Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
คุณหนูสวยร้าย คุณชายเจ้าเสน่ห์
LadyZang
ตอนที่ 6
6
09/08/2554 23:59:25
698
เนื้อเรื่อง
คุณหนูสวยร้าย คุณชายเจ้าเสน่ห์
ตอนที่ 6
                ไม่ว่าณิรัชญาจะเดินไปทางไหน ก็มีแต่สายตาทุกคู่จับจ้องเธออย่างไม่วางตา ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั้งบริษัทอย่างรวดเร็วว่ามีหญิงสาวหน้าตาดีที่ใส่ชุดนักศึกษามายืนด่าลูกเจ้าของบริษัทอย่างไม่เกรงกลัว เสียงซุบซิบนินทาบ้างก็ว่ายัยเด็กเนี่ยจะต้องเคยนอนกับคุณฐิติกรแล้วพอเขาเลิกก็ตามาราวีถึงที่บริษัท บ้างก็ว่าผู้หญิงที่คุณฐิติกรเคยคบแล้วทิ้งไปคงแค้นเลยว่าจ้างเด็กสาวให้มาต่อว่าเขาโดยเฉพาะ(สงสัยว่ามีบริษัทรับจ้างด่าทั่วประเทศด้วยเหรอ) และอีกสารพัดต่างๆนานาที่พวกมนุษย์ทั้งหลายจะคิดได้ รุจิดารู้สึกอึดอัดกับสายตาทุกคู่ที่มองมาจนต้องสะกิดณิรัชญาที่ยืนรอลิฟท์อยู่อย่างไม่สนสายตาใคร
               
“เฮ้ย..แก ฉันว่ามันแปลกๆอ่ะ..มีแต่คนมองแกทั้งนั้นเลย”รุจิดากระซิบกระซาบพอให้ได้ยินสองคน ณิรัชญายักไหล่ไม่แคร์
               
“ก็เพราะฉันสวยไงล่ะด๋า ไม่เห็นแปลกที่จะมีคนมอง มันเป็นเรื่องธรรมดาฉันชินแล้วล่ะ” หล่อนยังคงยืนเชิดจนสาวๆแถวนั้นเริ่มชักจะหมั่นไส้กับท่าทางอวดดีของเธอเต็มทน
               
“เป็นแค่นักศึกษาฝึกงาน หัดทำตัวให้มันดีๆหน่อย เดี๋ยวจะไม่ผ่านเสียตั้งแต่วันแรก” เสียงที่ฟังดูคุ้นหูทำให้สองสาวต้องสะดุดแล้วหันไปหาที่มาของเจ้าของเสียง จะเป็นใครไปมิได้ นอกจากโสภิตาที่หล่อนกำลังเดินผ่าฝูงชนออกมาประจันหน้ากับสองสาวด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรอย่างเปิดเผย
               
“เธอมาทำอะไรที่นี่ โสภิตา” รุจิดาถามด้วยความสงสัย
               
“อะอ้าว..ไม่เห็นหรือจ๊ะ...นี่ชุดนักศึกษา ฉันใส่มาที่นี่ ก็คือฝึกงานที่นี่ยังไงล่ะจ๊ะ” หล่อนไม่พูดเปล่าพลางหมุนตัวโชว์ให้ทั้งสองคนเห็นเต็มสองลูกกะตา
               
“ไม่จริง...ฝึกงานได้แค่ที่ละสองคนเท่านั้น และที่นี่ฉันกับด๋าก็เลือกก่อนเธอด้วย นี่ไงจดหมายส่งตัวของทางมหาวิทยาลัยแล้วของเธอล่ะ มีหรือเปล่า” ณิรัชญายื่นให้โสภิตาดู แต่หล่อนก็หยิบจดหมายส่งตัวจากทางมหาวิทยาลัยขึ้นมาจากกระเป๋าสะพายของเธออีกใบเช่นกัน
               
“อันนั้นมันเก่าแล้ว อันนี้สิ อัพเดทล่าสุด เธอสองคนนั่นแหละ เอาไปดูซะ” รุจิดารีบคว้ามาดูอย่างไม่เชื่อสายตา ณิรัชญาเองก็อึ้งไปเหมือนกัน โสภิตาเห็นท่าทางสองคนแล้วอยากจะหัวร่อให้ฟันหักไปข้าง
               
