Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Oh!baby:
ยัยข้าวต้ม!(มัด)
ควงสอง
3
06/08/2554 14:57:46
283
เนื้อเรื่อง

             5 ปีผ่านไป 
            ‘พี่เอย...’
 
            ‘พอๆๆๆ พี่รู้ว่าน้องหนอจะพูดว่าอะไร พี่ไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งสิ้น เรายังเด็กกันอยู่น้องหนอเข้าใจมั้ย อีกอย่างพี่แกกว่าน้องหนอตั้งสองปี ปีหน้าพี่ต้องขึ้นม.4พี่ไม่มีเวลามาคิดเรื่องไร้สาระแบบนี้หรอก พี่อายุมากกว่าหนิมตั้งหลายเดือนด้วยซ้ำ พี่ว่าน้องหนอเลิกคิดเรื่องอะไรแบบนี้เถอะ’
 
            ‘พี่เอยหมายความว่าพี่เอยจะไม่รับผิดชอบความรู้สึกนี้ที่ผมมีให้ต่อพี่ ซึ่งความรู้สึกนี้พี่เป็นคนก่อมันขึ้นมาเองเหรอครับT^T’
 
            ‘ความรู้สึกนี้ไม่นานมันก็หมดไป ตอนนี้น้องหนอยังเด็ก น้องหนอไม่รู้หรอกว่าอะไรคือรัก’
 
            ‘ผมรักพี่คนเดียวนะพี่หนิมTToTT’
 
            ‘พอน้องหนอโตขึ้นสัก 5-6 ปีน้องหนอจะเข้าใจเอง’
 
            ‘พี่จำคำๆนี้ของผมไว้นะ ต่อให้สัก 10 ปีผมก็ไม่มีวันลืมจูบแรกของผม ไม่ลืมรักครั้งแรกของผม ผมจะแต่งงานกับพี่ให้ได้คอยดูสิ!’    
 
            ‘ผมจะแต่งงานกับพี่ให้ได้คอยดูสิ!!’
 
            ‘ผมจะแต่งงานกับพี่ให้ได้คอยดูสิ!!!’
 
            กรี๊งงงงงง
 
            “อ๊ากกกกกกกกก!!”ฉันสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายที่หลอกหลอนฉันมา 5 ปี บัดนี้ฉันยังลืมคำพูดคำนี้ของน้องหนอไม่ได้เลย คำสัญญานั้นน้องหนอจะทำจริงมั้ยหว่า=.,=
 
            ฉันลุกขึ้นจากเตียงไปปิดนาฬิกาปลุกที่ฉันตั้งไว้หางจากเตียงเป็นวาพลางขยี้ผมที่ยาวถึงหลังเพื่อให้หายง่วง แล้วเดินไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายและไอฝันร้ายบ้าๆนั้น
 
            กุริ้ง กุริ้ง กุริ้ง กริ๊งงง~
 
            “ฮะโหล~”ฉันวิ่งจากห้องน้ำมารีบโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่โต๊ะด้านล่างด้วยความเร็วแสง โชคดีหอที่ฉันอยู่มีแค่ฉันคนเดียวที่พัก ถ้ามีเพื่อนอยู่คงจะเห็นสภาพฉันแบบว่า...ไม้กระดานคลุมผ้าขนหนูTT
 
            “พี่เอย พี่เอยอยู่ไหนค้าบบบบ”สาธุเหมือนเคย ครั้งนี้มาแบบอ้อนๆ ฟังแล้วทุเรศรูหูชะมัดเลย
 
            “อยู่หอ แกจะให้ฉันไปไหนแต่เช้าอีกเนี่ยสาธุ”
 
            “พี่เอยจะมาที่มหาวิทยาลัยป่ะเนี่ย”
 
            “ขอโทษนะไอสาธุ เริ่มเปิดเรียนตอนวันจันทร์หน้าเหอะ แกจะไปที่มอทำเตี่ยอะไรเหรอ”
 
