Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Oh!baby:
ยัยข้าวต้ม!(มัด)
รายงาน 100 แผ่นแสนโหด
1
01/01/2533 00:00:00
385
เนื้อเรื่อง

พ.ศ.2549

 

โรงเรียนสงบสุขนารีพัฒนาวิทยาคม(ชื่อยาวได้อีก=_=)

 

“อะแฮ่มมม!! วันนี้เราจะมานั่งสมาธิกันนะจ๊ะนักเรียนที่น่ารักของคุณครูทุกๆคน”คุณครูเพ็ญศรี คุณครูหมวดวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พูดกับนักเรียนพร้อมฉีกยิ้มแป้นเห็นฟันหลอด้านหน้าสองซี่

 

“นั่งสมาธิอีกแล้วเหรอวะ?=_=”ฉันกระซิบกับเพื่อนสาวที่แสนน่ารักของฉันชื่อ หนิม ที่นั่งอ่านนิยายอย่างเมามันทั้งที่ครูเข้ามาที่นี่เกือบ 10 นาที

 

“อืม”หนิมตอบสั้นๆได้ใจความ แหงอยู่แล้วล่ะ ยัยนี่น่ะวันๆชีวิตหล่อนก็อยู่แต่กับนิยายๆนั้นแหละ ไม่สนใจหรอกว่าเพื่อนพ้องผู้สมาธิสั้นอย่างฉันเนี่ยจะต้องกระอักเลือดตายแค่ไหนที่ต้องมานั่งสมาธิทุกๆคาบที่มีพระพุทธศาสนาแบบนี่น่ะ

 

“หนิม แกไม่เบื่อบ้างเหรอเนี่ย แกดูสิ เจ๊เพ็ญศรีเข้าคาบเรามาเกือบเดือนแล้วน่ะ ดันสั่งแต่นั่งสมาธิกับสวดมนต์อย่างเดียว แล้วอย่างนี้ฉันจะเอาที่ไหนมาสอบเนี่ย”

 

“แกก็อ่านเอาสิ ในหนังสืออ่ะมีไว้ทำแมวอะไร คุณครูเพ็ญศรีท่านแค่อยากทำให้เรามีสมาธิที่ยืนยาวขึ้น  แกมาพูดแบบนี้แกไม่คิดเหรอว่าคุณครูเพ็ญศรีจะรู้อ่ะ”หนิมพูดหน้านิ่ง เจ๊เพ็ญน่ะเหรอจะรู้...ไม่มีทางหรอก

 

“เจ๊เพ็ญศรีหูตึงจะตาย จ้างให้ก็ไม่รู้หรอก ฉันว่าเราเตรียมตัวทำสมาธิเหอะ”ฉันพูดพร้อมทั้งหันตัวกลับมาเพื่อจะทำสมาธิตามที่เจ๊เพ็ญศรีสั่งไว้ แต่!!

 

“เธอแน่ใจเหรออัมราวรวีร์!

 

“ว้าย! เจ๊ เอ้ย อาจารย์เพ็ญศรี”กรี๊ด อกยัยเอยจะแตก เจ๊เพ็ญศรีแกมาจากแห่งหนใด ทำไมถึงมาอยู่ ณ ที่แห่งนี้ได้ แล้วฉันจะมีชีวิตรอดกลับไปหาแม่ที่บ้านมั้ยเนี่ยTT

 

“ทำไมย่ะ หล่อนคิดว่าฉันเป็น ญาญ่า อุรัสยารึไง หนอยย!! นินทาฉันแถมยังมาว่าฉันหูตึงอีก”เจ๊เพ็ญศรีเบิกตาจ้องฉันแทบถลน ถ้านี่เป็นในการ์ตูน ที่หูเจ๊เพ็ญศรีคงเต็มไปด้วยควัน=.,=

 

“อาจารย์เพ็ญศรีคนสวยขา หนูผิดไปแล้ว...ต่อไปนี้นะ จะไม่ยุ่งเลย ถ้าหากมันทำให้อาจารย์ต้องกลุ้มใจ ต่อไปนี้นะ จะไม่วุ่นวาย จะไม่มารบกวนหัวใจ ไม่มาให้เห็นเลย~!!

