Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
เหลี่ยมรักลวงใจ
Tiger_Saturn/พรรษ
บทที่ 1
3
01/01/2533 00:00:00
622
เนื้อเรื่อง

บทที่ 1

 

ฟ้าใส วิวสวย อาคารสีเบจสไตล์ยุโรปสุดคลาสิค และอากาศเย็นสบายของประเทศเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสไม่ได้ทำให้คิรากรผ่อนคลายได้เลยแม้สักนิด เพราะชายสามคนกำลังวิ่งตามเธอมาอย่างไม่ลดละ หญิงสาวพยายามหลบเร้นในซอกของตัวอาคารซึ่งสร้างติด ๆ กันอย่างเงียบเชียบ เสียงที่ดังที่สุดในตอนนี้คือเสียงหอบหายใจของเธอเอง

“อยู่นั่น!” แต่แล้วเสียงภาษาไทยชัดแจ๋วก็ดังขึ้น คิรากรมั่นใจว่าเป้าหมายคือตัวเธออย่างไม่ต้องสงสัย จึงหันกลับไปมองเพียงนิดแล้วออกวิ่งต่อไปทันที

ร่างบางวิ่งผ่านซอกเล็ก ๆ ไปยังอีกตรอกหนึ่ง ซึ่งยังคงเงียบสงบอันเป็นบรรยากาศปกติของเมืองนี้ พื้นที่ที่มีจำกัดและภูมิประเทศที่เป็นหน้าผาทำให้เห็นบ้านเรือนเรียงรายไล่ระดับกันตามความสูง เช่นเดียวกับเส้นทางหลวงด้านหน้าซึ่งลาดต่ำเลาะเลียบไปตามหน้าผาทำให้เห็นวิวท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเบื้องล่างได้ถนัดตา เธอคงมีช่วงเวลาอภิรมย์ได้มากกว่านี้หากไม่ต้องวิ่งหนีใคร

เอี๊ยด!!!!

เสียงห้ามล้อดังถนัดหูทำให้รู้ตัวว่าได้วิ่งทะลุตรอกต่าง ๆ มาจนถึงถนนเรียบร้อยแล้ว และตัวเธอเองคือต้นเหตุของเสียงนั้นเพราะโรลส์รอยซ์แฟนท่อมคันงามกำลังลากล้อไถลเข้ามา ใกล้ตัว ความกลัวทำให้ต้องรีบก้าวถอยจนเสียหลักล้มกลิ่ง โชคดีที่ใช้มือดันพื้นได้ทัน จังหวะนั้นโรลสลอยด์ก็จอดสนิทตรงหน้าเธอพอดี

ทำยังไงดี! เสียจังหวะไปอย่างนี้สามคนนั้นต้องวิ่งตามมาจับตัวเธอได้ทันแน่ ๆ

ไวเท่าความคิด หญิงสาวรีบลุกขึ้นทุบกระโปรงหน้ารถพร้อมตะโกนดัง ๆ ในขณะที่รถคันงามยังไม่ทันเคลื่อนตัวไปไหน

“ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วย!!” เธอไล่ทุบไปตั้งแต่กระโปรงหน้ารถ ไปจนถึงประตูทางฝั่งขวา

“ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วย!! ช่วยด้วย!!!” ภาษาไทยก็แล้ว ภาษาอังกฤษก็แล้ว จนภาษาฝรั่งเศสซึ่งเป็นภาษาราชการของที่นี่ก็แล้ว ประตูรถยังคงล็อก เธอก็ขยับไปที่ประตูหลัง ทั้งทุบกระจก ทั้งตะโกน ทั้งพยายามเปิดไปพร้อมๆ กัน

“ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วย!!” ที่สุดแล้วเธอก็สามารถเปิดประตูหลังทางฝั่งขวาได้สำเร็จ

โอ้! หรูจริง ประตูหลังมีทิศทางการเปิดที่แตกต่างจากรถทั่วไปเพราะมันเปิดไปทางด้านหลัง แถมที่ขอบประตูยังมีโลโก Rolls-Royce ในวงกลมเงาวับอยู่อีก ซ่อนความหรูไว้ในทุกที่จริง ๆ

ตายล่ะหว่า! เธอมัวมาเสียเวลาชื่นชมความหรูหราของรถอยู่ได้ยังไงกัน หญิงสาวรีบพาตัวเองเข้าไปในรถหรูทันที

“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย คนพวกนั้นจะมาจับตัวฉัน” คนช่างฟ้องชี้นิ้วไปยังชายสามคนที่ได้แต่ยืนนิ่งอยู่ข้างถนนอีกฝั่งและกำลังมองตรงมาทางนี้ จังหวะนั้นเองทำให้เธอเห็นว่ายังมีใครนั่งอยู่ข้างเธออีกคน และทำให้เธอนึกถึงคำว่า เกรงใจ ขึ้นมาได้

ชายหนุ่มนัยน์ตาสีเทาอมฟ้าหันมาสบตาเธอคล้ายกำลังรำคาญ แต่เขาไม่ได้พูดอะไรกับเธอ นอกจากพยักพเยิดคนที่นั่งด้านหน้าให้ออกรถได้แล้วหันไปสนใจแล็ปท็อปที่ตักของเขาต่อ

