Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
คุณหนูสวยร้าย คุณชายเจ้าเสน่ห์
LadyZang
ตอนที่ 1
1
07/08/2554 14:27:40
603
เนื้อเรื่อง
คุณหนูสวยร้าย คุณชายเจ้าเสน่ห์
ตอนที่ 1

ณ คฤหาสน์หลังงามที่ล้อมรอบประดับประดาไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับหลากชนิดนานาพรรณ ราวกับยกป่าทั้งป่ามาปลูกในบ้านก็ไม่ปาน รถสปอร์ตสีขาวมุกสุดหรูจอดอยู่ที่หน้าประตูห้องโถง ร่างสะโอดสะองของหญิงสาวที่ค่อยๆเยื้องย่างมาที่รถคันงามพร้อมกับกระเป๋าสีชมพูสุดเก๋จากแบรนด์ดัง และที่ขาดไม่ได้คือแว่นตาดำขนาดใหญ่ที่ปกปิดหน้าของหล่อนเสียเกือบครึ่งหน้าถูกประดับไว้บนใบหน้านวลงามที่แต่งแต้มพวงแก้มด้วยสีชมพูพาสเทลอ่อนๆ ริมฝีปากอิ่มอมยิ้มเล็กน้อย แม้ไม่เห็นดวงตาที่ซ่อนในแว่นตาดำคู่สวยนั้นก็พอรู้ได้ว่าวันนี้เจ้าหล่อนอารมณ์ดี

“ลุงมานะ วันนี้ไม่ต้องขับรถให้ฉันนะ” ณิรัชญาหันไปกล่าวสั้นๆกับคนขับรถประจำตัวที่ปกติหล่อนไปไหนมาไหนจะมีอีตาลุงคนนี้ติดสอยห้อยตามไปตลอด จนหล่อนเริ่มที่จะเบื่อเต็มทน

“แต่..คุณหนูครับ...คุณท่าน...สั่ง..”ลุงมานะพูดกล้อมแกล้มไม่เต็มปากเต็มคำ ด้วยเกรงสายตาพิฆาตที่บัดนี้ถูกซ่อนไว้ด้วยเลนส์สีดำแล้วก็อดสยองขึ้นมาไม่ได้

“บอกไม่ต้อง ก็ไม่ต้องไง ฉันไปเองได้” หญิงสาวก้าวเท้าขึ้นรถ ปิดประตูแล้วก็ออกรถในทันที คนแก่ๆอย่างลุงมานะได้แต่อ้าปากหวอ ยืนเกาหัวแกรกๆตามเคย

รถสีขาวคันงามวิ่งผ่านประตูรั้วหน้าบ้านออกไปอย่างรวดเร็ว จนไปถึงทางแยกใหญ่ในหมู่บ้าน ป้ายสัญญาณจราจรย่อยๆที่หมู่บ้านทำขึ้นมาเพื่อความปลอดภัยโชว์ไฟแดงเป็นสัญญาณให้หยุดรถ แต่ณิรัชญากับเหยียบเร่งความเร็วไปอย่างไม่สนใจ เพราะหมู่บ้านนี้ใช่ว่ารถจะเข้าออกบ่อยกันเสียที่ไหน แต่แล้วใจที่กล้าบ้าบิ่นกลับต้องตกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อรถเบนซ์สปอร์ตสีดำก็วิ่งทะยานมาทางด้านข้างด้วยความเร็วเช่นกันจนหล่อนต้องหวีดร้องออกมาสุดเสียงพร้อมกับเหยียบเบรกจนมิดจนเสียงล้อรถบดกับถนนดังสนั่นหวั่นไหว ศีรษะของหล่อนกระแทกกับพวงมาลัยรถทันทีที่มันเบรก หล่อนค่อยๆลืมตาที่ปิดจนหยีเมื่อครู่ขึ้นมาก็พบกับร่างของชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้ารถ เขาใส่เสื้อเชิ้ตสีดำ สูทสีดำ สวมแว่นตาดำ อย่างกับพวกบอดี้การ์ดที่คุ้มกันเจ้าพ่อที่เห็นดาษดื่นในหนังทั่วไป