 

“หยุดดราม่าได้แล้วอัมราวรวีร์ เธอนี่มันทำให้ครูปวดหัวได้ทุกคาบสิน่า ในเมื่อเธอไม่อยากจะนั่งสมาธิในคาบครูล่ะก็...ครูจะปล่อยให้เธอและนิรมลเพื่อนของเธอออกไปข้างนอกห้อง”เจ๊ เอ้ย! อาจารย์เพ็ญศรีหลับตาพูดอย่างเหนื่อยอ่อน นี่หมายความว่าฉันกับหนิมไม่ต้องมานั่งสมาธิเหรอเนี่ย อ้ากก! เหมือนถูกหวยเลย!!^^

 

“จริงเหรอคะอาจารย์”หนิมเพื่อนสาวผู้ขี้สงสัยหรี่ตาถามอาจารย์เพ็ญศรีด้วยความแน่ใจ(เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อทันทีที่ครูให้ออกนอกห้องได้)

 

“จริงสิ ครูเป็นครูพระพุทธนะ โกหกแล้วบาป”

 

“แกก็อย่าไปคิดอะไรมากเลยหนิม อาจารย์เพ็ญศรีสุดสวยอุตส่าห์ใจดีเป็นนางฟ้าแบบนี้แล้ว เราก็มาสานความต้องการของอาจารย์เพ็ญศรีให้เป็นจริงกันดีกว่า”ฉันเดินไปกอดคอหนิมและอาจารย์เพ็ญศรีอย่างร่าเริง(เริ่มลามปาม เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีควรได้รับคำแนะนำ)

 

“ใช่~ นักเรียนคนไหนไม่อยากนั่งสมาธิ เหมือนเพื่อนเธอคนนี้ จะออกไปก็ได้นะ^^

 

“จริงเหรอครับ/คะ?

 

“ใช่สิ แต่พวกเธอจะต้องทำรายงานมาส่งฉันเรื่องสมาธิเป็นจำนวน 100 แผ่น เขียนด้วยลายมือตัวเอง!”รอยยิ้มนางงามของอาจารย์เพ็ญศรีกลายเป็นรอยยิ้มมุมปากของผู้ชนะ โอ้ก๊อด! ฉันตกหลุมพรางเธอเข้าแล้วไงT^T

 

“งั้นพวกผม/หนูขอนั่งสมาธิเหมือนเดิมดีกว่านะครับ/คะ”เพื่อนๆทุกคนพูดพลางยิ้มแหยๆให้กับอาจารย์ที่เอาแต่จ้องฉันด้วยแววตาเป็นต่อ

 

“อาจารย์ขาาาาTT หนูขอกลับไปนั่งสมาธิเหมือนเดิมเถอะนะคะ หนูสัญญาว่าจะไม่ปริปากบ่นเด็จขาด”ฉันพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนสุดขีด ให้ฉันคัดลายมือแบบนี้ฉันก็มือหงิกตายพอดีน่ะสิ

 

“เสียใจด้วยนะอัมราวรวีร์ เมื่อเธอคิดได้ก็สายไปซะแล้ว นิรมล เธอต้องร่วมทำกับอัมราวรวีร์ในฐานะที่เธอเป็นเพื่อรักกัน แต่ครูจะให้โอกาสเธอในการที่เธอจะช่วยทำเท่าไหร่ก็ได้^^

 

“ค่ะอาจารย์ หนูรู้ว่าถ้าปล่อยให้เอยทำคนเดียว มีหวังน้ำตามันได้ท่วมบ้านแน่ๆค่ะ= =

“นี่มันอะไรกันเนี่ยT^T

 

 

โอ๊ยยยย!! ปวดมือชะมัดเลย ฉันคัดไปแค่ 10 แผ่นเองนะเนี่ย ให้ตายเถอะ ทำไมมันเหนื่อยอย่างนี้เนี่ย ใครก็ได้ช่วยฉันที!!TwT

 

“ไอพี่เอยยยย เค้าหิวข้าวว่ะ”สาธุ ลูกพี่ลูกน้องฝ่ายพ่อที่เรียนที่โรงเรียนสงบสุขนารีพัฒนาวิทยาคม โรงเรียนเดียวกับฉันบ่นพลางเอามือกุมท้องด้วยความหิวโหย หนอยย พี่สาวนั่งทำการบ้านอยู่ไม่ได้สนใจใยดีเลยใช่มั้ย?!