เขาดูดีราวกับเจ้าชาย แต่คงเป็นเจ้าชายเย็นชาเพราะเขาไม่ได้มีท่าทีใดๆ ต่อเธอเลย ผมยาวระต้นคอถูกหวีเรียบเปิดหน้าผากเปิดใบหู ใส่น้ำมันจัดแต่งจนมันวับทำให้เธอนึกถึงอัล ปาชิโน ในหนังเรื่อง เดอะ ก็อดฟาเธอร์ ที่คุณตาชอบเปิดดูบ่อย ๆ เขาอยู่ในสูทสีดำ เสื้อเชิ้ตสีดำด้านในถูกปลดกระดุมออกสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกสีน้ำตาลเข้มเช่นเดียวกับสีผม กางเกงสเล็กซ์สีดำและรองเท้าหนังมันวับ มองรวมแล้วทั้งตัวเขาราวกับหลุดออกมาจากแมกกาซีน ซึ่งคนส่วนใหญ่ของเมืองนี้ก็แต่งตัวราวกับหลุดออกมาจากแมกกาซีนกันแทบทุกคน เชื่อได้อย่างสนิทใจเลยว่าประเทศนี้คงไม่มีคนจน

จะว่าไปหน้าเขาก็คุ้น ๆ หรือจะเป็นนายแบบ...คงไม่ใช่ แล้วเคยเจอที่ไหนนา

“เอ่อ...เราเคยเจอกันรึเปล่าคะ” อดไม่ได้เธอก็ต้องถาม เพราะโดยนิสัยไม่ชอบเก็บความสงสัยเอาไว้กับตัวนานนัก คราวนี้เขาค่อย ๆ หันมามอง

เควินพินิจหญิงสาวเงียบ ๆ เธอเป็นผู้หญิงร่างเล็กอย่างกับเด็กเกรด 10 (เทียบได้กับ ม.4) แต่ทรวงทรงองค์เอวที่มีทำให้รู้ว่าเธอเป็นสาว แม้ยังไม่อึ๋มพอจะเป็นจะเป็นเทสท์ของเขาได้ คิดว่านี่คงเป็นรูปร่างของสาวเอเชียส่วนใหญ่

เอเชีย...จู่ ๆ คำนี้ก็ทำให้เขาพอจะนึกออก ใช่แล้ว! เธอเป็นสาวเอเชียที่เดินชนเขาที่โรงแรมวันนั้น ยิ่งผมหน้าม้าพอง ๆ ของเธอยิ่งทำให้เขาเห็นภาพสาวเอเชียคนนั้นชัดขึ้นมา

อีกภาพที่ปรากฏคือนิกกี้มองเธอไม่วางตา หรือเขาควรจะเก็บผู้หญิงคนนี้ไว้เสียเอง อะไรที่นิกกี้ถูกใจ...อยากได้ เขาควรได้เป็นเจ้าของก่อนมันถึงจะสะใจ

เควินคิดคำนวณในหัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะทำเป็นหันไปสนใจกับแล็ปท็อปดังเดิม สร้างความขุ่นใจแก่คนเฝ้ารอคำตอบไม่น้อย แต่เธอมันตัวคนเดียวจะกรีดร้องโวยวายก็รังแต่จะสร้างความเดือดร้อนให้แก่ตน จึงต้องเงียบและเก็บความขัดเคืองไว้ในใจ ดังนั้นบรรยากาศบนรถก็กลับมาเงียบและเงียบมากขึ้นตามลำดับซึ่งมันทำให้เธออึดอัด คิดผิดแท้ ๆ ที่ดันอุตริขึ้นมาบนรถคนอื่นแบบนี้ แต่เบาะนุ่มจัง พรมหนาที่พื้นรถก็นุ่มเท้าดีจริง ๆ

คิรากรคงรื่นเริงต่อไปได้มากกว่านี้หากไม่หวนคิดขึ้นมาได้ว่าเธอกำลังหนี และเป็นตายร้ายดียังไงก็ต้องรอดจากสามคนที่ไล่จับเธอให้ได้ก่อน หนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรค่อยคิดกัน

“เอ่อ พวกคุณจะไปไหนกันหรือคะ” เธอเปิดปากเพราะทนความเงียบบนรถไม่ได้

“ท่าเรือครับ” ชายผมดำที่นั่งข้างคนขับเป็นคนตอบ รถคันนี้มีผู้ชายนั่งมาด้วยกันสามคน คนที่กำลังขับรถอยู่มีผมสีน้ำตาลบลอนด์ ตอนนี้เธอบอกรูปพรรณได้แค่นั้นเพราะยังไม่เห็นหน้าทั้งสองคน

“พวกคุณจะไปขึ้นเรือหรือคะ” ไม่รู้จะพูดอะไรดีเลยถามไปอย่างนั้น

“ใช่ครับ” ชายคนเดิมยังเป็นตอบคำถามส่วนอีกคนยังคงตั้งใจขับรถ คงเพราะถนนหนทางที่นี่เป็นทางลาดลงเขาและมีทางเลี้ยวหักศอกค่อนข้างมากต้องใช่ความระมัดระวังสูง

“มีรถตามเรามา” จู่ ๆ คนที่เธอมองว่ากำลังตั้งใจขับรถก็พูดขึ้น นายเจ้าชายเหลียวหลังไปมองพร้อม ๆ กับเธอ ต้องเป็นนายสามคนนั้นแน่ พวกนี้จะคิดเหมือนกันหรือเปล่านะ แต่ถ้าขืนบอกว่าพวกนั้นตามเธอมีหวังโดนผลักลงจากรถแหง

