Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Blackmail ต้นเหตุรัก แผนร้ายกับยัยประหลาด Update Episode 12 Nymphomania กับความจริง [ไรเตอร์สำนึกผิดแล้วที่หายหัวไป TT^TT 40% แรกค้าบ... ]
kyo
Blackmail Episode 9 ไม่มีคำตอบ Upload 100% [ไรเตอร์ขอโตษน้า ที่หายหัวไปนาน >___<]
10
01/11/2554 11:33:20
1228
เนื้อเรื่อง
                เกือบเที่ยงแล้ว ฉันที่อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยในชุดนักศึกษากำลังยืนรับแดดตอนเที่ยงวันที่ทอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องนอน ถ้าไม่มัวแต่คิดเรื่องอิตานั่น วันนี้ฉันค่อนข้างจะมีความสุข นั่นเพราะวันนี้ฉันมีเรียนบ่าย ฉันเดินลงมาชั้นล่างด้วยอารมณ์ลัลล้าเป็นที่สุด แต่ก็ต้องสะดุดความสุขไว้เมื่อเห็นชายสามคนยืนจ้องกันเป็นปลากัดอยู่ที่ห้องรับแขก
                “วันนี้เธอจะไปกับฉัน” พี่บอยที่เห็นฉันเป็นคนแรกว่าพลางถือวิสาสะเข้ามาโอบไหล่ฉันไว้หน้าตาเฉย
                “สายตานายมันบอกว่านายกำลังกลัวว่ะบอย” แซมที่ยืนเอามือล้วงกระเป๋าพูดขึ้น สายตาอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นสายตาทิ่มแทง  “กลัวจะรักษาผู้หญิงคนนี้ไม่ได้รึไงบอย”
                “โทษที เรื่องนั้นฉันว่าไม่มีปัญหา เพราะฉันคิดว่าพวกนายคงไม่มีปัญญาหรอกว่ะ”
                “นายรู้มั้ย เมื่อคืนฉันทำอะไรอยู่บนห้องกับเฟิฬ” แซมที่ยิ้มนิดๆ อย่างเยือกเย็น ฉันเสียวสันหลังวาบ เหมือนว่าความซวยกำลังจะมาเยือน “รู้รึเปล่า ก่อนเฟิฬจะออกไปกับนาย เธอทำอะไรอยู่กับฉัน”
                “ฉันเปล่านะ” ฉันเถียงขึ้นทันควัน
                จะเอาชนะอะไรกันนักหนา ความซวยจะมาเยือนฉันแล้ว~ (╥﹏╥)
                “ไม่เป็นไรนะเฟิฬ ที่ฉันกลับมาหาเธอเพราะฉันจะมาทวงเธอคืน จากทุกคน” เขายิ้มอ่อนโยนให้กับฉัน ก่อนจะส่งยิ้มแข็งกร้าวไปให้ผู้ชายอีกสองคน “แล้วฉันก็รู้ ว่าฉันไม่ได้คิดไปเองคนเดียว”
                คำพูดที่ชัดเจนของเขาทำใจฉันสั่นรัว สายตาจับจ้องที่เขา ชายผู้เป็นรักแรก พี่บอยที่กำลังโมโหบีบไหล่ฉันจนแทบแหลกคามือ
                “ต่อให้นายจะใช้วิธีไหน ก็ไม่มีวันได้ผู้หญิงคนนี้ไปหรอก”
                พี่บอยที่กลับมาควบคุมอารมณ์ตัวเองได้แล้วพูดเสียงเรียบเชียบ
                “ฮึ ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายกับเฟิฬมีความสัมพันธ์กันระดับไหน แต่ฉันจะไปจากผู้หญิงคนนี้ก็ต่อเมื่อ เธอไม่ต้องการฉันอีกแล้ว”
                นี่แหล่ะปัญหา ถ้าพี่บอยบอกให้ฉันพูดว่าไม่ต้องการแซมแล้ว ฉันคงจะพูดตอนนี้ไม่ได้หรอก เพราะจริงๆ ฉันยังต้องการเค้าอยู่
                “เธอต้องไปเรียนแล้ว” เสียงจากชายผมดำสนิทที่เงียบตลอดการสนทนาดังขึ้นขัดอารมณ์ของชายอีกสองคน “มากับฉัน” เสียงเบาๆ พร้อมสายตาออกคำสั่งของเขาจ้องมาในตาของฉัน พี่บอยยั้งไหล่ฉันไว้แน่น แน่นอน เค้าไม่ยอมให้ฉันไปกับอิตาดาราบ้ากามนี้ง่ายๆ แน่
                “เธอไม่จำเป็นต้องไปกับนาย”
                “ฉันคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องของนายนะแซม ฉันกำลังคุยกับผู้หญิงของฉันอยู่”
                แร๊งงง!! ใช้คำว่าผู้หญิงของฉันเลยเรอะ ≧▽≦
                “ผู้หญิงของนาย เหอะ!นายคิดว่าฉันสนใจคำพูดที่นายยกขึ้นมาเพื่อบีบบังคับเฟิฬรึไง” เขาหัวเราะน้อยๆ “แต่ถึงเฟิฬจะเป็นผู้หญิงของใครฉันก็ไม่สนอยู่ดีนั่นแหล่ะ”
