Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
ROMANCES SCENT ? EMBRACE SCENT ? Eps02 [100%] -Aug 05 UP!!-
mu_mu_jung
? ROMANCES CODE ? Eps08 [Ending!!]
67
27/07/2554 21:39:50
13350
เนื้อเรื่อง

Eps.08

It's lucky day, I want you every single day

 

        “นายจะทำบ้าอะไรน่ะ!” ฉันอุทานเสียงหลงแล้วก็พยายามจะวิ่งหนีจากเขา แต่ดูเหมือนว่าอะไรๆ ก็ไม่เข้าข้างฉันเอาซะเลย นอกจากเท้าจะเจ็บแล้ว ปีศาจร้ายที่คอยตามหลอกหลอนทั้งยามหลับยามตื่นอย่างซีฟก็ฉวยเอาข้อมือฉันไปจับไว้แน่น

            “ไปเปิดประตูสิ เธอได้เป็นเมียฉันแน่!” เขาขู่เสียงเหี้ยม และฉันก็รู้ว่าเขาพูดจริง

            “นายเป็นบ้าอะไรน่ะ นายทำแบบนี้ไม่ได้นะ ฉันต้องไปเปิดประตูไม่งั้นป๊ะป๋าฉันพังประตูเข้ามาแน่” ฉันบอกเขา แต่ว่าเขาทำท่าไม่ใส่ใจอะไรทั้งนั้น

            ฉันล่ะเชื่อผู้ชายคนนี้จริงๆ ในหัวของเขาคิดเรื่องอะไรอยู่กันแน่น่ะ

            “ป๋าเธอเนี่ยอายุเท่าไหร่แล้วฮึ!

            “สี่สิบกว่าแล้วสิ นายบ้าอะไรเนี่ยปล่อยแขนฉันนะ!

            ระหว่างที่เราทะเลาะกันอยู่ มือของเขาก็ไม่ยอมปล่อยข้อมือฉันเลย อย่างที่เคยบอกไปยังไงล่ะ ว่าอีกหน่อยฉันจะซื้อกุญแจมือมาให้เขา เผื่อว่าเราจะได้ตัวติดกันตลอดเวลา แต่ กรี๊ด นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่ฉันจะมาคิดเรื่องอะไรพวกนี้นะ ที่ต้องทำน่ะ

            คือหาที่ซ่อนให้ผู้ชายคนนี้ แล้วก็เปิดประตูห้องให้ป๊ะป๋ากับคุณแม่ของฉันต่างหาก

            “อายุคราวพ่อเธอเลยนะ เธอคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ยยัยจืดชืด!” เขาตะคอกกลับมา หน้าตาเริ่มแดงก่ำทีละนิดๆ ท่าทางแบบนี้แหละ เขากำลังฉุนจัดเลย

            “ก็พ่อฉันไง นายเป็นบ้าอะไรเนี่ย!” ฉันครางเหมือนจะร้องไห้และเป็นจังหวะเดียวกับที่กลอนประตูห้องของฉันเกิดเสียงกุกกักตามมา

            ฉันเบิกตากว้างหัวใจเต้นเหมือนจังหวะเสียงกลองในเพลงร็อกที่เร่าร้อนทันทีทันใด

            “หือ?” แล้วคนที่เคยฉลาดมาตลอดอย่างซีฟก็ขมวดคิ้วทำหน้างงๆ

            ให้ตายเถอะ เวลาคนฉลาดแกมโกงอย่างเขาจะโง่เนี่ย ก็กลายเป็นคนโง่ที่ไร้ที่ติจริงๆ ฉันอยากจะบ้าตาย

            “นายน่ะ ไปทางนั้นก่อนเลยนะ ออกไป” ฉันเดินกะเผลกผลักเขาไปทางระเบียงห้อง ฉวยโอกาสตอนที่ซีฟทำหน้าเหลอหลาไม่เข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ ฉันผลักเขาเต็มแรงก่อนจะเลื่อนบานกระจกปิดกั้นระหว่างระเบียงกับบริเวณห้องอย่างรวดเร็ว และไม่ลืมที่จะดึงม่านมากั้นสายตาของป๊ะป๋าและคุณแม่เอาไว้ด้วย

 

            “ปั้นหยา ทำอะไรอยู่ลูก ทำไมไม่เปิดประตูห้องล่ะ”

            เสียงของป๊ะป๋าโจชัวดังขึ้นมาพอที และฉันจะสะดุ้งโหยง ฉันเพิ่งปิดผ้าม่านกั้นสายตาของคุณพ่อคุณแม่ได้แค่เส้นยาแดงผ่าแปด ไม่อย่างนั้นคงได้เห็นโรคจิตที่ทำตาโตอยู่นอกระเบียงห้องของฉันแน่ๆ

            “ฮะๆ คือหนูกำลังจะทำความสะอาดห้องน่ะค่ะ” ฉันบอกก่อนจะแอบล็อกบานเลื่อนที่เป็นกระจกเอาไว้อีกที

            รู้สึกเหมือนว่าซีฟจะตั้งสติได้แล้วหลังจากที่ฉันผลักเขาออกไปข้างนอก เสียงกึงๆ ด้านนอกบานกระจกเลื่อนนี่เลยดังไม่หยุด

            ฉันเป่าปากถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเหมือนยกภูเขาออกจากหน้าอกลูกใหญ่ ก่อนจะทำหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสคุณพ่อและคุณแม่ที่ก็หน้าสงสัยรออยู่แล้ว

            “อย่างหนูเนี่ยนะที่จะทำความสะอาดห้อง ไม่น่าเชื่อเลยนะปั้นหยา” คุณแม่พูดและขมวดคิ้วไปด้วย

        “แหะๆ”

            ฉันหัวเราะแห้งๆ ด้วยไม่รู้จะทำตัวยังไงดี ก่อนจะเดินลากเท้าไปหาป๊ะป๋าที่นั่งลงที่โซฟา ส่วนคุณแม่เลี่ยงไปที่ห้องครัว เพื่อเอาขนมและอาหารไปแช่ไว้ในตู้เย็น

            “ข้อเท้าหายหรือยัง พ่อบอกแล้วไงว่าไม่ให้เดินมากไปน่ะ” ป๊ะป๋าพูดอะไรบางอย่าง

            แต่ว่าฉันมัวแต่กังวลเรื่องซีฟที่อยู่ระเบียงด้านนอกคนเดียว เลยจับใจความอะไรไม่ค่อยได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าซีฟจะโมโหและอาละวาดหนักแค่ไหนแล้ว

“ปั้นหยา พ่อถามได้ยินมั้ย”

“คะ!? เมื่อกี้คุณพ่อว่าไงนะคะ” ฉันรีบหันไปสนใจป๊ะป๋าทันที แล้วก็ไม่ลืมที่จะฉีกยิ้มให้ท่านด้วย

            “แล้วหนูเอาชุดนักศึกษามาสวมทับแบบนี้ทำไมล่ะลูก ไม่ร้อนเหรอ วันนี้ลุกไม่มีเรียนไม่ใช่เหรอ” คำถามของป๊ะป๋าทำให้ฉันสะดุ้งเฮือกทันที

            แย่แล้ว

        รอยจูบของตาบ้าซีฟยังติดตามตัวของฉันไปหมด กรี๊ด เมื่อกี้คุณพ่อเห็นเข้าหรือเปล่านะ

            “อ้อ กระดุมมันหลุดน่ะค่ะ หนูเลยเอามาซ่อมแล้วก็เผลอใส่ออกมาข้างนอก” ฉันแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ ก่อนจะยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อที่ผุดเต็มหน้าตัวเองเพราะความกลัวบวกความตื่นเต้นไปด้วย

