสาวเขาดูแลกิจการโรงแรมสองแห่งแต่ไม่ได้หนักหนาเท่าพี่ชายที่ดูแลมากกว่านั้นเป็นเท่าตัว พ่วงด้วยคาสิโน แล้วยังมีพาราไดซ์ครูซอีก
เคที่เล่าให้ฟังว่า เธอและลูกอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่นี้กับพ่อบ้าน แม่ครัว คนทำความสะอาด คนดูแลสวน และคนขับรถอีกหลายคน ในระหว่างที่พ่อและแม่ของเธอออกตระเวนเที่ยวรอบโลก ข่าวว่าตอนนี้อยู่แถว ๆ อินเดีย
สรุปได้ว่าน้องสาวของเควินเป็นผู้หญิงเก่ง เป็นซิงเกิลมัม เลี้ยงลูกคนเดียว โดยมีเควินเป็นคนคอยดูแลสองแม่ลูกอีกที ส่วนพ่อของแซมมี่จะแวะเวียนมาหาลูกชายบ้างเป็นครั้งคราว
คุณลุงหากิจกรรมทำร่วมกับหลานชายตลอดค่ำนั้น เคที่บอกว่าสัปดาห์ละครั้งถ้ามีเวลาเควินจะมาอยู่กับนายแซม คิรากรเลยถูกดึงเข้าไปร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยกันเป็นพัก ๆ เช่นตอนเล่มเกมต่อสู้ในคอมพิวเตอร์ ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ และมีปากเสียงอยู่หลายที่ระหว่างหญิงสาวกับเด็กชาย
เควินขยับห่างออกมาเป็นคนสังเกตการณ์อย่างขำ ๆ อยากรู้นัก ระหว่างสาวแสบกับเด็กบ้าพลัง...ใครจะทำให้เขาปวดหัวได้มากกว่ากัน
เควินอยู่ที่บ้านนั้นกระทั่งส่งหลานเข้านอน
“แซม นายอยากไปดูแข่งรถไหม” เควินเอ่ยถามเมื่อนั่งมองหลานชายปีนขึ้นเตียง เขาอาสามาส่งแซมมี่แล้วปล่อยให้สองสาวพูดคุยกันต่อไป
“อยากสิ ผมอยาก” เด็กชายขานรับทันควัน
“แต่ฉันไม่ว่างหรอกนะ ชวนพ่อนายไปสิ”
“จริงเหรอ ให้ผมไปกับพ่อได้เหรอ ลุงไม่ว่าใช่ไหม” แม้จะเป็นเด็ก แซมมี่ก็พอรู้ว่าเควินกับแดดดี๊ของเขาไม่ค่อยถูกกัน
“ใช่...ไม่ว่า แต่นายต้องทำอย่างนึงให้ฉันด้วย”
“ได้สิ ได้” เด็กชายรับคำทั้งที่ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่คุณลุงจะขอให้ทำนั้นคืออะไร
ตกลงเรื่องของเขาเรียบร้อย เควินก็กดโทรศัพท์ให้เด็กชายได้พูดคุยนัดแนะกับพ่อ ได้ข้อสรุปเรื่องเวลานัดหมายแล้วเด็กชายค่อยหลับตานอนได้ด้วยรอยยิ้ม เช่นเดียวกันกับเควิน
ดึกแล้ว เคที่มองตามพี่ชายขึ้นรถไปพร้อมกับหนึ่งหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม ไม่บ่อยนักที่เควินจะพาผู้หญิงเข้าบ้าน วันนี้ชื่อคีร่า ผู้หญิงสดใสที่เธอพูดคุยเรื่องครอบครัวได้โดยไม่รู้สึกอึดอัด รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด อาจเพราะแววตาของเธอคล้ายใครบางคนที่เธอรู้จัก แต่ตอนนี้ยังนึกไม่ออกว่าเป็นใคร แถมลูกชายเธอแอบมากระซิบว่า คนนั้นเป็นแฟนเควิน และย้ำว่าเควินเป็นคนบอกเขาเอง รับรองว่าเชื่อได้
