Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
ROMANCES SCENT ? EMBRACE SCENT ? Eps02 [100%] -Aug 05 UP!!-
mu_mu_jung
? ROMANCES CODE ? Eps05
64
14/07/2554 17:31:50
11790
เนื้อเรื่อง

Eps.05

Every time I’m thinking of you

 

        “อดทนหน่อยนะ” ซีฟพูดเสียงสั่นจนฉันรู้สึกได้

            รวมไปถึงมือและตัวของเขาด้วย มันสั่นจนฉันกลัวว่าเขาจะสติแตกตายไปซะก่อน ผู้ชายคนนี้ยิ่งไม่เหมือนใครอยู่ด้วย แล้วไม่นานฉันก็ต้องสะดุ้งอีกครั้ง เมื่อเขาทำท่าจะอุ้มฉันออกไปจากห้อง

            “ซีฟ วางฉันลง” ฉันร้องออกไปอย่างตกใจ

            แต่ว่าคนร่างสูงก็ไม่ยอมหยุดเท้าที่ก้าวไปข้างหน้าเลยสักนิด

            “ฉันไม่เป็นไร น้ำมันยังไม่ร้อน!” ฉันบอกและก็ทำให้เขาหยุดเดินจนได้

            ซีฟหยุดนิ่งอยู่กลางห้อง รอบตัวของเราเหมือนเป็นรูปสตัฟฟ์ที่หยุดเคลื่อนไหว มีเพียงแค่ฉันกับซีฟเท่านั้นทียังเป็นสิ่งมีชีวิตและเคลื่อนไหวอยู่

            “ว่าไงนะ?” เขาขมวดคิ้วพลางทำหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่

            “ฉัน ฉันบอกว่าน้ำมันยังไม่ร้อนน่ะ ฉันไม่เป็นไรซีฟ” ฉันบอกและก็ก้มหน้าลงเพื่อรอรับพายุทอร์นาโดจากซีฟที่คาดว่าจะพัดเข้าถล่มในเร็วๆ นี้

            “ไม่โดนลวกงั้นเหรอ” เขาถามและฉันก็รีบพยักหน้ากับอกของเขาอย่างรวดเร็ว

            “เฮ้อ ให้ตายเถอะ” เขาทั้งถอนหายใจและสบถในเวลาเดียวกัน และไม่นานเขาก็ค่อยๆ วางฉันลงกับพื้นแจ้องหน้าฉันเขม็ง

            รังสีอำมหิตจากดวงตาของเขาทิ่มแทงร่างกายของฉันจนเจ็บไปหมด แม้กระทั่งหายใจฉันก็ไม่กล้าทำเพราะกลัวว่าเขาจะรำคาญเอา

            “อยู่กับเธอฉันต้องหลอนตลอดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ เธออยากจะให้ฉันบ้าตายจริงๆ ใช่มั้ยฮะ!?” เสียงตวาดของเขาทำให้ฉันสะดุ้งเยือกแล้วก็ถอยหลังก้าวหนึ่ง

            คนอื่นๆ ที่อยู่ในห้องก็ทำตัวราวกับเป็นต้นไม้ ก้อนหิน เป็นฟอร์นิเจอร์ที่ไร้ชีวิตจริงๆ และไม่นานแต่ละคนก็ค่อยๆ ย่องออกจากห้องชุดของซีฟไปทีละคนสองคน ฉันใจหายวาบเพราะคิดว่าต้องเหลือแค่ฉันกับซีฟอยู่ด้วยกันสองคน ในบรรยากาศที่โรแมนติกซะไม่มีอย่างนี้ตามลำพังแน่

            “กอล์ฟ” ฉันเรียกชื่อของกอล์ฟเอาไว้ หวังให้เขาไม่วิ่งตามเพื่อนคนอื่นไป

            “ถ้าเธอเรียกมันอีก ฉันจะทำให้ไอ้กอล์ฟร้องไห้ตามจำนวนครั้งที่เธอเรียกชื่อมัน” เสียงเหี้ยมของซีฟทำให้กอล์ฟผลุบหายไปในที่สุด

            “ฉันทำให้นายโกรธเหรอ?” ฉันถามด้วยความกลัว และไม่กล้าจะเงยหน้าขึ้นมองเขาจริงๆ

            “ใช่นั่งกับที่เลย โซฟาตรงนั้น ถ้าขยับสักนิดเดียวฉันจะโยนเธอขึ้นเตียง” สิ้นเสียงประกาศิตของซีฟ ฉันก็ระเห็จกระโดดขึ้นไปนั่งบนโซฟาอย่างสงบเสงี่ยม เหมือนเป็นตุ๊กตาตัวหนึ่งทันที

            ซีฟปรายตามองฉันก่อนจะยิ้มที่มุมปากเหมือนกำลังพอใจอยู่ และเดินย้อนกลับไปที่มุมห้องครัวเพื่อจัดการกับของที่ยังวางระเกะระกะรอการทำอาหารจากฉันอยู่

            ฉันเห็นว่าซีฟจัดการเก็บจานชามและเก็บวาดพื้นห้องที่ฉันทำเละเอาไว้ ท่าทางเขาคล่องแคล่วไปหมดซะทุกอย่าง ทำเอาฉันรู้สึกหงุดหงิดตัวเองไม่ได้ที่ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ไม่เหมือนผู้ชายตัวสูงๆ ที่หน้าราบเรียบติดจะบึ้งตึงคนนั้นก็ไม่ได้ และน่าแปลกใจอีกอย่าง เขามักจะเข้ามาเจอฉันถูกที่ถูกเวลาซะทุกครั้ง

            “โทรสั่งรูมเซอร์วิสมาทานซะ เบอร์อยู่ที่โต๊ะโทรศัพท์ห้องอยู่แล้ว” เขาชี้นิ้วสั่งเมื่อจัดการกับห้องครัวเรียบร้อยแล้ว

            “ให้นายเหรอ?

            “เราสองคน

 

            ซีฟหายเข้าห้องไปอีกครั้งเพื่ออาบน้ำจัดการกับร่างกายของตัวเอง ฉันก็โทรไปสั่งอาหารและรอเขาออกมาจากห้องเงียบๆ ที่นี่สุดยอดเลยล่ะ มีทุกอย่างที่ต้องการแค่เดินลงไปชั้นหนึ่งหรือไม่ก็กดหมายเลขโทรศัพท์ ท่าทางคอนโดของเขาคงราคาแพงมากแหงๆ และดูเหมือนจะไม่ค่อยมีเด็กมหาวิทยาลัยอย่างพวกเราอยู่ด้วยสิ

            ไม่รู้ว่าที่บ้านของเขาฐานะจะดีมากแค่ไหนนะ เขาถึงมีทุกอย่างพร้อมไปหมดแบบนี้น่ะ แล้วความคิดทั้งหมดของฉันก็สะดุดลงเมื่อร่างสูงๆ ของเจ้าของห้องกลับออกมาพอดี

            เราไม่ได้พูดอะไรกันต่อจากนั้นนอกจากทานอาหารเงียบๆ เท่านั้น แต่ก็มีหลายครั้งที่ซีฟมองหน้าฉันเหมือนจะสำรวจอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่ยอมพูดอะไร จนกระทั่งเราสองคนทานอาหารเสร็จ ฉันตั้งใจจะยกจานไปล้างที่ห้องครัว แต่ว่าเสียงแข็งๆ ของซีฟก็ดังขัดอีกครั้ง

            “ไม่ต้องล้างนะ เดี๋ยวเธอได้ทำจานฉันแตกแหงๆ” เขาสั่งออกมาจากหน้ามุมรับแขก ฉันเลยอดที่จะย่นจมูกใส่เขาด้วยความโมโหไม่ได้ และไม่นานเขาก็กวักมือเรียกให้ฉันเข้าไปหา

            “มานี่

            ฉันเดินไปหาเขาอย่างว่าง่าย คล้ายจะแปลงร่างเป็นสัตว์เลี้ยงของซีฟไปซะแล้ว

            “น้ำไม่ร้อนแต่ก็พอจะเป็นแผลใช่มั้ย” เขาถามและฉันก็พยักหน้าให้เขาไป เพราะว่าจริงๆ แล้วก็แสบต้นขาตรงที่น้ำลวกใส่เหมือนกัน

            “ถลกกระโปรงขึ้นสิ ฉันจะทายาให้” เขาพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

            แล้วฉันควรจะยิ้มและถลกกระโปรงให้เขาทำอย่างที่พูดน่ะเหรอ

           

        “นายนี่มันเป็นเศษเหล็กบ้ากามไปแล้วเหรอซีฟ!!

