Guest   
 
Username:
Password:




 


  
 



 
อ่านเรื่อง
Dreamer
วันใส
HEY GUY εїз 18
2
14/08/2554 18:11:27
1243
เนื้อเรื่อง
            วันนี้เป็นวันที่อากาศแจ่มใสที่สุดในรอบสัปดาห์ แต่ทำไมหัวใจของฉันมันยังไม่แจ่มใสขึ้นเลย ฉันนั่งทอดสายตามองผืนน้ำเบื้องหน้าโดยมีโชกุนนั่งอยู่ข้างๆ ฉันอย่างเงียบๆ

            โชกุนขออาสาพาฉันออกมานอกบ้านในวันหยุดและตอนนี้เราก็อยู่ที่สวนสาธารณะซึ่งเป็นสถานที่ร่มรื่นในเมืองใหญ่แห่งนี้

            “สบายใจขึ้นยัง?”โชกุนทำลายความเงียบที่ปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณนับชั่วโมงลง

            “…”ฉันหันไปมองหน้าโชกุนแล้วส่ายหัวไปมาเป็นคำตอบแทนที่จะพูดอะไรออกไป

            “อยากได้กำลังใจจากฉันไหม?”โชกุนพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มซึ่งมันขัดกับหัวใจของฉันในตอนนี้มาก

            “อยากได้สิ แล้วนายจะให้ฉันยังไงล่ะ?”ฉันฝืนยิ้มให้โชกุนน้อยๆ ก่อนจะเกี่ยวผมที่ปลิวไปตามลมไว้ที่หลังหู

            “ลุกขึ้นสิ”พูดจบโชกุนก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและยื่นมือมาตรงหน้าฉัน ฉันก็ได้แต่ยื่นมือไปจับมือของโชกุนแต่ทันใดนั้นเองโชกุนก็ฉุดฉันให้ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วแล้วรับฉันไว้ด้วยอ้อมกอดของเขา

            “เอาอีกแล้วนะ”ฉันพูดพลางขยับตัวไปมาในอ้อมกอดของเขา

            “หลับตาลงสิ แล้วเธอจะรู้สึกดีขึ้น”ฉันเลิกที่จะขยับไปมาก่อนจะลองหลับตาลงตามที่โชกุนพูดแล้วทิ้งน้ำหนักทั้งหมดไว้ที่หน้าอกของเขา

            “เธอมีปัญหามากมายเหลือเกิน มากมายจนฉันกลัวว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอจะรับไม่ไหว แต่เธอก็สามารถแบกรับปัญหาอันหนักอึ้งทั้งหมดไว้ได้ ถ้าเธอจะแบ่งความทุกข์มาให้ฉันบ้างก็ได้นะ เพราะทุกวันนี้ที่ฉันเห็นเธอเจ็บปวดฉันก็เจ็บปวดตรงหัวใจไม่แพ้กัน”โชกุนพูดด้วยน้ำเสียงเนิบๆ ที่ข้างหูฉัน คำพูดของเขาทำให้ฉันสะดุ้งตัวน้อยๆ แล้วลืมตาขึ้น ฉันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองหน้าของโชกุนแต่ทว่าฉันกลับพบผู้ชายอีกคนยืนอยู่ข้างหลังโชกุนแล้วมองมาที่ฉันด้วยสายตาเย็นชา

            “เป็นอะไรข้าวฟ่าง ทำไมตัวเธอถึงสั่นแบบนี้?”โชกุนเขย่าตัวฉันเบาๆ สองสามที ก่อนจะถอนกอดแล้วมองหน้าฉัน โชกุนขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัยแล้วหันไปมองด้านหลังตามสายตาฉัน

            “ขอโทษนะที่มาขัดจังหวะ”เสียงเนิบๆ แต่แฝงไปด้วยความเย็นชาดังขึ้น เสียงนี้ออกมาจากปากของผู้ชายที่ไม่เคยพูดเย็นชากับฉันมาก่อนเลย ถ้าเขาเป็นคนที่ฉันไม่แคร์ฉันคงไม่ใส่ใจอะไรมากนัก แต่เขาเป็นผู้ชายที่ฉันรักหมดใจมันเลยทำให้ฉันกระตุกอยู่ไม่น้อย

            “มีอะไร?”โชกุนถามกลับไปอย่างห้วนๆ

            “ขอคุยกับข้าวฟ่างสองคนได้ไหม? นายคงไม่ว่าอะไรหรอกนะ”ดอลลาร์ทำสีหน้ากวนๆ มันยิ่งทำให้สายตาของโชกุนดูไม่เป็นมิตรตามไปด้วย และดูเหมือนว่าโชกุนจะเข้าจู่โจมดอลลาร์แต่ฉันก็สามารถคว้าแขนเขาไว้ได้ทัน

