Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Devil Whisky รักร้ายๆ ของนายปีศาจ
พะยูนเกยตื้น
ตอนที่ 9 พี่นานา
11
06/10/2554 21:09:43
662
เนื้อเรื่อง

9
พี่นานา
 

 

                วันนี้บรรยากาศในบ้านแปลกไป พ่อกับแม่อยู่กับพร้อมหน้าแถมยังสาระวนกับการเตรียมอะไรบางอย่าง ทำให้ฉันที่กำลังอยู่ในชุดนอนลายกระต่ายสีชมพูเพราะถูกปลุกอย่างกะทันหันต้องมานั่งตาปริบๆ มองอย่างไม่เข้าใจ
                “เพิ่งเจ็ดโมงกว่าเอง พ่อกับแม่จะปลุกเบลทำไมเนี่ย” ฉันยีหัวตัวเองอย่างงงๆ วันนี้วันเสาร์นะ ฉันอยากนอน อยากนอนนนน ~
                “เอาน่า รีบๆ ไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้ว วันนี้เรามีแขกพิเศษ” แม่ขยิบตาให้ฉันแล้วหันไปสาระวนบนเตาต่อ
                อารายฟะ...แขกพิเศษที่ไหนอ่ะ =_=
                “รีบขึ้นไปสิ อีกเดี๋ยวพี่นานาก็จะมาแล้วนะ” พ่อบอกแล้วช่วยเป็นลูกมือของแม่ต่อ
                “พี่นานา O_O พี่นานากลับมาจากอเมริกาแล้วเหรอคะ เมื่อไหร่เนี่ย ทำไมไม่มีใครบอกเบลเลย” ฉันเบิกตาโผลงหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง
                “วันนี้จ๊ะ เพิ่งโทรมาเมื่อกี้นี้เองว่าออกจากสุวรรณภูมิมาแล้ว”แม่บอกแล้วยิ้มหวาน
                ยอดมาก! ชอบการเซอร์ไฟรส์เหลือเกินนะพี่สาวฉัน โอ๊ย! นี่ถ้ามาเห็นฉันในสภาพนี้ไม่วายหัวเราะกรามค้างแล้วล้อฉันเหมือนเด็กๆ อีกแน่ ไม่ได้การละ ต้องไปแปลงร่างก่อน ฟิ้ว ><~
                ฉันจัดการอาบน้ำ ขัดขี้ไคล แปรงฟัง ล้างหน้า สระผมและหมักทรีพเม้นต์อย่างเร่งด่วน เสร็จแล้วก็รื้อตูหาชุดที่ดูเป็นผู้เป็นคนแบบไม่ใช่เด็กกะโปโลออกมาดู แล้วก็ได้ชุดเก๋ากึกที่พ่อซื้อเป็นของขวัญวันเกิดให้ เพราะมันดูเปรี้ยวไปฉันเลยไม่ใส่
                หึ! แต่วันนี้ล่ะ ต้องแสดงให้พี่สาวเห็นซะหน่อยแล้วว่าน้องสาวคนนี้โตเป็นสาวแล้วนะ ไม่ใช่เด็กๆ ที่พี่ชอบแย่งอมยิ้มกินอีกแล้ว >O<!