            “อ้าว ไม่ได้เปิดวันนี้เหรอ”สาธุพูดเด๋อด๋า ถามจริงเหอะที่บ้านมันมีปฏิทินปี 2554มั้ยเนี่ย เวรกรรมจริงๆ ถ้ามันไปมอแล้วไม่โทรมาบอกฉันก่อน มีหวังตกใจร้องไห้กลับบ้านแน่เลย
 
            “ย่ะ คิดได้ซะก็ดี ว่าแต่...วันนี้ไปเที่ยวกันดีมั้ย พรุ่งนี้เปิดเรียนแล้วเดี๋ยวเรียนหนักอดเที่ยวอีก”ฉันว่า ฉันขึ้นปี 2 ซะด้วย คุรุศาสตร์เรียนหนักมากฉันจะต้องเรียนอย่างเต็มที่ อดเที่ยวแน่นอน เอยคอนเฟิร์ม!!
 
            “ดีๆพี่เอย เจอกันที่เก่าเวลาเดิมนะพี่เอย”
 
            “ได้ๆ เดี๋ยวฉันโทรไปชวนยัยหนิมด้วย”
 
            “สนิมอีกแล้วเหรอ”สาธุถอนหายใจลากยาวจนน่าหมั่นไส้ 5ปีผ่านมากาลเวลาไม่สามารถทำให้สองคนนี้เลิกทะเลาะกันได้เลยให้ตายสิ=_=
 
            “หนิมเป็นเพื่อนฉันตั้งแต่ม.1แล้วนะยะ แถมตอนนี้ก็มาเรียนมนุษย์ศาสตร์ที่เดียวกับแกอีก ดังนั้นหนิมก็เป็นเพื่อนแกด้วย ใจคอแกจะไม่ชวนเพื่อนแกมาเที่ยวใช่ป่ะ”
 
            “ไม่ใช่อย่างนั้นนะ แต่พอเค้าอยากได้โน้นนี่สนิมก็ขัดตลอดแหละL”ขนาดนี่ฉันไม่ได้เห็นหน้าสาธุน้องสุดที่รักฉันยังเดาได้เลยว่าหมอนี่ต้องเบ้ปากแน่นอน มีครั้งไหนบ้างล่ะที่สาธุพูดถึงสนิมแล้วไม่เบ้ปากอ่ะ ไม่มี๊
 
            “เอาเถอะนา ให้หนิมไปกับเราด้วย เราจะทิ้งเพื่อนไม่ได้นะสาธุ อย่างอนเป็นเด็กๆไป นายนึกถึงตอนที่นายไม่มีเพื่อนดูสิ เศร้าใช่มั้ยล่ะ”ฉันพูดให้สาธุได้คิด นี่ขนาดว่านายนี่อายุมากกว่าฉันนะเนี่ยแม้ว่าจะมีศักย์เป็นน้องฉันก็เถอะ แต่อายุนายนี่ยังคงเท่าเดิมเหมือน 5 ปีที่ผ่านมาไม่มีผิด!
 
            “ง่ะ ก็ได้(._.)”สาธุเว้นวรรคคิดประมาณ 5 วินาทีก็ยอมตอบรับ ดูเหมือนว่าฉันจะขืนใจมันมากไปรึเปล่า แต่เรื่องแค่นี้เองถ้าไม่งอนก็นิสัยเด็กไปแล้วล่ะ
 
            “ดีมากน้องรัก งั้นแค่นี้ก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวฉันโทรไปหาหนิมก่อน”พอพูดจบฉันก็กดตัดสายไปแล้วรีบกดหาหนิมทันทีทันใด
 
            “ฮ้าววว โหล”หนิมรับโทรศัพท์ด้วยเสียงที่ง่วงสุดขีด
 
            “เอาให้แน่ว่าจะฮัลโหลหรือจะหาว”
 
            “แหม เล่นโทรมาซะเช้าเลย นี่ก็ไม่ได้ไปเรียนซะหน่อย”
 
            “จะชวนไปเที่ยว จะไปมั้ย”
 