            “โชกุน ขอเวลาหน่อยนะ”ฉันยิ้มเจื่อนๆ ให้โชกุน โชกุนมีสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่เขาก็ยิ้มบางๆ ให้ฉันแล้วพยักหน้าขึ้นลงน้อยๆ อย่างเข้าใจ

            “มีอะไรก็เรียกฉันเลยนะ”

            “อื้ม”สิ้นคำตอบของฉัน โชกุนก็เดินออกไปจากบริเวณนั้นประมาณร้อยเมตรแต่สายตาของโชกุนยังคงจับจ้องมาที่ฉันตลอดเวลา

            “มีอะไร?”ฉันกอดอกแน่นพลางเสมองไปทางอื่นเพื่อเลี่ยงการสบตากับดอลลาร์โดยตรง

            “นี่มันของเธอใช่ไหม?”ฉันหันไปมองของในมือของเขาก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อพบกับผ้าพันคอที่ฉันถักให้เขาในวันเกิด สมองของฉันมันอื้ออึงไปหมดจนคิดคำพูดออกมาไม่ทัน

            “จริงๆ ด้วย มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”ดอลลาร์เลิกคิ้วข้างขวาขึ้นสูงอย่างสงสัย

            “ก็… ก็ ฉัน… ฉันถัก…”ฉันพูดตะกุกตะกัก

            “ขอบคุณนะ ฉันชอบมันมากเลย”ดอลลาร์คลี่ยิ้มบางๆ มาให้ฉัน รอยยิ้มนั้นของเขามันทำให้น้ำตาของฉันมันไหลออกมาดื้อๆ มันเป็นสิ่งที่ฉันโหยหาจากเขา แค่คำพูดดีๆ หรือเพียงรอยยิ้มที่ดูอบอุ่น

            ฉันรีบปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มอย่างรวดเร็ว… เพื่อปกปิดความอ่อนแอที่ฉันเก็บงำมานาน

            “อื้ม มันเป็นของฉัน…”ฉันก้มหน้าก่อนจะพูดออกไปพลางปาดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่มีสาเหตุครั้งแล้วครั้งเล่า

            “ขอบคุณนะ ไม่เห็นต้องร้องไห้เลย” ดอลลาร์ช้อนคางฉันให้ตาของเราสบกัน เขาค่อยๆ เลื่อนมือมาหมายจะเช็ดน้ำตาให้ฉัน อีกแค่นิดเดียวนิ้วเรียวยาวของเขาก็จะสัมผัสกับหยดน้ำตาของผู้พ่ายแพ้อย่างฉันแล้วแต่ทว่า…

            กริ๊งงงงง กริ๊งงงงงง!

            เสียงโทรศัพท์ของดอลลาร์ดังขึ้นมาทำให้มือเขาต้องหยุดชะงักลงเพียงเท่านั้น

            จิ๊!

            ดอลลาร์ทำเสียงไม่พอใจออกมาน้อยๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วนำมาแนบหู

            ไม่มีคำพูดใดๆ ออกมาจากปากของเขา เขาเหมือนเป็นผู้ฟังมากกว่าไม่นานนักดอลลาร์ก็เก็บโทรศัพท์ไว้ที่กระเป๋ากางเกงดังเดิม

            เขาหลับตาลงชั่วครู่ก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้งแต่ทว่าสายตาของเขาตอนนี้มันช่างอวดดีและร้ายกาจเหลือเกินจนฉันกลัวจับขั้วหัวใจ ดอลลาร์คนที่ฉันเกลียดที่สุดกลับมาอีกแล้ว

            “หมดเวลาแล้วสินะ เอาขยะของเธอคืนไป”ดอลลาร์โยนผ้าพันคอไหมพรมใส่หน้าฉันก่อนที่เขาจะกระตุกยิ้มที่มุมปากน้อยๆ อย่างสะใจ

            “หยุดเดี๋ยวนี้นะ นายเป็นอะไรไป ฮึก… นี่ไม่ใช่ดอลลาร์ที่ฉันเคยรู้จักใช่ไหม?”ฉันก้มลงคว้าผ้าพันคอที่ตกอยู่ตรงพื้นอย่างรวดเร็วก่อนจะห้ามดอลลาร์ให้หยุดเดินลงเมื่อเขากำลังจะเดินจากไป