“ทำไงดีล่ะฟ้า เราโดนปลดจากการฝึกงานที่นี่แล้วเหรอเนี่ย  แล้วถ้าเราไม่ได้ฝึกงานเราก็เรียนไม่จบล่ะสิ” หน้าเหยเกของ   รุจิดาทำให้โสภิตาที่กลั้นหัวเราะต้องระเบิดเสียงออกมาอย่างสะใจ
               
“สมน้ำหน้าพวกแก ที่จะเรียนไม่จบพร้อมเพื่อนๆ ....เฮ้อ...อย่างว่าล่ะนะ แข่งอะไรก็แข่งได้ แต่แข่งวาสนามันคงทำไม่ได้หรอกนะ” โสภิตาเดินเข้ามาหาณิรัชญา ตาต่อตาทั้งสองประสานกันราวกับมีไฟแปล๊บปล๊าบออกจากตาของคนทั้งสอง
               
“ฉันรู้ว่าแกเล่นสกปรก โสภิตา ไม่อย่างนั้น แกจะมายืนอยู่ตรงนี้ได้ยังไง”
               
“ฮึ...ฉันทำได้ทุกอย่าง ทีนี้รู้แล้วรึยังล่ะฟ้า...พอดีฉันไม่อยากให้พวกแกเรียนจบ ฉันก็ทำได้ เห็นมะ..ง่ายจะตาย”
               
พอดีลิฟท์มาโสภิตาเดินยิ้มร่าเข้าไปในลิฟท์ ก่อนจะทำท่าบ๊ายบายสองสาวด้วยรอยยิ้มสะใจแบบสุดๆ ทั้งรุจิดาและณิรัชญามองตามด้วยความแค้นแต่ก็ทำอะไรโสภิตาไม่ได้
               
“ฉันไม่เชื่อว่าอาจารย์จะปล่อยให้พวกเราเรียนไม่จบ เดี๋ยวฉันโทรถามอาจารย์ก่อนดีกว่า”

ณิรัชญาต่อสายถึงอาจารย์ที่ปรึกษา และก็ได้รับคำตอบว่าพอดีชั้นเราเหลือเศษหนึ่งคนที่ไม่มีคู่ ซึ่งก็คือโสภิตา เห็นโสภิตาบอกว่าอยากฝึกงานพร้อมกับพวกเธอสองคนก็เลยส่งตัวไปที่เดียวกัน และอาจารย์ยังบอกอีกว่าไม่ได้ปลดพวกเธอออกสักหน่อย หล่อนกับรุจิดาก็ยังคงฝึกงานที่เดิม
               
หลังวางสายจากอาจารย์ที่ปรึกษา ณิรัชญาเล่าเรื่องทั้งหมดให้รุจิดาฟัง จนรุจิดาออกอาการเดือดปุดๆที่โดนโสภิตาหลอกเข้าให้ ณิรัชญายิ้มเย็นบอกไม่เป็นไร ในเมื่อยัยโสภิตาประกาศศึกกับเธออย่างเป็นทางการขนาดนี้ล่ะก็ เห็นทีหล่อนคงจะเล่นงานยัยโสภิตาให้เต็มเหนี่ยวไปเลย
 
               
“เมื่อกี้ แกว่ายังไงนะเจ้าทิว ฉันขอฟังอีกครั้งนึงสิ ว่าหูฉันไม่ได้ฝาด” ฐาปนิกไม่อยากเชื่อในรูหูตัวเองว่าสิ่งที่เขาพยายามเคี่ยวเข็ญฐิติกรแทบตาย ที่ยังไงๆชายหนุ่มก็ไม่ยอมเข้ามาทำงานในบริษัทสักที แต่เพียงแค่เขาเจอณิรัชญาแค่วันเดียว แค่ผู้หญิงคนเดียวถึงกับทำให้เขายอมมาทำงานที่บริษัทได้
               