ทุกคนบนรถดูตื่นตัวมากขึ้น แต่ไม่มีใครตื่นกลัว (ยกเว้นตัวเธอ) คนที่นั่งข้างเธอยกนิ้วขึ้นหมุนกลางอากาศคล้ายส่งสัญญาณบางอย่างผ่านกระจกมองหลัง นายผมบลอนด์ที่เฝ้ามองอยู่ก็พยักหน้าก่อนจะพูดพึมพำแต่ไม่ใช่กับคนบนรถ แม้มองไม่เห็นแต่เดาว่าน่าจะเป็นบลูทูธ ไม่นานรถจากัวร์อีกคันก็วิ่งแซงรถที่ตามมาแล้วคั่นกลางเอาไว้ เธอตกใจยิ่งขึ้นคิดว่าจะเกิดเหตุร้าย แต่คนบนรถกลับทำเฉยเหมือนไม่ต้องกังวลสิ่งใดอีก หรือจากัวร์คันนั้นจะเป็นพวกเดียวกัน...ทีมเสริมใช่ไหม ที่นายผมบลอนด์พึมพำเมื่อครู่คงเรียกจากัวร์คันนี้สินะ

คิดว่าคงเดาไม่ผิดเพราะดูหนังมาเยอะ แต่น่าแปลกใจว่าทำไมทีมเสริมมาถึงเร็วนัก คล้ายว่าจากัวร์คอยตามคุ้มกันรถคันนี้อยู่ห่าง ๆ มาตลอดทางโดยที่เธอไม่ทันสังเกต คิรากรเริ่มกวาดตามองผู้ร่วมเดินทางด้วยท่าทางไม่วางใจ พวกนี้เป็นใครกัน ทำไมต้องมีกำลังเสริมคอยคุ้มกันระวังภัย

ความน่าจะเป็นมีอยู่ไม่กี่อย่าง ไม่ตำรวจก็ผู้ร้ายหรือไม่ก็ผู้ทรงอิทธิพลที่มีอริอยู่มากมาย ชักน่ากลัวขึ้นมาแล้วสิ

เหลียวมองข้างหลังรถจากัวร์ห่างออกไปแล้ว จะพูดให้ถูกคือรถที่เธอนั่งอยู่ขับห่างออกมาในขณะที่คันนั้นจอดนิ่งกับที่และคงกำลังเคลียร์กับรถที่ตามมา แน่นอนว่าคนพวกนั้นตามมาจับตัวเธอไม่ได้อีกแล้วหวังว่าคงจะไม่มีการเสียเลือดเนื้อหรือชีวิตหรอกนะ ถึงตรงนี้เธอคงต้องลงจากรถคันนี้เสียที

“คงปลอดภัยแล้ว งั้นจอดให้ฉันลงข้างหน้าก็ได้ค่ะ” บอกไปแล้วแต่รถยังไม่มีที่ท่าจะชะลอลงเลย จนเธอต้องย้ำอีกครั้ง

“เอ่อ...จอดให้ฉันตรงลิฟต์สาธารณะข้างหน้านั้นก็ได้” ลิฟต์สาธารณะมีไว้เพื่อการเดินเท้าที่สะดวกรวดเร็วสำหรับภูมิประเทศที่มีความสูงต่างระดับกันเช่นนี้ คิรากรกอดกระชับเป้ที่ติดตัวเธอมาราวกับจะขอให้มันช่วยคุ้มภัย และหากจวนตัวต้องวิ่งอีกรอบสมบัติน้อยนิดจะได้ไม่หลุดหายไป

ชายผมดำหันมามองเฉียงไปยังนายเจ้าชายคล้ายขอความเห็น และเหมือนอีกฝ่ายได้รับกระแสจิตเพราะเขาเงยหน้าขึ้นมาสบตาพอดี แต่หมอนี่ดันส่ายหน้า ไอ้คนผมดำก็หันไปทำแบบเดียวกันกับคนที่กำลังขับรถ...มันหมายความว่ายังไงกัน!

คิรากรชักร้อนรน นี่เขาส่งสัญญาณกันเป็นทอด ๆ หรอกหรือ เดาว่าความหมายคือเธอจะไม่ได้ลงตรงลิฟต์สาธารณะข้างหน้าอย่างที่ต้องการ โรลส์รอยซ์คันงานไม่ได้ชะลอลงแถมยังขับได้เร็วขึ้นอีกเพราะถนนไม่ได้ลาดเอียงเท่าที่ผ่านมาแล้ว

“นี่ ได้ยินไหมคะ ฉันขอให้พวกคุณจอดรถให้ฉันลงน่ะ” คราวนี้น้ำเสียงชักหงุดหงิด มันน่าโมโหตรงที่ไม่มีใครพูดอะไรกับเธออีกเลย

“นี่ ไม่มีหูกันรึไง” คิรากรแผดเสียง หมดกันความอดทน

“ถ้าผมไม่อนุญาต ใครก็ลงไปจากรถคันนี้ไม่ได้” นายเจ้าชายหันมาพูดกับเธอ...พูดได้แล้วเรอะ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินน้ำเสียงเซ็กซี่ของเขา

“คุณก็สั่งสิ ฉันแค่ขอติดรถมาแค่นี้เอง” เธอได้ยินเขาทำเสียงหึในลำคอ

“นี่คงเป็นมุกใหม่ของผู้หญิงที่อยากขึ้นมาบนรถของผม”

