Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
คุณหนูสวยร้าย คุณชายเจ้าเสน่ห์
LadyZang
ตอนที่ 3
3
07/08/2554 15:43:56
698
เนื้อเรื่อง
คุณหนูสวยร้าย คุณชายเจ้าเสน่ห์
ตอนที่ 3
                บรรยากาศที่กำลังตึงเครียด ทุกอย่างเหมือนขมวดเข้ากันเป็นเกลียวแน่นจนแกะไม่ออก โจ ยอง มองหน้าณิรัชญาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดสุดๆ นี่เขาถูกยัยโสภิตาใช้เป็นเครื่องมือทำร้ายคนอื่นหรือเนี่ย นังแม่มดอย่างหล่อนนี่มันใจดำอำมหิตยิ่งนัก ณิรัชญาหลังจากที่ก้มหน้านิ่งก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา น้ำตาหยาดใสๆไหลรินลงข้างอาบแก้มสีชมพูนวล พวกบรรดาคนที่มุงล้อมเริ่มฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง รุจิดาและพวกเพื่อนๆรีบวิ่งเบียดเข้ามาแทรกพวกนักข่าวเพื่อที่จะเข้ามาช่วยณิรัชญา แต่ก็ไม่สามารถฝ่าฝูงชนเข้ามาได้
               
ณิรัชญาเอื้อนเอ่ยถ้อยคำด้วยเสียงที่สั่นเครือ ว่าอย่างแรกหล่อนต้องขอโทษพี่ๆนักข่าวทุกคนที่ต้องมารับรู้ในเรื่องของเราสามคน คำว่า ‘สามคน’ทั้งโจ ยอง และพวกรุจิดาต่างตะลึงอึ้ง เพราะพวกเขารู้อยู่แก่ใจว่า มันไม่มีคำว่า ‘สามคน’มาตั้งแต่แรกแล้ว และนี่ณิรัชญากำลังจะทำอะไร
               
“คือ ฟ้า กับโจ ยอง คบกันมาก่อนหน้าที่โจ ยองจะมาคบกับโสอีกค่ะ”
               
ทุกคนยืนตะลึงราวกับถูกฟ้าผ่า ฐิติกรมองหน้าณิรัชญาแบบไม่อยากเชื่อว่าเรื่องราวจะกลับตาลปัตรได้ถึงเพียงนี้ ส่วน      โจ ยองเองอดที่จะชมเธอในใจไม่ได้ว่า หล่อนเอาตัวรอดได้ดีมาก พวกรุจิดาต่างส่งยิ้มให้กันด้วยความดีใจ
               
“ฟ้าเอง เลิกกับโจ ยองไปตั้งนานแล้ว เรายังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันค่ะ ไม่ได้มีอะไรเกินเลยกว่านั้น แล้วฟ้าก็เพิ่งรู้ว่าตอนนี้เขาสองคนคบกัน” หล่อนหยุดไปนิดนึง ตอนนี้ทุกคนนิ่งเงียบราวกับจะหยุดหายใจ เสียงสั่นเครือยังคงดำเนินการพูดต่อ

“แล้วฟ้าผิดเหรอคะที่วันนี้ ฟ้าเจอกับโจ ยอง แล้วทักทายกันตามประสาคนเคยรู้จัก ในฐานะ..เพื่อน..ฟ้าผิดเหรอคะ” หล่อนเน้นคำว่า’เพื่อน’จนนักข่าวและบรรดาช่างภาพมองหน้ากัน แล้วก็ซุบซิบกันว่ามันก็ไม่ผิดนี่น่า

“แสดงว่าน้องโส เข้าใจน้องฟ้ากับคุณโจ ยอง ผิดไปเองใช่ไหมคะ”เหยี่ยวข่าวสาวแทรกถามขึ้นมา ณิรัชญาพยักหน้าช้าๆ