“ใช่แล้วล่ะฮะ...ผมขอเอาเป็นว่างานแรกของผมเริ่มจากสอนเด็กฝึกงานก่อนละกัน” ฐิติกรยิ้มเจ้าเล่ห์ ฐาปนิกเริ่มไม่ไว้ใจในรอยยิ้มนั่นว่ามันหมายถึงอะไร แต่เขาพอสันนิษฐานได้ว่าลูกชายของเขาคงอยากจะแก้เผ็ดณิรัชญาเป็นแน่
               
“ฉันไม่อนุมัติให้แกทำตำแหน่งนี้ เพราะตำแหน่งนี้ฉันได้มอบหมายงานให้แต่ละแผนกไปแล้ว แกน่ะเริ่มจากอ่านเอกสารเกี่ยวกับบริษัทซะก่อน ฉันอยากให้แกดูภาพรวมของงานทั้งหมดซึ่งต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งอาทิตย์ แล้วก็...” ฐาปนิกที่ทำท่าจะพูดต่อก็ต้องถูกเบรก เพราะฐิติกรค้านว่า สิ่งแรกที่เขาควรจะทำคือการปรับตัวให้เข้ากับสถานที่ แล้วก็พนักงานต่างหาก การจะเป็นผู้บริหารนอกจากจะรู้เรื่องของตัวเองแล้ว ต้องใส่ใจคนที่ทำงานให้เราด้วยว่าเขาคิดกันอย่างไร และเขามีศักยภาพพอที่จะทำงานให้เราได้หรือไม่ ฐาปนิกชักเริ่มคล้อยตามคำพูดของลูกชายจอมเจ้าเล่ห์
               
“ถ้ายังไงในช่วงสัปดาห์แรกผมขออาสาเป็นพี่เลี้ยงให้กับเด็กฝึกงานก่อนละกันนะฮะ...คุณพ่อ” ฐาปนิกพยักหน้าเป็นเชิงว่างั้นก็ตามใจ แต่เขามิวายกำชับฐิติกรว่าอย่ายุ่งกับเด็กที่ชื่อณิรัชญาให้มันมากนัก
               
“ผมไม่สนหรอกครับว่าเขาจะเป็นลูกเต้าเหล่าใคร แต่ถ้ามาอยู่ใต้ตึกบริษัทเดียวกันแล้ว ทุกคนมีสิทธิ์ตามแต่ละหน้าที่ของตนเอง เขาเป็นเด็กฝึกงาน ก็คือเด็กฝึกงาน ผมเป็นพี่เลี้ยงเขา ผมก็ทำตามหน้าที่ของผมไป คุณพ่อว่าผมพูดถูกไหมฮะ”
               
ฐาปนิกได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ แต่ก็เห็นว่าฐิติกรเองก็คงไม่ใจร้ายใจดำรังแกผู้หญิงตัวเล็กๆได้หรอก เสียงเลขาสาวของฐาปนิกเคาะประตูเรียก ฐาปนิกเชิญหล่อนเข้ามา ไพลินแจ้งว่าเด็กฝึกงานวันนี้มาแค่คนเดียว กำลังนั่งรออยู่ที่ห้องประชุมกลาง ฐาปนิกเอะใจว่าทางมหาวิทยาลัยส่งรายชื่อมาสองคนในตอนแรก แล้วเพิ่มมาอีกหนึ่งไม่ใช่หรือ
               
“แต่ดิฉันได้สอบถามกับทางน้องเขาแล้ว เขาบอกว่าไม่ทราบเหมือนกันค่ะว่าเพื่อนอีกสองคนหายไปไหน”
               
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมไปดูเอง” ฐิติกรพูดจบก็มุ่งหน้าตรงไปยังห้องประชุมกลางโดยทันที ไพลินทำหน้างง ฐาปนิกเรียกไพลินมาบอกว่าให้ช่วยดูแลฐิติกรอีกที เพราะตอนนี้เครื่องของชายหนุ่มคงร้อนได้ที่ อยากจะมาฝึกงานเหมือนพวกเด็กๆบ้างละมั้ง ฐาปนิกหัวเราะนิดๆ ส่วนไพลินได้แต่หัวเราะแหะๆว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร
 