“หา! มุกงั้นเหรอ” พูดบ้าอะไรเนี่ย ทำไมคนพวกนี้ถึงได้เข้าใจอะไรยากนัก

“ก่อนหน้าคุณก็เคยมีผู้หญิงหลายคนพยายามขึ้นมาบนรถคันนี้ เรื่องผู้ชายสามคนตามล่านี่ก็คงเป็นมุกใหม่สินะ แต่สำหรับคุณ...ผมยอมรับได้”

“เดี๋ยว ๆ ๆ ยอมรับอะไรมิทราบ” หญิงสาวรีบถามเสียงขุ่น ที่เขาพูดมามันชักยังไง ๆ

“ก็มุกนี้และวิธีการเสนอตัวของคุณนี่ไง ผมยอมรับได้” ชายหนุ่มสรุปรวบรัด เธอสังเกตเห็นรอยยิ้มที่มุมปากและแววตาดูหมิ่นหยามหยันได้ถนัดตา เขาไม่คิดปิดบังความคิดเพื่อรักษามารยาทเลยสักนิด

“บ้าเหรอ ฉันไม่ได้มาเสนอตัวนะ” เธอแย้งเสียงแข็ง

“เปลี่ยนใจตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วล่ะ อเล็กซ์ขับรถให้เร็วขึ้นอีก” เขาพูดกับคนขับรถแล้วหันไปสนใจแล็บท็อปของเขาอีกแล้ว อยากจะบ้า!

ร่างบางพยายามหันไปดันประตูทั้งที่รู้ว่าไม่มีโอกาสเปิดออกได้ หมดปัญญาก็หันกลับมาวิงวอนคนที่กำลังขับรถ ก็เธอรู้ชื่อเขาแล้วนี่

“คุณอเล็กซ์ ได้โปรด จอดรถให้ฉันที” ไม่ได้ผลนายผมบลอนด์ยังตั้งหน้าตั้งตาขับรถ เธอจึงหันไปมองอีกคน

“คุณล่ะคะ คุณชื่ออะไร” เธอสะกิดคนที่นั่งหน้า

“แดเนียล ครับ”

“คุณแดเนียล ช่วยบอกเขาจอดรถให้ฉันที”

“ผมไม่มีสิทธิ์ออกคำสั่ง หรืออนุญาตใด ๆ หรอกครับ” นายแดเนียลผมดำตอบกลับมาอย่างสุภาพ แล้วต้องทำยังไงล่ะ ไอ้คนที่มีสิทธิ์ก็ไม่ได้หันมาสนใจเธอแม้สักนิด แต่ถึงหันมาก็คงพูดกันไม่รู้เรื่องแน่ แล้วเธอจะทำอย่างไรดี

คิด ๆ ๆ ๆ ๆ ...

คิดไม่ตก เอาเป็นว่า...ยอม ๆ ไปก่อน เดี๋ยวถึงท่าเรือแล้วค่อยว่ากันอีกที ท่าทางดูดีมีตังค์กันทุกคน เขาคงไม่อดอยากถึงขนาดต้องเอาเธอไปขายหรอกกระมัง

ไม่นานโรลส์รอยซ์คันงามก็มาถึงพอร์ท เดอ โมนาโก เรือสำราญลำใหญ่ในชื่อ พราราไดซ์ ครูซ จอดเทียบท่าโดดเด่นรอผู้คนขึ้นไปสัมผัสความหรูหรา

ทันที่ที่รถจอดสนิทประตูทุกบานถูกปลดล็อค คิรากรสะพายกระเป๋าถนัดดีแล้วก็ได้โอกาสรีบเปิดประตูก้าวลงจากรถและคงวิ่งเต็มฝีเท้าไปจนไกลแล้วถ้าไม่มีชายชุดดำหลายคนก้าวมาขวางเอาไว้เสียก่อน คิรากรหันกลับไปมองอีกฝั่งก็เห็นภาพเดียวกัน ความจริงผู้ชายชุดดำพวกนี้ไม่ได้ตั้งใจมาขวางเธอหรอก ที่จริงพวกเขามายืนขนาบทั้งสองข้างรถเพื่อรอรับเจ้านายพวกเขาต่างหาก

ชายคนหนึ่งโค้งตัวก่อนจะเปิดประตูให้นายเจ้าชายลงจากรถ คิดว่ารอดตัวแล้วในเมื่อเธอไม่ได้เป็นที่สนใจก็น่าจะหลบไปได้ แต่แดเนียลดันลงจากรถมายืนข้างเธอเสียก่อน คราวนี้คิรากรได้เห็นหน้าเขาชัด ๆ แดเนียลหน้าตาดีอย่างคนเอเชีย ไม่แน่ใจว่าเกาหลีจีนหรือญี่ปุ่น แต่ร่างกายเขาสูงใหญ่ไม่แพ้ชาวยุโรป คราวนี้หันไปมองอีกคน...อเล็กซ์กำลังยืนรายงานบางอย่างกับนายเจ้า ชาย เธอมองอยู่มุมนี้พอจะเห็นว่าอเล็กซ์ก็เป็นหนุ่มยุโรปหน้าตาดีคนหนึ่ง สามหนุ่มที่เธอโดยสารมาด้วยดูดีกันทุกคน ความสูงก็ไล่เลี่ยกันหมด แต่ยกให้นายเจ้าชายเป็นคนที่โดดเด่นสะดุดตาที่สุดด้วยท่าทางหยิ่ง ๆ ของเขา

