Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
อหังการ์นางพญาเหนือมังกร
Renngae
ราชวังแห่งน้ำ
2
06/02/2555 21:35:47
662
เนื้อเรื่อง

ราชวังแห่งน้ำ

                “พี่ใหญ่ พรุ่งนี้เป็นวันหยุด เราไปเที่ยวที่ไหนกันดีมั้ย”
                หย่งคังที่กำลังค้นคว้าข้อมูลทำรายงานเงยหน้าขึ้นมาหาน้องสาว แล้วหันต่อไปยังน้องชายคนเล็กที่มองมาอย่างสนใจ เนื่องด้วยเพราะตั้งแต่เหมยหลิงป่วยเป็นต้นมาทั้งสามคนก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปเที่ยวด้วยกันสักเท่าไหร่นัก
                “เหมยหลิงอยากไปที่ไหนล่ะ”
                “ที่เมืองข้างๆนี่ไงพี่ใหญ่ ที่มีซากพระราชวังเก่าอยู่น่ะ ฉันได้ยินมาว่าสวยมากๆเลยนี่นา”
                “แล้วพรุ่งนี้นายว่างหรือเปล่าอาเล่อ”หย่งคังหันไปถามน้องชาย
                “ว่างครับ ว่างมากๆเลยครับ” หย่งเล่อตอบอย่างกระตือรือร้น
                “งั้นวันพรุ่งนี้ตื่นกันเช้าๆหน่อยจะได้เตรียมตัวไปกันเช้าๆ แดดจะได้ไม่แรง”
                “ครับ”
                “ค่า”
                ทั้งสองคนรับคำเสียงใสแล้วรีบพากันไปห้องนอนโดยเร็วเพราะกลัวจะตื่นสายในวันรุ่งขึ้น หย่งคังมองภาพที่น้องชายพยุงเหมยหลิงเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนด้วยสายตาที่แวววาวอย่างประหลาด
                เขาไม่อยากให้เหมยหลิงออกไปนอกบ้านเท่าไหร่นัก เพราะเกรงว่าสายตาของคนรอบข้างที่มักมองมาอย่างเวทนาเมื่อรู้ว่าสายตาของเธอนั้นผิดปกตินั้นจะทำให้เธอลำบากใจ แต่ถ้าจะทำให้เธอคิดว่าเขาจะกักขังเธอไว้ในบ้านหลังเล็กโดยไร้อิสรภาพล่ะก็นั่นเป็นสิ่งที่เขายอมไม่ได้เหมือนกัน
                พรุ่งนี้จะเป็นอีกวันที่เขาจะได้รับรอยยิ้มที่มีความสุขของน้องสาวคนนี้อีกครั้ง อ้อแถมเจ้าน้องชายนั่นด้วย หย่งเล่ออดยิ้มน้อยๆไม่ได้เมื่อคิดถึงน้องชายเพียงคนเดียวที่เป็นตัวสร้างเสียงหัวเราะของบ้าน หย่งเล่อ
 
                “เดินช้าๆนะไม่ต้องรีบ เดี๋ยวสะดุดล้มไปจะแย่”หย่งคังเตือนเมื่อเห็นว่าเหมยหลิงรีบเดินเป็นพิเศษ เด็กสาวที่ในวันนี้อยู่ในชุดเสื้อตัวสวยกับกางเกงยีนส์สีเข้มเกาะแขนของอาเล่อที่ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงขายาวสีดำแจเหมือนเป็นคู่รักที่รักกันปานจะกลืนกินมากกว่าพี่น้องธรรมดา (ที่คงไม่มีใครเกาะเกี่ยวกันแน่นขนาดนี้)
