Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
เหลี่ยมรักลวงใจ
Tiger_Saturn/พรรษ
บทที่ 2
4
01/01/2533 00:00:00
642
เนื้อเรื่อง

บทที่ 2

 

คิรากรในชุดเดรสยาวผูกคอสีน้ำตาลอมทองเล่นกราฟฟิคสีน้ำตาลสไตล์โบฮีเมียนคลาสสิค สวมรองเท้าเชือกถักร้อยรัดขึ้นมาครึ่งหน้าแข้ง ยืนตรงหน้าแดเนียลก่อนเริ่มงานเลี้ยงยี่สิบนาที

ความจริงเธอก็อยากออกไปตะลอน ๆ ทั่วเรือเพียงลำพังละนะ พยายามแล้วแต่ออกไปให้แค่สระว่ายน้ำ เพราะเธอยังต้องอาศัยมือเขาในการสแกนเปิดประตูใหญ่

“เอ่อ...ฉันขอเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” คิรากรเริ่มหาทางตีจากเมื่อสามารถออกมาจากห้องนั้นได้ แดเนียลก็ใจดีชี้ป้าย Toilet ให้เธอ

ปลีกตัวมาได้ยังต้องยืนสบตาตัวเองในกระจกอยู่นาน แน่นอนว่าแดเนียลต้องยืนคอยเธอข้างหน้านั้นแน่ จะออกไปจากนี้ได้อย่างไรโดยเขาไม่ทันสังเกตล่ะทีนี่

“ผู้ชายที่ยืนข้างหน้าดูดีเนอะ สมาร์ทสุด ๆ น่ารักมากด้วย นี่สงสัยมารอแฟนเข้าห้องน้ำ เสียดายไม่เจอก่อน”

“เจอก่อนแล้วเธอจะทำยังไง”

“ฉันก็อยากได้เอามาควงบ้างน่ะสิ”

“ถึงเจอทีหลังก็ควงได้นี่นา” สองสาวหัวเราะคิก

คิรากรฟังบทสนทนาของสาวผมบลอนด์เงียบ ๆ ก่อนจะเดินออกไปแอบดูว่าผู้ชายที่ถูกพูดถึงใช่คนเดียวกับที่เธอคิดหรือไม่  ข้างหน้านั้นไม่มีใครนอกจากแดเนียล คิรากรยิ้มได้ที่มุมปาก เริ่มเห็นทางตีจากเขาแล้วล่ะ

“เอ่อ...ขอโทษนะคะ” คิรากรเดินกลับมายังสองสาวอีกครั้งด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรที่สุด ขอใช้คุณสมบัติของหนุ่มตี๋แต่ตาไม่ตี่นักของแดเนียลให้เป็นประโยชน์หน่อยเถอะ และพวกเธอก็หันมองอย่างฉงน

“คือ ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างนอกน่ะค่ะ เขาเป็นพี่ชายต่างพ่อของฉันเอง แล้วเขาก็ขี้อายมาก ๆ อยากรู้จักสาวผมบลอนด์แถวนี้แต่ก็ไม่กล้า คุณพอจา....เอ่อ...” คิรากรเอ่ยกับสองสาวด้วยน้ำเสียงสุภาพ ท่าทางเกรงอกเกรงใจ หน้าเอเชียของเธอและเขาคงพอเป็นพี่น้องกันได้ชั่วครู่ชั่วยาม

“ชัวร์ พวกเรายินดี” หนึ่งในสองสาวรับคำทั้งที่เธอยังพูดค้าง ๆ คา ๆ แต่ก็น่ายินดี

“แต่อย่าบอกเขานะคะว่าฉันมาพูดกับคุณแบบนี้ คือ...เดี๋ยวเขาจะรู้สึกเสียฟอร์มน่ะค่ะ”

“ได้เลย ได้โอกาสอย่างนี้ งั้นเราไปกันเลย” สองสาวปรึกษาหารือ แล้วไปทำความรู้จักกับหนุ่มสุดสมาร์ทในทันที...ช่างเป็นโชคของเธอจริง ๆ

คิรากรยังคงแอบดูสองสาวเข้าไปมะรุมมะตุ้มรุมสานไมตรี สบโอกาสเขาเผลอค่อยหลบลี้เร้นกายอย่างที่เธอเคยทำมาตลอดจนออกไปจากตรงนั้นได้สำเร็จ

 

งานเลี้ยงจัดที่ดาดฟ้าท้ายเรือในชั้น 14 ยังไม่แน่ว่าชุดนี้ของเธอจะเข้ากับงานเลี้ยงคืนนี้หรือไม่ ผมสั้น ๆ ทำให้ไม่ยุ่งยากในการเลือกทรง แค่เอามือปัด ๆ ให้เข้าที่ก็พร้อมลุย ไม่ได้ห่วงแผ่นหลังบอบบางที่มีเพียงเชือกเส้นเล็ก ๆ ร้อยสลับกับช่วงไหล่ขาวเนียนที่กำลังจะได้ไปอวดสายตาใครต่อใครเลย

แต่คิรากรเลือกลงลิฟต์ไปที่ชั้น 11 แทนการขึ้นไปชั้น 14 เพราะอยากเห็นว่าคาสิโนมันเป็นยังไง และเมื่อลิฟต์เปิดออกเธอก็พบกับชายหนุ่มสองคนแต่งกายสุดเนียบด้วยสูทยาวสีขาวโค้งคำนับและเปิดประตูบานใหญ่เชื้อเชิญเธอเข้าไปภายใน

“ว้าว!