ตาย! มัวมองบ้าอะไรอยู่ เธอควรจะหาทางหนี้สิ...แต่ช้าไปอีกแล้ว

“คนพวกนั้นตามคุณมาก” นายเจ้าชายหยุดยืนตรงหน้าเธอ หรือนี่จะเป็นเรื่องที่อเล็กซ์รายงานเมื่อครู่ และเธอไม่มีสิ่งใดจะเถียง

“คุณต้องขึ้นเรือไปกับผม” ไม่ว่าด้วยวิธีใดต้องเอาตัวผู้หญิงคนนี้ไปกับเขาให้ได้

“เรื่องอะไรฉันต้องไปกับคุณกันล่ะ” ได้โอกาสเถียงแล้ว คิรากรก็คอแข็งขึ้นมาอีก

“ก็คุณมาเสนอตัวและทำให้ผมสนใจ ดังนั้นคุณต้องทำมันให้ถึงที่สุด”

“ที่สุดอะไรกัน”

“คุณก็น่าจะรู้คำตอบอยู่แล้ว” เขาจับข้อมือเธอ แววตาแทะโลมแทนคำตอบได้เป็นอย่างดี คิรากรรีบกระชากข้อมือออกห่าง

“แต่คุณก็รู้แล้วนี่ว่าฉันถูกตามจริง ๆ มันไม่ใช่มุกเสนอตัวอะไรอย่างที่คุณคิด”

“ถึงงั้นก็ยังติดข้อที่ว่า...คุณทำให้ผมสนใจอีกอยู่ดี”

“นั่นมันก็เรื่องของคุณ คุณเล่นคิดเองเออเองอยู่คนเดียว ไม่เกี่ยวกับฉัน” เธอถอยหลังไปอีกสองก้าว แต่ในวงล้อมของผู้ชายนับสิบเธอจะไปไหนได้

“หรือไม่ผมก็จับคุณส่งไปให้คนพวกนั้น” น้ำเสียงเซ็กซี่สำทับมาอีก หมดหนทางแล้วจริง ๆ เพราะตราบใดที่ภารกิจของเธอยังไม่บรรลุเป้าหมาย เธอไม่มีวันตกไปอยู่ในมือพวกนั้นแน่นอน

คิรากรเอื้อมมือไปสัมผัสเป้สะพายหลังคล้ายเรียกความมั่นใจและตัดสินใจไปพร้อมกัน ในนี้มีของป้องกันตัวอยู่พอควร คิดว่าคงเอาตัวรอดได้หากถึงคราวคับขัน

“ได้ ฉันจะไปกับคุณ” เธอตอบตกลงในที่สุด...คิรากรคิดน้อยอย่างนี้เสมอ

 

พอขึ้นไปบนเรือแล้วคิรากรชักหวั่น น่าแปลกตรงที่เธอถูกดึงให้เดินไปคนละทางกับแขกคนอื่น ๆ ซึ่งต้องตรงไปยังล็อบบี้ของเรือเพื่อรับคีย์การ์ดเข้าห้องพัก

“เราไม่ต้องไปทางนั้นเหมือนคนอื่น ๆ หรอกหรือ”

“ไม่ต้อง” นายเจ้าชายเป็นคนตอบคำถามขณะเดินเคียงข้างเธอ โดยมีแดเนียลเดินตามเธอมาติด ๆ ส่วนอเล็กซ์เดินนำทุกคนเข้าไปในลิฟต์ และกดชั้น 13

ชั้น 13 เป็นชั้นลอยในส่วนท้ายของลำเรือซึ่งกว้างขวาง ด้านหน้าเป็นระเบียง เธอเดินไปตรงนั้นและมองยังชั้นที่ต่ำกว่า เห็นสวนน้ำและเครื่องเล่นกระจายตัวอยู่เป็นจุด ๆ คงสำหรับบริการลูกค้า กะด้วยสายตาเรือลำนี้มีความยาวราวสองหรือสามสนามฟุตบอล

“เชิญทางนี้ครับ” แดเนียลเป็นคนส่งเสียงเตือนเธอ เธอจึงต้องเดินกลับเข้ามาในเส้นทางเดิม

“เรือจะกลับมาเทียบท่าเมื่อไหร่”

“อีก 7 วัน” เจ้าของเสียงเซ็กซี่ตอบคำถาม ปลายเท้าของเธอพลันชะงัก

“หา! อีก 7 วันเลยเหรอ ฉันไม่มีเวลาขนาดนั้นหรอกนะ” เธอนึกว่าจะแค่วันหรือสองวันเสียอีก

“กลับลงไปตอนนี้ยังทันไหมเนี่ย” เธอบ่นพึมพำ ในใจก็หวังให้เขาบอกว่าได้

“ไม่” นายเจ้าชายเป็นคนหันมาบอกเธอเสียงเฉียบดับความหวังเธอทันที “ถ้าไม่ได้รับอนุญาต ใครก็ลงไปจากเรือลำนี้ไม่ได้”

“แต่ฉันไม่มีอะไรติดตัวมาเลยนะ ฉันมีเงินติดตัวมาไม่กี่ยูโร เสื้อผ้าก็ไม่มีสักชุด”

“ที่นี่มีทุกอย่างที่คุณต้องการ โดยไม่ใช้เงินสักเซนต์”

“แต่ฉันไม่ได้มาเสนอตัวให้คุณนะคุณ อย่าลืม” ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ หรอกเธอรู้ ดังนั้นต้องพูดให้เข้าใจตรงกันเสียก่อน

