Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
เหลี่ยมรักลวงใจ
Tiger_Saturn/พรรษ
บทที่ 4
6
27/08/2554 15:14:04
602
เนื้อเรื่อง

บทที่ 4
 
ตลอดวันนั้นคิรากรก็ไม่ได้พบกับเควินอีก มีแดเนียลคอยดูแลเธอไปจนพลบค่ำ แล้วไปทานมื้อเย็นด้วยกันที่ชั้น 12 เขาขอแวะทำธุระที่คาสิโนนิดหน่อยก่อนจะกลับมาส่งที่เธอห้องซึ่งก็มืดมากแล้ว ไฟในสระทำให้น้ำสว่างจ้า แทนไฟทางเดินที่จะถูกปิดลงเมื่อไฟในสระเปิด อดไม่ได้ที่จะก้มลงเอามือกวักให้น้ำไหวแล้วเงยหน้ามองบนเพดานทึบที่สามารถเปิดปิดได้ ทำให้เห็นแสงเงาสะท้อนที่เกิดจากการไหวของผิวน้ำอันมีลีลาเฉพาะตัวและเป็นอิสระ
“สวยดีนะคะ” คิรากรชี้ชวนให้แดเนียลมองแสงสะท้อนเป็นเส้น ๆ หยักโค้ง ไม่อยู่นิ่งที่ผนังและเพดาน “คนคิดนี่เขาเก่งจริง ๆ”
“เควินเป็นคนสั่งให้ทำทั้งหมดแหละครับ” ชื่อของคู่กรณีทำให้คิรากรหน้าหงอยลงไปอีก
“เขาจะหายโกรธฉันรึยัง”
“ไม่ทราบสิครับ แต่เควินไม่โกรธใครนานนักหรอก”
“แต่ฉันทำเขาเกือบตาย ฉันทำเกินไปจริง ๆ”
“ไม่หรอกครับ” เควินเคยโดนยิ่งกว่านี้ หลับยาวสามวันสองคืนก็ยังเคย แต่ที่โกรธมากคราวนี้คงเพราะหญิงสาวมายั่วให้คึกแล้วทำให้หลับไปกลางอากาศนั่นต่างหาก
“คุณคีร่าไปพักผ่อนเถอะครับ เควินคงกลับดึก” หรืออาจจะเช้า ตอนนี้เควินคงกำลังหมกมุ่นกับการใช้กำลังอยู่ที่ใดสักแห่ง
“แต่ฉันอยากขอโทษเขา”
“พรุ่งนี้ก็ได้ครับ เรายังจะอยู่ด้วยกันอีกหลายวัน”
“ค่ะ ขอบคุณสำหรับมื้อค่ำนะคะ อ้อ!ขอบคุณเรื่องกล้องด้วย” คิรากรหมายถึงกล้องดิจิตอลที่แดเนียลเป็นคนจัดหาให้สำหรับเก็บภาพความประทับใจที่ฟลอเรนซ์ในวันนี้
“ยินดีครับ”
แดเนียลยืนส่งจนหญิงสาวเข้าห้องจนเรียบร้อย เขาเอ็นดูเธอนัก โดยเฉพาะฤทธิ์เดชที่ทำให้เควินหัวเสียได้ขนาดนั้น ที่สำคัญคือ เธอทำให้เขาชนะพนันอเล็กซ์ด้วยหัวข้อที่ว่า...เควินจะได้แอ้มหญิงสาววันนี้หรือไม่
 
กลับเข้ามาในห้องนานแล้วแต่คิรากรยังนอนไม่หลับ เธอดูรูปภาพในกล้องก็แล้ว หาหนังสืออ่านก็แล้วเควินก็ยังไม่กลับมา ที่ต้องพูดถึงเควินเพราะเขาเป็นสาเหตุให้เธอนอนไม่หลับทั้งที่ปกติเป็นคนนอนง่ายจะตายไป เธอยังรู้สึกผิด หากไม่ได้ขอโทษเขาวันนี้เธอต้องนอนไม่หลับไปจนเช้าแน่ ๆ
คิรากรเดินออกจากห้องมานั่งรอที่โซฟาหน้าทีวีอย่างจริงจัง เปิดดูทีวีก็ไม่เห็นมีอะไรหน้าสนใจ นิตยสารบนโต๊ะก็มีแต่เรื่องปืนกับรถแข่ง นั่นก็ไม่ได้อยู่ในความสนใจของเธอเช่นกัน