            หลังจากนั้นฉันนั่งทายาเงียบๆ คนเดียว ส่วนซีฟก็หลบมุมไปต่อโมเดลทหารของเขา เราสองคนต่างเงียบจนฉันคิดว่าเขาโกรธอีกแล้ว เฮ้อ จะเอาใจผู้ชายคนนี้ยังไงดีนะ ฉันมองหาทางไม่ออกเลยแฮะ

            “นายโกรธฉันอีกแล้วเหรอ?” ฉันถามซีฟเบาๆ พยายามจะจำกัดที่อยู่ของตัวเองให้อยู่ที่โซฟาตามที่เขาต้องการ

            “ทำไมนายขี้งอนแบบนี้ล่ะ”

       

            ฉันถามอีกคำเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมตอบอะไรกลับมาเลย

            “นี่!

            อ้าว แล้วกัน ซีฟหลับไปแล้ว ฉันคิดเมื่อหันหลังกลับไปดูก็เห็นว่าซีฟหลับไปแล้ว เขานอนใช้แขนของตัวเองหนุนแทนหมอน และนอนตะแคงหันหน้ามาทางฉันที่นั่งอยู่ แถวๆ หน้าอกของเขามีแต่ตัวโมเดลที่กำลังจะถูกต่อเต็มไปหมด ฉันมองแล้วก็อดที่จะยิ้ม และค่อยๆ ย่องลงจากโซฟาไปหาเขาที่หลับอยู่ไม่ได้

            ใบหน้าใสเกลี้ยงเกลาของเขาเวลานี้ดูเหมือนเด็กตัวเล็กที่ไร้พิษสงจริงๆ แต่เวลาตื่นอย่าไปนึกถึงมันเลยก็แล้วกัน ฉันเอนตัวลงนอนคว่ำกับและยกมือเท้าคางตัวเองมองดูเขาเงียบๆ ไม่นานก็พลิกตัวนอนหงายและหยิบเอาชิ้นส่วนโมเดลขึ้นมาต่อให้ซีฟไปด้วย

            บางทีอยู่เงียบๆ และฟังเสียงหายใจของคนข้างตัวมันก็รู้สึกดีเหมือนกันนะ

            ฉันคิดและหันหน้าไปมองหน้าซีฟอีกครั้ง คราวนี้ปลายจมูกของซีฟอยู่เกือบชิดหน้าผากของฉัน

            และมันรู้สึกดีอย่างไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ ที่เราอยู่ใกล้กันมากขนาดนี้ ฉันยื่นมือไปเกลี่ยผมหน้าของซีฟเบาๆ ก่อนจะกระซิบ

            “ฝันดีนะ ไอ้มนุษย์เศษเหล็กไร้หัวใจ

 

            นี่เป็นอีกวันที่ฉันต้องส่งของบรรณาการไปให้ซีฟที่คณะวิศวะ หลังจากวันที่เกือบทำน้ำร้อน(ที่ซีฟคิดไปเอง) หกรดตัวเอง ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น ห้ามจับนั่นนี่ ห้ามไปไหนนั่นนี่ ด้วยการคุมเข้มของซีฟ บางทีฉันก็คิดนะ ว่าซีฟห่วงฉันไปทำไมกัน

            เพราะว่าเขาห่วงจริงๆ

            หรือว่าที่จริงแล้วเขากลัวว่าจะหาตัววิจัยบ้าๆ บอๆ และไม่มีปากเสียงอย่างฉันกันแน่

            “สามร้อยห้าสิบจ้า” เสียงหวานของแม่ค้าร้านขายเค้กบอก ฉันก็หยิบเงินส่งให้ไปทันที

            ฉันซื้อเค้กไปถวายหลวงพี่ เอ๊ย เพื่อนๆ กลุ่มวิจัยของวิศวะ แล้วไหนใครที่เคยบอกว่าผู้ชายไม่ชอบของหวานยังไงล่ะ แล้วทำไมคนที่ฉันเจอมาแมนตัวเป็นๆ เหมือนเพื่อนที่คณะวิศวะไม่เห็นจะเป็นอย่างนั้นเลย พวกเขาชอบเค้กและของหวานกันจะตายไป

            “ซื้อไปเยอะแยะ ให้เพื่อนด้วยเหรอ” พี่สาวร้านเค้กถามฉัน และฉันก็ฉีกยิ้มกว้างส่งให้ทันที

            “ค่ะ พวกผู้ชายกินจุกันมากเลย ฉันเลยต้องซื้อไปเยอะอย่างนี้แหละค่ะ”

            “ผู้ชายที่ว่าน่ะ พวกซีฟรึเปล่า?

            “ค่ะ ซีฟกับเพื่อนๆ น่ะ” ฉันตอบไปแล้วก็สะดุ้ง เพราะไม่ใช่พี่สาวร้านขายเค้กเป็นคนถาม

            ฉันสงสัยและรีบหันหลังกลับไปทางต้นเสียงทันที แล้วฉันก็ต้องเม้มปากแน่นเมื่อเห็นว่าเป็นใครชัดๆ ตรงหน้า

            ซูซี่น่ะและพอเห็นหน้าเธอ ฉันก็คิดไปถึงรูปถ่ายพวกนั้นที่เธอถ่ายกับซีฟทันที ครั้งก่อนซีฟบอกว่าจะจัดการไม่ต้องคิดมาก แต่ตอนนี้ฉันต้องคิดหนักเพราะว่าเธออยู่ตรงหน้าฉันอีกครั้ง

            “ครั้งที่แล้วยังไม่เข็ดอีกเหรอ” ซูซี่พูดเสียงสูง จากนั้นเธอก็สาดน้ำที่อยู่ในขวดใส่หน้าฉันที

            “ครั้งก่อนน้ำมันเย็นไม่พอใช่มะ!? อยากได้น้ำร้อนแทนรึเปล่า หนังหน้าหนาๆ ของเธอจะได้ลอกออกสักแผ่นลองแผ่นบ้าง”

            ฉันยกมือลูบหน้าเพื่อไล่หยดน้ำที่เกาะเต็มใบหน้านี่ออกไป ท่ามกลางเสียงซุบซิบที่ดังขึ้นรอบข้างจากคนที่เห็นเหตุการณ์ คงมีแต่พี่สาวร้านเค้กคนเดียวที่วิ่งถือผ้าขนหนูผืนเล็กมาเช็ดหน้าให้ฉัน

            “ไม่เป็นไรนะปั้น” ฉันพยักหน้าให้พี่สาวก่อนจะก้มหนาลง หน้าฉันร้อนผ่าวกลัวจริงๆ ว่าตัวเองจะร้องไห้อีก

            “อยากตบหน้าเธออีกทีจริงๆ ให้ตายเถอะ หรือครั้งนี้จะถีบดีล่ะ เลิกยุ่งกับซีฟได้แล้ว คำง่ายๆ แบบนี้ไม่เข้าใจรึไง!