ชายหนุ่มเดินจากหน้ารถอ้อมมาที่ด้านฝั่งคนขับด้วยสีหน้าถมึงทึง เขาเคาะกระจกรัวด้วยความโมโห ณิรัชญาถึงจะรู้ว่าตัวเองผิด แต่หล่อนก็ไม่เคยยอมรับ เนื่องจากนิสัยที่ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก หล่อนถูกเสมอ คนอื่นผิดตลอด งั้นมีหรือที่หล่อนจะยอมให้หมอนี่มาทำโมโหใส่หล่อน โดยที่หล่อนไม่ผิดสักกะนิด ณิรัชญาเปิดประตูออกไปเผชิญหน้าชายชุดดำอย่างไม่เกรงกลัว

“นี่คุณ...ขับรถประสาอะไร ไม่เห็นป้ายบอกสัญญาณหรือไง หรือว่าตาบอด” น้ำเสียงฉุนเฉียวที่พ่นออกมาจากปากของเขา เหมาะที่จะเป็นเชื้อเพลิงเพิ่มความหงุดหงิดโมโหของหล่อนให้พุ่งทะยานขึ้นตามอารมณ์เขาได้ง่ายเช่นกัน

“ฉันไม่ได้ตาบอด...และงานนี้ฉันก็ไม่ผิด นายนั่นแหละที่ผิด ขับทะเล่อทะล่ามา ไม่เห็นหรือว่าฉันขับผ่านหน้านายอยู่น่ะ”น้ำเสียงกระฟัดกระเฟียดบวกกับท่าทางโมโหร้ายของณิรัชญา ยิ่งเพิ่มความหมั่นไส้ให้กับฐิติกรมากขึ้นอีกหนึ่งเท่า ถึงแม้รถทั้งสองคันจะไม่มีแม้แต่รอยแมวข่วน แต่ก็สร้างความตกใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย ยังไงเสียในความคิดของชายหนุ่ม หญิงสาวที่ทำท่าทางเชิดเริ่ดยืนอยู่ตรงหน้าเขานั้นผิดเต็มประตู

“โอเคๆ...ผมขี้เกียจทะเลาะกับเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างคุณ ที่ผมทนฟังคุณเพ้อเจ้อพร่ำพรรณนาก็เสียเวลามามากพอแล้ว” ฐิติกรเหลือบดูนาฬิกาข้อมือ ส่วนณิรัชญาอ้าปากค้างทำท่าจะกรี๊ดที่โดนเขาต่อว่า เป็นแค่คนขับรถให้เจ้านายถือดียังไงมาว่าคนชั้นสูงอย่างหล่อนได้

“นี่นาย เป็นแค่คนขับรถ ถือดียังไงนายถึงกล้าว่าฉันน่ะ..ห๊า” หล่อนชี้นิ้วมาที่หน้าของชายหนุ่ม พร้อมเท้าสะเอวอย่างเอาเรื่อง ยังไงซะงานนี้ไม่มีวันจบง่ายๆแน่

“คนขับรถ....ผมน่ะเหรอ” ฐิติกรเอานิ้วจิ้มหน้าอกตัวเองด้วยความงุนงง ท่าทางยัยนี่จะสมองกลับหรือไม่ก็ตาถั่ว คนขับรถบ้าอะไรจะใส่นาฬิการาคาเหยียบแสน ขับรถคันละหลายล้าน เสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้งชุด ส่วนหล่อนน่ะหรือ เขาใช้สายตาพิจารณาเรือนร่างอันสมส่วนของหล่อน แว่นตาดำอันโต เสื้อแขนกุด กระโปรงสั้นจู๋ รองเท้าส้นสูงแหลมปรี๊ด ดูไปดูมาก็คล้ายๆอีหนูที่ชอบฉอเลาะพวกบรรดาเสี่ยๆเหมือนกัน

“แล้วคุณล่ะ ผู้รากมากดีมาจากไหน ก็แค่อีหนู เด็กเสี่ยท้ายหมู่บ้านใช่มะ”