“ทำไมมันน่าเบื่ออย่างนี้เนี่ย” ไม่รู้จะทำอะไรเธอก็หันไปมองแพนทรี่ หาอะไรกินน่าจะทำให้เบื่อน้อยลง คิรากรได้ขนมปังกรอบเคลือบช็อคโกแลตเป็นแท่งขึ้นมากัดกร๋อม ๆ จังหวะนั้นประตูห้องก็เปิดเข้ามาพอดี เธอจึงวางทุกอย่างในมือ
“เควิน คุณกลับมาแล้วเหรอ” น้ำเสียงเธอยินดีนัก แต่เจ้าของชื่อกลับทำหน้าเฉย คิรากรรินน้ำใส่แก้วแล้วถือไปยืนขวาง ตอนคุณตาโกรธเธอก็ง้ออย่างนี้ เควินก็ผู้ชายเหมือนกัน อย่างนี้คงได้ผล
“คุณจะดื่มน้ำไหม” เขายังเฉย มายืนใกล้ ๆ รู้สึกว่าน้ำหอมเขากลิ่นแปล่ง ๆ ไปจากเดิมเลยทำจมูกฟุตฟิต อยู่ด้วยกันแค่ไม่กี่วันเธอก็จำได้ว่านี่ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมของเขา...แต่อย่าเพิ่งให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
“หรือ...จะดื่มกาแฟ” คนมีความผิดเสนอรายการเครื่องดื่มเสียงใสหวังไถ่โทษ แต่เขากลับชักสีหน้าคล้ายรำคาญ
“ไปให้พ้นเลยไป” น้ำเสียงเขาก็แสดงความรู้สึกได้ดีไม่ผิดไปจากสีหน้าตอนนี้เลย เควินดันไหล่เธอให้หลบเบา ๆ ก่อนจะเดินเลยเข้าไปที่ห้องของเขา
“ฉันขอโทษ” คิรากรยังเดินตาม แต่เขาไม่ใยดีจะชะลอฝีเท้าลงเลย
“ฉันขอโทษ...ฉันผิดจริง ๆ ที่หลอกคุณ ฉันผิดไป...” ปัง!
เขาปิดประตูใส่หน้าเธอเสียเฉย ๆ คิรากรชักโมโห
“ผู้ชายอะไรใจน้อย” คิรากรยืนบ่นเสียงดังที่หน้าประตูห้องเขา ไม่ได้สนว่าเขาจะได้ยินหรือเข้าใจภาษาไทยของเธอหรือไม่
“อุตส่าห์ง้อ” คิรากรเลยได้แต่เดินปึง ๆ กลับไปที่ห้องของเธอ ทั้งที่ไม่รู้ว่าคืนนี้จะหลับลงหรือไม่ แต่ได้ขอโทษไปแล้วก็รู้สึกดีขึ้น ส่วนที่เขายังไม่หายโกรธ เธอก็คิดไปว่า นั่นเพราะเขาเป็นผู้ชายใจแคบ ไม่รู้จักการให้อภัยนั่นเอง จึงจะหลับลง
 
“เควิน” แดเนียลส่งเสียงขณะเดินมาหาเจ้านายที่ระเบียงด้านหลังในตอนเช้า เควินอยู่ในเสื้อคลุมกำลังมองวิวทะเล ข้าง ๆ เป็นสระว่ายน้ำ โดยทั้งหมดยังอยู่ในอาณาจักรที่เป็นส่วนตัว เขารอให้เควินหันมามองค่อยกล่าวต่อไป
“ซิโมเน่ส่งข่าวว่าตอนนี้อยู่ที่โรม รู้ว่านายอยู่บนพาราไดซ์ ครูซ ที่มีโปรแกรมจะขึ้นโรมวันนี้ เลยถามว่านายสนใจจะไปสนุกด้วยไหม” แดเนียลพูดถึงเพื่อนรุ่นพี่ของเควินที่ทำธุรกิจด้วยกันมาหลายปี ซิโมเน่ทำธุรกิจเกี่ยวกับปืน เควินมีหุ้นส่วนในนั้นด้วย
“ซิโมเน่มาทำอะไรที่โรม”
“พาครอบครัวมาพักผ่อน คงเบื่อคฤหาสน์กลางน้ำที่เบรสเซียล่ะมั้ง” เบรสเซีย เป็นเมืองทางเหนือของประเทศอิตาลี
“ไปสิ บอกอเล็กซ์เตรียมการได้เลย ฉันเบื่อที่นี่เต็มทน เสร็จแล้วเรากลับมอนติคาร์โลกัน”
“แล้วคุณคีร่า...”