                “ถึงนายจะไม่สน แต่ฉันขอบอกให้นายจำใส่กะโหลกไว้ซักหน่อย ว่าเฟิฬเป็นผู้หญิงของฉัน และถึงจะมีผู้ชายงี่เง่ามามั่วเอาว่าเธอเป็นผู้หญิงของมัน เธอก็ยังเป็นของฉันอยู่ แล้วฉันก็จะไม่ยกให้ใคร และถึงแม้เธอจะไม่ต้องการฉันแล้ว ฉันก็จะยังไม่ไป จนกว่าจะแน่ใจว่าผู้ชายที่เฟิฬเลือกจะดีกว่าฉัน”
                พี่บอยที่ดูโมโหไม่ใช่น้อยพูดขึ้นพร้อมๆ กับส่งสายตาขู่ไปที่ผู้ชายทั้งสอง
                น่ากลัว และน่าเบื่อมากๆ เลย ผู้ชายสามคนนี้ (╥﹏╥)
                “เรื่องนั้น นายเอาไว้พูดกันเองแล้วกัน แต่ตอนนี้ฉันมีธุระ” อิตานรกบ้ากามนั่นแทรกขึ้นขณะที่แซมกำลังจะอ้าปากเถียง “เฟิฬ... ไปมหา’ลัยได้แล้ว”
                เสียงเรียบง่ายกับสายตาออกคำสั่งแบบเดิมเพ่งมาที่ฉัน ฉันจำใจต้องแกะมือพี่ชายออกอย่างเสียไม่ได้ พี่บอยมีสีหน้าตกใจน้อยๆ ก่อนจะกลับมาคุมสติตัวเองได้อีกครั้ง
                “พี่รู้ว่าจำเป็น แต่ก็ระวังตัวด้วย อย่าให้พี่ต้องตามไปกระทืบมัน”
                พี่ชายกระซิบลงข้างหูฉันเบาๆ ก่อนจะส่งสายตาเป็นห่วงมาให้ ฉันใช้มือทั้งสองข้างสัมผัมใบหน้าพี่ชาย ยิ้มให้พี่อย่างไม่มีทางออก ก่อนจะหันไปสบตาแซมที่มองอยู่อย่างไม่สบอารมณ์ ฉันหันหลังให้ผู้ชายทั้งสองก่อนจะเดินออกจากประตูบ้านไป ตรงไปยังรถสปอร์ตสีขาวที่อยู่หน้าบ้าน ก่อนจะขึ้นไปนั่งบนรถแต่โดยดี
                ถ้าไม่มีเรื่องงี่เง่านั้นไว้แบล็กเมล์ฉันนะ ฉันจะไม่เดินออกมากับอิตานรกนี่แน่นอน ฉันจะไม่ปล่อยให้พี่บอยต้องส่งสายตากังวัลซ้ำแล้วซ้ำเล่าแน่นอน
 
                “เมื่อคืนเธอทำอะไรกับมัน” ทันทีที่ชายผมสีดำเคลื่อนรถออกจากหน้าบ้าน เขาก็ถามขึ้นทันที
                “มันไม่ใช่เรื่องที่นายจะต้องรู้”
                คำตอบตัดบทของฉัน ทำให้เราทั้งสองเงียบกันตลอดเส้นทาง จนกระทั่งถึงมหา’ลัย เขาจอดรถเทียบทางเท้าตรงทางเข้ามหา’ลัย
                “เมื่อวานฉันขอโทษที่หงุดหงิดใส่เธอ”  (⊙_⊙)   เขาขอโทษฉันก่อน พระเจ้า ไม่อยากจะเชื่อ “แล้วก็เย็นนี้ฉันคงมารับเธอไม่ได้”
                “มีนัดกับพวกผู้หญิงพวกนั้นรึไง”
                “เธอกำลังหึงฉันอีกแล้วใช่มั้ยน่ะ”
                เขาที่ส่งยิ้มมาให้ฉัน เผลอเอามือมาขยี้หัวฉันอย่างลืมตัว ก่อนจะชักมือออกแล้วเบนหน้าออกไปยังนอกกระจก
                “เปล่าซักหน่อย” ฉันตอบเบาๆ อย่างไม่เต็มเสียง “แล้ว... นายจะไปไหน”
                ไปยุ่งกับเค้าทำไมเนี่ยฉ้าน~ จะไปเป็นตายที่ไหนก็เรื่องของอิตานั่นสิ
                “ฉันต้องบินไปคุยธุระกับลูกค้าน่ะ” เขาหันมาตอบ แถมยังส่งยิ้มให้ฉันอีกครั้ง “เธอบอกเองไม่ใช่หรอว่าฉันน่ะไม่น่าเชื่อถือ”
                “เชื่อฉันด้วยหรอเนี่ย”
                “เธอควรจะดีใจนะที่ฉันเชื่อฟังเธอ ยัยประหลาดของฉัน” ยัยประหลาดของฉันงั้นหรอ ทำไมฟังแล้วใจสั่นดีจัง ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ได้มีความหมายอะไรมากมายเลย “ฉันจะไปประมาณอาทิตย์ครึ่ง โทรหาฉันทุกครั้งที่เธอมาถึงมหา’ลัย แล้วก็ตอนกลับถึงบ้าน”
                “มีสิทธิอะไรมาสั่งฉันน่ะ ฉันไม่โทรไปหรอก”
                “งั้นก็เอาตารางเรียนเธอมา ฉันจะโทรมาหาเธอเอง” ฉันทำท่าจะหันไปบ่นเค้า แต่อิตาบ้านั่นกลับทำนิ้วชี้ขึ้นห้าม “ฉันก็แค่เป็นห่วงเธอ พูดตรงๆ นะ ฉันไม่ไว้ใจไอ้สองคนนั่น ฉันอยากมั่นใจดีว่าเธอจะไม่เสียท่าให้ใครในเวลาที่ฉันไม่อยู่”
                โถๆๆ ฉันจะเสียท่าให้ใครล่ะนอกจากนายน่ะ  o(╥﹏╥)o  อีกอย่างไม่มีใครเลวได้เท่านายแล้ว แต่ก็ยอมๆ ไปก็ได้ ไหนๆ เค้าก็พูดคำว่าเป็นห่วงด้วยสีหน้าจริงจังขนาดนั้น