พ้นประตูเข้ามาแล้วเหมือนคนละโลกกับด้านนอก เพราะด้านนอกนั้นเงียบสงบแต่ในนี้ครึกครื้น ภายในถูกแบ่งเป็นโซนตามประเภทของเครื่องเล่น การตกแต่งยังคงเน้นวอลเปเปอร์สีเบส เฟอร์นิเจอเป็นลายไม้ ส่วนพรมเน้นสีทองและสีแดง เพดานสูงเป็นฝ้าหลุมสี่เหลี่ยมประดับแชนเดอเลียร์คริสตัลห้อยระย้าต้องแสงไฟระยิบระยับงดงามห่างกันได้ระยะ ไม่แปลกใจเลยที่นักเสี่ยงโชคชอบคาสิโน เพราะเพียงเธอเข้ามาเพื่อเก็บเกี่ยวบรรยากาศยังหลงใหลห้องนี้ราวกับต้องมนต์ เธอเดินเข้าไปทำความรู้จักเครื่องเล่นบางชนิดที่เคยเห็นในหนังอย่างเช่นรูเล็ต

รูเล็ตก็คือเจ้ากงล้อที่มีช่องสีแดงสลับดำ เสี่ยงโชคโดยคุณต้องทายว่าเจ้าลูกกลม ๆ จะหยุดในช่องไหนเมื่อกงล้อหยุดหมุน เป็นการเสี่ยงโชคที่ง่ายมาก คุณมีโอกาสได้และเสียพอ ๆ กัน

พนักงานในนี้ดูแลอย่างดีโดยการเดินเข้ามาหาเธอและสอบถามว่าเธอต้องการเสี่ยงโชคแบบไหน เธอบอกตรง ๆ ว่าแค่ขอเข้ามาดูบรรยากาศ แต่เขายังมีน้ำใจบอกขั้นตอนวิธีการแลกชิป และพาเธอเดินดูบรรยากาศโดยรอบพร้อมกับคำแนะนำต่าง ๆ พนักงานบริการดีอย่างนี้คนใจอ่อนคงเขวได้ง่าย ๆ แต่ดีว่าเธอใจแข็ง จึงกล่าวขอบคุณและเดินออกมาได้

คราวนี้คิรากรเลือกเดินขึ้นบันไดไปชั้น 12 อยากจะเดินดูเรือสำราญลำใหญ่ลำนี้ไปเรื่อย ๆ งานเลี้ยงลำลองอะไรนั่นเธอก็ไม่ได้สนใจมันนัก

ชั้น 12 ตรงกลางเป็นสวนน้ำที่เธอมองลงมาเห็นในครั้งแรกเมื่อตอนบ่าย หัวเรือเป็นส่วนเอนเตอร์เทนอย่างพวก คลับ บาร์ คาเฟ่ ส่วนท้ายเรือเป็นช็อปปิ้งมอลล์ ไม่มีอะไรน่าสนใจเธอก็ขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น 14 เสียงไวโอลินดังแว่วมาจากท้ายเรือ แขกชายหญิงในชุดสวยกำลังเดินเข้าไปในงานซึ่งเริ่มไปแล้วเกือบชั่วโมง

คิรากรไม่ได้อยากเข้าไปจึงเลือกยืนเกาะราวระเบียงที่สูงระดับเอวรับลมทะเลฟังเสียงแว่วหวานจากไวโอลินอยู่ด้านนอก พระอาทิตย์กำลังจะตกลงทะเลในเวลาสามทุ่มกว่า

“อุ้ย!” คิรากรตกใจเมื่อได้รับสัมผัสเย็นวาบที่แผ่นหลัง เธอหันมาเจอตาเจ๊กหน้าหม้อตาตี่ที่ไหนก็ไม่รู้กำลังส่งตาหวานเยิ้มมาให้เธอ

“ฮาว...มาช...”