 

“ไปหากินสิยะ มาบ่นกับฉันทำแป๊ะอะไร”

 

“พี่เอยหาให้เค้าหน่อยดิ เค้าหิวอ่ะ”สาธุ ลูกพี่ลูกน้องที่นิสัยเหมือนเด็กที่สุดในครอบครัว ได้ข่าวว่ามันอายุเท่าฉันนะ ถ้าฉันไม่เป็นลูกลุงของมันฉันคงไม่ต้องมาทำอะไรให้เด็กโข่งอย่างมันหรอก=_=

 

“ได้~ แต่มีข้อแม้”

 

“ข้อแม้อะไรของพี่อ่ะ= =

 

“แกต้องช่วยฉันทำรายงานวิชาสังคม ฉันยอมหาข้าวหาน้ำมาให้ เป็นเบ๊รับใช้เลย ตกลงมั้ย?”ทันทีที่ฉันพูดจบประโยค สาธุก็ส่ายหน้าพรืดทันทีแล้วลุกขึ้นเข้าครัวไปหาของกินเอง เจริญ! มีน้อง น้องก็ไม่เคยเหลียวแลToT

 

“ไอสาธุ!!

 

“เรื่องอะไรจะทำให้ล่ะ พี่เอยก็ให้เพื่อนพี่เอยช่วยดิ ที่ชื่อสนิมอ่ะ”

 

“เพื่อนฉันชื่อหนิมย่ะ เออ เจ๊เพ็ญศรีแกเคยบอกว่าให้ให้หนิมช่วยฉัน ไอสาธุ ฉันไปนอนค้างบ้านหนิมนะ บอกแม่ด้วย”ฉันพูดแล้วรีบวิ่งจู๊ดออกไปนอกบ้านทันทีโดยที่ไม่สนใจคำพูดของสาธุที่ตะโกนตามหลังมาเลยสักนิด

 

“ไอพี่บ้า เค้าจะกลับบ้านแล้ว!!”สาธุหมายถึงว่าบ้านสาธุกับบ้านฉันอยู่คนละที่กัน แต่สาธุต้องมาที่บ้านฉันก่อนจะกลับบ้านของตัวเองเพราะคุณอาหรือพ่อของสาธุสั่งเอาไว้(เหตุผลอะไรก็ไม่ทราบ)

 

 

“ฮูล่า ฮูล่า ฮูลา ลา ลาไปทะเล~”ระหว่างการเดินทางไปที่บ้านด้วยจักรยาน ฉันก็ร้องเพลงที่ฮิตในช่วงนี้ด้วยความสนุกสุขสำราญ มีคนช่วยทำรายงานนี้มันดีจริงๆ แม้ฉันจะไม่รู้ก็ตามว่ายัยหนิมจะช่วยฉันแค่ไหนT^T

 

“เอยยยย จะไปไหน ฝนจะตกแล้วนะ”เพื่อนเล่นข้างซอยที่เดินมาซื้อขนมถามขึ้นด้วยความสงสัย เออ จริงด้วยสิ ฟ้าครึ้มมากเลย แต่การบ้านสำคัญกว่าทุกสิ่ง!

 

“ไปบ้านเพื่อนน่ะ อยู่ไม่ไกลหรอก ไปแล้วนะ เดี๋ยวฝนตกก่อนถึงบ้าน”

 

“จ้า ขี่รถดีๆนะ^^”ฉันยิ้มแล้วโบกมือบ๊ายบ่าย

 

“ฮัลโหล ไอหนิม ฉันจะไปบ้านแกนะ”ฉันโทรศัพท์หาหนิมทันทีที่นึกขึ้นได้ เผื่อยัยหนิมปิดบ้านนอนก่อนเวลาอันควรขึ้นมา ฉันจะได้ไม่ต้องมานอนทรหดนอกบ้าน

 

“ฉันอยู่ห้างย่ะ ตอนนี้หนอน่าจะอยู่บ้านนั้นแหละ แกไปเคาะประตูบ้านเดี๋ยวมันก็มาเปิดให้เอง”

 

“ย่ะ”ฉันกดวางสาย หนอที่ยัยหนิมหมายถึงคงจะเป็นน้องหนอ น้องชายแท้ๆของยัยนี่แน่นอน

 

 

แหมะๆ ซ่า~

 

            ฉันขี่รถจักรยานมาจนถึงโรงเรียนที่ฉันเรียน ฝนเริ่มตกลงมาปรอยๆและหนักขึ้นเรื่อยๆ จู่ๆสายตาฉันก็ไปปะทะเข้ากับหนุ่มน้อยแว่นหนาร่างบางตัวเล็กที่รอรถอยู่ที่ป้ายรถเมล์ของโรงเรียน หน้าตาคุ้นๆเหมือนว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน...