               
ที่ทางเดินที่จะไปถึงห้องประชุมกลาง สองสาวเร่งฝีเท้าเพราะนี่มันก็เลยเวลามามากพอแล้ว ไหนจะเสียเวลาตอนเช้าที่ไปยืนด่าคนขับรถมารยาททราม แล้วไหนจะเจอคำเยาะเย้ยถากถางจากยัยโสภิตานั่นอีก ณิรัชญาเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นกว่าเดิม รุจิดารีบก้าวเท้าตามมาติดๆจนมาถึงที่หน้าประตูห้อง ณิรัชญาเบรกเอี๊ยดจนรุจิดาที่เดินตามหลังมาเบรกไม่ทันหน้าทิ่มชนหลังของเพื่อนสาวเต็มๆ รุจิดาบ่นพึมพำว่าจะหยุดก็ไม่บอก
               
“แกจะให้ฉันทะเล่อทะล่าเข้าไปในห้องเลยหรือไง ตอนนี้ฉันขอปรับสีหน้านิดนึง” รุจิดาค้อนขวับพลางคลำจมูกป้อยๆด้วยความเจ็บ ณิรัชญาหันมายิ้มฟันเรียงกันเป็นแผง หล่อนถามว่าดูดียัง รุจิดาพยักหน้าเออออไปตามนั้น ณิรัชญาเคาะประตูสองสามทีแล้วเปิดประตูเข้าไปเลย แต่หล่อนก็ต้องตะลึงกับภาพที่เห็น รุจิดาเองก็อ้าปากเหวอไปตามๆกัน ภาพที่เห็นเบื้องหน้าเหมือนภาพที่ชายหนุ่มกำลังจะก้มลงจูบหญิงสาวที่กำลังหลับตาพริ้ม  ฐิติกรหันมาเจอสองสาวก็แอบตกใจที่พวกหล่อนเข้ามาพรวดพราดแบบนี้ เขารีบกลับมายืนอยู่ที่เดิม ส่วนโสภิตาไม่ได้ยินเสียงประตูห้องที่เปิดออก หล่อนกำลังหลับตาพริ้มเร่งบอกให้ชายหนุ่มช่วยดูหน้าผากเธอให้ทีว่าแดงหรือเปล่า
               
“เร็วสิคะ พี่ทิว...โสเจ็บ...ไม่รู้หน้าผากแตกหรือเปล่า..ฮือ..ฮือ”
               
ณิรัชญาหมั่นไส้กับความตอแหลสะบัดช่อของโสภิตามากเหลือล้นจนทนไม่ไหว ไปหยิบแจกันบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยดอกไม้หลากสี หล่อนหยิบดอกไม้เหล่านั้นทิ้งลงบนโต๊ะ แล้วเตรียมหยิบแจกันใบเปล่าเตรียมฟาดหน้าผากของโสภิตาให้แตกจริงๆ โสภิตาลืมตามาพอดี เห็นแจกันสีขาวในมือณิรัชญากำลังจะฟาดลงมาที่หน้าผากของเธอ หล่อนตกใจสุดขีดร้องแหกปากลั่นห้องวิ่งหนีกระเจิง ณิรัชญาทำท่าจะตาม ส่วนรุจิดายืนละล้าละลังไม่รู้จะทำไงดี ฐิติกรคว้าข้อมือเรียวเล็กของหญิงสาวขึ้นมาพร้อมกับดุหล่อน
               
“หยุดบ้าได้แล้ว แม่ตัวแสบ” ณิรัชญาหันมาค้อนเขาวงใหญ่ ก่อนจะหันไปบอกกับชายหนุ่มว่าอย่ามายุ่ง
               
“พี่ไม่ยุ่งไม่ได้ เพราะพี่ต้องมาดูแลพวกน้องๆฝึกงาน ทุกสิ่งที่พวกเธอทำไปมีผลต่อการตัดสินใจของพี่ว่าจะให้พวกเธอผ่านหรือไม่ผ่าน” ณิรัชญาชะงักกึก โสภิตารีบวิ่งมาหลบหลังฐิติกร ส่วนรุจิดาร้องปรามเพื่อนสาวว่าพอเหอะ     
               