                “ค่า” เหมยหลิงลากเสียงยาว เพราะได้ยินพี่ใหญ่เตือนมามากมายแล้วตั้งแต่ออกจากบ้านมาจนถึงที่นี่มากพอที่เธอจะท่องทวนได้ด้วยซ้ำ “เดินช้าๆ อย่างใช้สายตาเพ่งมากนัก อย่าตามคนที่ไม่รู้จัก อย่าพูดกับคนแปลกหน้า แล้วก็ระวังตัวเอง ถ้ามีอะไรต้องบอกพี่ใหญ่กับหย่งเล่ออย่าปิดบัง”
                หย่งเล่อหัวเราะกับการท่องจำของพี่สาวที่เหมือนกับสิ่งที่พี่ใหญ่พยายามพูดซ้ำอยู่ในรถไม่มีผิด แต่ก็ต้องเงียบลงเมื่อเห็นดวงตาคมของพี่ชายตวัดมามอง ถึงเป็นอย่างนั้นก็ยังไม่วายมีเสียงหัวเราะขลุกขลักอยู่ในคอ เหมยหลิงหยิกเอวน้องชายตัวสูงเบาๆ เมื่อเห็นผ่านดวงตาที่พร่ามัวว่าพี่ชายเริ่มอารมณ์ไม่ดี
                เหมยหลิงอิงศีรษะพิงที่ไหล่หนาของน้องชายไปด้วยขณะที่พากันเดินชมพระราชวังที่สวยงาม แม้จะผ่านกาลเวลาเนิ่นนานนับพันปี แม้จะเป็นน้องชายแต่ดูเหมือนอาเล่อจะสูงกว่าเธอมากพอดูเพราะศีรษะของเธอสามารถวางที่ไหล่ของเขาได้พอดี ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังสูงเท่ากันอยู่เลยแท้ๆ แต่อาเล่อเพิ่งอายุแค่ 16 ปีคงยังสูงได้อีก เพราะดูจากความสูง 185 เซนติเมตรของพี่ชายใหญ่แล้ว อาเล่อคงโตได้อีกเยอะเป็นแน่
                หย่งเล่อพาตนเองและพี่สาวเดินไปตามห้องหับต่างๆที่เปิดให้เข้าชมของพระราชวังอย่างเพลิดเพลินใจ ชายหนุ่มอธิบายสิ่งที่ได้เห็นทุกอย่างให้พี่สาวฟังอย่างละเอียดลออ เพราะกลัวว่าเหมยหลิงจะมองภาพจากดวงตาที่ฝ้าฟางนั้นไม่ชัดเจน จนมาถึงห้องโถงใหญ่ของพระราชวัง หย่งเล่อจับจูงพี่สาวไปที่ป้ายข้อมูลที่มีข้อมูลเกี่ยวกับพระราชวังแห่งนี้อธิบายไว้ เพื่อเพิ่มความรู้ให้กับตนเองและพี่สาวในโอกาสที่ได้มาเที่ยว
                “อืม” หย่งเล่อกวาดสายตามองตัวหนังสือเล็กจิ๋วก่อนเริ่มอ่าน “พระราชวังแห่งน้ำเริ่มก่อสร้างประมาณค.ศ.600 ในยุคสิบสามแคว้นที่มีสงครามชิงอำนาจระหว่างแคว้น โดยฮ่องเต้หยางจงเป็นผู้สร้าง สันนิษฐานว่าจะเป็นพระราชวังตากอากาศสำหรับสตรีในพระราชวงศ์ เนื่องด้วยมีการค้นพบโบราณวัตถุที่เป็นเครื่องใช้ของสตรีชั้นสูงอยู่มาก โดยชื่อพระราชวังแห่งน้ำนี้ได้มาด้วยมีการค้นพบสระน้ำขนาดใหญ่กลางพระราชวัง และยังมีหลักฐานว่าในสมัยโบราณมีการขุดทางน้ำเชื่อมถึงกันทั่วพระราชวัง โดยล้อมรอบตำหนักต่างๆให้มีลักษณะเหมือนเป็นเกาะ โดยสังเกตได้จากทางเดินระหว่างตำหนักที่จะโค้งเล็กน้อยเหมือนสะพานต่างจากพระราชวังทั่วไป”
                “เลยถูกเรียกว่าพระราชวังแห่งน้ำสินะ ชุ่ยกง(Water palace) งั้นเหรอ เพราะดีจังเลยเนอะอาเล่อ”
                “อืม เพราะดี”