 

            “น้องหนอรึเปล่า?

 

            “ครับ?

 

            “น้องชื่อหนอรึเปล่า?”ฉันทวนคำถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจเมื่อน้องหนอ(รึเปล่า?)มองหน้าฉันอย่างงๆ หน้าตาเหมือนรูปที่หนิมเอามาให้ดูเลย แต่ไม่ค่อยแน่ใจเพราะรูปที่หนิมเอามาให้ฉันดูมันนานตั้งแต่ฉันอยู่ ม.1 แล้ว

 

            “ครับผมชื่อหนอ แล้วพี่รู้ชื่อผมได้ไง”

 

            “ด.ช.นะโม เพียรวิทยากุล เป็นน้องชายของด.ญ.นิรมล เพียรวิทยากุลใช่มั้ย?”ฉันถามอีกครั้งทั้งที่ความจริงที่หน้าอกเสื้อนักเรียนด้านขวามือของน้องเค้าก็ปักชื่อเห็นๆ ด.ช.นะโม เพียรวิทยากุล

 

            “ครับ พี่เป็นเพื่อนพี่หนิมเหรอ?”น้องหนอพูดฉันแต่สายตากลับหลบมองต่ำอยู่ที่พื้น กลัวฉันกินตับรึไงฮะ ถึงไม่กล้าสบตา-__-

 

          “ใช่ ฉันเป็นเพื่อนรักสุดยอดของไอหนิม นายดูอ่อนแอต่างจากพี่สาวนายมากเลยนะ ไอหนิมชอบบ่นบ่อยๆว่านายไม่ชอบดื่มนม ว่าแล้วทำไมนายถึงเตี้ยกว่าฉัน”ฉันพูดแล้วตีแปะๆบนหัวน้องหนอ ที่สูงเพียงแค่ไหล่ฉันเบาๆด้วยความเอ็นดู ถ้าเป็นน้อง เป็นนุ่งล่ะก็จะจับดื่มนมซะให้เข็ด^^

 

          “พี่หนิมพูดถึงผมด้วยเหรอครับ น่าขายหน้าจังเลย=//=”น้องหนอก้มหน้าต่ำเขินๆ คนอะไรไม่รู้ยิ่งดูยิ่งน่ารัก เหมือนตุ๊กตามากเลยอ่ะ ตัวเล็กๆ ผิวขาวๆ

 

            “แล้วนายมาทำอะไรที่ป้ายรถเมล์ที่นี่เหรอ?

 

            “คือ พี่หนิมไม่กลับบ้านน่ะครับ ผมเลยมาดูที่โรงเรียน แล้วตอนนี้รถเมล์ก็หมดแล้วด้วย”น้องหนอเบ้ปากเหมือนจะร้องไห้ ยัยหนิมไปเที่ยวห้างไม่ใช่เหรอ ทำไมยัยนั้นไม่บอกน้องชายของตัวเองเนี่ย

 

            “ยัยหนิมไปเที่ยวห้างน่ะ น้องหนอไม่รู้เหรอ ยัยนี่นี่ร้ายจริงๆ แล้วนี่จะกลับยังไงเหรอ”

 

            “ผมคงต้องเดินกลับบ้านน่ะครับT^T

 

            “เอางี้มั้ย เดี๋ยวพี่ไปส่ง พี่กำลังจะไปทำรายงานบ้านน้องหนอพอดีเลย มาๆขึ้นรถพี่ซะ เดี๋ยวพี่พาไปส่ง”

 

            “ขอบคุณมากครับพี่”

 

            “ไม่เป็นไรจ๊ะ ทิ้งน้องชายน่ารักๆแบบนี้ไว้คนเดียวมีหวังโดนจับไปขายแน่นอน พี่ชื่อเอยนะ ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ”ฉันพูดแล้วยื่นมือมาจับทักทายน้องหนอก่อนที่น้องหนอจะขึ้นจักรยานของฉันและขับออกไปจนถึงที่บ้านน้องหนอ