เห! อะไร มาด ๆ

“ฮาวมัช” ตาเจ๊กนั่นพูดชัด ๆ อีกครั้ง

ฮาวมัช (How much?) เท่าไหร่ ตาเจ๊กนี้ถามเธอว่าเท่าไหรอย่างนั้นเหรอ

คำถามนั้นทำเอาคิรากรหน้าตึง ท่าทางเธอเหมือนพวกมาหาเงินตรงไหนกัน หรือไม่ตานี่อาจกำลังเมาได้ที่จนเก็บนิสัยส่วนลึกเอาไว้ไม่มิด บนเรือหรูระดับนี้ไม่น่าจะมีคนพวกนี้เลย

“ฉันไม่ใช่อีตัว” เธอตอบกลับเสียงดังฟังชัดด้วยภาษาเดียวกับที่เขาพูดกับเธอ

“ไม่ใช่ หรือคิดจะโก่งค่าตัวกันแน่” คราวนี้คิรากรแทบกรี๊ด ผู้ชายคนนี้เอาสมองส่วนไหนคิดกัน เขาลามปามใหญ่โดยการเดินเข้ามากอดเธอไว้ทั้งตัว

“ปล่อยนะ!” เธอดิ้นขลุกขลัก ดูท่าอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ ไม่น่าทำตัวกักขฬะได้ขนาดนี้เลย คิรากรอยากจะกรี๊ดเพราะตอนนี้ตานี่กำลังก้มลงมาหวังจะจูบเธอจนต้องหลับตาปี๋ มือหนึ่งดันหน้าหมอนี่เอาไว้ อีกมือพยายามความหาบางอย่างในกระเป๋าแต่คิดว่าตอนนี้หมอนี่อยู่ใกล้เธอเกินไป หากใช้สเปรย์พวกนั้นเธอต้องเจ็บแสบด้วยแน่ ๆ จึงเปลี่ยนเป็นหาจังหวะแทงเข่าที่กล่องดวงใจให้เขาหน้าเขียว

“ปล่อยเธอ” ยังไม่ทันได้ทำอย่างที่คิดคิรากรก็ได้ยินเสียงเข้มติดเซ็กซี่คุ้นหู เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นเมื่อร่างที่พยายามกอดเธอเมื่อครู่ถูกรั้งให้ห่างออกไปโดยอเล็กซ์ ขณะที่นายเจ้าชายเข้ามาโอบเอวเธอเอาไว้

เควินกำลังโมโห นอกจากตัวเขาก็ไม่ควรมีใครได้แตะต้องเธอ

“ขอโทษครับคุณแจ็คกี้ แต่เธอคนนี้เป็นผู้หญิงของผม ถ้าคุณต้องการ ผมจะหาคนใหม่ไปให้ก็แล้วกัน” เควินยังเก็บสีหน้าได้ดี แต่น้ำเสียงไม่มั่นคงนัก เพราะใครฟังก็รู้ว่าสะกดกลั้นเพียงใด

“แต่อั้วจะเอาคนนี้” แจคกี้ยังดึงดัน พร้อมสะบัดตัวหลุดจากอเล็กซ์ที่ยอมปล่อยง่าย ๆ เพราะไม่อยากรุนแรง

“ขอโทษครับ ผมไม่ชอบแบ่งผู้หญิงใช้ร่วมกับใคร ถ้าคุณเมาแล้วเชิญกลับไปที่ห้องดีกว่า” เขาเน้นเสียงหนักในประโยคท้าย คล้ายกำลังแผ่รังสีบางอย่างจนทำให้คิรากรรู้สึกขนลุก และคิดว่าตาแจ็คกี้คงรู้สึกเช่นเดียวกัน

“ก็ได้ งั้นอั้วจะไปรอที่ห้อง ส่งใครไปให้ด้วยก็แล้วกัน” ตาแจ็คกี้ล่าถอยไปในที่สุด

“อเล็กซ์ส่งตัวแจ๊คกี้กลับเข้าฝั่งคืนนี้เลย” ควินเอ่ยขึ้นเมื่อคล้อยหลังตาแจ็คกี้ไปแล้ว

“ไม่ได้นะเคฟ” อเล็กซ์รีบปฏิเสธด้วยน้ำเสียงทุ้ม ๆ “แจ็คกี้ติดต่อเรามาหลายปี เราจะเสียลูกค้า”

“ฉันนึกว่ามีแต่แดเนียลที่ห่วงเรื่องเงิน” คล้ายคำค่อนแคะ อเล็กซ์เพียงเลิกคิ้วนิดหน่อยแต่ไม่ตอบโต้

เควินพิจารณาและมีคำตอบในใจอยู่แล้ว ทั้งอเล็กซ์ และแดเนียล เป็นคนสนิทที่ทำงานด้วยกันมาหลายปี รู้จักและยอมรับเควิน ฟรานเชสคนนี้ได้ในทุกแง่มุม แดเนียลก่อนเขาหกปีคอยดูแลเรื่องการเงินรวมถึงคอยบ่นเวลาเขาทำตัวแย่ ๆ ซึ่งที่จริงก็ไม่ได้บ่อยนัก ส่วนอเล็กซ์ก่อนเขาสองปีคนนี้เป็นคู่หูถึงไหนถึงกัน พร้อมกันนั้นก็ทำหน้าที่คุ้มกันเขาไปด้วย ดังนั้นคำทัดทานของทั้งคู่จะฟังไว้ก็มิเสียหลาย