                “มิน่าสงสัยอยู่เลยว่าทำไมอุทยานของพระราชวังมันดูเบี้ยวไปมาแล้วก็ดูโล่งๆอย่างไงอยู่ ที่แท้ก็เพราะเป็นทางน้ำที่เคยมีน้ำล้อมรอบนี่เอง” ตั้งแต่อุทยานของตำหนักแรกแล้วที่เธอสังเกตเห็นแต่คิดว่าเพราะกาลเวลาที่เนิ่นนานทำให้เป็นอย่างนั้น เมื่อได้รู้เช่นนี้แล้วเธอก็ได้แต่นับถือผู้ออกแบบสร้างในใจ
                “คงเย็นน่าดูเลยนะพี่ ลมเย็นๆกับความชุ่มชื้นของน้ำที่ล้อมรอบคงทำให้ที่นี่เงียบสงบมากแน่ๆ” หย่งเล่อพาพี่สาวเดินมาที่กลางโถงกว้างที่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่านเพื่อชมความตระการตาของราชวังแห่งนี้ให้เต็มตา บันไดสูงที่ขึ้นไปสู่บัลลังก์มังกรงดงามบนยกพื้น เป็นฉากหลังที่นักท่องเที่ยวดูจะนิยมถ่ายภาพกันมากที่สุด
                “พี่ถ่ายรูปบ้างดีมั้ย เดี๋ยวผมถ่ายให้”
                “ก็ดีเหมือนกัน” เหมยหลินยิ้มกว้าง ทำเอาใจของคนที่เห็นแทบกระตุกตาม หย่งเล่อพาพี่สาวไปยืนด้านหน้าแล้วจัดท่าให้ก่อนถอยออกมาประมาณ3-4 ก้าว
                “จะถ่ายละนะ 1-2-3”
               แชะ!แชะ! ชายหนุ่มลดกล้องดิจิตอลลง แต่เสียงถ่ายรูปก็ยังไม่หยุด ดูเหมือนนอกจากเขาแล้ว ยังมีอีกหลายคนเลยทีเดียวที่อยากได้รูปของพี่สาวคนงามของเขา ชายหนุ่มรีบเดินหวังจะเข้าไปพาหญิงสาวออกมาแต่บังเอิญไปชนเข้ากับนักท่องเที่ยวคนอื่นจนกระเป๋าของเธอตกลงพื้น ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษที่แสนดี หย่งเล่อจึงช่วยเธอเก็บของอย่างกระตือรือร้น โดยไม่สนใจกับสะพานเหล็กที่สาวเจ้าพยามทอดมาระหว่างนั้นเลยสักนิด
                แต่เมื่อลุกขึ้นมา หัวใจของชายหนุ่มก็เย็นเฉียบจนนึกว่ากลายเป็นน้ำแข็งไปแล้ว เพราะตรงที่ที่ชายหนุ่มเห็นพี่สาวยืนอยู่เมื่อครู่นี้เกิดว่างเปล่าขึ้นมา เหมือนกับว่าร่างกายของเธอเกิดกลายเป็นอากาศหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขามองซ้ายขวาพยายามใช้ความได้เปรียบจากร่างกายสูงใหญ่หาร่างแบบบางที่แสนคุ้นตา แต่ความวุ่นวายของผู้คนที่มากมายในห้องโถงทำให้เขาตาลายจนรู้สึกแย่
                 เด็กหนุ่มใช้โทรศัพท์มือถือโทรหาพี่ชายใหญ่ที่แยกตัวออกไปเดินคนเดียวเพื่อเก็บข้อมูลไปเสริมรายงานที่ยังค้างอยู่ให้สมบูรณ์อย่างร้อนรน
                “พี่ใหญ่ พี่อยู่ที่ไหน”
                “อยู่หน้าห้องโถง นายล่ะ” เสียงเคร่งขรึมตอบมาเรียบๆ
                “ผมอยู่ในห้องโถง แล้วตอนนี้ผมพลัดหลงกับพี่เหมยหลิง พี่ใหญ่พอจะเห็นบ้างมั้ย” หย่งเล่อบอกอย่างรีบร้อน
                “เหมยหลิงหายไป!”หย่งคังตวาดใส่น้องชายเสียงดัง “นายดูแลเธอยังไงกัน รู้ๆอยู่ว่าอันตรายแค่ไหนที่จะให้เธออยู่ตามลำพังในที่ที่คนเยอะขนาดนี้”