                ฉันจัดการจดตารางเรียนลงกระดาษให้เขา เขาจดจ้องตัวหนังสือเหมือนกำลังทำการเมมโมรี่ไว้ ก่อนจะหันมายิ้มให้ฉันและถือวิสาสะสอมกอดฉันโดยที่ฉันยังไม่ทันตั้งตัว
                “อย่าคิดถึงฉันให้มากนักล่ะ”
                เขาพูดพร้อมกระชับอ้อมกอดนั้นให้แน่นขึ้น กลิ่นน้ำหอมแบบผู้ชายดึงดูดฉันจนปล่อยให้เขาสวมกอดอย่างง่ายดาย ไม่มีการขัดขืนแต่อย่างใด หัวใจของฉันและเขากำลังแข็งกันส่งเสียงดังอยู่ข้างในอก ร่างกายเขาร้อนผ่าวก่อนจะผละตัวออกจากตัวฉัน
                เขาที่หน้าแดง  ∪﹏∪เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เหมือนผู้ชายที่ไม่มีพิษไม่มีภัยอะไรซักนิด
                แต่มันคงเป็นแค่ภาพลวงตา ที่เสือสร้างไว้หลอกให้เหยื่อตายใจ (‵▽′)ψ 
                เขาลูบหัวฉันน้อยๆ ก่อนจะปล่อยให้ฉันลงจากรถไป ฉันเดินเข้าไปภายในมหา’ลัย ผู้ชายหลายคนจับจ้องตั้งแต่ที่ฉันเดินลงจากรถสปอร์ตสีขาวแล้ว แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่ฉันสนใจ สิ่งที่ฉันสนใจอยู่ในตอนนี้ก็คือ ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นในอกนี่ต่างหาก
 
“อารมณ์เสียอะไรอีกน่ะ” ฉันว่าพลางปิดหนังสือนิยายที่อ่านอยู่วางข้างตัวใต้ต้นไม้ต้นใหญ่ที่ฉันนั่งอยู่ “อิตาดารานั่นก็ไม่ได้มาหาฉันจะอาทิตย์นึงแล้วนะ แซมก็อยู่ไม่ติดบ้าน”
“นั่นถือว่าเป็นเรื่องดี” พี่บอยพูดพลางนั่งลงบนพื้นหญ้าข้างๆ ฉัน “แต่ช่วงนี้พี่มีเรื่องวุ่นๆ คอยให้ปวดหัวน่ะ”
“แล้วพ่อกับแม่พี่ล่ะ ฉันไม่เจอเลยตั้งแต่เปิดเทอม”
“ไป Food & Drink Festival ที่ฝรั่งเศส กลางๆ อาทิตย์หน้าถึงจะกลับ”
พี่บอยที่ถอนหายใจอย่างที่ไม่ค่อยเป็น สงสัยจะมีเรื่องน่าลำบากใจอยู่ไม่น้อยเลย ฉันไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแต่นั่งฟังพี่ชายนั่งถอนหายใจทิ้งไปเรื่อยๆ
“กรี๊ดดดดดดดด!!!”
และเสียงกรีดร้องของผู้หญิงก็ดังขึ้นขัดเสียงถอนหายใจของพี่บอย เราทั้งสองหันไปหาต้นเสียง ทางบ้านของพี่ พี่ที่มีสีหน้าเบื่อหน่ายเมื่อกี้ ตอนนี้กลายเป็นหงุดหงิดรำคาญใจก่อนจะลุกขึ้นจากพื้นสนามหญ้าและหันหลังเดินออกไป
“พี่ นั่นเสียงใครน่ะ”
“เจ้ากรรมนายเวร!” พี่หยุดตอบคำถามฉันก่อนจะเดินออกไป “งี่เง่าเป็นบ้าเลย”
ฉันมองแผ่นหลังพี่บอยที่ค่อยๆ หายลับไปในบ้านข้างๆ ก่อนจะกลับมาสนใจตัวเองที่นั่งอยู่คนเดียว ทั้งๆ ที่เป็นวันอาทิตย์ ทั้งๆ ที่เป็นวันครอบครัว แต่ทำไมฉันกลับต้องมานั่งอ่านหนังสือใต้ต้นไม้คนเดียวนะ พ่อกับแม่ก็หนีกันไปเดทกันสองคน แซมก็ออกไปดูงานที่โรงแรม พี่บอยก็พึ่งจะทิ้งฉันไป แล้วยังไง เหลือฉันที่นั่งเหงาอยู่คนเดียว ╯︿╰
 
ตะวันเริ่มลับฟ้า Benz E-class sedan สีดำสนิทเคลื่อนเข้าจอดในโรงรถอย่างช้าๆ พ่อกับแม่ที่เดินลงจากรถดูกระหนุงกระหนิง เห็นแล้วอยากมีความรักแบบนั้นบ้างจัง ฉันเดินตามท่านเข้าไปในบ้าน แม่ซื้อขนมเค้กกลับมาให้เต็มไปหมด ทั้งบลัง โมเชย์, สตรอเบอร์รีช็อตเค้ก, ช็อกโกแลตเอิร์ลเกรย์ และอีกเยอะแยะละลานตาไปหมด ฉันหยิบเค้กช็อคโกแลตเอิร์ลเกรย์ใกล้มือขึ้นมา ก่อนจะบรรจงยัดเข้าปากอย่างหมดคราบกุลสตรี
อืมม~ของเค้าดีจริงๆ ~( ̄▽ ̄)~
ฉันหยิบบลัง โมเชย์ติดมือมาอีกชิ้นก่อนจะเดินขึ้นห้องพร้อมกับนิยายเล่มหนา เปิดประตูเข้าห้องได้ก็เก็บหนังสือเข้าชั้น ก่อนจะค่อยๆ นั่งลงข้างเตียงพิงตุ๊กตาตัวยักษ์ นั่งมองเค้กในมืออย่างพิศวาส และจัดการเค้กในมือจนหมดเกลี้ยง ก่อนจะลุกไปล้างมือในห้องน้ำ
โครมมม!!!