“ทิ้งไว้นี่” พูดแค่นั้นเควินก็สลัดเสื้อคลุมให้พ้นตัวจึงเหลือแต่กางเกงว่ายน้ำ แล้วโดดตูมลงสระอย่างสวยงามในแบบที่น้ำแทบไม่กระเซ็น
 
คิรากรมัวยืนมองท้องทะเลอยู่ที่ระเบียงทางกราบเรือ เลยไม่เห็นว่าเควินเดินกลับมาที่ห้องด้วยเสื้อคลุม แต่ยังดีที่เธอเห็นตอนเขาแต่งตัวเรียบร้อยและเดินออกมาจากห้องด้วยเสื้อเชิ้ตแขนสาวสีฟ้ากับกางเกงสเลกซ์สีดำ คิรากรรีบสาวเท้าเข้าไปหาและยิ่งแปลกใจเมื่อลูกน้องคนหนึ่งของเขาถือกระเป๋าใบเล็กเดินตามออกมาไม่ใช่อเล็กซ์หรือแดเนียล
“คุณจะไปไหนเหรอ” คิรากรเอ่ยถาม เขายังเดินเฉย เธอจึงเร่งฝีเท้าไปยืนขวางและทวนถามอีกครั้ง
“คุณจะไปไหน”
“ไปจากที่นี่” เควินตอบกลับมาเสียงเย็นชาก่อนจะเดินไปยังประตูที่ลูกน้องเปิดคอยอยู่แล้ว คิรากรยังเดินตามออกไป ที่ริมสระว่ายน้ำมีอเล็กซ์และแดเนียลยืนคอยอยู่อีก และลูกน้องที่ถือกระเป๋าเดินนำไปก่อนแล้ว ในขณะที่เควินเดินไปพูดบางอย่างกับอเล็กซ์
“จะไปไหนกันหรือคะ” คิรากรเดินเลยไปถามแดเนียล
“เควินนัดเพื่อนไว้ที่โรมครับ” แดเนียลตอบคำถามอย่างไม่อิดออดก่อนจะล้วงการ์ดใบหนึ่งจากระเป๋าสูทออกมาให้เธอ
“นี่เป็นคีย์การ์ดวีไอพี สำหรับคนที่ได้รับอนุญาตให้เข้าออกที่นี่ชั่วคราว คุณคีร่าเก็บไว้ใช้” แดเนียลบอกกับหญิงสาว เพราะที่นี่เข้าออกได้สองระบบ อย่างแรกคือสแกนฝ่ามือ เก็บข้อมูลถาวร คนที่ใช้ระบบนี้ได้มี ตัวเขา เควิน และอเล็กซ์ หากจะแก้ไขฐานข้อมูลในส่วนนี้ต้องติดต่อผู้ดูแลระบบ ซึ่งก็คืออเล็กซ์อีกนั่นแหละ ส่วนคีย์การ์ดอเล็กซ์จะเปิดใช้ระบบนี้ในบางกรณีเท่านั้น เช่น รูมเซอร์วิช หรือแขกวีไอพีบางคน หากต้องการยกเลิกการเข้าออกอเล็กซ์สามารถบล็อกคีย์การ์ดแต่ละใบได้ด้วยคำสั่งคอมพิวเตอร์จากส่วนใดของโลกก็ได้
“จะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้วหรือคะ” น้ำเสียงเธอตื่น ๆ ก็คนทั้งเรือเธอรู้จักแค่ผู้ชายสามคนนี่เอง
“ครับ แต่ไม่ต้องห่วง คนที่นี่จะดูแลคุณเป็นอย่างดี จนกว่าจะถึงที่หมาย”
“ได้ไงล่ะ ฉันยังไม่รู้เลยว่าขึ้นมาบนเรือนี้ทำไม”
“เควิน...” แดเนียลกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แค่ได้ยินชื่อนี้ คิรากรก็ของขึ้น เธอเดินดุ่ม ๆ ไปรั้งเควินที่กำลังจะเดินออกไปทันที
“นี่! คนบ้า!!เอาตัวฉันมาแล้วจะมาทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ไม่ได้นะ คุณต้องรับผิดชอบสิ ฉันไม่ได้เรียกร้องจะมากับคุณสักหน่อย”
“ไม่ได้เรียกร้องเหรอ คุณแทบตะกายขึ้นไปบนรถผม” นี่เป็นครั้งแรกนับแต่เมื่อคืน ที่เขาพูดประโยคยาว ๆ กับเธอ
“รถก็ส่วนรถสิ ฉันบอกให้คุณจอดให้ฉันลงแล้ว แต่คุณดันลากฉันขึ้นมานี่อีก”
“ตอนนั้นผมต้องการคุณ แต่ตอนนี้ผมไม่ต้องการคุณแล้ว”
“คุณไม่มีสิทธิ์จะมาต้องการหรือไม่ต้องการฉัน แต่คุณลากฉันมาบนนี้ ดังนั้นคุณต้องดูแลฉัน จนกว่าฉันจะได้กลับไปยังจุดที่ฉันเรียกร้องจะลงจากรถวันนั้น”
“หาทางไปเองสิ” เควินเอ่ยอย่างไม่ใยดี กับผู้หญิงคนนี้ คิดว่าไม่จำเป็นต้องสร้างภาพเป็นสุภาพบุรุษอีกต่อไป
คิรากรฉุนจัดตอนที่เควินตอบมาหน้าตาเฉยแล้วเดินดุ่ม ๆ จากไป...ผู้ชายตัวโต โกรธแล้วพาลเป็นเด็ก ๆ
แต่เธอไม่มีวันปล่อยเขาไปง่าย ๆ คิรากรถลาเข้าหา
“หยุดนะ! ไอ้ผู้ชายเฮงซวย” เธอใช้กำปั้นน้อย ๆ ทุบที่กลางหลังคนที่กำลังจะเดินจากไป มือข้างหนึ่งรั้งศอกเขาไว้ คิดว่าหากเขาหันมาจะตบสักเปรี้ยง
เควินเหวี่ยงแขนข้างที่คิรากรเกาะอยู่หวังให้เธอถอยห่าง และด้านหลังของหญิงสาวตอนนี้ยังคงเป็นสระว่ายน้ำ และมันได้ผลเกินกว่าที่ตั้งใจ...