                “อื้ม เพอร์เฟกต์ ^^” ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงในที่สุดฉันก็จัดการทุกอย่างเรียบร้อย จากนั้นก็หมุนตัวเองตรงหน้ากระจกเพื่อตรวจเช็คสภาพ (ไม่ใช่รถยนต์ -_-)
                ก๊อกๆ
                “ฮันนี่ของพี่ เปิดประตูให้พี่สาวแสนสวยหน่อยสิจ๊ะ” เสียงหวานใสที่คุ้นหูดังขึ้น ฉันรีบตรงปรี่ไปที่ประตูทันที
                แอ็ด ~
                พี่นานายืนยิ้มหวานในชุดติดลุคสาวเมืองนอก และผมหยักสีบรอนด์ดูเป็นสาวเซ็กซี่สุดๆ
                “พี่นานา คิดถึงจังเลย \></” ฉันกระโดดกอดพี่นานาด้วยความคิดถึง ไม่เจอกันตั้งห้าหกปีแน่ะ นานมากๆๆๆ เลยนะเนี่ย
                “คิดถึงเหมือนกันจ้ะน้องสาวของพี่” พี่นานากอดตอบก่อนจะคลายอ้อมกอดเพื่อมองดูฉันชัดๆ “โตขึ้นเป็นกองเลยนะเนี่ย แถมสวยอีกต่างหาก”
                “แน่นอนสิคะ ก็เบลเป็นน้องของพี่นี่หน่า ต้องสวยเหมือนกัน”
                โกหกน่ะ ความจริงแล้วฉันเทียบไม่ได้เลยต่างหาก T_T
                “ไหนๆๆ มานั่งนี่สิ พี่มีของฝากมาให้ ^^” พี่นานายิ้มหวานแล้วเดินมาที่เตียง อารามอยากได้ของฟากฉันเลยแทบพุ่งหลาวไปอย่างไม่รีรอ
                “ว้าว! ถุงใหญ่จัง *O*”
                “แน่นอนสิ ของฝากให้น้องสาวที่น่ารักทั้งทีต้องเยอะๆ หน่อย” แล้วพี่นานาก็หยิบของแต่ละชิ้นออกมา มีทั้งเครื่องสำอางราคาแพง น้ำหอม กระเป๋าแบรนด์เนม และชุดสวยๆ แม่เจ้า! เห็นป้ายราคาแล้วฉันแทบจะตาถลน O_O
                “ทำไมมันแพงจังอ่ะพี่”
                “ก็ของนอกนี่หน่า เอาน่า...นานๆ ทีพี่ถึงจะมา แถมข้างล่างยังมีของฝากจากพ่อกับแม่ที่เห่อให้พี่แบกมาให้คุณน้ากับคุณอาอีกตั้งเยอะ” พี่นานาหัวเราะเบาๆ
                อ้อ...ลืมบอกน่ะว่าพี่นานา เป็นลูกพี่ลูกน้องของฉันเอง เมื่อก่อนเราสนิทกันมากจนคุณลุงกับคุณป้า (พ่อกับแม่ของพี่นานา) ย้ายไปอเมริกา นานๆ อย่างวันนี้พี่นานาจะกลับมาสักที แต่ปกติฉันกับพี่นานาก็ส่งเมล์คุยกันอยู่แล้ว
                “งั้นคุณลุงกับคุณป้าก็ไม่ได้มาเหรอคะ”
                “ไม่ได้มาหรอกจ้ะ ท่านติดงาน ที่พี่กลับมาก่อนเพราะคิดถึงน้องสาวแล้วก็...มีธุระนิดหน่อย ^^”
                “ธุระ? ธุระอะไรเหรอคะ”
                “เพื่อนพี่เขาจะหมั้นน่ะจ้ะ ก็เลยต้องไปร่วมงาน แต่...” พี่นานาทำหน้าหนักใจแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ พอเห็นฉันไม่ถามสักทีก็ถอนหายใจอีกเฮือกหนึ่ง พอไม่ถามอีกก็รัวเฮ้อๆๆๆ ออกมาเลย =_=