            “นี่คุณคะ หน้าตาท่าทางก็ดี ทำไมถึงถ่อยแบบนี้ล่ะ เรื่องแบบนี้ไปถามผู้ชายเองไม่ดีกว่ารึไง เที่ยวตบตีคนอื่นเหมือนนางร้ายในละครไม่ผิด!” พี่สาวร้านเค้กช่วยเถียงแทนฉัน แต่นั่นเหมือนกับเอาน้ำมันไปราดบนกองไฟ

            ซูซี่ทำหน้าโกรธจัดและพุ่งตรงเข้ามาหาฉัน ทำท่าจะตบฉันอีกเหมือนครั้งก่อนที่เธอตบฉันซะหน้าหัน แถมยังทิ้งรอยเล็บไว้ที่คอฉันอีกด้วย

            “ลองแตะปั้นหยาอีกทีสิ ฉันต่อยเธอกลับแน่”

            และเสียงราบเรียบไม่บ่งบอกอาการใดๆ ของผู้ชายก็ดังขึ้นมา ทั้งฉันและคนอื่นๆ ที่ยังมองดูเหตุการณ์อยู่ต่างหันไปมองผู้ชายที่เดินเข้ามาใหม่ทันที

            “ซีฟ” ฉันและซูซี่เรียกชื่อของเขาเบาๆ พร้อมกับ และซีฟก็แกะกระดุมสองสามเม็ดที่เขากลัดเสื้อชอร์ปออก จากนั้นก็คลุมตัวให้ฉัน

            “เธอเองสินะที่เป็นคนสาดน้ำแล้วก็ทำร้ายปั้นหยาครั้งที่แล้วน่ะ” ซีฟพูดเสียงแข็งและหันไปเผชิญหน้ากับซูซี่ที่ยืนกำหมัดแน่น และจ้องหน้าฉันตาเป็นประกาย

            “ถ้าใช่แล้วไง” ซูซี่เชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย ไม่ยอมหลบสายตาที่น่ากลัวของซีฟเลย นับว่าเป็นเรื่องกล้าหาญมากเลยล่ะ

            “ไปตายซะ อย่าเข้าใกล้ยัยนี่อีก ถ้าเธอยังเข้าใจที่ฉันพูด”

            ฉันเงียบ ทุกคนเงียบเมื่อได้ยินคำหยาบคายที่หลุดออกมาจากปากของซีฟ

            “กรี๊ด ซีฟนายพูดงี้ได้ไง เราสองคนน่ะเคยนอน

            “ถ้าอยากอาย อยากประจานตัวเองก็เอาเลย บอกไว้เลยนะ ฉันไม่แคร์หรอก แต่เธอสิ จะเอาไงดี” ซีฟพูดจากนั้นก็ดึงให้ฉันเข้าไปใกล้ตัวเขามากขึ้น จนปลายจมูกของเขากดลงบนเส้นผมของฉัน

            “มองหน้าผู้หญิงคนนี้ไว้ดีๆ นะซูซี่ อยู่ให้ห่างจากเธอ ไม่อย่างนั้นเธอต้องมีชีวิตที่ทุกข์ทรมานและหวาดผวาไม่มีที่สิ้นสุดแน่ๆ”

            “นี่นายขู่ฉันเหรอซีฟ!

            “ฉันไม่ได้ขู่แต่เตือนดีๆ ไปปั้นหยา สายแล้ว” จากนั้นเขาก็ลากฉันออกมาจากความวุ่นวาย ฉันเลยไม่ได้บอกขอบคุณพี่สาวร้านเค้ก ทำได้แค่สงยิ้มบางๆ ให้พี่เขาไปเท่านั้น และซีฟยังอุตส่าห์เดินไปกระแทกไหล่ของซูซี่ให้ผู้หญิงคนนั้นเจ็บเล่นๆ ซะอีก ที่ก็มีออกตั้งกว้างผู้ชายคนนี้ยังไงๆ ก็นิสัยไม่ดี เชื่อฉันสิ

 

        “บอกแล้วใช่มั้ย ว่าห้ามให้ใครทำอะไรเธอนอกจากฉันน่ะ” เขาพูดและเลิกผมฉันขึ้นและหยิบเอาพลาสเตอร์ยาที่เตรียมมาตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ แปะลงคอให้ฉันอย่างนุ่มนวล

            “อย่างเดียวที่ฉันอยากขอจากเธอ อย่าเป็นแผล อย่าเป็นไร อย่าทำให้ฉันห่วงเข้าใจมั้ย?” เขาถามและฉันก็พยักหน้าให้เขา

            ตอนนี้ฉันเองก็อยากถามเขาเหมือนกันว่าฉันเป็นอะไรกับเขากันแน่ เป็นคนที่เขาห่วงจริงๆ หรือเปล่า เป็นคนที่เขาใส่ใจตลอดเวลาเพียงคนเดียวหรือเปล่า สำคัญมากกว่าใครๆ ที่เขาเคยคบไหม และอีกหลายสิ่งอย่างหลายอย่างที่อยากรู้จากปากของเขา

            แต่ว่าฉันก็เก็บมันเอาไว้ในใจไม่ได้ถามเขา ฉันยังไม่อยากจะวุ่นวายมากไปกว่านี้ ไม่อยากจะให้เรื่องมันต้องอึดอัดลำบากใจ ให้มันค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปของมันเรื่อยๆ ดีกว่า

            เพราะว่าเรายังผูกพันกันด้วยเรื่องวิจัยที่มีผลต่อเราสองคนมาก และมันค่อนข้างหวั่นไหวในความเครียดหลายๆ เรื่อง เอาไว้ให้เวลาผ่านไปมากกว่านี้ และถ้าเขายังไม่เปลี่ยนไปฉันจะคิดว่าฉันนั้นสำคัญกับเขา และเขาเองก็คงสำคัญกับฉันเหมือนกัน

            “มองหน้าอยู่ได้ มีอะไรหรือไง” ซีฟเงยหน้าขึ้นมาถามฉันพลางขมวดคิ้วไปด้วย

            “เอ๊ะ!? งั้นเหรอ ไม่รู้ตัวเลย” ฉันแก้ตัวมั่วๆ แล้วก็ยกมือเกาท้ายทอยและมองไปทางอื่น

            ซีฟมองหน้าฉันอย่างไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรมากแล้วก็ช่วยฉันถือถุงเค้กด้วย ข้อนี้มากกว่าที่ทำให้ฉันมองหน้าเขาอย่างเหลือเชื่อ

            “ฉันถือได้นะ” ฉันบอกเขา เพราะปกติก็เป็นฉันนี่แหละที่ทำแบบนี้ไม่ได้รอให้ใครมาช่วย

            โดยเฉพาะซีฟน่ะ ตัวดีเลย เรื่องให้ฉันถือของหรือจิกหัวใช้ฉันเยี่ยงทาส นั่นแหละเรื่องสนุกของเขาเลย

            “ทำหน้าแบบนี้หมายความว่าไง ฉันเลวทรามต่ำช้าขนาดที่ถือของให้ผู้หญิงแล้วมันเป็นเรื่องมหัศจรรย์หรือไง” เขาถามเสียงเรียบ แต่ว่าสีหน้าของเขาน่ากลัวมากเหลือเกิน

            อึกไม่ว่ายังไงผู้ชายคนนี้ก็อ่อนโยนได้ไม่ตลอดรอดฝั่งสักที

            “เปล่านี่” ฉันปฏิเสธเสียงอ่อนแล้วก็ก้มหน้าลง ซีฟซะเองที่เช็ดผมให้ฉัน เพราะว่ามันเปียกไปหมดจากฝีมือของซูซี่ก่อนหน้านี้

            “วันนี้ทำงานเสร็จจะไปหาไรทานกับพวกเรานะ วันนี้วันเกิดของไอ้เอกน่ะ”

            “ฉันไม่รู้อ่ะ เลยไม่ได้เตรียมอะไรไว้ให้เอก!” ฉันตกใจที่เพิ่งจะรู้ว่าเป็นวันเกิดของเขา และยังไม่ได้ทันเตรียมตัวอะไรเลย

            “ไม่เป็นไร ของขวัญของฉันก็เหมือนกับของขวัญของเธอนั่นแหละ” เขาบอกและฉันก็ขมวดคิ้วแน่น

            “หมายความว่าไงซีฟ”

            ” ไม่มีคำตอบใดหลุดจากปากของซีฟนอกจากรอยยิ้มน่าขนลุกตรงมุมปากของเขาเท่านั้น

 

            ฉันอยากจะฆ่าตาบ้าซีฟให้ตายคามือจริงๆ อยากจะบีบคอหรือเอาอะไรมาตัดหัวเขาทิ้งนัก ฉันไม่น่าหลงเชื่อรอยยิ้มแสนหวานของเขาเลย ตอนนี้ฉันถึงได้รู้สึกเหมือนตกอยู่ในนรกทั้งเป็นยังไงล่ะ

            เรื่องของขวัญจำได้ไหมที่ซีฟพูดก่อนหน้านี้น่ะ เขาใส่ชื่อของฉันลงไปในการ์ดอวยพรวันเกิดที่แนบไปพร้อมกับกล่องของขวัญให้เอกไปด้วย มันก็ไม่มีอะไรมากมายหรอกนะ เพียงแค่ของในกล่องนั่นอัดแน่นเต็มไปด้วยถุงถุงยางอนามัยเท่านั้นเอง ฮือ ฉันอยากตาย