ตูม!
คิรากรได้ลงไปดำผุดดำว่ายในสระ คนที่หลุดจากการเกาะกุมเลยยิ้มสมใจ ในขณะสองหนุ่มคนสนิทได้แต่ยืนส่ายหน้าระอาคล้ายเห็นเด็กสองคนทะเลาะกัน และเควินคงเดินจากไปแล้วหากไม่ได้ยินเสียง...
“ช่วย...อุ๊บ!” เขาหันกลับมามองและเห็นว่าหญิงสาวกำลังทำท่าตะกายน้ำ ผมสั้น ๆ ลีบแนบไปตามแก้มตอนที่เธอโผล่ขึ้นมา ก่อนจะกระจายบนผิวน้ำอีกครั้งเมื่อเธอจมหายลงไป ก่อนที่จะพยายามโผล่ขึ้นมาอีก ปากก็อ้าร้องทั้งที่ไม่ค่อยได้ศัพท์
“ช่ว..ย...ช่วยด้วย!” คิรากรพยายามอย่างที่สุดจนตะโกนได้จนครบความหมาย เธอว่ายน้ำไม่เป็น และกำลังจะจม แต่คนที่ริมสระยังยืนกอดอก หนึ่งในสองคนสนิทของเขาจะลงมาช่วยเธอ เขาก็บอกไม่ต้อง
“จะหลอกผมอีกล่ะสิ มารยาเยอะจริงนะคุณ” เควินแสยะยิ้มแล้วยืนมองว่าเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อหลอกเขาไม่สำเร็จ กระทั่งเห็นร่างเล็กจมหายไปแล้วเห็นเพียงฟองอากาศลอยขึ้นมา...มันชักดูไม่ดี
“คีร่า...คีร่า!” ความเงียบทำให้เควินใจหาย เขาใช้เพียงเสี้ยววินาทีในการตัดสินใจกระโดดลงไปในน้ำพร้อม ๆ กับอเล็กซ์ที่คล้ายตัดสินใจในวินาทีเดียวกัน
เควินถึงก่อน และคว้าตัวเธอมาได้ อเล็กซ์จึงกลับขึ้นมารอรับรางบางที่ริมสระ
“คีร่า...คีร่า!...” ตรวจเช็คจนทราบว่าคิรากรหยุดหายใจเควินจึงเริ่มทำ CPR (ซีพีอาร์ ปฏิบัติการช่วยชีวิตขึ้นพื้นฐาน)
เควินเปิดทางเดินหายใจโดยใช้มือดันคางให้เธอเงยหน้าขึ้น แล้วเริ่มผายปอด เขาต้องเป่าปากเธอ 10-12 ครั้งใน 1 นาที ส่วนอเล็กซ์ประจำตำแหน่งป้ำหัวใจ ทั้งสองทำการช่วยเหลือประสานกันจนคิรากรรู้สึกตัว แดเนียลไปหยิบผ้าขนหนูสำหรับสามคนออกมาแจกจ่ายและคลุมตัวให้เธอ พอฟื้นคืนคิรากรก็มีฤทธิ์ถลาเข้าไปทุบอกหนาของเควินได้ทันที
“คนบ้า!...นี่คุณตั้งใจจะปล่อยให้ฉันตาย”
เควินปัดป้องอย่างไม่จริงจังนักเพราะกำปั้นน้อย ๆ ไม่ค่อยจะมีแรงนัก ก่อนจะอุ้มเธอลอยหวือขึ้นทั้งตัว จนเจ้าของร่างหวีดร้องเบา ๆ
“แดเนียล โทรบอกซิโมเน่ว่าเราอาจจะช้ากันสักหน่อย” เควินสั่งการก่อนจะพาร่างของคิรากรเดินดุ่มกลับเข้าห้องฝั่งซ้ายไป
“ปล่อยฉันลงนะ”
“ถ้ายังทุบผมอีก คุณได้หลังหักแน่”
“หลังหักนั่นมันจิ๊บจ๊อยเมื่อเทียบกับการที่คุณจะปล่อยให้ฉันตายเมื่อครู่” คนฤทธิ์เยอะไม่ฟังคำขู่ ยังคงทุบอยู่นั่น เควินเลยทำท่าจะปล่อยจริง ๆ
“อ๊าย!” คนฤทธิ์เยอะเลยแปลงร่างเป็นลิงน้อยเหนี่ยวคอเขาเอาไว้แน่น
“ใครจะรู้ว่าว่ายน้ำไม่เป็น ปากดีซะเปล่า”
“ปากดีแล้วมันเกี่ยวอะไรกับว่ายน้ำเป็นหรือไม่เป็น”
“ก็ปากดีอย่างนี้ ไม่ช่วยขึ้นมาซะก็ดี”
“คุณก็จะกลายเป็นฆาตกรเลือดเย็น”
“คุณโดดลงไปเอง”
“ชิ กล้าพูด คุณเป็นคนเหวี่ยงฉันลงไป อเล็กซ์กับแดเนียลก็เห็น”
“คนของผมเขาไม่กล่าวโทษผมหรอก”
“นี่คงทำบ่อยล่ะสิ”
“ทำอะไร”
“ก็ฆ่าคนให้ตายไปต่อหน้าอย่างเลือดเย็น อย่างกับพวกมาเฟียใจโหด” ภาพลักษณ์ของเขาทำให้เธอคิดถึงภาพนั้นจริง ๆ แต่เควินไม่ถือสา เพราะเขาไม่ใช่มาเฟียใจโหด เขาเป็นแค่ผู้ชายใจร้ายสำหรับเธอเท่านั้น
“กับคนปากดี ผมอาจจะทำ”
“นี่!....”