“ถ้าคุณหมายถึงต้องแลกกับที่คุณไม่ต้องใช้เงินสักเซนต์ล่ะก็ ไม่ต้องห่วง ผมใจป้ำกับผู้หญิงทุกคนที่ผมรู้จัก” เขาเดินอาด ๆ ไปที่ประตูบานใหญ่ขณะพูดคุยกับเธอไปด้วย

“โดยไม่ได้หวังอะไรในตัวพวกเธอน่ะเหรอ” คิดหรือว่าเธอจะเชื่อ หน้าเขาเหมือนพ่อพระตายล่ะ

“ก็ไม่เชิง แต่ขอให้คุณมั่นใจว่าผมจะไม่ทำอะไรผู้หญิงที่ไม่ยอม” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบติดแหบนิดๆ ท้ายประโยคแต่คงไว้ซึ่งอำนาจ นั่นคงเป็นน้ำเสียงธรรมชาติของเขา ไม่ได้ปั้นแต่งให้ฟังดูเซ็กซี่อย่างที่เธอแอบคิดในใจ

“หมายถึงคุณจะไม่ล่วงเกินฉัน”

“ใช่...ถ้าคุณใจแข็งพอ” หญิงสาวทำเสียง หึ ในลำคอดูจะมั่นใจเหลือเกินนะพ่อคุณ

“งั้นคุณก็มั่นใจได้เลยว่าฉัน...ไม่มีวันยอม”

“งั้นก็ไม่จำเป็นต้องกลัว”

“ฉันไม่เคยกลัว” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยขณะเอ่ยด้วยน้ำเสียงมาดมั่น ทำให้ชายหนุ่มทั้งสามเห็นแววรั้นในตัวเธอ

แดเนียลใช้ฝ่ามือวางเครื่องสแกน ประตูบานใหญ่ก็เลื่อนเปิดออก หลายคนคงคิดว่าเธอบ้าไปแล้วที่กล้าเดินเข้าไปในห้องในอัตราหนึ่งหญิงสามชายแบบนี้ แต่ความดื้อรั้นบวกกับกำลังรู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่ได้เห็นทำให้เธอลืมนึกเรื่องนั้นไป

ข้างในนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังอยู่บนเรือเลยสักนิด กลับให้บรรยากาศคล้ายสนามหน้าบ้าน มีมุมนั่งเล่นจัดเป็นสวนหินโดยใช้เฟอร์นิเจอแบบสาน ตกแต่งด้วยต้นตะบองเพชรและพืชในตระกูลไม้อวบน้ำอีกหลายชนิด โดยมีฉากหลังเป็นน้ำตกสไตล์ยุโรป

เดินเลยเข้าไปค่อยเป็นส่วนของห้องพักซึ่งถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งซ้ายขวา ตรงกลางเป็นสระว่ายน้ำ ไม่ได้กว้างเท่าขนาดมาตรฐาน แต่ยาวไปจนสุดระเบียงด้านหลังซึ่งเป็นส่วนตัว

“เชิญครับ” แดเนียลส่งเสียงเรียกเธออีกครั้งเมื่อคนอื่นๆ เดินเข้าไปในห้องทางฝั่งซ้ายกันหมดแล้ว และเมื่อตามเข้าไปก็ได้พบกับห้องพักสุดหรู

“ว้าว!” เธอไม่เคยขึ้นมาบนเรือสำราญใหญ่โตแบบนี้มากก่อนและข้างในนี้มันกว้างกว่าที่เธอคิด วอลเปเปอร์บุผนังเป็นสีเบสมีลวดลายเป็นเส้นสีเทาเบาบางสบายตา พรมเป็นลายวงคลื่นกลม ๆ สีขาวบนพื้นสีเทาแผ่รัศมีทับซ้อนกันหลายวง เฟอร์นิเจอทุกชิ้นเน้นสีขาวและสีเทา ภายในนี้แบ่งเป็นสัดส่วนคล้ายคอนโดแต่ตกแต่งสวยหรูแบบโรงแรมหลายดาว

“เอ๊ะ! เขาหายไปไหนกันแล้วล่ะ” มัวแต่เพลินกับบรรยากาศในห้อง หันมาอีกทีคนในนี้ก็น้อยลง มีเพียงแดเนียลที่ยังอยู่กับเธอ

“เขามีธุระต้องทำครับ แต่ผมรับหน้าที่ดูแลคุณ” ก็ดีนะ ในบรรดาสามคน มีแดเนียลนี่แหละที่ดูเป็นมิตรและน่าไว้ใจที่สุด

“ห้องของคุณอยู่ตรงนั้นครับ” เขาแนะนำห้องพักให้เธอ ประตูห้องยังคงใช้สีเบสเป็นหลัก แต่กรอบประตูเป็นลายไม้มันวาวดูโดดเด่น “คุณมีเวลาพักหนึ่งชั่วโมง ก่อนที่ผมจะพาไปหาของใช้ที่จำเป็น”

ภายในห้องของเธอยังเน้นโทนสีเหมือนด้านนอก แต่ชุดเครื่องนอนเป็นสีชมพูอ่อนปักด้ายสีเงินเป็นลวดลายงดงาม ผ้าม่านก็มีโทนสีคล้าย ๆ กับเครื่องนอน ผนังด้านหนึ่งมีบานประตูกระจกใสเปิดสู่ระเบียง หญิงสาวไม่รอช้าที่จะเดินไปพิสูจน์ลมทะเล เรือออกจากท่าตอนบ่ายแก่ มาตอนนี้ก็พ้นฝั่งได้ระยะหนึ่งทำให้เห็นน้ำทะเลสีน้ำเงินเข้ม แต่ฟ้ายังใสทำให้ท้องทะเลไม่น่ากลัวนัก แต่ลมทะเลที่นี่เย็นสบายไม่ได้เหนียวเหนอะหนะอย่างเมืองไทย 

