Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
เหลี่ยมรักลวงใจ
Tiger_Saturn/พรรษ
บทที่10
12
02/09/2554 00:53:41
522
เนื้อเรื่อง
 
บทที่10
 
เควินเดินดุ่ม ๆ ออกมาจัดการกับลูกน้องทันทีเมื่อเควินเดินห่างออกไปพร้อมกับนิกกี้ ส่วนคนของเขาสองคนคงเห็นนายอยู่นี่เลยยังไม่เขยื้อนไปไหน
“พวกแกทำงานกันยังไง ฉันบอกให้พาคีร่าไปกลับไปที่เพนท์เฮาส์ แล้วทำไมมาอยู่ที่นี่ได้”
“เอ่อ คุณคีร่าเธอบ่นว่าหิวครับ”
เควินส่ายหน้า เพิ่งรู้ว่าลูกน้องของเขาไม่ได้เรื่อง
“แล้วนี่พวกแกปล่อยให้ผู้หญิงของฉันไปกับเจ้านิกกี้มันได้ยังไง”
“เอ่อ คือ...เหมือนทั้งคู่รู้จักกันมาก่อนครับ เจอกันก็ทักทาย แถมคุณนิกกี้ยังชวนเธอทานข้าวด้วยกัน”
“รู้จักกันมาก่อนงั้นเหรอ เมื่อไหร่กัน” ความสงสัยสุดท้ายเควินพึมพำกับตนเอง ก่อนจะรีบหันไปสั่งงานเมื่อรู้ตัวว่าถึงคิดยังไงก็คงไม่ได้คำตอบอย่างแน่นอน
“ตามไปอย่าให้คลาดสายตา จากนั้นรายงานเป็นระยะ ๆ”
“ครับนาย” สองเสียงรับคำแข็งขัน ก่อนจะไปทำงานของตน เลยไม่ทันเห็นว่าคนเป็นนายกำลังส่ายหัวไว ๆ ท่าทางหัวเสียงไม่น้อย
“มีอะไรหรือเควิน” เคที่เดินออกมาหาพี่ชายที่หน้าร้าน ส่วนแซมมี่ยังอร่อยอยู่กับไอศกรีมปั่นข้างใน หลังจากได้ของเล่นกล่องเบ้อเริ่มตอนที่คุณลุงมาคอยที่ร้านอาหาร
“ไม่มีอะไร กลับไปกินข้าวได้แล้ว” เสียงของพี่ชายบ่งว่าอารมณ์แกว่ง แต่เธอไม่กล้าซัก เควินใจดีมากตอนที่เขาอารมณ์ดี แต่ถ้าอารมณ์เสียขึ้นมา...เธอไม่อยากพูดถึงเลย
 
“คุณคีร่าเข้าไปที่คาสิโนรีสอร์ทของคุณนิกกี้ครับ”
เควินได้ยินลูกน้องรายงานตามนั้นเมื่อเขาส่งน้องสาวและหลานชายกลับบ้านเรียบร้อย นั่นยิ่งปลุกอารมณ์ร้ายที่น้องสาวไม่อยากพูดถึง
“เข้าไปในรีสอร์ทกับนิกกี้” เควินทวนคำทั้งกัดฟันแน่น ก่อนเดินเข้าไปใกล้ลูกน้องสองคนที่ยืนก้มหน้า รับสภาพกับความล้มเหลวของตนเอง กระทั่งได้ยินเสียงตวาด
“นี่พวกแกปล่อยให้ผู้หญิงของฉันเข้าไปในรีสอร์ทกับนิกกี้อย่างนั้นเหรอ” สิ้นเสียงดังฟ้าฟาดสองหนุ่มก็หน้าหันไปคนละทางหลังถูกตบเรียงตัว ดีว่าเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาก่อน ไม่อย่างนั้นทั้งสองคงเจ็บตัวมากกว่านี้
