Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
ดนตรี..ความรัก..คำสัญญา
Sassy Pamela
บทที่ 1
1
12/08/2554 21:57:38
685
เนื้อเรื่อง
บทที่ 1

โรงเรียนเซนต์ เทเรซ่า

    วันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนวันแรกในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายปีแรกของฉัน และเพื่อนๆในกลุ่มซึ่ง

มี ฉัน จินนี่ และ ดาด้า เลื่อนชั้นมาจากระดับชั้นมัธยมต้นของโรงเรียนเซนต์ เทเรซ่าแห่งนี้

    ฉันมาถึงโรงเรียนแต่เช้า ซึ่งทำเป็นประจำตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นปีสอง สาเหตุที่ฉันมาแต่เช้าพวก

เพื่อนๆต่างพากันรู้ดี ฉันแอบหลงรักรุ่นพี่คนหนึ่งเข้า และการมาโรงเรียนแต่เช้าก็ทำให้ได้เจอหน้ารุ่นพี่ที่ต้องมา

ซ้อมดนตรีก่อนเคารพธงชาติเช่นกัน

    วันนี้เป็นวันเลือกชมรม ซึ่งทางโรงเรียนดันมีกฎที่แปลกคือ เมื่อเลือกชมรมแล้วจะต้องอยู่ชมรมนั้นไป

จนกว่าจะเรียนจบระดับชั้นมัธยมตอนต้น หรือ ตอนปลาย ห้ามออกหรือย้ายจากชมรมระหว่างที่ศึกษาอยู่

เด็ดขาด ฉันกับเพื่อนซึ่งอยู่ชมรมดนตรีไทยเลยจำต้องแอบมองรุ่นพี่ที่มักจะซ้อมใกล้ๆกันตลอดมา ฉันหมายมั่น

ปั้นมือเป็นอย่างยิ่งว่า จะต้องเข้าชมรมดนตรีสากลให้ได้!

    “อะไรกันนังอัส แกยังมาแต่เช้าเพื่อส่องพี่เค้าอยู่อีกเหรอยะ” เสียงดาด้าเพื่อนสาวแสนสวยของกลุ่มทัก

หลังจากหล่อนวางกระเป๋านักเรียนแล้วหย่อนก้นนั่งที่โต๊ะม้าหินโต๊ะประจำที่ฉันใช้เป็นที่แอบมองรุ่นพี่

    “แกก็เห็นอยู่ ว่าฉันทำอะไร ไม่น่าถาม” ฉันตอบด้วยความขัดใจ แต่สายตายังคงมองไปที่รุ่นพี่

    “เมื่อไหร่แกจะสารภาพรักกับพี่เค้าวะ ปีนี้พี่เค้าจะเรียนจบแล้วนะเว้ย” ดาด้าถามคำถามแทงใจดำฉัน

    “ฉันไม่กล้านี่หว่า” ฉันตอนเพื่อนไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

    “ถ้าแกไม่สารภาพรักกับพี่เค้านะ ฉันว่าแกไปชอบคนอื่นเหอะ มีคนอื่นชอบแกตั้งเยอะ” ดาด้าเอามือจิ้ม

หัวฉันเป็นการเตือนสติเล็กๆ

    ฉันชื่อ อัส คีตาภา กันยารัตน์ ฉันรักเสียงดนตรีค่ะ โดยเฉพาะการร้องเพลงเป็นสิ่งที่ฉันทั้งรักและชอบ

ที่สุดเลยค่ะ ฉันเลยเลือกเข้าชมรมดนตรีไทย วันนี้ฉันกำลังจะนอกใจดนตรีไทยไปสมัครเข้าชมรมดนตรีสากลที่พี่

ดอม ดุริยางค์ พี่มัธยมปลายปีสามห้องเอกไทย-สังคม ที่ฉันแอบปลื้มเป็นสมาชิกอยู่

    ใช่แล้วค่ะ ฉันแอบชอบพี่เค้ามาสองปีแล้ว และฉันไม่กล้าสารภาพความในใจ ก็พี่เขาออกจะป๊อปเป็นที่

