Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
Girlly pink ยัยตัวร้ายสะดุดรักนายลูกครึ่ง
วานิลาพิงค์
ตอนที่ 1
1
31/08/2554 17:11:32
630
เนื้อเรื่อง
ณ โรงเรียนชื่อดังของจังหวัด

              สาวร่างบางผมเป็นลอนด์สีน้ำตาลทองกับเสื้อเชิ้ตคอวีสีขาวตัวโปรดและกางเกงยีนส์ขาสั้นที่ทำให้เห็นเรียวขาที่สวยงาม เดินเข้ามาในโรงเรียนอย่างเชิดฉายทำให้เหล่านักเรียนที่กำลังทำกิจวัตรของตัวเองต่างหันมามองเธอเป็นตาเดียว แต่ต่างจากสาวผมสีบลอนด์ที่ทำเหมือนเห็นเธอผู้นี้แล้วถึงกับทำหน้าตกใจอย่างมากขณะที่กำลังนั่งเล่นพูดคุยกับเพื่อนๆของเธอ                      
“ พี่ฟานี่ ” เธอตะโกนออกไปโดยไม่ได้สังเกตถึงสีหน้าของเพื่อนสาวทั้ง 4 ที่ต่างทำหน้าตางงงวยว่าเธอรู้จักผู้หญิงเซ็กซี่คนนี้ได้ยังไง หญิงสาวนามว่าฟานี่เดินตรงเข้ามาหาบุคคลที่ตะโกนเรียกชื่อเธอและกล่าวทักทายกับคนที่กำลังมองสลับไปมาระหว่างเธอและคนที่ตะโกนเรียกชื่อเธอ  
“ สวัสดีจ๊ะเด็กๆ ”  เธอกล่าวทักทายไม่พอยังส่งยิ้มที่มีเสน่ห์น่าหลงใหลไปให้พร้อมกับหันมากอดบุคคลที่อยู่ตรงหน้าและเอ่ยคำที่แฝงด้วยความคิดถึง
“ ฟานน้องรัก  พี่คิดถึงแกมากๆ ” หญิงสาว มีนามว่าฟาน แม้จะคิดถึงอ้อมกอดนี่แต่เธอไม่สามารถทำได้มากมายถ้ายังมีคนหลายๆคนมองที่เธอกับพี่สาวอย่างงงงวยและเพื่อนๆของฟานที่เธอมองก็รู้ว่ามีคำถามมากมายยากจะถามเธอ