เควินไล่ทุกคนออกไปให้พ้นหน้า ก่อนจะกดรับสาย แต่ยังไม่พูดอะไรเสียงคุ้นหูของแดเนียลก็ทักมาก่อน
“มีคนบอกว่านายอารมณ์ไม่ดี”
“ข่าวไวจริงนะ” คงเป็นใครไปไม่ได้ หากไม่ใช่น้องสาวของเขาเอง
เคที่จะวางใจกว่าหากเขามีเพื่อนสนิทสองคนอยู่ใกล้ ๆ ในวันที่อารมณ์ไม่ดี เพราะอย่างน้อยก็ยังมีใครคอยห้ามเวลาคิดจะทำเรื่องแย่ ๆ
“เรื่องนิกกี้ล่ะสิ เคที่บอกว่าเห็นหลังนิกกี้ไว ๆ ที่ห้างฯวันนี้”
“คีร่าไปกับมัน”
“อะไรกัน”
“นั่นสิ อะไรกัน นี่ไม่ใช่แผนนายใช่ไหม”
“เปล่า ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย”
 ยิ่งแดเนียลไม่รู้เรื่อง เควินก็ยิ่งหัวเสีย เขาคิดไว้แต่แรกเมื่อเห็นว่านิกกี้ถูกใจสาวเอเชียอย่างคีร่า ว่าเขาควรได้เป็นเจ้าของเธอก่อน มันถึงจะสะใจ แต่นี่จะช้าไปรึเปล่านะ
“นี่นายทำธุระถึงไหนแล้ว” คิดเรื่องคิรากรไม่ตกเควินเลยหันมาใส่อารมณ์เสียงเขียวกับเพื่อน
“เสร็จแล้ว กำลังจะกลับ”
“ดี รีบกลับมาเดี๋ยวนี้เลย”
เควินทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้ตรงโต๊ะทำงาน พลันนึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเปิดลิ้นชัก หยิบกล่องกำมะหยี่ข้างในขึ้นมาเปิดดู จี้เงินของเธอยังอยู่ที่เขา เพียงเท่านี้เควินก็มีรอยยิ้มที่มุมปากขึ้นมาได้
 
คาสิโนรีสอร์ทของนิกกี้กว้างขวางมาก แต่พื้นที่จำกัดของเมืองนี้ทำให้ความกว้างขวางที่ว่านั้นอยู่ในแนวตั้งของตึกหลายชั้น  ล้อมรอบไว้ด้วยสระน้ำและสวนสวย ส่วนด้านหลังเป็นสนามกอล์ฟสุดหรู 9 หลุ่ม พาร์ 28 กินพื้นที่ส่วนใหญ่ของรีสอร์ทแห่งนี้
คิรากรเดินตามพนักงานคนหนึ่งไปพร้อมกับนิกกี้ที่อาสาดูแลเธอด้วยตัวเอง
“เชิญคุณคีร่าที่ห้องนี้ครับ ตรงข้ามกันนี้เป็นห้องของผม”
นิกกี้เดินนำเข้าไปในห้องซึ่งตกแต่งอย่างดีให้ความรู้สึกอบอุ่นสไตล์รีสอร์ท แม้อยู่สูงขึ้นมาเกือบสิบชั้นก็ยังสัมผัสได้ถึงความสดชื่นของต้นไม้ เพราะริมระเบียงจัดสวนได้อย่างเหมาะเจาะ ไม่มากไม่น้อย มองลงไปข้างล่างก็เห็นผืนน้ำโดยรอบ แต่เป็นน้ำจากสระ ไม่ใช่วิวทะเลอย่าง เดอ โมนาโก ของเควิน
“ห้องนี้กว้างมากนะคะ” เพดานถูกตีฝ้าด้วยวัสดุเลียนแบบไม้ แล้วยังจะเตียงสี่เสาที่มีม่านขาว ๆ นั่นอีก หากไม่คิดไปเองมันก็ให้บรรยากาศความเป็นไทยอยู่นิด ๆ