ความจริงเธอไม่มั่นใจในอนาคตของพี่ชายและหญิงสาวคนนั้นนัก แต่เห็นเควินพามาเปิดตัวอย่างนี้แสดงว่ารุกฆาตยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ซึ่งยังต้องค่อย ๆ ดู ๆ กันไป
 
“คืนโทรศัพท์ฉันมาได้รึยัง”
คิรากรทวงถามเมื่อกลับมาถึงห้องพัก เควินไร้ข้อต่อรองจึงคืนมันให้เธออย่างง่ายดาย
“แล้วสร้อยคอล่ะ คุณจะคืนให้ฉันได้รึยัง”
“ยัง ผมยังต้องใช้มันตามหาพ่อให้คุณอยู่”
“เป็นไงบ้าง ได้เรื่องบ้างไหม”
“ก็...กำลังจะได้เรื่อง แต่ขอเวลาพิสูจน์อีกหน่อย”
“พิสูจน์อะไร”
“พิสูจน์ว่าเขาใช่พ่อคุณแน่รึเปล่าน่ะสิ”
“คุณเจอคน ๆ นั้นแล้วเหรอ”
“เจอแล้ว แต่อาจจะไม่ใช่”
“พาฉันไปพบเขาสิ ฉันอาจจะดูออกว่าใช่รึเปล่า”
“รอก่อนดีกว่า ผมไม่อยากให้คุณผิดหวัง”
“ทำไมล่ะ”
“คนนี้อาจจะยังไม่ใช่”
“แต่ฉันอยากเจอ นะเควิน พาฉันไปเจอเขาที”
“ได้ แต่ช่วงวันสองวันนี้ผมยังไม่ว่าง เอาไว้เป็นวันหลังก็แล้วกันนะ”
“ได้สิ ฉันรอได้ ขอบคุณมากนะเควิน”
“ควรจะมีรางวัลให้ผมหน่อยไหม” เควินขยับเข้ามาใกล้แล้วดึงเธอเข้าไปในอ้อมแขน กำลังจะก้มลงมาแต่คิรากรดันหน้าเขาเอาไว้ก่อน
“ไม่ วันนี้ฉันจุ๊บคุณไปแล้วนะ เพราะงั้นฉันสั่งได้ วันนี้ไม่มีรางวัล ไปนอนได้แล้ว” เธอดันร่างสูงไปที่ห้องของเขา เควินยอมเดินตามแรงดัน แม้จะคอยฝืนตัวไว้บ้าง แต่ก็เป็นการกระทำทั้งรอยยิ้ม กระทั่งเธอเป็นคนเปิดประตูห้องให้เขาเอง
“ไปได้แล้ว นอนเยอะ ๆ แผลจะได้หายไว ๆ”
“กู๊ดไนท์คิส ก็ไม่มีเหรอ”
“ไม่มี” เขาสบตาเธออย่างผิดหวัง และสีหน้าของเขาแบบนี้ทำให้คิรากรยิ้มออกมา ก่อนจะเอ่ยบางอย่างเป็นการทดแทน
“ฝันดีนะ” เธอพูดทิ้งท้ายทั้งรอยยิ้มเก๋ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปที่ห้องของเธอ
ลับร่างหญิงสาวเควินค่อยปิดประตูห้อง และเพียงไม่กี่วินาทีก็กดโทรศัพท์หาคนสนิท
“แดเนียล”
“ว่าไง”
“หาใครสักคนมาให้ฉันที” เควินบอกรายละเอียดของบุคคลที่ต้องการก่อนปลายสายจะมีคำถาม
“จะเอาไปทำไม”
“คีร่าจะได้รู้ว่าฉันไม่ได้อยู่เฉย”
“เมื่อไหร่”
“วันสองวันนี้”
“เดี๋ยวจัดการให้”
ได้ยินเสียงรับคำแล้วเควินก็ยิ้มออกมา คีร่าจะได้รู้ว่าเขาให้ความสำคัญและทุ่มเทกับเรื่องของเธอแค่ไหน
ด้านคิรากรพอได้มือถือกลับมาก็รีบเปิดเครื่อง เครือข่ายพร้อมทำงาน ก็มีเสียงเรียกเข้าทันที คิรากรกดรับสาย
“ฮัลโหล”
“คุณคีย์หรือครับ”
“ค่ะ คุณนิกกี้”