            สายตาของทั้งคุณพ่อคุณแม่กำลังจ้องฉันอย่างจับผิด ฉันเองก็กลัวแสนกลัว ไม่แน่ใจนักว่าป๊ะป๋าโจชัวของฉันหวงลูกสาวหรือเปล่า เพราะท่านไม่ค่อยจะแสดงอาการอะไรเท่าไหร่ หรือจะให้พูดเข้าใจง่ายๆ ก็คือฉันไม่เคยมีผู้ชายมาชอบเลยน่ะสิ

            “เพราะมันรกมากไงคะ หนูเลยต้องทำซักหน่อย” ฉันบอกแล้วก็ลอบกลืนน้ำลายลงคอ

            ให้ตาย ทำไมการโกหกมันถึงได้ทรมานใจอย่างนี้นะ แม้ว่าจะแกล้งทำเป็นไม่รู้สึกอะไรก็ตาม แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกอึดอัดเหมือนจะตายอยู่แล้ว

            ถ้าเกิดว่าจะเดินไปเปิดม่านแล้วชี้ให้ดูโรคจิตที่อยู่ด้านนอกระเบียงและบอกว่า คนคนนั้นมันจะเล่นหนังเรตเอ็กซ์กับหนูให้ป๊ะป๋าดูค่ะ

พอเถอะ ปั้นหยาเธอคิดอะไรของเธอกันแน่เนี่ย

        “ไปหาหมอมั้ย หรือว่ายังไง” ป๊ะป๋าถามจากนั้นก็ดึงขาของฉันไปวางพาดตักของท่าน

            ฉันอยากจะชักขาออก เพราะรู้สึกเหมือนมีสายตาของหมาป่ากระหายเลือดเฝ้ามองอยู่ ไม่รู้ทำไมสิน่า จะขยับตัวไปทางไหนก็เหมือนมีสายตาคอยมองอยู่ตลอดเวลาเลย

            “ไม่ต้องไปหาหมอหรอกค่ะพ่อ มันจะหายแล้วค่ะ” ฉันบอกจากนั้นคุณพ่อก็เลื่อนกล่องยาปฐมพยาบาลมาใกล้ๆ เป็นอันรู้กันว่าปะป๋าจะพันแผลให้ฉันใหม่

            ตอนนี้ฉันรู้สึกร้อนสลับหนาว คล้ายๆ กับจะเป็นไข้หวัดใหญ่ เพราะห่างจากโซฟาที่นั่งไปไม่เท่าไหร่มีร่างของสไปเดอร์แมนคนหนึ่งห้อยต่องแต่งอยู่บนระเบียง แน่นอนว่าถ้าคุณพ่อเห็นเขาต้องกลายเป็นซากแมงมุมแน่ ป๊ะป๋าโจชัวของฉันน่ะ เก่งทั้งยูโดทั้งไอคิโด้เลยนะ ถึงจะอายุมากแล้วก็ตามแต่ท่านยังแข็งแรงกว่าหนุ่มบอบบางอย่างซีฟอีกล่ะมั้ง ฉันคิดอย่างหวาดผวาไปหมด

            ยิ่งเห็นคุณแม่ถือเครื่องดูดฝุ่นกำลังจะทำความสะอาดแล้วฉันก็กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ทำไงดี ถ้าบอกว่า อย่าเพิ่งเลยนะคะคุณแม่ป๊ะป๋าและคุณแม่ต้องมองฉันเป็นตัวประหลาดแน่เลย เพราะแต่ไหนแต่ไรมาเรื่องทำความสะอาดคุณแม่จะมาทำให้ฉันประจำ

            ยิ่งคุณแม่ก้าวเท้าไปใกล้ฝั่งระเบียงห้องเท่าไหร่ โอ หัวใจของฉันจะหลุดออกมาทางปากอยู่แล้ว

 

            “ฝุ่นไม่ค่อยเยอะเลยนะปั้น หนูทำความสะอาดเองเหรอจ๊ะ!

            พรึบคุณแม่ยะหยาที่แสนน่ารักของฉันเลิกม่านขึ้นทันทีทันใด

            พระเจ้าโปรดคุ้มครองลูกด้วย หนูขอสัญญาว่าถ้าหนูผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ หนูจะไปทำบุญสวดมนตร์ก่อนนอนทั้งศาสนาพุทธและคริสต์เลยค่ะ

        แต่ไม่ทันแล้ว คุณแม่สาวน้อยแสนสวยของฉันอ้าปากค้าง เหมือนๆ กับซีฟที่ทำหน้าเหลอหลาอยู่นอกระเบียง โปรดคิดภาพตาม คุณแม่ทำหน้าเหวอสุดชีวิต ซีฟเองก็ทำหน้าบอกบุญไม่รับกอดตัวเองพลางลูบแขนขาไปด้วย เพราะว่าอากาศตอนเช้าๆ แบบนี้ยังเย็นอยู่มาก

            โชคดีที่ป๊ะป๋าของฉันหันหลังให้ฝั่งระเบียงห้อง ไม่อย่างนั้นท่านต้องเห็นจิ้งจอก เอ๊ย! จิ้งจกซีฟ ที่เกาะอยู่บนกระจกบานเลื่อนแล้วแน่ แล้วที่ห้องฉันมันสะอาด เพราะว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งฉันไปค้างที่ห้องของซีฟยังไงล่ะ

            “เอ่อ ตุ๊กแกที่อพาร์ตเม้นต์นี้ตัวใหญ่ดีเนอะ” คุณแม่ยะหยาว่าพลางหัวเราะ

            “คุณว่าอะไรนะ”

            เฮือก! เพราะคุณแม่พูดอะไรแปลกๆ ป๊ะป๋าโจชัวเลยหันหลังไปมองทันที โชคดีที่คุณแม่ที่แสนน่ารักของปิดม่านไว้ตามเดิม

        “ไม่มีอะไรค่ะ แบบอากาศเย็นดีเนอะคุณว่ามั้ย” คุณแม่พูดแล้วหัวเราะคิกคัก ผิดกับฉันที่กำลังจะหัวใจวายตาย

            โอ๊ย! ฉันรู้สึกเหมือนว่าอายุขัยของตัวเองหดลงไปเป็นสิบปีเลย คุณแม่หันมายิ้มกับฉันจากนั้นก็จัดการดูดฝุ่นที่พื้นไปเรื่อยๆ ฉันเห็นหน้าคุณแม่แล้วกลัวแสนกลัว ท่านจะมองฉันเป็นลูกสาวแบบไหนกันล่ะทีนี้

            “คุณคะ วันนี้ฉันมีงานต้องกลับไปทำน่ะค่ะ ต้นฉบับต้องส่งยังค้างอยู่เลย ยังไงวันนี้เดี๋ยวเรากลับกันเลยได้มั้ย?

            ฉันเงยหน้ามองหน้าป๊ะป๋าทันทีที่ได้ยินคุณแม่เอ่ยถามกับ จากนั้นฉันก็หันไปมองหน้าคุณแม่ต่อ ที่ท่านพูดเมื่อกี้นั่นมัน

        “เอ๊ะ ไหนคุณบอกว่างานเสร็จหมดแล้วไง” ป๊ะป๋าโจชัวพันผ้าที่ข้อเท้าฉันเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็หันไปมองคุณแม่เช่นเดียวกับฉัน

“คุณก็รู้ว่าฉันขี้ลืมแค่ไหน เดี๋ยวคุณทำอาหารให้ลูกหน่อยสิ แล้วเรากลับกัน ท่าทางปั้นหยาคงจะมีงานวิจัยเยอะช่วงนี้”

ฉันยกมือขึ้นมาประสานกันจากนั้นก็พยักหน้าอย่างออดอ้อนสุดๆ คุณป๋าโจชัวหันมามองหน้าฉันบ้าง ท่านดูสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา นอกจากลุกขึ้นจากโซฟาแล้วก็ตรงเข้าไปที่ครัวเพื่อทำมื้อเช้ารวบมื้อเที่ยงให้ฉัน ฉันหันไปทำหน้าสำนึกผิดกับคุณแม่ที่แอบแง้มผ้าม่านโบกมือให้ซีฟ เหมือนซีฟเป็นสัตว์หายากที่มาตามทัวร์ของคณะละครสัตว์

        “หวัดดีจ้า น่ารักจังเลยนะเราน่ะ เป็นสามีของปั้นหยาเหรอจ๊ะ!