หมายปองของสาวๆทั้งในโรงเรียนและต่างโรงเรียน แม้แต่พี่เดียร์ ดาวโรงเรียนคนสวยยังแอบปลื้ม แล้วฉันที่ไม่ใช่

สาวสวยจะไปสู้ไหวได้อย่างไร

    “โอ๊ย! คนจะเยอะไปไหนเนี่ย” จินนี่ หนอนหนังสือประจำกลุ่มเดินบ่นฟอดแฟดเข้ามาสมทบ

    “ก็นี่มันวันเปิดเรียนวันแรกไงนังจินนี่” ดาด้าตอบเพื่อนสาวที่เพิ่งหย่อนก้นนั่งตรงข้าม

    “เออ นี่นังอัส แกรู้ยัง ปีนี้ชมรมดนตรีสากลเค้ารับคนน้อยนะเว้ย เต็มปุ๊บปิดรับปั๊บเลยนะ”

    “ว้าย! แกรู้ได้ยังไงอ่ะ ถ้างั้นตอนเลือกชมรมต้องรีบมาจองคิวแล้วสิ” ฉันรีบวางแผนเตรียมการในหัวแต่

เนิ่นๆ

    “แกลืมไปแล้วเหรอ เจมี่น้องสาวฉัน มันอยู่ชมรมอะไร” จินนี่ขยับแว่นเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยความ

ภูมิใจ

    “แกรีบไปบอกยัยเจมี่เลย ว่าพวกเราจะสมัครเข้าชมรมดนตรีสากล ให้มันกันที่ให้พวกเราเลย” ฉันลุกขึ้น

ไปกอดเอวเพื่อนด้วยความดีใจ

    “เออ ฉันบอกมันแล้ว แต่ยังไงก็ต้องรีบเพราะได้ข่าวว่าปีนี้มิสศจีเป็นที่ปรึกษา กฎเหล็กนะแก” จินนี่ตอบ

ก่อนจะดันตัวฉันออก

 “นักเรียนทุกคนขอให้รีบเดินไปจัดแถวเพื่อเตรียมตัวเคารพธงชาติด้วยครับ”

    เสียงอาจารย์ฝ่ายพิธีการประกาศแจ้งเตือนนักเรียนหลังจากที่สัญญาณเรียกรวมแถวดังขึ้น พวกฉันพา

กันเดินไปยังแถว ฉันหันไปมองพี่ดอมที่กำลังเร่งน้องๆในวงให้จัดแถวตามตำแหน่งเครื่องดนตรีอีกครั้งหนึ่ง

    เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการหน้าเสาธง นักเรียนต่างพากันเดินแถวมุ่งหน้าเข้าสู่ห้องเรียนตามระดับชั้น กลุ่ม

นักเรียนระดับชั้นมัธยมต่างเดินแถวไปยังอาคารเรียนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเสาธง วันนี้ซึ่งเป็นวันเปิดภาคเรียนวัน

แรก นักเรียนบางส่วนเป็นเด็กเก่า และบางส่วนเป็นเด็กหน้าใหม่ ต่างพากันทำความรู้จักและจับจองที่นั่งในชั้น

เรียน ซึ่งฉันเลือกจับจองที่นั่งฝั่งหน้าต่างที่ติดกับทางเดินซึ่งสามารถมองข้ามไปยังห้องชมรมดนตรีสากลได้

    ขณะที่เพื่อนๆพากันทำความรู้จักซึ่งกันและกัน แต่สายตาของฉันยังคงไม่ละจากห้องชมรมดนตรีสากล

ซึ่งหลังเคารพธงชาติสมาชิกของชมรมที่ทำหน้าที่ในวงโยธวาทิตจะนำเครื่องดนตรีของแต่ละคนมาเก็บและทำ