“ผมเป็นห่วงคุณ”
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันดูแลตัวเองได้”
“คุณอยู่กับเควิน”
“ค่ะ คือพอดีเรามีเรื่องพนันกันเอาไว้น่ะค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันปลอดภัยดี”
“ได้ยินอย่างนี้ก็สบายใจครับ แต่ถ้ามีปัญหาอะไรโทรหาผมได้ตลอดนะครับ”
“ได้ค่ะ ได้ ขอบคุณนะคะ”
“ครับ ฝันดีนะครับคุณคีย์”
“เช่นกันค่ะ ราตรีสวัสดิ์”
คิรากรยิ้มให้กับโทรศัพท์เครื่องเล็ก น้ำเสียงนุ่มทุ้มของนิกกี้ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นชอบกล มิตรภาพต่างแดนมันน่าประทับใจไม่น้อยทีเดียว
“ไม่เหมือนกับเควิน” คิรากรนึกเปรียบเทียบ หมอนั่นทำให้เธอระทึก ตื่นเต้นอยู่เกือบตลอดเวลา ไม่ว่าจะยามหลับฝันที่มีภาพชายหื่นคอยก่อกวน หรือในยามตื่น...
เช่นเช้านี้ คิรากรตื่นและออกมาพบกับห้องที่เงียบสนิท เปิดเข้าไปในประตูห้องของเควินซึ่งไม่ได้ล็อคก็ว่างเปล่า กระทั่งเดินออกมาและพบกับแดเนียล
“เควินไปไหนแต่เช้าหรือคะ”
“ไปที่สนามแข่งครับ เค้าให้ผมมาดูแลคุณ”
“สนามแข่ง?”
“อ้อ...โมนาโก กรังด์ปรีซ์ น่ะครับ วันนี้เป็นรอบชิง”
“เอฟวันนะหรือคะ”
“ครับ สามวันที่ผ่านมาซ้อมสนามจริง เมื่อวานลงแข่งรอบคัดเลือก (Qualifying) แข่งจริงตอนบ่ายสองวันนี้ครับ”
“แต่เมื่อวานนี้เค้ายังเจอฉันอยู่เลย ไปแข่งตอนไหน”
“แข่งเสร็จเควินค่อยกลับมาพบคุณครับ”
“แล้วแผลที่ไหล่เขาล่ะคะ จะมีผลอะไรไหม”
“ก็คงมีบ้างครับ การแข่งรถต้องใช้ร่างกายทุกส่วน” คำตอบที่ได้ทำให้คิรากรรู้สึกไม่ดีนัก หากการกระทำรุนแรงของเธอเมื่อวานจะทำให้เควินเสียเปรียบคนอื่น ๆ มันช่างไม่ยุติธรรมกับเขาเลย
“พาฉันไปหาเควินที”
.................
โปรดติดตามตอนต่อไปจ้า!!!
อิอิ...สำเร็จอีกตอน ตอนหน้าไปเชียร์เควินแข่งรถกันค่ะ แต่ว่ากันว่า F1 นี่ เป็นการแข่งรถที่ทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรน้ำมันมาก ๆ นะคะ การแข่งขันแต่ละสนามใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง แต่รถแต่ละคันจะได้น้ำมันไป 190-198 ลิตร ทีเดียว แล้วแต่ละสนามไม่ต่ำกว่า 10 คันแน่นอนอยู่แล้ว...คิดดูเอาเถอะ สิ้นเปลืองไปเท่าไหร่ (ผีรักษ์โลกเข้าสิงไรท์เตอร์ ก็อย่าได้ถือสา อิอิ)
ปล. จะรออ่านคอมเมนต์นะคะ เมนต์วันละนิดจิตแจ่มใส
อ่านเมนต์วันละนิด จิตไรท์เตอร์ก็จะแจ่มใสเช่นกัน
…พรรษ...
 
 

 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 356 ท่าน