“ค่ะ/ครับ” เสียงของณิรัชญาพูดพร้อมกันกับโจ ยอง

จากนั้นทุกคนได้แต่อื้ออึงถึงความหึงไม่เข้าท่าของโสภิตา ทุกคนพูดถึงแต่ความร้ายกาจ ความขี้วีนของเธอ ชอบดูถูกคนอื่น และพูดต่อๆกันจนเป็นที่สนุกปาก ส่วนเจ้าตัวที่กำลังถูกพูดถึงไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ด้านนอกมันได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าเสียแล้ว หมากที่เธอได้วางไว้โดนณิรัชญาล้มทั้งกระดานและพังอย่างไม่เป็นท่า

โสภาคย์ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดอยากจะแก้ต่างให้ลูกสาวตัวเองก็ทำไม่ได้ เขารีบหลบออกไปทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว บรรดาสื่อต่างๆก็ตาไวรีบตามก้นของเขาไปเป็นพรวนจนหนีแทบไม่ทัน ณิรัชญาหันมายักคิ้วหลิ่วตาให้กับพวกรุจิดาและเพื่อนๆที่วันนี้หล่อนสามารถเอาชนะแผนการอันร้ายกาจของโสภิตาได้อย่างง่ายดาย
 
ที่ห้องรับรองของโสภิตา หล่อนกำลังนั่งดูโทรทัศน์อย่างเพลินๆด้วยอารมณ์ดีเป็นพิเศษ หล่อนช่างไม่รู้เลยว่าทั้งพ่อของหล่อนและนักข่าวต่างหนีหายกันไปจากงานหมดแล้ว แขกต่างๆก็ทยอยกลับจนบรรยากาศในงานดูโหวงเหวงวังเวงพิกล เสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าห้อง ร่างระหงของดารัญก้าวเข้ามาในห้อง

“ไงคะ น้องโส...มานั่งหลบอยู่ตรงนี้คนเดียว ตอนนี้แขกทุกคนกลับกันไปหมดแล้วค่ะ” เสียงหวานๆของดารัญที่เดินเข้ามาในห้องส่วนรับรองส่วนตัวของหล่อน ทำให้หล่อนที่กำลังดูโทรทัศน์อย่างเพลิดเพลินต้องรีบแสร้งทำเป็นบีบน้ำตาตีหน้าเศร้าต่อ

“อะไรนะคะ ทุกคนกลับไปหมดแล้ว..โสยังไม่ได้เป่าเค้กเลยนะคะ..ฮือ..เป็นเพราะฟ้าคนเดียว งานของโสถึงต้องพังแบบนี้” โสภิตาทำท่าร้องไห้คร่ำครวญจะเป็นจะตาย ดารัญยิ้มก่อนจะพูดจนโสภิตาสะอึก

“แต่พี่ว่าเพราะน้องโสทำมันพังเองมากกว่านะคะ” ดารัญพูดยิ้มๆ โสภิตาหันขวับจ้องหน้าดารัญด้วยแววตาขุ่นอย่างไม่พอใจ

“ทำไมพี่ดารัญพูดแบบนี้กับโสล่ะคะ” น้ำเสียงของโสภิตาแหลมขึ้น แต่ก่อนที่ดารัญจะโต้ตอบอะไรไปมากกว่านี้ ฐิติกรที่เปิดประตูเข้ามาจึงทำให้การสนทนาของสองสาวต้องยุติลง ฐิติกรมองหน้าโสภิตาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะหันไปชวนดารัญกลับบ้าน

โสภิตาที่ทำท่าจะรีบเข้าไปออดอ้อนขอคะแนนความเห็นใจจากชายหนุ่ม ยังยืนงงกับท่าทีเฉยชาของเขา แต่หล่อนแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าสงสัยเขาจะช็อคที่หล่อนมีแฟนแล้ว จริงๆแล้วเขาอาจจะสนใจหล่อนอยู่ เลยออกอาการเฮิร์ตนิดหน่อยละมั้ง แต่ไม่เป็นไรเพราะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขา เดี๋ยวหล่อนค่อยจัดการสานสัมพันธ์ต่อวันหลังก็ได้ ยังไงฐิติกรก็ไม่มีวันหนีหล่อนพ้น