เสียงดังโครมคราม ผ่านกำแพงห้องเข้ามาในห้องฉัน ฉันรีบออกจากห้องเข้าไปในห้องข้างๆ ที่ไม่ได้ล็อคประตู ชายในเสื้อเชิ๊ตสีน้ำเงินกับกางเกงยีนส์ขายาวนอนเหยียดไม่ได้สติอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งขนาดใหญ่ ข้าวของถูกปัดตกลงมากับพื้นกระจัดกระจายไปหมด
“แซม”
ฉันเอ่ยเรียกชื่อเขาเบาๆ พร้อมกับฉุดประคองตัวเขาขึ้นโอบ ตัวเขาร้อนผ่าว หน้าที่เคยขาว ตอนนี้มีสีแดงระเรื่อ เขาปรือตาขึ้นน้อยๆ ก่อนจะค่อยๆ ยันตัวขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยความช่วยเหลือของฉัน
“ฉันเวียนหัวไปหมดเลย” ชายที่นอนหมดเรี่ยวแรงอยู่บนเตียง ยิ้มให้ฉันบางๆ “เธอ อยู่กับฉันจนกว่าฉันจะหลับได้มั้ย”
“อื้อๆ แต่เดี๋ยวฉันมาแปปนึงนะ”
เขายิ้มให้เป็นคำตอบรับ ก่อนที่ฉันจะเดินออกมาจากห้อง ลงมายังชั้นล่างที่ว่างเปล่า เดินเข้าห้องกินข้าว ผ่านเข้าไปยังห้องครัวที่ป้านิ่มกำลังทำอาหารเย็นอยู่
“ป้านิ่มค่ะ ทำข้าวต้มให้เฟิฬหน่อยนะคะ”
“หนูเฟิฬจะกินข้าวต้มหรอคะ” ป้านิ่มที่พักจากการหั่นผักหันมาถาม
“แซมไม่ค่อยสบายน่ะค่ะป้า” ป้าพยักหน้านิดๆ อย่างรับรู้ “หนูขอชามใส่น้ำเช็ดตัวด้วยนะคะ” ป้านิ่มยิ้มรับก่อนจะเดินไปหยิบชามแก้วขนาดใหญ่มาให้ ฉันรับไว้ก่อนจะกล่าวขอบคุณแล้วเดินกลับขึ้นห้องไป
                ภายในห้องใหญ่ ชายผมน้ำตาลอ่อนนอนหลับตานิ่งอยู่บนเตียงภายในผ้าห่มนวมหนา ฉันเข้าไปในห้องน้ำเปิดน้ำอุ่นใส่ชามแก้วก่อนจะตั้งมันไว้ที่โต๊ะข้างเตียง เปิดตู้สไลด์หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กสองผืน ก่อนจะมานั่งข้างๆ ชายที่นอนนิ่งอยู่
                เฮ้ออ~ จากผู้ชายที่แข็งแรง พอเจอฤทธิ์ไข้เข้าไปหน่อย ก็หมดสภาพทุกราย สงสัยจะเป็นเพราะเหนื่อยเรื้อรัง เพราะช่วงหลายวันที่ผ่านมา แซมต้องคอยคุมเข้มที่โรงแรม เพราะฉันไปเอาทัวร์คณะผู้บริหารระดับสูงจากต่างประเทศเข้ามาป้อนให้ สภาพก็เลยเป็นอย่างนี้ (_ _。)~
                ฉันเรียกชื่อพร้อมกับสัมผัสที่ตัวเขาเบาๆ เขาปรือตาขึ้นและยิ้มให้ฉันอีกครั้ง
                “เดี๋ยวฉันจะเช็ดตัวให้” เขาไม่ได้ตอบ เพียงแต่ยอมให้ฉันปลดประดุมเสื้อเชิ๊ตเขาที่ละเม็ด
                อ๊ายยย~ ^///^ มือสั่นไปหมดแล้ว ฉันไม่ได้มีงานอดิเรกคอยถอดเสื้อดูแผงอกผู้ชายนะ
                “เธอมือสั่นหมดแล้ว” เขาพูดพลางหยุดมือฉันไว้ด้วยมือเขา “เดี๋ยวฉันถอดเอง”
                เขายันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อทีละเม็ด เผยให้เห็นแผงอกที่น่าสัมผัส
                อ๊ากกก!! บอกฉันเซ่ ว่าฉันไม่ได้โรคจิต ฉันเป็นเหมือนผู้หญิงทั่วไป (づ ̄³ ̄)づ
                เขาที่ปลดกระดุมครบทุกเม็ด ถอดเสื้อเชิ้ตออกก่อนจะโยนมันลงมาบนหัวฉันแล้วขยี้ตามที่หัวเบาๆ กลิ่นน้ำหอมที่ติดเสื้อทำให้ฉันอยากจะปล้ำเขาซะเหลือเกิน อ๊ากกก!!!