“ห้องนี้ให้ความรู้สึกอบอุ่น อย่างกับอยู่ที่บ้านเลยค่ะ” คิรากรอดชมบรรยากาศของห้องนี้ไม่ได้
“ห้องนี้ตกแต่งสไตล์เอเชียครับ คุณเป็นคนไทย อยู่ห้องนี้น่าจะสบายดี ที่นี่ตกแต่งหลายสไตล์นะครับ แต่ถ้าชอบแบบอาหรับ ละติน หรือสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ก็เปลี่ยนห้องได้”
“ฉันชอบห้องนี้ค่ะ ดูมันสงบดีด้วย”
“ชั้นนี้เป็นชั้นวีไอพีครับ รับรองแขกพิเศษเพียงไม่กี่คน”
“หืม...ฉันได้รับเกียรตินั้นด้วยหรือคะ” คิรากรแปลกใจจนอดถามไม่ได้
“แน่นอนครับ คุณก็เหมือนกับเพื่อนของผม” คิรากรยิ้มรับ เค้าคงหมายถึงเพื่อนต่างวัยกระมั่ง เพราะเมื่อยืนด้วยกันและเปรียบเทียบให้เห็นง่าย ๆ เธอคือเด็กกะโปโล ส่วนเขาคือซีอีโอภูมิฐาน
คิรากรสะดุดตากับประติมากรรมโลหะที่มีรูปร่างคล้ายดอกบัวตูมที่วางอยู่ที่โต๊ะเล็ก ๆ ข้างหัวเตียง แต่กลีบเรียวเล็กกว่า แถมกลีบนั้นยังมีลักษณะคล้ายเปลวเพลิงแบบดอกดองดึง เป็นประติมากรรมที่มีรูปแบบผสมผสานงดงาม ส่วนด้านในกลวง ๆ นั้นเป็นที่วางเทียนหอมนั่นเอง
เท่าที่สังเกตตั้งแต่เดินเข้ามาเช็คอิน ก็เห็นของคล้าย ๆ แบบนี้ประดับไว้ที่มุมต่าง ๆ หลายชิ้น มีรูปลักษณ์แตกต่างกันไป แต่ก็ดูมีสไตล์ดีไม่หยอก
เสร็จจากดูห้องพักแล้วนิกกี้ยังพาเธอเดินเล่นตามแนวสวนรอบ ๆ และพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะพาเธอเข้าไปทดลองเสี่ยงโชคในคาสิโน ทำให้คิรากรรู้ว่าเล่นแบบนี้ก็สนุกดีเหมือนกัน
 
“แล้วนายจะเอายังไงเรื่องคุณคีร่า” แดเนียลเอ่ยถามเมื่อรีบกลับมาตามคำสั่ง
“คิด ๆ ดูแล้ว เราอาจไม่ต้องทำอะไร” คำที่ออกจากปากเควินทำให้คนสนิทแปลกใจไม่น้อย เควินไม่เคยใจเย็นได้ขนาดนี้มาก่อน
“ของสำคัญของเธออยู่ที่นี่ เดี๋ยวก็ต้องกลับมาเอา”
“ของสำคัญ?” แดเนียลสงสัย เควินเลยหยิบจี้เงินขึ้นมาให้ดู คนสนิทเลยถึงบางอ้อ
“ดูแล้วมันก็เข้าทางเรานะ ให้รู้จักกันไว้นั่นแหละดีแล้ว ยังไงคีร่าก็ต้องเป็นของฉัน นิกกี้จะได้หน้าหงายไปบ้าง”
“แล้วนายไม่กลัวเหรอว่าคุณคีร่าเธอจะยอม....” แดเนียลไม่พูดต่อเพราะคิดว่าเควินคงพอรู้ความหมายของเขา และยิ่งแปลกใจเมื่อเห็นเจ้านายกำลังยิ้ม