            “ฉันจะเป็นอะไรก็ช่าง แต่สิ่งเดียวที่ฉันอยากจะให้เธอรู้ไว้คือเธอเป็นผู้หญิงที่น่ารังเกียจและฉันก็เกลียดเธอที่สุดด้วย”ดอลลาร์พูดแต่ละคำออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

            “ทำไม ฮึก… ทำไมนายต้องเกลียดฉันด้วย”

            “เพราะเธอน่ารังเกียจ”ทันทีที่พูดจบดอลลาร์ก็เดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ แต่ทว่าโชกุนที่ยืนสังเกตุการณ์ก็วิ่งเข้ามาแล้วต่อยเข้าไปที่หน้าของดอลลาร์อย่างจัง น่าแปลกที่ดอลลาร์ไม่แม้แต่จะหลบหรือโต้ตอบกลับไป เขายังคงยืนอยู่นิ่งๆ ให้โชกุนอัดหมัดเข้าไปที่หน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            ขาของฉันมันอ่อนแรงเกินกว่าจะรองรับน้ำหนักไว้ได้จึงทำให้ตัวฉันเอนแล้วล้มไปนั่งกับพื้น

            ฉันอยากหายไปจากโลกนี้ แล้วไม่ต้องพบเจอกับผู้ชายที่เหมือนปีศาจคนนี้อีก!

 
Dollar

            ผมชื่อดอลลาร์หรือจะเรียกผมว่าคิงของทริปเปิลเอ็มแห่งนี้ก็ได้ สาเหตุที่ใครหลายๆ คนเรียกผมว่าคิงก็เป็นเพราะหน้าตาอันหล่อเหลาของผมที่มันดูดีไม่เป็นรองใครหน้าไหนและหาคนมาเปรียบได้ยาก ยิ่งพูดจะยิ่งหาว่าผมหลงตัวเอง ถ้าคุณได้มาเห็นสายตาของผู้หญิงแต่ละคนที่จับจ้องมาที่ผมคุณต้องตกใจแน่เพราะไม่ว่าผมจะเดินไปหนแห่งใดต้องมีสายตาของสาวๆ มองตามตลอด จะทำยังไงได้ก็เพราะผมมันหน้าตาดี คุณคิดว่าผมภูมิใจในความหน้าตาดีของตัวเองอย่างนั้นหรอ คิดผิดถนัด!! ผมไม่ได้หลงใหลหรือชอบในความหล่อของตัวเองเลยแม้แต่น้อย

            ผมแค่อยากหารักแท้จริงๆ หาผู้หญิงที่จริงใจกับผมสักคนและผู้หญิงคนนั้นต้องไม่รักผมเพราะผมหล่อ หากจะให้ผมจมูกแบน หน้าบาน ปากหนา ไม่มีผู้หญิงสักคนแล แต่ผมมีรักแท้ผมก็ยอม...

            ทุกวันนี้เหมือนผมจะเจอผู้หญิงคนที่ผมคิดว่าใช่ ที่ไม่ได้เข้ามาหาผมเพราะเห็นว่าผมหล่อ ทุกอย่างดูจะลงตัวไปซะหมดแต่มันติดที่ว่า... เธอไม่ได้มีใจให้ผม

            “นี่!!!”ผมทิ้งตัวนั่งลงข้างผู้หญิงคนนั้นเมื่อเห็นว่าเธอนั่งอยู่คนเดียวบนม้านั่งหินพลางจ้องผมเล่นบาสอยู่นานสองนานแล้ว

            “อ้าว! ดอลลาร์”เธอสะดุ้งตัวน้อยๆ เมื่อเห็นว่าผมมานั่งข้างๆ เธอค่อยๆ ขยับห่างเว้นระยะระหว่างเราเล็กน้อย นี่แหละคือสิ่งที่เธอต่างจากผู้หญิงคนอื่นโดยสิ้นเชิงถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นคงทำท่ากรี๊ดกร๊าดหรือดีไม่ดีอาจจะกระโดดขึ้นมานั่งตักผมแล้วก็เป็นได้

            “วันนี้ไม่รีบกลับบ้านหรอ?”ผมยิงคำถามชวนเธอคุย

            “อื้ม วันนี้ป๊ากับเฮียฉันไม่อยู่บ้านเลยกลับเย็นได้”เธอพูดโดยไม่ยอมสบตาผม เธอใช้ปลายรองเท้าของเธอเขี่ยดินตรงพื้นไปเรื่อยๆ

            “กลับบ้านดีๆ ระวังตัวด้วยล่ะ”ผมเสมองไปทางอื่นพลางพูดประโยคนี้ออกมาเพื่อปกปิดใบหน้าที่ตอนนี้ผมคาดว่ามันคงแดงน้อยๆ เพราะความเขิน