“กรี๊ด.....นี่นาย...กรี๊ด....แก....แก....ไอ้บ้า!!”
เสียงกรี๊ดของณิรัชญาดังไปทั่ว แต่แล้วก็เงียบกริบ ไม่มีแม้แต่เงาหัวผู้ใดโผล่หน้าออกมาดู ฐิติกรหัวเราะเยาะด้วยความสะใจ บังอาจมาว่าเขาเป็นคนขับรถ หน็อยๆๆ...ในสังคมนี้มีใครไม่รู้จัก ฐิติกร บุษยรักษ์ นักธุรกิจรุ่นใหม่ไฮโซที่เพิ่งกลับจากเมืองนอกที่เป็นข่าวฮือฮาในสังคมวงผู้ดี ว่าบ้านไหนมีลูกสาวก็จ้องแต่จะจับเขาทั้งนั้น ขี้คร้านแม้แต่ยัยเด็กเสี่ยคนนี้ถ้ารู้ว่าเขาคือใครจะกระโดดเกาะเสียยิ่งกว่าปลิงทะเล หรือปลาหมึกหนวดยักษ์เสียอีก

“ถ้าจะกรี๊ดจนนกหวีดเรียกพี่ ก็ตามสบายเลยนะ”เขายักคิ้วให้หล่อน แต่ภายใต้แว่นตาดำสนิทของเขาหล่อนมิได้มองเห็นถึงใบหน้าอันแท้จริงของเขาหรอกรวมทั้งการยักคิ้วเย้ยหยันเมื่อครู่นี้ด้วย เพราะหล่อนมัวแต่กรี๊ด พร้อมกระทืบเท้าเร่าๆ อยากจะฆ่าเขาให้แหลกคามือเสียเดี๋ยวนี้
แต่คงช้าไปเพราะทันทีที่ชายหนุ่มหน้าคมขึ้นรถ เขาก็บึ่งทะยานไปทันทีทิ้งไว้แต่คราบฝุ่นบนถนนที่พัดใส่หน้าใส่ตาหญิงสาวจนสำลักไอโขลกๆ ก่อนจะมองตามท้ายรถไปอย่างเจ็บใจที่โต้ตอบกลับไปไม่ทัน
 
ฐิติกรขับรถไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว แต่อีกด้านหนึ่งเขาก็แอบสะใจที่ได้ต่อว่าหญิงสาวท่าทางถือดีผู้นั้นไปได้โดยที่เจ้าหล่อนไม่สามารถโต้ตอบอะไรเขาได้มากกว่าเสียงกรี๊ดที่แหลมหูกับท่าทางเต้นเป็นเจ้าเข้าทรงแบบนั้น ดูไปดูมาก็นึกขำขึ้นมาในใจ เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่แถวหน้าคอนโซลรถยนต์สุดหรูดังขึ้นโชว์หน้าสวยๆของหญิงสาวนางหนึ่ง ฐิติกรเหลือบมองแล้วกดรับสายของหล่อนด้วยอุปกรณ์ที่เสียบอยู่ที่ข้างหูของเขา

“ทิวขา...อยู่ไหนแล้วคะเนี่ย” เสียงหวานๆ หน้าสวยๆของดารัญ หญิงสาวไฮโซคนปัจจุบันที่ฐิติกรกำลังคั่วอยู่ พัดพาอารมณ์ขุ่นมัวของเขาให้หายเป็นปลิดทิ้งทันทีที่เขารับสายของหล่อน

“อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากรัญเท่าไหร่หรอก อีกเดี๋ยวก็ถึงคอนโดรัญแล้วนะ แล้วเจอกันนะจ๊ะ... ฮันนี่” หญิงสาวปลายสายหัวเราะคิกอย่างชอบอกชอบใจ ก่อนจะส่งเสียงจูจุ๊บให้คนฟัง ฟังแล้วรู้สึกฮึกเหิม อยากจะเจอหน้าสาวเจ้าเร็วๆ
ไม่ถึงอึดใจรถเบนซ์สปอร์ตคันโก้ก็มาถึงที่หมาย เขาจอดในที่ที่ประจำอย่างคุ้นเคย แว่นตาสีดำสนิทบัดนี้ถูกถอดเก็บไว้ในลิ้นชักของรถ เสื้อสูทสีดำก็เช่นกัน ถอดทิ้งไว้ที่หลังรถ เขารู้สึกโล่งสบายอกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก วันนี้ทั้งวันเขาโดนนายฐาปนิกผู้เป็นพ่อบังคับให้ไปดูตัวกับหญิงสาวที่แสนจะจืดชืด ไร้รสนิยม ไม่ใช่ในสเปกเขาเลยแม้แต่นิดเดียว ใครจะไปชอบลง สู้ดารัญหญิงสาวคนปัจจุบันของเขาก็ไม่ได้ สวยกว่า เซ็กซี่กว่า เร้าใจกว่าเป็นไหนๆ ว่าแล้วเขาก็หมุนพวกกุญแจเดินผิวปากเข้าไปในคอนโดสุดหรูใจกลางกรุงอย่างอารมณ์ดี