                “ผมแยกมาถ่ายรูปให้เธอ แล้วคลาดสายตาแค่แป๊บเดียว พี่สาวก็หายไปแล้วอ่า”หย่งเล่ออธิบายเสียงอ่อย เพราะเขาผิดจริงที่ละเลยสายตาไป ทั้งที่รู้ว่าคนมีรูปลักษณ์สะดุดตาแถมสายตาไม่ดีอย่างเหมยหลิงนั้นน่าเป็นห่วงมากแค่ไหน
                 “นายรีบตามหาเดี๋ยวนี้เลย ไม่ต้องวางสายหรอก ฉันก็จะหาด้วยเหมือนกัน”
                “คร้าบ” หย่งคังได้แต่รับปากแล้วออกเดินตามหาพี่สาวที่หายตัวไปด้วยความร้อนใจ จนเกือบจนพ้นออกมาจากห้องโถงแล้ว เขาก็ได้รับการติดต่อจากพี่ชายอีกครั้ง
                “อาเล่อๆ พี่เห็นคนเหมือนเหมยหลิงแล้ว เธอเดินตามผู้ชายคนหนึ่งอยู่ คงเข้าใจผิดว่าเป็นนาย ดูเหมือนจะเดินไปที่สระน้ำใหญ่กลางวัง นายตามไปด้วยนะ”
               “ครับพี่” เมื่อรู้จุดหมายแล้วแบบนี้ อาเล่อก็เร่งฝีเท้าไปที่สระน้ำที่อยู่ใจกลางพระราชวังที่แสนกว้างนี้ด้วยความรวดเร็ว
 
                “อาเล่อ” เมื่อเห็นว่าน้องชายถ่ายรูปเสร็จแล้ว เหมยหลิงก็ยืนรอน้องชายอยู่ที่เดิม แต่หย่งเล่อก็ไม่มาสักที จนเธอเห็นเขาเดินแยกไปอีกทาง ด้วยกลัวจะพลัดหลงกัน เหมยหลิงจึงตัดสินใจรีบเดินตามไปทันที
                “อาเล่อ!อาเล่อ!หย่งเล่อ!” เหมยหลิงพยายามเรียกน้องชายมาตลอดทางที่เดินตามมา แต่ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มที่เดินอยู่ด้านหน้าจะไม่ได้สนใจกับเสียงเรียกของเธอเลยแม้แต่น้อย นี่หย่งเล่อเล่นอะไรอยู่นะ เหมยหลิงเห็นว่าตนเองเดินตามมาจนเห็นสระน้ำกว้างใหญ่จนเห็นตำหนักอีกฝั่งแค่เพียงไกลๆ
น่าจะเรียกเป็นทะเลสาบมากกว่าสระน้ำ
                หญิงสาวเหม่อมองสายน้ำสีฟ้าปนเขียวที่เป็นระลอกคลื่นจากแรงลมอย่างเหม่อลอยหลงใหลไปกับความงดงามที่เห็น จนไม่ได้สนใจเลยว่าคนที่ตนเองเดินตามมานั้นได้หายไปจากสายตาแล้วอย่างเงียบเชียบ
                “ข้าเสียใจกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นท่านพี่ แต่สงครามก็เป็นเช่นนี้ ต้องมีผู้เสียสละเสมอ เราผู้อยู่รอดจึงสมควรที่จะทำให้การเสียสละของเขาเหล่านั้นไม่เสียเปล่ามิใช่หรือ”
                “ข้ารู้ดีว่าท่านพี่ของข้าอ่อนโยนเพียงใด แม้ในตอนนี้ท่านจะเป็นอย่างไรขอท่านทราบเถิดว่าข้าจะยืนอยู่ข้างท่านเสมอ พี่ใหญ่ก็เช่นกัน”