            “ฮือคุณแม่

            หลังจากนั้นคุณแม่ก็ลากคุณพ่อออกไปจากห้องของฉันเมื่อท่านทำอาหารเช้าให้ฉันเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าคุณพ่อจะทำหน้าสงสัยมากก็ตาม

            “พ่อไปก่อนล่ะนะ ระวังข้อเท้าด้วยล่ะ เดี๋ยวมันจะปวดมากกว่าเดิม” คุณพ่อบอกกับฉัน ซึ่งฉันก็พยักหน้าให้ท่านไป

        แม้ว่าฉันจะคุยกับคุณพ่ออยู่ แต่ว่าใจของฉันมันลอยไปติดระเบียงอยู่นานสองนานแล้วล่ะ

            “รักษาตัวนะปั้น”

            “ค่ะ” ฉันบอกอีกครั้ง ก่อนที่คุณนายยะหยาจะขยับเข้ามากระซิบข้างหูของฉันเบาๆ

            “ว่าแต่พ่อตุ๊กแกแมนที่อยู่หลังห้องน่ะ ตัวจริงใช่มั้ยลูก จับเค้าให้ได้นะ เค้าน่ารักมากเลย แม่อยากให้เค้าเรียกแม่ว่าแม่อ่ะ

            โอ๊ย! ฉันอยากจะบ้าตาย หน้าตาอย่างซีฟคงเป็นขวัญใจแม่บ้านแน่ๆ หื่นนิดๆ ทะลึ่งหน่อยๆ บวกหน้าตาหล่อขึ้นเทพก็ไม่น่าแปลกใจ อะไรประมาณนั้นล่ะมั้ง

            “คุยอะไรกับลูกน่ะยะหยา

            “เปล่าค่ะ ไปกันถอะค่ะคุณ ฉันมีงานเยอะมากเลย โอ๊ย แย่จัง” ว่าแล้วคุณแม่ก็เดินคล้องแขนป๊ะป๋าให้ออกจากห้องของฉันไปอย่างรวดเร็ว ฉันยังสงสัยอยู่เลยว่าตอนนี้ตัวเองฝันไปหรือเปล่า แต่ไม่นานฉันก็เด้งตัวไปที่ระเบียงเพื่อปลดล็อกบานกระจกเลื่อน และเตรียมตัวตั้งรับคำหวานที่ซีฟจะสรรเสริญให้ฉันทันที

 

            “ยัย

            “ฉันผิดไปแล้ว อย่าด่านะเดี๋ยวป๊ะป๋าฉันได้ยิน” ไม่พูดพร่ำทำเพลงเมื่อกะเผลกไปเลื่อนบานกระจกให้ซีฟได้ เขาก็ตั้งท่าจะด่าฉันอย่างที่คิดจริงๆ

            ฉันเลยทรุดฮวบลงนั่งพับเพียบตรงหน้าเขาจากนั้นก็ยกมือขึ้นมาประนมมือให้เขาด้วย ถ้ายังโกรธให้มันรู้ไปสิ

            “ยัยบ้าเอ๊ย! ขาเจ็บอยู่ไม่ใช่หรือไง” เขาแหกปากใส่หน้าฉัน ก่อนจะเดินหนีฉันตรงไปที่ห้องครัวทันที

            ฉันเลยค่อยๆ ยันตัวเองให้ลุกขึ้นจากพื้นแล้วก็ตามเขาไปอย่างเชื่องช้า ก็ขามันเจ็บอ่ะ คนใจร้ายก็ไม่สนใจฉันบ้างเลย ใช่สิ ในเมื่อเขาเคยบอกว่าจะไม่ใส่ใจฉันอีกต่อไป มันก็คงจะเป็นอย่างนั้นแหละ

            แล้วเขาก็ทำให้ฉันช็อก เมื่อเขายกขวดน้ำที่ตั้งบนโต๊ะอาหารขึ้นมาซดอึกๆ

            “กรี๊ด! ซีฟ นายกำลังจะกินลูกของฉัน!!” ฉันกรีดร้องลั่นห้องเมื่อเขาทำท่าจะกลืนปลาทองตัวน้อยพุงป่องของฉันเข้าไป

            ซีฟดึงขวดออกจากปากจากนั้นและก้มมองดูขวดอีกครั้ง ไม่นานเขาก็พ่นน้ำออกมาจากปากทันทีแถมทำท่าจะอ้วกออกมาอีกต่างหาก

            “ฉันบอกนายแล้วใช่มั้ย ว่าขวดนั้นเป็นขวดน้องปลาทองของฉันนน่ะ!!” ฉันบอกเขาด้วยความสยดสยอง ก่อนจะเดินไปคว้าเอาขวดน้ำออกมาจากอกของซีฟทันที

            เรื่องของเรื่องคือฉันทำโหลใส่ปลาทองนี้แตก เพราะอย่างนั้นฉันเลยเอาขวดน้ำใส่น้ำและให้มันอยู่ไปพลางๆ เรื่องนี้ฉันบอกกับซีฟหลายต่อหลายครั้งแล้วนะ ครั้งหนึ่งเขาเมากลับมาเกือบจะกลืนปลาทองที่รักของฉันลงคอก็ทีหนึ่งแล้ว แต่ตอนนั้นไม่เหมือนตอนนี้

            ตรงที่เขากลืนน้ำที่อยู่ในขวดนี้ไปเกือบครึ่ง!!

        “ยัย!!

            ซีฟไปค่อกแค่กแล้วก็ทำท่าจะอ้วกออกมา ตอนที่เขาดึงเอาขวดน้ำออกห่างจากตัว น้ำในขวดหกรดตัวเขาจนเปียกไปหมด สีหน้าของเขาก็แดงก่ำเหมือนจะฆ่าคนได้ทุกเวลา

            เขาใช้หลังมือปากน้ำออกจากปากแล้วก็ทำหน้าขยะแขยงสุดขีด แน่นอน ว่าหนึ่งในสายตาของเขาต้องมองฉันอย่างโกรธจัดด้วย

            “ฉันบอกเธอแล้วใช่มั้ย ว่าให้ซื้อโถมาใส่ไอ้ปลาทองงี่เง่าสองตัวนี่สักทีน่ะ!! เป็นไงล่ะ ฉันหวิดจะกินลูกของเธอลงท้องแล้วนะ!!” เขาตะคอกเสียงดังลั่น ความดังของมันสามารถทำให้ฉันหูหนวกได้ง่ายๆ เลยล่ะ ไม่นานเขาก็ดึงเสื้อผ้าออกจากตัวนิดหน่อย แล้วก็เดินปึงปังไปที่ห้องนอน

            “นี่! เสื้อผ้าของฉันไปไหนหมด!!” เขาตะคอกเสียงดังอีกครั้ง คงจะหาเสื้อผ้าตัวเองไม่เจอ

            “ปั้นหยา

            “ฉันทิ้งไปหมดแล้ว” ฉันพึมพำก่อนจะเติมน้ำใส่ในขวดให้น้องปลาทอง แทนของเดิมที่ซีฟกลืนลงท้องไป

            “อะไรนะ!!” ซีฟโผล่หน้าออกมาจากนอนแล้วก็ทำเสียงสูง พร้อมจะเข้ามาตบตีฉันได้ทุกเมื่อ

            “ก็นายพูดไม่ใช่รึไง ว่านายจะไม่สนใจฉันแล้วน่ะ แถมวันนั้นฉันขาเจ็บนายก็ไม่แยแสฉันเลยด้วย!” พูดแล้วจะร้องไห้ เขาทำแบบนั้นได้ยังไงกันนะ

            “เธอรู้มั้ยว่าเสื้อผ้าพวกนั้นมันแพงแค่ไหนน่ะ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญที่ฉันอยากรู้น่ะ เธอกล้าดียังไงมาเหวี่ยงเสื้อผ้าฉันทิ้ง ฮะ!!