ความสะอาดก่อนจะเข้าแถวและเดินแยกย้ายเข้าห้องเรียนของแต่ละคนอย่างเป็นระเบียบ แน่นอนว่าฉันเฝ้ามอง

คนๆนั้นอยู่

    “นี่เธอ ริมหน้าต่าง ครูเรียกไม่ได้ยินเหรอไง” เสียงหญิงสาวกลางคนปลุกให้ฉันหลุดออกจากภวังค์ด้วย

น้ำเสียงดุๆ

    “มะ มิสศจี” ฉันสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันมาเห็นว่าคนที่เรียกฉันคือ มิสศจี ครูที่ปรึกษาของชมรมดนตรี

สากล และจะเป็นครูที่ปรึกษาของห้องฉันไปจนกว่าจะเรียนจบอีกด้วย

    “ที่สนามฟุตบอลมันมีอะไรน่ามองเหรอ ครูเห็นเธอจ้องราวกับว่าเห็นไปถึงแกนโลก” มิสศจีเหน็บฉัน

ก่อนจะมองไปยังสนามกีฬาที่ขณะนี้เหล่านักเรียนวงโยธวาทิตซึ่งเรียนอยู่ระดับมัธยมกำลังเดินแถวเดินมายัง

อาคารเรียน

...งานกำลังจะเข้าคีตาภา!...ถ้ามิสจับได้ว่านั่งเหม่อมองผู้ชาย อับอายแน่ๆฉัน...

“ไปยืนกระต่ายขาเดียวข้างนอกจนกว่าครูจะสั่งให้หยุดเลย” มิสศจีหันมาสั่งฉันที่ยืนหน้าซีดด้วย

น้ำเสียงเฉียบขาด แล้วฉันก็ต้องย้ายตัวเองมายังทางเดินหน้าห้องเรียนเพื่อรับบทลงโทษตามคำสั่งทันที

    ...แล้วอย่างนี้ ฉันจะเข้าชมรมที่มิสดูแลได้เหรอนี่...โดนมิสเพ่งเล็งตั้งแต่เช้าเลยเรา...

    “เอ้านี่ เปลี่ยนใจแล้ว เอาสมุดกับปากกา ไปยืนเลคเชอร์ด้วย” มิสศจี หยิบสมุดโน้ตกับกระเป๋าเครื่อง

เขียนส่งมาให้ฉันที่กำลังจะยืนขาเดียวหน้าห้อง

    มิสศจีเริ่มเลคเชอร์เรื่อง Tense ทั้ง 12 แล้ว ฉันเริ่มจดบันทึกตาม พลางส่งสายตาโหดไปยังดาด้า ที่แอบ

หันมาแลบลิ้นใส่ฉัน หล่อนทำปากขมุบขมิบว่า สมน้ำหน้า

    ....ฝากไว้ก่อนเหอะย่ะ...

    ฉันชูกำปั้นให้หล่อน แล้วพูดแบบไม่ออกเสียง ก่อนจะได้ยินเสียงคนเดินมาเลยรีบสงบเสงี่ยมทันที

    “โดนทำโทษเหรอน้อง” เสียงทะเล้นของรุ่นพี่คนหนึ่งแซวฉัน

    “โอ๊ะ! มิสศจีซะด้วย โดนแต่วันแรก โชคดีแน่ๆน้องเอ๋ย” เสียงเพื่อนกลุ่มเดียวกันพูดเบาๆพอให้ฉันได้ยิน

คนเดียว เนื่องจากถ้าดังมากอาจโดนคนที่สั่งทำโทษฉันเล่นงานเอาได้

    ....O-O…. หน้าของฉันที่เงยขึ้นมาเห็นหน้าคนที่แซว

    “ทำไมทำหน้าเหมือนเห็นผีอย่างนั้นล่ะ” รุ่นพี่ที่เดินผ่านหน้าห้องไปแล้ว หยุดหันมาถามฉันเบาๆ

    (-_- )( -_-)(-_- )( -_-)...ไม่มีอะไรค่ะ...