            “อื้ม”

            “อยากหาใครสักคนไปรับไปส่งที่บ้านทุกวันไหม?”ผมแอบยิงคำถามชวนคิดไปให้เธอ ถ้าเธอคิดสักหน่อยเธอคงจะรู้นะว่าผมสิ่งที่ผมพูดมันมีความหมายแฝง

            “ไม่อยาก ฉันไปกลับเองได้ไม่เห็นต้องให้ใครไปรับไปส่งเลย อ้าว! โชกุนทางนี้”ผมโดนปฏิเสธอย่างนั้นหรอ ตลกชะมัด คิงผู้ที่มีแต่ผู้หญิงเสนอตัวอย่างผมโดนปฏิเสธ

            ผู้ชายที่เธอเรียกเมื่อครู่ดินปนวิ่งเข้ามาทางนี้พลางส่งยิ้มอันอบอุ่นมาให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ ข้างๆ ผม บางทีผมก็อยากยิ้มอบอุ่นแบบนี้ให้กับเธอแต่ผมกลัวเหลือเกิน กลัวว่าเธอจะรู้ว่าผมคิดยังไงแล้วเธอจะจากผมไป

            “ข้าวฟ่าง รอนานไหม?”โชกุนถามก่อนจะหยิบกระเป๋าเป้ของข้าวฟ่างขึ้นมาสะพาย

            “ไม่หรอก”เธอยิ้มหวานพลางส่ายหัวไปมา อ่า… ทำไมอยู่ดีๆ ผมถึงรู้สึกอยากเอากำปั้นอัดหน้าหมอนี่จังเลยนะ ดูสิส่งยิ้มให้กันไปมาด้วย

            ทำไมผมต้องคิดมากด้วย มันไม่เห็นจะแปลกเลยเพราะหัวใจของเธอไม่ได้อยู่ที่ผมแต่อยู่ที่ไอ่หมอนี่

            “เสาร์นี้ไปเดตกัน?”อยู่ดีๆ ไอ่เจ้าบ้านี่ก็พูดขึ้นมาทำให้ข้าวฟ่างเบิกตาโตเล็กน้อยด้วยความตกใจ

            “ตลกหน่า กลับบ้านกันเถอะวันนี้การบ้านเยอะด้วย”เธอตัดบทสนทนาก่อนจะบอกลาผมแล้วเดินไปพร้อมกับไอ่หน้าหล่อโชกุนนั่น ผมอิจฉามันจัง
 

            ความรักคืออะไร ผมไม่เคยสัมผัสมันเลยสักครั้ง รอบตัวของผมในตอนนี้มันมีแต่ความใคร่และความสุขชั่ววูบที่ผมนำมาปรนเปรอชีวิตของตัวเองแต่ผมไม่เคยเจอเลยกับใครที่เหมือนเธอคนนี้
แต่ทว่าภาพของเธอที่อยู่กับผู้ชายคนนั้นมันแทบจะทำให้ผมเป็นบ้าและที่ยิ่งแย่ไปกว่านั้นคือพวกเขากำลังจูบกัน...

            ผมสะกดรอยตามไอ่คนไม่น่าไว้วางใจที่ชื่อโชกุนนี้ตั้งแต่ตอนเช้าวันเสาร์ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงผมแหกขี้ตาตื่นแต่เช้าได้ทั้งๆ ที่วันนี้มันเป็นวันหยุดและผมก็ไม่เคยตื่นเช้าขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ผมตามมันมาเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้ที่ทั้งสองคนนั่งดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยกันแล้วลงเอยตรงที่ทั้งสองจูบกัน

            ความรู้สึกของผมในตอนนี้มันเจ็บจี๊ดขึ้นมาดื้อๆ หรือผมจะชอบผู้หญิงที่ชื่อข้าวฟ่างเข้าแล้วจริงๆ ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกของผมในตอนนี้มันหมายความว่าอะไรแต่ผมรู้สึกทั้งโกรธและอิจฉาผู้ชายคนนั้นเหลือเกิน นอกจากนั้นแล้วผมยังร็สึกฉุนข้าวฟ่างที่ไม่รู้จักปฏิเสธ ให้ตายเถอะ ในเรื่องนี้ผมคือตัวอิจฉาใช่ไหมเนี่ย?