“ให้นิกกี้มันมีมนต์ก่อนเถอะ คีร่าไม่ใช่คนที่ยอมง่าย ๆ กับเรื่องแบบนั้น”
“ดูเหมือนนายจะมั่นใจว่ารู้จักเธอดี”
“ดี ไม่ดี ฉันก็รู้มากกว่านิกกี้ก็แล้วกัน”
คำพูดทิ้งท้ายของเควินมาพร้อมรอยยิ้ม และช่างเป็นรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย
 
และแล้ววันนั้นก็มาถึง เพียงวันที่สองที่ห่างกันคิรากรก็กลับมาที่ เดอ โมนาโก เธอขอพบเควินที่ล็อบบี้ของโรงแรม เควินจัดให้ตามนั้น
“กลับมาแล้วเหรอ” เจอของเดอ โมนาโก เดินมาหาคนคุ้นหน้าที่โซฟามุมหนึ่ง มีแขกของโรงแรงนั่งอยู่ที่ล็อบบี้แค่ประปรายไม่ถึงสิบคน
“ฉันมาทวงของ ๆ ฉัน” คิรากรยืนขึ้นประจันหน้า
“อะไรกัน ที่เป็นของคุณ” คำถามหน้าตายทั้งรอยยิ้มที่มุมปาก ทำให้คิรากรเหลืออด
“ไม่ต้องมาทำไก๋นะ เอาจี้ของฉันมา”
“จี้คุณอยู่บนห้อง อยากได้ก็ตามมาเอา” เควินทำท่าจะเดินนำไป แต่เธอไม่ยินดีจึงต้องรีบเดินไปขวาง
“ไม่ ฉันจะรออยู่ตรงนี้”
“งั้นก็...ไม่ต้องเอา” เควินเน้นเสียง เขาก้าวหลบเธอแล้วเดินต่อไป แต่คิรากรไม่ยอม
“หยุดนะเควิน คุณไม่มีสิทธิ์ยึดของของฉัน”
“ผมเปล่ายึด แต่คุณไม่อยากขึ้นไปเอาเอง” คนฟังเม้มริมฝีปาก ขืนขึ้นไปมีหวังเสร็จแน่ เธอไม่หลงกลเขาหรอก
“หึ หมดทางชวนฉันขึ้นไปก็เลยมีลูกไม้ล่ะสิ” คิรากรเชิดหน้าเอ่ยอย่างรู้ทัน พร้อมปั้นยิ้มเหยาะหยันขึ้นมาบ้าง กลางล็อบบี้โรงแรมตัวเองแบบนี้ยังไงเขาก็ไม่กล้าทำอะไรเธอให้เสียชื่อ
“หมดทางเหรอ” แต่ผิดถนัด ระหว่างชื่อเสียงกับการเอาชนะเด็กดื้อคนนี้ เขาเลือกอย่างหลังมากกว่า
“กรี๊ด! ปล่อยฉันนะคนบ้า” หญิงสาวกรีดร้องพร้อมทุบหลับเขาดังอัก ๆ เมื่อเควินแบกร่างเล็กพาดบ่าท่ามกลางสายตาผู้คนประปรายในล็อบบี้ ก่อนจะก้าวเข้าลิฟต์พาเธอขึ้นไปชั้นบนสุดของโรงแรม
คิรากรนึกด่าตัวเอง...รู้งี้เชื่อนิกกี้ให้คนของเขาตามมาด้วยสักสองสามคนก็ยังดี นิกกี้เต็มใจให้คนมาดูแลเธอให้พ้นจากพวกที่คอยตามเธออยู่ หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วโจทย์เธอยากกว่านั้น
“ปล่อยนะ!” มาถึงห้องคุ้นตาแล้ว คิรากรก็ยังโวยไม่เลิก กระทั่งสมใจเมื่อเควินทุ่มเธอลงบนโซฟา