                “พอเถอะค่ะ พี่นานามีเรื่องอะไรกันแน่ =_=;;”
                “ก็พี่คออ่อนนี่หน่า งานแบบนี้ต้องมีดื่มฉลอง แล้วพี่ก็กลัวเมาคอพับแล้วกลับบ้านไม่ได้...” พี่นานาพูดจบก็ช้อนสายตามองฉันปริบๆ
                นั่นแน่...ไม่วานต้องมาตกที่น้องสาวคนนี้อีกแน่ๆ เลย
                “ก็ได้ค่ะ เบลจะไปด้วย แต่ขอกลับไม่เกินเที่ยงคืนนะคะ” ฉันยื่นข้อเสนอ เพราะไม่ชอบงานแบบนี้สักเท่าไหร่ มันชวนให้นึกถึงไอ้คลับบ้านั่นชอบกล T^T
                “ทำไมอ่ะ กลัวรถม้ากลายเป็นฟักทองเหรอ O_O”
                “ไม่ใช่สโนว์ไวท์นะคะพี่”
                “ซินเดอเรลล่าเถอะ =____=”
                พี่นานาหัวเราะ แล้วชวนฉันคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ตาภาษาคนที่ไม่เจอกันนาน พี่นานาเป็นคนพูดเก่งอยู่แล้ว งานนี้เลยจ้อไม่หยุดจนกระทั่งแม่เรียกไปกินข้าว
 
                ณ โต๊ะอาหารที่มีอาหารไทย (ที่พี่นานาชอบ) เต็มโต๊ะไปหมด
                “ตายจริง แม่นี่ขี้ลืมจริงๆ เลย ทำกุ้งชุบแป้งทอดแต่ไม่มีน้ำจิ้ม” แม่บ่นเมื่อกวาดตามองทั่วโต๊ะแล้ว และสายตาก็มาหยุดที่ฉัน
                อย่าบอกนะว่า...
                “เบลไปซื้อให้แม่หน่อยสิจ๊ะ ^^” ยิ้มหวานแบบนี้ถ้าบอกว่าไม่ก็มีเขี้ยวงอกอีกน่ะสิ =_=
                “ให้นานาไปเป็นเพื่อนนะคะ นี่ก็ใกล้ค่ำแล้วด้วย แถวนี้เปลี่ยวจะตาย อันตราย” พี่นานาอาสาอย่างเป็นห่วง รักพี่สาวคนนี้ที่สุดเลย ></ แต่ฉันไม่ได้ห่วงเรื่องอันตรายอะไรหรอก กลัว...ผะ...ผะ...มากกว่า (กลัวจนไม่กล้าคิด T^T)
                “โอ๊ย! ไม่ต้องหรอก นานาอยู่กับน้าที่นี่แหละจ้ะ ยัยเบลไม่เป็นอะไรหรอก ลูกสาวน้ามีหน้าตาเป็นอาวุธ คิกๆ”
                แม่เป็นห่วงหนูด้วย ซึ้งจังค่ะแม่ T^T (ประชด!)
                “ซุปเปอร์อยู่หน้าปากซอยแค่นี้เอง อย่ามัวแต่เถลไถลล่ะ” พ่อเอ่ยขึ้น
                แหม...ทั้งพ่อทั้งแม่ เป็นห่วงลูกสาวคนนี้ม้ากมากเลยเนอะ ซึ้งยกกำลังสองเลย TOT
                “ค่ะ” ฉันตับรับเสียงอ่อยแล้วรับเงินจากแม่เพื่อไปซื้อไอ้น้ำจิ้ม (ซังกะ) บ๊วย พอออกมาหน้าบ้านแล้วแทบอยากหันหลังกลับ มันวังเวงใช้ได้เลยอ่ะ เกือบทุ่มแล้วด้วย มืดมากกก ดีที่บ้านฉันอยู่กลางซอย ถ้าอยู่ท้ายซอยนะแม่เจ้าพระคุณเอ๊ย จะชักตรงหน้าบ้านให้ดู -_-!
                รีบๆ ไปดีกว่า ปลายทางคือซุปเปอร์ฯ หน้าปากซอยไม่ไกลเกินเอื้อมหรอก T^T
                ตึก...ตึก...ตึก
                ตึก...ตึก...ตึก
                กึก!