            หลังจากวันที่ผมเห็นภาพบาดตาบาดใจนั้นแล้วผมต้องวางตัวระหว่างเธอให้เป็นปกติที่สุด เฮ้อ!! มันยากกว่าที่ผมคิดไว้แฮะ

            หลังจากนั้นมันมีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมต้องข่มอารมณ์โกรธเอาไว้หลายต่อหลายรอบ โดยเฉพาะเมื่อมีไอ่หน้าเด็กจองฮวาที่เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจากเกาหลีเข้ามาในชีวิตของข้าวฟ่าง

            เข้ามาป้วนเปี้ยนธรรมดามันไม่เท่าไหร่หรอกแต่มันแย่ตรงที่ว่ามีคนมาบอกผมว่าไอ่จองฮวามันสารภาพรักกับข้าวฟ่างแล้ว พอผมร็ผมแทบอยากจะวิ่งเข้าไปเตะไอ่จองฮวาให้กระเด็นกลับบ้านเกิดมันที่เกาหลีเลย

            ยิ่งไปกว่านั้นแล้วเพราะไอ่จองฮวามันเป็นต้นเหตุทำให้ผมทะเลาะกับข้าวฟ่างอย่างรุนแรงถึงขั้นที่ว่าข้าวฟ่างต้องย้ายโรงเรียน ผมรู้ข่าวนี้มาจากไอ่ภีมทันทีที่ผมรู้ผมอยากจะชกหน้าตัวเองให้หายบ้าเลย ผมทำอะไรลงไป?

            “แน่ใจนะว่าไม่สนใจข้าวฟ่างจริงๆ ฉันไปสืบมาให้แล้วนะเว้ยว่าข้าวฟ่างย้ายไปโรงเรียนไหน”ภีมพูดประโยคนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกเป็นรอบที่ล้านหลังจากที่ข้าวฟ่างจากไปแล้วราวๆ หนึ่งเดือนได้

            “แน่ใจ!!”ผมตอบกลับไปด้วยระดับเสียงที่ดังพอสมควรบางทีมันจะเป็นสิ่งที่ตอกย้ำกับภีมได้ว่าผมไม่ได้สนใจอะไรข้าวฟ่าง แต่มันเป็นสิ่งที่ผมสร้างขึ้นมาเพื่อปกปิดความอ่อนแอของตัวเองเพียงเท่านั้น

            “เออๆ เรื่องของแกเหอะ ฉันวางไว้ตรงนี้แล้วกัน” ภีมมันวางกระดาษแผ่นเล็กไว้ตรงหน้าผมแล้วเดินออกจาห้องไป ทันทีที่ประตูปิดลงผมรับคว้าประดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดูทันที

            การกระทำของผมมันมักจะเร็วกว่าการประมวลผมจากสมองเสมอ ผมรีบวิ่งออกจากโรงเรียนทันทีเมื่อรู้ว่าเธออยู่ไหน

            สิ่งที่ผมคิดไว้ในใจตอนนี้คือวิ่งไปหาเธอแล้วคุกเข่าต่อหน้าก่อนจะพูดว่า “ฉันขอโทษ”มันเป็นสิ่งที่ผมอยากทำมากตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา

            “เจอแล้ว”ผมคลี่ยิ้มออกมาครั้งแรกในรอบหนึ่งเดือนทันทีที่เห็นเธอเดินออกมาจากโรงเรียน

            ผมไม่รอช้าวิ่งเข้าไปให้เธอในทันทีแต่ท่วาเท้าของผมมันต้องสะดุดไว้เพียงเท่านั้น...

            เมื่อโชกุนวิ่งเข้าไปสวมกอดเธอจากด้านหลัง...

            “หึ!”ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ ให้กับความโง่และความงี่เง่าของตัวเอง

            ผมมาช้าไปสินะ...



รีดเดอร์~ นิยายมันเน่าไปหมดแล้วอ้ะ TT คือตอนมันสลับกันไปมั่วหมดเลยถ้าจะให้มันเหมือนเดิมคงจะต้องลงใหม่หมด ไรท์เตอร์เลยคิดว่าปล่อยแบบนี้ไปก่อนเพราะอีกไม่กี่ตอนก็จะจบแล้ว...

ตอนนี้ไรท์เตอร์ขอยังไม่ตอบคอมเม้นนะคะ รีดเดอร์คงไม่โกรธกัน

ตอนนี้รีดเดอร์ก็คงจะพอเดาออกแล้วว่าใครจะเป็นพระเอก ฮ่าๆ ไรท์เตอร์สัญญาค่ะว่าจะพยายามแต่งภาคต่อของเรื่องนี้ซึ่งแน่นอนว่าตัวหลักต้องเป็นอีกคนที่ผิดหวัง

ROCKET C.

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
    มีปัญหาทางเว็บ ติดต่อ [email protected] จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 276 ท่าน

Line PM