พอทุกคนออกไปนอกห้องกันหมดแล้ว โจ ยองเดินเข้ามาพร้อมกับทวงภาพเขียนของน้องเขาคืน โสภิตาชมเปาะว่าวันนี้เขาทำได้ดีมาก ทำให้ยัยณิรัชญากลับบ้านหน้าแหกหมอไม่รับเย็บได้ ป่านนี้ไม่รู้ว่าคนในตระกูลมันจะไปมุดหัวอยู่ที่ไหนได้ โจ ยองได้แต่มองหล่อนอย่างสมเพชกับความคิดที่อุบาทว์ชาติชั่ว แต่หล่อนไม่ได้สนใจกับสายตาที่มองหล่อนด้วยความเวทนานั่นหรอกเพราะตอนนี้หล่อนกำลังอารมณ์ดีจนไม่มีอารมณ์ที่จะสนใจกับอากัปกิริยาแบบนั้น

“เอานี่ เอาภาพสกปรกๆของน้องชายแกเอาคืนไป ส่วนเงินที่เหลือห้าหมื่นฉันไม่เอา ถือเป็นรางวัลที่ทำให้วันนี้ฉันอารมณ์ดีที่สุดในรอบปี” โสภิตายื่นภาพเขียนยัดใส่มือเขา โจ ยองหยิบสัญญาเงินกู้ในกระเป๋ากางเกงมาให้หล่อนเซ็นเป็นหลักฐาน โสภิตาเซ็นให้อย่างว่าง่ายก่อนจะกำชับว่าต่อแต่นี้ไป ห้ามมาให้เธอเห็นหน้าอีก

“คุณไม่ได้เห็นผมแน่ เพราะผมกับน้องเราจะไปจากเมืองไทยเร็วๆนี้แหละ”

“เหรอ...ก็ดีสิ...งั้นก็รีบไปๆให้พ้นหน้าฉันได้แล้ว” โสภิตาโบกมือไล่ชายหนุ่มให้ออกไปจากห้อง โจ ยองเดินออกจากห้องไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอีกเลย

พอทุกคนออกไปกันหมด โสภิตาก็หัวเราะให้กับตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ที่ทุกอย่างมันได้อย่างใจหวังไปเสียทุกเรื่อง ตอนนี้สิ่งที่เธอจะทำต่อไปคือ กำจัดดารัญแล้วเอาฐิติกรมาเป็นของเธอซะ
 
เช้าวันรุ่งขึ้นที่บ้านของณิรัชญา ทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องโถงตั้งแต่เช้า มีณิรัชญานั่งก้มหน้านิ่งอยู่ตรงกลางระหว่างผู้เป็นพ่อและผู้เป็นแม่ของหล่อน หม่อมน้อยซึ่งมีศักดิ์เป็นย่าของหญิงสาวขยับแว่นสายตากลมๆเพ่งมองตัวหนังสือสีดำที่พาดหัวข่าวหน้าสังคมไฮโซถึงงานเลี้ยงวันเกิดของโสภิตาเมื่อคืนนี้ หม่อมน้อยมองหน้าหลานสาวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจนมนัญญาต้องบีบมือลูกสาวไว้เสียแน่นเพราะไม่รู้ว่าจะโดนตำหนิมากน้อยแค่ไหนกับเรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงเมื่อคืน

“ฟ้า...ทำไมมันถึงมีเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น ไหนเราบอกย่ามาให้ละเอียดทีซิ” หม่อมน้อยไม่ได้ออกอาการโมโห แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพายุลูกใหญ่จะสงบ บางทีอาจจะกำลังก่อตัวเป็นคลื่นใต้น้ำอยู่ก็ได้