คิรากรเดินเข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ ใบหน้าของสาววัยยี่สิบสองในกระจกใสเน้นให้เห็นเลือดไทยครึ่งหนึ่งในตัวเธอซึ่งได้มาจากแม่ อีกครึ่งหนึ่งเธอเองก็ยังไม่รู้ว่ามาจากชาติใดแน่ แต่นั่นเป็นข้อดีทำให้เธอมีจมูกโด่งสวย ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มในกรอบขนตายาว คิ้วเข้มได้รูปโดยไม่ต้องเติมแต้มสีสัน  ริมฝีปากบางเห็นฟันเรียงสวยเมื่อเธอส่งยิ้มให้กำลังใจตนเอง เขี้ยวขวาเด่นชัดเป็นเอกลักษณ์ ปลายคางเธอมีรอยบุ๋มนิดหนึ่งด้วย ผมสั้นหน้าม้าด้านข้างสไลด์ลงมาปิดแค่ใบหูรับกับใบหน้ารูปไข่ได้อย่างเหมาะเจาะ

ก่อนไปหาของใช้แดเนียลพาเธอแวะมาที่ห้องโถงใหญ่ซึ่งบนเวทีกำลังชี้แจงในเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับเรือลำนี้ โดยเน้นเรื่องความปลอดภัยว่าควรทำอย่างไรหากเกิดเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ ทำให้เธอรู้ว่าเรือลำนี้ถูกแบ่งเป็น 3 ตอน คือ หัวเรือ กลางเรือ และท้ายเรือ ห้องพักของเธอน่าจะอยู่ตอนท้ายของเรือในชั้น 13 จากทั้งหมด 15 ชั้น

เรือลำนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกและสร้างความบันเทิงครบถ้วน มีทั้งช็อปปิ้งมอลล์ ร้านทำผม สปา ฟิตเน็ต และอื่น ๆ อีกหลายอย่างราวกับเมือง ๆ หนึ่ง แต่ดูเหมือนที่นี่จะให้ความสำคัญกับเรื่องคาสิโนเป็นที่สุด เพราะบนเวทีพูดเกี่ยวกับคาสิโนในชั้น 11 มาเกือบ 20 นาทีแล้ว ซึ่งนานกว่าการแนะนำในส่วนอื่น ๆ เกือบเท่าตัว

สรุปว่าทริปนี้เดินทาง 8 วัน 7 คืน ล่องเรือในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ส่วนคนที่อยากเที่ยวบนแผ่นดินจะได้เที่ยวสามเมืองในอิตาลี และสองเมืองใหญ่ในสเปน ก่อนจะกลับเข้าฝั่งที่โมนาโกในวันที่ 8

คิรากรใช้เวลาในห้องโถงครึ่งชั่วโมงก่อนที่แดเนียลจะพาเธอมาหาอะไรรองท้อง ระหว่างนั้นเธอสอบถามจนรู้ว่าแดเนียลเป็นชาวฮ่องกงแต่มาเติบโตที่นี่ เขาพาเธอเข้าไปเดินในช็อปปิ้งมอลล์บนเรือซึ่งใหญ่มาก การตกแต่งในเรือส่วนใหญ่เน้นสีเบสเหมือนในห้องพักของเธอ มีบางชั้นตกแต่งต่างออกไป อย่างในลอบบี้ที่ชั้น 7 จะเน้นสีแดงและเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นลายไม้ ในส่วนของช็อปปิ้งมอลล์หรือส่วนเอนเตอร์เทนอื่น ๆ ก็ตกแต่งตามความชอบของผู้ที่เข้ามาเช่าพื้นที่ แต่ยังมีมัณฑนากรคอยเข้ามาดูไม่ให้โดดไปจากคอนเซ็ปบนเรือจนเกินไปนัก ข้อมูลทั้งหมดนี้แดเนียลเป็นคนบอกแก่เธอ

“คุณต้องเลือกชุดราตรีอย่างน้อยสามชุดนะครับ” แดเนียลบอกกับหญิงสาวในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์และแจ็กเก็ตยีนส์สีดำกับรองเท้าผ้าใบ ยังนึกภาพไม่ออกว่าเธออยู่ในชุดราตรีแล้วจะเป็นอย่างไร

“ทำไมล่ะคะ นั่นเป็นของจำเป็นด้วยเหรอ”

“จำเป็นครับ”

“แล้วทำไมต้องสามชุด”

“เผื่อเลือกครับ ผู้หญิงทุกคนที่ผมพามาเลือกของพวกเธอมักจะเลือกชุดราตรีไม่ต่ำกว่า 3 ชุด หรือบางคนอาจจะมากกว่านั้น ด้วยเหตุผลที่ผมบอกคุณไป...เผื่อเลือก”

“คุณเคยพาผู้หญิงของเขา มาเลือกชุดแบบนี้บ่อย ๆ เหรอ”