“งั้นก็ส่งใครไปให้หมอนั้นสักคน” เควินขี้เกียจพูดมากจึงให้ตามที่ขอ อเล็กซ์รับคำแล้วเดินหายไป

“คุณให้อเล็กซ์หาผู้หญิงไปให้หมอนั่นเหรอ” คิรากรอดย้ำถามไม่ได้

“ใช่”

“คุณเป็นพวกค้ามนุษย์” คิรากรคาดเดาหน้าตื่น ก็ถ้ามีผู้หญิงไว้ทำเรื่องแบบนี้มันจะเป็นอะไรไปได้ แต่เขากลับเสียงหึในลำคอ

“บางคนก็ขึ้นมาบนเรือเพื่อทำอย่างนั้น” แม้ไม่ปฏิเสธ แต่ท่าทางเขาไม่เห็นเหมือนคนเลวขนาดนั้น ในใจคิรากรชักหวั่น แต่ต้องทำเป็นไม่กลัว

“มันผิดกฎหมาย” เธอย้ำตามที่คิด

“กฎหมายเหรอ บนเรือนี้...” เขาพูดราวกับเป็นเรื่องขบขันแต่นัยน์ตาคล้ายกำลังข่มขู่ ก่อนจะเอ่ยต่อจนจบด้วยน้ำเสียงยะเยือก “ผมนี่แหละ กฎหมาย”

คิรากรมองอีกฝ่ายอย่างหวาด ๆ ท่าทางเขาไม่น่าไว้ใจ แต่ถอยไม่ทันแล้วเมื่อจู่ ๆ เขาก็ก้มลงมาจูบดูดดื่มที่ริมฝีปากของเธอ

“อ๊ะ!” คิรากรเริ่มดิ้นรนให้หลุดพ้น แต่เขาดันกอดกดเอาไว้แน่น นานเท่าไหร่ไม่รู้กว่าเขาจะถอนริมฝีปากออกไปได้ รู้แต่ว่าร่างการเธออ่อนเปลี้ยไปหมด

“ผมเป็นคนพาคุณขึ้นมาบนเรือนี้ ผมควรได้จูบคุณก่อนใคร” เรื่องอะไรจะปล่อยให้ใครมาแตะเธออย่างเมื่อครู่

“คนฉวยโอกาสอื้อ” พอต่อว่าเสียงแข็งเขาก็ก้มลงมาจัดการกับริมฝีปากของเธออีกที แต่คราวนี้ไม่นานนัก

“อย่าเถียง” เควินบอกเสียงเรียบเมื่อถอนริมฝีปาก

“นี่คุณ!...” คิรากรอยากจะต่อว่า...นั่นเป็นคำอธิบายสำหรับจูบเมื่อครู่อย่างนั้นหรือ มันน่าโมโหนัก แต่ก็ต้องหุบปากพร้อมก้าวถอยเมื่อเขาทำท่าจะก้มลงมาจัดการเธออีก แต่เมื่อดันตัวเขาออกห่างได้แล้วค่อยเปิดปากอีกครั้ง

“ไหนบอกว่า ถ้าฉันไม่ยอมคุณจะไม่ล่วงเกิน”

“โดนจูบอีกสักทีเดี๋ยวก็ยอมเองแหละ” เขามีรอยยิ้มหยอกเย้าที่มุมปากแต่เพียงนิดเดียวเท่านั้น นิดเดียวจริง ๆ นัยน์ตาเขาจ้องมองราวกับจะกลืนกิน ทำให้เธอต้องรีบหลบแล้วต่อว่าเสียงดัง

“บ้า!

เควินนึกขำก่อนจะทำหน้าเคร่งเมื่อคิดบางอย่างขึ้นมาได้ “หายไปไหนมา แดเนียลบอกว่าคุณแอบหนีเขา”

คิรากรหน้าเจื่อน “ก็ก็” พยายามหาข้ออ้างหวังเอาใจ “ฉันก็ออกมาตามหาคุณไง” ข้ออ้างอย่างนี้คิดว่าคงปลอดภัย...แต่ผิดถนัด

เควินยกร่างบางขึ้นนั่งบนราวระเบียง คิรากรเกาะไหล่เขาเอาไว้แน่นเพราะกลัวตก ร่างหนาขยับเบียดชิดเข้ามาระหว่างขาทั้งสองข้าง พลอยทำให้เท้าทั้งสองลอยเหนือพื้นจนต้องรีบตวัดสองขารัดรอบเอวเขาเอาไว้ช่วยเซฟตัวเองไม่ให้ตกลงไป กว่าจะรู้ตัวว่าเสียท่าเขาก็จูบระรานตั้งแต่ริมฝีปากบางไปจนถึงลำคอและช่วงไหล่ขาวเนียนราวกับหิวโหย นิ้วเรียวยาวของมือหนาซอกแซกผ่านเชือกเส้นเล็กสัมผัสลูบไล้แผ่นหลังเนียนเป็นจังหวะจนเธอเคลิบเคลิ้มล่องลอย