                ฉันเบรกฝีเท้าทันที ไม่นะ นี่ฉันหูฝาดหรือจิตหลอน ฉันว่าฉันได้ยินเสียงฝีเท้าตามมาด้วยแหละ TOT มะ...ไม่สนแล้วเฟ้ย
                ฟิ้ว ~
                ฉันใส่เกียร์เสือชีต้าวิ่งลิ่วไปหน้าปากซอยทันที และเมื่อเห็นแสงสว่างจากซุปเปอร์ฯ ก็เบาใจขึ้นมามากรีบผลักประตูเข้าไปทันที
                น้ำจิ้มบ๊วยๆ อยู่ไปไหน ออกมาหน่อยเร้ว T^T
                ฉันแทบจะจุดธูปเรียกน้ำจิ้มออกมาเมื่อพบว่าเดินไปแต่ละล็อคก็ไม่เจอ แต่แล้วก็มีความรู้สึกเหมือนมีใครตามมาอีก ฉันแกล้งทำเป็นหยุดเลือกของแล้วเงยหน้าขึ้นมองกระจกที่ตั้งฉาก 45 องศาตรงมุมบนของซุปเปอร์ฯ ก็เห็นว่ามีผู้ชายแต่งชุดสีดำ สวมแว่นตาดำและใส่หมวกแก๊ปปิดบังหน้าตาดูน่าสงสัยอยู่
                โรคจิตแน่ๆ หรือว่าเป็นโจร O_O หน้าฉันเหมือนเศรษฐีร้อยล้านไหมอ่ะ ขนาดกางเกงในยังต้องปะเอาเลย (ออกแนวบ้า) ไปปล้นคนอื่นเถอะ T^T
                ฉันต้องหาวิธีสลัดให้หลุด คิดสิๆๆๆ อ๊ะ!...นี่ไงน้ำจิ้ม (ยังมีกะจิตกะใจหาน้ำจิ้ม -_-) เมื่อได้แล้วฉันลั้ลลาเดินตรงไปจ่ายเงินทันที แล้วเดินกลับบ้านโดยลืมไปว่ามีโจรตามมาอยู่ O_O!!
                พรึบ! ฉันหันไปดู ไอ้โจรนั่นตามฉันมาจริงๆ ด้วย!
                “กรี๊ดดดด! อย่าตามฉันมานะ TOT” ฉันร้องลั่นแล้ววิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย
                ตึกๆๆๆๆ
                มันวิ่งตามมาอย่างไวราวกับติดเทอร์โบไว้ที่ตูด แง้! มันจี้ตามาแล้วอ่ะ ทำไงดี T_T ฟื้ด! ฉันสูดลมหายใจ หยุดวิ่งแล้วยื่นน้ำจิ้มให้มัน
                “อย่ามาปล้อนฉันเลย ฉันเอาเงินมาแค่ 20 บาทมาซื้อน้ำจิ้ม ถ้าไม่พอใจจะเอาน้ำจิ้มไปก็ได้นะ ไม่ว่าาา TTOTT”
                “น้ำจิ้ม? ให้ฉันไปคลุกข้าวกินรึไง -*-” ไอ้โจรรับน้ำจิ้มของฉันไปแล้วขมวดคิ้วถาม
                “มันอร่อยกว่าคลุกน้ำปลานะ T^T”
                “เคยกินรึไงยัยเด็กอนุบาล”
                “เคย...เอ๊ะ...นายเรียกฉันว่าอะไรนะ O_O” ฉันจ้องมองคนตรงหน้า เขาถอดแว่นกับหมวกออกเผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย
                “ยัยเด็กอนุบาลไงล่ะ...”
                “วะ...วิสกี้”
                “ในที่สุดฉันก็ได้เธอเรียกชื่อจริงๆ ฉันสักที ^^” เขายิ้ม
                “นายตามฉันมาทำไม?”