ณิรัชญาเล่าเหตุการณ์ของเรื่องจริงๆทั้งหมดที่เกิดขึ้น หล่อนบอกว่าหล่อนถูกใส่ร้าย และตอนนั้นหล่อนสถานการณ์มันบังคับให้หล่อนตกเป็นรองยัยโสภิตานั่น ถ้าหล่อนไม่พลิกเกมกลับลำได้ทันแล้วล่ะก็ เรื่องมันคงจะเลยเถิดไปมากกว่านี้

“แล้วหมอนั่นมันเป็นใคร”น้ำเสียงที่ดุดันออกจากปากหญิงชรา จนณิรัชญาเริ่มใจเสีย หม่อมน้อยยังคงพูดต่อไปว่า”ย่าก็ขอชมเราล่ะนะที่ช่วยรักษาชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเราไว้ แต่หลานไม่ได้รักษาชื่อเสียงของตัวเองเอาไว้เลย” ณิรัชญาทำหน้างง ไม่เข้าใจคำพูดของผู้เป็นย่า จนหม่อมน้อยต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่

“เราน่ะเป็นถึงลูกหลานผู้ดีเก่า ไม่ว่าจะคบใครหรือทำอะไร ก็ต้องระมัดระวังเอาไว้ให้มาก แต่นี่เราเล่นประกาศว่าเราเคยคบกับไอ้หน้าจืดนั่น ..ย่าเห็นข่าวแล้วจะเป็นลมเสียให้ได้ ลูกเต้าเหล่าใครกันก็ไม่รู้”

มนัญญาออกเสียงแทนลูกสาวตัวเองว่าถ้าณิรัชญาไม่ทำอย่างนั้น ก็เท่ากับกำลังเล่นไปตามเกมของโสภิตา นี่คือทางออกที่ดีที่สุดแล้ว หิรัญผู้เป็นพ่อสนับสนุนเห็นด้วยกับคำพูดของภรรยา หม่อมน้อยมองหน้าสามคนพ่อแม่ลูกก่อนจะทิ้งท้ายเอาไว้ว่า

“ตระกูลมหศวัสตติ์เป็นตระกูลที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี สั่งสมความดีมาหลายชั่วอายุ จะทำอะไรก็ขอให้นึกถึงหน้าบรรพบุรุษเอาไว้บ้างนะ” หม่อมน้อยกล่าวจบก็ค่อยๆเดินออกไปโดยมีเด็กรับใช้คอยพยุงหญิงชราออกไปจากห้อง ณิรัชญานั่งน้ำตาซึมที่โดนผู้เป็นย่าตำหนิ มนัญญาจับตัวหญิงสาวมากอดเพื่อปลอบใจ ส่วนหิรัญก็พยุงโอบไหล่ปลอบลูกสาวของตัวเองเช่นกัน
 
แต่ที่บ้านบุษยรักษ์ก็ไม่แพ้กัน ฐิติกรนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดที่โต๊ะรับประทานอาหาร ขนมปังปิ้งส่งกลิ่นหอมกรุ่นไปทั่ว แต่คนสองคนกลับนั่งหน้าบึ้งใส่กัน ไม่มีอารมณ์สุนทรีไปตามกลิ่นหอมอันเชิญชวนของอาหาร ฐาปนิกเปิดฉากต่อว่าฐิติกรทันทีที่เมื่อคืนเขาควงผู้หญิงที่ไหนไปงาน เขาไม่เห็นจะรู้จักพลางชี้ให้ดูรูปที่ซูมหน้าของเขากับดารัญเสียชัด

“ก็แฟนผมนะสิฮะ จะให้เป็นใครกันละฮะ คุณพ่อ”

“นี่แกกล้าเรียกผู้หญิงคนนี้ว่าแฟนเชียวเหรอ แม่คนนี้นี่มันเป็นใคร ฉันไม่เห็นรู้จัก ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาในวงสังคม”ฐาปนิกแสดงท่าทีโกรธเกรี้ยวเมื่อพูดถึงผู้หญิงของฐิติกร