            “อันนี้เธอรวมเงินซื้อกับซีฟจริงดิ!?” เอกถามอย่างตกใจปนตื่นเต้น เมื่อชูไอ้ของที่ว่านั่นโบกไปมาในร้านหมูย่างแห่งหนึ่ง

            “ไม่ใช่นะ ฮือ” ฉันคร่ำครวญแล้วก็ฟุบหน้าซบต้นแขนที่โต๊ะหมูย่างทันที

            ฉันเกลียดซีฟ เกลียดที่สุดเลย แง้

            “เฮ้ย เดี๋ยวผมไหม้หรอกมันใกล้เตาย่างไม่เห็นรึไง ยัยจืดชืด!” ซีฟลากคอฉันให้ลุกขึ้นแล้วก็หันไปเฮฮากับเพื่อนเขาแทน ไม่ได้สนใจสีหน้าจะเป็นจะตายของฉันเลยสักนิด

            บ้าที่สุด ของแบบนั้นมันซื้อเป็นของขวัญวันเกิดให้ชาวบ้านเค้าได้ไง ฉันอยากจะผ่าสมองของซีฟออกมาดูว่าเขาคิดแบบนี้ได้ยังไงจริงๆ แต่สุดท้ายเมื่อคนอื่นๆ ไม่ได้เอ่ยปากแซวอะไรอีก ฉันเลยลดความเขินลงแล้วก็นุ่งพูดคุยกับพวกเขาได้มากขึ้น อยู่กับซีฟแล้วก็เพื่อนคนอื่นอย่างนี้มันก็สนุกดีเหมือนกันนะ

            หลังจากนั้นซีฟเมา เดือดร้อนให้เอกต้องลากเขากลับมาที่ห้องและทิ้งฉันไว้กับผู้ชายตัวโตที่เอาแต่ใจคนนี้ตามลำพัง

            “อ๊ะ ไม่สิ ไปส่งฉันที่อพาร์ตเม้นต์หน่อยสิ” ฉันเรียกเอกไว้ แต่เขาทำเพียงแค่ยิ้มและโบกมือลาจากนั้นก็หายไป

            “ยุ่งแล้วสิ” ฉันพึมพำกับตัวเองแล้วก็สะดุ้งสุดตัว เมื่อคนเมาที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อย่างซีฟลุกขึ้นมาตอนไหนไม่รู้ เขากอดฉันไว้จากข้างหลังแถมยังลวนลามฉันด้วย

            “กรี๊ด นายทำอะไรน่ะซีฟ” ฉันร้องลั่น เมื่อเขาฝังจมูกลงที่กกหูของฉันลากเรื่อยไปจนถึงต้นคอด้วย

            ฉันขนลุกเกรียวทั้งร่างพยามจะดันตัวเขาออกห่าง แต่ว่าเขาก็แข็งแรงเหลือเกินไม่ยอมปล่อยฉันเลยสักนิด ฝ่ามือร้อนๆ ของซีฟลากไปที่ต้นขาของฉันโดยที่เขาสอดมือเข้าไปใต้กระโปรงของฉัน

            กรี๊ดเขาต้องเป็นโรคจิตจริงๆ แน่เลย

            ฉันดิ้นขลุกขลักแต่ก็ไม่หลุด สุดท้ายฉันก็ล้มลงไปนอนกับพื้นห้องที่ปูพรมไว้อย่างดี โดยที่มีร่างสูงของเขาตามติดลงมาแนบชิดทุกสัดส่วน    

            เมื่อฉันกำลังจะอ้าปากร้องกรี๊ดอีกครั้งเขาก็ปิดปากฉันด้วยริมฝีปากของเขาทันที

            ฉันร้องอึกอักเมื่อฝ่ามือของเขาเลื้อยไปทั่วร่างของฉัน และนั่นทำให้ฉันร้อนจนหัวหมุนไปหมด

            “ฉันคิดถึงเธอทุกวัน ทุกเวลาเลย ทำได้ไงน่ะ” เขาถอนริมฝีปากออกจากฉัน และก็กระซิบถามเบาๆ ทั้งที่ริมฝีปากของเขายังคลอเคลียกับริมฝีปากของฉันอยู่เลย

            ทำให้เวลาที่เขาพูดริมฝีปากของฉันเลยขยับตามการพูดของเขาไปด้วย มือข้างหนึ่งของซีฟลูบข้างแก้มของฉันอย่างระมัดระวังเมื่อตัวฉันสั่นไปหมด เขาเลิกผมฉันขึ้นและปัดเส้นผมที่ระหน้าของฉันออกไปจนหมด

            “จูบฉันทีสิ ยัยจืด”

            “ไม่เอานะซีฟ นายเมาแน่เลย นายต้องเสียใจตอนหลังแน่ๆ ปล่อยฉันไปเถอะนะ”

            พอฉันพูด เราก็จูบกันแผ่วๆ หลายครั้งเพราะว่าริมฝีปากของเขายังอยู่ใกล้กับริมฝีปากของฉัน กลิ่นเบียร์ขมๆ จากลมหายใจของแทบจะทำให้ฉันเมาไปด้วย

            “เรื่องอะไรล่ะ หน้าอกซีเจ็ดสิบของเธอเนี่ย ปล่อยไปก็โง่เต็มทีแล้วยัยจืดชืดปั้นหยา”

 

        กรี๊ด!! หมอนี่เป็นโรคจิตจริงๆ ด้วย ฉันพยายามแล้วที่จะดิ้นหนี แต่ว่าก็สู้แรงช้างสารของซีฟไม่ได้ ลมหายใจที่ร้อนผ่าวของเขาปะปนด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนจมูก ฉันแทบจะเมาโดยที่ไม่ได้จิบเหล้าหรือเบียร์แม้แต่หยดเดียว ปลายจมูกของเขาเฉียดแก้มของฉันไปมาครั้งแล้วครั้งเล่า

            หัวใจของฉันก็เต้นรัวแรงแทบจะจับจังหวะไม่ได้ มันเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอกของฉัน และเมื่อเราใกล้ชิดกันอย่างนี้ ฉันก็รู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจของเขาด้วยเช่นกัน มันเต้นแรงเช่นเดียวกับฉัน

            ด้วยความแปลกใจฉันเงยหน้ามองเขาแวบหนึ่ง ใบหน้าแดงก่ำต่างจากปกติที่ใบหน้าสว่างขาวจ้าของเขา ดวงตาของเขานั่นด้วย มันขุ่นมัวด้วยอารมณ์อะไรบางอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน

            “ปั้นหยา” เขากระซิบชื่อของฉันอีกครั้ง

            มือของเขาด้วยที่เลื้อยเข้ามาใต้เสื้อของฉันแล้ว

            “ซีฟ ฮือ คุณแม่ คุณพ่อ คุณตำรวจ” ฉันขนลุกเกรียวทั้งตัว ร่างกายอ่อนปวกเปียกเหมือนจะไม่มีเรี่ยวแรง ไม่รู้ว่ามันหายไปไหนหมด

ตอนนี้ฉันนอนตัวอ่อนระทดระทวยอยู่ใต้ร่างของซีฟโดยที่ขยับไม่ได้เลยสักนิด ฝ่ามือที่ร้อนพอๆ กับลมหายใจของเขาก็ลูบไล้ไปทั่ว จนกระทั่งน้ำตาของฉันไหลเพราะคิดว่าคงสู้เขาไม่ได้แล้วแน่ๆ นั่นแหละ ซีฟเลยหยุดการกระทำทั้งหมดลง ฉันยังตัวแข็งอยู่และไม่กล้าขยับตัว

ฉันได้แต่กลอกตาไปมาและทำตัวให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผ่านไปไม่นานเมื่อลมหายใจของซีฟค่อยๆ ผ่อนลงและหายใจเข้าออกเป็นจังหวะ ฉันถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ในที่สุดผู้ชายคนนี้ก็หลับได้สักที

ขอบคุณสวรรค์ในทาสุดฉันก็หลุดพ้นจากผู้ชายคนนี้จนได้

 

            “เฮ้ย!!