                “คิดถึง”
                น้ำเสียงเศร้าๆ ของเขาทำให้ฉันหายใจสะดุด คำพูดที่เตรียมจะพ่นออกมาถูกกลืนลงท้องไปจนหมด และไม่น่าเชื่อว่าปากฉันจะกระตุกยิ้มเบาๆ เพียงเพราะได้ยินคำว่าคิดถึงของเขา หัวใจเต้นลิงโลดราวกับจะกระเด็นออกมาจากอก!
                เป็นบ้าอะไรเนี่ยอิซาลาเบลลา T^T
                “กะ...โกหก”
                “หึ...ฉลาดขึ้นมากนี่ แหม...แบบนี้ฉันจะเอาอะไรมาหลอกเธออีกดี ^^” รอยยิ้มเย็นๆ ของเขาทำเอาหัวใจฉันเกือบหยุดเต้น ความรู้สึกดีๆ เมื่อกี้หายไปในพริบตา!
                “นายต้องการอะไร!” ฉันตะโกนถาม
                “ก็...ทวงของๆ ฉันคืน” เขายักไหล่
                “อะไรคือของๆ นาย ฉันไม่เคยเอาอะไรมาจากนาย!!”
                แม้กระทั้งความจริงใจ ฉันยังไม่เคยได้จากคนหลอกลวงอย่างเขาเลย!
                “นี่ไง...” เขาเหยียดยิ้มแล้วคว้าตัวฉันไปจูบ จู่ๆ ความทรงจำบางอย่างก็แว๊บขึ้นมาในหัว...
                ตอนนั้นที่คลับฉันเมามาก วิสกี้พาฉันออกมาสูดอากาศข้างนอก ตอนนั้นเขาดูเป็นห่วงฉันมาก คอยดูแลไม่ห่าง จนกระทั่งฉันคว้าเขาไปจูบ มันเป็นความรู้สึก...ที่ทำให้ใจฉันสั่น และไขว่คว้ามันมาตลอด และตอนนั้นเองฉันก็รู้สึกได้ว่าจูบของค็อกเทลก่อนหน้านี้มัน...ไม่ใช่
                ใครจะไปรู้ว่าหัวใจไม่รักดีกลับไปรับคนเลวแม้มีคนดีราวกับเจ้าชายอยู่ตรงหน้า!
                ...แกมันโง่ เบล
                รู้ทั้งรู้ว่าเขาหลอกแกมาตลอด จนกระทั่งตอนนี้ยังไม่คิดจะจริงใจ แล้วทำไม...ไม่ห้ามหัวใจตัวเอง
                “หึ...ทีนี้รู้แล้วรึไง ที่ฉันมาทวงคือตัวเธอ” รอยยิ้มปีศาจบนหน้าของเขาบีบหัวใจฉันเจ็บหนึบ
                “ทำไม...”
                “ก็บอกไปตั้งแต่จูบตอนนั้นแล้วนี่...ว่าเธอเป็นของฉัน” เขาก้มลงกระซิบข้างหู “ฉันไม่ยอมยกเธอให้ไอ้ค็อกเทลแน่ๆ”
                ก็ไม่ต้องยกให้สิ...ให้ฉันเป็นของนาย ...หัวใจทรยศบอกอย่างนั้น...
                “ฉันเกลียดนาย” ฉันพูดคำที่ตรงข้ามกับใจออกไป
                “ฉันรู้...เธอบอกฉันแล้ว แต่ฉันชอบเธอ”
                รู้ทั้งรู้ว่าเป็นคำโกหกแต่ฉันยอมโง่ที่จะเชื่อ ฉันยอมให้เขาสวมกอดตามใจชอบ ปล่อยใจเลวๆ ของตัวเองให้ชอบเขาไปแล้ว
                ขอโทษนะค็อกเทล...