“ถ้าอยากจะไปด้วยกันก็รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเก็บของซะ คุณกำลังทำให้ผมเสียเวลา” พอรู้ว่าเธอจะต่อปากเขาก็รีบพูดประโยคยาว ๆ กันเอาไว้ แล้วปล่อยเธอยืนที่หน้าห้อง ก่อนจะเดินเข้าห้องของตัวเองโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอพูดอะไรอีก
ไม่นานนักคิรากรออกมาจากห้องด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนส์ และพบกับเควินที่อยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนกับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินฟอกขาว และกลายเป็นว่าทั้งสองแต่งตัวเหมือนกันโดยไม่ตั้งใจ แตกต่างกันนิดหน่อยที่คิรากรมีแจ็คเก็ตยีนส์ตัวเก่งสวมทับเข้ารูปและสะพายกระเป๋าเป้ที่ด้านหลัง
“เรื่องอะไรคุณมาแต่งตัวเหมือนฉันเนี่ย”
“อย่าพูดมากน่า รีบออกไปเร็วเข้า อเล็กซ์กับแดเนียลรออยู่แล้ว” เควินบอกขณะลากแขนเธอออกไปจากห้อง
 
ฮัดชิ้ว!
คิรากรใช้นิ้วชี้ถูจมูกเบา ๆ เธอจามมาตลอดทางตั้งแต่นั่งรถออกมาจากท่าเรือกับเควิน ทั้งคู่อยู่บนรถลีมูซีนสุดหรูที่เพื่อนชาวอิตาเลียนของเควินจัดเตรียมให้มารับ ส่วนอเล็กซ์และแดเนียลกำลังขับรถอีกคันตามมาพร้อมลูกน้องอีกสองคน
“ไหวไหม” เควินอดถามไม่ได้ แต่เขาไม่ได้ยินคำตอบใดนอกจากการพยักหน้าช้า ๆ เหมือนตุ๊กตากำลังจะหมดถ่าน
ไม่นานนักลีมูซีนคันงามก็มาจอดสนิทหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่สไตล์อิตาลีในกรุงโรม ประตูรถสองฝั่งถูกเปิดโดยคนที่รอรับอยู่แล้ว รถที่ขับตามมาจอดในจังหวะไล่เลี่ยกัน อเล็กซ์ แดเนียล และผู้ชายอีกสองคนยืนเยื้องไปด้านหลังของเควิน
"Ciao, come stai Kevin?" (ช้าว, โคเม้ สตา เควิน)  
คิรากรหันมองยังต้นเสียง เห็นหนุ่มใหญ่ผมสั้นจมูกโด่งในเสื้อโปโลกับกางเกงสแล็คเดินยิ้มออกมาจากคฤหาสน์ พร้อมด้วยผู้หญิงและเด็กผู้ชายที่แต่งตัวสบาย ๆ แต่ดูดี กำลังพูดคุยกับเควิน คิรากรคิดว่าคงเป็นคำกล่าวทักทาย
“Bene, grazie” (เบเน่, กราเซีย)
เควินตอบด้วยสำเนียงภาษาเดียวกัน ทั้งใบหน้าแต้มยิ้ม คงหมายถึงสบายดี แล้วผู้หญิงสวย ๆ คนนั้นก็พูดอะไรสักอย่างกับเควินขณะพยักพเยิดมาทางนี้ จากนั้นทั้งหมดก็หันมาให้ความสนใจกับเธอมากขึ้น
“สวัสดีครับ” ผู้ชายจมูกโด่งคนนั้นเลือกใช้ภาษาอังกฤษในการทักทายเธอ
“สวัสดีค่ะ”
“เมื่อกี้ภรรยาผมถามเควินว่า คุณเป็นแฟนเขาใช่ไหม” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงและแววตาขี้เล่น ก่อนจะส่งสายตาล้อเลียนไปหาเควินเช่นกัน แต่คำถามนั้นทำให้เธอตกใจ
“โอ้ว! ไม่ค่ะ ไม่ใช่”
“ก็แค่คนร่วมทาง” นั่นคือคำที่เควินใช้แนะนำตัวเธออย่างเย็นชา ก่อนจะแนะนำให้เธอรู้จักครอบครัวนี้อย่างเป็นทางการ