    ฉันส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะปฏิเสธแบบไม่ออกเสียง ก็จะไม่ตกใจได้ยังไง นั่นมันพี่ดอมรุ่นพี่ที่ฉันแอบปลื้ม

เลยนะ

    พี่ดอมกับเพื่อนที่เดินมาด้วยกันยิ้มให้ฉัน ก่อนจะเดินไปยังห้องเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งอยู่สุดทางเดิน

ของอาคารเรียน

    กรี๊ดดดด...คาบแรกวันจันทร์..พี่ดอมเรียนวิทยาศาสตร์!...

    ฉันหันกลับมาสนใจมิสศจีที่กำลังสอนต่อไป จนกระทั่ง...

    “คีตาภา กลับมานั่งที่ได้ แล้วจำไว้ ครูไม่ชอบให้ใครเสียสมาธิในคาบครูนะจ๊ะ” มิสศจีเรียกฉันซึ่งยืนอยู่

นอกห้องเรียนให้กลับมานั่งที่เดิมได้ ก่อนจะสั่งการบ้านและเดินออกจากห้องเรียนไปก่อนหมดคาบเล็กน้อย

    “นังอัส! เมื่อกี้ ฉันเห็นนะ” ดาด้ารีบหันมาถามฉันถึงเหตุการณ์หน้าห้องเรียนทันที

    “อย่ามาพูดดีเลย ทำไมแกไม่บอกฉันว่ามิสมาแล้ว” ฉันทำท่างอนเพื่อนก่อนจะมองไปทางนอกห้อง

    “ฉันสะกิดแกตั้งแต่มิสเดินเข้ามาแล้วย่ะ” ดาด้าแย้ง ถึงว่า เหมือนมีใครมา

    การสนทนายุติลงแค่นั้น เมื่อครูผู้สอนวิชาถัดไปเดินเข้ามายังห้องเรียน และเริ่มให้นักเรียนในชั้นร่วมกัน

ทำกิจกรรมเพื่อทักทายและทำความรู้จักกัน

เวลาผ่านล่วงเลยไปถึงช่วงบ่ายซึ่งทางโรงเรียนจัดให้เป็นคาบเรียนกิจกรรมชมรมตลอดช่วงบ่าย และ

วันนี้นักเรียนเข้าใหม่จะต้องมีชมรมอยู่และทางโรงเรียนให้เวลาตลอดบ่ายในการหาชมรม

ฉันและเพื่อนๆต่างพากันเตรียมตัวจะไปจับจองพื้นที่สำหรับชมรมดนตรีสากล แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมี

คนเรียกพวกเราเอาไว้เสียก่อน

    “คนไหนชื่อคีตาภา! “ เสียงห้วนๆดังขึ้นด้านหลังของพวกเรา

“ฉันเองค่ะ” ฉันลุกขึ้น และหันไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงอันไม่เป็นมิตร

    “ครูกุ้งให้ไปหาที่ห้องชมรมดนตรีไทยด่วน! “ คนพูดมองคนตรงหน้าด้วยสายตาไม่พอใจ หลังจากแจ้ง

ข่าวเสร็จก็เดินหนีไปเสียดื้อๆ

    “พี่แกเป็นอะไรของเค้า” ดาด้ามองตามรุ่นพี่ที่เดินหายไปแล้วด้วยความแปลกใจ

    “เอายังไงดีแก” จินนี่หันมาถามฉันที่มีสีหน้าเครียด

    “ฉันจะรีบไปหาครูกุ้ง ส่วนพวกแกไปกรอกใบสมัครรอฉันก่อนละกัน” ฉันหันไปบอกเพื่อนๆ แล้วก็รีบ

เดินไปยังห้องชมรมดนตรีไทยซึ่งอยู่บริเวณอาคารหอพักหญิงหลังเก่าด้านหลังโรงอาหาร

    อาคารหอพักหญิงเก่า ได้ถูกดัดแปลงเป็นอาคารห้องซ้อมดนตรีไทย และห้องพักสำหรับนักเรียนใน