            “ไม่รู้ล่ะ ทิ้งไปแล้วนี่” ฉันบอกอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะนั่งแช่ที่ห้องครัวไม่ขยับไปไหน

           

แล้วซีฟก็เดินต่อไปที่ห้องน้ำ สงสัยว่าจะไปอาบน้ำแน่ๆ ก็เพราะว่าทั้งเนื้อทั้งตัวของเขาเปื้อนไปหมดเลยน่ะสิ ฉันนั่งสงบจิตใจมองดูปลาทองล่องลอยไปมาในขวดน้ำได้ไม่นาน ก็ต้องสะดุ้งอีกครั้ง เมื่อซีฟแผดเสียงออกมาจากห้องน้ำเสียงดังลั่น

            “โอ๊ย! เธอทำให้ฉันของขึ้นสุดๆ ไปเลยวันนี้ปั้นหยา”

            เขาส่งเสียงดังแต่ฉันเริ่มชินแล้วล่ะ เพราะอย่างนั้นฉันเลยนั่งอยู่ที่เดิมไม่อยากจะเสี่ยงกับพายุอารมณ์ของเขา โดยการเข้าไปใกล้เขาหรอก ไม่มีทาง

        “ยัยแกงจืด มานี่เดี๋ยวนี้นะ!!” ฉันหน้ามุ่ยกับคนเจ้าอารมณ์อย่างซีฟ

            “ฉันปวดขาเดินไปไม่ได้ มีอะไรก็ตะโกนถามมาแล้วกัน เสียงนายดังอยู่แล้วนี่” ฉันประชดเขาออกไป

            “เดี๋ยวนี้กล้าเถียงงั้นเหรอ ได้ เดี๋ยวฉันจะไปอุ้มเธอออกมาจากที่ห้องครัว แล้วมันต้องมีรางวัลตอบแทนกันบ้างนะ ฉันเตือนเธอแล้วนะ ยัยแกงจืด!

            แต่พอได้ยินคำขู่นี้ ฉันก็ลุกขึ้นยืนอย่างสงบและลากเท้าแบกหน้าหงิกๆ ของตัวเองไปหาเขาที่ห้องน้ำทันที เมื่อไปถึงซีฟก็อยู่ในสภาพที่ล่อแหลมเอามากๆ นั่นคือทั้งตัวของเขามีแค่ผ้าขนหนูสีขาวผืนเดียวพันท่อนล่างเอาไว้ ฉันพยายามจะไม่มองร่างกายของเขามากเกินไป แต่ก็ทำไม่ได้เอาซะเลย

            “เธอมองนมฉันเหรอ ยัยลามก

            แง ก็ห้องน้ำมันแคบแค่นี้ เขาจะให้ฉันเงยหน้ามองดาวเสาร์บนท้องฟ้าหรือไงกัน

            “อะไรเล่า ฉันหิวข้าว มีอะไรจะพูดก็พูดมาสิ ไม่รู้รึไง ฉันเจ็บขาอยู่นะ” ถามแล้วก็ไม่เข้าใจ เขาจะมาพูดอะไรในห้องน้ำกันนะ

            “เธอเอาเสื้อโค้ทคณะฉันซักในเครื่องนี้ใช่มะ” ซีฟชี้นิ้วไปยังเครื่องงซักผ้าที่หยุดทำงานแล้ว

            “อือ แล้วไง”

            “ยัยบ้าสอนไม่เคยจำ!” เขาจิ้มหน้าผากฉันแรงๆ ทีหนึ่งจนฉันหน้าหงาย แล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า

            “อะไรเล่า” ฉันบ่นอุบอิบ สายตาของฉันตอนนี้มองแค่หน้าอกของเขาจริงๆ ด้วย

            แง้ ฉันกลายเป็นยัยลามกโรคจิตไปแล้ว

            “ก็เสื้อในกับกางเกงในเธอไง เธอเอาปั่นรวมกันอย่างนี้ได้ไง บอกแล้วใช่มั้ยว่าให้ซักทีหลังรวมกับพวกชุดนอนอะไรนั่นน่ะ แล้วก็ต้องใส่ถุงตาข่ายด้วย มันจะได้ไม่เสียทรง!!

            ซีฟอธิบายแล้วก็ดึงเอาชุดชั้นในสีหวานๆ ออกมาจากเครื่องซักผ้า ตอนแรกฉันกลัวเขามากเลยนะที่เขาซักชั้นในให้ฉัน แต่เดี๋ยวนี้ดูเหมือนเขาจะคอยซักเสื้อผ้าทุกอย่างให้ฉันไปหมดเลย

            “เธอเป็นผู้หญิงจริงๆ รึเปล่าฮะ!” แล้วซีฟก็เงียบเสียงลง เมื่อมีเสียงเคาะประตูอีกครั้ง

            “สงสัยรูมเซอร์วิสจะมา เดี๋ยวฉันไปดูก่อน แยกผ้าเดี๋ยวนี้เลย ฉันจะซักใหม่” เขาสั่งแล้วก็ก้าวเท้าออกจากห้องน้ำไป

            ฉันหน้าหงิกแต่ก็ลงมือทำอย่างที่เขาสั่ง แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่าไม่มีใครสั่งรูมเซอร์วิสนี่นา อีกอย่างคุณพ่อก็ทำกับข้าวไว้ให้ฉันแล้วด้วย

            แล้วก็ กรี๊ด!! ตาบาซีฟถือชั้นในของฉันเดินออกไปโทงๆ ทั้งที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวผืนเดียวได้ยังไงกันน่ะ

            “ซีฟ เดี๋ยวก่อน นายจะเดินออกไปอย่างนั้นไม่ได้นะ

            พระเจ้าช่วยฉันด้วย

        ตอนนี้ตาบ้าเศษเหล็กไร้หัวใจซีฟกำลังเผชิญหน้ากับคุณพ่อของฉัน โดยมีเพียงผ้าขนหนูสีขาวพันเอว และกำลังถือชุดชั้นในสีหวานของฉันในมือด้วย!

 

        “โอ๊ะ! สงสัยจะมาผิดห้อง” คุณป๋าของฉันพึมพำเบาๆ

            ข้างกันนั้นยังมีคุณแม่ที่ทำตาโตเอามือปิดปากด้วยตกใจอยู่ โชคดีที่ป๊ะป๋ายังมองไม่เห็นฉันที่แวบมาอยู่ด้านหลังซีฟ ตอนนี้ก็เกิดอาการตัวแข็งทื่อช็อกจนขยับตัวไปไหนไม่ได้แล้ว

            “คุณคะ แก่แล้วเลอะเลือนนะคะ”

            คุณมายะหยาที่น่ารักของฉันลากป๊ะป๋าออกไปอีกทางพร้อมกับปิดประตูลงปัง ฉันเองก็คว้าแขนของซีฟที่ยังทำหน้าเหลอหลาหน้าห้องเข้ามาอย่างรวดเร็ว

            “นายทำบ้าอะไรเนี่ย!” ฉันโวยวายเสียงไม่ดังเท่าไหร่ ก่อนจะฟาดมือตามเนื้อตัวของเขาอย่างหัวเสียและตกใจ

            “เมื่อกี้พ่อกับแม่เธอใช่มั้ย!?