            “ไปไหนๆ”แหม เสียงร่าเริงขึ้นมาทันทีล่ะ เห็นแก่เที่ยวจริงๆเลยหล่อนเนี่ย- -
 
            “ไปเที่ยวที่เก่าย่ะ จะไปมั้ยคะ หรือจะนอนต่อก็ได้นะไม่ว่ากัน หุหุ=.,=”
 
            “แกก็รู้นี่ว่าเรื่องเที่ยวเป็นเรื่องที่สำคัยมากสำหรับชีวิตฉันน่ะ แล้วยังมาพูดแบนี้อีก ชิชะ”
 
            “นี่แกติดนิสัยขี้งอนงี่เง่ามาจากไปสาธุตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ปกติคำพูดประเภทนี้ไม่เคยหลุดออกมาจากปากแกเลยนะยะ”ปกติยัยนี่ชอบขู่ แถมยังห้าวอีกต่างหากหาก
 
            “ติดนิสัยอะไรเดี๋ยวต่อยเลย แค่นี้แหละ จะไปอาบน้ำ”
 
            “ย่ะ อิอิ ถ้าเธอเป็นน้องสะใภ้ฉันก็ดีสิ คนใกล้ตัวสบายใจดี”
 
            “ไอบ้า!!นี่ถ้าแกอยู่ข้างฉันฉันต่อยแกไปแล้วนะเนี่ย!!”
 
            “หุหุ ช่วยไม่ได้อย่าลืมนะที่เก่าเวลาเดิม ไปล่ะ ติ๊ด”พูดจบแล้วก็กดวาง แกล้งสองคนนี้นี่สนุกชะมัดเลย เอาล่ะ ไปอาบน้ำดีกว่า
 
            ฉันพุ่งตรงไปที่อ่างอากุซชี่แสนไฮโซ พอๆๆ ตื่นๆๆ มันเป็นอ่างอาบน้ำธรรมดานั้นแหละ ใช้ขันตักอาบ ก็แล้วทำไม เราอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยนะโว้ย!(บ่นอะไรคนเดียวฟร่ะ นางเอกมักจะเป็นแบบนี้ทุกเรื่อง โปรดเข้าใจ)
 
            ตูมม ซ่า~
 
            หลังจากวิ่งผ่านน้ำอย่างรวดเร็วเราก็พุ่งตรงไปแต่งตัว และสิ่งที่ขาดไม่ได้ในวันลั้ลลาวันสุดท้ายคือนี่!!... เสื้อกล้ามสีเขียวรูปหัวใจสีแดงแปร๊ด กับกระโปรงพริ้วๆยาวเทียบเข่า อินดี้สุดๆ เราไปเที่ยวกันเลยดีกว่าหุหุ^^
 
            “อ้าว!หนูเอยออกไปไหนแต่เช้าจ๊ะ”คุณป้าเจ้าของหอพักทักทายอย่างอารมณ์ดี คุณป้าคนนี้ซี้กับฉันมากเลยล่ะ เพราะว่าคุณป้าแกก็อินดี้เหมือนกัน สไตร์การแต่งตัวแกจ๊าบจริงๆ สายเดี่ยวกับกระโปรงพลิ้ว เกล้าผมสีทองปักปิ่น อินดี้สุดๆ มองด้านหลังนึกว่าอายุ 18 พอมองด้านหน้าแทบช็อคเพราะป้าแก 50 ต้นๆแล้วจ้า
 
            “ไปเที่ยวกับหนิม และสาธุจ๊ะป้า ไปด้วยกันมั้ย”
 
            “ไม่เป็นไรจ๊ะ วันนี้ป้ามีนักเล่นแชร์ ไปดีมาดีนะลูก”ป้าแกพูดแล้วโบกมือบ๊ายบ่าย ว่าแล้วฉันก็เดินออกมาจากหอพักนั่งพี่เบิ้ม วินมอไซด์เจ้าเก่า
 
            “พี่เบิ้ม ซิ่งเลยพี่”
 
            “ได้จ๊ะหนูเอย เกาะแน่นๆนิดหน่อยนะน้องนะ”พี่เบิ้มพูดตามเนื้อเพลงเพลงนึงที่ฉันเคยฟังตอนเด็กๆ แล้วซิ่งสุดขั้วหัวใจไปยังห้างเดิมที่ฉันเคยนัดกับสองคนนั้นไว้ แต่ฉันมาก่อนเวลานัดตั้ง 1 ชั่วโมง ไปหาอะไรกินก่อนดีกว่า
 
            ตุบ!
 