ชมรมยามที่ต้องอยู่ซ้อมเตรียมแข่งขัน และแบ่งห้องพักบางส่วนไว้สำหรับวงดนตรีสากลซึ่งมีห้องชมรมอยู่บน

อาคารเรียนแผนกประถม และที่นี่คือที่แรกที่ฉันได้พบกับพี่ดอม

    ฉันเคาะประตูห้องชมรมตามมารยาท เพื่อเป็นการส่งสัญญาณว่าฉันขออนุญาตเข้าไป ทันทีที่มีเสียง

ตอบรับจากคนข้างในฉันก็เดินเข้าไปทันที

    ครูกุ้งกำลังชี้แจ้งกฎของชมรมให้กับนักเรียนที่เข้ามาสมัครสมาชิกใหม่ ซึ่งกำลังกรอกใบสมัครชมรมไป

ด้วย บางคนกำลังนั่งคิดว่าตัวเองจะเล่นเครื่องดนตรีชนิดไหนดี เมื่อครูเห็นฉันก็พยักหน้าเป็นเชิงให้มาที่ด้านหน้า

ของห้อง ฉันไม่รอช้ารีบเดินไปหาครูเพื่อจัดการคุยธุระให้เสร็จจะได้รีบไปสมัครเข้าชมรมดนตรีสากล

    “นักเรียน นี่พี่อัส คีตาภา รองประธานชมรมดนตรีไทยของเราจ้ะ” ครูกุ้งแนะนำฉันต่อหน้าสมาชิกใหม่

ของชมรมดนตรีไทย

    ...อะไรนะ!!..รองประธานชมรม...ครูมัดมือชกนี่นา...

    “ครูคะ รองประธานชมรมอะไรกันคะ” ฉันกระซิบถามครูกุ้งที่ยืนยิ้มให้ฉันแบบมีเลศนัย

    “ครูได้ยินมาว่า เธอจะหนีไปชมรมอื่น ไม่ได้หรอกนะอัส เธอเป็นขิมมือหนึ่งของวง ครูไม่ยอมหรอก” ครู

กุ้งอธิบายเหตุผลที่ทำให้ฉันต้องอยู่ชมรมดนตรีไทย

    “แต่ครูคะ..”

    “ครูขอร้องนะอัส ชมรมเราต้องแข่งวงดนตรีครูหาขิมมือหนึ่งที่ความสามารถเหมือนเธอไม่ทันแน่ๆ”

    “เอ่อ...” ฉันยืนคิดด้วยความหนักใจ เห็นใจครูก็เห็นใจ อยากอยู่ใกล้รุ่นพี่ก็อยาก

    “ฝึกคนเก่าที่มีอยู่ไม่มีทางทันหรอกอัส ยิ่งเด็กใหม่ยิ่งไม่ต้องคาดหวังเลย ไม่ทันแน่ๆ” ครูกุ้งย้ำเหตุผล

หลักอีกครั้งเหมือนกลัวฉันจะใจแข็งไม่ยอมช่วย

    เอาไงดีอัส? ช่างเถอะ ยังไงก็อยู่โรงเรียนเดียวกับรุ่นพี่ ช่วยครูก่อนละกัน

“ตกลงค่ะ หนูจะอยู่ชมรมต่อ ไม่ไปไหนค่ะ” ฉันตอบตกลง สร้างรอยยิ้มให้กับครูที่ทำท่าราวกับยกภูเขา

ออกจากอกไปได้

    หลังจากที่ฉันตอบตกลงอยู่ชมรมเดิม ครูก็ให้ฉันแนะนำตัวและพูดคุยทักทายน้องๆสมาชิกใหม่ของ

ชมรม ก่อนจะแนะนำเทคนิคการเล่นดนตรีไทยแก่รุ่นน้อง หลังจากที่ฉันแนะนำตัวเสร็จ ฉันขอครูออกมาจัดการ