“ดารัญเป็นถึงลูกสาวของคุณดรุณ เจ้าของธุรกิจส่งออกอาหารทะเล เป็นถึงลูกสาวเจ้าของโรงงานอาหารทะเล ก็ดีอยู่นะฮะคุณพ่อ”เขาพยายามชี้ให้ฐาปนิกเห็นถึงข้อดีในตัวของดารัญ แต่ฐาปนิกก็ยังไม่วายบ่นต่อ

“ฉันไม่เข้าใจ ผู้หญิงดีๆมีสกุลที่ฉันพยายามหามาให้แก ทำไมแกต้องตั้งป้อมรังเกียจด้วย หรือว่าแกอคติกับฉัน ว่าไงเจ้าทิว”ดูเหมือนฐาปนิกจะเสาะหาเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมลูกชายของเขาถึงได้ปฎิเสธการดูตัวเสียทุกครั้งไป

“ความรักยังไงล่ะฮะ...คุณพ่อ...การที่คนสองคนจะมาอยู่ด้วยกัน ฝากชีวิตไว้ซึ่งกันและกัน มันต้องเกิดจากความรัก...ความรักเท่านั้นฮะ”ฐิติกรกล่าวออกมาจากใจจริงซึ่งเป็นความจริงที่ฐาปนิกเองก็เพิ่งจะได้ยินออกมาจากปากลูกชายคนเดียวของเขา      

ฐาปนิกไม่ได้โต้ตอบอะไรกับฐิติกรอีก เขาเดินออกมาจากห้องรับประทานอาหารโดยไม่มีคำพูดใดๆลอยออกมาจากปากของทั้งสองคนอีก
 
บนโต๊ะไม้สักราคาแพงของบ้านโสภิตา บัดนี้เรียงรายไปด้วยทั้งหนังสือพิมพ์ นิตยสาร สื่อสิ่งพิมพ์ทุกแขนงและทุกสำนักพิมพ์ก็ว่าได้ต่างกระจายไปทั่งทั้งโต๊ะ โสภิตหยิบเล่มนู้นขึ้นมาอ่านทำตาโตก่อนจะเขวี้ยงทิ้ง อ่านอีกเล่มก็เขวี้ยงมันลงพื้น หล่อนทำอย่างนี้จนเกือบจะหมดโต๊ะได้แล้วกระมัง

“กรี๊ด....ด....นี่มันอะไรกัน....ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ได้”โสภิตาแหกปากลั่นบ้าน เมื่อเห็นข่าวในหน้าหนังสือไฮโซ เรื่องราวเมื่อคืนมันไม่ได้เป็นอย่างที่หล่อนได้วางแผนเอาไว้ หล่อนกะจะฉีกหน้ายัยณิรัชญาให้ได้อับอายทั้งตัวมันและวงศ์ตระกูลของมัน แต่ไหง ข่าวกลับออกมาว่ากลายเป็นหล่อนที่เข้าใจผิด คิดไปเองว่าเขาสองคนแอบคบกัน แถมไอ้โจ ยองยังให้สัมภาษณ์อีกว่าเลิกกับหล่อนได้สองเดือนแล้ว แต่จะมาร่วมแสดงความยินดีในวันเกิดของหล่อน เป็นครั้งสุดท้ายที่เขากับหล่อนจะได้พบกันจึงอยากที่จะจากกันด้วยดี นี่ไอ้โจ ยองมันชักจะทำเกินหน้าที่เกินไปแล้ว ว่าแล้วหล่อนก็หยิบมือถือต่อหาโจ ยอง แต่เสียงปลายทางบอกว่าเลขหมายนี้ยังไม่เปิดใช้บริการ หล่อนกดจนมือแทบหงิกก็ยังติดต่อโจ ยองไม่ได้ ความหงุดหงิดปนโมโหทำให้หล่อนทำท่าจะขว้างโทรศัพท์ทิ้งถ้าไม่มีเสียงของโสภาคย์ดังขัดขึ้นซะก่อน