“แต่นายสมควรจะโดนไล่ออก ไม่ใช่มายืนปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่แถวนี้ ฉันจะบอกคุณลุงฐาปนิกว่านายยังมัวโอ้เอ้ไม่ยอมไปจากที่นี่เสียที แล้วยังมีหน้ามาอ้างว่าเป็นพี่เลี้ยงให้กับเด็กฝึกสอน คิดเหรอว่าฉันจะเชื่อ” ถึงแม้มือของณิรัชญาจะวางแจกันลง แต่ปากของหล่อนยังคงเถียงเขาฉอดๆๆอยู่ตามเดิม
               
“นี่หล่อน..ไม่รู้เหรอว่าพี่ทิวน่ะ เขาไม่ใช่คนขับรถนะ” โสภิตายื่นปากออกมาแย้ง ฐิติกรต้องรีบหันไปดุด้วยสายตาคมเข้ม เล่นเอาโสภิตาหัวหด หุบปากซะสนิทเพราะเขาบอกกับหล่อนว่าห้ามเปิดเผยว่าตัวจริงของเขาคือใคร โดยเขาอ้างว่าไม่อยากให้มีการใช้เส้นใช้สายให้ฝึกงานผ่านโดยใช้เขาเป็นเครื่องมือ รวมทั้งตัวของโสภิตาเองก็เหมือนกัน
               
“หมายความว่ายังไง แล้วหมอนี่เป็นใครกัน” หญิงสาวทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ แล้วเขาเป็นใครกันแน่
               
“ก็พี่ไม่ใช่คนขับรถ พี่เป็นแค่พี่เลี้ยงของเด็กฝึกงานที่นี่ไงล่ะ”
               
ณิรัชญาทำหน้าเชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง ส่วนรุจิดาเองกลัวจะไม่ผ่านการฝึกงาน หล่อนพยายามดึงมือเพื่อนสาวให้นั่งลง อย่าแสดงท่าวางอำนาจ ไม่อย่างนั้นพวกหล่อนสองคนคงได้จบไม่พร้อมเพื่อนๆในชั้นแน่ๆ
               
ฐิติกรสั่งให้ทุกคนนั่งลง โสภิตากับรุจิดานั่งลง เหลือแต่    ณิรัชญาที่ยังคงยืนอยู่ หล่อนแทบไม่อยากเชื่อว่าชายหนุ่มที่เธอมองว่าเขาเป็นแค่คนขับรถ ตอนนี้เขาจะมามีอำนาจเหนือกว่าหล่อน แถมยังออกคำสั่งกับหล่อนได้อีกต่างหาก ฐิติกรแกล้งกระแอมสั่งให้นั่งลงอีกครั้ง รุจิดารีบดึงมือฉุดให้ณิรัชญานั่ง ณิรัชญาจำต้องนั่งลงอย่างไม่เต็มใจก่อนจะสะบัดหน้าหันไปอีกทาง
               
“เอาล่ะ ในเมื่อทุกคนพร้อมแล้ว วันนี้พี่จะให้พวกเราแนะนำตัวเองกันก่อนว่าชื่ออะไร เป็นใครมาจากไหน เผื่อพี่ไม่รู้ในนี้อาจจะมีลูกหลานคนใหญ่คนโตก็เป็นได้” ฐิติกรพูดแขวะณิรัชญาที่นั่งหน้าบูดบึ้ง หล่อนเองก็รู้ว่าเขาพูดพาดพิงถึงหล่อน ณิรัชญาจึงเชิดหน้ากอดอกไม่มองแม้แต่หน้าคนพูด
               
ฐิติกรแอบลอบมองใบหน้าของหญิงสาวที่ง้ำแล้วง้ำอีกจนแอบยิ้มกับตัวเองที่แกล้งยั่วหล่อนได้สำเร็จ โสภิตายกมืออาสาขอแนะนำตัวเป็นคนแรก ฐิติกรผายมือเชิญ
               
“ชื่อโสภิตา อัครมหเดช เรียกสั้นๆว่า โส ก็ได้ค่ะ เป็นลูกสาวของคุณพ่อโสภาคย์กับคุณแม่จินดารัตน์ ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่สามค่ะ ที่บ้านทำกิจการทอผ้าส่งออกนอกประเทศค่ะ”
               