            “ว้าย!ขอโทษค่ะTT”ฉันเดินชนผู้ชายคนหนึ่งในขณะที่ฉันกำลังจะถอยหลังเพื่อจะกลับหลังหันไปซื้อขนมที่ร้านที่ฉันเพิ่งเดินผ่านเมื่อตะกี้นี้ กาแฟสีดำหกเลอะเสื้อของเขาจนเละและดูเหมือนว่าผู้หญิงผมสั้นที่เดินมากับเค้าไม่พอใจซะด้วย
 
            “ไม่เป็นไรครับ”ผู้ชายคนนั้นที่อายุประมาณ 20ปีเห็นจะได้ยิ้มหวานให้ฉันจนเห็นเหล็กดัดฟันสีเขียวอ่อน โอ้ว!สีที่ฉันโปรดปรานซะด้วย><
 
            “ไม่เป็นไรได้ไงกัน หล่อนทำแบบนี้ได้ไงยะ แฟนฉันเลอะหมดแล้วเห็นมั้ย!?”กรรมแล้วไง แฟนไม่ยอม แต่คนที่โดนชนกลับยิ้มร่าเหมือนคนบ้า
 
            “เอาน่าหมิว เค้าไม่ได้ตั้งใจ ไม่เป็นไรจริงๆครับ”น้องเหล็กดัด(เหล็กดัดเด่นมาก ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร เรียกชื่อนี้ละกัน)ยิ้มให้ฉันแล้วดึงมือแฟนให้เดินออกไปจากร้าน แฟนน้องเหล็กดัดคนนี้นิสัยไม่ได้เรื่องเลยให้ตายเถอะ น้องเหล็กดัดคนนั้นไม่น่าเป็นแฟนกับคนนี้เลย==
 
            “รับอะไรคะ”
 
            “สตอเบอร์รี่ปั่นแก้วนึงค่ะพี่”
 
            “ได้แล้วค่ะ^^”หลังจากที่ฉันจ่ายเงินเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้วฉันก็เดินมานั่งที่เก้าอี้ของร้าน ฉันไม่น่ามาเร็วเกินเลย ซูดดดดดด~(เสียงดูดน้ำทุเรศรูหู==)
 
            1 ชั่วโมงผ่านไป
 
            “สตอเบอร์รี่ปั่นแก้วนึงครับพี่”อ้าว!นั้นมันน้องเหล็กดัดนี่ แล้วก็น้องผู้หญิง เฮ้ย!ทำไมเมื่อกี้ผมสั้นตอนนี้ผมยาวหว่า หน้าก็เปลี่ยนไปด้วย!
 
            “ตัวเองรู้ได้ไงว่าเค้าจะกินสตอเบอร์รี่ปั่น><”ดูท่าผู้หญิงคนนี้จะแอ๊บแบ๊วเวอร์ด้วยนะ นายเหล็กดัดนี่ก็ใช่เล่น(เปลี่ยนสรรพนามแล้ว=_=)ควงสองซะด้วย
 
            “หนูนาอยากกินอะไรเค้ารู้หมดแหละ”
 
            “ที่รักของเค้าน่ารักจังเลย><”ให้ตายเถอะ คนนี้ก็ช่างน่ารักจังเลย ต่างจากยัยผมสั้นที่ชื่อหมิวมากมาย ถ้าฉันเป็นนายเหล็กดัดฉันก็เลือกคนนี้ แต่ฉันว่านายนี่คงไม่หยุดแค่น้องแอ๊บแบ๊วหนูนาคนนี้แน่ๆ น่าสงสารชะมัดTT
 
            “ถ้าเป็นฉันล่ะก็ จะไม่เอาผู้ชายแบบนี้มาทำพันธุ์เด็ดขาด คอยดูสิ!”ฉันบ่นกับตัวเองออกมาเบาๆอย่างเหลืออด เป็นผู้ชายภาอะไรเนี่ย!
 