“กล้าดียังไงไปอยู่กับผู้ชายคนอื่น” เควินเสียงดังบ้าง และคิรากรไม่มีวันยอม เพราะเพียงเท้าเล็ก ๆ สัมผัสพื้นมั่นคงก็ยันตัวเองยืนขึ้นฉะกับเควินได้ทันที
“แล้วคุณกล้าดียังไม่มาหลอกฉัน มีลูกมีเมียอยู่แล้วยังจะมาทำเป็นจีบ”
“ลูก?...เมีย?...” เควินขมวดคิ้ว
“ใช่สิ มีครอบครัวอยู่แล้วยังจะมาพยายามทำให้ฉันรัก คุณนี่มันเลว”
“ถามจริง...หึงรึเปล่าเนี่ย”
“หึงบ้าหึงบอสิ ระหว่างเรามันก็แค่เกม ใครทำให้อีกฝ่ายรักได้ก่อน คนนั้นชนะ แต่ฉันจะไม่เล่นเกมนี้กับคนที่มีลูกเมียอยู่แล้ว”
“ก็เลยจะไปเล่นกับนิกกี้ คิดว่ามันตัวคนเดียวรึไง” ชื่ออีกฝ่ายจากปากชายหนุ่ม  ทำให้คิรากรสงสัย
“นี่คุณ...รู้จักนิกกี้ด้วยเหรอ”
“หึ...ไม่ปฏิเสธซะด้วย นี่คิดจะมาขนของไปอยู่กับมันจริง ๆ ใช่ไหม ฝันไปเถอะ” เควินพุ่งเข้ามารวบตัวเธอก่อนจะทุ่มลงไปบนโซฟาอีกครั้ง และครั้งนี้เขาตามมาทาบทับเอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว
“คนบ้า คุณมีสิทธิ์ทำอย่างนี้ที่ไหนกัน” เธอทั้งผลักทั้งดันให้คนตัวโตถอยห่าง ไม่สำเร็จก็ใช้กำปั้นน้อย ๆ ทุบที่ไหล่หนา
“ก็จะทำให้มีสิทธิ์เดี๋ยวนี้ไง” ว่าแล้วเควินก็ก้มลงมาดูดเม้มที่ซอกคอ จนคิรากรร้องกรี๊ด
“ปล่อยนะ!นี่มันมากไปแล้วนะผู้ชายเฮงซวย ตัวเองผิดแล้วยังจะมาโบ้ยความผิดให้คนอื่น แถมยังหาเรื่องเอาเปรียบกันอีก”
“เอาเปรียบเหรอ ผมทำไม่ได้แต่อยากให้นิกกี้มันทำงั้นสิ คอยดูเถอะ สักวันจะเสียใจ”
“ปากเสีย!” คิรากรตวาดแว้ด
เพียงสิ้นคำเควินก็ก้มจูบดูดดื่มยาวนานจนเธอหมดท่า แล้วค่อยเงยหน้ามาเอ่ยทั้งรอยยิ้มใส่ตาหม่น
“เสียที่ไหนกัน เห็นไหม ก็ยังใช้การได้ดี” พูดอย่างใจแล้วยังไม่ยอมถอยห่าง ก้มลงจัดการกับริมฝีปากบางอีกครั้งอย่างย่ามใจ จนไม่ได้สังเกตว่าแท้จริงแล้วคนที่กำลังนิ่งอยู่นั้น กำลังหยิบมีดเล่มเล็กแบบที่พับได้ออกมาจากซอกเล็ก ๆ ของกระเป๋ากางเกงเตรียมพร้อมไว้
ก็ถ้าเขาเลวถึงขนาดคิดจะขืนใจเธอโดยไม่นึกถึงลูกเมียอย่างนี้เขาก็ไม่สมควรจะอยู่ ริมฝีปากหนายังคงจูบซับโลมเสียไปทั่วแก้มใสตอนเธอปักมีเล่มเล็กที่ไหล่หนาอย่างไม่ปราณี
เควินสะดุ้งและอุทานเสียงเบา แต่ยังไม่ลุกห่างจากร่างบาง ยิ่งเห็นผลงานว่าเธอกล้าทำร้ายเขาอย่างไร จิตใจด้านมืดยิ่งอยากเอาชนะด้วยความรุนแรง