 
                ฉันกลับมาที่บ้านแล้วยื่นน้ำจิ้มให้แม่ ก่อนจะหนีขึ้นห้องตัวเองไป ไม่ว่าใครจะมาเคาะห้องก็ไม่สนใจและแม้ว่าเสียงโทรศัพท์ที่โชว์เบอร์ค็อกเทลจะดังยังไงฉันก็เอาแต่ซุกตัวเองอยู่ใต้ผ้าห่ม ฉันไม่มีหน้ารับโทรศัพท์ของเขาหรอก
                ในเมื่อฉัน...หักหลังเขาไปแล้ว...ฉันทำไปแล้ว!!
 
                มอเตอร์ไซด์คู่ใจพาวิสกี้กลับมาถึงหอโทรมๆ เดินยิ้มและผิวปากอย่างอารมณ์ดี แต่พอเปิดประตูห้องพักโกโรโกโสอารมณ์เหล่านั้นก็หายไปหมด
                “มาทำไม?” เขายิงคำถามไปยังสาวสวยร่างเพรียวบางในชุดไฮโซที่กำลังนั่งไขว้ห้างอยู่ที่เตียงของเขา
                “ใจร้ายอ่ะ นั่นมันคำทักทายเหรอ TOT” เธอแบะปากอย่างงอนๆ วิสกี้ไม่สนใจเขาเดินตรงไปที่ตู้เย็นแล้วหยิบเอาขวดน้ำเย็นเจี๊ยบออกมา
                “มีอะไรก็พูดมา ถ้าจะคุยเรื่องเดิมๆ ก็กลับไปซะ” เขาบอกเสียงแข็งแล้วกรอกน้ำใส่ปากอย่างกระหาย
                “ก็...คิดถึงเท่านั้นเอง” เธอเดินมาหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ ชายหนุ่มลดแววตาแข็งกร้าวลงแวบหนึ่งก่อนจะกลับเป็นเหมือนเดิม
                “ไม่ใช่แค่นั้นแน่ๆ”
                “รู้ทันอีกแล้ว ><” เธอยิ้มตาหยี่ “เรื่องงานหมั้นมะรืนนี้...”
                “ไม่!”
                “ยังไม่ทันพูดเลยนะ TOT”
                “นี่คิดอะไรอยู่กันแน่!เรื่องหมั้นก็คิดเองจัดการเองทุกอย่าง อยากให้ผู้ใหญ่เขาหัวใจวายตายรึไง โตแล้วยังทำตัวเป็นเด็กๆ ไปได้” เขายีหัวตัวเองอย่างหงุดหงิด
                “ตัวเองด่าเค้าเหรอ เจ็บอ่ะ TTOTT”
                วิสกี้ได้แต่ผ่อนลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ไม่รู้จะทำยังไงกับผู้หญิงตรงหน้านี้แล้ว เธอดื้อรั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เขารู้ดีที่สุด
                “ไปบอกพ่อกับแม่เถอะ อย่าให้ท่านรู้ตามข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ เดี๋ยวจะช็อกเอาได้”
                “ไม่มีทาง ถ้าเค้าบอกไปแล้วพ่อกับแม่จะยอมเหรอ” เธอก้มหน้าราวกับเด็กน้อยที่ทำความผิดมา
                “แต่...มันไม่ถูกต้อง” วิสกี้ยังค้านหัวชนฝา
                “ตัวเองไม่รักเค้าเหรอ!” เธอโผล่งถามขึ้นทำเอาเขาสะอึก เมื่อมองแววตาที่ปริ่มไปด้วยน้ำที่รื้อขึ้นเขาก็ต้องถอนหายใจและตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มละมุน
                “รัก...”
                “ฮึก...วิสกี้” เธอโผเข้ากอดเขา วิสกี้กอดตอบแล้วใช้มือหนาลูบหัวเป็นการปลอบประโลม

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เม้นๆๆๆ แล้วจะมาอัพให้ใหม่นะคะ
เขียนจบแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าตอนจบจะถูกใจทุกคนรึเปล่า
ปล.อาจดูงงๆ ด้วย จะพยายามสื่อออกมาให้เข้าใจง่ายที่สุดนะคะ

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 384 ท่าน