“หยุดนะ..ยัยโส หยุดความคิดบ้าๆบอๆของแก และก็หยุดเสียงแหลมปรี๊ดๆของแกด้วย”โสภาคย์ดุลูกสาวสุดที่รัก จนโสภิตาอยากจะกรี๊ดให้ดังกว่าเดิม แต่ก็ไม่กล้าเพราะหล่อนรู้ว่าเวลาโสภาคย์เอาจริงนั้นน่ากลัวขนาดไหน

“คุณพ่อคะ จะไม่ให้โสปรี๊ดปรอทแตกอย่างนี้ได้ไงคะ” โสภิตายื่นหนังสือพิมพ์หลายฉบับที่หล่อนสั่งให้คนรับใช้ไปกวาดมาจนเกลี้ยงแผงตั้งแต่เช้า โสภาคย์นอกจากจะไม่หยิบมันขึ้นมาดู ยังพูดเสียให้หล่อนเจ็บใจมากขึ้นว่า ก็เพราะหล่อนโง่เองที่ไปไว้ใจไอ้ลูกครึ่งเกาหลีนั่น แถมยังเสียตัวประกันไปฟรีๆอีก ป่านนี้มันคงบินหนีกลับประเทศมันไปแล้ว ไม่อยู่รอให้แกไปด่าถึงโคตรเหง้าตระกูลมันหรอก

“เป็นเพราะนังณิรัชญาคนเดียว...เพราะมัน...มันคนเดียวที่ทำให้ทุกอย่างพังพินาศ โสเกลียดมัน..เกลียดๆๆๆ”โสภิตาด่า    ณิรัชญาอย่างคนสติแตก จนโสภาคย์ทนไม่ได้ที่หล่อนยังคงไม่หยุดโวยวาย จึงเดินหนีหล่อนไปเสียดื้อๆ ที่ให้โสภิตาตีอกชกหัวตัวเองที่เสียรู้โจ ยองและตามไม่ทันเกมของณิรัชญา ยังไงงานนี้หล่อนต้องเอาคืนนังณิรัชญาให้สาสม
 
เป็นเพราะเรื่องราวต่างๆนานาที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทำให้ณิรัชญาเอาแค่นั่งซึมกะทืออยู่ที่บ้านอย่างเซ็งๆ แม้ตอนนี้เธอจะแต่งตัวสวยเพื่อเตรียมออกไปช้อปปิ้งหายให้เซ็ง แต่ก็ขี้เกียจขับรถไปอีก จะให้คนขับรถพาไปก็ยิ่งไม่เอา จู่ๆรุจิดาเพื่อนสนิทของหล่อนขับรถมาหาเธอที่บ้านแบบไม่มีปี่ ไม่มีขลุ่ย พร้อมกับชวนเธอไปช้อปปิ้งกันสองคน

“ฉันรู้นา..ว่าแกโดนหม่อมย่าของแกด่ามาล่ะสิ ถึงได้นั่งทำหน้ามู่ตู้ขนาดนี้ ไป..ไป ช้อปปิ้งแก้เครียดดีกว่า” รุจิดาฉุดข้อมือเพื่อนรักให้ลุกขึ้นยืน หล่อนจับใบหน้างามๆของเพื่อนสาวด้วยมือทั้งสองข้างก่อนจะใช้มือบังคับปากหล่อนให้ฉีกยิ้ม จับหน้าณิรัชญาให้ทำหน้าตลกๆจนณิรัชญาอดหัวเราะในความติ๊งต๊องของเพื่อน

“เออๆ..แกนี่รู้ดีจริงๆว่าฉันคิดอะไร ฉันรู้สึกยังไง แกน่าจะมาเกิดเป็นน้องสาวฉันนะ”