            แล้วในตอนเช้าฉันก็ต้องสะดุ้งตื่นจากการขดตัวเป็นแมวนอนบนโซฟาห้องรับแขกของซีฟ เมื่อได้ยินเสียงสบถดังลั่นออกมาจากห้องนอนของซีฟ ฉันงัวเงียขยี้ตาลุกขึ้นมายังไม่เข้าใจเหตุการณ์เท่าไหร่ว่าเกิดอะไรขึ้น

            “มันอะไรวะเนี่ย!!

            ฉันไอสองสามทีเพราะรู้สึกแสบคอและปวดหัวตัวรุมๆ หลายวันมานี้ฉันก็อาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่เหมือนจะเป็นไข้ได้ทุกเมื่อ แล้วเมื่อคืนนี้ฉันก็ยังนอนตากแอร์ในห้องรับแขกของซีฟโดยที่ไม่มีผ้าห่มคลุมร่าง อันที่จริงฉันไม่กล้าเดินเฉียดห้องนอนของซีฟน่ะ  ใครจะไปรู้ว่าจู่ๆ ถ้าเขาตื่นขึ้นมามันจะเกิดอะไรขึ้น

            “เฮ้ย!!” ซีฟสบถอีกคำ ฉันเลยเดินเซไปที่ห้องของเขา

และก็เห็นว่าซีฟทำหน้าหงุดหงิดหัวเสียอยู่บนเตียง เรื่องของเรื่องก็คือฉันเอาเนคไทมามัดแขนของเขาให้ติดกันน่ะ เมื่อคืนกว่าจะลากเขาเข้าห้องได้ ลมแทบจับ และฉันก็ไม่ประมาทรีบหาอะไรมามัดมือเขาไว้ เพื่อกันไม่ให้เขาลุกขึ้นมาทำอะไรบ้าๆ กับฉันอีก

“เธอทำบ้าอะไรกันน่ะ!” เขาขมวดคิ้ว และชูแขนที่ถูกฉันมัดติดกันไว้ท่าทางหงุดหงิดเอาเรื่อง

“นี่! อย่าบอกนะว่าจำไม่ได้น่ะ” ฉันครางแล้วก็นิ่วหน้าเพราะรู้สึกเจ็บจี๊ดที่ขมับเข้าให้

            “อะไร เกิดอะไรขึ้น รีบแกะเดี๋ยวนี้เลย หงุดหงิดแล้วนะ!!” ซีฟเขย่าแขนที่ถูกมัดติดกันแรงๆ และจ้องหน้าฉันด้วยสายตาที่เอาไว้ใช้หาเรื่องคน

            “ไม่อยากจะเชื่อ ให้ตายเถอะ เมื่อคืนนาย

            “อะไร ฉันทำอะไร”

            พอเขาย้อนถามกลับแบบนี้ฉันก็เงียบกริบไม่รู้ว่าจะตอบอะไรกลับไปดี ให้ตายเถอะ ตอนที่ฉันนอนระแวงหลังด้วยความกลัวเมื่อคืน กลายเป็นว่าเขาหลับสนิทแถมจำอะไรไม่ได้สักอย่างเลยงั้นสิ

            “มาแกะไอ้นี่ออกเดี๋ยวนี้เลย” เขาชักสีหน้าใส่ แล้วก็ยื่นแขนของเขามาตรงหน้าฉันด้วย

            “แล้วทำไมกระดุมเสื้อหลุด” แล้วคนตาดีอย่างซีฟก็ถามอีก หลังจากที่กวาดสายตามองไปทั่วตัวของฉัน

            ฉันหน้าร้อนวาบไม่รู้ว่าจะหาคำไหนมาพูดกับเขาดี ตอนนี้ฉันไม่กล้าจะเงยหน้าขึ้นมองเขาเลยจริงๆ ให้ตายเถอะ

            “อ้าวเฮ้ย! แล้วเธอโผล่มาที่ห้องฉันได้ไง”

            “ซีฟ มันจะมากไปแล้วนะ” แล้วฉันก็ทนไม่ไหว ต้องยกหมอนใบหนึ่งขึ้นมาฟาดเขาไม่หยุด

            เรื่องเมื่อคืนน่ะเรื่องเมื่อคืนน่ะฉันมองหน้าเขาอย่างเจ็บใจแล้วก็ฟาดหมอนใส่เขาไม่ยั้ง นานไปก็เริ่มหยุดตัวเองไม่ได้ ซีฟเองก็ปัดป้องและรูดเนคไทออกจากข้อมือตัวเองได้ หลังจากที่ฉันคลายให้เขานิดหน่อยไปแล้ว และรีบจับข้อมือฉันไว้ เมื่อฉันฟาดหมอนตามตัวเขาเรื่อยๆ

            “เฮ้ย! ทำไม อะไร พูดกันดีๆ ได้มั้ย!?” เขาถามแล้วสุดท้ายก็รวบข้อมือฉันไว้ทั้งสองข้าง

            แต่ฉันไม่ได้มีแค่มืออย่างเดียวที่จะทำร้ายเขาได้ ไม่ต้องคิดอะไรให้มากมายฉันยกเท้าถีบเขาพัลวันทันที

            “เฮ้ย ยัยจืดชืด นี่มันร้ายกาจมากเกินไปแล้วนะ!” ซีฟโวยวายแต่ฉันไม่สนใจแล้ว

            ตอนนี้ขออย่างเดียวคือทำให้เขาเจ็บบ้าง หลังจากที่ทิ้งให้ฉันใจหายใจคว่ำคนเดียวทั้งคืน โดยที่ตอนเช้าเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาเขาจำอะไรไม่ได้สักอย่าง

            “นี่ ฉันเริ่มจะฉุนแล้วเหมือนกันนะ”

            แล้วเขาก็เหวี่ยงฉันให้ไปนอนอยู่ใต้ร่างของเขาทันที ฉันที่กำลังคลั่งฟาดหัวฟาดหางอยู่นานก็สะดุดกึกทันที เมื่อวานฉันจำสีหน้าและแววตาของเขาได้ดีเลยล่ะ

            “แล้วโกรธอะไรฉันเนี่ย หรือว่า” เขาเว้นคำพูดไว้แล้วก็ทำตาโตเมื่อเห็นอะไรบางอย่างหล่นอยู่บนเตียง

            เมื่อเขาเอื้อมมือไปหยิบมันมาดูและส่งให้ฉันได้ดูชัดๆ ด้วย ฉันก็เบะปากอยากจะร้องไห้เหมือนกัน มันเป็นกระดุมเสื้อของฉันเอง สงสัยว่าเมื่อคืนเขาจะออกแรงมากไปหน่อยมันเลยหลุดออกจากรังดุมจนได้

            “หมายความว่าไง” เขาถามแต่ฉันไออกมาติดๆ กันหลายครั้ง

            และสุดท้ายฉันก็พลิกตัวนอนคว่ำหายใจหอบๆ รู้สึกเจ็บคอและปวดเมื่อยกล้ามเนื้อไปซะหมดจนแทบจะไม่มีเรี่ยวแรงขยับตัวเลย

            “ไข้ขึ้นด้วยเหรอ เฮ้ย!!

            ซีฟโวยวายอะไรบางอย่างที่ฉันไม่ค่อยเข้าใจ และไม่นานเขาก็ลุกขึ้นจากเตียงโดยที่ฉันไม่มีแรงจะหันไปมองว่าเขาทำอะไรกันแน่ จากนั้นเขาก็กลับมาพร้อมกับผ้าชุบน้ำในมือและช่วยเช็ดตัวให้ฉัน ด้วยแรงมือที่มากพอจะหักคอฉันได้สบายๆ

 

            “มือนายน่ะ” ฉันร้องเสียงอู้อี้เมื่อเขาทำท่าจะสอดมือเข้าไปใต้เสื้อของฉันอีกครั้ง

            และทำท่าจะเลยขึ้นสูงมากซะด้วย

            “คิก ยังมีสติอยู่เหรอ” เขาหัวเราะหน้าตายทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะมองหน้าเขาอย่างฉุนๆ

            “อาบน้ำมั้ย จะอาบให้” เขาถามด้วยนัยน์ตาเป็นกระกาย

            ฉันควรยิ้มหวานแล้วตอบเขาว่า เอาสิอย่างนั้นเหรอ ลืมไปซะเถอะ

            เมือฉันไม่ยอบตอบอะไรออกไป ซีฟก็ออกอาการหื่นกามมากขึ้นด้วยเม้มริมฝีปากจูบที่เนินอกของฉันอย่างแผ่วเบา และเลื่อนขึ้นมาจูบคางฉันด้วย

        เท่านั้นแหละฉันก็กรีดร้องและดิ้นพล่านทันที โดยที่มีโรคจิตประจำเรื่องอย่างซีฟหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว

            “นี่” ฉันพยายามจะห้ามเขา แต่ว่าเขาก็ไม่ฟังเสียงอะไรเลย

            “แค่กๆ แค่กๆ แค่กๆ!!