เขาถามและฉันเพิ่งจะรู้ว่านั่นคือปะป๋าโจชัวของฉัน เขานี่มันโง่หรือบ้ากันแน่น่ะ

            “นายนี่มันบ้าที่สุดเลย!” ฉันตะคอกเสียงใส่เขา ก่อนจะยกมือเขกหัวเขาแรงๆ ทีหนึ่ง

            “ยัยแกงจืด เดี๋ยวนี้กล้าลงมือกับฉันงั้นเหรอ” ซีฟยกมือขึ้นมาจับหน้าผากของตัวเอง ก่อนจะมองหน้าฉันเขม็งจนน่ากลัว

            “เดี๋ยวเถอะ เธอน่ะ

            ซีฟยังพูดไม่จบ บานประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้งเพราะว่าก่อนหน้านี้ไม่มีใครได้ล็อกเอาไว้ ฉันเห็นสีหน้าของพ่อตอนนี้แล้วก็กลัวแสนกลัว เมื่อไม่รู้จะแก้ตัวยังไงฉันเลยหันไปมองหน้าคุณแม่เพื่อขอความช่วยเหลือแทน

            “ป๊ะป๋าไม่ได้เข้าห้องผิดใช่มั้ยปั้นหยา อธิบายหน่อยซิ ผู้ชายที่แก้ผ้าโทงๆ ในห้องของลูกนี้เป็นใครกัน”

            ป๊ะป๋าโจชัวถามเสียงแข็ง ฉันกลัวจนน้ำตาจะร่วงไม่รู้จะพึ่งใครสุดท้ายฉันก็ยื่นมือสั่นๆ ของตัวเองไปเกาะแขนซีฟเอาไว้แทน

            “ปิดประตูก่อนดีกว่าค่ะคุณ เดี๋ยวคนเดินผ่านไปมาเห็นกันพอดี”

            ยังคงเป็นคุณแม่ยะหยาที่แสนใจดีของฉันนั่นแหละ ที่ช่วยเข้ามาทำให้ป๊ะป๋าอารมณ์เย็นลงได้บ้าง คุณแม่ดึงแขนคุณพ่อเข้ามาในห้อง จากนั้นก็จัดการปิดประตูให้ก่อนที่ท่านจะหัวเราะเมื่อเห็นอะไรบางอย่างที่อยู่ในมือของซีฟ สายตาของคนตัวสูงที่ฉันเกาะแขนอยู่มองตาม ก่อนที่เขาจะเอามือข้างที่ถือชั้นในของฉันไขว่ไปทางด้านหลัง

            ไม่ทันแล้วล่ะซีฟ

        คุณพ่อของฉันเห็นไปตั้งนานแล้วล่ะ เพราะเขาหมกมุ่นอยู่กับการวิจัยมากไปหรือเปล่า เขาถึงได้ดูเลอะๆ เลือนๆ อย่างนี้เนี่ย

            “ขอคุยด้วยหน่อยได้มั้ยพ่อหนุ่ม” ป๊ะป๋าโจชัวถามเสียงเรียบ แถมยังเลิกคิ้วขึ้นสูงอีกต่างหาก

            อึก ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แล้วสุดท้ายความสามารถในการแสดงละครสมัยตอนที่ฉันอยู่ประถมก็ผุดออกมา

            “คุณพ่อคะ นี่เป็นเพื่อนปั้นหยาเองค่ะ แต่เขาเป็นเกย์”

            ผ่างผ่าง ผ่าง

        ฉันเหมือนได้ยินคนตีฉาบใบใหญ่อยู่ข้างๆ หูทันทีที่พูดจบ ซีฟนิ่งอึ้งไปอึดใจและไม่นานเขาก็ค่อยๆ เบือนหน้าที่อาบรังสีอำมหิตลงมาให้ฉันทันที

            “ว่าไงนะ

            ฉันกระโดดขึ้นไปปิดปากเขาเอาไว้ทันทีแม้ว่าส่วนสูงของเขาจะแตกต่างกันมากก็ตาม แล้วสุดท้ายฉันก็ล้มลุกคลุกคลานกับซีฟที่พื้นจนได้ ผ้าขนหนูของซีฟหลุดออกจากเอว หน้าฉันก็แนบเข้ากับซิกแพคของซีฟอีกครั้ง ราวกับว่ามันเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดหน้าของฉันให้ไปเกลือกกลิ้งอย่างนั้นแหละ

            “ยัยบ้า! เธอทำผ้าฉันหลุด”

            “ไม่นะ ซีฟ นายเป็นเกย์นะ นายเป็นเกย์!

            “อุ๊ยตาย! คุณคะลูกเราเป็นผู้ใหญ่แล้วเหรอ”

        “หน้าเธออยู่ตรงไหนเนี่ยยัยเบ๊อะ อย่าดึงบอกเซอร์ฉันนะ!!

            ไม่มีเสียงของป๊ะป๋าโจชัวให้ได้ จนผ่านไปอึดใจหนึ่งนั่นแหละ ความเอะอะวุ่นวายทั้งหลายถึงได้สงบลงในที่สุด

            “ปั้นหยา นี่มันเรื่องอะไรกัน!!

 

            “นี่มันเรื่องอะไรกันฮึปั้นหยา ไหนลองบอกพ่อมาดีๆ ซิ ทำไมถึงมีผู้ชายมาอยู่ในห้องของลูก ทำไมเค้าไม่ใส่เสื้อผ้า แล้วทำไมเขาถึงถือชั้นในของลูกออกมาด้วย!

            ป๊ะป๋าที่กำลังสั่นเป็นคนทรงเจ้านั่งเบ่งบารมีอยู่บนโซฟา ข้างกายของป๊ะป๋านั้นมีคุณแม่ยะหยาที่กำลังจดอะไรยิกๆ ลงในสมุดจนพล็อตนิยายอยู่ แถมยังแกะส้มทานหน้าตาเฉยอีกด้วย ครอบครัวของฉันทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ ฮือ

        ตุ๊กแกแมนซีฟก็ยังอยู่ในชุดผ้าขนหนูสีขาวพันเองนั่งสงบเสงี่ยมคุกเข่ากับพื้น เหมือนทาสในรัชสมัยรัชกาลที่๕ เช่นเดียวกับฉันที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ เขาเช่นกัน

            ถัดออกไปไม่ไกลมีซากชั้นในของฉันนอนตายที่พื้น อะไรจะสุดวิเศษอย่างนี้

            “ปั้นหยา

            “ป๊ะป๋า

            ฉันทำเสียงเครือแล้วเงยหน้ามองท่านอย่างออดอ้อน

            “ไม่ต้องทำหน้าจะร้องไห้ บอกมา เหตุผลอะไรก็ได้ซักอย่าง ก่อนที่ป๋าจะโมโหแล้วเข้าไปซัดไอ้หนุ่มคนนั้นให้หมอบ!

            “ป๊ะป๋าอย่าทำนะคะ ป๊าป๋าปวดเอวอยู่ไม่ใช่เหรอคะ เดี๋ยวเอวเคล็ดนะคะ”

            “คิก” และเสียงหัวเราะของคุณแม่ปิดท้ายในเวลาต่อมา

            “ปั้นหยา ลูกนี่

            “คุณคะ ใจคอจะปล่อยให้ลูกเขยของเรานั่งเปลือยอยู่อย่างนี้เหรอคะ”

            “ช่างมัน ให้มันเป็นปอดบวมตายไปเลย” ป๊ะป๋าโจชัวแผดเสียงออกมาอย่างหงุดหงิด

            ฉันเองก็หวาดผวาเผลอตัวไปเบียดร่างของซีฟอย่างไม่ตั้งใจ ฉันกลัวอ่ะ ปกติคุณพ่อของฉันไม่ได้ดูน่ากลัวอย่างนี้เลยจริงๆ

            “แต่จะว่าไปแฟนของปั้นหยาที่ออกจะหล่อล่ำบึ้ก หุ่นเท่จริงๆ เนอะ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ได้ใส่หรอกเสื้อผ้าน่ะ แบบนี้เจริญหูเจริญตาดีคุณว่ามั้ย?