หนุ่มใหญ่คนนั้นคือ ซิโมเน่ ฟรองโก้ เขาดูแก่กว่าเควินหลายปี ภรรยาของเขาคือ เมเซีย ส่วนหนุ่มน้อยคนนั้นคือ คาร์โล ทุกคนใช้ภาษาอังกฤษได้ดี โดยเฉพาะคาร์โลอายุสิบเอ็ดที่กำลังพยายามทำความรู้จักเธอเป็นพิเศษ เดาว่าเมื่อโตขึ้นเขาต้องเป็นผู้ชายที่เจ้าชู้อย่างร้ายกาจ
“เชิญด้านในเถอะค่ะ เราเตรียมของว่างเอาไว้แล้ว” ภรรยาเจ้าบ้านเชื้อเชิญทุกคนเข้าไปข้างใน
คฤหาสน์หลังนี้งดงามและน่าอยู่มาก ด้านหลังเป็นสนามหญ้า สำหรับปาร์ตี้บาบีคิวแต่มันทำให้เธอนึกถึงกิจกรรมรอบกองไฟเสียมากกว่า ห่างออกไปนิดหน่อยเป็นสวนป่าร่มรื่น
คิรากรรับของว่างพร้อมทุกคนที่เฉลียงริมสวนสวย เสียงน้ำพุใกล้ ๆ ให้ความรู้สึกสดชื่นเย็นสบาย ในขณะที่คาร์โลพยายามทำความรู้จักกับเธอมากขึ้น
“คีร่าเป็นคนไทยเหรอ” เขาถามเมื่อเธอคุยกับครอบครัวของเขาเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ที่บ้านเกิดของเธอ
“ใช่”
“ที่โรงเรียนผมมีเพื่อนสองคนที่มาจากเมืองไทยนะ ผมกำลังพยายามศึกษาคำศัพท์ภาษาไทย เช่นคำว่า ‘รัก’ ”
รัก...เขาพูดคำนี้ได้จริง ๆ สำเนียงไทยแปล่ง ๆ ไปนิด แต่เธอฟังออกเลยยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู แต่ในใจกลับคิด...แหม เจ้าหมอนี่คิดจะปีนเกลียว และคล้ายกรรมจะตามทันเมื่อเธอจามออกมาติด ๆ กันสองครั้งโทษฐานนินทาลูกชายเจ้าของบ้านในใจ และแม่เขามีน้ำใจรีบดึงทิชชู่มายื่นให้
คิรากรรีบกล่าวขอบคุณ ก่อนจะขอโทษเมื่อรู้สึกคล้ายว่าเธอเป็นตัวแพร่เชื้อโรคไปแล้วในตอนนี้
“ไม่สบายรึเปล่า” ซินญอร่าฟรองโก้มีน้ำใจไถ่ถาม แต่เธอมัวแต่เช็ดจมูกยังไม่ทันได้เอ่ยปากเควินก็ตอบแทนให้
“เมื่อเช้าว่ายน้ำกันนิดหน่อย” ทั้งซิโมเน่และเมเซียเลยพร้อมใจหันมาส่งยิ้มให้เธอ ก่อนจะหันไปมองเควินด้วยสีหน้าและแววตาแบบเดียวกัน แต่เควินส่ายหน้าคล้ายปฏิเสธอะไรบางอย่างที่สองสามีภรรยากำลังสื่อถึง และเธอไม่เข้าใจ ในขณะที่คาร์โลยังคงให้ความสนใจกับเธอต่อไป
“คุณชอบว่ายน้ำเหรอ สระว่ายน้ำที่นี่ใหญ่มากนะ เสร็จของว่างแล้วคุณไปว่ายน้ำกับผมสิ” สิ้นคำของคาร์โล เควินก็หัวเราะขึ้นมาเบา ๆ แต่ไม่ได้ตอบแทนให้อีก เป็นซินญอร่าฟรองโก้ที่หันไปพูดกับลูกชาย
“ไม่ได้หรอกลูก คีร่าไม่สบาย ไปว่ายน้ำกับลูกไม่ได้หรอก”
“งั้นไปยิงธนูกับผมไหม ผมนัดเควินยิ่งธนูหลังมื้อเที่ยง ที่สวนหลังบ้านเรานี่เอง” คาร์โลถามเธออีก
“ฉันยิ่งธนูไม่เป็นหรอก”
“งั้นไปเชียร์ก็ได้” คาร์โลคะยันคะยอเธอจึงไม่ปฏิเสธ
หลังมื้อเที่ยงวันนั้น คิรากรและครอบครัวฟรองโก้จึงมานั่งจิบชากันที่สวนหลังบ้านชมการยิ่งธนูของสองหนุ่ม แดเนียลและอเล็กซ์หายไปหลังของว่าง ที่นี่คงปลอดภัยจนไม่ต้องใช้คนอารักขาอีก เพราะแค่คนของซินญอร์ฟรองโก้ก็มากเกินพอ