ดังนั้นฉันเลยไอใส่เขาไปทันที ได้ผลเขามองหน้าฉันอย่างขยะแขยงเต็มที่และลุกออกห่างจากฉันด้วย

            “เธอนี่มันชอบทำให้เสียอารมณ์ซะจริง” เขาบ่นพึมพำไม่พอใจแล้วก็เลี่ยงหายไปที่ตู้เสื้อผ้า

จากนั้นไม่นานเขาก็โยนเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งๆ มาให้ฉันตัวหนึ่ง และถอยหลังไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะยกมือขึ้นมาเท้าคาง และยิ้มมองดูฉันที่ตะเกียกตะกายจะลุกขึ้นจากเตียง

            “เปลี่ยนเสื้อซะสิ จะได้สบายตัว ตัวเธอร้อนมากเลยรู้เปล่า” พูดเสียงยานคางและยิ้มหวานให้ฉัน

            ในขณะที่ฉันหน้าเริ่มซีดและมองเขาด้วยสายตาแบบใหม่ คนคนนี้นิสัยเป็นอย่างนี้หรอกเหรอเนี่ย จำได้ว่าตอนเจอกันแรกๆ เขาไม่ได้เป็นแบบนี้นี่นา

            “นายออกไปสิ หรือไปส่งฉันที่อพาร์ตเม้นต์ก็ได้” ฉันบอกด้วยความหวัง แต่ใบหน้าหล่อเหลาของซีฟกลับแต่ยิ้มและส่ายหน้าไปมาเท่านั้น

            “ซีฟ

            ฉันทำเสียงอ่อนรู้สึกเหมือนว่าจะร้องไห้ได้ทุกเมื่อ เขาเป็นอะไรไปแล้วเนี่ย

            “หรือจะให้ฉันเปลี่ยนให้ล่ะ ไม่มีแรงสินะ”

            “บ้าน่า! นายอย่าทำแบบนี้สิ ฉันจะเปลี่ยนก็ได้ แต่นายช่วยออกไปข้างนอกก่อนได้มั้ย” ฉันทำหน้าอ้อนวอนสุดๆ แถมยังประนมมือไหว้เขาอีกด้วย

            “นะ” และก็ทำเสียงออดอ้อนด้วยอีกอย่าง เผื่อว่าปีศาจร้ายอย่างซีฟจะยอมใจอ่อนซะบ้าง

            แต่เขาก็ไม่ยอมทำหน้าอย่างอื่นเลยนอกจากยิ้มแย้มเรี่ยราดเหมือนมีความสุขนักหนา ฉันเองที่เป็นฝ่ายน้ำตาตกไม่คิดเลยจริงๆ ว่าเขาจะเป็นคนอย่างนี้ไปได้

            “จะหันหลังให้สิบวิแค่นั้นนะ”

            “บ้าเหรอ  แค่สิบวิจะไปทันอะไรล่ะ” ฉันคร่ำครวญแต่ดูเหมือนเขาไม่สนใจอะไรแล้ว

            ซีฟหันหลังให้ฉันทันทีจากนั้นก็เริ่มนับเลขช้าๆ

            “หนึ่ง สอง สาม

            “นายนี่มันบ้าที่สุดเลยซีฟ!” ฉันด่าเขาและแถมด้วยการโยนหมอนฟาดใส่หลังของเขาตามไปด้วย

แล้วก็รีบเปลี่ยนเสื้อทันทีก่อนที่ตาบ้านั่นจะทำทุกอย่างแทนฉันหน้าด้านๆ เคยมีคนบอกเขาบ้างหรือเปล่านะ ว่าเขาเป็นโรคจิตหื่นกามที่น่ากลัวที่สุดในโลกเลยน่ะ

“ห้าหก

“ซีฟ” ฉันเรียกเขาไว้เมื่อเห็นปัญหาใหม่ที่กำลังก่อเค้าลางความยุ่งยากเป็นพายุทอร์นาโด เตรียมตัวพัดถล่มใส่ฉันในไม่ช้า

            “อะไร เปลี่ยนใจให้ฉันช่วยแล้วเหรอ” เขาถามและหันหน้ามาเจอฉันที่กำลังทำหน้ายุ่งๆ เหมือนจะร้องไห้ทันที

            “ฉันไม่มีชั้นในเปลี่ยน” บอกไปแล้วก็หน้าร้อนวาบ สงสัยไข้หวัดปีนี้จะแรงมากแน่ๆ ฉันเลยรู้สึกเหมืนป่วยหนักอย่างนี้น่ะ

            “จะให้ลงไปซื้อให้อีกล่ะสิ” เขาเอียงคอถามเหมือนรู้ทัน

            “ครั้งก่อนก็ซื้อให้แล้ว ซื้อให้อีกทีก็ไม่เป็นไรหรอก เฮอะ!” เขาทำสียงไม่พอใจในคอแล้วก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของเขา

            “เดี๋ยว ยังไม่หมด”

            “หือ อะไรอีก เธอนี่มันชอบกวนโมโหฉันซะจริง รู้ตัวบ้างมั้ย!?” เขาเดินกลับมาที่เตียงอีกครั้ง พร้อมกับจับคางฉันโยกไปมาเหมือนกำลังมันเขี้ยว

            “เมนส์ เอ่อ รอบเดือนฉันมา ยังไงก็ช่วยซื้อมาให้ด้วยนะ”

            ฉันบอกเสียงอุบอิบก่อนจะก้มหน้าตั้งรับพายุอารมณ์ของซีฟ แย่แน่ทำไมมันต้องมาเกิดในตอนที่ฉันตกที่นั่งลำบากอยู่ด้วยนะ

            “พูดจริงพูดเล่น” เขาถาม น้ำเสียงเหมือนจะแข็งขึ้นมานิดหน่อย

            “ไม่ใช่แกล้งพูดเพื่อไม่ให้ฉันแกล้งเธอหรอกนะ” เขาพูด และยื่นหน้ามาจนชิดหน้าฉัน

            แต่ฉันผงะออกและส่ายหน้าเพื่อบอกว่าฉันไม่ได้พูดเล่น

            “เธอนี่มันตัวซวยของฉันจริงๆ ซะด้วย”

 

Ziff talks…

            ผมรู้สึกอับอายชะมัด ตอนนี้ผมต้องถือตะกร้าและเดินวนเวียนอยู่ในร้านขายของใต้คอนโดตัวเองไปมาไม่รู้รอบที่เท่าไหร่ ผมอยากตบหน้าผากตัวเองให้หายบ้าตอนที่จดๆ จ้องๆ อยู่แผนกเครื่องใช้ของผู้หญิงคนเดียวอย่างนี้ มีหลายคนมองผมเหมือนผมเป็นพวกโรคจิต

            ไม่ได้พูดเล่นนะ มันรู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นผู้ร้ายและกำลังจะปล้นร้านขายของยังไงก็ไม่รู้

            แล้วในที่สุดผมก็ก้มหน้าก้มตาหยิบเอาห่อพลาสติกของใช้ส่วนตัวของผู้หญิงติดมามือมั่วๆ ทำไมมันต้องเป็นสีสันสดใสอย่างนี้ด้วยนะ ไม่เข้าใจเลย ทำไมไม่ทำสีทึบๆ อย่างสีดำอะไรทำนองนี้น่ะ ฮู้ว์ แล้วทำไมสาวๆ หลายคนถึงมองผมเป็นโรคจิตอย่างนั้นด้วยล่ะ

            “ยัยแกงจืด คอยดูเถอะ ฉันจะทบต้นทบดอกในครั้งเดียวเลย” ผมพึมพำคนเดียวก่อนจะเดินไปยังโซนขายชั้นในของผู้หญิง ที่ครั้งหนึ่งก็เคยมาซื้อให้ยัยจืดปั้นหยา