                อะแฮ่มๆ สวีดัด เอ้ย สวัสดีทุกท่าน ดิฉันฟานค่ะ นักเรียนเกรด 11 โรงเรียน......... หลังจากที่ฉันตั้งสติได้ฉันคลายกอดจากพี่สาวและหันไปแนะนำให้เพื่อนๆที่ทำหน้าตาอย่างกับเพิ่งจะได้ยินว่าตัวเองได้รางวัลนางสาวไทยยังไงยั้งงั้น     
 “ นี่พี่สาวฉันเองพี่ฟานี่ ..... พี่ฟานี่นี่เพื่อนๆฉัน แอมม่า มาร์กี้ คอล์ลีน แบลล่า  ” ฉันแนะนำเพื่อนๆจานด้านซ้ายมือไปตามลำดับ หลังที่พวกมันเริ่มตั้งสติได้มันก็ยกมือไหว้พี่ฟานี่ เหม ใช้เวลาตั้งสติกนใช่ย่อยนะพวกแก ฉันยิ้มให้ความเด่อด๋าของพวกนั้นและหันมาหาพี่สาวที่นั่งข้างฉันตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้
“ พี่มาตั้งแต่เมื่อไร และ คิดยังไงถึงมาหาที่ฉันโรงเรียนเนี้ย ” ฉันยิงคำถามใส่ทันทีดูเหมือนพวกเพื่อนๆฉันก็อยากจะรู้หลายๆคำตอบแต่มันไม่กล้าถามเพราะยังคงเมาค้างประมาณนั้น
“ พี่เพิ่งมาถึงนี่แหละ กะจะมาเซอร์ไพรส์แกคนแรกเลยนะ “ พี่แกก็ตอบสั้นๆได้ใจความได้อีก เฮ้อ แบลล่าที่หายจากอาการเมาค้างแล้วหันมาถามฉันทันทีที่ตั้งสติได้(อีกครั้ง)
“ เออ.... ฟานทำไมแกไม่เคยบอกพวกเราเลยว่ามีพี่สาวด้วย “
“ ที่สำคัญสวยมากกกกกกกกกก ” > < ขอบคุณที่ย้คำว่ามากนะยัยคลอลีน อ่อ ลืมบอกไป ฉันเพิ่งย้ายมาที่นี่เมื่อตอนเกรด 9 ก่อนหน้านี่ฉันเรียนอยู่ที่อังกฤษ ต่อมาเป็นยังไงฟังไปพร้อมกับเพื่อนๆของฉันล่ะกันนะค่ะ ^ ^
“ ก็พี่ฟานี่อยู่กับพ่อส่วนฉันอยู่กับแม่ “ ดูเหมือนคำตอบที่ฉันให้พวกนี้ไปไม่ได้ช่วยทำหายสงสัยได้พี่ฟานี่เลยรีบเสริมต่อ
“ คือพ่อแม่เราแยกทางกันตั้งแต่ยัยฟานเริ่มจะจำความได้ ด้วยความที่พี่โตกว่าฟานและพอที่จะรู้เรื่องมากกว่าฟานพี่เลยต้องอยู่กับพ่อ ส่วนฟานก็เลยต้องอยู่กับแม่ ” และพวกมันก็เหมือนจะเข้าใจแต่ก็ยังมีหน้าตาที่อยากรู้มากกว่านี้อีกฉันเลยต้องพูดต่อจากพี่ฟานี่
“ พ่อเป็นนักธุรกิจเลยไปหลายประเทศเรียกว่าเกือบจะทั่วโลกเลย หลังจากที่พ่อแม่ตัดสินใจแยกทางกันพ่อเลยพาพี่ฟานไปญี่ปุ่นส่วนฉันกับแม่ยังอยู่บ้านพ่อที่อังกฤษเหมือนเดิมจนกระทั่งแม่ได้รับจดหมายจากบริษัทลูกที่ประเทศไทยว่าบริษัทกำลังอยู่ในช่วงวิกฤติการเงินชะงักแม่เลยต้องมาดูแลบริษัทที่นี่และให้ป้าดูแลที่อังกฤษไปก่อน ส่วนเรื่องพี่ฟานี่ฉันไม่ได้ไม่เล่าให้พวกแกฟังถ้าแอมความจำเยี่ยมที่สุดในกลุ่มก็จำได้ใช่ป่ะ ” ฉันหันไปหาแอม ยัยแอมพยักหน้าหงึกๆ ยัยแอมได้ลับสมยานามว่าเป็นสมุดโน๊ตของกลุ่มเพราะมันนอกจากจะเรียนเก่งแล้วยังจำเก่งอีก เก่งแบบจำได้ทุกรายละเอียดเลยก็ว่าได้ ฉันเคยคิดว่าผู้หญิงประเภทนี้เป็นพวกบ้า ประสาท สมองมีไว้แต่จำ สุดท้ายมาเป็นเพื่อนคนประเภทนี้ซะได้ เฮ้อ
“ ใช่ ตอนแรกที่แกเข้ามาใหม่ๆ ฉันจำได้ตอนนั้นแกโดนเพื่อนๆในห้องแกล้งสารพัด โดยเฉพาะเรื่องภาษา  แกร้องไห้หาพี่สาวแกอย่างหนักและบอกว่าถ้าพวกเราเจอพี่สาวแกแล้วจะต้องก้มกราบขอโทษแกแทบไม่ทัน ” ยัยเบลล่า มาร์กี้ และ คอลลีนที่ทำท่าคิดและสเปลี่ยนสีหน้ากลับเป็นเหมือนเดิมอย่างได้คำตอบทุกคำตอบที่อยากรู้ ส่วนพี่ฟานี่ที่ถฟังยัยแอมพูดจบก็หันมาหาฉัน