เป้าธนูถูกวางห่างออกไป 100 หลา สองหนุ่มต่างวัยยิงเข้าเป้าในวงสีเหลืองตรงกลางท่าทางกินกันไม่ลง กระทั่งมาดูกันใกล้ ๆ จึงเห็นว่าลูกธนูสองดอกของคาร์โลเข้าเป้าในวงสีแดงซึ่งได้คะแนนต่ำลงมา ในขณะที่ลูกธนูทุกดอกของเควินอยู่ในวงสีเหลืองตรงกลาง
“นายแพ้แล้วคาร์โล” เควินบอกเด็กชาย ทำให้หญิงสาวซึ่งนั่งห่างออกมาแต่ยังพอได้ยิน ไม่พอใจกับการตอกย้ำความพ่ายแพ้คล้ายผู้ใหญ่รังแกเด็ก และยิ่งรู้สึกแย่เมื่อคาร์โลเดินคอตกมาหาพ่อแม่
คิรากรตัดสินใจเดินตามเมื่อเควินขอแยกตัวไปล้างหน้าล้างตา
“นี่ โตซะเปล่า ชอบเอาชนะแม้แต่เด็ก” เสียงของคิรากรดังขึ้นเมื่อเธอเดินไปขวางร่างสูงในระยะกำลังเหมาะแก่การสนทนาโดยที่เธอไม่ต้องเงยหน้ามากนัก
“แล้วยังไง”
“คาร์โลตัวนิดเดียว คุณน่าจะยอม ๆ แกหน่อย”
“ไม่มีใครภูมิใจกับชัยชนะที่ได้มาด้วยการอ่อนข้อของคู่แข่งหรอก”
“แต่คาร์โลยังเด็กนะ และเด็กไม่ค่อยชอบความผิดหวัง”
“ถึงไม่ชอบก็ควรจะรู้จักมัน และคาร์โลเป็นลูกผู้ชายมากพอที่จะยอมรับ” คำพูดของเควินน่าสนใจ แต่คิรากรยังลังเลว่าคาร์โลจะคิดอย่างนั้นจริง ๆ
“นี่ ตามมาเพื่อต่อว่าผมแค่นี้ใช่ไหม” เควินเอ่ยขึ้นก่อนที่แม่สาวจอมจุ้นจะหาสิ่งใดมาทักท้วงความคิดเขา อยากจะดันไหล่ให้เธอหลบก็กลัวจะมีเหตุให้อุบัติเหมือนอย่างเมื่อเช้านี้อีก จึงไม่ทำ
คิรากรไม่รู้จะเถียงอะไรต่อเลยยอมหลบให้ดี ๆ ตอนนี้เธอชักรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวขึ้นมาแล้ว ขอบตาและลมหายใจเธอร้อนผ่าว แต่หญิงสาวเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อยและไม่ได้ให้ความสำคัญ กลับคิดว่าเดี๋ยวอาการเหล่านี้ก็คงหายไปเองจึงเดินกลับมาคุยกับเมเซีย
ซินญอร่าฟรองโก้พาแขกเดินชมสวนแล้วคุยกันแบบผู้หญิง ๆ เช่น นินทาสามีและลูกชาย คิรากรอยากรู้ว่าครอบครัวฟรองโก้รู้จักกับเควินได้อย่างไหรจึงเอ่ยถาม และได้ความว่า ชายหนุ่มเคยช่วยชีวิตคาร์โลเอาไว้เมื่อเจ็ดปีก่อน นั่นเป็นจุดเริ่มต้นในการคบหาและต่อยอดร่วมธุรกิจกันมานับแต่นั้น
คิรากรร่วมทานมื้อค่ำกับครอบครัวฟรองโก้ด้วยบรรยากาศอันเป็นกันเอง หน้าตาที่ซีดลงของเธอทำให้เจ้าบ้านหายามาให้กินหลังอาหารมื้อนั้น และเพิ่งทราบว่าเควินจะพาเธอกลับมอนติคาร์โลคืนนี้เลย ซึ่งเธอตื่นเต้นมากตอนที่ได้รู้ว่าจะได้เดินทางกลับโดยฮอลิคอปเตอร์ส่วนตัวของเควิน
“คงได้พบกันอีกนะครับ” คาร์โลกล่าวลาต่อหญิงสาวเป็นคนสุดท้าย โดยกุมมือเธอเอาไว้ ก่อนจะยกหลังมือของเธอจรดริมฝีปาก คิรากรทำหน้าไม่ถูก พอหันไปมองด้านหลังก็เห็นพ่อและแม่ของหนุ่มน้อยกำลังสายหน้าคล้ายระอาพฤติกรรมของลูกชาย