ฐิติกรพยักหน้าก่อนจะผายมือเชิญรุจิดาแนะนำตัวเป็นรายต่อไป รุจิดาส่งยิ้มให้เขาเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นยืนเพื่อแนะนำตัว

“ชื่อรุจิดา วัฒนสินไชย ชื่อเล่นชื่อ ด๋า ค่ะ เป็นลูกสาวของคุณพ่อมงคลกับคุณแม่พิมพา ตอนนี้ศึกษาอยู่ชั้นปีที่สาม คุณพ่อเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่บริษัทแห่งหนึ่ง คุณแม่ไม่ได้ทำงานค่ะ เป็นแม่บ้าน”

เมื่อสองคนแนะนำตัวเสร็จแล้ว ฐิติกรมองหน้าณิรัชญา เขาผายมือเป็นเชิงว่าถึงตาเธอแล้ว หญิงสาวค้อนเขาเสียตาแทบกลับก่อนจะลุกขึ้นยืน

“ฉันชื่อณิรัชญา มหศวัสตติ์ ชื่อเล่นชื่อ น้ำฟ้า อายุยี่สิบปี เป็นลูกสาวของคุณพ่อหิรัญกับคุณแม่มนัญญา ที่บ้านทำธุรกิจเครื่องประดับจิวเวอรี่”

“แหม...นามสกุลนี้ออกจะดัง เคยเห็นตามสื่อต่างๆออกเยอะแยะ เห็นมั้ย...พี่มีเซนส์ว่าในนี้จะต้องมีลูกหลานคนใหญ่คนโตรวมอยู่ด้วยแน่ๆ” ฐิติกรไม่วายหันไปแซวณิรัชญาต่อ ตอนนี้หน้าของณิรัชญาบึ้งตึงราวกับคนที่ถ่ายไม่ออกมาหลายวัน

“ของโสก็ดังนะคะพี่ทิว ไม่ใช่เฉพาะของยัยฟ้าสักหน่อย” โสภิตาหันไปยิ้มฉอเลาะกับชายหนุ่ม ฐิติกรได้แต่ยิ้มแหยๆ

“จะเข้าเรื่องได้หรือยังคะ ฉันมาฝึกงาน ไม่ใช่มาแนะนำตัวแล้วก็กลับบ้าน” ณิรัชญาหมั่นไส้เลยหันไปแขวะชายหนุ่มเข้าให้บ้าง โสภิตาค้อนแทนฐิติกรก่อนจะพูดลอยๆว่าอยากกลับก็กลับไปเลย

“เอาล่ะๆ...วันนี้ในช่วงเช้าพี่จะพาเดินดูแผนกต่างๆและก็จะอธิบายว่างานแต่ละส่วนเขาทำกันยังไงบ้าง ส่วนในช่วงบ่าย...”ชายหนุ่มทำท่าคิดว่าจะให้พวกสาวๆทำอะไรดี และเขาก็เกิดปิ๊งไอเดียประหลาดๆขึ้นมา“ช่วงบ่ายพี่จะให้พวกเราเล่นเกม” พอฐิติกรพูดจบ ทั้งสามสาวประสานเสียงขึ้นมาพร้อมกันว่า ‘เล่นเกม’ฐิติกรพยักหน้า

“ไร้สาระ” ณิรัชญาพูดกับตัวเอง แต่ก็ดังพอที่คนทั้งห้องจะได้ยิน

“มีสาระแน่นอนครับ แต่พี่ไม่บอกว่าเป็นเกมอะไร ให้น้องๆลุ้นกันเอาเองในช่วงบ่าย” ฐิติกรพูดจบก็เชิญทั้งสามคนให้เดินไปชมตามแผนกต่างๆด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย ห้ามคุยกันและห้ามส่งเสียงดังรบกวนการทำงานของพวกพี่ๆ โสภิตารีบกระดี๊กระด๊าไปเกาะแขนชายหนุ่ม ส่วนสองสาวคู่ซี้เดินตามหลังทำหน้าอย่างเอือมๆกับท่าทางของโสภิตาที่ท่าทางจะสดชื่นราวกับปลากระดี่ได้น้ำก็ไม่ปาน

              
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 209 ท่าน