“ กล้านิเรา หึ ” พี่ฟานี่หันมาพูดและยิ้มให้ฉัน ฉันยิ้มอย่างเจ้าเลห์กลับไปและถามต่อ
“ แล้วพี่รู้ได้ไงฉันเรียนอยู่ที่นี่ ” ฉันรีบถามต่อ
“ ป้าบอก พี่สอบเสร็จกะจะไปหาแกกับแม่แต่ป้าบอกว่าแกกับแม่อยู่ประเทศไทยพี่เลยคิดว่ามารับแกที่โรงเรียนดีกว่าแล้วไปที่บ้านพร้อมกับเซอร์ไพร์สแม่ที่หลัง ” พี่ฟานี่พูดจบก็ชะโงกหน้ามากลางโต๊ะก่อนจะกระซิบถามพวกเรา
“ โค้ชนักกีฬาบาสคนนั้นนะ พี่ว่าเขามองพี่นะ ” หลังพี่ฟานี่พูดจบพวกเราก็หันไปมอทันทีอย่างไม่ได้นัดหมาย  เหม ก็เรื่องชาวบ้านงานอดิเรกของพวกเรานี่ค่ะ ฟึบ “  เห้ย !” พี่ฟานี่หลังจากเห็นพวกเราหันอย่งไม่ได้นัดหมายก็รับมายืนตรงหน้าพวกเรา “ หันมองเขาซะอย่างนี่ไม่กลัวนอนใต้เทานักบาสรึไง ” พี่ฟานี่พูดด้วยอาการหน้าแดง และ เป้าหมายของเราที่พี่ฟานี่กล่าวถึงก็เดินเข้ามาที่โต๊ะพวกเราและยืนยิ้มอยู่หลังพี่ฟานี่ พวกเรามองตาค้างด้วยอาการช๊อค พี่ฟานี่เหมือนจะสังเกตเห็นเลยพยายามหันกลับไปอย่างสั่นๆ
“ สวัสดีครับ “ เขากล่าวด้วยเสียงอันหล่อเหลา
“ สะ สะ สวัสดี ค่ะ “ พี่ฟานี่ตอบด้วยเสียงสั่นและพยายามเดินถอยหลังมาที่พวกเรา
“ ผมมาร์ติน ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรครับ”
“ ฉะ ฉัน สะ สเตฟานี่ ค่ะ ระ หรือ ฟะ ฟานี่ เฉยๆกะ ก็ได้ “ ไปล่ะพี่สาวฉัน กลายเป็นคนติดอ่างไปด้วยสภาพเซ็กซี่ เฮ้อ
“ ถ้าไม่คุณรังเกลียด ไปทานมื้อเที่ยงกับผมนะครับ “ พี่ฟานี่หลังจากที่ได้ยินคำพูดของโค้ชมาร์ตินสุดหล่อถึงกับชะงักค้างไป เช่นเดียวกับพวกเราที่หันมามองหน้ากันด้วยอาการตกใจ พี่ฟานี่เหมือนจะได้สติและหันหลังกลับมายิ้มด้วยใบหน้าแดงก่ำยิ่งกว่ามะเขือเทศ และ หันมากระซิบกับพวกเรา
“ พะ พี่ จะ ทะ ทำ ยัง ไงดี ” พี่แกพยายามพูดอย่างเป็นปกติ
“ พี่ฟานี่ก็ไปกับโค้ชมาร์ตินสิค่ะ ลองดูก็ไม่เสียหาย ” ยัยคอล์ลีนพูดแสดงความเห็นอย่างเบาที่สุด
“ ตามความคิดฉัน ก็อยู่ที่หัวใจพี่ ถ้ามันเต้นแรงพี่ก็ไปเถอะ แต่ถ้ามันเต้นเป็นปกติก็ปฏิเสธเขา “ ฉันพูดจบพี่ฟานี่ก็หันกลับไปและตอบคำถามที่โค้ชมาร์ตินถามตะกี้
“ ก็ได้ค่ะ แต่ฉันต้องรีบกลับมารับน้องสาวนะค่ะ “
“ ดะได้ครับ ผมจะไม่รบกวนเวลาคุณมา ขอบคุณนะครับ ” โค้ชพูดเสร็จก็รีบวิ่งกลับไปที่กลุ้มนักกีฬาที่มองมาด้วยความระทึกไม่ต่างจากพวกเรา  หลังจากที่โค้ชกลับไปที่กลุ่มนักกีฬาบาสแล้ว พวกเราก็ได้ยินเสียโห่ร้องเหมือนพวกนี้ แข่งบาสชนะ เหม เก็บอาการหน่อยค่ะโค้ชหน้าแดงไม่แพ้พี่สาวฉันเลยแฮะ  แต่ดูเหมือนมีคนหนึ่งที่ไม่ได้สะทกสะท้านหรือร่วมดีใจกับพวกนักกีฬาคนอื่นๆ  นายผมสีน้ำตาลเข้มมองมาที่ฉันและทำหน้าตาเฉยชาใส่ แอ๊ะ นายนี่ฉันไปทำอะไรนายเมื่อไรกันถึงทำหน้าแบบนั้นใส่ฉัน ชิ ฉันล่ะเกลียดผู้ชายขี้เก็กที่สุด ฉันแบะปากใส่นายนั้นก่อนจะหันมาหาพวกเพื่อนๆที่กำลังช่วยให้พี่ฟานี่หานหน้าแดง พี่สาวฉันนี่เวลาเขินฉันอยากบอกว่าเป็นอีกมุมที่ฉันเองไม่เคยหันมาก่อน ฮะๆ พี่สาวฉันจะมีแฟนเป็นโค้ชบาสรึเปล่านะ องคอยติดตามตอนต่อไป
               