                ฉันจับเค้าให้เอนตัวนอนลงเหมือนเดิม ก่อนจะใช้ผ้าผืนแรกชุบน้ำบิดหมาดๆ ลูบเบาๆ ทั่วใบหน้าจนมาถึงซอกคอ ลามลงมาที่หน้าอก (โอยย~เลือดกำเดาจะไหล) ชุบน้ำบิดหมาดๆ แล้วทำแบบเดิมอีกครั้งก่อนจะพักผ้าไว้ที่คอ
                “ทำไมต้องวางไว้ที่คอด้วยล่ะ” เขาถามเสียงเบาจนฉันแทบจะไม่ได้ยิน
                “คอเป็นที่รวมหลอดเลือดกับความร้อนน่ะ” ฉันยิ้มให้บางๆ ก่อนจะดึงผ้าที่คอออกมาชุบน้ำแล้วบิดหมาดๆ อีกครั้ง ลูบแขนทีละข้างโดยลูบจากปลายเข้าหาหัวใจ แล้วพลิกตัวเขาให้นอนตะแคงเช็ดที่หลังเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเอาผ้าอีกผืนที่ไม่ได้ชุบน้ำเช็ดตัวให้แห้ง
                “ไม่เช็ดท่อนล่างด้วยหรอ”
                ขนาดอิตานี่ป่วย ยังสามารถทำหน้าหื่นใส่ฉันได้อีกนะ อิตาโรคจิต ( ‵□′) 
                “อย่ามาส่งสายตาแบบนั้นนะ”
                “เธอกลัวฉันรึไง”
                “ฉันไม่ชอบสายตาโรคจิตแบบนั้นต่างหาก”
                เขาหัวเราะน้อยๆ ให้กับคำว่าโรคจิตที่ฉันมอบให้เขา ก่อนที่เขาจะลูบหัวฉันเบาๆ แล้วยิ้มให้ฉัน ฉันเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อยืด แล้วจัดการใส่ให้เขา
                “ขอบใจนะ”
                “ไม่เป็นไรหรอกน่า”
                ฉันว่าพลางดึงผ้าห่มนวมขึ้นเหนือตัวเขา ก่อนที่เขาจะดึงมือฉันไว้ แล้วค่อยๆ คล้ายออก ฉันนั่งลงบนพรมข้างเตียง สายตาจับจ้องไปที่เขา ที่นอนอยู่อย่างไร้เรี่ยวแรง
                “เธอปิดบังอะไรฉันอยู่รึเปล่า”
                โห~ ถ้าจะให้ตอบตามความจริง ฉันคงต้องบอกว่าปิดบังเยอะเลยล่ะ แต่ว่า จะให้บอกได้ไงล่ะ ( *>.<* )
                “ทำไมถามแบบนั้นล่ะ”
                “ฉันก็แค่อยากรู้ บางครั้งเธอดูอึดอัดเหมือนมีอะไรอยู่ในใจ”
                “ไม่มีอะไรหรอก เธอคงคิดมากไปเองแหล่ะ”
                “ยังงั้นหรอ” เขาพูดพลางนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาฉัน เอามือเขี่ยผมฉันเล่นน้อยๆ “ถ้าอยากจะบอกเมื่อไหร่ จำไว้ว่าฉันจะรับฟังเสมอ”
                เอ๊ะ! เมื่อกี้ฉันคิดว่าฉันพูดว่า ‘ไม่มีอะไรหรอก’ไม่ใช่หรอ แต่อิตานี่ดันมาโมเมเอาว่าฉันมีเรื่องปิดบังอยู่ซะงั้น -_-^
                แต่ฉันก็ปิดบังอยู่จริงๆ นั่นแหล่ะ (・з・)  
                “เดี๋ยวฉันลงไปเอาข้าวมาให้นายดีกว่า”
                ฉันเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน ไม่อยากจะยอมรับหรอกว่าฉันมีเรื่องปิดบังอยู่ มันรู้สึกผิดยังไงก็ไม่รู้
                “ฉันยังไม่กินไม่ได้หรอ”
                “ไม่ได้ ยังไงก็ต้องกิน ซักนิดก็ยังดี จะได้กินยาแล้วก็...”
ฉันพูดยังไม่ทันจบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสองสามครั้ง
                “เข้ามาเลยค่ะ ห้องไม่ได้ล็อค”
                สิ้นเสียงฉัน ประตูห้องก็เปิดออกเผยให้เห็นป้านิ่มที่ยกข้าวต้ม ยาและน้ำมาให้ ป้านิ่มยื่นถาดมาให้ฉันที่นั่งอยู่บนพรมก่อนที่จะออกจากห้องไป
                ฉันวางถาดไว้ข้างตัวก่อนจะช่วยพยุงแซมให้ยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงอีกครั้ง ฉันตักข้าวต้มร้อนๆ เป่าเบาๆ ก่อนจะป้อนให้เขา แต่เขากลับปฏิเสธด้วยการบ่ายหน้าหนี
                “นี่ นายดื้อแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ” ฉันบ่นขณะเอาช้อนกลับมาไว้ในถ้วย ก่อนจะดึงหน้าเขาให้หันมาหาฉัน
                “ฉันยังไม่อยากกินเลย นะ... น้า~”
                “อย่ามาอ้อน นายต้องกินข้าวจะได้กินยา”
                “....”
                ดู! ยังมาเงียบกดดันฉันอีก (─___-)
                “ไม่กินก็ตามใจ งั้นฉันกลับห้องเลยแล้วกัน”
                ฉันมาพูดเปล่า แต่วางถ้วยไว้บนถาดแล้วทำท่าจะลุกจากข้างเตียง แต่แซมกลับขัดขึ้นซะก่อน
                “ฉันกินก็ได้ แต่กินนิดเดียวนะ”
                ฉันยิ้มอย่างผู้ชนะ ก่อนจะตักข้าวต้มป้อนเขาอีกครั้ง จนกระทั่งช้อนสุดท้าย หมดเกลี้ยง (แล้วบอกว่าจะกินนิดเดียว -_-^) แล้วจัดการแกะยาจากแผงส่งให้เขาพร้อมน้ำ
                “ทีนี้ก็นอนได้แล้ว”
                ฉันออกคำสั่ง ดึงผ้าห่มให้กระชับตัวเขาขึ้นอีกนิด จัดการเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายจากฝีมือของแซมให้เข้าที่ แล้วกลับมาส่งชายตาสีเทาให้เข้านอน
                “เธออยู่คุยกับฉันอีกซักพักไม่ได้รึไง”
                “เธอควรจะนอนนะ”
                “นี่มันพึ่งจะสองทุ่มครึ่งเองนะ”
                “แต่นายไม่สบาย ต้องพักผ่อน พรุ่งนี้นายก็เปิดเทอมแล้วด้วย จะไปเรียนสภาพแบบนี้รึไง”
                “พรุ่งนี้ฉันไม่ไปเรียน ฉันต้องไปดูเรื่องโรงแรมกับพ่อแม่เธอ”
                “ก็นั่นแหล่ะ ก็ต้องตื่นเช้าใช้มั้ยล่ะ”
                “งั้น... ไม่เกินสามทุ่ม ฉันจะนอน นะ”
                ฉันมองหน้าเขาอย่างชั่งใจ ก่อนจะยิ้มให้เป็นคำตอบ ( ̄ˇ ̄) 
♪  When you're gone  The pieces of my heart are missing youWhen you're goneThe face I came to know is missing too...
เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของฉันดังขึ้นขัดบทสนทนาที่กำลังจะเริ่ม ฉันหยิบมันขึ้นมาดูชื่อบนหน้าจอ อิตาดาราบ้ากามนั่น โทรมาได้จังหวะซะจริงๆ เลย
“ฉันต้องไปรับโทรศัพท์ก่อน” ฉันกดปิดเสียงและถือโทรศัพท์ที่ยังสั่นต่อเนื่องอยู่ในมือ แต่ชายที่นอนอยู่บนเตียงกลับเอื้อมมาหยิบโทรศัพท์ฉันไป ก่อนจะกดตัดสาย แล้วส่งมันกลับมาให้ฉัน
“ฉันไม่สบายอยู่นะ ช่วยอยู่กับฉันซักนิดแล้วค่อยออกไปคุยกันทีหลังได้มั้ย”
น้ำเสียงบางเบา ไม่ใช่ขอร้องแต่เป็นบังคับ เขาและฉันปล่อยให้ภายในห้องเงียบเชียบกว่าห้านาที ไม่มีใครเริ่มต้นบทสนทนา ฉันก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง อยากจะบ่นว่าเขาไม่น่าตัดสายแบบนั้น แต่ฉันไม่มีนโยบายทะเลาะกับคนป่วย
“ฉันกลัวไอ้ดารานั่นมากกว่าบอยซะอีก” แซมพูดขัดความเงียบในห้อง
“หือ?”
“บอยน่ะ ฉันพอจะรู้นิสัยหมอนั่น ยังไงมันก็ไม่มีทางทำร้ายให้เธอเจ็บปวด”
“นายต้องการจะพูดอะไรกันแน่น่ะ”
อยู่ดีๆ ก็พูดเรื่องอะไรขึ้นมา ไม่มีเกริ่นนำ โพล่งขึ้นมาซะเฉยๆ เลย (。。)~ 
“เปล่าหรอก ก็แค่อยากบอกว่าเป็นห่วงเธอ”
“ขอบใจ แต่ฉันไม่เป็นไรหรอกนะ”
“เธอน่ะมองคนในแง่ดีเกินไป”
เหอะ พูดเหมือนอิตาพี่บ้าเลย  (︶︿︶)
“อันนั้นก็จริง แต่ฉันก็ระวังตัวมากขึ้นนะ”
“ฉันแน่ใจในเรื่องนั้น แต่ฉันไม่ไว้ใจไอ้ดารานั่น” เขาที่นอนตะแคงหันหน้าหาฉัน สีหน้าเขาดูจริงจังและเป็นกังวล “ถึงฉันจะตามข่าวธุรกิจมากกว่าบันเทิง แต่ก็พอจะรู้ว่าไอ้หมอนั่นมันเป็นยังไง”
เขาเงียบลงอีกครั้ง เหมือนกำลังคิดชั่งใจคิดอะไรซักอย่างอยู่ เขาเอามือร้อนๆ ขึ้นมาสัมผัสใบหน้าของฉันเบาๆ ก่อนจะเขี่ยนิ้วที่แก้มฉันไปมา  ฉันได้แต่เบือนหน้าหนี ก่อนจะหันมายิ้มให้เขาบางๆ
“เธอชอบไอ้ดารานั่นรึเปล่า”
อิตาดารานรกนั่นน่ะหรอ ถ้าจะให้ตอบจริงๆ ล่ะก็ ไม่รู้สิ ฉันใจสั่น เวลาได้อยู่ใกล้ๆ เขา แต่ฉันคิดว่ามันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากการที่ฉันได้อยู่ใกล้แซม
เฮ้อ~ นี่ฉันเป็นนางวันทองรึไงนะ >_<~
“เธอคิดยังไงกับบอย”
พี่บอยน่ะหรอ รักสุดใจขาดดิ้นเลยทีเดียว(>﹏<) 
“เธอรู้สึกยังไงกับฉัน”
อุแหม่~ ถามด้วยสายตาทะลวงใจแบบนั้น ฉันอยากจะบอกว่ารักเธอจริงจริ๊ง~
แต่ก็นะ ฉันยังไม่มั่นใจกับความรู้สึกตัวเองเลยซักนิด ฉันดีใจที่แซมกลับมา ดีใจที่เขาอยู่ใกล้ๆ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอยากจะหึงหรือหวงเขาไว้เหมือนผู้ชายอีกคน คนที่ทำลายฉันด้วยวิธีการสกปรก
ฉันยอมรับแต่โดยดีว่าเวลาที่อยู่อิตาบ้ากามนั่น ฉันก็รู้สึกรำคาญใจ เวลาที่ต้องรับรู้เรื่องผู้หญิงของเขา ฉันก็รู้สึกหงุดหงิด  แต่เวลาที่เขาไม่อยู่แบบนี้ฉันก็อึดอัด
ฉันคงไม่ได้ชอบอิตาดาราบ้ากามนั่นหรอกนะ
ไม่มีทาง!!! ( ¯ □¯ )
“ฉันยังอยากได้คำตอบอยู่นะ”
“ฉัน... ไม่มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้” ฉันกล่าวพร้อมกับหลบสายตาของเขา
                “เธอกำลังลังเลที่จะตอบ หรือไม่มีคำตอบกันแน่”
                “ฉันไม่มีคำตอบ”