            เห็นยัยนั่นตัวบางๆ ก็จริง แต่ว่าสัดส่วนร่างกายเต็มไม้เต็มมือดีชะมัด ถ้าไม่ได้สัมผัสด้วยตัวเองแล้วผมจะไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดเลย

            อ้าวเฮ้ย! ผมกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่เนี่ย

            ผมตบหน้าผากตัวเองเพื่อเรียกสติตัวเองกลับมา พร้อมกับเดินไปยังโซนขายชั้นในก่อนจะกลืนน้ำลาย

            เพราะว่าตอนนี้เจ้าหน้าที่ร้านกำลังทำอะไรสักอย่างตรงนั้น แน่นอนว่าผมคงเสนอหน้าเข้าไปถามว่า ชั้นในของผู้หญิงหายไปไหนหมดครับไม่ได้แน่ๆ และเหมือนว่าพวกเขากำลังจัดร้านใหม่ด้วย มาจัดในเวลานี้เนี่ยนะ ผมอยากจะตะโกนออกมาเพื่อระบายความหงุดหงิดจริงๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเอาผ้าอนามัยของยัยจืดชืดไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์คิดเงินเท่านั้นเอง

            ผมกระแอมไอในคอและไม่มองหน้าพนักงานแคชเชียร์เลย และเมื่อได้ของมาเรียบร้อยแล้วผมก็กลับเข้าห้องด้วยความไวแสงทันที

            “ไหนอ่ะ เอามาที” ยัยปั้นหยายืนรออยู่เลย แล้วก็แบมือมาตรงหน้าผมเพื่อขอของสำคัญไปทำธุระตัวเอง

            “อ่ะ” ผมครางในคอและส่งถุงพลาสติกใส่ของให้เธอไป

            บ้าจริงผมมองหน้าเธอไม่ได้จริงๆ แฮะตอนนี้

            “ไหนชั้นในอ่า” เธอทำหน้าน่าสงสารแล้วก็เงยหน้าขึ้น

            ยัยนี่จะรู้ตัวไหมนะ ว่าท่าทางแบบนี้มันเชิญชวนกันชัดๆ ผิวขาวๆ ของปั้นหยาเวลาป่วยแบบนี้มันดูแดงเรื่อไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากบางๆ นั่นก็แดงจัดและดูน่าจูบมากด้วยเช่นกัน

ปลายจมูกที่โด่งเชิดนั้นก็ดูน่ารักเวลาที่มันเป็นสีแดงจางๆ แบบนี้

            “ซีฟ

            “หือ? เมื่อกี้ว่าไงนะ” ผมถามซ้ำ เมื่อไม่ได้ฟังว่าก่อนหน้านี้ปั้นหยาถามอะไรผม

            “ชั้นในฉันล่ะ

            “อืมมันไม่มีขายน่ะ มันหมดพอดี” ผมพูดแล้วก็ยกมือขึ้นมาถูปลายจมูกตัวเอง

            ทำไมจู่ๆ ผมถึงรู้สึกเขินขึ้นมาอย่างนี้นะ

            “จริงเหรอ แล้วฉันจะทำไงดี” ปั้นหยาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

            แต่ไม่รู้ว่าทำไมสีหน้าท้อแท้ของเธอผมดูแล้วกลับเห็นว่ามันน่ารักก็ไม่รู้ ยิ่งเวลาที่เธอท้อแท้ทำอะไรไม่ถูก ไม่ว่าจะเขินอายหรือโมโห ออดอ้อนหรือว่าอะไรๆ อีกมากมาย ผมกลับชอบสีหน้าพวกนั้นของเธอ ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่ผมเคยเจอมาก่อน

            ทั้งที่เมื่อก่อนผมมักจะเกลียดพวกมารยาของผู้หญิง แต่กับเธอคนนี้ อะไรๆ มันก็ดูแปลกใหม่จากที่ผมเคยเจอมาและมันก็ประทับใจผมเช่นกัน

 

            “ฉันต้องใส่ชั้นในตัวเดิมเหรอ แค่กๆ ทำไงดีอ่ะ กลับหน้าหลังแล้วใส่เหรอ”

            “นี่! ยัยบ้า!!

            ความคิดลึกซึ้งหวานแหววที่ผมมีกับยัยนี่ก่อนหน้านี้หายไปหมด เพียงเพราะประโยคเดียวที่ยัยนี่เพิ่งพูดจบไปก่อนหน้านี้นั่นแหละ

            “มาพูดแบบนี้ต่อหน้าผู้ชายอย่างฉันได้ไง ให้ตายเถอะ เธอเป็นผู้หญิงจริงๆ รึเปล่าน่ะ!

            ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่ชอบยัยนี่เข้าให้แล้วน่ะ อะไรกัน เธอเรียนมหาลัยแล้วจริงๆ น่ะเหรอ หรือเป็นเด็กประถมที่โดดมาเรียนระดับมหาวิทยาลัยเลย ทำไมความคิดความอ่านของเธอถึงได้เหมือนเด็กแบบนี้

            “ก็มันจริงๆ นี่นา ฉันไม่มีชั้นในเปลี่ยน แถมตอนนี้มันก็เปื้อนแล้วด้วย ฮือ!” แล้วยัยแกงจืดก็มาในรูปแบบใหม่ นั่นคือปล่อยโฮออกมา ทำเอาผมตบกบาลตัวเองด้วยความปวดหัว

            นี่มันเป็นเวรเป็นกรรมอะไรของผมที่ต้องมาได้ยินเรื่องราวแบบนี้ด้วยนะ ผมไม่ได้รังเกียจเรื่องธรรมชาติของผู้หญิง แต่ว่ายัยนี่เล่นเล่าให้ผมฟังซะเห็นภาพแบบนี้ผมก็อึดอัดเหมือนกันนะ

            “แย่แล้ว ฉันคงต้องซักแล้วล่ะ ห้องนายพอจะมีเครื่องซักผ้าปั่นผ้าบ้างมั้ย” ปั้นหยากอดห่อผ้าอนามัยไว้กับอกแล้วก็ยืนบิดตัวไปมาตรงหน้าผม

            ถ้ายัยนี่ไม่ได้มีรอบเดือน สาบานเลยว่าผมจะโยนยัยนี่ขึ้นเตียงให้เรื่องมันจบๆ ไปซะ

            “บอกแล้วไงว่าไม่มี” ผมบอกแล้วก็หัวเราะในใจ รอดูว่ายัยจืดชืดนี่จะทำยังไงต่อไป

            “งั้นไดร์เป่าผมก็ได้ ขอยืมนายมีใช่มั้ย”

            ผมยกมือขึ้นปิดปากตัวเองนาน แค่คิดสภาพยัยเอ๋อนี่เอาไดร์เป่าผมไปทำอะไรในห้องน้ำคนเดียว มันก็ทำให้ผมทั้งฮาทั้งเขินแล้ว แต่ไม่นานผมก็ต้องอุทานออกมาอย่างตกใจเมื่อปั้นหยาเซ และผมก็ถลาไปรับร่างเธอไปไว้แทบไม่ทัน

            “เป็นอะไรน่ะ!