“เคฟ ใกล้เวลาขึ้นกล่าวบนเวทีแล้ว” เสียงดังคุ้นหูไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มหยุดการกระทำของตนเอง เขายังวนกลับมาจูบที่ริมฝีปากของเธออย่างไม่รู้สึกพอซึ่งคิรากรก็ไร้หนทางที่จะต่อต้าน กลัวที่สุดตอนนี้คือตกลงไปข้างล่าง

“เควิน! ได้เวลาแล้ว” เสียงคุ้นหูย้ำเรียกอีกครั้ง คราวนี้ชายหนุ่มค่อย ๆ ผ่อนแรง สัมผัสแผ่วเบาลงแต่ยังไม่ผละจากคล้ายกำลังพยายามหักห้ามใจ

ที่สุดเขาก็ทำได้สำเร็จ ริมฝีปากหนาถอยห่างจากริมฝีปากบางของเธอได้แล้ว คิรากรค่อย ๆ ลืมตาขึ้นและเม้มฝีปากเอาไว้แน่นเพราะรู้สึกเหมือนกับมันปวมเจ่อ เสียงคุ้นหูเมื่อครู่คือแดเนียลนั่นเอง แดเนียลมองนายเจ้าชายอย่างตำหนิก่อนจะหันมายิ้มให้เธอนิดหนึ่งคล้ายปลอบไม่ให้ประหม่า แต่มันไม่ได้ผล น่าอายที่สุดตรงนี้ขาทั้งสองข้างของเธอยังคงรัดรอบเอวสอบเอาไว้แน่น

“ลงมาได้แล้วแม่ลิงน้อย” เควินเอ่ยพร้อมรับเธอลงมาจากราวระเบียง ท่าทางของเธอเมื่อครู่คงคล้ายกับที่เขาเรียกจริง ๆ น่าอายที่สุด อดส่งสายตาตำหนิไม่ได้ เมื่อเขาเป็นต้นเหตุของความน่าอายทั้งหมดของเธอ

“เชิญเข้าไปในงานเถอะครับ ใกล้ถึงเวลาแล้ว” แดเนียลเตือนอย่างเป็นงานเป็นการอีกครั้ง นายเจ้าชายหันมาสบตาเธอที่ยังคงประหม่า และจัดท่าทางให้เธอเกี่ยวแขนเขาเดินเข้าไปในงาน พอเห็นว่าเธอกำลังจะเกเรไม่ยอมก้าวตามเขาก็หันมาส่งสายตาขู่ แล้วเธอจะทำอะไรได้

“เชิญคุณเควิน ฟรานเชส ขึ้นมากล่าวอะไรกับสักเล็กน้อย” เสียงดังจากพิธีกรทำให้เขาลุกจากเก้าอี้ที่เพิ่งนั่งลงเมื่อครู่เดินไปรับไมค์มาถือไว้เอง คิรากรมองตามอย่างไม่เข้าใจ อดสงสัยไม่ได้ก็หันไปถามแดเนียลที่นั่งอยู่ด้วยกัน

“ทำไมเขาต้องไปพูดตรงนั้นด้วยล่ะคะ”

“แค่กล่าวต้อนรับนิดหน่อยครับ เราอยากให้แขกรู้สึกพิเศษที่มีเจ้าของร่วมทริปมาด้วยครับ”

“เจ้าของ...เจ้าของเรือนี่หรือคะ” เสียงเธอสูงขึ้นโดยไม่ตั้งใจ

“ครับ เควิน ฟรานเชส เป็นเจ้าของพาราไดซ์ ครูซ ที่เราอยู่กันนี่แหละครับ” คำตอบของแดเนียลทำให้คิรากรอ้าปากค้าง ก่อนจะรีบทักท้วงเมื่อนึกได้

“แต่เขาบอกว่า เขาเป็นพวกค้ามนุษย์” คราวนี้คนนั่งใกล้เธอคงประหลาดใจเพราะเขาเลิกคิ้วสูง

“เขาบอกเหรอครับ”

“เอ่อ ก็ไม่เชิงค่ะ แต่เขาไม่ปฏิเสธ” คราวนี้แดเนียลหัวเราะ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นและได้ยินเสียงหัวเราะของหนุ่มเอเชีย ที่เธออุปโลกน์ว่าเป็นพี่ชายไปเมื่อเกือบสองชั่วโมงที่แล้ว

“เควิน เขาไม่ค่อยปฏิเสธใครหรอกครับ” แดเนียลบอกยิ้ม ๆ จังหวะนั้นนายเควินก็เดินกลับมาที่โต๊ะพอดี