                เสียงหนักแน่นที่ลอยตามลมมานั้นของหย่งเล่อไม่ผิดแน่นอน แค่สำเนียงและความหมายที่เธอได้ยินมันออกจะแปลกหูอยู่บ้าง เหมยหลินเดินเข้าไปยืนพิงเสาต้นใหญ่ริมระเบียงที่มีเพียงรั้วสูงเท่าเอวกั้นไว้ระหว่างตัวเธอกับผิวน้ำเบื้องล่างเท่านั้น เธอมองนักท่องเที่ยวรอบๆก็เห็นว่าตรงที่แห่งนี้นักท่องเที่ยวบางตากว่าที่คิด อาจเพราะความงดงามโอ่อ่าของห้องโถงใหญ่ที่ดึงดูดมากกว่าก็ได้ถึงทำให้ใจกลางพระราชวังแห่งน้ำนี้เงียบเหงาไปถนัดตา หญิงสาวพยายามใช้ดวงตาที่พร่ามัวมองผิวน้ำ
                พลัน! เงาสะท้อนที่ส่งกลับมา ทำให้เธอตกใจ เหมยหลินผงะตัวถอยหลังกลับก่อนชะโงกตัวออกไปส่องดูใหม่ แต่เงาสะท้อนที่เป็นปกติก็ทำให้เธอคิดว่าตัวเองตาฝาดไปอย่างไม่เชื่อตัวเอง เพราะภาพที่เธอเห็นเมื่อครู่ยังติดตาอยู่จนถึงตอนนี้
                ใบหน้าของเธอในเครื่องแต่งกายที่แตกต่าง ผ้าไหมสีทองปักลายละเอียด ระยิบระยับรับกับบรรดาเครื่องประดับที่ประดับประดาจนเธองามหยาดฟ้ามาดิน สวยจนไม่น่าเชื่อว่านี่คือเธอจริงๆ ใบหน้านั้นส่งรอยยิ้มเศร้าสร้อยมาให้เธอโดยเธอไม่รู้ซึ่งความหมายและสาเหตุ เหมยหลิงจมอยู่ในห้วงความคิดจนไม่รู้เลยว่าร่างกายที่ชะโงกอยู่เหนือน้ำของตนเองนั้นอยู่ใกล้กับผิวน้ำมากเพียงใด
                “เหมยหลิง!!!”
                “พี่!!!”
                ตูม!!!
                เสียงสองเสียงไม่อาจยังยั้งสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทันกาล ร่างของหญิงสาวดิ่งลงใต้น้ำอย่างรวดเร็ว สองพี่น้องไม่สนใจใครและเสียงวุ่นวายที่เกิดขึ้น ได้แต่รีบกระโจนลงน้ำอย่างว่องไว เพื่อตามหาคนสำคัญตามสัณชาตญาณเท่านั้น
ร่างสูงของชายหนุ่มทั้งสองดำผุดดำว่ายอยู่นานจึงเจอเข้ากับเหมยหลิงที่ดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ ทั้งหย่งคังแหละหย่งเล่อรีบว่ายเข้าไปหา แต่ทันทีที่แตะร่างกายของเหมยหลิง สายน้ำก็แปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว จากที่สงบนิ่งมาตลอด จู่ๆสายน้ำก็เกิดหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง  หย่งคังรีบคว้าร่างของน้องสาวเข้ามากอดไว้แน่นอย่างหวงแหน แต่ก็ไม่ลืมจับแขนน้องชายไว้
                ทั้งสองพยายามว่ายขึ้นเหนือน้ำแต่ดูเหมือนสายน้ำจะพยายามขัดขวางเหลือเกิน เพราะไม่ว่าจะว่ายอย่างไร พวกเขาก็ไม่อาจหลุดออกไปจากสถานการณ์นั้นได้เลย
                หย่งเล่อเริ่มสำลักน้ำและใกล้หมดสติลงทุกที หย่งคังเองก็เช่นกัน
                ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะต้องมาจบชีวิตลงเช่นนี้... ไม่คิดเลยจริงๆ หย่งคังคิดเสียดายก่อนที่จะหมดสติตามไปในที่สุด
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 313 ท่าน