         หลังจากที่ฉันบอกพี่ฟานี่ไปว่าเลิกเรียนเมื่อไหร่ พี่ฟานี่ก็ตรงไปหาโค้ชและทั้งสองก็ออกไปจากโรงเรียนด้วยสายตาหลายๆคู่ที่ให้คำพูดได้ชัดเจนว่า อิจฉา

กริ๊งงงงงงง

เสียงออดดังเป็นสัญญาณนรกชัดๆเพราะคาบต่อไปเป็นคาบฝรั่งเศส สอนโดย อาจารย์แคทเธอรีน ฉันบอกได้เลยว่าเป็นอะไรที่ปวดหัวที่สุดในสามโลก เพราะพี่แกเล่นพูดฝรั่งเศสได้ไม่รู้เรื่องเลย  ฉันเลยต้องคอยเป็นล่ามภาษาอังกฤษให้เพื่อนๆอีกที เห็นฉันอยู่ที่อังกฤษตั้งแต่เด็กแต่ฉันก็เหนื่อยกับมันได้เหมือนกันนะโดยเฉพาะเมื่อพูดกับแคทเธอรีน เฮ้อ
 “ เลอ วองซ์  นู (ทุกคนลุกขึ้น ) “ ฉันตะโกนขึ้นเมื่อแคทเดินเข้ามา
“ บงชูวร์ มาดาม ” แล้วทุกเสียงก็กล่าวทักทายด้วยอาการเนือยๆ เฮ้อ หลังจากที่อาจารย์บอกให้นั่งฉันก็สังเกตเห็นว่ามีผู้ชายคนหนึ่งอยู่หน้าห้องด้วย เขาคือใคร อาจารย์แคทเธอรีน ให้เขาแนะนำตัวกับพวกเรา
“ บงชูวร์ สวัสดีครับ ผมชื่อลูมอส เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจากโรงเรียนนานาชาติ อาร์มี่ ยินดีที่ได้รู้จักกับทุกคนครับ ”
และอาจารย์แคทเธอรีนก็บอกให้ลูมอสมานั่งที่ที่ว่างซึ่งข้างฉันนั้นเอง ฉันหันไปยิ้มอย่างเป็นมิตรและแนะนำตัวกับลูมอส
“ สวัสดีฉันฟาน ส่วนข้างขวานาย 2 คน ชื่อแอม กับ คอล์ลีน และ ด้านซ้ายฉัน ชื่อ มาร์กี้ กับ แบลล่า ”  พวกนั้นหันมายิ้มให้ลูมอส
“ เรียกเราว่า มอสเฉยๆก็ได้นะ ” มอสหันไปบอกกับพวกนั้น
“ โอเค ” หลังจากที่พวกเราได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ฉันก็ได้ค้นพบว่าตอนนี้ฉันว่างงาน เพราะ หน้าที่ล่ามให้อาจารย์แคทเธอรับเป็นมอสไป ด้วยความที่มอสฟังและพูดฝรั่งเศสได้ดีเยี่ยม หน้าที่ล่ามภาษาอังกฤษอย่างฉันเลยไม่มีหน้าที่ไปโดยปริยาย

กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงง

เย้ เสียงสวรรค์(ตะกี้นรกอยู่เลย > <) พอหมดคาบฉันก็มองดูโทรศัพท์มือถือ เพื่อดูว่าพี่สาวสุดสวยของฉันตอนนี้เป็นย่างไรบ้าง
( ฮัลโหล น้องรัก )
“ฉันเลิกแล้วนะ พี่มารึยัง ”
( ตอนนนี้กำลังเดินทางกลับจ๊ะ อีกประมาณกี่นาทีค่ะมาร์ติน ) โอ๊ะ เรียกกันได้ใจความอย่างนี่เลยเหรอ
( ประมาณ 15 นาทีครับ ) เสียงปลายสายที่ถูกถามเอ่ยขึ้น ฉันเลยพูดต่อ
“ งั้นฉันรอที่ร้านไอศกรีมข้างโรงเรียนนะ ”
( จ้า )

 ติ๊ด 

และปลายสายก็วางโทรศัพท์ ฉันเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าและหันไปหาเพื่อน
“ พวกแกไปร้านไอศกรีมกัน  ” ฉันหันไปบอกเพื่อนๆ เพื่อนพยักหน้าละเดินนำไปส่วนฉันก็ถูกมือของใครคนใดคนหนึ่งคว้าข้อมือเอาไว้ ฉันหันกลับมาก็พบว่าเป็นผู้ชายที่ทำหน้าเย็นชาใส่ฉันเมื่อตอนเที่ยงนี่เอง
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 226 ท่าน