            “แบร่!!”
 
            “ว้าย!ตาเถรตกส้วม!!”หนิมที่เดินมาจากไหนก็ไม่รู้มาจับหลังฉันอย่างแรงแถมยังทำเสียงประหลาดๆ ตกอกตกใจหมดเลย
 
            “ไอบ้า แกมายังไงไม่ให้ซุ่มให้เสียง”
 
            “ใครว่าฉันไม่ให้เสียง ถ้าฉันไม่ได้ให้เสียงแกแล้วคำว่า ‘แบร่’เมื่อกี้ใครเป็นคนพูดวะ”ดู๊~ดูมันเถียงคำไม่ตกฟาก แล้วไอสาธุที่ยืนอยู่ข้างๆก็ไม่เถียงให้พี่มันเลย ว่าแต่...
 
            “มาด้วยกันเหรอจ๊ะ”ฉันแซวสองคนนี้เพราะไม่รู้จะเถียงมันยังไง ใช้มุขนี้ดีกว่า หุหุ
 
            “เจอกันหน้าห้างเว้ย!/เปล่านะ เค้าเพิ่งเจอกันหน้าห้าง”คำพูดสองประโยคแตกต่างอย่างชัดเจน คงรู้ว่าประโยคไหนเป็นของยัยหนิมจอมโหด ประโยคไหนเป็นของสาธุจอมจุ้น
 
            “ย่ะ รู้แล้ว แกล้งไปงั้นแหละ โมโหง่ายนะแก คิกๆ เขินอ่ะดิ”
 
            “ตลกๆ ว่าแต่แกเถอะเมื่อกี้บ่นอะไรบลาๆ”หนิมเปลี่ยนเรื่องพูด
 
            “คือว่า...”ฉันกำลังจะเล่าเรื่องนายเหล็กดัดเมื่อกี้นี้แต่ก็มีเสียงหนึ่งขัดขึ้นมาก่อนจนฉันต้องหยุดชะงักกึกด้วยความตกใจ ทำไมนะเหรอ!...
 
            “พี่หนิม ปล่อยให้เค้ารอตั้งนานเลยนะ”นายเหล็กดัดเมื่อกี้นี้เดินมาหาหนิมแล้วพูดทักทายอย่างอารมณ์ดีราวกับว่ารูจักกันมานานแสนนาน
 
            “ฉันนัดแกเวลาไหนอย่ามามั่วนิ่มนะ นัดสาวไว้แล้วทำมาเป็นพูดว่ารอนานแล้ว คิดว่าฉันไม่รู้ไต๋คนเจ้าเล่ห์อย่างแกเหรอ”หนิมพูดหน้านิ่ง
 
            “เอ่อ ขอขัดจังหวะสักครู่ คนนี้คือ...”ด้วยความอยากรู้อยากเห็นมากๆของฉันจนถึงขนาดขัดจังหวะการพูดของคนสองคนซึ่งเป็นอะไรที่ไร้มารยาทที่สุด แต่จะทำยังไงได้ล่ะ บางอย่างมันค้างใจนี่นา ฉันกลัวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นสิ่งที่ฉันกำลังคิดอยู่ตอนนี้...
 
            “อ๋อ แกคงจำไม่ได้ ไอหน้าเจ้าเล่ห์คนนี้คือหนอ น้องชายของฉันเอง!^^”
 
            “นะ น้องหนอ!O[]O”ซะ เซอร์ไพรส์สุดๆ นายเหล็กดัดควงสองคือน้องหนอ เด็กชายแว่นหนาร่างบางเจ้าของจูบแรกของฉัน!!>< 

 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 324 ท่าน