เควินได้ปืนลูกซองคลาสสิคเป็นของขวัญ พานท้ายเป็นไม้ขัดเงาสวย แกะลายที่กะโหลกอย่างงดงาม แถมสลักชื่อ เควิน ฟรานเชส ให้เสร็จ มองดูเหมาะจะเป็นของสะสมมากกว่าเอามาใช้จริง
อเล็กซ์เป็นคนขับ และฮอลิคอปเตอร์ออกจากคฤหาสน์ฟรองโก้ตอนห้าทุ่ม คิรากรหวังจะได้ชื่นชมทัศนียภาพยามค่ำคืนในมุมสูงของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงในการเดินทาง แต่กว่าจะถึงที่หมายคิรากรก็หลับไปแล้วด้วยพิษไข้ที่เพิ่งกำเริบ
 “ตัวร้อน” เควินเอ่ยขึ้นขณะสัมผัสผิวกายเพื่อปลุกคนที่นั่งหลับอยู่ข้าง ๆ เมื่อฮอลิคอปเตอร์จอดเรียบร้อยบนดาดฟ้าของโรงแรมพาราไดรซ์ เดอ โมนาโก
“แดเนียล พาไปพักที่ห้องก่อน ฉันจะเลยไปดูที่คาสิโน” เควินสั่งการก่อนจะไปที่คาสิโนซึ่งอยู่ไม่ห่างจากโรงแรมเพื่อจัดการกับปัญหาที่ได้ทราบเมื่อเย็นที่ผ่านมา โดยมีอเล็กซ์คอยติดตาม
“ไอ้พวกนี้มาอีกแล้วครับ” เควินได้รับการรายงานเมื่อได้มายืนมองที่มอนิเตอร์หลายสิบจอในห้องควบคุม กล้องพวกนี้ควบคุมด้วยโปรแกรมที่ช่วยจับผิดสีหน้าสำหรับนักเสี่ยงดวงที่มาพร้อมกลโกง และเควินชอบจัดการกับปัญหานี้ด้วยตนเอง
“ไปดึงตัวมาที่ห้องสอบสวน ฉันจะไปรอที่นั่น” เควินสั่งลูกน้องเสียงเรียบ ก่อนจะเดินไปยังห้องที่เขาพูดถึง บางคนเรียกที่นั่นว่า...ห้องทรมาน
เควินสวมสนับมือไว้พร้อม เขาคิดว่าการจัดการกับคนพวกนี้คล้ายการออกกำลังกาย
อเล็กซ์ไม่ได้มีหน้าที่ใดนอกจากการยืนมองและคอยเก็บซากเมื่อการสอบสวนสิ้นสุดลง เควินยืนยันกับทุกคนว่านี่เป็นแค่การสั่งสอน คนที่กล้ามาโกง ก็ต้องกล้าเจ็บตัว แม้กลโกงพวกนี้ไม่ได้ร้ายแรงถึงขั้นสร้างความล่มจมให้กับธุรกิจของเขา เควินก็ยังอยากให้มันเป็นตัวอย่างสำหรับพวกที่ชอบท้าทายระบบที่เขากำหนด และหากทราบว่าใครจงใจส่งคนพวกนี้มาเพื่อลองของ เขาก็พร้อมจะตามไปจัดการถึงที่ ให้ได้รู้ว่ากันไปว่าอย่ามาลองดี
เควินเสร็จธุระตอนเที่ยงคืน เขากลับไปยังห้องพักที่ชั้นบนสุดของโรงแรม อาบน้ำชำระเหงื่อที่ติดตัวมาหลังการสอบสวน ก่อนจะเข้าไปหาคีร่าที่นอนคอยเขาอยู่แล้ว
.................
 
โปรดติดตามตอนต่อไป!!
 
ปิดท้ายไว้เหมือนจะมีอะไรต่อ ต้องรอดูในบทต่อไปนะคะ ว่าจะมีอะไรจริงรึเปล่า
ขอโทษที่ไม่ได้มาอัพที่แจ่มใสนานมากกกกก คือมันเกิดปัญหาตรงที่ฝนเข้าแจ่มใสไม่ได้เลย แต่พอพยายามนานมากกว่าจะสำเร็จในวันนี้ แต่ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝนไปอัพที่เด็กดีอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นวันนี้เลยมาอัพพร้อมกันหลายตอนเลย จะได้ทันกับเว็บเด็กดี
หวังว่าคงมีความสุขกับการอ่านนะคะ
-พรรษ :รักคนอ่าน -
 

 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 279 ท่าน