“นี่! คุณเป็นเจ้าของเรือนี้จริง ๆ เหรอ” ถามกับเจ้าตัวอีกครั้งเพราะเธอยังไม่อยากจะเชื่อ ก็ถ้าเขาเป็นเจ้าของเรือลำนี้จริง!... มหาเศรษฐีชัด ๆ

“ใช่...รู้ว่าผมเป็นใครก็ใจอ่อนได้แล้วสิ” เขาถามกลับหน้าเฉย เดาอารมณ์ไม่ถูก แต่เห็นแววหยันจากนัยน์ตานั้นชัดเจน คงคิดว่าเป็นเศรษฐีแล้วเธอจะรีบตะครุบ เชอะ

“ฝันไปเถอะย่ะ” คิรากรตอบกลับมาเสียงเฉียบก่อนลุกไปจากโต๊ะ เควินถูกใจท่าทางแบบนั้นไม่น้อย

แดเนียลขอตัวตามไปดูแลหญิงสาวตามหน้าที่ คล้อยหลังไปเพียงไม่นานอเล็กซ์ก็กลับมา

“เรียบร้อยแล้ว” อเล็กซ์รายงาน เควินก็พยักหน้ารับ

แจ็คกี้เป็นแขกระดับกลางที่ใช้บริการคาสิโนบ่นเรือบ่อยครั้งเท่าที่มีโอกาส ถือเป็นลูกค้าประจำที่คบหากันมาหลายปี แต่วันนี้ตาแก่นั่นดันทำให้เขาหงุดหงิดและคนอย่างเควิน ฟรานเชส ไม่จำเป็นต้องง้อใคร แต่หลายเสียงทัดทานนิสัยส่วนนี้ของเขา เพราะเป็นผู้บริหารต้องใจเย็น คิดให้รอบคอบและฟังให้มาก โดยเฉพาะเสียงของอเล็กซ์และแดเนียลที่มีแต่ความหวังดียิ่งไม่ควรละเลย เขาจึงยอมลงให้ แจ็คกี้เลยรอดตัว

“พรุ่งนี้นายจะขึ้นฝั่งไหม” อเล็กซ์ถามเพราะจะได้เตรียมการดูแลได้ถูก เรือจะเทียบท่าที่ฟรอเรนซ์ประเทศอิตาลีให้นักท่องเที่ยวขึ้นฝั่งชมเมือง ซึ่งปกติแขกส่วนใหญ่ไม่ค่อยลงจากเรือเพราะมัวขลุกอยู่ที่คาสิโน

“ไม่ล่ะ ฉันคงหาเรื่องสนุกทำบนเรือ” เควินตอบง่าย ๆ ในใจหมายมั่นว่าเขาและแม่ลิงน้อยคงมีเรื่องมากมายที่ต้องทำด้วยกันบนเรือตลอดคืนนี้ไปจนรุ่งเช้า และคงกินเวลาพรุ่งนี้ทั้งวัน

 

ถึงห้องพักแล้วคิรากรรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอน วันนี้เธอเหนื่อยมาทั้งวัน เหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจ ต้องวิ่งหลบพวกี่คอยตามจับตัวเธอ ตอนวิ่งหนีมายังทานมื้อเช้าไม่อิ่มเลยด้วยซ้ำ พอตกบ่ายดันซวยวิ่งขึ้นรถเศรษฐีมาขึ้นเรือเขาด้วย ไม่เท่านั้นยังเจอตาเจ๊กหน้าหม้อ แล้วยังมาถูกนายเควินปล้ำจูบเอาเสียอีก ภารกิจไม่คืบหน้าดันต้องมาเสียเวลาอยู่บนเรืออีกตั้งเจ็ดวัน วันนี้มันวันซวยของเธอแท้ ๆ

คิรากรนั่งทบทวนสิ่งที่ผ่านเลยไปอีกหนึ่งวันโดยเฉพาะจูบ ความจริงมันก็แค่จูบ แค่จูบเท่านั้น...เฝ้าบอกตัวเอง ใช่ว่าเธอไม่เคยจูบ ตอนเรียนนานาชาติเธอก็เคยมีแฟนมาหลายคน ชาติไหนภาษาอะไรเธอก็จูบมาแล้วทั้งนั้น  นะประสาอะไรกับจูบเร่าร้อนของนายเควิน เชอะ

ทั้งที่มีข้ออ้างให้กับตนเองตั้งมากมายก็ยังอดรู้สึกแปลก ๆ ไม่ได้ ใบหน้าเนียนชักร้อนผ่าวเมื่อคิดมาถึงตรงนี้