“หยึย...ไม่เอาหรอก ฉันไม่อยากมาเป็นหลานสาวของหม่อมย่ามหาโหดของแกหรอกนะ เป็นแค่เพื่อนสนิทแกก็พอแล้วล่ะ” รุจิดาย่นคอ หล่อนรู้สึกสยองเมื่อพูดถึงหม่อมน้อย คุณย่าของณิรัชญา

“เรารีบไปกันดีกว่า ฉันขี้เกียจนั่งจมความทุกข์อยู่ที่บ้านแล้ว” ว่าแล้วสองสาวก็เดินไปขึ้นรถของรุจิดาที่จอดอยู่ตรงหน้าบันไดทางเข้าห้องโถง ก่อนจะขับออกไปยังจุดหมายปลายทางที่เห็นพ้องต้องกันว่าต้องเป็นห้างสรรพสินค้าสุดหรูใจกลางเมือง

ที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่พวกบรรดาไฮโซ คนรวยๆชอบมาช้อปปิ้งซื้อของกันเป็นว่าเล่น สองสาวหิ้วถุงกันคนละประมาณสิบถุงได้ พวกหล่อนเล่นเดินเข้าร้านนู้น ออกร้านนี้จนแทบจะเหมาให้หมดทั้งห้างเสียเลยกระมัง ถ้าไม่เพราะทั้งสองหิ้วของจนแขนชาแล้วล่ะก็รับรองทุกร้านต้องได้เงินจากกระเป๋าของทั้งสองสาวไปจนหมดแน่ๆ รุจิดาชวนณิรัชญานั่งพักเหนื่อยที่ร้านกาแฟที่มีพนักงานชายหล่อๆคอยเป็นบริกรเสิร์ฟ รุจิดาชอบมาร้านนี้มากก็เพราะเหตุผลนี้แหละ ส่วน  ณิรัชญาไม่ว่าเพื่อนเข้าร้านไหนก็ตามนั้น

“ฉันขอแบล็คที เยอรมัน พิเตรโน กับเค้กชาเขียว”ณิรัชญาหันไปสั่งบริกร ส่วนรุจิดาได้แต่มองหน้าหนุ่มบริกรตาแป๋วจนณิรัชญาต้องแกล้งกระแอมให้ได้ยินสองถึงสาม ครั้ง รุจิดาถึงจะหลุดจากภวังค์ได้

“แหะๆ...ฉันขอ น้ำส้มคั้นสดหนึ่งแก้วกับ มิกซ์ เบอรี่ เค้กที่หนึ่งค่ะ” รุจิดาสั่งไปหน้าแดงด้วยความเขิน จนหนุ่มบริกรแอบอมยิ้มเล็กๆ ก่อนจะรับออเดอร์ของทั้งสองสาวไป

“เว่อร์ไปแล้วย่ะ แหม...เห็นผู้ชายหน้าตาดีเข้าหน่อยไม่ได้ รีบกระดี๊กระด๊าเชียวนะแก” ณิรัชญารีบแซงเพื่อนจนรุจิดาหัวเราะคิกคักที่เพื่อนสาวรู้ทันตลอด

“จะว่าไปแล้ว ตั้งแต่เราคบกับฟ้ามา เรายังไม่เคยเห็นฟ้าจะปลื้มผู้ชายคนไหนเป็นพิเศษเลยนะ” หล่อนตั้งข้อสังเกต แล้วแอบนึกสงสัยคนเดียวว่า ณิรัชญาคงจะมีสเปกแบบแปลกๆ เห็นเจอผู้ชายคนไหนก็ไม่ถูกใจเสียที

“ที่จริงแล้วฉันก็มีเหมือนกันนะ สเปกฉันก็ธรรมดานะ ขอเอาแบบหล่อ รวย เป็นมหาเศรษฐี ที่สำคัญต้องเชื่อฟังฉัน ห้ามเถียง แค่นี้พอแล้ว” พอณิรัชญาพูดจบ รุจิดาอ้าปากหวอ นี่ธรรมดาแล้วเหรอเนี่ย จะไปหาได้ที่ไหนกันวะผู้ชายแบบนี้ คงมีแต่ในนิยายเท่านั้นแหละ