            “ปั้นหยาเอาผู้ชายคนนี้ไปเปลี่ยนเสื้อเดี๋ยวนี้!” คุณพ่อพลิกลิ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อได้ยินเสียงคุณแม่สรรเสริญความรูปงามของซีฟ

            หึๆ ใครเค้าก็รู้กันทั่วนั่นแหละว่าคุณพ่อของฉันน่ะเป็นจองหวงที่คอยตามหวง ห่วง หึงคุณแม่มาตลอด แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไน แต่ดีกรีความขี้หึงของคุณพ่อก็ไม่ลดลงเลย

            เมื่อได้จังหวะฉันก็คว้าแขนของซีฟที่นั่งตัวขาวซีดเป็นจิ้งจกให้ลุกออกมาจากที่นั่งอยู่ทันที

            “ปั้นหยาเอาชั้นในไปด้วย จะมาวางเกะกะทำไมแถวนี้” คุณพ่อส่งเสียงมาอีกครั้ง ทำให้ซีฟต้องหันกลับไปคว้าเอาชั้นในของฉันที่วางกับพื้นขึ้นมาอีกครั้ง

            แล้วเขาก็ลากแขนฉันให้เดินเข้าไปในห้องทันที สีหน้าและแววตาอำมหิตนั่นทำให้ฉันกลัวจับใจ

            “เธอตายแน่ ยัยแกงจืด”

 

            เมื่อออกมาจากห้องนอนหลังจากที่เปลี่ยนเสื้อผ้ากันเรียบร้อยแล้ว ซีฟก็ถูกคุณพ่อของฉันเรียกไปคุยกันตัวต่อตัวที่ห้องครัว ส่วนฉันก็นั่งกระวนกระวายรอคอยทั้งสองคนอยู่ที่ห้องรับแขก คุณแม่ยะหยาของฉันไม่สนใจอะไรเลย นอกจากจดข้อมูลยิกๆ ลงในสมุดจดพล็อตนิยาย

            เฮ้อ หวังว่าเรื่องมันคงไม่เลวร้ายเกินไปหรอกนะ

            แล้วฉันก็เพิ่งรู้ตัวว่าตอนที่ชุลมุนวุ่นวายฉันเผลอเดินไปไหนมาไหนด้วยการลงน้ำหนักลงไปเต็มเท้า ตอนนี้มันเลยปวดอย่างที่เปรียบไม่ได้ ไม่ป๊ะป๋าโจชัวก็ซีฟนี่แหละได้ฆ่าฉันตายแน่ ถ้าเกิดรู้ว่าตอนนี้ขาของฉันบวมเป่งเพราะว่าไม่ระวังตัว

            “หนูเจอซีฟได้ยังไงลูกปั้นหยา

            คุณแม่หยิบส้มขึ้นมาผลหนึ่งแล้วก็เริ่มต้นถามฉัน

            “ทำไมคะ แม่อยากจะเอาไปเขียนเป็นหนังสือเหรอ?” ฉันถามด้วยน้ำเสียงงอนๆ ซึ่งคุณแม่ยะหยาที่แสนน่ารักของฉันก็หัวเราะออกมาทันที

            “แม่ก็แค่อยากรู้ ท่าทางเขารูปร่างหน้าตาดีแบบนี้ คงมีชะนีเป็นแสนที่อยากควงแขนเค้า

            “แม่คะ ทำไมแม่พูดคำว่าชะนีอ่ะ แม่อ่ะ ทำไมแม่ถึงพูดแบบนี้”

            ฉันครวญครางออกมาด้วยความรู้สึกหมดหวังอย่างบอกไม่ถูก คุณแม่ก็เอาแต่หัวเราะพลางยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองไปด้วย

            “แม่ลืมตัวไปหน่อย พอดีว่าอินกับนิยายที่เขียน”

            “อย่างนี้ทุกที คราวก่อนก็ฟาดหัวคุณพ่อทั้งที่คุณพ่อไม่ได้ทำอะไร พอคุณพ่อถามคุณแม่ก็บอกว่าอินกับนิยาย” ฉันบอกแล้วก็อดนึกขำในใจไม่ได้

            “อันนั้นแม่จงใจหรอก ช่วยไม่ได้นี่นา ก็อยากให้เงินแม่ใช้น้อยทำไมล่ะ แถมงานบ้านงานเรือนเวลาอยู่ที่บ้านใหญ่ก็ไม่ทำด้วย มาทำเฉพาะเวลาที่มาหาลูกนี่แหละ”

            “คุณพ่ออยากอ้อนคุณแม่มั้งคะ?” ฉันบอกแล้วก็แอบอมยิ้มไปด้วย

            “แล้วหนูล่ะ เวลาที่เค้าอยู่ด้วย เค้าอ้อนให้หนูทำโน่นทำนี่ให้เหรอจ๊ะ” คุณแม่ถามและใจดีแบ่งส้มให้ฉันด้วย

            “เปล่าค่ะ เขาทำเองหมดเลย”

ฉันบอกก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างพอใจ ไม่นานคุณพ่อก็เดินกลับมาบ้างแต่ว่าซีฟไม่ได้ตามมาด้วย คุณพ่อบอกว่าอยากจะรู้เรื่องของเราทั้งคู่เลยให้แยกกันพูดทีละคน แน่นอนว่าหมอซีฟโกหกไม่เป็น ส่วนฉันจะโกหกก็โกหกไม่ได้ เพราะคุณพ่อต้องจับได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แน่

            “ว่าไงเรา ไม่คิดจะบอกพ่อเลยเหรอ ว่าอยู่กับกับผู้ชายคนนี้ได้เกือบปีแล้ว”

            ผ่างผ่าง ผ่าง

        มีคนตีฉาบใบใหญ่อยู่ข้างๆ หูฉันอีกแล้ว กรี๊ด! ตาบ้าเศษเหล็กซีฟพูดบ้าอะไรกับคุณพ่อของฉันกันน่ะ

            “ถึงพ่อจะเจ็บใจแต่มันก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้วสินะ เหอะ!

            “มันก็เหมือนตอนที่คุณแอบไปอยู่กับฉัน แล้วแกล้งทำเนียนว่าห้องของคุณเป็นของฉันยังไงล่ะคะ!” คุณแม่พูดโพล่งขึ้นมา ทำให้ฉันหันไปมองหน้าคุณพ่อและคุณแม่อย่างสนใจ

            “แหม ไอ้เราก็งงว่าห้องตัวเองหายไปไหน” คุณแม่พูดเสียงแง่งอน แล้วคุณพ่อก็ข้ามากอดโอบทันที

            “นี่ไง เพราะแบบนี้ไงล่ะ ลูกเราถึงขาดความอบอุ่นจนต้องหาหนุ่มหล่อมาเป็นแฟนน่ะ แม่ขอโทษนะปั้นหยา ที่แม่ทำให้ลูกรู้สึกเปลี่ยวเหงาเดียวดายแบบนี้ เพราะพ่อกับแม่มัวแต่รักกันไม่ได้สนใจลูกเลยใช่มั้ย?” คุณแม่ยะหยาพูด แต่ฉันขมวดคิ้วด้วยความงุนงง

            อะไรน่ะ ฉันเปลี่ยวเหงาเหรอ เมื่อไหร่กัน

            จนเห็นคุณแม่ขยิบตาส่งสัญญาณบอกนั่นแหละ ฉันถึงได้แอบหัวเราะเบาๆ คุณพ่อของฉันตามคุณแม่ไม่ทันอีกแล้ว

 

            “ทานข้าวครับ

            เสียงซีฟที่ยังหมดตัวอยู่ในครัว ราวกับถูกคุณพ่อของฉันสาปให้กลายเป็นแมลงสาบไปแล้วดังขึ้น ฉันถึงได้รู้สึกตัวว่านอกจากคุณพ่อคุณแม่แล้วยังมีซีฟที่ถูกหลงลืมไปนานอยู่ในห้องด้วย

            คุณแม่จูงมือคุณพ่อให้ลุกขึ้นทันที จากนั้นก็พาฉันไปยังห้องครัวที่ซีฟกำลังทำหน้าที่เป็นพ่อครัวอยู่ เห็นท่าทางเขาแล้วมันก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะนะ

            “ปกติซีฟเป็นคนทำเองเหรอลูก

            คราวนี้ทั้งฉันและคุณพ่อหันไปมองหน้าคุณแม่อย่างตกใจ ลูกอย่างนั้นเหรอ

            เอ่อ…! คุณแม่คะมันเร็วไปไหมคะ

            “ครับ ก็ปั้นหยาก็เป็นซะแบบนั้น ผมเลยต้องทำเองทุกอย่าง” ซีฟบอกอย่างนอบน้อม

            เขายืนตัวตรงแล้วยังกุมมือกันประสานไว้ข้างหน้าอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว แล้วที่มันน่าขำอีกอย่างก็คือฉันทิ้งเสื้อผ้าของเขาไปหมดแล้วเมื่อวันก่อน เพราะฉะนั้นเลยไม่มีเสื้อผ้าของเขาเหลืออยู่ที่ห้องของฉันเลย เพราะฉะนั้นตอนนี้เขาเลยใส่เสื้อผ้าของฉันยังไงล่ะ

            กางเกงมันก็ดูดีอยู่หรอกนะ แต่ว่าเสื้อนี่สิ

            เพราะว่าเขาไม่ยอมซักเสื้อซักผ้าให้ฉัน เอาเวลาตอนที่ฉันเจ็บตัวไปออดอ้อนฉอเลาะกับดาวมหาลัยซูซี่ เพราะอย่างนั้นเสื้อผ้าของฉันเลยแทบจะไม่เหลือ ไอ้ที่เขาใส่ได้ก็เป็นเสื้อกล้ามแบบจ้ำอกปล่อยชายทิ้งลงมาสีขมพู ทำให้ซีฟดูน่าตลกยังไงไม่รู้

            ลองคิดภาพผู้ชายที่หน้าตาท่าทางดูดุๆ หล่อเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้ามาใส่เสื้อผ้าแบบนี้ดูสิ มันไม่น่าหัวเราะให้รู้ไป

        ฉันแอบถ่ายรูปเขาเก็บไว้แล้วก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับสายตากระหายเลือดของเขา ตอนนี้ป๊ะป๋ากับคุณแม่อยู่ด้วย เรื่องอะไรที่ฉันจะต้องกลัวเขากันล่ะ

            “ยังไงก็ฝากน้องหน่อยนะลูก ปั้นหยาก็ไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวจริงๆ นั่นแหละ ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ข้างนอกคนเดียวก็มีแต่เรื่องเจ็บตัวพ่อกับแม่ต้องคอยพาไปหาหมอเรื่อย พักนี้ไม่ได้ยินปั้นโทรมาร้องครางแง้วๆ เพราะว่ามีซีฟดูแลนี่เอง” คุณแม่พูดไปเรื่อยๆ ฉันเองก็มองหน้าซีฟไปด้วย

            อือหือ บอกว่าฉันว่าคบกันมาตั้งปีกว่าแล้ว ถ้าพ่อฉันรู้ว่าเราเพิ่งรู้จักกันเดือนกว่าๆ ฉันถูกสับเละแน่งานนี้

            “ครับ เขาเองก็ดูแลผมดีเหมือนกันครับ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่โยนลงเครื่องซักผ้าไม่ได้ดูว่ามีเหรียญอะไรค้างในกระเป๋าหรือเปล่า หรือไม่ก็เอาชุดผ้าไหมพรม เสื้อไหมแพงปั่นลงไปในเครื่อง เอาเสื้อสีใส่ลงในเครื่องซักผ้ากับผ้าขาว แล้วที่เลวร้ายที่สุดที่มาเคยเจอมา ปั้นหยาเอาทั้งชั้นใน ชุดนักศึกษา รวมไปถึงถุงเท้าปั่นลงในเครื่องพร้อมกัน เพราะอย่างนี้ผมเลยอยู่ห่างจากเธอไม่ได้ไงครับ”

            “ซีฟ” ฉันกระซิบเรียกชื่อของเขาเสียงเขียว แต่ว่าซีฟกลับแค่เลิกคิ้วขึ้น เป็นทำนองว่าเขาเป็นต่อฉันเท่านั้น

            “ตายจริงหนูทำอย่างนั้นได้ไงลูกปั้นหยา แม่บอกแล้วใช่มั้ยว่าทำแบบนั้นไม่ได้น่ะ”

            “อ้อ ครั้งก่อนปั้นหยาทอดเกี๊ยวซ่าแล้วก็ทานโค้กใส่น้ำแข็งไปด้วยระหว่างที่ทำอาหาร ทีนี้ไม่รู้ทำท่าไหนเข้า เดินสะดุดน้ำแข็งทะกระจาดลงกระทะ นึกว่าห้องจะระเบิดหมดแล้วซะอีกครับ

            “เงียบเดี๋ยวนี้นะซีฟ!

 

        ฉันไม่รู้ว่าเขาใช้จิตวิทยาอะไรหลอกล่อให้คุณพ่อของฉันยอมถอยห่างออกไปได้ง่ายๆ กันแน่ แต่ก็ไม่น่าเชื่อที่ซีฟจะควบคุมอารมณ์ของตัวเองไว้ได้อย่างเต็มที่

            แม้ว่าหน้าผากของเขาจะกระตุกอยู่หลายที และสีหน้าที่ไม่ค่อยจะยิ้มแย้มเท่าไหร่นั่นด้วย แต่สุดท้ายเขาก็ยืนส่งคุณป๊ะป๋ากับคุณแม่ที่ค่อยๆ เดินหายไปจากระเบียงทางเดินห้องของฉันอย่างเงียบเชียบ

            แล้วคนที่ตีหน้ายิ้มแบบเสแสร้งอยู่นานสองนานก็ตีหน้าบึ้งตังทันทีทันใด เขาลากแขนฉันกลับเข้าห้องและปิดประตูตามหลังเต็มแรง

            “เว้ย พอกันที!!” เขาตะคอกออกมาเสียงดัง ก่อนจะถลกเสื้อออกจากตัวเหมือนว่านั่นเป็นงูสวัดที่พันร่างร่างเขาไว้แน่น

            “พอกันที!!

            ซีฟยังไม่หยุดโวยวายจากนั้นก็ถอดกางเกงออกจากปลายเท้า ฉันช็อกยิ่งกว่าช็อกเมื่อเขาใส่แค่บอกเซอร์ตัวเล็กติดตัวเพียงตัวเดียวเท่านั้น

            เฮือก! เขากำลังจะทำให้ฉันเป็นลมตาย

            “จะไปไหน มานี่เลยยัยตัวดี!” และเมื่อฉันจะหนี ซีฟก็คว้าแขนฉันเอาไว้แน่น เขากระตุกแรงๆ ทีเดียวฉันก็ปลิวหวือไปติดตัวเขาแล้ว

            หน้าอกของเราบดเบียดกันจนฉันได้ยินเสียงชีพจรจังหวะหัวใจของเขาอย่างชัดเจน มันยังเป็นจังหวะหนักแน่นมันคง แต่ของฉันมันเต้นรัวจนจับจังหวะไม่ได้แล้ว

            “นายจะทำอะไรน่ะ” ฉันถามเขาอย่างไม่ไว้ใจ ก่อนจะหวีดร้องออกมาเบาๆ และยกแขนคล้องต้นคอเขาไว้แทบไม่ทัน เมื่อซีฟย่อตัวแล้วก็ช้อนร่างฉันขึ้นไว้ในอ้อมแขนของเขา

            “ก็ทำแบบที่ฉันบอกพ่อเธอเอาไว้ไง ว่าเราเป็นอะไรกัน” เขาบอกพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก

            “อะไร นายหมายความว่าไง” ฉันทำตาโตถามอย่างไม่เข้าใจ

            แต่ว่าซีฟไม่ยอมตอบอะไร นอกจากเดินตรงไปที่ห้องนอนจากนั้นก็ใช้เท้าเปิดประตูอย่างชำนาญ