“ไอ้ฝรั่งหลงตัวเอง” เธอบนพึมพำให้กับต้นเหตุของความรู้สึกประหลาด

ก๊อก ๆ ๆ

เสียงเคาะประตูทำให้เธอสงสัยว่าใครกัน เข้าใจว่าห้องพักฝั่งซ้ายเป็นฝั่งของผู้หญิง ผู้ชายก็พักทางฝั่งขวากันหมด แล้วห้องนี้ยังจะมีใครพักกับเธออีกงั้นหรือ ไม่เห็นมีคนบอก

“หรือแดเนียลจะมีธุระ” คิรากรตั้งข้อสันนิษฐานให้กับตนเอง แต่ชุดนอนของเธอไม่เหมาะจะออกไปพบปะกับใครเพราะมีเพียงเสื้อผ้าฝ้ายสายเดี่ยว กับกางเกงขาสั้นแบบที่ปิดได้เพียงแก้มก้น แต่ก็ถือว่ามิดชิดที่สุดเท่าที่มีบนเรือ เพราะส่วนใหญ่ที่เธอเห็นจะเป็นชุดนอนแบบซีทรูสุดเซ็กซี่ และแน่นอนว่าเธอไม่กล้าใส่ ปกติเธอใส่ชุดนอนผ้าฝ้ายแขนสั้นกับกางเกงขาสั้นแบบที่ยาวกว่ากางเกงตัวนี้ ดังนั้นก่อนจะออกไปพบใครเธอจึงสวมทับด้วยเสื้อคลุมเสียก่อน

แกร็ก!...ทันทีที่หมุดลูกบิดบานประตูก็ถูกดันเข้ามาทันที และคนที่โผล่เข้ามาตนนี้ทำให้เธอตกใจ

“เควิน!” เอ่ยเพียงเท่านั้นเธอก็ถูกชาร์ตด้วยการดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมแขน ทั้งที่พยายามดิ้นรนปัดป้องแต่ไม่เป็นผล ตัวเธอถูกยกขึ้นจนเท้าไม่แตะพื้นเมื่อเขาก้มลงมาประทับริมฝีปากร้อน ๆ กับปากบางของเธอ

ไอ้บ้าจอมหื่น! คิรากรอยากตะโกนด่าดัง ๆ แต่ปากของเธอถูกปิดสนิท สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือพยามยามทำให้นิ้วเท้าแตะพื้นให้ได้มากที่สุด สองมือก็พยายามดึงทึ้งผมของคนตัวโตเธอซึ่งยาวกว่าผมของเธอเสียอีก

“ฮื่ม!” เขากดเสียงต่ำขัดใจเมื่อเธอทึ้งผมเขาสุดแรงเกิด เขาคงรู้สึกรู้สาขึ้นมาบ้างแล้วสินะ

“ไอ้คนบ้า!” เธอตะโกนด่าเสียงดังเมื่อปากเขาผละห่าง

“ชอบความรุนแรงก็ไม่บอก” เขาว่าพลางดันตัวเธอกลับลงไปนอนบนเตียง แล้วตามมาทาบทับในทันที

“ไอ้บ้า...ฉันไม่....อื๊อ!” คนตัวโตปล้ำจูบเธออีกแล้ว

คิรากรดิ้นรนสุดชีวิต ไอ้บ้าตระบัดสัตย์จอมซาดิสต์ พูดเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าไม่ทำอะไรผู้หญิงที่ไม่ยอม ไอ้คนเลวค้ามนุษย์!!

ระหว่างกร่นด่าในใจหยาดน้ำใส ๆ ไหลออกทางหางตาโดยไม่รู้ตัว จนเมื่อเขาถอนริมฝีปากเพื่อระรานตรงส่วนอื่น เธอก็ใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีที่มีสะบัดมือกระทบหน้าหนาของคนเลวเสียฉาดใหญ่ด้วยแรงทั้งหมดที่มีจนฝ่ายนั้นชะงัก เธอใช้จังหวะนั้นผลักเขาให้พ้นตัวก่อนรีบวิ่งออกมาจากห้องนอน แล้วพยายามเปิดประตูอีกบานเพื่อออกไปยังสระว่ายน้ำ แต่ประตูดันเปิดไม่ออก

“ต้องดึงมันเข้ามา ไม่ใช่ดันอย่างนั้น” เสียงเซ็กซี่ดังใกล้เข้ามา เธอก็ทำตาม แต่มันก็ยังติด

“อีกอย่าง คุณต้องปลดโซ่คล้องประตูซะก่อน” จริงอย่างที่เขาว่า เธอลนลานและไร้สติจนลืมเรื่องโซ่คล้องประตู แล้วพอยกมือขึ้นปลดโซ่ มือใหญ่ ๆ ก็ดันปิดประตูกลับไปเสียแล้ว คิรากรฉุนจัดสะบัดหน้ากลับมามองเขาอย่างเอาเรื่อง พอสบตากันเขาก็ขมวดคิ้ว

“นี่คุณ...ร้องไห้เหรอ” ได้ยินเขาทักค่อยรู้ตัว คิรากรรีบใช้ทั้งสองมือปาดน้ำออกจากหางตา