“นี่คิดจะฆ่าผมเหรอ แต่ฆ่าไม่ตายนี่ยิ่งแย่นะ คนเก่ง” คำชมหรือนั่น แต่น้ำเสียงเขาไม่ดีเลย เพราะมันถูกกดต่ำจนเธอขนลุก  
มีดเล่มเล็กยังคงปักอยู่ที่เดิมตอนที่เขาใช้กำลังเข้าหักหาญอย่างจริงจัง เควินกัดริมฝีปากบางหนัก ๆ จนเธอดิ้นพล่านแต่ไม่มีทางหลุดมือเขาไปได้
รางบางถูกรัดแน่นบนโซฟากลางโถง กัดแล้วเขาก็ดูดเม้มหนัก ๆ จนเธอเจ็บและรับรสเค็มปร่าจากของเหลวที่ออกมาจากรอยฟันที่ แถมมือใหญ่ ๆ ไม่ได้อยู่นิ่ง ทั้งนวด ทั้งบีบ ทั้งขยำ จนเธอแทบเหลวไปทั้งตัว คิรากรใจหาย...เธอจะไม่รอดมือเขาจริงหรือ
คิดไปอย่างนั้นน้ำตาก็เริ่มไหล มือบางพยายามดันคนตัวโตให้ห่างออกไป ปากก็ร้องฮือ ๆ ไปพร้อมกัน และร้องดังยิ่งขึ้นเมื่อเขาพยายามปลดตะขอยกทรงในขณะที่เสื้อตัวนอกเธอยังอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้หมายความว่าเธออยากให้เขาถอดตัวนี้ออกก่อนหรอกนะ แต่สิ่งที่เธอต้องการตอนนี้คือขอให้เขาสงสารเธอบ้างต่างหาก เสียงฮือ ๆ จึงดังขึ้น ดังขึ้น และดังขึ้นอีก
คนขี้รำคาญที่กำลังถลกเสื้อนอกเธอขึ้นหวังชิมปทุมถันเลยดันตัวเองขยับ ให้เงยหน้ามองเธอได้ชัด ๆ
คิรากใช้แววตาหม่นสบตาเขา น้ำตาเธอไหลเองโดยไม่ต้องเสแสร้ง แต่ที่ต้องทำในตอนนี้คือทำสีหน้าให้น่าสงสารที่สุด
“เควิน ถ้าคุณมีน้องสาว หรือญาติคนไหนที่เป็นผู้หญิง คุณคงไม่อยากให้พวกเธอเจออย่างฉันใช่ไหม” สีหน้าวิงวอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
แน่ล่ะ...เขาไม่อยาก กระนั้นน้องสาวเขาก็ยังท้องป่อง
เควินนึกถึงสิ่งนั้นและหยุดตัวเอง ก่อนจะดึงมีดที่ไหล่ขว้างทิ้งไปที่มุมหนึ่ง คราวนี้เองที่คิรากรหน้าซีดยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ก็พอปากแผลเปิดได้เต็มที่ ของเหลวในร่างกายเขาเลยไหลออกมาได้สะดวก เลือดสีแดงไหลจากหัวไหล่ลงมาตามแขน ก่อนจะหยดติ๋ง ๆ ผ่านปลายนิ้วลงไปบนพื้นพรมเป็นทางยาวไปจนเกือบถึงหน้าห้องนอนของเขา
“เควิน” คิรากรเดินตามไปราวละเมอ และขวางเอาไว้ก่อนที่เขาจะหลบเข้าไปเก็บตัว เหมือนตอนที่โกรธเธอบนเรือ
“เลือดคุณไหล”
“ผมจะได้ตายสมใจคุณ”
“ฉันไม่...”