 

            “พี่มาที่นี่เป็นครั้งแรกนะเนี่ย บ้านน่าอยู่มากเลย^^”ฉันพูดแล้วเดินเข้าบ้านตามน้องหนอไป ภายในบ้านกว้างเวอร์ เป็นบ้านสีขาว ของตกแต่งเป็นสีฟ้า พื้นบ้านเป็นพรมสีฟ้าอ่อนนุ่มนิ่ม ฉันนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่สีฟ้าเข้มด้วยความเหนื่อยที่ปั่นจักรยานจากบ้านมาที่นี่ ระยะทางไม่ใช่น้อยๆ

 

            “พี่ไม่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเหรอครับ เดี๋ยวเป็นหวัดนะ”

 

            “พี่ว่าน้องหนอนั้นแหละที่ควรไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ดูแล้วน่าจะเป็นหวัดง่ายซะด้วย เดี๋ยวไอหนิมบ่นพี่ไม่รู้ด้วยนะเด็กน้อย”ฉันพูดพลางขยี้ผมน้องหนอที่เปียกหมาดๆจากน้ำฝนด้วยความหมั่นเขี้ยว เด็กอะไรน่ากิน เอ้ย น่ารักจัง><

 

          “ครับพี่เอย เดี๋ยวพี่เอยดูทีวีไปก่อนนะครับ หนออาบน้ำแป๊บเดียว เดี๋ยวพี่เอยไปอาบบ้าง พี่เอยจะได้ไม่เป็นหวัด”

 

            “จ๊ะ”

 

            และแล้วน้องหนอก็เดินเข้าห้องน้ำไป ฉันเปิดโทรทัศน์จอสีใหญ่ยักษ์ภาพชัดแจ๋วตรงหน้าเพื่อดูละครที่กำลังจะจบโดยที่ไม่ลืมตั้งเอกสารที่เปียกน้ำฝนผึ่งพัดลมไว้

 

            เธอเป็นรักครั้งแรกของฉันนะเพลินแบงค์ พระเอกของเรื่องจับมือเพลิน นางเอกของเรื่องไว้อย่างแน่นหนาพลางพูดถึงความรู้สึกที่เก็บไว้มานานแสนนาน

 

            ฉันรู้ แต่ฉันมีพี่เอ็มอยู่แล้วเพลินกลั้นใจแกะมือออกทั้งที่ความจริงเพลินรักแบงค์มากเหลือเกินแต่เธอไม่สามารถตอบรับรักของแบงค์ได้เพราะเธอได้เป็นแฟนกับพี่เอ็มเรียบร้อยแล้ว

 

            ในเมื่อเธอไม่รักฉัน ฉันก็จะไม่ขออยู่แบงค์พูดด้วยความขมขื่น

 

            แบงค์ แบงค์จะทำอะไร!’แบงค์เดินไปที่โต๊ะและ...โฆษณา=_=*

 

          “โอ๊ย! ขัดอารมณ์ ถ้าฉันเกิดเป็นเพลินก็ดีสินะ เป็นรักแรกของพระเอกซะด้วย ฉันอยากเป็นรักแรกของใครสักคนจัง คงจะโรแมนติกน่าดูเชียว”ฉันมองไปบนเพดานอย่างเลื่อนลอยก่อนจะนึกอะไรได้สักอย่าง “นี่ฉันเพ้ออีกแล้วเหรอเนี่ย พระเคยสอนว่าการเพ้อเจ้อมันเป็นบาป ฮ้าวว ง่วงนอนจังเลย นอนก่อนดีกว่า เดี๋ยวโฆษณาจบแล้วเราค่อยมาดูต่อ แต่ปวดหัวชะมัดเลย ฝนทำพิษแล้วซิเนี่ย ว่าแต่....นี่ฉันพูดคนเดียวทำไมเนี่ย”ครอกก เมื่อบ่นจบฉันก็เข้าสู่นิทรารมณ์ทันที

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1

จะติดตามค่ะ

ว่าเเต่ชื่ออะไรค่ะ

เราชื่อเตยนะ

ว่างๆไปทักได้ที่

http://www.jamsai.com/story/story.aspx?storyID=140719

 

จากคุณ เตย/(tey19980153) อัพเดตเมื่อ 25/07/2554 22:01:32
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 406 ท่าน