            “ก็ทำในสิ่งที่เราควรจะทำให้มันเป็นเรื่องจริงและฉันจะไม่ได้โกหกพ่อของเธอไงล่ะ”

            “แล้วมัน

            ฉันถูกริมฝีปากได้รูปของซีฟจูบปิดปากก่อนที่จะทันได้เอ่ยถามอะไรไปมากกว่านั้น เขาเดินผ่านเข้าห้องมาอย่างง่ายดายและใช้เท้าปิดประตูตามหลัง โดยที่ตลอดเวลาริมฝีปากของเขาไม่ได้ละออกจากริมฝีปากของฉันแม้แต่วินาทีเดียว

            เมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับความนุ่มของฟูกบนเตียงนั่นแหละ ฉันถึงได้ลืมตาโพลงขึ้นมาแล้วก็ได้สติดันตัวเขาให้ออกห่างจากตัว

            “หมดเวลาแล้วที่รัก มาเป็นของฉันเถอะนะปั้นหยา

 

The End

 


 

 

 

 Talk 2…

จะบอกว่าจบ ก็คงพูดไม่ได้เต็มปากเท่าไหร่ T_T

เพราะว่าติดสัญญากับทางสำนักพิมพ์น่ะค่ะสาวๆ

เอาเป็นว่าทุกเรื่องในเซต ROMANCES SCET นี้จะตีพิมพ์กับแสนดีเหมือนเดิมนะคะ

สำหรับเรื่องของซีฟ จะมีต่ออีกราวๆ 3-4 ตอนค่ะ

อย่าโกรธกันเลยนะคะ เพราะว่าถ้าอ่านถึงตรงนี้ก็จะยังรู้เรื่องเหมือนกันค่ะ

คือคิดว่าจบ มันก็จบได้ คิดว่ายังไม่จบ มันก็ยังไม่จบแหะๆ

 

เพราะว่าเซตนี้อาจจะได้ออกงานหนังสือเดือนตุลาคม อาจจะ นะคะ

ยังไม่แน่ใจเรื่องแผนงานของสนพ แสนดีเท่าไหร่

ถ้าเกิดว่าเร็วสุดคงจะเป็นเดือนตุลาในงานหนังสือน่ะค่ะ

แต่เรื่องอื่นๆ จะอัพต่อเช่นกัน เรื่องหน้าที่ต่อจากซีฟเป็นเรื่องของวิลส์ค่ะ

เซตนี้จะเขียนเฮฮาบ้าบอ ผู้ชายขี้หึงและผู้หญิงน่ารักๆ แบบปั้นหยาไปทุกเรื่องเลยค่ะ

 

ถ้ายังไงลองสอบถามที่แฟนเพจ สนพ แสนดีได้เลยนะคะ

เพราะมู่ก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน อยากให้เป็นหนังสือเหมือนกันค่ะ

ส่วนนิยายของมู่ที่กำลังจะทยอยออกนั้น ก็มี

Caf? Mania (P.3)

THE PUPIL IS SHUT

Wolves Blood!! (P.2)

ยังไงก็ฝากกันด้วยนะคะ กอดด

 

ปล เราไปลุ้นให้ซีฟผ่านอนุมัติออกเดือนตุลากัน

แล้วก็ SP ของเซตโดมด้วยนะคะ อยากให้ผ่านเหมือนกันเน้อ

บางทีเราอาจจะได้ไปเจอกันที่งานหนังสือค่ะ

ใครอยากไปเจอมู่ ไปกอด ไปหอม ไปปล้ำ เจอกันได้นะคะ ฮ่าๆ

ยังไงก็ไปช่วยกันกด LIKE แฟนเพจ สนพ และลองสอบถามความคืบหน้านะเออ

อยากให้คุณแม่ปั้นหยาได้เป็นเล่มเหมือนกัน แล้วจะรู้ว่าท่าทั้งคุณแม่คุณลูก มึนพอกันเลยค่ะ

ฮ่าๆ ถ้าเกิด สนพ บอกว่าไม่ผ่าน มู่จะอัพลงเนตให้นะคะ แต่ตอนนี้ลุ้นคำตอบมาก

ช่วยกันภาวนาให้ผ่านนะเออ กอดสาวๆ ทุกคน

ส่งจูบ


 

Talk 1…

Song :: Every Single Day - Lucky Day

Down Load this song >>Click!!<<

 

ถ้าช่วงนี้มู่มึนๆ งงๆ อย่าใส่ใจเน้อ เค้าไม่สบาย ฮ่าๆ

อากาศวิปริตมาก ทำไมหนูถึงป่วยแบบนี้หนอ

ขอทอล์คไม่ยาวนะเออ เค้าเบลอๆ ยังไงชอบกล

นิยายทั้งหลายที่ยังคงค้างอยู่

 

NO RAIN NO RAINBOW [ บัวบูชา + เฟลส์ป + เกรย์ ]

DROMA [ อเล็กซ์ + บอมบ์ + แอนดี้ + ลูน่า ]

TERAPY LOVE [ เวนิส + ริกะ + นายน์ ]

 

ยังอัพอยู่นะคะ แต่ว่าช่วงนี้มู่ปั่นต้นฉบับอยู่ค่ะ

สองเรื่องในสิ้นเดือนนี้ เหนื่อยมาก เพราะงั้นสิงหากลับมาเจอกันนะคะ :)

ขอบคุณค่ะ





สอบถามข่าวสารของนิยายหรือพูดคุยกันได้ค่ะ แล้วเจอกันนะคะ

FP สำนักพิมพ์แสนดี Click!!

ID สำนักพิมพ์แสนดี Click!!

FP mu_mu_jung Click!!

 

God blessed you

’m blessed you

 

I http://www.dek-d.com/06pic/dot/heart.gif Readers


ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 10 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
5555
จากคุณ worldoflove/(worldoflove) อัพเดตเมื่อ 11/09/2554 12:57:26
ความคิดเห็นที่ 2

คุณแม่ยะหยาใจดีจัง

จากคุณ cawa_ii/(cawa_ii) อัพเดตเมื่อ 26/08/2554 11:33:59
ความคิดเห็นที่ 3
ผู้ชายแบบซีฟ มีอยู่จิงไหม อยากได้ซักคน
จากคุณ kukkikkee/(kukkikkee) อัพเดตเมื่อ 23/08/2554 23:59:00
ความคิดเห็นที่ 4
กรี๊ดดดดดดดดดด คุณยะหยาอ่ะ น่ารัก
จากคุณ kukkikkee/(kukkikkee) อัพเดตเมื่อ 23/08/2554 23:57:55
ความคิดเห็นที่ 5

น่ารักกันจริงๆ

อยากให้เขียนให้จบเลยอ่า

จากคุณ Kaew_HaHa/(Kaew_HaHa) อัพเดตเมื่อ 14/08/2554 15:43:44
ความคิดเห็นที่ 6

ซีฟไปบอกอะไรกับคุณพ่อไว้เนี่ย

จากคุณ pepo25/(pepo25) อัพเดตเมื่อ 13/08/2554 00:53:45
ความคิดเห็นที่ 7

อ่านกี่ทีกี่ทีก็....อร๊ายยยย>///<
 haha!~

จากคุณ IDOTCARE/(IDOTCARE) อัพเดตเมื่อ 12/08/2554 10:23:05
ความคิดเห็นที่ 8
:]
จากคุณ CHANGE_zero/(CHANGE_zero) อัพเดตเมื่อ 10/08/2554 13:20:13
ความคิดเห็นที่ 9
สู้ๆๆ
จากคุณ Townevil/(Townevil) อัพเดตเมื่อ 07/08/2554 22:26:47
ความคิดเห็นที่ 10
-0- กรี๊ดดดดดดดดดดดด ด
จากคุณ oumbaba/(oumbaba) อัพเดตเมื่อ 06/08/2554 11:19:06
หน้าที่ 1 จาก 10 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 264 ท่าน