                ก็ฉันไม่รู้จะตอบยังไงนี่ แค่ความรู้สึกตัวเองฉันยังไม่เข้าใจเลย แล้วจะไปตอบใครได้ (-'๏_๏'-)
                “ไม่เป็นไร แต่ฉันก็ยังรอคำตอบอยู่นะ ถ้าเธอบอกว่าไม่ต้องการฉันแล้ว ฉันก็จะไป แต่ถ้าเธอยังต้องการฉันอยู่ ต่อให้ต้องแย่งใคร ฉันก็จะทำ”
                เอ่อ... รู้สึกเหมือนงานงอกยังไงก็ไม่รู้ ฉันเคยรู้สึกสบายๆ เวลาอยู่กับอิตานกหวีดนี่ แต่นี่ฉันคงต้องคิดใหม่ซะแล้ว อิตานี่ก็ร้ายกาจพอๆ กับอิตาดารานรกนั่นแหล่ะ เพียงแต่แซมยังไม่ไล่ปล้ำฉันเท่านั้นเอง  ≧□≦ 
ฉันไปทำกรรมอะไรเรื่องผู้ชายไว้รึเปล่านะ ชาตินี้ถึงได้มีผู้ชายทำให้ปวดหัวตั้ง 2 คน  ~>_<~
“เอ่อ... นายยังเวียนหัวอยู่รึเปล่า” ฉันตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องก่อนที่สถานการณ์จะน่าอึดอัดมากกว่านี้
“ไม่เท่าไหร่ แต่เธอออกไปจากห้องฉันก่อนเถอะ”
“นายโกรธอะไรฉันรึเปล่า”
“ไม่ได้โกรธอะไร”
“ไม่โกรธ แต่ไล่ฉันออกจากห้องเนี่ยนะ”
นั่นสิ ดูไม่สมเหตุสมผลเลย -_-^
“ฉันไม่ได้ไล่ แต่ฉันขอร้องให้เธอออกจากห้องฉันไปก่อน”
“แล้วมันต่างกันตรงไหน”
“โอเค!ถ้าเธอยังจะอยู่ล่ะก็ ฉันจะไม่รับรองความปลอดภัยของเธอนับจากวินาทีนี้เลย”
ไม่พูดเปล่าเขายังเอามือขึ้นมาเขี่ยปอยผมที่หน้าฉัน แถมยังส่งสายตาที่ฉันเห็นแล้วเสียวสันหลังมาให้
“ความปลอดภัยอะไรน่ะ นายพูดเรื่องอะไรของนายน่ะ”
“ตอนนี้ ความต้องการฉันมันกำลังอยู่เหนือเหตุผลนะ”  มือที่เริ่มเป็นปลาหมึกเริ่มเลื่อยมาตามใบหน้าก่อนจะหยุดอยู่ที่ซอกคอ “ถ้าให้พูดชัดๆ ฉันอาจปล้ำเธอได้ โดยที่ไม่รู้สึกผิด”
แว๊กกก!! อยู่ไม่ได้แล้ว ฉันรีบโกยออกจากห้องโดยไม่ลืมถาดอาหารที่วางอยู่ข้างๆ ออกมาจากห้องด้วย ฉันวางถาดไว้หน้าห้องก่อนจะเดินกลับเข้าห้องตัวเอง ล็อคประตูแล้วกดรีโมตเปิดแอร์อย่างที่เคยทำ
ไม่อยากจะเชื่อว่าอิตานกหวีดนี่คิดจะปล้ำฉัน แล้วยังพูดมาได้ ว่าไม่รู้สึกผิด อร๊ายยย~
ว่าแต่...
ฉันต้องโทรหาอิตาดารานั่น ไม่รับสายฉันยังโดนด่า แล้วกล้าไปตัดสาย ฉันคงตายแหงๆ (;゚曲゚) 
ฉันกดต่อสายไปยังเบอร์ที่คุ้นเคย เขาโทรหาฉันทุกเวลาที่เขาบอกไว้ มีแค่วันหยุดอย่างเมื่อวานและวันนี้เท่านั้น ที่เขาโทรมาผิดเวลาเสมอ
และไม่นานเกินรอ...
“ฮัลโหล”
ฉันพยายามหยอดเสียงให้ดูสบายๆ ที่สุด เผื่อจะลดอาการขี้โมโหของอิตาดาราบ้ากามนั่นได้
(ไม่ต้องมาทำเสียงแบบนั้นนะ เธอกล้าดียังไงถึงมาตัดสายฉันฮะ!)
“ฉันไม่ได้กล้าดี ก็แค่ไม่ว่างรับสาย”
จะบอกได้ยังไงล่ะว่าแซมกดตัดสายน่ะ เดี๋ยวก็ได้ตีกันตายพอดี (︶︿︶) 
(ทำอะไรอยู่ถึงไม่ว่างรับสาย)
“ฉันดูแซมอยู่ แซมไม่สบาย” ฉันว่าพลางนั่งลงบนเตียงก่อนจะล้มตัวลงนอนหงายมองเพดาน
(ไม่สบาย!แล้วถึงขั้นต้องตัดสายฉันเลยรึไงฮะ)
เอ่อ... ฉันก็นึกว่าจะห่วงว่าแซมไม่สบาย นี่ยังห่วงเรื่องฉันตัดสายอยู่อีกหรอเนี่ย -_-^
“เอาเป็นว่าฉันขอโทษแล้วกัน”
เถียงไปก็ไม่ได้อะไรหรอก ก็ไปตัดสายอิตาบ้านี่จริงๆ แต่ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ความผิดฉันแท้ๆ (。。)~    
(แล้วที่ว่าดูไอ้บ้านั่น ดูอยู่ที่ไหน)
“ที่ห้องแซมไง”
(เธออยู่กับไอ้บ้านั่นสองคนในห้องนอนงั้นหรอ เธอบ้าอะไรเนี่ย!!)