“คุณกลัว” เขาหลิ่วตาข้างหนึ่งเหมือนพยายามเดาอาการของเธอและเขาเดาถูก เพราะเธอต้องยกมือขึ้นปาดน้ำตาอีกครั้ง

“ผมคิดว่าคุณจะสนุกเสียอีก” ช่างพูดมาได้ คิรากรอยากจะกรี๊ด

“สนุกกับผีน่ะสิ ไอ้บ้าจอมหื่น นายมันพวกซาดิสต์ คนเลวค้ามนุษย์” เควินชักหน้าตึงเมื่อโดนด่าแบบจัดเต็มมาทั้งชุด

“ใครจะรู้ว่าคุณอ่อนต่อโลกขนาดนี้”

“ฉันไม่ได้อ่อนต่อโลก ฉันแค่ไม่คิดว่าต้องมาเจอไอ้โรคจิต จอมซาดิสต์อย่างนาย”

“แสดงว่าถ้าผมนุ่มนวลกว่านี้เราก็ต่อกันจนจบได้สิ”

“ไม่มีทาง!!” ทันทีโดยไม่ต้องคิด

“แล้วจะเอายังไง” เควินชักหัวเสีย คิดว่าคืนนี้จะได้นอนกอดสาวเอเชียเสียอีก

“ไม่เอายังไงทั้งนั้น แค่นายกลับไปฝั่งเดิมของนาย กลับไปที่ห้องของนายซะ”

“ฝั่งเดิม...ห้องเดิม...” เขาทวนคำพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก “ก็นี่แหละห้องผม”

“ห้องนายเหรอ...นายจะมาอยู่ห้องนี้ได้ยังไง ก็นี่มันฝั่งผู้หญิง” คิรากรชักงง ผู้หญิงฝั่งซ้าย ผู้ชายฝั่งขวา เธอคิดไว้อย่างนั้น

“ฝั่งผู้หญิงงั้นเหรอ นี่บนเรือสำราญนะคุณ ไม่ใช่หอพัก”

“ได้...งั้นฉันไปเอง” คิรากรหันกลับไปเปิดประตูอีกครั้ง

“ด้วยชุดนี้น่ะเหรอ” เมื่อเขาทักเธอก็พยายามกระชับเสื้อคลุม และเพิ่งรู้ตัวว่ามันไม่ได้อยู่บนตัวเธอแล้ว

“ไอ้คนมือไว!” คิรากรตะโกนเสียงดังอย่างเสียหน้า ก่อนจะผละออกจากประตูแล้วเดินกลับไปที่ห้องนอนของเธอพร้อมปิดประตูปัง เควินเดินตามไปยืนมองประตูที่ปิดสนิทแล้วตะโกนถาม

“สรุปว่าคืนนี้ผมจะไม่ได้นอนกับคุณใช่ไหม” คิดว่าเสียงดัง ๆ คงพอลอดเข้าไปข้างในให้เธอได้ยินบ้าง

“ใช่ เชิญไปหาผู้หญิงอย่างที่นายหาให้แจ๊คกี้มานอนด้วยเถอะ ไป๊!” คำตอบชัดแจ๋วทำให้เควินทึ้งผมตัวเองอย่างหัวเสีย ก่อนจะเดินไปหยิบโทรศัพท์กดหนึ่งติดต่อห้องฝั่งตรงข้าม

.................

โปรดติดตามตอนต่อไป!!

สวัสดีค่ะ มาตามสัญญาว่าเราจะเจอกันทุก ๆ วันอาทิตย์...อ่านแล้วสะดุด ขัดหูขัดตาตรงไหน ก็ติติงมาได้นะคะ ฝนจะได้เก็บเอามาพิจารณาปรับปรุงให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น ในครั้งต่อไป...ยังคงขอบคุณทุก ๆ คอมเมนต์...ทุก ๆ กำลังใจจ้า 

-พรรษ : รักคนอ่าน -

 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
เริ่มสนุกมาขึ้น
จากคุณ annnam/(annnam) อัพเดตเมื่อ 19/08/2554 18:15:03
ความคิดเห็นที่ 2
สนุกๆๆๆค่ะ
ขำคิรากร คงจะกลัวเควินเอามากๆถึงกับเปิดประตูผิดๆถูกเลย
เควินก็ร้ายนะ..ไม่ทันให้นางเอกของเราได้ทันตั้งตัวเลย..
สรุปคืนนี้เควินก็ต้องเหมือนแจ๊คกี้ซินะ..ที่ต้องโทรให้ลุกน้องหาผู้หญิงมาให้..อิอิ
กดหนึ่งติดต่อฝั่งตรงข้ามเนี่ย>>คือห้องของคิรากรเปล่าน้อ?


จากคุณ maple/(nuchaba_lee) อัพเดตเมื่อ 27/07/2554 01:41:21
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 371 ท่าน