ธุระสำคัญที่ฝากให้ดาด้าและจินนี่จัดการให้ แล้วจะรีบกลับมาฝึกซ้อมกับวงดนตรีไทยต่อทันที

    ฉันเดินเชื่องช้ามายังตึกอาคารเรียนฝ่ายประถมซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องชมรมดนตรีสากล ด้วยภาระหน้าที่

อันหนักอึ้งทำให้ฉันต้องอยู่ชมรมดนตรีไทยเพื่อช่วยเหลือครูกุ้ง การตัดสินใจครั้งนี้นั่นหมายถึง ฉันต้องอยู่ชมรม

ดนตรีไทยต่อไปจนกว่าจะจบชั้นมัธยมปลาย

    ไม่เป็นไร...อย่างน้อยเราก็ยังได้เจอกันทุกๆคาบแรกของวันจันทร์...คิคิ..เมื่อนึกถึงคนร่างสูงแล้วฉันก็อด

ที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ฉันมาถึงหน้าห้องชมรมพบว่าจินนี่และดาด้ากำลังรอฉันอยู่ สองสาวรีบตรงเข้ามาหาฉัน

ทันที

    “ว่าไง ครูกุ้งเรียกแกไปทำไม”

    “ครูขอให้ฉันอยู่ชมรมต่อไป เพราะปีนี้ต้องแข่งวงดนตรี ครูฝึกคนใหม่ไม่ทัน”

    “อ้าว แล้วฉันยื่นใบสมัครชมรมดนตรีสากลให้แกไปแล้วนะเว้ย” จินนี่ท้วงขึ้นมา
นักเรียนอยู่ได้แค่ชมรมเดียว ห้ามอยู่หลายชมรม! กฎอีกข้อของโรงเรียน

    “ฉันจะไปขอใบสมัครคืน แกสองคนก็แล้วแต่นะ จะอยู่ชมรมนี้ก็ได้”

    “ไม่เอาอ่ะ ฉันจะอยู่กับแก” ดาด้าแสดงเจตนารมณ์ว่าจะอยู่ชมรมเดียวกับฉัน ซึ่งจินนี่ก็พยักหน้าเห็น

ด้วย

    “งั้นฉันจะไปขอใบสมัครของพวกเราคืนจากชมรมดนตรีสากลละกัน”

ฉันเดินไปยังโต๊ะรับสมัครที่มีรุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่งกำลังรวบรวมใบสมัครเพื่อนำไปส่งครูที่ปรึกษาของ

ชมรม

    “ปิดรับสมัครแล้วนะครับน้อง” รุ่นพี่ที่กำลังรวบรวมเอกสารเงยหน้าขึ้นมาบอกฉัน

    “พี่คะ พวกหนูสามคนขอใบสมัครคืนได้ไหมคะ” ฉันสบตารุ่นพี่ก่อนจะบอกความต้องการที่แท้จริง

    “อ้าว เปลี่ยนใจแล้วเหรอ พี่คงคืนให้ไม่ได้หรอกนะ เอาอย่างนี้เดี๋ยวพี่จะเขียนในใบสมัครว่ายกเลิก แต่พี่

ต้องเก็บเอกสารไปให้อาจารย์ทำสถิตินะครับ มาชื่ออะไรกันบ้าง”

    รุ่นพี่ถามชื่อของฉันและเพื่อนๆ ก่อนจะเขียนลงไปในที่ว่างของใบสมัครว่า ‘ยกเลิกการสมัคร’ ก่อนจะ

เก็บเอกสารลงกล่องเพื่อนำไปให้มิสศจี ครูที่ปรึกษาของชมรม

    ...ทำไมถึงมาขอใบสมัครคืนนะ...เธอคิดอะไรอยู่กันแน่?...

ใครคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ ยืนมองและคิดหาสาเหตุที่ทำให้นักเรียนสาวสามคนมาขอใบสมัครคืนทั้งๆ

ที่ยื่นไปเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 291 ท่าน