            “ปวดท้อง มากๆ เลย พาฉันกลับไปที่ห้องฉันไม่ได้เหรอ ฉันจะไปเอากางเกงในที่ห้องแล้วก็นอนที่ห้องฉันอ่ะ ฮือ” ปั้นหยาเริ่มคร่ำครวญและผมก็ห่วง คิดมากเห็นภาพยัยนี่เกิดอุบัติเหตุในห้องแหงๆ เชื่อสิ คนอย่างยัยนี่แค่จับแก้วน้ำก็สามารถมีแผลได้

            “ไม่ได้ อยู่นี่แหละ ขืนอยู่คนเดียวไข้ขึ้นใครจะช่วยอะไรเธอได้” ผมเอ็ดและพยายามจะพายัยนี่กลับไปที่เตียง

            “ก็ตอนนี้รอบเดือนฉันมา มันกำลังไหลเป็นท่อประปาแตกเลยนะ ฮือ

            แล้วผมจะทำยังไงต่อไปน่ะรอ ให้เดา

        ไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่

        “บ้าบอที่สุด แกทำอะไรอยู่วะซีฟ!! ผมสบถถามตัวเองด้วยความไม่เข้าใจ

            อันที่จริงผมก็แค่ นั่งซักชั้นในให้ยัยจืดปั้นหยาในห้องน้ำเท่านั้นเองแหละครับ


 



Talk 2…

กรี๊ด ฮ่าๆ ตลก แอบหัวเราะกับพี่ซีฟมากมาย

ผช อะไรน่ารักมากๆ เลย คึคึ มู่ชอบผู้ชายแบบนี้ค่ะ

สาวๆ ไปทิ้งชื่อที่อยู่ไว้ที่บล็อกประกาศผลคนที่ได้นิยายด้วยนะคะ

มู่จะรีบส่งให้ค่ะ เดี๋ยวจะประกาศอีกเกมที่เล่นในแฟนเพจด้วยเน้อ

มู่ขออาบน้ำ กินข้าว ทำอะไรแป๊บๆ ก่อนนะคะสาวๆ ปวดหัวมาก

เค้าไม่สบายเง้อ

 

มีคนถามว่ามู่เอาคาเรคเตอร์ของปั้นหยามาจากไหน

คึคึ มู่เอามาจาก ผญ คนนี้ค่ะ ฮ่าๆ

เดี๋ยวยังไงสาวๆ แวะไปในแฟนเพจด้วยนะคะ

สำหรับคนที่เล่นเกในแฟนเพจ เดี๋ยวมู่จะขอที่อยู่กับชื่อ

สำหรับคนที่ได้รับหนังสือน่ะค่ะ แล้วเจอกันค่ะสาวๆ

 

อ้อ มีข่าวฝากประชาสัมพันธ์ด้วยค่ะ

พบกับนิยายแสนดีที่ยกขบวนไปลดลา?คาพิเศษสุดๆ ได้ที่งาน

เทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชนครั้?งที่ 9

ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-17 กรกฎาคม 2554

เจอกับบูธของแสนดีได้ที่ F 47 โซน C2

ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ฝากด้วยนะคะ จุ๊บๆ

 

 

Talk 1…

Song :: One way - ?? ?? (Wrong Number)

โหลดเพลงนี้ >>คลิก!!<<

 

ประกาศรายชื่อคนที่ได้รับรางวัลค่ะ

@ dek-d

Mamuay [[email protected]] รับ Baby & I (P.5) Globedome

ซอลลี่?BlackList!?รับ เล่ห์รักร้ายเจ้าชายมาเฟีย

miniimm รับ เล่ห์รักร้ายเจ้าชายมาเฟีย

Ensom รับ เล่ห์รักร้ายเจ้าชายมาเฟีย

Sabato รับ Baby & I (P.5) Globedome

 

@ Jamsai

ใบเฟิร์น/(o_thank_o) รับ เล่ห์รักร้ายเจ้าชายมาเฟีย

นัจ/(Alisabath) รับ Baby & I (P.5) Globedome

NOo_MAI/(Herican_nasa) รับ เล่ห์รักร้ายเจ้าชายมาเฟีย

มุนี/(murni) รับ เล่ห์รักร้ายเจ้าชายมาเฟีย

Destiny/(fwnt) รับ เล่ห์รักร้ายเจ้าชายมาเฟีย

 

รางวัลนี้มู่ไม่ได้คัดคนเดียวนะคะ มีผู้ช่วยด้วยค่ะ

ตรวจสอบราบชื่อแล้วก็รบกวนทิ้ง ชื่อ ที่อยู่กับอีเมลติดต่อ

ที่บล็อกนี้ด้วยนะคะ คลิกที่รูปกล่องของขวัญเลยค่ะ

<<<Click!!

ถ้าส่งที่อยู่มาครบเร็ว จะส่งหนังสือไปให้วันพฤหัสนี้ค่ะ

รีบๆ เข้ามารายงายตัวเน้อ จะได้รีบส่งหนังสือไปให้ค่ะ


 

เห็นสาวๆ หลายคนพลาดไปอย่างน่าเสียดายในบางคอมเม้นท์

แต่จำเป็นต้องเลือก ขอโทษด้วยนะคะสาวๆ

แต่เดี๋ยวมู่จะแจกหนังสืออีก 4 เล่มค่ะ

แวะเข้าไปในแฟนเพจมู่เลยนะคะ Click!!

ไปเล่นกันเยอะๆ นะคะ เดี๋ยวมีของแจกอีกค่ะ

รอบหลังๆ รวมถึงที่กำลังจะจัดส่งทั้งหมดนี้

มู่จะส่งหนังสือ + โปสการ์ดของมู่ + ที่คั่น

ไปให้สามอย่างเลยนะคะ เล่นทีเดียวได้คุ้มเลย อิอิ

แวะเข้าไปกันด้วยนะคะ



สอบถามข่าวสารของนิยายหรือพูดคุยกันได้ค่ะ แล้วเจอกันนะคะ

FP สำนักพิมพ์แสนดี Click!!

ID สำนักพิมพ์แสนดี Click!!

FP mu_mu_jung Click!!

 

God blessed you

’m blessed you

 

I http://www.dek-d.com/06pic/dot/heart.gif Readers


ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 9 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ปั้นเปิดเผยสุดยอดดดด
จากคุณ worldoflove/(worldoflove) อัพเดตเมื่อ 10/09/2554 21:48:06
ความคิดเห็นที่ 2
น่ารักกันสุดๆเลย
จากคุณ Kaew_HaHa/(Kaew_HaHa) อัพเดตเมื่อ 14/08/2554 15:12:02
ความคิดเห็นที่ 3
ทำไมหนูอ่านไม่ได้ง่า TT' 
จากคุณ chotika_am/(chotika_am) อัพเดตเมื่อ 06/08/2554 00:57:35
ความคิดเห็นที่ 4
ฮ่า ฮ่า ซีฟน่ารักจังเลย
ยังมีเหลือบ้างไหม ผู้ชายแบบนี้ ทำทุกอย่างให้กับคนที่รักนะ
น่าเห้นใจน้อ ตั้งแต่วีฟรู้จักกับปั้นหยามาเนี่ย..ไม่รู้ตบหัวตัวเองไปกี่สิบรอบแล้ว
เห็นใจเนอะที่ต้องไปซื้อของใช้ส่วนตัวแบบนั้นให้กับผู้หญิง....อิอิ
รักเขาขนาดไม่ยอมให้กลับห้อง ก็ต้องเป็นแบบนี้แหละ
จากคุณ maple/(nuchaba_lee) อัพเดตเมื่อ 02/08/2554 18:54:17
ความคิดเห็นที่ 5
อ๊ากกกกกก เค้าชอบ ผช คนนี้ๆๆๆ

ไม่ไหวจะเคลียร์กับคู่นี้แล้วน่ะ 

ฮือๆๆ น่ารักเกินไปปปปป
จากคุณ jane/(15575) อัพเดตเมื่อ 27/07/2554 22:04:42
ความคิดเห็นที่ 6
ซีฟน่ารักแบบแปลก ฮิๆๆๆๆ
จากคุณ มด/(spmod) อัพเดตเมื่อ 26/07/2554 19:15:13
ความคิดเห็นที่ 7
เอร้ยยยย
ซิปกล้าาาาาาาา
>////<
น่ารักมากไปแล้วนะ
สู้สู้คัฟฟพี่มู่
 P'Mu
จากคุณ หลิว/(liew_tm) อัพเดตเมื่อ 24/07/2554 16:25:38
ความคิดเห็นที่ 8
>////////////////<
ชอบผู้ชายแบบนี้ ขอซักคนได้ป่าว
จากคุณ Uร้า-จัJ/(NICK032) อัพเดตเมื่อ 21/07/2554 21:05:52
ความคิดเห็นที่ 9
Wow !!! ซีฟ น่ารักมากมายนั้งซักชั้นในด้วย

ชอบๆๆๆ


มูมู่ น่ารักจังเลยค่ะ ชัดมากค่ะรูปนี้
จากคุณ jinny/(nattakarn_moo) อัพเดตเมื่อ 16/07/2554 11:17:32
ความคิดเห็นที่ 10
กรี๊ด บ้าไปแล้ว นั่งซักชั้นใน -0-
จากคุณ brown/(bozeq) อัพเดตเมื่อ 16/07/2554 00:33:23
หน้าที่ 1 จาก 9 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 250 ท่าน