ลิฟท์แก้วพาฐิติกรขึ้นไปถึงชั้นที่ยี่สิบ เป็นชั้นที่ทำเลวิวดีที่สุด ห้องใหญ่ที่สุดและก็หรูหราอลังการ สะดวกสบายจนเขาเองอยากจะซื้อเก็บเอาไว้สักห้องหนึ่ง เผื่อวันไหนเบื่อๆ ไม่อยากนอนบ้านก็มาสังสรรค์จัดปาร์ตี้กับเพื่อนฝูงที่นี่ก็ไม่เลวนัก ห้องริมสุดด้านขวาเป็นเป้าหมายของชายหนุ่ม เขาเดินยิ้มกรุ้มกริ่ม ฮัมเพลงผิวปากสบายอารมณ์ก่อนจะกดกริ่งหน้าประตูห้อง หญิงสาวในชุดชั้นในสีดำที่คลุมร่างขาวผ่องเพียงแค่ผ้าสีดำบางๆ หล่อนเปิดประตูพร้อมกับส่งยิ้มยั่วยวนชายหนุ่มจนเขาเองอดที่จะเคลิ้มไปกับเสน่ห์ที่หล่อนหยิบยื่นให้เขาไปมิได้ เขาผลักร่างของหล่อนเข้าไปในห้องเบาๆ แล้วเขาก็ก้าวตามร่างของหล่อนไปก่อนที่ประตูห้องจะปิดสนิทลง

หลังจากที่พายุรักได้พัดผ่านไป ร่างเปลือยเปล่าของชายหนุ่มที่อยู่ใต้ผ้าห่มกำลังนอนหลับฝันหวาน ใบหน้าของเขาไม่ว่าจะยามหลับหรือยามตื่นก็งดงามราวกับเทพบุตร ดารัญนอนมองหน้าเขาใกล้ๆด้วยความพิสมัย หล่อนรักเขาอย่างจริงจัง ไม่ได้คิดจะจับเขาเพราะว่าความร่ำรวยของเขาเพียงอย่างเดียว ถึงแม้ว่าในตอนแรกจะเป็นแผนการของพ่อของเธอก็ตาม ที่จะให้เธอจับเขาให้อยู่หมัดเพื่อช่วยพยุงฐานะทางบ้านและบริษัทที่กำลังจะล้มละลาย แต่ตอนหลังนอกจากหล่อนจะไม่ได้สนใจในแผนบ้าๆนี้อีกแล้ว หล่อนยังหลงรักเขาเสียหัวปักหัวปำจนแทบจะขาดเขาไม่ได้

ชายหนุ่มค่อยๆเลิกเปลือกตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้ดารัญที่นอนมองหน้าเขา ก่อนจะคว้าตัวหล่อนมากอดเสียให้ชื่นใจ ดารัญหอมแก้มเขาเบาๆแล้วซบหน้าลงกับอกกว้างที่มีไรขนอ่อนๆของฐิติกร หล่อนใช้นิ้วชี้เขี่ยมันเล่นไปมาจนชายหนุ่มขำออกมาเบาๆด้วยความจั๊กกะจี้

“ทิวคะ...ถ้าคุณพ่อคุณพยายามหาผู้หญิงให้คุณดูตัวอีก คุณจะไปไหมคะ” ดวงตาเลื่อนลอยของหญิงสาวเหมือนจะถามไปอย่างนั้น ชายหนุ่มเห็นแล้วก็อดสงสารหล่อนไม่ได้

“ผมคงต้องไป แต่ผมมีสิทธิ์เลือก ว่าชอบหรือไม่ชอบคนไหนก็ได้” ฝ่ามือหนาของเขาลูบผมหล่อนไปมาเป็นเชิงปลอบใจ ดารัญก้มหน้างุดเข้ากับแผงอกของเขาก่อนจะตั้งคำถามขึ้นมาอีกครั้ง