“นายนั่นแหล่ะบ้าอะไรฮะ ฉันแค่เข้าไปดูแซมเค้าไม่สบาย นายคิดอะไรทุเรสอยู่รึไงฮะ”
(ฉันไม่ได้คิดทุเรส แต่เธอไว้ใจมันจนเข้าไปอยู่ในห้องกันสองคนได้ยังไง!)
โอยยย!! งานงอกกก~
“นี่นาย ช่วยสงบสติอารมณ์หน่อยเถอะ แซมน่ะไม่สบายมาก ขนาดยืนยังไม่มีแรงเลย แล้วจะทำอะไรฉันได้”
(เธอนั่งอยู่ตรงไหน แล้วไอ้หมอนั่นนั่งตรงไหน)
เหอๆ อยากรู้แม้กระทั่งที่นั่ง จะอยากรู้ไปทำไมเนี่ย (一-一)
“แซมนอนอยู่บนเตียง ส่วนฉันก็นอนข้างๆ เค้านั่นแหล่ะ”
(นี่เธอ!!)
ก็อยากถามมากเองทำไมล่ะ กวนประสาทเล่นซะเลย ของขึ้นเลยสิ ไอ้โรคจิต ฮ่าๆ
“อย่าอารมณ์เสียสิ แซมนอนบนเตียง ส่วนฉันน่ะนั่งกับพื้นห้องข้างเตียงนั่นแหล่ะ”
(อย่าเข้าห้องมันอีกถ้าไม่จำเป็น หรือว่าจำเป็นก็ต้องบอกฉันก่อน)
“อะไรของนายเนี่ย ฉันจะทำอะไรแล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายไม่ทราบ”
(ลืมไปแล้วรึไงว่าเธอคือเบี้ยล่างของฉัน) โอยย~ ฉันล่ะเกลียดไอ้หมอนี่ที่สุด (ฉะนั้น ช่วยทำตามที่ฉันสั่งด้วย)
“รู้แล้ว! แค่นี้นะ” ฉันตัดบทเพื่อจะวางสาย
(เดี๋ยวก่อน ฉันจะโทรมาบอกว่า ฉันจะเลื่อนเวลากลับไปอีกอาทิตย์นึง)
“ต้องทำงานต่อหรอ”
จากที่นอนหงายอยู่บนเตียงนิ่งๆ ฉันก็เริ่มกลิ้งตัวเข้าไปอยู่ใต้ผ้าห่มนวม เพราะอากาศภายในห้องเริ่มเย็นจนไม่สามารถอยู่นอกผ้าห่มนวมได้แล้ว
(ฉันต้องไปถ่ายงานต่อน่ะ mv ตัวใหม่ของคีย์)
ฉันได้ยินเสียงแว่วๆ ดังผ่านโทรศัพท์ออกมา เสียงที่ได้ยินไม่ชัด แต่ที่แน่ๆ เสียงผู้หญิงแน่นอน
อิตานี่เป็นโรคขาดผู้หญิงไม่ได้แหงๆ -︵- 
“นาย... อยู่กับใครน่ะ”
(อยู่คนเดียวสิ จะให้ฉันอยู่กับใคร)
“ฉันได้ยินเสียงผู้หญิง”
(ผู้หญิงกับผีน่ะสิ เธอนี่ท่าทางจะหึงฉันขึ้นสมองแล้วนะ มั่วนิ่มจริงๆ”
“หึงบ้าอะไร ฉันก็แค่ได้ยินเสียงผู้หญิง จะเอาใครขึ้นห้องขึ้นเตียงมันก็เรื่องของนาย ไม่เห็นจะต้องโกหกอะไรเลย”
(เฮ้อ~ยัยประหลาดเอ้ย นอกจากจะไร้ต่อมฮอร์โมนเพศแล้ว ยังเป็นพวกโรคจิตคิดเพ้อเจ้ออีกนะ) เขาบ่นผ่านสายโทรศัพท์อย่างรำคาญ (เสียงผู้หญิงนี่ใช่มั้ย)
เสียงผู้หญิงที่กำลังพูดกับตัวเองชัดเจนขึ้น แล้วก็ชัดขึ้น ชัดขึ้น จนหูฉันแทบแตก ก่อนจะเงียบไป
“...”
(นี่มันเสียงทีวี เฮ้อ~ ฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปนอนกับผู้หญิง)
เหอะ!! ถ้ามีแรงก็คงจะไปนอนกับผู้หญิงใช่มั้ยล่ะ โถ่เอ้ย ไอ้โรคจิต
“ก็ไม่ได้ว่าอะไรซักหน่อย มันไม่ได้เกี่ยวกับฉันอยู่แล้ว”
(รู้ก็ดีว่ามันไม่เกี่ยวกับเธอ แค่นี้นะ ฉันจะไปอาบน้ำนอน)
ว่าเสร็จอิตาบ้านั่นก็ตัดสายไปเลย เสียมารยาทที่สุด︺︹︺   
ฉันบ่นงุบงิบกับตัวเองก่อนจะลงมาที่ห้องกินข้าว พ่อกับแม่ที่กำลังพลอดรักกันผ่านโต๊ะอาหารหันมายิ้มให้ฉันก่อนจะเรียกไปนั่งในที่ประจำ
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1

อ่านไม่ได้

จากคุณ jaews/(jaews) อัพเดตเมื่อ 10/08/2554 11:44:17
ความคิดเห็นที่ 2
จะรีบเอาลงให้อย่างด่วนเลยจร้า
รออีกนิดน้า ^^
จากคุณ kyo/(kyokasawa) อัพเดตเมื่อ 25/07/2554 01:33:20
ความคิดเห็นที่ 3
uppppp  nnaaaaa 
จากคุณ cream/(panda_cream_2005) อัพเดตเมื่อ 24/07/2554 05:11:56
ความคิดเห็นที่ 4
ไรเตอร์ อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะ สู้ ๆ อยากอ่านง่ะ
จากคุณ แจ๊ว/(jaews) อัพเดตเมื่อ 21/07/2554 10:13:53
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 268 ท่าน