หลังจากที่สองสาวนั่งพักนั่งกินกันจนหายเหนื่อยแล้ว ทั้งสองก็เตรียมจะกลับบ้าน สองสาวหอบของเสียจนพะรุงพะรัง จน ณิรัชญาบังเอิญไปเดินชนเข้ากับฐาปนิกจนของที่อยู่ในมือของหล่อนหลุดกระเด็นตกพื้นเสียหลายถุง หนุ่มวัยใหญ่รีบก้มเก็บขึ้นมาพร้อมกับขอโทษหล่อนที่เดินไม่ดูทาง ณิรัชญานอกจากจะไม่ว่าอะไรเขาแล้ว หล่อนยังขอโทษฐาปนิกที่หล่อนเองก็มัวแต่คุยกับเพื่อนจนเพลินไม่ได้เดินดูทางให้ดีเช่นกัน

“หนูนี่ดีจริงๆเลยนะ เด็กสมัยนี้ไม่ค่อยจะเห็นหัวผู้ใหญ่กันเท่าไหร่หรอก” ฐาปนิกยิ้มกว้าง ณิรัชญาคุ้นๆว่าเคยเห็นใบหน้าแบบนี้ที่ไหนแต่ก็นึกไม่ออก

“งั้นลุงไปล่ะนะหนู โชคดี” สองสาวรีบยกมือไหว้แทบไม่ทัน ทั้งที่ไม่เคยรู้จักมักจี่ แต่ทำไมณิรัชญาถึงรู้สึกได้ว่าหล่อนเคยพบเคยเจอกับเขาที่ไหนมาก่อน

รุจิดาสังเกตเห็นเพื่อนตั้งแต่เมื่อกี้แล้วว่าตั้งแต่ชนคุณลุงคนนั้น เพื่อนสาวก็มีท่าทีแปลกๆ ใจดูลอยๆยังไงชอบกล หรือว่า เพื่อนหล่อนจะพบรักกับหนุ่มใหญ่วัยดึกอย่างนี้

“เฮ้ย...ฟ้า อย่าบอกนะว่าแก....”รุจิดาจู่ๆก็โพล่งออกมาไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย จนณิรัชญาที่กำลังเหม่อๆอยู่ถึงกับสะดุ้ง ก่อนจะหันไปแว้ดใส่รุจิดาว่าจะแหกปากเสียงดังทำไม

“ฉันคิดว่าแกกำลังจะเจอกับเนื้อคู่ล่ะสิ” รุจิดากล่าวจบ ณิรัชญาทำหน้างง เนื้อคู่ที่ไหน ใครเนื้อคู่ใคร

“แน่ะๆ...ไม่ต้องแกล้งทำหน้างง ฉันรู้ว่าแกแอบปิ๊งคุณลุงคนเมื่อกี้นี้ใช่ไหม...” คำพูดของรุจิดาแทบอยากจะทำให้ณิรัชญาตบหัวเพื่อนคนนี้เสียสองสามที สงสัยจะกินน้ำส้มร้านนั้นมากเกินไปจนสมองกลับ

“จะบ้าเหรอ...แกนี่ นั่นมันรุ่นพ่อฉันเลยนะ คิดได้ไงกันห๊า...ยัยด๋า” หล่อนหันไปเอ็ดเสียจนเพื่อนหัวหดพลางบ่นอุบอิบว่าจะไปรู้เหรอ ตั้งแต่เจอหน้าอีตาลุงนั่นแกก็มีท่าทีแปลกๆ

“นั่นเป็นเพราะฉันรู้สึกเหมือนเคยเจอคุณลุงคนนี้ที่ไหนล่ะสิ แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกสักที” ณิรัชญามีสีหน้าครุ่นคิดจนรุจิดาเองก็อดสงสัยตามไปด้วยว่าคนคนนี้เป็นใครกัน

 
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 261 ท่าน