“ถ้าคุณเจอคนที่ชอบ คุณจะเลือกคนคนนั้น แล้วก็ทิ้งรัญไป..”เสียงหวานๆเงียบไปอึดใจ จากนั้นตามมาด้วยเสียงถอนหายใจพรืดใหญ่ของชายหนุ่ม

“ไม่มีทาง!!” ท่าทีของเขาเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นมาทันที เล่นเอาดารัญตกใจไม่น้อย ฐิติกรยันกายของเขาลุกขึ้นนั่งก่อนจะกระชากน้ำเสียงไม่พอใจเมื่อพูดถึงผู้เป็นพ่อ

“ผู้หญิงแบบที่พ่ออยากให้ผมแต่งงานด้วยไม่ใช่แบบที่ผมชอบเลยสักนิด”

“แล้วแบบไหนล่ะคะที่คุณชอบ” ดารัญเอียงหน้าถามชายหนุ่มที่แสดงสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทันทีที่พูดถึงเรื่องดูตัว

“แบบคุณไงรัญ..ไม่น่าถาม ไม่งั้นผมจะมาหาคุณทุกวันหรือ”

นั่นสินะ ตอนนี้เขาชอบหล่อน คลั่งหล่อนเสียแทบบ้า แต่จะอีกนานแค่ไหนกันเชียว หล่อนมีลางสังหรณ์ว่าสักวันชายหนุ่มที่นอนอยู่เคียงข้างหล่อนทุกวันจะจากไป...ไปจากชีวิตของหล่อนตลอดกาล
 
ที่บ้านของตระกูลบุษยรักษ์บัดนี้ ฐาปนิกได้แต่เดินงุ่นง่านอย่างกะเสือติดจั่น เดินวนไปวนมาจนคนรับใช้ในบ้านตาลายไปหมด นางอ่อนผู้ซึ่งเป็นแม่นมที่เลี้ยงฐิติกรมาตั้งแต่ยังเด็ก พูดเตือนด้วยความเป็นห่วงนายใหญ่ว่า เดี๋ยวตนจะโทรหาคุณทิวว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน ฐาปนิกตวัดเสียงห้ามว่าไม่ต้องด้วยอารมณ์หงุดหงิดเจือโมโห

“ฉันรู้ว่าตอนนี้ เจ้าทิวมันคงอยู่กับผู้หญิงของมัน มันคงจะรัก คงจะหลงแม่คนนี้มาก ถึงไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง”
แม่นมอ่อนแย้งแทนคุณหนูสุดที่รักว่าก็มีกลับมาบ้าง ไม่ใช่ไม่กลับเลย ฐาปนิกพูดประชดกลับนางอ่อนว่าให้ท้ายกันเข้าไป วันนี้ก็ทำงามหน้า พาไปดูตัวผู้หญิงดีๆ ก็ทำตัวเฉยชา อย่างกะหุ่นยนต์ที่ยังไม่ได้ใส่ถ่าน ทำหน้าตาไร้อารมณ์ เป็นใครก็ดูรู้ว่าโดนบังคับมา แล้วใครที่ไหนจะไปรักมันลง
“คุณท่านก็หาผู้หญิงที่ตรงสเปกคุณทิวสิคะ รับรอง สมหวังคุณท่านแน่ค่ะ” นางอ่อนเสนอไอเดียที่คิดว่าล้ำเลิศ แต่มันกลับทำให้ฐาปนิกหงุดหงิดมากกว่าเดิม

“ฉันรับไม่ได้หรอกนะ ผู้หญิงแบบที่มันชอบ แต่ละนาง...จ้องแต่เงินของตระกูลฉันทั้งนั้นแหละ เจ้าทิวมันทั้งโง่ ทั้งบื้อ อุตส่าห์ให้ไปเรียนถึงเมืองนอกเมืองนาเสียตั้งนาน” ว่าแล้วก็เดินหัวเสียขึ้นบ้านไป นางอ่อนได้แต่มองตาปริบๆ เพราะหล่อนไม่เคยรู้มาก่อนว่า ผู้หญิงแบบไหนที่ฐิติกรชอบ มันหนักหนาสาหัสขนาดคุณท่านจะรับไม่ได้เชียวหรือ
 