“ครั้งที่สองแล้วนะคีร่า สองครั้งแล้วที่คุณพยายามฆ่าผม มันควรจะสำเร็จสักที”
“แล้วลูกเมียคุณจะอยู่ยังไง”
“นั่นไม่ใช่ลูกเมียผม” เขาพูดทิ้งท้ายก่อนจะดันตัวเธอให้หลบแล้วเข้าไปเก็บตัวอยู่ในห้องเหมือนอย่างเคย
ไม่กี่นาทีจากนั้นเสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้น คิรากรเปิดรับและพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือแดเนียล ซึ่งมาได้ถูกจังหวะ
คิรากรรีบเล่าเหตุการณ์คราว ๆ เกี่ยวกับที่มาของรอยเลือดบนพรมให้แดเนียลฟังอย่างรู้สึกผิด ก่อนจะซักถามข้อสงสัยเกี่ยวกับผู้หญิงและเด็กที่เธอพบเข้า แล้วก็ได้คำตอบ นั่นคือน้องสาว และหลานชาย
หมอที่ใช้งานกันประจำถูกเรียกตัวมาที่ชั้นบนสุดของโรงแรม แผลเปิดถูกเย็บสดโดยเจ้าของบาดแผลไร้เสียงโอดโอย และไม่มากไม่น้อยเพียงห้าเข็มเท่านั้นสำหรับบาดแผลครั้งนี้
คิรากรหน้าละห้อยมองอยู่ใกล้ ๆ จนเมื่อหมอออกไปพร้อมกับแดเนียลเธอก็ยังอยู่กับที่ ...นั่นคือบนเตียง ในห้องของเขา เควินนั่งเงียบ ส่วนเธอนั่งมองอย่างรู้สึกผิด
ผู้ชายอะไรใจน้อยเธอเคยค่อนขอดไว้อย่างนั้น และตอนนี้เขาก็กำลังเป็นอยู่
“เควิน ฉันรู้แล้วนะเรื่องน้องสาว กับหลานชายของคุณน่ะ ฉันขอโทษ” คิรากรไม่ใช่ผู้หญิงขี้เก๊ก เมื่อรู้ว่าตนผิด เธอก็พร้อมจะขอโทษอย่างไม่อิดออดหรือทำท่ามาก
“แล้วยังไง” น้ำเสียงแข็ง ๆ ของเขาทำให้คิรากรรีบขยับเข้าไปใกล้อีกนิด ทำใจแข็งกับท่อนบนผึงผายที่กำลังเปิดเปลือยเพราะผ้าพันแผลที่หัวไหล่จะได้เป็นอิสระเวลาขยับ
“ก็ขอโทษไง ขอโทษที่ทำให้คุณเจ็บ” หญิงสาวยังส่งเสียงง้องอน ก่อนจะหาข้อโต้แย้งให้ความรู้สึกผิดของตนน้อยลง “แต่คุณก็ผิดนะ ที่ไม่รีบบอกก่อน”
“อ้อ ผมผิด ผิดที่ไม่รู้ว่าคุณอยากรู้เรื่องอะไร” เควินยิ้มหยัน
“ขอโทษที่ฉันไม่ได้ถาม แต่เห็นแบบนั้นใครจะไม่คิด แล้วคนไทยเค้าก็ถือมากเรื่องผิดลูกผิดเมียคนอื่น”
“คุณก็เลยวิ่งโร่ไปอยู่กับนิกกี้”
“นี่!ฉันไม่ได้วิ่งโร่นะ ฉันเช็คอินเข้าไปอยู่เหมือนแขกคนอื่น ๆ ถ้ายังปากเสียอีกจะไม่ง้อแล้วนะ”
“อ้อ นี่ง้อแล้วเหรอ”
“ก็ที่นั่งง้ออยู่นี่ เค้าเรียกว่าอะไรล่ะ”
“ง้อแบบนี้มันไม่ลงทุน ไม่สมกับที่ผมเจ็บจนต้องเสียเลือดไปเลย”
“นั่นเพราะคุณดึงดันคิดจะเอาเปรียบฉันต่างหาก ถ้าลุกไปทำแผลแต่แรกเลือดก็ไม่ไหลเต็มพรมแบบนั้นหรอก”
“มาง้อยังจะเถียงฉอด ๆ”
“ก็แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ”
“มานี่” เควินกวักมือเรียกให้เธอไปใกล้กว่าเดิมอีก