“ครับ” แดเนียลตอบตรง ๆ ด้วยน้ำเสียงปกติ มันก็คงเป็นเรื่องปกติจริง ๆ เพราะนายเจ้าชายหน้าตาท่าทางดีออกอย่างนั้น ผู้หญิงคนไหนไม่มองตามก็คงแปลก และเพียงเขากระดิกนิ้วคงมีผู้หญิงมากมายกรูเข้าหา

แดเนียลได้รับรอยยิ้มจากพนักงานในหลาย ๆ ร้านคงคุ้นเคยกับเรือลำนี้เป็นอย่างดี พวกเขาอาจเป็นเพื่อนหรือญาติสนิทกับเจ้าของเรือลำนี้ก็เป็นได้

คิรากรเดินเลือกดูชุดอยู่ราวสองชั่วโมง ได้ชุดลำลองมาจำนวนหนึ่ง ส่วนการเลือกชุดราตรีไม่มีปัญหา คิรากรได้มาสามชุดอย่างที่แดเนียลบอก และเป็นชุดราตรีในแบบที่เธอชอบ ก่อนจะไปเลือกดูรองเท้าอีกสองสามคู่

แดเนียลเดินตามติดตลอด กระทั่งเห็นว่าเธอเดินเข้าไปไปเลือกชุดชั้นในและของใช้ส่วนตัวของผู้หญิงเขาก็รีบถอย ปล่อยให้คิรากรยิ้มขำอยู่คนเดียว จากที่อยู่ด้วยกันมาร่วมสามชั่วโมงทำให้เห็นว่าหนุ่มเอเชียคนนี้ใจเย็น สุขุม และดูเป็นผู้ใหญ่ใจดี

แดเนียลพาเธอกลับมาส่งที่ห้องพัก เขาเอาชุดทั้งหมดส่งซักรีดและบอกว่าอีกไม่เกิน 2 ชั่วโมงพนักงานจะเอาไปส่งที่ห้อง

“นี่ของคุณครับ” เขายื่นกระดาษหนังสือเล่มเล็ก ๆ มาให้เมื่อเธอนั่งลงที่ชุดโซฟาหน้าทีวี ส่งที่เขาให้มามองดูคล้ายพ็อกเก็ตบุ๊ค ไม่รู้เขาไปหยิบติดมือมาตั้งแต่เมื่อไหร่

“นี่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อลำนี้ ตารางเวลาแล้วก็กิจกรรมทั้งหมดที่จัดไว้ในทริปครับ เย็นนี้งานเลี้ยงจะเริ่มตอนสองทุ่ม เป็นงานเลี้ยงต้อนรับแบบกันเอง ผมจะพาคุณไป คุณควรเตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อม ตอนนี้เชิญคุณพักผ่อนตามสบายครับ” เขาว่าพลางลุกขึ้นยืนคล้ายจะเดินไปที่ไหนทำให้เธอสงสัย

“แล้วคุณล่ะ”

“ผมพักฝั่งตรงข้ามครับ โทรศัพท์เครื่องนี้เชื่อมกับห้องนั้นโดยตรง กดหนึ่งเพื่อติดต่อผม หรือหากต้องการติดต่อรูมเซอร์วิส ใช้โทรศัพท์เครื่องนั้นครับ” แดเนียลชี้แจงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในห้องนี้ก่อนจะเดินออกไป

คิรากรยิ้มร่าเมื่อคิดว่าเธอได้อยู่ห้องนี้เพียงลำพัง ห้องพักหรู บรรยากาศดีเลิศ ไม่ได้มีอะไรเลวร้ายอย่างที่เธอคิด...โดยลืมไปว่าเธอต้องเสียเวลาเจ็ดแปดวันบนเรือแทนที่จะได้ไปทำภารกิจให้ลุล่วงโดยเร็ว

..........

โปรดติดตามตอนต่อไป!!

สวัสดีค่ะ ขอโทษที่ช้า...แค่เริ่มเรื่องก็เกิดอาการหัวตื้อสมองตันซะแล้ว คิดชื่อตอนไม่ออกก็เลยใส่เป็นบทที่... แทน จะพยายามอัพให้สม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์บทจะไม่ให้ขาด เอาเป็นว่าต่อไปนี้ วันอาทิตย์ต้องได้อ่านหนึ่งบทก็แล้วกันนะคะ  

-พรรษ : รักคนอ่าน -

 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
หุหุ สนุกเหมือนเดิมมมมมมมมมมมมมมม
จากคุณ annnam/(annnam) อัพเดตเมื่อ 19/08/2554 18:13:31
ความคิดเห็นที่ 2
คิรากรหนีเสือปะจรเข้รึเปล่าเนี่ย? ไปทำอะไรมาล่ะนั่นถึงได้ถูกไล่ล่าแบบนั้น
น่ากลัวแทนจัง....
อิอิ ไรเตอร์บรรยายลักษณะของเควินซะเราเห็นภาพแบบนั้นจริงๆ ผมมันเยิ้มเนี่ยคงอยู่เมืองไทยไม่ได้แน่ๆเพราะบ้านเราฝุ่นควันเยอะเหลือเกิน
ต้องอยู่ในเรือด้วยกันหลายวันขนาดนั้นเลยเหรอ..ใครจะเป็นฝ่ายพลาดพลั้งก่อนน้อ?
อิอิ

สนุกค่ะ...จะติดตามต่อไปนะค่ะ
จากคุณ maple/(nuchaba_lee) อัพเดตเมื่อ 24/07/2554 02:34:17
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 432 ท่าน