เสียงโทรศัพท์ที่หัวเตียงของห้องณิรัชญาดังขึ้น หญิงสาวหน้ามนที่กำลังเช็ดผมอยู่หน้ากระจกเหลือบมองไปที่หัวเตียงแต่ก็ไม่ลุกไปรับจนกระทั่งเสียงโทรศัพท์เงียบลง หล่อนค่อยๆบรรจงแปรงผมสีดำขลับ คราวนี้เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หล่อนเหลือบมองเบอร์ที่โชว์ขึ้นที่หน้าจอ ก่อนจะกดรับอย่างเสียไม่ได้

“ฮัลโหล” น้ำเสียงตอบอย่างไม่เต็มใจจนปลายสายสังเกตได้

“ฟ้าเป็นไรอ่ะ เราโทรไปที่บ้านตั้งหลายครั้งก็ไม่รับ โทรเข้ามือถือหล่อนตั้งแต่เช้ายันเย็นก็ปิดเครื่องตลอด มีปัญหาชีวิตหรือไงยะ” เสียงรุจิดาเพื่อนสาวคนสนิทถามด้วยความใครรู้

“ป่าวนิ่ แบตหมด และ ฉันเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ไม่ว่างมารับตอนแกโทรมา”

รุจิดารีบถามถึงงานวันเกิดของโสภิตาซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนของพวกหล่อนทั้งสองคน แต่จะพิเศษหน่อยนึงก็ตรงที่ว่าพวกหล่อนทั้งสองคนและรวมทั้งอีกหลายๆคนไม่ค่อยจะชอบแม่นี่เสียเท่าไหร่ ก็เพราะหล่อนชอบอวดร่ำอวดรวยแถมชอบขี้อิจฉาพูดจาแขวะชาวบ้านเขาไปทั่วเมื่อเห็นคนอื่นได้ดีกว่า แต่ยังไงงานวันเกิดของโสภิตาที่จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ที่โรงแรมสุดหรู ณิรัชญาไม่มีทางพลาดแน่ หญิงสาวแค่นหัวเราะเปรยกับรุจิดาว่า คู่ปรับของหล่อนจะจัดงานวันเกิดฉลองอายุครบยี่สิบปีทั้งทีมีหรือที่หล่อนจะพลาด ยิ่งงานนี้เห็นว่าจะเปิดตัวแฟนนักเรียนนอกลูกครึ่งเกาหลีด้วย จึงอยากไปดูให้เห็นกับตาว่าจะเกาหลีหรือเกาเหลากันแน่ รุจิดาหัวเราะคิกที่เพื่อนสาวตัวแสบเข้าใจเปรียบ

“แต่มันแอบเย้ยฟ้ามาด้วยนะว่า รวย สวย เก่ง แต่ ไม่มีแฟน มันช่างน่าเศร้าอะไรเยี่ยงนี้ มันพูดแบบนี้กับยัยทิวา แล้วยัยนั่นมันแอบมาบอกฉัน ฉันก็เลยมาบอกแกไง” รุจิดาฟ้องเพื่อนสาวสุดรักด้วยความหมั่นไส้คู่กรณีเต็มทน
ณิรัชญาเชิดหน้าอย่างผยอง ว่างานนี้หล่อนนี่แหละจะฉกตัวแฟนหนุ่มนักเรียนนอกคนนี้มาควงในงานวันเกิดยัยโสภิตาให้ได้ เอาให้เป็นครบรอบฉลองอายุยี่สิบที่มันจะไม่ลืมไปทั้งชีวิตมันเลย รุจิดารีบเสริมว่าให้จัดหนักไปเต็มเหนี่ยวได้เลย ทุกคนรอสมน้ำหน้านังโสภิตากันอยู่

“แล้วยัยโสมันจะได้รู้ว่าณิรัชญาคนนี้เลิศกว่าใครทุกคน แม้แต่คนอย่างยัยโสก็อย่าบังอาจมาเทียบได้...เพราะมันคนละชั้นกัน” หญิงสาวยิ้มกับตัวเองในกระจกอย่างหมายมาด
 
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 553 ท่าน