“อะไรล่ะ นี่ก็ใกล้แล้วนะ” ที่จริงใกล้กว่านี้ก็คงต้องไปนั่งเกยอยู่บนตักแล้วล่ะ แต่ถึงแม้ทำเสียงอิดออดก็ยังขยับอีกนิดนึงไปใกล้เขาอยู่ดี
ถึงจะไม่ได้นั่งเกยบนตกก็เกือบละ เพราะลำแขนแข็งแรงตวัดรัดตัวเธอเข้าไปแนบชิดก่อนจะกดริมฝีปากสัมผัสกันและรุกเร้าดูดดื่มเหมือนอย่างเคย คนที่ต้องง้อเลยดิ้นขลุก ขลัก จะทุบแรง ๆ ก็กลัวกระเทือนแผลเขาเลยปล่อยเลยตามเลย เพราะสภาพการณ์แบบนี้ก็เหมือนเคย ๆ กันอยู่จนเกินจะกระดากเสียแล้ว กระนั้นเมื่อริมฝีปากเป็นอิสระคนต้องง้อก็ยังหน้าแดง ทั้งสูดปากเพราะรอยฟันเขายังอยู่ แต่เห็นเขาเจ็บมากกว่าเธอเลยต้องทนให้ได้
“แบบนี้สิถึงเรียกว่าง้อ” เควินมีรอยยิ้มที่มุมปากขึ้นมาอีกนิด จนคิรากรอดว่าไม่ได้
“ง้ออะไรกัน อย่างนี้ฉันก็ถูกเอาเปรียบตลอดน่ะสิ”
“ไม่อยากถูกเอาเปรียบ คุณก็เริ่มก่อนสิ”
“บ้า”
“จริงนะ ถ้าคุณเริ่มก่อน ผมจะยอมเชื่อคุณทุกอย่าง คุณบอกให้หยุด ผมก็จะหยุด แค่ไหน ก็แค่นั้น”
“หึ เรื่องอะไรล่ะ”
“งั้นก็ตามใจ เพราะถ้าผมเป็นคนเริ่ม ก็เท่ากับผมคุมเกม ผมต้องการแค่ไหน ก็ต้องได้อย่างนั้น” ว่าแล้วเขาก็ดึงเธอเข้าไปชิดอีก ริมฝีปากหนาสัมผัสริมฝีปากบางทันที ก่อนที่ลิ้นเรียวชำนาญการจะแทรกผ่านริมฝีปากบางเข้าไปสัมผัสเรียวลิ้นกระเตาะอย่างอุกอาจ
เจ้าของเรียวลิ้นกระเตาะแทบหมดแรง แต่ดีว่าฝ่ายชำนาญการให้โอกาส ดันไหล่เธอออกห่าง แล้วสบตากันเหมือนรอบางอย่าง ในขณะที่เธอยังหายใจหอบ แล้วพอเขาทำท่าจะดึงเธอเข้าไปชิดอีกครั้ง คราวนี้หญิงสาวเลยรีบดันอกหน้าเอาไว้ก่อน และตัดสินใจชะโงกหน้าเข้าไปหอมแก้มเขาเบา ๆ แทน
เมื่อขยับห่างออกมาก็เห็นว่าเควินกำลังมองหน้าเธอด้วยรอยยิ้มกว้าง พร้อมเอ่ยเสียงเบาอย่างสมใจ
“ก็แค่เนี้ย”
นี่นะหรือที่เขาเฝ้ารอ เพราะอยากให้เธอเริ่มก่อน และเพียงเธอหอมแก้มเบา ๆ เท่านั้นเขาก็หยุดพฤติกรรมเอารัดเอาเปรียบ
จะว่าไปเป็นคนเริ่มก่อนมันก็ดีกว่านะ แต่อย่ามองหน้ากันแล้วยิ้มแบบนี้อีก เพราะคิรากรอยากตะโกนดัง ๆ ออกมาว่า...
ฉันเขินนะยะ!
.................
โปรดติดตามตอนต่อไปจ้า!!!
อิอิ...กลับมาแก้คำผิด ที่มีเยอะแยะให้ลดน้อยลงหน่อย แต่มีอีกรึเปล่าก็ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้เราจัดเต็มกับการสู้รบ ตบ ด้วย ปาก (อิอิ) ของคนทั้งคู่... เอิ๊ก ๆ แต่คนที่ถูกจัดหนักดันเป็นเควินซะงั้น...อิอิ
ปล. จะรออ่านคอมเมนต์นะคะ แบบว่า...อ่านเมนต์วันละนิดจิตแจ่มใส
...พรรษ...

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 302 ท่าน